ทนายคดีฉ้อโกง คดีแชร์ลูกโซ่ คดีเกี่ยวกับการเงิน และคดีอาญาทั่วไป

ทนายคดีฉ้อโกง คดีแชร์ลูกโซ่ คดีเกี่ยวกับการเงิน และคดีอาญาทั่วไป ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก ทนายคดีฉ้อโกง คดีแชร์ลูกโซ่ คดีเกี่ยวกับการเงิน และคดีอาญาทั่วไป, หน่วยงานให้คำปรึกษา, 290/221 ถนนร่มเกล้า แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี, กรุงเทพ.

ทนายนคร ประสบการณ์ 17 ปี สามารถปรึกษาได้เลย
และขอรับคำปรึกษาเพิ่มเติมได้ที่:
📞 โทร: 093-4488899
💬 LINE: https://lin.ee/UVe3pgl
🌐 Facebook: สมชาย ชุมนุมวรรณ์
📸 Instagram: .y.s.thailawyernew
🎥 TikTok: .04
✅ พร้อมให้บริการอย่างมืออาชีพครับ

ถูกชวนลงทุนผลตอบแทนสูงผิดปกติ แล้วเชิดเงินหนี ดำเนินคดีอะไรได้บ้าง และตามทรัพย์คืนได้ไหม“ลงทุนน้อย ได้ผลตอบแทนสูง การันต...
04/07/2026

ถูกชวนลงทุนผลตอบแทนสูงผิดปกติ แล้วเชิดเงินหนี ดำเนินคดีอะไรได้บ้าง และตามทรัพย์คืนได้ไหม

“ลงทุนน้อย ได้ผลตอบแทนสูง การันตีกำไร ไม่มีความเสี่ยง” คำชวนเช่นนี้คือสัญญาณอันตรายที่สุดในโลกการลงทุน เพราะเมื่อมีคนหลงเชื่อโอนเงินเข้าไปจำนวนมาก ผู้ชักชวนก็เชิดเงินหายไป ทิ้งความเสียหายมหาศาลไว้เบื้องหลัง
บทความนี้จะอธิบายว่าการหลอกลงทุนลักษณะนี้เข้าข่ายความผิดใดบ้าง ผู้เสียหายควรดำเนินการอย่างไร และมีโอกาสติดตามทรัพย์สินคืนมากน้อยเพียงใด
เข้าข่ายความผิดหลายฐาน
การหลอกชักชวนให้ลงทุนโดยแสดงข้อความเท็จเพื่อให้ได้เงินมา เข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 และหากเป็นการชักชวนต่อประชาชนทั่วไปในวงกว้าง ก็เข้าข่ายฉ้อโกงประชาชนตามมาตรา 343 หากการชักชวนนั้นมีลักษณะกู้ยืมเงินโดยสัญญาผลตอบแทนสูงผิดปกติ ก็อาจผิดตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 และเมื่อมีการชักชวนผ่านสื่อออนไลน์ ยังอาจเกี่ยวพันกับกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์อีกด้วย
หลอกลงทุนเชิดเงินหนี อาจผิดทั้งฉ้อโกง ฉ้อโกงประชาชน พ.ร.ก.กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และกฎหมายคอมพิวเตอร์ และยังเชื่อมโยงถึงความผิดฐานฟอกเงินได้
สัญญาณของการหลอกลงทุน
• การันตีผลตอบแทนสูงแน่นอนในเวลาสั้น ซึ่งขัดกับความเป็นจริงของการลงทุนที่มีความเสี่ยงเสมอ
• เร่งรัดให้รีบตัดสินใจ อ้างว่าโอกาสมีจำกัด หรือให้สิทธิพิเศษเฉพาะวันนี้
• อ้างความน่าเชื่อถือลวง เช่น ใช้ภาพบุคคลมีชื่อเสียง รีวิวปลอม หรือเอกสารปลอม
• โครงสร้างผลตอบแทนพึ่งพาเงินของผู้ลงทุนรายใหม่ ไม่ใช่ผลประกอบการจริง
ผู้เสียหายควรทำอย่างไร
1. รวบรวมหลักฐานการชักชวน สื่อโฆษณา ข้อความสนทนา สัญญา และหลักฐานการโอนเงินทั้งหมด
2. รีบแจ้งธนาคารและร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนโดยเร็ว เพื่อให้มีโอกาสอายัดบัญชีและทรัพย์สิน
3. ประสานกับผู้เสียหายรายอื่นเพื่อรวบรวมภาพรวมของขบวนการและเสริมน้ำหนักคดี
4. ปรึกษาทนายความเพื่อวางแนวทางดำเนินคดีทั้งทางอาญาและทางแพ่งในการติดตามทรัพย์คืน
โอกาสติดตามทรัพย์คืน
การติดตามทรัพย์คืนในคดีหลอกลงทุนเชื่อมโยงกับการดำเนินคดีฐานฟอกเงินด้วย เพราะเงินที่ได้จากการฉ้อโกงประชาชนเป็นทรัพย์ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ซึ่งมีกลไกในการตรวจสอบ ติดตาม และอายัดทรัพย์เพื่อนำมาคืนแก่ผู้เสียหาย อย่างไรก็ตาม โอกาสได้คืนขึ้นอยู่กับว่ายังมีทรัพย์สินเหลืออยู่หรือไม่ และมีการยักย้ายถ่ายเทไปมากเพียงใด ความรวดเร็วในการแจ้งเหตุจึงสำคัญอย่างยิ่ง
คำถามที่พบบ่อย
ถาม: ลงทุนไปด้วยความสมัครใจ จะถือว่าถูกฉ้อโกงได้ไหม
ตอบ: ความสมัครใจในการลงทุนไม่ตัดความเป็นผู้เสียหาย เพราะหากความสมัครใจนั้นเกิดจากการถูกหลอกลวงด้วยข้อความเท็จ การลงทุนนั้นย่อมเกิดจากการสำคัญผิดที่ถูกชักจูง จึงยังเข้าข่ายฉ้อโกงได้
ถาม: คนชวนบอกว่าตัวเองก็ขาดทุนเหมือนกัน จะเอาผิดได้ไหม
ตอบ: ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงว่าผู้ชักชวนเป็นผู้ร่วมขบวนการหลอกลวง หรือเป็นเพียงผู้เสียหายอีกรายที่ถูกหลอกและชวนต่อโดยไม่รู้ ความรับผิดของแต่ละคนต่างกัน ควรให้ทนายประเมินจากพยานหลักฐาน
สรุป
การหลอกลงทุนผลตอบแทนสูงผิดปกติแล้วเชิดเงินหนี เข้าข่ายความผิดหลายฐานที่ร้ายแรง ทั้งฉ้อโกง ฉ้อโกงประชาชน กฎหมายเฉพาะเรื่องการกู้ยืม และฟอกเงิน ผู้เสียหายควรรวบรวมหลักฐานและแจ้งเหตุโดยเร็วที่สุด เพราะความรวดเร็วเป็นปัจจัยชี้ขาดต่อโอกาสในการอายัดและติดตามทรัพย์สินคืน

