Sustain.nity ESG consultant services

09/06/2026

🚨 GHG Protocol เตรียมปรับ Scope 3 (สรุป Phase 1 มีนาคม 2026)
สำหรับคนทำงานด้าน ESG ที่ต้องนำส่งรายงานความยั่งยืนตามกรอบ ISSB, CSRD มีเป้าหมาย Net Zero ตามมาตรฐาน SBTi
เมื่อปลายเดือนมีนาคม 2026 ที่ผ่านมา คณะทำงานเทคนิค ของ GHG Protocol ได้อัพเดท Phase 1 Progress เกี่ยวกับการปรับปรุงมาตรฐานการบัญชีก๊าซเรือนกระจกในมาตรฐาน Scope 3 (ยังไม่ได้บังคับใช้) โดยทิศทางของกรอบการทำงานที่จะเปลี่ยนไป จะยกระดับสู่มาตรฐานระดับเดียวกันกับรายงานทางการเงิน
🌎 โดยผมจะสรุปประเด็นสำคัญ 3 เรื่องครับ
🎯 1. กำหนดเพดานขั้นต่ำในการจัดทำขอบเขตข้อมูลที่ 95%
ในปัจจุบัน องค์กรสามารถเลือกยกเว้นไม่รายงานบางหมวดหมู่ (Categories) ของ Scope 3 ได้หากประเมินว่าจัดเก็บข้อมูลได้ยากหรือไม่มีนัยสำคัญ แต่ร่างเกณฑ์ใหม่กำหนดให้องค์กรต้องรายงาน Scope 3 ไม่น้อยกว่า 95% ของปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกใน Scope 3 ทั้งหมด (ที่ถูกกำหนดว่าตเองให้มีการรายงาน)
หากองค์กรมีความประสงค์จะยกเว้นการรายงานในหมวดหมู่ใด จะต้องจัดทำ เอกสารชี้แจงเหตุผลที่สมเหตุสมผล พร้อมทั้งแสดงหลักฐานเชิงตัวเลขเชิงปริมาณเพื่อพิสูจน์ว่ากิจกรรมที่ยกเว้นนั้นไม่ถึงเกณฑ์ที่มีนัยสำคัญอย่างแท้จริง (เท่านั้น)
🏢 2. การเพิ่มหมวดหมู่ใหม่ Category 16
ร่างมาตรฐานใหม่ได้เพิ่ม Category 16 (Facilitated Emissions and Licensing Related Activities) เพื่อครอบคลุม การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการอำนวยความสะดวก และ กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการออกใบอนุญาต / การขอใบอนุญาต ที่องค์กรไม่ได้เป็นเจ้าของสินทรัพย์โดยตรง แต่ได้รับผลประโยชน์หรือรายได้จากการทำธุรกรรมนั้นๆ
โดยจะส่งผลกระทบต่อกลุ่มธุรกิจดังต่อไปนี้
- สถาบันการเงินและที่ปรึกษา เช่น การรับประกันการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ หรือ ที่ปรึกษาการควบรวมกิจการ
- ธุรกิจดิจิทัลแพลตฟอร์ม เช่น แพลตฟอร์ม E-commerce
- ธุรกิจลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญา เช่น การให้เช่าสิทธิหรือเครื่องหมายการค้า
🔍 3. การแยกแยะประเภทข้อมูลตามระดับความแม่นยำ
ร่างเกณฑ์ใหม่กำหนดให้องค์กรต้องจำแนกปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในแต่ละหมวดหมู่ตามแหล่งที่มาและคุณภาพของข้อมูลอย่างชัดเจน โดยจะสะท้อนออกมาในรูปของหน่วยตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ไม่ใช่เพียงเปอร์เซ็นต์ โดยแบ่งกลุ่มข้อมูลหลักเป็น
- ข้อมูลปฐมภูมิ: ข้อมูลจริงจากกระบวนการผลิตหรือกิจกรรมจำเพาะของซัพพลายเออร์
- ข้อมูลทุติยภูมิ: ข้อมูลค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม (Industry averages) หรือการประมาณการตามดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจ/ยอดใช้จ่าย
AI Picture

