Online Agency by Kru Cherry

Online Agency by Kru Cherry ครูเชอรี่ช่วยคุณประยัดเวลาในการทำ?

ครูเชอรี่ช่วยคุณในการสร้างตัวต้นออนไลน์และหาจุดยืนที่ใช่เพื่อสร้างผู้ติดตามและชิวิตที่ตัวเองต้องการบนออนไลน์ การขายไม่จำเป็น ถ้าคุณทำการตลาดออนไลน์ถูกวิธี

12/03/2021

วิธีแก้การติดขัดบนออนไลน์‼️

ทำออนไลน์เหนื่อยไหม
ทำออนไลน์คนเดียว มีอะไรให้คิดเยอะแยะ....

LIVE สวยมั้ย?
คอนเทนท์ดีไหม?
โพสต์เราไม่เข้าถึงคน😱
คนดูจะชอบสิ่งที่เราเสนอมั้ย?

โอ้ย มีอะไรให้คิดเยอะมาก🤣🤣
แต่สุดท้ายแล้วเส้นทางออนไลน์เป็นเส้นทางที่ใช่หรือเปล่า?!
ใครสามารถมา ฝันทงบอกได้บ้าง?!

มาฟังคลิปนี้กันนะคะ❤️❤️
คุณไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวค่ะ

ครูเชอรี่ก็เคยเป็นมาก่อนนะ

ให้กำลังใจทุกคนนะคะ
พูดคุยทักทายกันได้ที่ LINE:

11/03/2021

สิ่งที่คิด กับสิ่งที่ฝันบนออนไลน์ มันแตกต่างกันหรือเปล่า?
เคยคิดนะคะว่าถ้าออกมาเปิดเพจ Facebook และทำ YouTube & เว็บไซต์

ชีวิตเราบนออนไลน์ก็ดีขึ้นแน่นอน
ชีวิตของเราก็สามารถที่จะจิ๊บ wine อยู่บนทะเลอยู่กับลูกแล้วก็มีความสุข
ชีวิตของเราวันวันก็แต่งตัวสวยสวย แต่งหน้าดูดีถ่ายคลิปถ่ายภาพ
ออกมาไลฟ์สอนผู้คน ให้คุณค่าคนดู .....แต่ทุกวันนี้มันเหมือนกันหรือเปล่าคะ?

❤️มาดูคลิปนี้กันค่ะ
ว่าสิ่งที่คิด กับสิ่งที่ฝันมันแตกต่างกันหรือเปล่า?

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่
LINE:

09/03/2021

ไม่ต้องกลัว LIVE อีกต่อไป!

อีเมลเป็นเครื่องมือที่ใช้ได้อยู่มั้ย?!🔥การมีระบบแบบนี้ จะช่วยให้คุณเข้าถึง และปิดการขายได้มากขึ้น ลองดูบทความนี้กันนะคะ...
22/02/2021

อีเมลเป็นเครื่องมือที่ใช้ได้อยู่มั้ย?!

🔥การมีระบบแบบนี้ จะช่วยให้คุณเข้าถึง และปิดการขายได้มากขึ้น ลองดูบทความนี้กันนะคะ

จริงๆ แล้วอีเมลนั้นพึ่งมีอายุไม่ถึง 50 ปีเลย แต่ด้วยความที่ว่ามันสามารถนำมาใช้แทนเครื่องมือสื่อสารยุคก่อนอย่าง จดหมาย ได้เป็นอย่างดี แถมยังสร้างประโยชน์ในแบบที่จดหมายทั่วๆ ไปสร้างไม่ได้อีกด้วย อีเมลก็เลยเป็นเครื่องมือพื้นฐานที่สำคัญที่สำคัญที่ถูกใช้ในชีวิตประจำวัน และในธุรกิจ

50 ปีที่แล้วเป็นเช่นนี้ วันนี้มันก็ยังคงเป็นเช่นนี้

หลายๆ คนอาจจะคิดว่าอีเมลนั้นตายไปพร้อมๆ กับการเกิดขึ้นมาของโซเชียลมีเดีย แต่ในความเป็นจริงแล้ว อีเมลก็ยังคงเป็นช่องทางที่คนนิยมใช้กันอยู่ โดนเฉพาะการติดต่อสื่อสารธุรกิจ

