สร้างสรรค์ปัญญา Creative Intelligence Co.,Ltd.

สร้างสรรค์ปัญญา Creative Intelligence Co.,Ltd. สร้างสรรค์ปัญญา Open Data สร้างคุณค่าสู่สังคม

ข้อมูลที่ดี ไม่ได้มีไว้แค่เก็บ แต่ต้องนำมาใช้ เพื่อให้เราเห็นว่า วันนี้ชุมชนกำลังเผชิญอะไร และควรขยับต่ออย่างไรช่วงบ่ายว...
13/08/2026

ข้อมูลที่ดี ไม่ได้มีไว้แค่เก็บ แต่ต้องนำมาใช้ เพื่อให้เราเห็นว่า วันนี้ชุมชนกำลังเผชิญอะไร และควรขยับต่ออย่างไร
ช่วงบ่ายวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ณ หอประชุมศุภการโกศล (หลวงพ่อเงิน) องค์การบริหารส่วนตำบลดอนคา จังหวัดสุพรรณบุรี เปิดพื้นที่ให้ตัวแทนผู้นำและแกนนำจากทั้ง 20 หมู่บ้าน ร่วมกันทบทวนข้อมูลระดับพื้นที่ เพื่อปรับข้อมูลเดิมให้เป็นปัจจุบัน และใช้เป็นฐานในการพัฒนาสุขภาวะของคนในตำบล
กระบวนการไม่ได้เริ่มจากการเปิดดูตัวเลขทันที แต่ชวนทุกหมู่บ้านกลับมามองสถานการณ์จริงของพื้นที่ก่อนว่า วันนี้มีปัจจัยด้านบวกอะไรที่เป็นทุนของชุมชน และมีความเสี่ยงอะไรที่ต้องจับตา ทั้งเรื่องการขับขี่รถเร็ว บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาเสพติด การมั่วสุม ติดเกม รวมถึงพฤติกรรมเสี่ยงของเด็กและเยาวชน พร้อมชวนคิดต่อว่า ปัญหาเหล่านี้เกิดจากอะไร และคนในชุมชนจะช่วยกันดูแลได้อย่างไร
จากนั้นจึงนำข้อมูลครัวเรือนที่เคยสำรวจไว้กลับมาตรวจสอบร่วมกัน ทั้งจำนวนสมาชิกในครัวเรือน อายุ การเจ็บป่วย ผู้เสียชีวิต พฤติกรรมการสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงผู้ที่สามารถลด ละ เลิกได้ เพื่อดูว่าข้อมูลส่วนใดเปลี่ยนแปลง ซ้ำ ตกหล่น หรือจำเป็นต้องลงไปสำรวจเพิ่มเติม
การกลับมาดูข้อมูลครั้งนี้ ทำให้เห็นชัดว่าข้อมูลชุมชน ต้องมีชีวิตและเปลี่ยนไปตามสถานการณ์จริง เพราะเมื่อข้อมูลถูกต้องและเป็นปัจจุบัน เราจะเริ่มมองเห็นว่า บ้านไหนมีความเสี่ยง กลุ่มใดต้องการการดูแล ปัญหาใดกำลังเพิ่มขึ้น หรือเรื่องใดเริ่มมีแนวโน้มดีขึ้น
เป้าหมายสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการทำฐานข้อมูลให้สมบูรณ์ แต่คือการนำข้อมูลกลับมาใช้ร่วมกันระหว่างผู้นำชุมชน อบต. อสม. โรงเรียน หน่วยบริการสุขภาพ และภาคีที่เกี่ยวข้อง เพื่อออกแบบการทำงานให้ตรงคน ตรงปัญหา และตรงพื้นที่ มากขึ้น
อีกหนึ่งก้าวของตำบลดอนคา จากการเก็บข้อมูล สู่การใช้ข้อมูลสร้างการเปลี่ยนแปลงเพื่อร่วมกันพัฒนาชุมชนให้มีสุขภาวะดี เข้มแข็ง และดูแลกันได้อย่างเท่าทันสถานการณ์