20/04/2026

📌 เจาะลึกกระบวนการ Double Materiality ของ Deutsche Bank
วันนี้ เพจ ขอนำ Case Study จาก Deutsche Bank ว่าเขามีกระบวนการจัดการ Double Materiality Assessment (DMA) ที่ผ่านเกณท์ ESRS (European Sustainability Reporting Standards) คือมาตรฐานการรายงานความยั่งยืนของยุโรปที่บังคับได้อย่างไร
1. การกำกับดูแล
Deutsche Bank ให้ Chief Sustainability Office เป็นผู้กำกับดูแลการทำ DMA โดยการนำประเด็นด้าน ESG ไปวิเคราะร่วมกันกับระบบบริหารความเสี่ยงภาพรวมของธนาคาร และกระบวนการทั้งหมดต้องผ่านการอนุมัติหลายกรรมการ ตั้งแต่คณะกรรมการความยั่งยืนระดับกลุ่มบริษัท คณะกรรมการบริหาร และคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อให้แน่ใจว่าผลการประเมินมีผลผูกพันเชิงกลยุทธ์
2. การคัดกรองประเด็นสำคัญ
ธนาคารได้มีการรวบรวมมประเด็นความยั่งยืนที่อาจจะมีนัยสำคัญ โดยอ้างอิงจากเกณฑ์มาตรฐานโลก ทั้งมาตรฐาน ESRS, ข้อบังคับทางกฎหมาย, แบบสอบถามจาก ESG Ratings การวิเคราะห์คู่แข่ง และความคาดหวังของนักลงทุน ก่อนจะจัดกลุ่มและบีบให้เหลือเพียง 15 ประเด็นหลัก ที่ประกอบด้วย 46 หัวข้อย่อย
3. การประเมินผลกระทบ ความเสี่ยง และโอกาส
โดย ธนาคาร Bank มีเกณฑ์การประเมินที่น่าสนใจมากครับ ประกอบด้วย
📊 3.1 ประเมินผลกระทบที่องค์กรมีต่อโลก โดยพิจารณาจาก ระดับความรุนแรง และ ขอบเขต
🔍 3.2 ประเมินความเสี่ยงและโอกาสทางการเงินที่โลกมีต่อองค์กร โดยใช้เกณฑ์เดียวกับความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ เพื่อให้เกิดความสอดคล้อง
✅ 3.3 สำหรับประเด็นสิทธิมนุษย์ หากพบว่าเรื่องไหน มีความเสี่ยงที่รุนแรง จะให้น้ำหนักความสำคัญเหนือกว่าโอกาสในการเกิดทันที เพื่อป้องกันความเสียหายที่ไม่อาจแก้ไขได้
4. การตรวจสอบความถูกต้อง
มีการใช้ คะแนนเชิงปริมาณ มาช่วยตัดสินใจ + มีการกำหนดเกณฑ์ระดับสาระสำคัญที่ชัดเจน และ ประเด็นไหนที่มีคะแนนก้ำกึ่ง จะถูกนำไปตรวจสอบเชิงลึกกับ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายตรวจสอบ และใช้หลักการตรวจสอบสอบทานกันเอง อ้างอิงจากหลักการ Four-eyes principle ก่อนจะนำมาสรุปผล
5. การผสานมุมมองของผู้มีส่วนได้เสีย
ธนาคารใช้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านในแต่ละประเด็น ที่ติดต่อกับลูกค้าและนักลงทุนเป็นประจำมาเป็นตัวแทนสะท้อนมุมมองผู้ที่มีส่วนได้เสีย พร้อมทั้งเชิญหน่วยงานภายนอก เช่น คณะที่ปรึกษาด้านธรรมชาติ และ NGO มาให้ข้อมูลเชิงลึกในประเด็นที่ละเอียดอ่อน เช่น ประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนและประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม
💡 การทำ Double Materiality ที่ดี ต้องมีโครงสร้างการประเมินความเสี่ยงที่เป็นระบบ มีการใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ และมีการกำกับดูแลโดยคณะกรรมการระดับสูง เพื่อยกระดับความน่าเชื่อถือของรายงานความยั่งยืนให้ได้มาตรฐานระดับสากล
Credit: Annual Report 2025, Deutsche Bank
AI Picutre (แปลมา)
Link : https://investor-relations.db.com/reports-and-events/annual-reports/