ตกเป็นเหยื่อแชร์ลูกโซ่ ต้องทำอย่างไร รวมตัวฟ้องได้ไหม และเอาเงินคืนได้แค่ไหนแชร์ลูกโซ่อาศัยคำสัญญาผลตอบแทนสูงเกินจริงเพื...
02/07/2026

ตกเป็นเหยื่อแชร์ลูกโซ่ ต้องทำอย่างไร รวมตัวฟ้องได้ไหม และเอาเงินคืนได้แค่ไหน

แชร์ลูกโซ่อาศัยคำสัญญาผลตอบแทนสูงเกินจริงเพื่อดึงดูดเงินจากสมาชิกรายใหม่มาจ่ายให้รายเก่า เมื่อไม่มีเงินใหม่เข้าระบบ ทุกอย่างก็ล่มสลายและทิ้งผู้เสียหายจำนวนมากไว้เบื้องหลัง หากท่านตกเป็นเหยื่อ การตั้งหลักอย่างถูกต้องและรวดเร็วคือกุญแจสำคัญ
บทความนี้จะอธิบายว่าแชร์ลูกโซ่ผิดกฎหมายใด ผู้เสียหายควรทำอะไร รวมตัวกันดำเนินคดีได้อย่างไร และมีโอกาสได้เงินคืนแค่ไหน
แชร์ลูกโซ่ผิดกฎหมายหลายฐาน
การระดมเงินแบบแชร์ลูกโซ่โดยทั่วไปเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 และยังเป็นความผิดตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 ซึ่งบัญญัติขึ้นโดยเฉพาะเพื่อจัดการกับการกู้ยืมเงินที่จ่ายผลตอบแทนสูงผิดปกติโดยรู้อยู่ว่าไม่สามารถประกอบกิจการให้ได้ผลตอบแทนเช่นนั้นจริง อันมีลักษณะเป็นการหลอกลวงประชาชน โทษตามกฎหมายนี้รุนแรง
แชร์ลูกโซ่มักผิดทั้งฐานฉ้อโกงประชาชน (มาตรา 343) และ พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 ซึ่งเป็นความผิดอาญาแผ่นดินที่ยอมความไม่ได้
สังเกตอย่างไรว่าเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่
• เน้นชักชวนหาสมาชิกรายใหม่มากกว่าการขายสินค้าหรือบริการที่มีอยู่จริง
• สัญญาผลตอบแทนสูงผิดปกติในเวลาอันสั้น และการันตีผลตอบแทนแน่นอน
• รายได้หลักมาจากค่าสมัครหรือเงินลงทุนของสมาชิกใหม่ ไม่ใช่จากกิจการจริง
• โครงสร้างเน้นการต่อสายชั้นล่างเป็นทอด ๆ และเร่งให้รีบตัดสินใจ
ผู้เสียหายควรทำอย่างไร
1. รวบรวมหลักฐานทั้งหมด ทั้งเอกสารชักชวน สื่อโฆษณา สัญญา หลักฐานการโอนเงิน และบทสนทนากับผู้ชักชวน
2. รวมตัวกับผู้เสียหายรายอื่นเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและรวบรวมหลักฐานให้เป็นภาพรวมของขบวนการ
3. เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน และร้องเรียนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มีการตรวจสอบและอายัดทรัพย์
4. ดำเนินการโดยเร็วเพื่อให้มีโอกาสติดตามและอายัดทรัพย์สินของผู้กระทำผิดก่อนถูกยักย้ายถ่ายเท
รวมตัวฟ้องและโอกาสได้เงินคืน
ผู้เสียหายจำนวนมากสามารถรวมกันร้องทุกข์และดำเนินคดีในคราวเดียว ซึ่งช่วยให้คดีมีน้ำหนักและประหยัดทรัพยากร ในส่วนการได้เงินคืน รัฐมีกลไกในการติดตามและอายัดทรัพย์สินของผู้กระทำผิดเพื่อนำมาเฉลี่ยคืนแก่ผู้เสียหาย แต่ในความเป็นจริง โอกาสได้คืนครบถ้วนมักขึ้นอยู่กับว่ายังมีทรัพย์สินเหลืออยู่มากน้อยเพียงใด การดำเนินการที่รวดเร็วจึงเพิ่มโอกาสได้รับการเยียวยา
คำถามที่พบบ่อย
ถาม: เผลอไปชวนเพื่อนมาลงทุนด้วย ตอนนี้กลัวจะมีความผิด ทำอย่างไร
ตอบ: หากท่านเองก็เป็นผู้เสียหายที่ถูกหลอกและชวนต่อโดยไม่รู้ว่าเป็นขบวนการฉ้อโกง สถานะของท่านต่างจากผู้จัดตั้งขบวนการ อย่างไรก็ดี เรื่องนี้มีรายละเอียดข้อเท็จจริงที่สำคัญ ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินสถานะและแนวทางของท่านโดยเฉพาะ
ถาม: ได้รับผลตอบแทนมาบางส่วนแล้ว ยังถือเป็นผู้เสียหายไหม
ตอบ: โดยทั่วไปยังถือเป็นผู้เสียหายในส่วนที่ยังขาดทุนสุทธิ การที่ได้รับผลตอบแทนมาก่อนบางส่วนเป็นรายละเอียดที่ต้องนำมาคำนวณความเสียหายที่แท้จริง ควรเก็บหลักฐานการรับเงินและการลงทุนทั้งหมดไว้ให้ครบ
สรุป
แชร์ลูกโซ่เป็นความผิดร้ายแรงที่เข้าข่ายฉ้อโกงประชาชนและกฎหมายเฉพาะว่าด้วยการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ผู้เสียหายควรรวบรวมหลักฐาน รวมตัวกับผู้เสียหายรายอื่น และร้องทุกข์โดยเร็วที่สุด เพราะความรวดเร็วคือปัจจัยสำคัญต่อการติดตามและอายัดทรัพย์เพื่อนำมาเยียวยา