#สุพรรณบุรี
#สสส. #สร้างสรรค์ปัญญา

 #อู่ทองชวนกันมองสุขภาวะทั้งพื้นที่ #จากงานของแต่ละหน่วยงานสู่การร่วมกันดูแลคนทั้งอำเภอวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ณ หอประชุม...
13/08/2026

#อู่ทองชวนกันมองสุขภาวะทั้งพื้นที่
#จากงานของแต่ละหน่วยงานสู่การร่วมกันดูแลคนทั้งอำเภอ

วันที่ 13 สิงหาคม 2569 ณ หอประชุมศุภการโกศล (หลวงพ่อเงิน) องค์การบริหารส่วนตำบลดอนคา จังหวัดสุพรรณบุรี ภาคีเครือข่ายในพื้นที่อำเภออู่ทองได้มาร่วมกันในเวที การค้นหาแนวทางการพัฒนาสุขภาวะระดับตำบล–อำเภอ เพื่อชวนกันมองว่า วันนี้แต่ละพื้นที่กำลังทำอะไรอยู่ มีทุนและจุดแข็งอะไร และยังมีสถานการณ์ใดที่ต้องอาศัยความร่วมมือมากกว่าการทำงานของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง
เพราะคำว่าสุขภาวะ ไม่ได้หมายถึงเรื่องสุขภาพหรือความเจ็บป่วยเพียงอย่างเดียว แต่เชื่อมโยงทั้งสุขภาวะทางกาย จิตใจ สังคม และปัญญา รวมถึงสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย การศึกษา ครอบครัว และคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน
เวทีครั้งนี้จึงเปิดพื้นที่ให้ อปท. สาธารณสุข โรงพยาบาล รพ.สต. โรงเรียน ฝ่ายปกครอง ผู้นำชุมชน ภาคประชาสังคม และเครือข่ายในพื้นที่ ได้สะท้อนสถานการณ์จากการทำงานจริง ทั้งเรื่องอุบัติเหตุทางถนน บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สุขภาพกายและสุขภาพจิต NCDs ตลอดจนพฤติกรรมเสี่ยงของเด็กและเยาวชน
สิ่งที่เห็นร่วมกัน คือ หลายพื้นที่มีงานและกลไกที่ดำเนินการอยู่แล้ว ทั้งมาตรการในโรงเรียน การรณรงค์และเฝ้าระวัง การส่งเสริมสุขภาพ การออกกำลังกาย การจัดการความปลอดภัยทางถนน การใช้กลไก พชอ. และการทำงานของท้องถิ่น แต่โจทย์สำคัญคือจะทำอย่างไรให้งานเหล่านี้เชื่อมถึงกัน และเปลี่ยนจากกิจกรรมของแต่ละหน่วยงานไปสู่ระบบดูแลสุขภาวะของพื้นที่ร่วมกัน
โดยเฉพาะเสียงสะท้อนจากโรงเรียนที่ชี้ว่า แม้โรงเรียนจะมีมาตรการดูแลเด็กอย่างเข้มข้น แต่ปัจจัยเสี่ยงจำนวนไม่น้อยเกิดขึ้นนอกโรงเรียน ทั้งจากครอบครัว ชุมชน และสภาพแวดล้อมรอบตัวเด็ก จึงไม่สามารถฝากภาระไว้กับโรงเรียนหรือสาธารณสุขเพียงฝ่ายเดียวได้
เวทีนี้ยังได้เรียนรู้จากรูปธรรมการทำงานของตำบลดอนคาและตำบลพลับพลาไชย เพื่อมองต่อว่าจะขยายบทเรียนจากพื้นที่นำร่องไปสู่ตำบลอื่น ๆ และเชื่อมเป็นการทำงานระดับอำเภอได้อย่างไร
หัวใจสำคัญที่ได้จากวันนี้จึงไม่ใช่การหาให้ได้ว่าใครเป็นเจ้าภาพ แต่คือการตอบร่วมกันว่า แต่ละคนมีบทบาทอะไร และเราจะเชื่อมพลังที่มีอยู่ให้ช่วยกันดูแลสุขภาวะของคนอู่ทองได้อย่างไร

