23/01/2025
Hey Buddy!😘
การใช้ Tense หรือ กาลในภาษาอังกฤษเป็นสิ่งที่สำคัญไม่น้อยสำหรับการสื่อสาร เพราะมันจะช่วยให้ผู้ฟังหรือผู้อ่านเข้าใจเวลาและความต่อเนื่องของเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น หรือกำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต วันนี้บัดดี้จะพาเพื่อนๆ มารู้จักกับ 3 Tense ที่ใช้บ่อยในชีวิตประจำวันมีอะไรบ้าง และจะใช้มันยังไง
แต่ๆๆ ก็อย่ากังวลมากไปจนไม่กล้าพูด ไม่กล้าสื่อสารนะจ๊ะ การใช้ภาษาอังกฤษเป็นทักษะที่ต้องฝึกฝน ฝึกใช้บ่อยๆ ไม่ว่าจะฟัง พูด อ่าน เขียน ถ้ากลัวผิดจนไม่กล้าใช้เลย ทักษะนี้ก็จะไม่พัฒนานะ 😘 เอาล่ะ ทีนี้มาดูกันว่า 3 tense ที่ว่ามีอะไรกันบ้าง
Tense แรก.. Present Simple Tense (กาลปัจจุบันธรรมดา) tense นี้เราจะได้ใช้กันบ่อยๆ เพราะเป็น tense ที่พูดถึงสิ่งที่เป็นจริงในปัจจุบัน ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นตลอดเวลา หรือสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นประจำ ตัวอย่างการใช้งานก็เช่น
I wake up at 7 a.m. every day. (ฉันตื่นตอน 7 โมงทุกวัน)
The sun rises in the east. (ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก)
She works in a bank. (เธอทำงานในธนาคาร)
โครงสร้างประโยคสำหรับ present simple tense ก็ตรงไปตรงมาเลยล่ะ นั่นคือ Subject + Verb มีข้อควรจำอยู่นิดนึงก็คือ ถ้าใช้ "he," "she," หรือ "it" เป็นประธานคนเดียว จะต้องเติม "s" ที่กริยา แต่ถ้าเป็น I, you, we, หรือ they ก็ไม่ต้องเติม "s" ..เท่านั้นเอง
มาต่อกันที่ Tense ที่ 2 ...Present Continuous Tense (กาลปัจจุบัน กาลกำลังกระทำ) สำหรับ tense นี้ เพื่อนๆ น่าจะนึกออกว่า เป็น tense ที่เราคุ้นเคยกันดี เพราะมันจะใช้ 'ing' ไปต่อท้ายคำกริยานั่นเอง อธิบายอย่างนี้นะจ๊ะ tense นี้เราจะใช้เพื่อพูดถึงเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ หรือการกระทำที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาปัจจุบัน หรือกิจกรรมที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในขณะพูด รวมไปถึงการกระทำที่มีแผนจะทำในอนาคต...อย่าเพิ่งงง อย่าเพิ่งงง ยกตัวอย่างกันดีกว่า เช่น
I am reading a book. (ฉันกำลังอ่านหนังสือ)
They are studying for their exams. (พวกเขากำลังเรียนเพื่อสอบ)
We are having a meeting at 3 p.m. tomorrow. (เรามีประชุมเวลา 3 โมงเย็นพรุ่งนี้)
สำหรับโครงสร้างประโยคของ tense นี้ ก็ไม่ซับซ้อนนะ เราจะใช้ "am", "is", หรือ "are" + กริยาเติม "-ing" ...ซึ่งข้อควรจำก็คือ "Am" ใช้กับ I "Is" ใช้กับ he, she, it
ส่วน "Are" ใช้กับ you, we, they จ้ะ
ส่วน tense ที่ 3 ที่บัดดี้อยากแนะนำในวันนี้ก็คือ Future Simple Tense (กาลอนาคต) สำหรับ Future Simple นี้ เราจะใช้สำหรับพูดถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต การตัดสินใจที่เกิดขึ้นในขณะที่พูด หรือการคาดการณ์ในอนาคต...เพื่อนๆ มักจะได้เห็น tense นี้กันบ่อยๆ แหละ จุดสังเกตสำหรับกาลอนาคตก็คือ "will" ยังไงล่ะ ยกตัวอย่างการใช้ก็ เช่น
I will go to the gym tomorrow. (ฉันจะไปฟิตเนสพรุ่งนี้)
She will call you later. (เธอจะโทรหาคุณทีหลัง)
It will rain tomorrow. (พรุ่งนี้จะมีฝนตก)
โครงสร้างประโยคก็ตรงไปตรงมามากๆ...จับ "will" ไปใส่ตรงหน้ากริยาของประโยคเท่านั้นเอง! ส่วนข้อควรจำสำหรับ tense นี้ก็คือ "Will" ใช้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็น I, you, he, she, we, they
ความสำคัญของ Tense ก็คือมันช่วยให้เรารู้ว่า สิ่งที่เราพูดนั้นเกิดขึ้นเมื่อไหร่ อดีต, ปัจจุบัน, หรือ อนาคต เพื่อนๆ ลองคิดดูว่า ถ้าเราใช้คำว่า “I eat pizza” (ฉันกินพิซซ่า) แต่เราไม่ได้บอกว่า ตอนนี้ หรือ เมื่อวาน หรืออาทิตย์ที่แล้ว มันจะทำให้คนฟังสับสนว่าเรากำลังพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ หรือเราเคยกินพิซซ่ามาแล้ว...แต่เมื่อเรานำ Tense เข้ามาช่วยมันก็จะทำให้เรื่องที่เราเล่า หรือเขียนนั้น ชัดเจนยิ่งขึ้น.."I eat pizza every Sunday.", "I'm eating pizza", "I will eat pizza tomorrow" ...
การใช้ tense ที่ถูกต้องทำให้การสื่อสารเป็นเรื่องง่ายและช่วยให้เราบอกสิ่งต่างๆ ได้อย่างชัดเจนนะจ๊ะ! 😘
-----
ติดตามบัดดี้ไว้นะเพื่อนๆ เราจะมีความรู้สนุกๆ นำไปใช้ได้ง่ายๆ มาบอกเล่าเป็นประจำ เพื่อช่วยให้เพื่อนๆ สร้างความมั่นใจในการใช้ภาษาอังกฤษให้มากขึ้นๆ 🥰 #คุณเก่งภาษาได้มากกว่าที่คุณคิดนะ #พูดอิ๊งได้แน่แค่มั่นใจ
วันนี้คุณพร้อมหรือยัง ที่จะรองรับลูกค้าจากทุกมุมของโลก? 🌍 ให้ The English Buddy ช่วยคุณเริ่มต้นมั้ยล่ะ?
ให้บัดดี้ช่วยเปลี่ยนเอกสารต่างๆ เป็นภาษาอังกฤษสิ! อย่าปล่อยให้กำแพงภาษาเป็นอุปสรรคของธุรกิจของคุณเลยนะ 📈✨
ถ้าคุณพร้อม เราก็พร้อม!...มาเป็นบัดดี้กันนะ 😘
กด Like กดติดตามบัดดี้ได้ที่ 📍 https://www.facebook.com/TheEnglishBuddyPkk