สถิติจาก Mailchimp ที่เป็นบริการ Email Marketing ที่มีคนใช้มากเป็นอันดับต้นๆ ของโลกได้เปิดเผยรายงานผลการส่งอีเมลของลูกค้าของพวกเขาออกมา ผลปรากฏว่าค่าเฉลี่ยของการเปิดอีเมล (Open rate) จะอยู่ที่ประมาณ 20-25% และค่าเฉลี่ยในการคลิ๊ก (Click rate) จะอยู่ที่ประมาณ 2-3% ซึ่งมันก็แสดงให้เห็นว่าอีเมลนั้นยังเป็นสิ่งที่ใช้ได้ผลอยู่

นอกจากนั้นแล้ว Conductor เองนั้นก็ได้ทำการสำรวจประสิทธิภาพของช่องทางในรูปแบบต่างๆ ผลปรากฏว่าสำหรับธุรกิจ B2B ลูกค้ามุ่งหวัง (Leads) ที่มาจากอีเมลนั้นมีคุณภาพมากที่สุด ในขณะที่ช่องทางอย่าง Social Media และ Advertising ต่างๆ นั้น คุณภาพของลูกค้ามุ่งหวัง (Leads) (สำหรับธุรกิจ B2B) และจำนวนลูกค้า (สำหรับธุรกิจ B2C และ E-Commerce) นั้นจะต่ำที่สุด

ถึงแม้สถิติจะบอกว่ายังไงก็ตาม ผลเหล่านั้นเป็นของต่างประเทศ การทำ Email Marketing ในประเทศไทยนั้นอาจจะให้ผลต่างออกไป

ตัวเองเคยใช้ Email Marketing แล้วไม่ได้ผลอย่างที่ต้องการ (Open rate อยู่ที่หลักหน่วยต้นๆ ส่งก็เหมือนไม่ได้ส่ง) จนแอบคิดว่าช่องทางนี้ไม่น่าจะใช้ได้ผลกับคนไทย และยังเป็นคนที่ไม่ Subscribe เว็บไซต์ หรือบล็อกของใครด้วยอีเมลเลยอีกด้วย

จนกระทั่งอยู่มาช่วงหนึ่งที่สนใจเรื่อง Online Marketing หนักๆ แล้วได้พบเจอกับบล็อกของ Neil Patel และ Buffer ซึ่ง 2 เว็บไซต์นี้เปลี่ยนมุมมองที่ครูเชอรี่มีต่อ Email ไปโดยสิ้นเชิง

จากคนที่ไม่เคยติดตามอีเมล กลายเป็นเปิดอ่านแทบทุกเมลที่พวกเขาส่งมา

และพอเอาเทคนิคที่พวกเขาใช้มาปรับใช้กับเว็บไซต์ของตัวเองดู www.krucherry.com ถึงแม้ว่าจะเป็นเวลาสั้นๆ แต่ผลตอบรับออกมานั้นค่อนข้างดีเลยล่ะ (เฉลี่ย open rate อยู่ที่ 15%)

จริงๆ แล้วการทำ Email Marketing นั้นไม่ได้ซับซ้อน และยุ่งยากอะไรมากเท่าไหร่ สิ่งที่คุณต้องทำให้ถูกต้องนั้นมีแค่แนวคิดเท่านั้นเอง วันนี้จะมาเขียนถึงการทำ Email Marketing แบบเบื้องต้น

ถ้าคุณทำเป็น และทำได้ดีอยู่แล้ว แนะนำให้ไปอ่านบทความอื่นๆ ในบล็อกของพวกเราแทน เพราะบทความนี้จะพูดถึงเรื่องที่ค่อนข้างพื้นฐาน

แต่ถ้าคุณยังเป็นมือใหม่ หรือเป็นมือเก่าที่เคยใช้ Email Marketing ในการทำการตลาดแต่ยังไม่ค่อยได้ผล แนะนำให้คุณลองอ่านบทความนี้ดูครับ รับรองว่าถ้าคุณอ่านจบ คุณจะเข้าใจศาสตร์แห่ง Email Marketing ขึ้นอีกพอสมควรเลยล่ะ