จากข้อมูลของหมู่บ้าน สู่ แผนของตำบล สู่ กลไกระดับอำเภอ
จากต่างคนต่างทำ สู่การเห็นเป้าหมายร่วมกัน
และจากการแก้ปัญหาเมื่อเกิดขึ้น สู่การสร้างพื้นที่และสภาพแวดล้อมที่ช่วยลดปัจจัยเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง

นี่คืออีกก้าวของการสร้างความร่วมมือ เพื่อให้สุขภาวะที่ดี ไม่ได้เกิดจากโครงการใดโครงการหนึ่ง แต่เป็นเรื่องที่คนทั้งพื้นที่สามารถร่วมคิด ร่วมทำ และร่วมดูแลกันได้อย่างต่อเนื่อง


#อู่ทอง #สุพรรณบุรี
#สสส. #สร้างสรรค์ปัญญา

วันที่ 11 สิงหาคม 2569 ณ โรงเรียนอ่างทองปัทมโรจน์ จังหวัดอ่างทอง เปิดพื้นที่เรียนรู้ให้กับเครือข่ายแกนนำเด็กและเยาวชน ภา...
11/08/2026

วันที่ 11 สิงหาคม 2569 ณ โรงเรียนอ่างทองปัทมโรจน์ จังหวัดอ่างทอง เปิดพื้นที่เรียนรู้ให้กับเครือข่ายแกนนำเด็กและเยาวชน ภายใต้กิจกรรม “สร้างพลเมืองเด็กและเยาวชน สู่การเป็นผู้นำในการลดปัจจัยเสี่ยง”

เวทีนี้ไม่ได้มุ่งเพียงให้ความรู้เรื่องบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และความปลอดภัยทางถนน แต่ชวนเด็กตั้งคำถามว่า

“เมื่อเห็นความเสี่ยงเกิดขึ้นในโรงเรียน เราจะมองผ่าน หรือจะลุกขึ้นมาช่วยกันดูแล?”

กระบวนการเริ่มจากเกมสร้างความสัมพันธ์ ก่อนใช้ VDO สถานการณ์ใกล้ตัว ชวนเด็กฝึกสังเกตและมองเห็นบทบาทของการเป็น “หูเป็นตา” ที่ไม่ใช่การจับผิดเพื่อน แต่คือการไม่เพิกเฉย รู้จักสังเกต และรู้ว่าจะขอความช่วยเหลือจากใครเมื่อพบความเสี่ยง

ผ่านกิจกรรม “หัวใจ 4 ห้อง” เด็ก ๆ ได้สำรวจความเสี่ยงตั้งแต่ตัวเอง กลุ่มเพื่อน โรงเรียน ไปจนถึงสิ่งแวดล้อมรอบตัว ก่อนต่อยอดสู่การทบทวนว่าโรงเรียนมีต้นทุนหรือกิจกรรมอะไรอยู่แล้ว และจะพัฒนาให้ดีขึ้นได้อย่างไร โดยประยุกต์ใช้ AI ช่วยจัดระบบความคิด วิเคราะห์ และต่อยอดไอเดียของแต่ละโรงเรียน

อีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญคือการเก็บข้อมูลง่าย ๆ ผ่านแอปพลิเคชัน เพื่อให้การเป็นหูเป็นตาไม่ได้อาศัยเพียงความรู้สึก แต่มี “ข้อมูล” ที่สามารถนำกลับไปวางแผนร่วมกับสภานักเรียน ครู และผู้เกี่ยวข้องได้

เสียงสะท้อนจากเด็กหลังจบกิจกรรมบอกว่า พวกเขามองเห็นความเสี่ยงรอบตัวชัดขึ้น เข้าใจที่มาของปัญหา เห็นสิ่งที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ด้วยตัวเอง และเริ่มคิดถึงบทบาทของแกนนำนักเรียนในการช่วยสอดส่องพื้นที่เสี่ยง ขณะเดียวกันยังได้เพื่อนใหม่และแลกเปลี่ยนมุมมองกับเด็กจากต่างโรงเรียน

สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เพียง “การอบรม” แต่คือการชวนเด็กและเยาวชนขยับบทบาท

จาก “เห็น” สู่ “สังเกต”
จาก “รู้” สู่ “รู้เท่าทัน”
จาก “มองผ่าน” สู่ “เอาธุระ”
จาก “กิจกรรม” สู่ “ข้อมูลและการลงมือทำ”

อีกก้าวของเยาวชนอ่างทอง สู่การเป็นพลเมืองที่พร้อมลุกขึ้นมาดูแลกัน และเป็นผู้นำในการลดปัจจัยเสี่ยงในโรงเรียนของตนเอง


#เยาวชนอ่างทอง
#สสส
#สร้างสรรค์ปัญญา

4 ภูมิภาคร่วมทบทวนบทเรียน เชื่อมกลไกจังหวัด–ตำบล สร้างชุมชนตื่นรู้ ลดปัจจัยเสี่ยงสุขภาวะวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ณ ห้องประ...
10/08/2026

4 ภูมิภาคร่วมทบทวนบทเรียน เชื่อมกลไกจังหวัด–ตำบล สร้างชุมชนตื่นรู้ ลดปัจจัยเสี่ยงสุขภาวะ
วันที่ 10 สิงหาคม 2569 ณ ห้องประชุม 811 โรงเรียนอ่างทองปัทมโรจน์ ตำบลบ้านอิฐ อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง เครือข่ายพี่เลี้ยงจาก 4 ภูมิภาค ร่วมประชุมติดตามหนุนเสริมเพื่อพัฒนาการทำงานเครือข่าย 4 ภูมิภาค ภายใต้โครงการการพัฒนากลไกชุมชนตื่นรู้เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงของคนในชุมชนและเด็กเยาวชนต่อเรื่องบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
เวทีครั้งนี้ชวนทุกพื้นที่กลับมาทบทวนว่า การทำงานเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงจะเกิดผลได้อย่างยั่งยืน ไม่ควรหยุดอยู่เพียงการจัดกิจกรรมเป็นครั้ง ๆ แต่ต้องทำให้กลไก ในพื้นที่สามารถทำงานต่อได้จริง ตั้งแต่ระดับตำบล อำเภอ ไปจนถึงระดับจังหวัด โดยมีพี่เลี้ยงจังหวัดทำหน้าที่เชื่อมข้อมูล เชื่อมคน เชื่อมภาคี และช่วยกันกำหนดว่า แต่ละจังหวัดมี วาระร่วม หรือเป้าหมายสำคัญเรื่องใดที่จะขับเคลื่อนไปด้วยกัน
หัวใจสำคัญคือการยกระดับข้อมูล จากสิ่งที่เก็บเพื่อรายงาน ให้กลายเป็นเครื่องมือสำหรับการตัดสินใจและออกแบบงาน พื้นที่จึงต้องกลับมามองทั้งความสมบูรณ์ของข้อมูล วิเคราะห์สถานการณ์ของแต่ละตำบล และเชื่อมข้อมูลเหล่านั้นเข้ากับเป้าหมายระดับจังหวัด เพื่อให้แผนตำบลไม่แยกส่วนจากภาพใหญ่ และทำให้เห็นชัดว่าแต่ละกิจกรรมกำลังตอบโจทย์อะไร ใครเป็นเจ้าภาพ และจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างไร
อีกประเด็นสำคัญคือ การมองทรัพยากรร่วม มากกว่างบประมาณของโครงการเพียงอย่างเดียว ทั้งคน ความรู้ งบประมาณ และกิจกรรมที่หน่วยงานหรือภาคีต่าง ๆ มีอยู่แล้ว สามารถนำมาเชื่อมและเสริมกันได้ เพื่อทำให้การขับเคลื่อนงานในพื้นที่มีพลังมากขึ้น และเปิดโอกาสให้หน่วยงานในพื้นที่เข้ามาเป็นเจ้าของงานร่วมกัน
จากการแลกเปลี่ยนของแต่ละภูมิภาค ยังทำให้เห็นต้นทุนและรูปแบบการทำงานที่หลากหลาย ทั้งการเชื่อมกลไกสุขภาวะระดับจังหวัด การทำงานกับโรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก การเชื่อมงานความปลอดภัยทางถนนกับสุขภาวะ ตลอดจนการนำกลุ่ม Active Group ในตำบลมาเป็นกำลังสำคัญในการขยายผลสู่เด็ก เยาวชน ครอบครัว และชุมชน
สำหรับจังหวัดอ่างทอง เวทีครั้งนี้ยังเป็นพื้นที่เรียนรู้ร่วมของพี่เลี้ยงทั้ง 4 ภูมิภาค ในการออกแบบกระบวนการพัฒนาแกนนำเด็กและเยาวชน โดยเตรียมทำงานร่วมกับเด็กและครูประมาณ 180 คน จาก 10 โรงเรียนมัธยมศึกษา เพื่อหนุนให้เกิดกลไกเยาวชนที่สามารถเข้ามามีบทบาทในการขับเคลื่อนสุขภาวะและความปลอดภัยในสถานศึกษาและชุมชนของตนเอง
เป้าหมายจึงไม่ใช่เพียงให้เด็กเข้ารับการอบรม แต่คือการสร้างพลเมืองเด็กและเยาวชนที่มองเห็นปัญหารอบตัว วิเคราะห์ข้อมูลเป็น รู้เท่าทันปัจจัยเสี่ยง และสามารถลุกขึ้นมามีส่วนร่วมกับครู ครอบครัว ชุมชน และภาคีในพื้นที่ เพื่อป้องกันนักสูบหน้าใหม่ ลดความเสี่ยงจากบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตลอดจนเชื่อมไปสู่ประเด็นความปลอดภัยทางถนน

