23/06/2026
ข่าวใหญ่ระดับโลกเกี่ยวกับเรื่อง "วีซ่าและการส่งกลับ" มาอัปเดตให้ฟังกันอีกแล้วค่ะ
พี่อ่านข่าวนี้แล้ว ’’จุก’’ เลย คือ โดนแทง เสียบกลาง อก ค่ะ
รอบนี้ขยับจากระดับสวีเดนขึ้นไปเป็นระดับสหภาพยุโรป (EU) เลยนะ เพราะเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ทางสภา EU เขาเพิ่งเคาะกฎหมายใหม่สุดโหดเกี่ยวกับการจัดการส่งกลับผู้รับวีซ่าไม่ผ่าน ซึ่งบอกเลยว่าเรื่องนี้ทำเอา หัวหน้าฝ่ายสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UN) ถึงกับนั่งไม่ติดเก้าอี้ ต้องรีบออกมา แสดงความกังวลอย่างหนักเลยค่ะ! 🌍⚠️
🟧กฎใหม่ EU: ตั้ง "ศูนย์ส่งกลับนอกยุโรป" + กักตัวได้นานถึง 2 ปี!
เนื่องจากช่วงที่ผ่านมา เรื่องคนย้ายถิ่นฐานกลายเป็นประเด็นการเมืองที่ร้อนแรงมากในยุโรป ทางรัฐบาลประเทศต่างๆ ใน EU เลยพยายามเพิ่มความเข้มงวดมากขึ้น โดยกฎใหม่ที่เพิ่งผ่านสภามาสด ๆ ร้อน ๆ นี้ มีไฮไลต์เด็ด ๆ ที่น่ากลัวมากคือ:
▪ตั้งศูนย์ส่งกลับนอกประเทศ (Return Hubs): ต่อไปนี้ทั้ง 27 ประเทศใน EU สามารถเปิด "ศูนย์ส่งกลับ" นอกพรมแดนยุโรป (ในประเทศที่สาม) เพื่อส่งตัวผู้ที่ขอลี้ภัยหรือขอวีซ่าไม่ผ่านไปกักตัวไว้ที่นั่นระหว่างรอกระบวนการส่งกลับประเทศบ้านเกิดได้ค่ะ
▪กักตัวได้สูงสุดถึง 2 ปี!: กฎหมายใหม่ระบุว่า หากใครที่ถูกสั่งให้ออกจากประเทศแล้วไม่ยอมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ หรือมีแนวโน้มว่าจะแอบหลบหนี เจ้าหน้าที่สามารถจับกักตัวไว้ได้ยาวนานสูงสุดถึง 2 ปีเลยทีเดียวค่ะ
🇺🇳 UN เบรกแรง! "คุณจะผลักภาระด้านสิทธิมนุษยชนไปให้ประเทศอื่นไม่ได้"
พอมีกฎนี้ออกมา คุณ Volker Turk หัวหน้าฝ่ายสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ (UN) ก็ได้ออกมาแถลงการณ์ตำหนิและเตือนสติสภา EU ทันทีเลยค่ะ โดยแกให้เหตุผลว่า:
1️⃣ห้ามปัดความรับผิดชอบ: ประเทศในกลุ่ม EU ไม่สามารถใช้วิธีเอาเงินฟาดแล้ว "จ้าง" ประเทศอื่นนอกยุโรปให้ทำหน้าที่กักตัวและส่งกลับแทน เพื่อเลี่ยงความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชนของตัวเองได้
2️⃣กลุ่มเปราะบางน่าเป็นห่วงที่สุด: การจับกักตัวและส่งกลับกลุ่มคนที่เปราะบาง โดยเฉพาะ "เด็ก ๆ" ไปยังประเทศที่สาม ถือเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก และมีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
3️⃣หลักการห้ามส่งกลับไปเผชิญอันตราย (Non-refoulement): กฎหมายสากลระบุชัดเจนว่า ห้ามส่งใครก็ตามกลับไปยังสถานที่ที่เขาต้องไปเสี่ยงชีวิต หรือเสี่ยงต่อการถูกทรมานเด็ดขาด และการตัดสินใจเนรเทศใครสักคน ต้องผ่านการประเมินเป็นรายบุคคลอย่างละเอียด ไม่ใช่เหมารวม และห้ามส่งกลับจนกว่ากระบวนการอุทธรณ์ทางกฎหมายจะสิ้นสุดลงค่ะ
🟧สถิติมันฟ้อง... ทำไม EU ถึงยอมหักไม่ยอมงอ?
ถ้ามองในมุมของฝั่งรัฐบาลยุโรป สาเหตุที่เขาต้องเข็นกฎหมายโหด ๆ แบบนี้ออกมาก็เพราะว่า ปัจจุบันนี้ในบรรดาคนที่ถูกปฏิเสธวีซ่าและมีคำสั่งให้ออกจากยุโรป มีคนยอมเดินทางกลับประเทศบ้านเกิดจริง ๆ ไม่ถึง 30% เท่านั้นเองค่ะ! ทาง EU ก็เลยรู้สึกว่าระบบเดิมมันใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป จึงต้องหันมาใช้ยาแรงเพื่อควบคุมสถานการณ์
ในตอนท้าย ท่านหัวหน้า UN เลยฝากเตือนสติทุกประเทศไว้ค่ะว่า อยากให้การพูดคุยเรื่องการย้ายถิ่นฐานในสังคมตั้งอยู่บนพื้นฐานของ "ความจริง" ไม่อยากให้ไปเหมารวมมองว่าชาวต่างชาติทุกคนเป็นภัยต่อความมั่นคง และอยากให้มองเห็นถึงคุณค่าและ "สิ่งที่คนย้ายถิ่นฐานได้ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของยุโรป" มาโดยตลอดด้วย
ถือเป็นกฎหมายใหญ่ของ EU ที่ต้องจับตาดูกันยาว ๆ เลยค่ะว่าจะเริ่มบังคับใช้จริงและตั้งศูนย์ที่ประเทศไหนกันบ้าง พวกเราคนไทยที่อยู่ทางนี้ก็เน้นทำมาหากินทำตามกฎกติกาบ้านเมืองเขาให้ถูกต้อง ปลอดภัยที่สุดค่ะ
ความเห็นพี่ชื่อ: การส่งกลับคน ก็เป็นผลมาจาก นโยบาย ของแต่ละรัฐบาล อะนะ พอรัฐบาลนี้ เอาคนมา รัฐบาลต่อมาจะส่งคนออก เพราะเห็นแก่คะแนนเสียง ตัวเอง มันขาดนโยบายเป้าหมายระยะยาว มันก็จะเข้าๆ ออกๆ แบบนี้ อยู่เรื่อยไปค่ะ
ดูแลตัวเองกันด้วยน้าค้า มีข่าวคืบหน้าอะไรเด็ด ๆ เดี๋ยวมาเล่าให้ฟังอีกรอบค่ะ!