ถูกหลอกลงทุนคริปโตหรือฟอเร็กซ์ปลอม โอนเงินไปแล้ว ฟ้องร้องและอายัดบัญชีได้หรือไม่แพลตฟอร์มเทรดคริปโตหรือฟอเร็กซ์ปลอม มักส...
01/07/2026

ถูกหลอกลงทุนคริปโตหรือฟอเร็กซ์ปลอม โอนเงินไปแล้ว ฟ้องร้องและอายัดบัญชีได้หรือไม่

แพลตฟอร์มเทรดคริปโตหรือฟอเร็กซ์ปลอม มักสร้างหน้าจอกำไรสวยหรูให้เห็นในช่วงแรก เพื่อหลอกให้เหยื่อเติมเงินเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนเมื่อจะถอนเงินกลับ กลับถูกอ้างค่าธรรมเนียม ภาษี หรือเงื่อนไขสารพัด สุดท้ายถอนไม่ได้และติดต่อใครไม่ได้อีก
บทความนี้จะอธิบายว่าการหลอกลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลหรือเงินตราต่างประเทศปลอมเข้าข่ายความผิดใด และผู้เสียหายมีช่องทางฟ้องร้องและอายัดบัญชีอย่างไร
เข้าข่ายฉ้อโกงและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
การสร้างแพลตฟอร์มหรือโครงการลงทุนปลอมเพื่อหลอกให้โอนเงิน เข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 และฉ้อโกงประชาชนตามมาตรา 343 หากชักชวนต่อประชาชนทั่วไป อีกทั้งการนำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์เพื่อหลอกลวง ยังเป็นความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และเงินที่ได้มายังเกี่ยวพันกับความผิดฐานฟอกเงิน นอกจากนี้ การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลหรือเงินตราต่างประเทศบางลักษณะยังอยู่ภายใต้กฎหมายเฉพาะที่ต้องได้รับอนุญาต ซึ่งแพลตฟอร์มปลอมมักไม่มีใบอนุญาตที่ถูกต้อง
แพลตฟอร์มลงทุนปลอมที่อ้างกำไรแล้วถอนเงินไม่ได้ คือสัญญาณชัดของการฉ้อโกง ควรหยุดโอนเพิ่มทันทีและรีบดำเนินการอายัด
จะอายัดบัญชีได้หรือไม่ และต้องทำอย่างไร
ปัจจุบันมีมาตรการทางกฎหมายที่ออกแบบมาเพื่อรับมือกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีโดยเฉพาะ ซึ่งเปิดช่องให้สามารถระงับหรืออายัดบัญชีที่ต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการหลอกลวงได้อย่างรวดเร็ว หากผู้เสียหายแจ้งเหตุทันเวลา ดังนั้นเมื่อรู้ตัวว่าถูกหลอก ควรรีบติดต่อธนาคารและช่องทางรับแจ้งเหตุของทางการทันที เพื่อให้มีโอกาสระงับเส้นทางการเงินก่อนที่เงินจะถูกโอนต่อหรือถอนออกไป
ขั้นตอนที่ควรทำทันที
1. หยุดโอนเงินเพิ่มทันที แม้จะถูกอ้างว่าต้องจ่ายค่าธรรมเนียมหรือภาษีเพื่อถอนเงิน เพราะนั่นคือกลลวงเพื่อรีดเงินเพิ่ม
2. บันทึกหลักฐานทั้งหมด ทั้งหน้าจอแพลตฟอร์ม บทสนทนา ข้อมูลบัญชีปลายทาง และประวัติการโอน
3. รีบติดต่อธนาคารและช่องทางรับแจ้งเหตุอาชญากรรมทางเทคโนโลยีของทางการเพื่อขออายัดบัญชี
4. ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน และปรึกษาทนายความเพื่อดำเนินคดีและติดตามทรัพย์คืน
คำถามที่พบบ่อย
ถาม: แพลตฟอร์มอยู่ต่างประเทศ จะดำเนินคดีได้ไหม
ตอบ: แม้แพลตฟอร์มจะอ้างว่าอยู่ต่างประเทศ แต่หากมีการกระทำหรือผลของการกระทำเกิดในประเทศไทย เช่น มีการโอนเงินจากบัญชีในไทยไปยังบัญชีที่เกี่ยวข้อง ก็มักดำเนินการได้ การติดตามเส้นทางการเงินภายในประเทศจึงเป็นจุดตั้งต้นสำคัญ ควรปรึกษาทนายเพื่อวางแนวทาง
ถาม: เห็นกำไรในจอเยอะมาก แต่ยังไม่ได้ถอน ถือว่าเสียหายเท่าไร
ตอบ: ตัวเลขกำไรในหน้าจอแพลตฟอร์มปลอมไม่ใช่ทรัพย์จริง ความเสียหายที่แท้จริงคือเงินที่ท่านโอนเข้าไปจริง การคำนวณความเสียหายจึงยึดจากยอดเงินที่โอนออกจากบัญชีของท่าน ไม่ใช่ตัวเลขกำไรลวงที่ระบบแสดง
สรุป
การถูกหลอกลงทุนคริปโตหรือฟอเร็กซ์ปลอมเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงและกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายฉบับ สิ่งสำคัญที่สุดคือหยุดโอนเงินเพิ่มทันที บันทึกหลักฐาน และรีบดำเนินการอายัดบัญชีกับธนาคารและทางการโดยเร็ว เพราะความรวดเร็วคือกุญแจที่เพิ่มโอกาสในการระงับและติดตามเงินคืน