สองวันนี้จึงเป็นมากกว่าเวทีติดตามงาน แต่เป็นพื้นที่สำหรับทบทวนวิธีคิดของเครือข่ายทั้ง 4 ภูมิภาค จากการทำกิจกรรม ไปสู่การสร้างกลไก จากการมีข้อมูล ไปสู่การใช้ข้อมูล และจากการทำงานของโครงการ ไปสู่การทำงานร่วมกับเจ้าภาพและทรัพยากรที่มีอยู่จริงในพื้นที่


#ลดปัจจัยเสี่ยงสุขภาวะ
#สสส. #สร้างสรรค์ปัญญา

31/07/2026
การช่วยเหลือเด็ก 1 คน ไม่ได้เปลี่ยนแปลงเพียงชีวิตของเด็ก แต่หมายถึงการช่วยเหลือครอบครัวและสร้างอนาคตให้กับชุมชนวันนี้ (1...
15/07/2026

การช่วยเหลือเด็ก 1 คน ไม่ได้เปลี่ยนแปลงเพียงชีวิตของเด็ก แต่หมายถึงการช่วยเหลือครอบครัวและสร้างอนาคตให้กับชุมชน

วันนี้ (15 กรกฎาคม 2569) จังหวัดสมุทรสงครามจัดประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำรายงานและถอดบทเรียนการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา ภายใต้แนวทาง Thailand Zero Dropout ณ ห้องประชุมฟ้าประทานพร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสงคราม โดยได้รับเกียรติจาก นางอังคนา นุ่มวัด ศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นประธานเปิดการประชุม

เวทีครั้งนี้เป็นการรวมพลังของศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสงคราม คณะทำงาน ABE สมุทรสงคราม ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณะทำงานระดับตำบล Admin ตำบล ผู้สำรวจข้อมูล CM ตำบล ครู สกร. ผู้นำชุมชน และภาคีด้านการศึกษา จากทั้ง 36 ตำบลของจังหวัดสมุทรสงคราม กว่า 100 คน เพื่อสร้างความเข้าใจและกำหนดแนวทางการทำงานร่วมกัน ตั้งแต่การค้นหา ตรวจสอบข้อมูล ติดตาม ช่วยเหลือ ส่งต่อ และจัดทำแผนช่วยเหลือเด็กเป็นรายบุคคล