ประเภทของการส่งอีเมล

ประเภทของการส่งอีเมลแบ่งได้ง่ายๆ เป็นทั้งหมด 2 แบบ

1. Marketing Email

อีเมลรูปแบบนี้จะเป็นอีเมลที่ส่งเป็นครั้งต่อครั้งไป และโดยปกติแล้วมักจะใช้เพื่อจุดประสงค์ในทางการตลาด/ธุรกิจ หรือว่ามี Call to action เพื่อให้คนที่ได้รับอีเมลทำอะไรบางอย่าง (ถ้าใครที่ Subscribe Kru cherry.com ด้วยอีเมลอยู่ แล้วได้อีเมลบทความอันนี้อยู่ อีเมลทีคุณได้รับ เป็น Marketing Email ค่ะ) และโดยปกติแล้วอีเมลรูปแบบนี้มักจะส่งไปให้คนจำนวนมากพร้อมๆ กัน

2. Transactional Email

อีเมลรูปแบบนี้จะเป็นอีเมลที่ถูกส่งให้เป็นรายบุคคล โดยที่มันจะถูกส่งเมื่อคนที่ได้รับอีเมลทำอะไรบางอย่างที่ตรงตามเงื่อนไขการส่งอีเมล ตัวอย่างง่ายๆ เลยจะเป็นพวกเว็บไซต์ ecommerce ทันทีที่คุณซื้อของจากเว็บไซต์ ecommerce สักเว็บ ตัวเว็บไซต์ก็จะส่งอีเมลถึงคุณ ในอีเมลก็จะมีข้อมูลพวกเลข Invoice, ราคา, วันเวลาในการขนส่งอยู่ โดยที่ข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลเฉพาะของคุณคนเดียวเท่านั้น

สำหรับในบทความนี้ จะพยายามโฟกัสไปที่ Marketing Email มากกว่า Transactional Email เพราะว่ามันเป็นเรื่องพื้นฐานที่สามารถทำความเข้าใจ และเริ่มใช้งานได้ไม่ยากนัก ในขณะที่ Transactional Email ต้องใช้ความรู้ทางเทคนิคเยอะกว่า

สาเหตุที่ควรจะใช้ Email Marketing Service ส่งอีเมลแทนการส่งอีเมลแบบธรรมดา

ถ้าคุณใช้อีเมลเพื่อการส่งข้อความคุยกับลูกค้า หรือเพื่อนฝูงแบบ 1 ต่อ 1 การส่งผ่านระบบอีเมลแบบปกติ (เช่นของ Gmail และ Hotmail) นั้นเป็นวิธีที่ดี และง่ายที่สุด แต่ถ้าคุณจะเริ่มส่งอีเมลไปให้กับคนสัก 50-100 คนขึ้นไป การส่งอีเมลแบบธรรมดาจะไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป และคุณควรจะหันมาใช้บริษัทที่ทำ Email Marketing Service โดยเฉพาะแทน เหตุผลหลักๆ แล้วมีอยู่ 4 ข้อ

1. จำนวนอีเมลที่คุณจะส่งได้

ถ้าคุณส่งอีเมลผ่าน Gmail สัก 100 อีเมลพร้อมๆ กัน มันอาจจะส่งไปไม่ถึงผู้รับ หรือโดนตีกลับ แต่ถ้าคุณใช้ Email Marketing Service ส่ง จะพัน หรือจะหมื่นอีเมลพร้อมกันก็ไม่มีปัญหา (อีเมลจะไม่ได้ส่งไปให้ผู้รับพร้อมๆ กัน แต่ Email Marketing Service นั้นจะทยอยส่งให้กับผู้รับเอง)