ถูกโกงเงิน แจ้งความฉ้อโกงอย่างไรให้ตำรวจรับคดี และจะตามเงินคืนได้จริงหรือไม่เมื่อรู้ตัวว่าถูกโกงเงิน สิ่งที่หลายคนเจอคือ...
30/06/2026

ถูกโกงเงิน แจ้งความฉ้อโกงอย่างไรให้ตำรวจรับคดี และจะตามเงินคืนได้จริงหรือไม่

เมื่อรู้ตัวว่าถูกโกงเงิน สิ่งที่หลายคนเจอคือไปแจ้งความแล้วตำรวจบอกว่า “เป็นเรื่องทางแพ่ง ไปฟ้องศาลเอง” ทำให้รู้สึกว่าไม่มีใครช่วย ทั้งที่ความจริงแล้ว หากเตรียมเรื่องให้ถูกต้อง คดีฉ้อโกงสามารถดำเนินการทางอาญาควบคู่กับการตามเงินคืนได้
บทความนี้จะอธิบายว่าการกระทำแบบใดเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกง ต้องเตรียมหลักฐานอย่างไรให้ตำรวจรับดำเนินคดี และมีช่องทางใดบ้างในการติดตามเงินคืน เพื่อให้ผู้เสียหายตั้งหลักได้อย่างถูกต้องตั้งแต่ต้น
ความผิดฐานฉ้อโกงคืออะไร
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 กำหนดว่า ผู้ใดโดยทุจริตหลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และโดยการหลอกลวงนั้นทำให้ได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม ถือว่ามีความผิดฐานฉ้อโกง องค์ประกอบสำคัญคือต้องมีการหลอกลวงด้วยข้อความเท็จหรือปกปิดความจริง โดยมีเจตนาทุจริตมาแต่ต้น และผู้กระทำได้ทรัพย์สินไปเพราะการหลอกลวงนั้น
หัวใจของคดีฉ้อโกงคือ ผู้กระทำต้องมี “เจตนาทุจริตหลอกลวงมาตั้งแต่แรก” ไม่ใช่เพิ่งมาผิดสัญญาหรือมีปัญหาในภายหลัง
ทำไมตำรวจบางครั้งไม่รับ และจะทำอย่างไร
สาเหตุที่ตำรวจมักปัดว่า “เป็นเรื่องแพ่ง” เพราะหลายเรื่องเป็นเพียงการผิดสัญญาที่ไม่มีพยานหลักฐานแสดงเจตนาทุจริตตั้งแต่ต้น การทำให้คดีได้รับการดำเนินการจึงต้องนำเสนอข้อเท็จจริงและหลักฐานที่ชี้ให้เห็นว่าอีกฝ่ายตั้งใจหลอกลวงมาแต่แรก เช่น ใช้ข้อมูลเท็จ ตัวตนปลอม หรือไม่เคยมีความสามารถหรือความตั้งใจจะทำตามที่อ้างเลย
หลักฐานที่ควรเตรียมก่อนเข้าแจ้งความ
• ข้อความสนทนาทั้งหมด ทั้งแชต อีเมล หรือข้อความที่แสดงคำหลอกลวงและคำชักชวน
• หลักฐานการโอนเงินทุกครั้ง พร้อมข้อมูลบัญชีปลายทางและชื่อผู้รับ
• ข้อมูลตัวตนของผู้ถูกกล่าวหาเท่าที่มี เช่น ชื่อ เบอร์โทร บัญชีโซเชียล เลขบัญชีธนาคาร
• พยานบุคคลหรือผู้เสียหายรายอื่นที่ถูกหลอกในลักษณะเดียวกัน
• ไทม์ไลน์เหตุการณ์ที่เรียบเรียงให้ชัดว่าใคร พูดอะไร เมื่อใด และโอนเงินไปเท่าไร
ช่องทางติดตามเงินคืน
การติดตามเงินคืนทำได้หลายทางควบคู่กัน ทางอาญานั้น พนักงานอัยการมีอำนาจร้องขอให้ศาลสั่งให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์สินแก่ผู้เสียหายไปพร้อมกับคดีอาญาได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 43 และผู้เสียหายยังมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในคดีอาญาได้ตามมาตรา 44/1 นอกจากนี้ยังสามารถฟ้องเรียกเงินคืนเป็นคดีแพ่งได้อีกทางหนึ่ง
ดำเนินคดีอาญาฐานฉ้อโกง ไม่ได้ตัดสิทธิการตามเงินคืน เพราะสามารถขอให้ศาลสั่งคืนทรัพย์หรือชดใช้ค่าเสียหายในคดีอาญา และฟ้องแพ่งควบคู่ได้
คำถามที่พบบ่อย
ถาม: ไม่รู้ชื่อจริงคนโกง รู้แค่บัญชีธนาคารกับเฟซบุ๊ก จะดำเนินคดีได้ไหม
ตอบ: ได้ เพราะข้อมูลบัญชีธนาคารและบัญชีโซเชียลเป็นเบาะแสที่พนักงานสอบสวนใช้สืบหาตัวผู้กระทำผิดได้ การมีเลขบัญชีปลายทางและประวัติการโอนจึงสำคัญมากต่อการติดตามตัวและอายัดเงิน
ถาม: ถูกโกงเงินไม่มาก คุ้มที่จะดำเนินคดีไหม
ตอบ: แม้จำนวนเงินไม่มาก การแจ้งความก็มีประโยชน์ เพราะอาจมีผู้เสียหายรายอื่นที่ถูกหลอกแบบเดียวกัน การรวมเรื่องเข้าด้วยกันทำให้คดีมีน้ำหนักและเพิ่มโอกาสจับกุมและติดตามทรัพย์คืน ควรปรึกษาทนายเพื่อประเมินความคุ้มค่าและแนวทาง
สรุป
การถูกโกงเงินไม่ใช่เรื่องที่ต้องยอมรับชะตากรรม กุญแจสำคัญคือการนำเสนอข้อเท็จจริงและหลักฐานที่แสดงเจตนาทุจริตตั้งแต่แรกให้ชัดเจน เตรียมหลักฐานการสนทนาและการโอนเงินให้ครบ และใช้ช่องทางทั้งทางอาญาและทางแพ่งในการติดตามเงินคืน การปรึกษาทนายความตั้งแต่ต้นจะช่วยจัดรูปคดีให้ตำรวจรับดำเนินการและเพิ่มโอกาสได้รับการเยียวยา