19/04/2026

✌️ มีหลายครั้งที่เพื่อนๆ ในเพจทักเข้ามาสอบถามเรื่อง การตั้ง KPI ด้าน ESG ที่เหมาะสมกับองค์กรควรเริ่มต้นอย่างไรดี?
โดยปรกติการวาง KPI จะมีหลักเกณฑ์เฉพาะในการประเมินอยู่แล้ว แต่สำหรับวันนี้ เพื่อให้เข้าใจง่ายและนำไปใช้งานได้ทันที ผมขอนำ KPI สูตรสำเร็จ ที่บริษัทต่างประเทศชั้นนำนิยมใช้ มาสรุปเป็นไอเดียให้ทุกคนได้ดูกันครับ
AI Picture

07/04/2026
07/04/2026

อัปเดตสเปก “คนทำงานด้านสิ่งแวดล้อม & ความยั่งยืน”..ล่าสุด #ทักษะGreenSkills ถูกระบุไว้ในราชกิจจานุเบกษาแล้ว 🌍💼

ทุกวันนี้ หลายองค์กรเริ่มจริงจังกับเรื่องการลดคาร์บอน
และการทำ ESG มากขึ้นเรื่อย ๆ
และสิ่งที่กำลังเปลี่ยนตามมา
คือ “ทักษะของคนทำงาน”

ล่าสุด
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
เผยแพร่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เดือนเมษายน 2569
เรื่อง “ทักษะที่พึงประสงค์ของกำลังคน
ในกลุ่มสาขาสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน พ.ศ. ๒๕๖๙”

📌 ประกาศนี้สำคัญอย่างไร?

ประกาศฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นแนวทางให้สถาบันอุดมศึกษา
นำไปพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน และการฝึกอบรม

เพื่อเตรียมคนให้สอดคล้องกับทิศทางของโลกและตลาดแรงงาน
โดยในประกาศได้ระบุมาตรฐานทักษะสำหรับบุคลากรระดับเชี่ยวชาญ
ที่มีประสบการณ์ในสายงานอย่างน้อย 3 ปีขึ้นไป

ประกอบด้วย 2 สายงานหลัก ดังนี้:

🌳 1. ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาความยั่งยืน
(Sustainability Development Specialist)

ทำหน้าที่พัฒนาและดำเนินกลยุทธ์ขององค์กร
ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม
สังคม และการกำกับดูแลองค์กร (ESG)

ทักษะสำคัญที่ประกาศระบุ ได้แก่:

• วิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อม ความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) และผลกระทบต่อสังคมตลอดห่วงโซ่การผลิต

• เชื่อมโยงผลกระทบจากการดำเนินงานกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และประเด็นสิทธิมนุษยชน

• ประเมินผลกระทบต่อความยั่งยืนโดยใช้ตัวชี้วัดทางการเงินควบคู่กับตัวชี้วัดทางสังคมและสิ่งแวดล้อม

• เสนอแนวทาง วางกลยุทธ์ กำหนดเป้าหมาย ตัวชี้วัด และบริหารจัดการโครงการด้านความยั่งยืน

• สื่อสารและสร้างความร่วมมือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียผ่านสื่อและช่องทางต่าง ๆ

• เข้าใจนโยบาย กฎหมาย และมาตรฐานสากล เช่น GRI, SASB, Paris Agreement และ ISO 14000

💨 2. ผู้เชี่ยวชาญด้านคาร์บอนฟุตพริ้นท์
(Carbon Footprint Specialist)

ทำหน้าที่ประมวลผลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร
เพื่อเสนอแนวทางจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อม มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน

ทักษะสำคัญที่ประกาศระบุ ได้แก่:

• เก็บรวบรวมและคำนวณปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ทั้งระดับองค์กร (CFO) และผลิตภัณฑ์ (CFP) ครอบคลุมการใช้พลังงาน น้ำ วัสดุ ขยะ และการปล่อยมลพิษ

• วิเคราะห์ข้อมูลบัญชีก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas Inventory) และใช้เครื่องมือดิจิทัล เช่น GIS หรือระบบ Emission Trading System (ETS)

