04/07/2026
ถูกชวนลงทุนผลตอบแทนสูงผิดปกติ แล้วเชิดเงินหนี ดำเนินคดีอะไรได้บ้าง และตามทรัพย์คืนได้ไหม
“ลงทุนน้อย ได้ผลตอบแทนสูง การันตีกำไร ไม่มีความเสี่ยง” คำชวนเช่นนี้คือสัญญาณอันตรายที่สุดในโลกการลงทุน เพราะเมื่อมีคนหลงเชื่อโอนเงินเข้าไปจำนวนมาก ผู้ชักชวนก็เชิดเงินหายไป ทิ้งความเสียหายมหาศาลไว้เบื้องหลัง
บทความนี้จะอธิบายว่าการหลอกลงทุนลักษณะนี้เข้าข่ายความผิดใดบ้าง ผู้เสียหายควรดำเนินการอย่างไร และมีโอกาสติดตามทรัพย์สินคืนมากน้อยเพียงใด
เข้าข่ายความผิดหลายฐาน
การหลอกชักชวนให้ลงทุนโดยแสดงข้อความเท็จเพื่อให้ได้เงินมา เข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 และหากเป็นการชักชวนต่อประชาชนทั่วไปในวงกว้าง ก็เข้าข่ายฉ้อโกงประชาชนตามมาตรา 343 หากการชักชวนนั้นมีลักษณะกู้ยืมเงินโดยสัญญาผลตอบแทนสูงผิดปกติ ก็อาจผิดตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 และเมื่อมีการชักชวนผ่านสื่อออนไลน์ ยังอาจเกี่ยวพันกับกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์อีกด้วย
หลอกลงทุนเชิดเงินหนี อาจผิดทั้งฉ้อโกง ฉ้อโกงประชาชน พ.ร.ก.กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และกฎหมายคอมพิวเตอร์ และยังเชื่อมโยงถึงความผิดฐานฟอกเงินได้
สัญญาณของการหลอกลงทุน
• การันตีผลตอบแทนสูงแน่นอนในเวลาสั้น ซึ่งขัดกับความเป็นจริงของการลงทุนที่มีความเสี่ยงเสมอ
• เร่งรัดให้รีบตัดสินใจ อ้างว่าโอกาสมีจำกัด หรือให้สิทธิพิเศษเฉพาะวันนี้
• อ้างความน่าเชื่อถือลวง เช่น ใช้ภาพบุคคลมีชื่อเสียง รีวิวปลอม หรือเอกสารปลอม
• โครงสร้างผลตอบแทนพึ่งพาเงินของผู้ลงทุนรายใหม่ ไม่ใช่ผลประกอบการจริง
ผู้เสียหายควรทำอย่างไร
1. รวบรวมหลักฐานการชักชวน สื่อโฆษณา ข้อความสนทนา สัญญา และหลักฐานการโอนเงินทั้งหมด
2. รีบแจ้งธนาคารและร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนโดยเร็ว เพื่อให้มีโอกาสอายัดบัญชีและทรัพย์สิน
3. ประสานกับผู้เสียหายรายอื่นเพื่อรวบรวมภาพรวมของขบวนการและเสริมน้ำหนักคดี
4. ปรึกษาทนายความเพื่อวางแนวทางดำเนินคดีทั้งทางอาญาและทางแพ่งในการติดตามทรัพย์คืน
โอกาสติดตามทรัพย์คืน
การติดตามทรัพย์คืนในคดีหลอกลงทุนเชื่อมโยงกับการดำเนินคดีฐานฟอกเงินด้วย เพราะเงินที่ได้จากการฉ้อโกงประชาชนเป็นทรัพย์ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ซึ่งมีกลไกในการตรวจสอบ ติดตาม และอายัดทรัพย์เพื่อนำมาคืนแก่ผู้เสียหาย อย่างไรก็ตาม โอกาสได้คืนขึ้นอยู่กับว่ายังมีทรัพย์สินเหลืออยู่หรือไม่ และมีการยักย้ายถ่ายเทไปมากเพียงใด ความรวดเร็วในการแจ้งเหตุจึงสำคัญอย่างยิ่ง
คำถามที่พบบ่อย
ถาม: ลงทุนไปด้วยความสมัครใจ จะถือว่าถูกฉ้อโกงได้ไหม
ตอบ: ความสมัครใจในการลงทุนไม่ตัดความเป็นผู้เสียหาย เพราะหากความสมัครใจนั้นเกิดจากการถูกหลอกลวงด้วยข้อความเท็จ การลงทุนนั้นย่อมเกิดจากการสำคัญผิดที่ถูกชักจูง จึงยังเข้าข่ายฉ้อโกงได้
ถาม: คนชวนบอกว่าตัวเองก็ขาดทุนเหมือนกัน จะเอาผิดได้ไหม
ตอบ: ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงว่าผู้ชักชวนเป็นผู้ร่วมขบวนการหลอกลวง หรือเป็นเพียงผู้เสียหายอีกรายที่ถูกหลอกและชวนต่อโดยไม่รู้ ความรับผิดของแต่ละคนต่างกัน ควรให้ทนายประเมินจากพยานหลักฐาน
สรุป
การหลอกลงทุนผลตอบแทนสูงผิดปกติแล้วเชิดเงินหนี เข้าข่ายความผิดหลายฐานที่ร้ายแรง ทั้งฉ้อโกง ฉ้อโกงประชาชน กฎหมายเฉพาะเรื่องการกู้ยืม และฟอกเงิน ผู้เสียหายควรรวบรวมหลักฐานและแจ้งเหตุโดยเร็วที่สุด เพราะความรวดเร็วเป็นปัจจัยชี้ขาดต่อโอกาสในการอายัดและติดตามทรัพย์สินคืน