ฉ้อโกงประชาชนคืออะไร ต่างจากฉ้อโกงธรรมดาอย่างไร และทำไมโทษจึงหนักกว่าเวลาได้ยินข่าวคดีหลอกลงทุนหรือหลอกระดมเงินที่มีผู้เ...
29/06/2026

ฉ้อโกงประชาชนคืออะไร ต่างจากฉ้อโกงธรรมดาอย่างไร และทำไมโทษจึงหนักกว่า

เวลาได้ยินข่าวคดีหลอกลงทุนหรือหลอกระดมเงินที่มีผู้เสียหายเป็นร้อยเป็นพันคน มักมีคำว่า “ฉ้อโกงประชาชน” ปรากฏอยู่เสมอ หลายคนสงสัยว่าต่างจากฉ้อโกงธรรมดาอย่างไร และเหตุใดกฎหมายจึงวางโทษไว้หนักกว่า
การเข้าใจความแตกต่างนี้สำคัญต่อทั้งผู้เสียหายและผู้ที่อาจถูกกล่าวหา เพราะมีผลต่อความหนักเบาของโทษ ลักษณะการดำเนินคดี และเรื่องการยอมความ
ฉ้อโกงธรรมดา ตามมาตรา 341
ฉ้อโกงธรรมดาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 คือการหลอกลวงผู้อื่นด้วยข้อความเท็จโดยทุจริตจนได้ไปซึ่งทรัพย์สิน ลักษณะมักเป็นการหลอกลวงต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือเฉพาะกลุ่มที่เจาะจง และเป็นความผิดอันยอมความได้ ซึ่งหากผู้เสียหายไม่ติดใจเอาความหรือมีการตกลงยอมความกัน คดีก็อาจระงับลงได้
ฉ้อโกงประชาชน ตามมาตรา 343
ฉ้อโกงประชาชนตามมาตรา 343 คือการฉ้อโกงที่กระทำด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชน หรือด้วยการปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชน ลักษณะสำคัญคือเป็นการหลอกลวงในวงกว้างต่อบุคคลทั่วไปที่ไม่จำกัดตัว เช่น การประกาศชักชวนลงทุนต่อสาธารณะ การโฆษณาหลอกลวงผ่านสื่อ จึงมีความร้ายแรงกว่าและกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคมมากกว่า
จุดต่างสำคัญ: ฉ้อโกงธรรมดามุ่งหลอกบุคคลที่เจาะจงและยอมความได้ ส่วนฉ้อโกงประชาชนเป็นการหลอกลวงประชาชนทั่วไปในวงกว้าง เป็นความผิดอาญาแผ่นดินที่ยอมความไม่ได้
ทำไมโทษจึงหนักกว่า และยอมความไม่ได้
เพราะฉ้อโกงประชาชนสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างต่อคนจำนวนมากและกระทบความเชื่อมั่นของสังคม กฎหมายจึงกำหนดโทษไว้สูงกว่าฉ้อโกงธรรมดา และที่สำคัญคือเป็นความผิดอาญาแผ่นดินที่ไม่ใช่ความผิดอันยอมความได้ รัฐจึงดำเนินคดีต่อไปได้แม้ผู้เสียหายบางรายจะถอนเรื่องหรือได้รับเงินคืนแล้ว ซึ่งต่างจากฉ้อโกงธรรมดาที่ยอมความได้
กรณีที่มักเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน
• การประกาศชักชวนลงทุนผลตอบแทนสูงต่อสาธารณะโดยไม่มีธุรกิจจริงรองรับ
• แชร์ลูกโซ่และการระดมทุนที่อาศัยเงินของสมาชิกรายใหม่มาจ่ายรายเก่า
• การโฆษณาหลอกลวงผ่านสื่อสังคมออนไลน์ต่อประชาชนทั่วไป
• การหลอกขายสินค้าหรือบริการต่อประชาชนเป็นวงกว้างโดยไม่มีของจริง
คำถามที่พบบ่อย
ถาม: ถ้าได้เงินคืนแล้ว คดีฉ้อโกงประชาชนจะจบไหม
ตอบ: ไม่จบโดยอัตโนมัติ เพราะฉ้อโกงประชาชนเป็นความผิดอาญาแผ่นดินที่ยอมความไม่ได้ การได้รับเงินคืนอาจเป็นเหตุบรรเทาโทษในการพิจารณา แต่รัฐยังคงดำเนินคดีต่อได้ ต่างจากฉ้อโกงธรรมดาที่ยอมความแล้วคดีระงับ
ถาม: ผู้เสียหายเพียงไม่กี่คน ถือเป็นฉ้อโกงประชาชนได้ไหม
ตอบ: สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่จำนวนคนเท่านั้น แต่อยู่ที่ลักษณะการหลอกลวงว่าเป็นการแสดงข้อความเท็จต่อประชาชนทั่วไปที่ไม่จำกัดตัวหรือไม่ การประเมินว่ากรณีใดเข้าข่ายมาตราใดควรพิจารณาข้อเท็จจริงร่วมกับทนายความ
สรุป
ความต่างระหว่างฉ้อโกงธรรมดากับฉ้อโกงประชาชนอยู่ที่ลักษณะการหลอกลวงเป็นวงกว้างต่อประชาชนทั่วไป ซึ่งทำให้ฉ้อโกงประชาชนมีโทษหนักกว่าและเป็นความผิดอาญาแผ่นดินที่ยอมความไม่ได้ ความเข้าใจนี้สำคัญต่อการประเมินรูปคดีและแนวทางดำเนินการของทั้งผู้เสียหายและผู้ถูกกล่าวหา