• เข้าใจความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ ทั้ง Climate Risks และ Transition Risks ขององค์กร

• เข้าใจกลไกการตลาด กลไกทางเศรษฐศาสตร์ และระบบการซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emission Trading System, ETS) เพื่อลดผลกระทบจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

• เข้าใจมาตรฐานสากล เช่น GHG Protocol และ Global Stocktake

📌💻 ทักษะทั่วไป (Soft & Digital Skills) ที่ต้องมี:

• การคิดอย่างเป็นระบบ (System Thinking)

• การคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking) และการสร้างความเข้าใจจากข้อมูล (Sense Making)

• การสื่อสารและนำเสนอข้อมูลให้เข้าใจง่ายด้วย Data Visualization / Dashboard

• การเจรจา สร้างการมีส่วนร่วม และภาวะผู้นำ (Leadership)

• การใช้ภาษาอังกฤษในบริบทมาตรฐานและข้อมูลด้านความยั่งยืนระดับสากล

📌 สิ่งที่ประกาศนี้ทำให้เห็นชัดขึ้น คือ
“ความยั่งยืน” กำลังถูกแปลงจากแนวคิด
ให้กลายเป็นทักษะที่ต้องใช้ในการทำงานจริง

และเป็นเข็มทิศสำคัญให้คนทำงานทุกสายอาชีพ
ได้เริ่ม Reskill และ Upskill ตนเอง
เพื่อคว้าโอกาสในตลาดแรงงานยุคใหม่ที่กำลังเป็นที่ต้องการ

📄 อ่านประกาศทางการราชกิจจานุเบกษาได้ที่นี่:
https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/111842.pdf
#เศรษฐกิจสีเขียว #ทักษะแห่งอนาคต
#อว

02/04/2026

รู้หรือไม่ว่า ปี 2567
ประเทศไทยมี ขยะพลาสติกกว่า 2.88 ล้านตัน
ขยะพลาสติก 2.16 ล้านตัน ถูกทิ้งในบ่อขยะ และตกค้างในสิ่งแวดล้อม และ 7.2 แสนตัน ถูกนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่
อ้างอิงข้อมูลสถิติ : รายงานสถานการณ์มลพิษของประเทศไทย ปี 2567
ด้วยการนำมา Recycle และ Upcycle
Recycle = การแปรรูปของสิ่งหนึ่งให้กลับไปเป็นวัตถุดิบเดิม
Upcycle = การสร้างมูลค่าเพิ่มให้ของสิ่งเก่ามีคุณค่ามากขึ้น
โดยนำวัสดุเหลือใช้มาดัดแปลงสร้างสรรค์ให้กลายเป็นของสิ่งใหม่ ช่วยยืดอายุการใช้งาน ลดการทิ้งไปที่บ่อขยะ
ปริมาณขยะพลาสติกต่อปีมีมหาศาลมากๆ พี่ก้องเลยอยากชวนทุกคนมาแยกประเภทขยะ แยกทิ้งให้ถูกต้อง และมาช่วยกันลดการสร้างขยะ เพื่อลดการเพิ่มขึ้นของปริมาณขยะที่จะไปกองอยู่ที่บ่อขยะ
#ชุบชีวิตขยะ #อัปไซเคิลขยะพลาสติก
ือหนูกู้โลก #มือหนูกู้โลก
#กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

01/04/2026

ต้นไม้แต่ละชนิดสามารถกักเก็บคาร์บอนได้เท่าไหร่?

#การกักเก็บคาร์บอน

20/03/2026

เปิดรายงาน 'The Global Risks Report 2026' โดยสภาเศรษฐกิจโลก หรือ (World Economic Forum) ประเมิน #ความเสี่ยง ที่โลกต้องเผชิญทั้งในระยะสั้น (ช่วง 2 ปีข้างหน้า) และในระยะยาว (10 ปีข้างหน้า)

ท้ังนี้ เพื่อสะท้อนทิศทางและ​ความท้าทายที่อาจกลายเป็นตัวกำหนดอนาคตของโลก ​ครอบคลุม​มิติสำคัญทั้ง 5 ด้าน ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ภูมิรัฐศาสตร์ สังคม และเทคโนโลยี