ข้อมูลรายชื่อชี้เป้าเบื้องต้นของจังหวัดจำนวน 2,153 ราย จะไม่ถูกมองเป็นเพียงตัวเลข แต่ต้องผ่านการตรวจสอบสถานะจริงในพื้นที่ เนื่องจากเด็กแต่ละคนมีเงื่อนไขชีวิตแตกต่างกัน ทั้งการย้ายถิ่น การเรียนอยู่ในรูปแบบอื่น การทำงานเพื่อช่วยเหลือครอบครัว ความยากจน ปัญหาสุขภาพ ความพิการ หรือข้อจำกัดที่ทำให้ไม่สามารถเรียนในระบบปกติได้

หัวใจสำคัญของการทำงานจึงไม่ใช่เพียงการพาเด็กกลับเข้าโรงเรียน แต่คือการสร้าง การศึกษาที่ยืดหยุ่นและเหมาะสมกับชีวิตของเด็กแต่ละคน สามารถเรียนควบคู่กับการทำงาน เรียนรู้จากอาชีพและทรัพยากรในชุมชน หรือเชื่อมต่อไปยังโรงเรียน สกร. ศูนย์การเรียน ศูนย์การศึกษาพิเศษ สถานประกอบการ และระบบสวัสดิการที่เกี่ยวข้อง

ที่ประชุมยังได้ร่วมกันทบทวนปัญหาจากการดำเนินงานที่ผ่านมา เช่น ข้อมูลซ้ำ ข้อมูลไม่ตรงกับพื้นที่จริง การย้ายถิ่นหรือไปศึกษาต่างพื้นที่ การประสานงานที่ไม่ต่อเนื่อง และการทำงานของผู้สำรวจที่ยังขาดทีมสนับสนุน พร้อมกำหนดแนวทางยกระดับกลไกตำบล โดยเชื่อมการทำงานของ อปท. Admin ตำบล ผู้สำรวจข้อมูล Case Manager และแกนนำชุมชน ให้เป็นทีมเดียวกัน เพื่อให้การช่วยเหลือเด็กดำเนินไปจนถึงการจัดทำแผนดูแลรายบุคคลและการส่งต่ออย่างเป็นรูปธรรม

ช่วงบ่ายเป็นการฝึกปฏิบัติใช้งานระบบสารสนเทศ Thailand Zero Dropout และการจัดทีมทำงานรายตำบล เพื่อเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นการช่วยเหลือที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่

เพราะเป้าหมายของ “Zero Dropout” ไม่ใช่เพียงการทำให้ตัวเลขเป็นศูนย์ แต่คือการทำให้ เด็กทุกคนถูกมองเห็น ได้รับการดูแล และมีเส้นทางการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับชีวิตของตนเอง


#กลไกการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่
ุทรสงคราม
#กสศ
#ศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสงคราม

จากฐานข้อมูล สู่การลงพื้นที่จริง เพื่อไม่ให้เด็กคนใดหลุดจากโอกาสทางการศึกษาสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสงคราม กสศ. ทีม...
08/07/2026

จากฐานข้อมูล สู่การลงพื้นที่จริง เพื่อไม่ให้เด็กคนใดหลุดจากโอกาสทางการศึกษา

สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสงคราม กสศ. ทีมกลไกการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม (ABE) ร่วมกับเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม ศูนย์การเรียนรู้ตำบลแม่กลอง และผู้นำชุมชน เดินหน้าขับเคลื่อนงานติดตามและช่วยเหลือเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา ภายใต้เป้าหมาย “เด็กหลุดจากระบบการศึกษาเป็นศูนย์” หรือ Thailand Zero Dropout