คดีฉ้อโกงมีอายุความกี่ปี ร้องทุกข์ช้าไปจะหมดสิทธิดำเนินคดีหรือไม่ผู้เสียหายจำนวนมากปล่อยเวลาผ่านไปเพราะลังเล กลัวยุ่งยาก...
28/06/2026

คดีฉ้อโกงมีอายุความกี่ปี ร้องทุกข์ช้าไปจะหมดสิทธิดำเนินคดีหรือไม่

ผู้เสียหายจำนวนมากปล่อยเวลาผ่านไปเพราะลังเล กลัวยุ่งยาก หรือยังหวังว่าอีกฝ่ายจะคืนเงิน จนกระทั่งสายเกินไป เพราะคดีฉ้อโกงมีกรอบเวลาที่ต้องดำเนินการ หากปล่อยให้เลยกำหนดอาจหมดสิทธิดำเนินคดีโดยสิ้นเชิง
บทความนี้จะอธิบายเรื่องกรอบเวลาสำคัญสองชั้นในคดีฉ้อโกง คือระยะเวลาร้องทุกข์ และอายุความฟ้องคดี เพื่อให้ผู้เสียหายไม่พลาดโอกาสในการเรียกร้องความเป็นธรรม
ชั้นที่หนึ่ง: ระยะเวลาร้องทุกข์ 3 เดือน
ความผิดฐานฉ้อโกงธรรมดาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 เป็นความผิดอันยอมความได้ ซึ่งกฎหมายกำหนดว่าผู้เสียหายต้องร้องทุกข์ภายใน 3 เดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 หากปล่อยให้พ้นกำหนด 3 เดือนนี้ไปโดยไม่ร้องทุกข์ คดีก็จะขาดอายุความร้องทุกข์ และไม่อาจดำเนินคดีอาญาได้อีก จุดนี้คือกับดักที่ทำให้ผู้เสียหายเสียสิทธิบ่อยที่สุด
ฉ้อโกงธรรมดาเป็นความผิดอันยอมความได้ ต้องร้องทุกข์ภายใน 3 เดือนนับแต่รู้เรื่องและรู้ตัวคนทำผิด มิฉะนั้นหมดสิทธิดำเนินคดีอาญา
ชั้นที่สอง: อายุความฟ้องคดี
นอกจากระยะเวลาร้องทุกข์แล้ว คดีอาญายังมีอายุความในการฟ้องคดีตามอัตราโทษของความผิดนั้น ๆ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95 ซึ่งสำหรับความผิดที่มีโทษระดับฉ้อโกงนั้นมีอายุความฟ้องที่ยาวพอสมควร แต่ผู้เสียหายก็ไม่ควรชะล่าใจ เพราะหากปล่อยให้กระบวนการล่าช้า พยานหลักฐานจะเลือนลางและการติดตามตัวผู้กระทำผิดและทรัพย์สินจะยากขึ้น
ข้อแตกต่างสำคัญ: ฉ้อโกงประชาชน
ต่างจากฉ้อโกงธรรมดา ความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตามมาตรา 343 เป็นความผิดอาญาแผ่นดิน ไม่ใช่ความผิดอันยอมความได้ จึงไม่ตกอยู่ใต้กรอบการร้องทุกข์ 3 เดือน รัฐสามารถดำเนินคดีได้แม้ผู้เสียหายจะไม่ได้ร้องทุกข์ภายในเวลาดังกล่าว อย่างไรก็ตาม การแจ้งเหตุโดยเร็วยังเป็นประโยชน์ต่อการรวบรวมหลักฐานและการติดตามทรัพย์เสมอ
คำถามที่พบบ่อย
ถาม: นับ 3 เดือนจากวันไหน วันที่โอนเงิน หรือวันที่รู้ว่าโดนโกง
ตอบ: นับจากวันที่ผู้เสียหายรู้ทั้งเรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิด ไม่ใช่วันที่โอนเงิน ดังนั้นหากเพิ่งมารู้ภายหลังว่าถูกหลอกและรู้ว่าใครเป็นคนทำ ก็เริ่มนับจากวันนั้น แต่เพื่อความปลอดภัยควรรีบดำเนินการทันทีที่รู้
ถาม: เลย 3 เดือนแล้ว ยังพอมีทางไหม
ตอบ: แม้จะเลยกำหนดร้องทุกข์ของฉ้อโกงธรรมดา แต่ยังอาจมีช่องทางอื่น เช่น หากข้อเท็จจริงเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชนซึ่งไม่ใช่ความผิดอันยอมความได้ หรือยังสามารถฟ้องเรียกเงินคืนในทางแพ่งภายในอายุความแพ่งได้ ควรปรึกษาทนายเพื่อหาทางที่เหลืออยู่
สรุป
คดีฉ้อโกงมีกรอบเวลาสองชั้นที่ต้องระวัง โดยเฉพาะฉ้อโกงธรรมดาที่ต้องร้องทุกข์ภายใน 3 เดือนนับแต่รู้เรื่องและรู้ตัวคนทำผิด มิฉะนั้นจะหมดสิทธิดำเนินคดีอาญา บทเรียนสำคัญคืออย่ารีรอ เมื่อรู้ตัวว่าถูกหลอกควรรวบรวมหลักฐานและปรึกษาทนายเพื่อร้องทุกข์โดยเร็วที่สุด