2. การไม่ถูกตราหน้าว่าเป็น Spam

ถ้าคุณใช้ Gmail หรือ Hotmail ส่งอีเมลไปให้กับลูกค้าของคุณเรื่อยๆ โดยที่เขาไม่สนใจคุณ สิ่งที่เขาจะทำก็คือ เขาจะจับอีเมลของคุณเข้า Folder Spam ทีนี้ในครั้งต่อๆ ไป อีเมลที่คุณส่งถึงเขาก็จะเข้าไปอยู่ใน Folder Spam นอกจากนั้นแล้วมันอาจจะทำให้อีเมลที่คุณส่งไปให้คนอื่นๆ ที่อาจจะสนใจในเนื้อหาอีเมลของคุณ นั้นถูกตราหน้าว่าเป็น Spam ไปด้วย และเวลาคุณส่งอีเมลให้เขาในครั้งต่อไป มันก็จะถูกจับเข้าไปใส่ไว้ใน Folder Spam ของเขาโดยอัตโนมัติ

การใช้ Email Marketing Service นั้นจะมีฟีเจอร์ให้ผู้ที่ได้รับอีเมลของคุณเลือก Unsubscribe (ยกเลิกการติดตาม) ได้ ตัวอย่างเช่นในอีเมลทุกอีเมลที่ Content Shifu ส่งไปนั้นจะมีปุ่ม Unsubscribe อยู่ด้านล่าง (ถ้ายังรักกันอยู่ ก็อย่าไปกดมันนะครับ ฮ่าๆ)

3. การส่งอีเมลแบบอัตโนมัติ (Email Automation)

Email Marketing Service ทุกตัวจะมีฟีเจอร์ของ Transactional Service ขนาดย่อมอยู่ ซึ่งมันทำให้คุณไม่จำเป็นต้องส่งอีเมลแบบเดิมๆ ซ้ำๆ เช่นคุณสามารถตั้งค่าได้ว่า ถ้ามีคนมา Subscribe คุณด้วยอีเมล คุณสามารถตั้งค่าให้ระบบส่งอีเมลต้อนรับไปหาคนคนนั้นโดยอันโตมัติได้หลังจากที่เขา Subscribe แล้ว 1 นาที

Email Marketing Service ที่ดีจะมีบริการ Auto Resend (ส่งเมลให้กับคนที่ไม่เปิดอีเมล หรือไม่คลิ๊กปุ่มที่คุณอยากให้คลิ๊ก) และ A/B Testing (ส่งอีเมลไปให้คน 2 กลุ่มเล็กๆ โดยที่มีหัวข้อ หรือคอนเทนต์ต่างกัน แล้วเลือกส่งอีเมลที่มีหัวข้อที่คนเปิด/คลิ๊กมากที่สุดให้กับผู้ติดตามที่เหลือของคุณ)

4. การวิเคราะห์ข้อมูล

“Information is Power”

สิ่งที่บริการอีเมลทั่วๆ ไปไม่สามารถมอบให้คุณได้ก็คือส่วนของการวิเคราะห์ข้อมูล แต่ถ้าคุณใช้ Email Marketing Service คุณจะสามารถวัดผลได้ว่ามีคนเปิดอีเมลกี่คน มีคนคลิ๊กตำแหน่งไหนบ้าง ถ้าคุณอยากทำถึงขนาดดูว่าคนคนไหน เปิด หรือไม่เปิดอีเมลไหนก็ทำได้เช่นกันครับ

แนะนำ

เปรียบเทียบกับการส่งอีเมลแบบธรรมดาไปแล้ว ทีนี้ขอเปรียบเทียบเพิ่มเติมระหว่าง Email Marketing กับ Social Media Marketing ชื่อดังอย่าง Facebook บ้างนะค่ะ

ข้อดีของการทำ Email Marketing ก็คือถ้าคุณเน้นเก็บอีเมลไปเรื่อยๆ อีเมลนั้นจะเสื่อมค่าช้ากว่า จำนวนผู้ติดตามบน Facebook ค่อนข้างเยอะ และนอกจากนั้นแล้ว ถ้าคุณทำ Email Marketing ได้ดี คนอ่านจะรู้สึกเหมือนว่าคุณกำลังคุยกับเขาแบบ 1 ต่อ 1 เลยล่ะ เมื่อเทียบกันแล้ว Facebook จะเป็นเหมือนกระบอกเสียงให้คุณคุยกับคนหมู่มากซะมากกว่า