จากฐานข้อมูลเด็กหลุดจากระบบการศึกษา ปี พ.ศ. 2569 จังหวัดสมุทรสงคราม ข้อมูล ณ วันที่ 12 มิถุนายน 2569 พบว่า จังหวัดสมุทรสงครามมีเด็กและเยาวชนกลุ่มเป้าหมายรวม 2,153 คน แบ่งเป็นอำเภอเมืองสมุทรสงคราม 1,727 คน อำเภออัมพวา 290 คน และอำเภอบางคนที 136 คน

เมื่อจำแนกตามช่วงวัย พบว่า เด็กอายุ 7–12 ปี มีจำนวนมากที่สุด 721 คน รองลงมาคือช่วงอายุ 16–18 ปี จำนวน 554 คน ช่วงอายุ 3–6 ปี จำนวน 505 คน และช่วงอายุ 13–15 ปี จำนวน 373 คน ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การดูแลเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาไม่ใช่เพียงการพากลับเข้าโรงเรียนเท่านั้น แต่ต้องออกแบบเส้นทางการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับช่วงวัย ชีวิตจริง และเงื่อนไขของเด็กแต่ละคน

ในพื้นที่อำเภอเมืองสมุทรสงคราม ตำบลแม่กลองเป็นพื้นที่ที่มีจำนวนเด็กและเยาวชนกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด จำนวน 824 คน จึงเป็นพื้นที่สำคัญในการเริ่มต้นทำงานร่วมกับผู้นำชุมชนทั้ง 14 ชุมชน เพื่อค้นหา ตรวจสอบข้อมูลรายบุคคล และทำความเข้าใจสถานการณ์จริงของเด็กแต่ละคนว่า ยังอยู่ในพื้นที่หรือไม่ หลุดจากระบบเพราะเหตุใด ต้องการกลับเข้าสู่การเรียนหรือไม่ หรือควรได้รับการสนับสนุนในรูปแบบอื่น เช่น การศึกษาทางเลือก การเรียนควบคู่การทำงาน หรือการพัฒนาทักษะอาชีพ

การขับเคลื่อนครั้งนี้จะเดินตาม Roadmap บันได 5 ขั้น สู่ Thailand Zero Dropout เริ่มจากการมีข้อมูลเด็ก Dropout รายบุคคลและการอัปเดตข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ต่อด้วยการติดตามช่วยเหลือแบบรายบุคคลผ่านระบบ Case Management การออกแบบเส้นทางการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น เช่น โรงเรียนมือถือ แพลตฟอร์มอาชีพ ระบบนิเวศการเรียนรู้ และหน่วยจัดการเรียนรู้ จากนั้นจึงเชื่อมการดูแลต่อเนื่องกับเครือข่ายการเรียนรู้ของพื้นที่ ภายใต้แนวคิด All for Education

หัวใจสำคัญของงานนี้ คือ “ชุมชน” เพราะผู้นำชุมชน ประธานชุมชน อสม. และคนในพื้นที่ คือผู้ที่รู้จักเด็ก รู้จักครอบครัว และเข้าใจบริบทชีวิตจริงมากที่สุด การลงพื้นที่จึงไม่ใช่แค่การสำรวจรายชื่อ แต่คือการเปิดประตูไปสู่การช่วยเหลือที่ตรงจุด ตรงคน และตรงความต้องการ

การให้โอกาสเด็ก 1 คน ไม่ได้หมายถึงการพาเด็กกลับมาเรียนเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงการทำให้เด็กได้เรียนรู้ ได้พัฒนาศักยภาพ ได้มีทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ มีรายได้ ดูแลครอบครัว และเติบโตเป็นกำลังสำคัญของชุมชนในอนาคต

เพราะเป้าหมายสูงสุดของ Thailand Zero Dropout คือ เด็กและเยาวชนทุกคนต้องได้เรียนรู้ มีความสุข ไม่หลุดจากระบบการศึกษา และเติบโตเป็นกำลังคนที่สร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างอนาคตให้กับพื้นที่ของตนเอง