ให้ยืมเงินแล้วไม่คืน เป็นแค่หนี้ทางแพ่ง หรือเข้าข่ายฉ้อโกง ฟ้องทางไหนได้บ้างให้เพื่อน คนรู้จัก หรือคนในครอบครัวยืมเงิน พ...
28/06/2026

ให้ยืมเงินแล้วไม่คืน เป็นแค่หนี้ทางแพ่ง หรือเข้าข่ายฉ้อโกง ฟ้องทางไหนได้บ้าง

ให้เพื่อน คนรู้จัก หรือคนในครอบครัวยืมเงิน พอถึงเวลาทวงกลับเงียบหาย บ่ายเบี่ยง หรือหนีหน้า คำถามที่ตามมาคือ เรื่องแบบนี้แจ้งความดำเนินคดีอาญาได้ไหม หรือเป็นเพียงหนี้ที่ต้องไปฟ้องแพ่ง คำตอบขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและเจตนาของผู้ยืมเป็นสำคัญ
บทความนี้จะช่วยให้ท่านแยกแยะได้ว่ากรณีของท่านเป็นเรื่องแพ่งหรืออาญา และมีแนวทางใดในการเรียกเงินคืน
โดยหลัก การกู้ยืมไม่คืนเป็นเรื่องทางแพ่ง
การให้ยืมเงินคือสัญญากู้ยืมตามกฎหมายแพ่ง เมื่อผู้ยืมไม่คืนตามกำหนด ถือเป็นการผิดนัดชำระหนี้ ผู้ให้ยืมมีสิทธิฟ้องเรียกเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยในทางแพ่ง ทั้งนี้ การฟ้องคดีกู้ยืมเงินที่มีจำนวนตั้งแต่ที่กฎหมายกำหนด จำเป็นต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ยืม หรือหลักฐานอื่นที่เทียบเท่า เช่น ข้อความแชตที่ยอมรับว่ายืมเงินและสลิปการโอน
การยืมเงินแล้วไม่คืนตามปกติเป็นเรื่องผิดสัญญาทางแพ่ง จะกลายเป็นคดีอาญาฐานฉ้อโกงได้ก็ต่อเมื่อมีการหลอกลวงด้วยเจตนาทุจริตมาตั้งแต่ตอนยืม
เมื่อไรจึงกลายเป็นฉ้อโกง
การกู้ยืมจะเข้าข่ายฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ก็ต่อเมื่อผู้ยืมใช้การหลอกลวงด้วยข้อความเท็จเพื่อให้ได้เงินมาตั้งแต่แรก เช่น แสดงเอกสารปลอม อ้างเหตุผลเท็จเพื่อให้น่าเชื่อถือ หรือไม่เคยมีเจตนาจะคืนเงินเลยตั้งแต่ต้น แต่หากตอนยืมตั้งใจจะคืนจริงและมาผิดนัดภายหลังเพราะไม่มีเงิน กรณีนี้ยังคงเป็นเรื่องแพ่ง
แนวทางเรียกเงินคืน
1. รวบรวมหลักฐานการกู้ยืมและการโอนเงิน เช่น สัญญากู้ ข้อความแชตที่ยอมรับหนี้ และสลิปการโอน
2. ทำหนังสือทวงถามอย่างเป็นทางการ กำหนดเวลาให้ชำระ และส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ
3. หากเป็นเรื่องแพ่ง สามารถฟ้องเรียกเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยได้ภายในอายุความ
4. หากมีพฤติการณ์หลอกลวงตั้งแต่แรก ให้รวบรวมหลักฐานเจตนาทุจริตเพื่อพิจารณาดำเนินคดีอาญาควบคู่
คำถามที่พบบ่อย
ถาม: ให้ยืมเงินโดยไม่มีสัญญา มีแค่สลิปโอน ฟ้องได้ไหม
ตอบ: ยังมีโอกาสฟ้องได้ หากมีหลักฐานอื่นประกอบที่แสดงว่าเป็นการให้ยืม เช่น ข้อความแชตที่พูดถึงการยืมและการคืน สลิปการโอน หรือพยานบุคคล การมีข้อความที่ผู้ยืมยอมรับว่าเป็นหนี้จะช่วยให้คดีมีน้ำหนักมากขึ้น
ถาม: ทวงเท่าไรก็ไม่คืน จะแจ้งความให้ติดคุกได้เลยไหม
ตอบ: หากเป็นเพียงการไม่คืนหนี้โดยไม่มีการหลอกลวงตั้งแต่แรก จะเป็นเรื่องแพ่งที่ต้องฟ้องเรียกเงิน ไม่ใช่คดีอาญา การจะดำเนินคดีอาญาฐานฉ้อโกงต้องมีหลักฐานเจตนาทุจริตมาแต่ต้น ควรปรึกษาทนายเพื่อประเมินข้อเท็จจริงของท่าน
สรุป
การให้ยืมเงินแล้วไม่คืนโดยทั่วไปเป็นเรื่องทางแพ่งที่ต้องฟ้องเรียกเงินคืน จะเป็นคดีอาญาฐานฉ้อโกงได้ต่อเมื่อมีการหลอกลวงด้วยเจตนาทุจริตมาตั้งแต่ตอนยืม การเก็บหลักฐานการกู้ยืมและการโอนเงินให้ครบถ้วน และการทวงถามอย่างเป็นทางการ คือพื้นฐานสำคัญในการรักษาสิทธิและเรียกเงินคืน