- '20 ความเสี่ยง' ที่ส่งผลกระทบต่อโลกสูงสุด ในระยะสั้น ช่วง 2 ปีข้างหน้า (ประเมินถึง 2028) ประะกอบด้วย

1. การเผชิญหน้าทางภูมิเศรษฐกิจ
2. ​ข้อมูลผิดและบิดเบือน
3. ความแตกแยกทางสังคม
4 . สภาพอากาศสุดขั้ว
5. ความขัดแย้งระหว่างรัฐ
6. ความไม่ปลอดภัยทางไซเบอร์
7. ความเหลื่อมล้ำ
8. การละเมิดด้านสิทธิและเสรีภาพ
9. วิกฤตมลพิษ
10. การบังคับให้อพยพหรือพลัดถิ่น
11. ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ
12. อันตรายทางออนไลน์
13. ขาดโอกาสทางเศรษฐกิจ/ว่างงาน
14. การเซ็นเซอร์ /สอดส่อง
15. การรวมศูนย์ของทรัพยากร/ เทคโนโลยี
16. ปัญหาหนี้สิน
17. การขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติ
18. สินทรัพย์ฟองสบู่แตก
19. การชะงักของห่วงโซ่อุปทาน
20. ขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐานและการคุ้มครองทางสังคม


- '20 ความเสี่ยง' ที่ส่งผลกระทบต่อโลกสูงสุด ในระยะยาว ช่วง 10 ปีข้างหน้า (ประเมินถึง 2036) ประะกอบด้วย

1. สภาพอากาศสุดขั้ว ​
2. การสูญเสียความหลากหลายในระบบนิเวศ
3. การเปลี่ยนแปลงสำคัญของระบบโลก
4. ข้อมูลผิดและบิดเบือน
5. ผลกระทบเชิงลบจาก AI
6. การขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติ
7. ความเหลื่อมล้ำ
8. ความไม่ปลอดภัยทางไซเบอร์
9. ความแตกแยกทางสังคม
10. วิกฤตมลพิษ
11. การรวมศูนย์ของทรัพยากร/ เทคโนโลยี
12. ความขัดแย้งระหว่างรัฐ
13. การบังคับให้อพยพหรือพลัดถิ่น
14. ขาดโอกาสทางเศรษฐกิจ/ว่างงาน
15. การเซ็นเซอร์ /สอดส่อง
16. การละเมิดด้านสิทธิและเสรีภาพ
17. ปัญหาหนี้สิน
18. อันตรายทางออนไลน์
19. การเผชิญหน้าทางภูมิเศรษฐกิจ
20. อันตรายจากอาวุธชีวภาพ / นิวเคลียร์

- รายงานฉบับดังกล่าว ผ่านการเก็บข้อมูลจากมุมมองผู้เชี่ยวชาญกว่า 1,300 คนทั่วโลก เพื่อส่งสัญญาณในการเตรียมความพร้อมและการปรับตัวท่ามกลางโลกที่มีความผันผวนและไม่แน่นอนในระดับสูง รวมทั้ง​การอยู่ในภาวะที่ต้องเผชิญกับวิกฤตหลายๆ ด้านพร้อมกัน

- ความเสี่ยงสำคัญสูงสุดของโลกในปัจจุบันไปจนถึง 2 ปีข้างหน้า คือเรื่องของการเผชิญหน้าทางภูมิเศรษฐกิจ และปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัฐ รวมทั้งความกังวลสำคัญในยุคข้อมูลข่าวสารอย่างการได้รับข้อมูลที่ผิดและบิดเบือน และปัญหาความแตกแยกทางสังคม

- ขณะที่ความกังวลต่อปัญหาด้าน #สภาพอากาศ ในช่วง 1-2 ปีนี้ อยู่ในอันดับ 4 จากปีก่อนหน้าอยู่ในอันดับ 2 สะท้อนให้เห็นความกังวลต่อสถานการณ์ปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง และสังคม รวมไปถึงความกังวลต่อปัญหา​เศรษฐกิจที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอยย่างเห็นได้ชัด