เราจะไม่ทิ้งเด็กแม่กลองไว้ข้างหลัง
เพราะอนาคตของเด็ก คืออนาคตของชุมชน
และการศึกษาคือจุดเริ่มต้นของโอกาสที่เท่าเทียม


#สมุทรสงคราม
#กสศ
ุทรสงคราม
#สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสงคราม
#เทศบาลเมืองสมุทรสงคราม

เริ่มต้นจากความเข้าใจ... สู่การขับเคลื่อนงานร่วมกันของจังหวัดกำแพงเพชรการบริหารจัดการน้ำที่ยั่งยืน ไม่สามารถขับเคลื่อนด้...
07/07/2026

เริ่มต้นจากความเข้าใจ... สู่การขับเคลื่อนงานร่วมกันของจังหวัดกำแพงเพชร

การบริหารจัดการน้ำที่ยั่งยืน ไม่สามารถขับเคลื่อนด้วยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งการเชื่อมโยงข้อมูล องค์ความรู้ ประสบการณ์ และกลไกการทำงานในพื้นที่ เพื่อร่วมกันออกแบบการจัดการน้ำที่ตอบโจทย์จังหวัดอย่างแท้จริง

ระหว่างวันที่ 6–7 กรกฎาคม 2569 ทีมวิจัยได้จัดเวทีประชุมสร้างความเข้าใจและกำหนดทิศทางการดำเนินงาน โครงการการพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำแบบมีส่วนร่วมเชิงบูรณาการ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจระดับอำเภอ–จังหวัด เชื่อมโยงตำบลสู่การจัดการน้ำท่วม น้ำแล้ง ภัยพิบัติ และเพิ่มรายได้ จังหวัดกำแพงเพชร ระยะที่ 2 โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานและภาคีเครือข่ายในพื้นที่เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างความเข้าใจในทิศทางการดำเนินงาน และวางรากฐานการทำงานร่วมกันในระยะต่อไป

เวทีครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง สำนักงานจังหวัดกำแพงเพชร, สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดกำแพงเพชร,ชลประทานจังหวัดกำแพงเพชร, โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาวังบัว, โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาท่อทองแดง, โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาวังยาง–หนองขวัญ พร้อมด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรผู้ใช้น้ำ เครือข่ายเกษตรกร และทีมวิจัย เพื่อร่วมกันเชื่อมโยงข้อมูล งานวิจัย เทคโนโลยี และประสบการณ์จากการปฏิบัติงานจริง ให้เกิดระบบบริหารจัดการน้ำที่สามารถนำไปใช้ตัดสินใจและแก้ไขปัญหาในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การเริ่มต้นครั้งนี้สะท้อนให้เห็นแนวคิด จังหวัดเป็นเจ้าภาพ หน่วยงานเป็นหุ้นส่วน ทีมวิจัยเป็นผู้หนุนเสริมวิชาการ ที่ทุกภาคส่วนร่วมกันออกแบบแนวทางการทำงาน ตั้งแต่ระดับตำบล อำเภอ จนถึงระดับจังหวัด เพื่อพัฒนาระบบข้อมูลน้ำ แผนบริหารจัดการน้ำ ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ และการต่อยอดสู่การสร้างอาชีพและเพิ่มรายได้ของประชาชน

เพราะการจัดการน้ำที่ยั่งยืน ไม่ได้เริ่มต้นจากการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มต้นจากความเข้าใจร่วม ความไว้วางใจ และการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนจังหวัดกำแพงเพชรไปสู่เป้าหมาย น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนอย่างยั่งยืน.

#วช #สร้างสรรค์ปัญญา #น้ำมั่นคง

ที่อยู่

106/1 หมู่ 7 ต. ปลายโพงพาง อ. อัมพวา จ. สมุทรสงคราม
จ. สมุทรสงคราม
75110

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 17:00
อังคาร 08:30 - 17:00
พุธ 08:30 - 17:00
พฤหัสบดี 08:30 - 17:00
ศุกร์ 08:30 - 17:00
เสาร์ 09:00 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สร้างสรรค์ปัญญา Creative Intelligence Co.,Ltd.ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์