โอนเงินซื้อของออนไลน์แล้วไม่ได้ของ ฟ้องฉ้อโกงได้ไหม และตามตัวคนโกงได้แค่ไหนสั่งซื้อของออนไลน์ โอนเงินไปแล้ว แต่ไม่ได้รับ...
28/06/2026

โอนเงินซื้อของออนไลน์แล้วไม่ได้ของ ฟ้องฉ้อโกงได้ไหม และตามตัวคนโกงได้แค่ไหน

สั่งซื้อของออนไลน์ โอนเงินไปแล้ว แต่ไม่ได้รับสินค้า ทักไปก็ถูกบล็อก ร้านปิดหนี เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นทุกวันและสร้างความเสียหายรวมกันมหาศาล ข่าวดีคือกรณีเช่นนี้มักเข้าข่ายความผิดอาญาฐานฉ้อโกง และมีกลไกติดตามตัวคนโกงที่ดีขึ้นกว่าในอดีตมาก
บทความนี้จะอธิบายว่าการโกงซื้อขายออนไลน์เข้าข่ายความผิดใด ผู้เสียหายต้องทำอะไรบ้าง และจะติดตามตัวคนโกงและเงินคืนได้อย่างไร
เข้าข่ายฉ้อโกง และอาจผิดกฎหมายคอมพิวเตอร์ด้วย
การเปิดร้านหลอกขายของโดยไม่มีสินค้าจริง รับเงินแล้วไม่ส่งของ เข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 และหากเป็นการหลอกลวงประชาชนทั่วไปจำนวนมาก อาจเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชนตามมาตรา 343 ซึ่งมีโทษหนักกว่า นอกจากนี้ การนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์เพื่อหลอกลวงให้ได้ทรัพย์ ยังอาจเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 อีกฐานหนึ่ง
หลอกขายของออนไลน์ไม่ส่งสินค้า อาจผิดทั้งฐานฉ้อโกง ฉ้อโกงประชาชน และความผิดตามกฎหมายคอมพิวเตอร์พร้อมกัน
ขั้นตอนที่ควรทำทันที
1. บันทึกหลักฐานทั้งหมดทันที ทั้งหน้าร้าน โพสต์ขาย รูปสินค้า บทสนทนา และหลักฐานการโอนเงิน ก่อนที่ผู้ขายจะลบหรือปิดบัญชี
2. รีบติดต่อธนาคารเพื่อแจ้งเหตุและขอให้พิจารณาระงับหรืออายัดบัญชีปลายทาง โดยเฉพาะหากเพิ่งโอนไป
3. แจ้งความออนไลน์ผ่านระบบรับแจ้งความคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจ
4. รวบรวมผู้เสียหายรายอื่นที่ถูกหลอกจากร้านเดียวกัน เพื่อเสริมน้ำหนักคดีและแสดงพฤติการณ์หลอกลวงเป็นวงกว้าง
ตามตัวคนโกงและเงินคืนได้แค่ไหน
ปัจจุบันมีมาตรการทางกฎหมายที่ช่วยให้การอายัดบัญชีของมิจฉาชีพทำได้รวดเร็วขึ้น หากแจ้งเหตุทันเวลา ก็มีโอกาสระงับเงินในบัญชีปลายทางไว้ได้ก่อนถูกถอนออกไป ส่วนการติดตามตัว พนักงานสอบสวนสามารถใช้ข้อมูลบัญชีธนาคารและข้อมูลการลงทะเบียนต่าง ๆ สืบหาตัวผู้กระทำผิดได้ อย่างไรก็ดี ความเร็วในการแจ้งเหตุเป็นปัจจัยชี้ขาดที่สำคัญที่สุดต่อโอกาสได้เงินคืน
คำถามที่พบบ่อย
ถาม: ของส่งมาแต่เป็นสินค้าไม่ตรงปก หรือของปลอม ถือว่าฉ้อโกงไหม
ตอบ: อาจเข้าข่ายฉ้อโกงได้ หากเป็นการจงใจหลอกลวงเรื่องตัวสินค้าตั้งแต่แรกเพื่อให้ได้เงิน นอกจากนี้ของปลอมยังอาจเกี่ยวข้องกับความผิดเรื่องเครื่องหมายการค้า การเก็บหลักฐานสภาพสินค้าที่ได้รับและการสนทนาตอนสั่งซื้อจึงสำคัญ
ถาม: โอนผิดบัญชีเองกับถูกหลอกให้โอน ต่างกันไหม
ตอบ: ต่างกัน การถูกหลอกให้โอนเพราะคำหลอกลวงเป็นเรื่องฉ้อโกง ส่วนการโอนผิดบัญชีด้วยความพลั้งเผลอของตนเองเป็นคนละกรณี ซึ่งมีแนวทางติดตามคืนต่างกัน ควรแจ้งธนาคารโดยเร็วในทั้งสองกรณี
สรุป
การถูกหลอกโอนเงินซื้อของออนไลน์มักเข้าข่ายความผิดอาญาฐานฉ้อโกงและอาจรวมถึงกฎหมายคอมพิวเตอร์ สิ่งที่ชี้ขาดโอกาสได้เงินคืนคือความเร็วในการบันทึกหลักฐาน แจ้งธนาคารให้อายัดบัญชี และแจ้งความโดยทันที ยิ่งดำเนินการเร็วเท่าใด โอกาสระงับเงินและติดตามตัวคนโกงก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น

ที่อยู่

290/221 ถนนร่มเกล้า แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี
กรุงเทพ
10510

เบอร์โทรศัพท์

+66841226369

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ทนายคดีฉ้อโกง คดีแชร์ลูกโซ่ คดีเกี่ยวกับการเงิน และคดีอาญาทั่วไปผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ทนายคดีฉ้อโกง คดีแชร์ลูกโซ่ คดีเกี่ยวกับการเงิน และคดีอาญาทั่วไป:

ทางลัด

แชร์