24/05/2026
🦋 Biodiversity & Nature Positive: หัวข้อที่ใหญ่กว่า Carbon ในอีก 5 ปี
ในขณะที่ทุกคนกำลังโฟกัส Carbon ปริ๊นซ์เป้าหมาย Net Zero
โลกกำลังเงียบๆ ขยับเข้าสู่หัวข้อใหญ่กว่าคือ Nature และ Biodiversity
🌍 Biodiversity Crisis ที่กำลังเกิด
✅ 1 ล้านชนิดพันธุ์ใกล้สูญพันธุ์ภายใน 10 ปี
✅ 75% ของพื้นที่ดินบนโลกถูกเปลี่ยนโดยมนุษย์
✅ Pollinator (ผึ้ง ผีเสื้อ) ลดลง 40%
✅ ปะการังหายไป 50% ใน 30 ปีที่ผ่านมา
💼 ทำไม Business ต้องสนใจ
50% ของ Global GDP พึ่งพา Natural Capital
🍞 อาหาร: เกษตรกรรมต้องการดิน น้ำ Pollinator
💧 น้ำสะอาด: ป่าและพื้นที่ชุ่มน้ำกรองน้ำให้
🌳 วัตถุดิบ: ไม้ ฝ้าย ยาง ทั้งหมดมาจากธรรมชาติ
💊 ยา: 40% ของยาในตลาดมาจากสารธรรมชาติ
📋 กรอบ TNFD: ประเมินผลกระทบและการพึ่งพา
🌍 LEAP Framework
🔹 Locate: ดูว่าธุรกิจอยู่ที่ไหน อยู่ใกล้ Sensitive Biome ไหม
🔹 Evaluate: ประเมินผลกระทบและการพึ่งพา
🔹 Assess: ความเสี่ยงและโอกาส
🔹 Prepare: วาง Plan และเปิดเผยข้อมูล
🎯 4 ประเภท Driver ที่ต้องประเมิน
✅ Land Use Change: เปลี่ยนป่าเป็นโรงงาน
✅ Resource Use: ใช้น้ำมากเกินไป
✅ Climate Change: คาร์บอนทำให้ระบบนิเวศพัง
✅ Pollution: สารเคมีปนเปื้อนดิน น้ำ อากาศ
🚀 Nature Positive Goals
✅ องค์กรชั้นนำตั้งเป้า "More Nature by 2030"
✅ ฟื้นฟูพื้นที่มากกว่าที่ใช้
✅ ลดผลกระทบสุทธิเป็น Zero
✅ ลงทุนใน Natural Capital
🇹🇭 ในไทยที่ต้องจับตา
✅ พื้นที่ป่าไม้ที่ลดลงในแต่ละจังหวัด
✅ แนวปะการังที่ภูเก็ต กระบี่
✅ ป่าชายเลนในภาคใต้
✅ พันธุ์พืชและสัตว์ในป่าตะวันตก
💡 ESG PRO (Thailand) ทำ Nature Risk Assessment ตาม TNFD ให้องค์กรในกลุ่มเกษตร อาหาร พลังงาน และโรงแรม
👉 ดูบริการ Sustainable Business Development: https://www.esgprothai.com/sustainable-business-development
คำถาม: ธุรกิจของคุณ พึ่งพา Natural Capital ในด้านไหนมากที่สุด?
#ความหลากหลายทางชีวภาพ