สำหรับข้อด้อยเมื่อเทียบกับ Facebook ที่เห็นได้ชัดคือมันไม่ง่ายเลยที่จะขอให้คน Subscribe Email นอกจากนั้นแล้วศาสตร์แห่ง Email Marketing นั้นเปรียบเสมือนศาสตร์อีกแขนงเลย และในบางมุมอาจจะต้องมีความรู้ทางเทคนิคมาช่วยบ้าง ถ้าคุณเริ่มเรียนรู้ใหม่ๆ อาจจะต้องใช้เวลาลองผิด ลองถูกสักหน่อย

Email Marketing Service ที่แนะนำ

จริงๆ แล้วบนโลกใบนี้มีบริษัทที่ให้บริการทางด้านนี้เยอะมาก (มากแบบมากๆ) แต่มีอยู่ 2 ตัวที่อยากจะแนะนำมากเป็นพิเศษ เพราะว่ามันมีฟีเจอร์พื้นฐานครบ ใช้งานง่าย และก็ราคาเป็นมิตรกับกระเป๋าสตางค์

1. MailChimp

MailChimp น่าจะเป็นผู้ให้บริการ Email Marketing ที่ดังที่สุดในโลก ฟีเจอร์ครบ และใช้งานง่าย และที่สำคัญก็คือคุณสามารถส่งอีเมลให้กับผู้ติดตามได้ฟรีเป็นจำนวน 2,000 คน (อีเมลกี่อีเมลก็ได้)

ส่วนข้อด้อยของมันก็คือมันจะบังคับให้คุณต้องทำ Double Opt-in (ต้องให้คนที่จะติดตามคุณ กด Confirm ว่าจะติดตามคุณจริงๆ ในอีเมลที่ส่งให้เขา) ทุกครั้ง และในเวอร์ชั่นฟรี คุณจะไม่สามารถใช้งานการส่งอีเมลแบบอัตโนมัติ (Automation) ได้

2. Mailerlite

Mailerlite เป็นผู้ให้บริการ Email Marketing ที่หลายๆคนชอบมากข้อดีของมันคือมีฟีเจอร์พื้นฐานครบ, ใช้งานง่าย, สามารถส่งอีเมลให้กับผู้ติดตามได้ฟรีเป็นจำนวน 1,000 คน (อีเมลกี่อีเมลก็ได้) และคุณสามารถใช้ฟีเจอร์การส่งอีเมลแบบอันโตมัติ (Automation) ได้ตั้งแต่เวอร์ชั่นฟรี

และที่สำคัญ ราคาของ Mailerlite เมื่อคุณมีผู้ติดตามเกิน 1,000 คนนั้น เมื่อเทียบกับตัวอื่นจะถือว่าถูกกว่าเยอะมากๆ (เกือบครึ่งต่อครึ่ง)

ส่วนข้อด้อยของมันก็คือฟีเจอร์ที่ค่อนข้างพื้นฐาน ถ้าในอนาคตคุณอยากจะทำอะไรที่แปลกประหลาด หรือซับซ้อน Mailerlite จะไม่ตอบโจทย์คุณ และเนื่องจากว่าตัว Mailerlite เองนั้นยังไม่ได้มีชื่อเสียงดังมาก การเชื่อมต่อกับเครื่องมืออื่นๆ ก็ยังคงน้อยอยู่ครับ

แนะนำ

ถ้ายังรู้สึกว่าเครื่องมือ 2 ตัวนี้ยังไม่ตอบโจทย์ ลองไปดูบริษัทอย่าง Aweber, Getresponse, ActiveCampaign, Convertkit หรือ Drip ดูนะ หรือถ้าคุณต้องส่งอีเมลเป็นจำนวนมาก (หลายแสน หรือล้านอีเมลต่อเดือน) ลองเข้าไปดูบริษัทของไทยอย่าง Taximail ดูค่ะ

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Online Agency by Kru Cherryผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แนะนำ

แชร์