- แต่อย่างไรก็ตาม ปัญหาด้าน #สิ่งแวดล้อม ยังคงเป็นปัญหาสูงสุดของโลกในระยะยาว และถูกมองเป็นความเสี่ยงสูงสุดอันดับ 1 มายาวนานถึง 5 ปีติดต่อกัน

- โดยความเสี่ยง TOP3 ที่โลกกังวลสูงสุดในช่วง 10 ปีข้างหน้า ล้วนเป็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาสภาพอากาศสุดขั้ว, การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพและการล่มสลายของระบบนิเวศ รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญของระบบโลก

- สิ่งสำคัญคือ​ ความร่วมมือในการเดินหน้าจัดการต่อความเสี่ยงและความท้าทายที่เกิดขึ้น​อย่างบูรณาการและเร่งด่วน เพื่อจัดการต่อความเสี่ยงในโลกที่มีความซับซ้อนเพิ่มมากขึ้น และสามารถสร้างให้โลกมีความยืดหยุ่นในการขับเคลื่อนต่อไปในอนาคตได้อย่างยั่งยืน ​

#ความเสี่ยงโลก #ปรับตัว #ยั่งยืน

พร้อมติดตามเรื่องราวน่าสนใจเกี่ยวกับความยั่งยืนเพิ่มเติม ได้ที่
Website : https://sdthailand.com/
Twitter (X) : https://twitter.com/sdthailand_TH

23/02/2026

📌 ISO 14092:2026 การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สำหรับรัฐบาลท้องถิ่นและชุมชน ออกแล้ว !!!!
ในการบริหารจัดการด้านความยั่งยืน การประเมินความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศเป็นงานที่สำคัญ แต่ความท้าทายถัดไปคือ เมื่อประเมินความเสี่ยงเสร็จแล้ว เราจะก้าวไปสู่การลงมือปฏิบัติจริงให้เป็นรูปธรรมได้อย่างไร?
องค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐาน (ISO) จึงได้ประกาศเปิดตัวมาตรฐาน ISO 14092:2026 (Climate Change Adaptation) อย่างเป็นทางการ โดยเป็นการยกระดับจากเดิมที่เป็นเพียงข้อกำหนดทางเทคนิค สู่การเป็นมาตรฐานอย่างเต็มรูปแบบ
💡 หัวใจสำคัญ ที่สุดของ ISO 14092 คือการมุ่งเน้นที่การนำไปดำเนินการจริง โดยจะมีประเด็นหลักดังนี้:
1. การกำกับดูแลที่ชัดเจน เช่น การจัดตั้งคณะทำงาน และการระบุบทบาทความรับผิดชอบในการบริหารจัดการ
2. การมีส่วนร่วม เช่น การให้ผู้มีส่วนได้เสียเข้ามามีบทบาทในการวางแผนงานที่เกี่ยวข้อง
3. การประเมินและจัดลำดับความสำคัญ เช่น การวิเคราะห์และเตรียมพร้อมรับมือภัยคุกคาม เช่น น้ำท่วม คลื่นความร้อน ภัยแล้ง เป็นต้น
4. การบูรณาการแผนงาน เช่น การนำผลวิเคราะห์มาออกแบบแนวทางการปรับตัวที่มีตัวชี้วัดและแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน
5. การติดตามผลและพัฒนา เช่น การติดตามความคืบหน้าของโครงการและประเมินผลลัพธ์ของแผนและโครงการ เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงแผนงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป
🏢 ภาคธุรกิจองค์กร เอาไปใช้ได้ไหม?
แม้มาตรฐานนี้จะถูกออกแบบมาให้หน่วยงานส่วนท้องถิ่นและชุมชนจัดการปรับตัวต่อความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่เราก็สามารถประยุกต์ใช้สามารถขยายผลครอบคลุมถึง ทุกองค์กรได้ โดยเฉพาะ องค์กรที่ต้องมีการจัดการห่วงโซ่อุปทาน ที่อิงกับพื้นที่ภูมิศาสตร์ เพราะความเสี่ยงทางกายภาพ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิภาพการทำงานของสินทรัพย์ + ความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ + การวางแผนระยะยาว
Credit : ISO
🔗 https://www.iso.org/standard/14092?utm_source=linkedin&utm_medium=organic_social&utm_campaign=iso14092

ที่อยู่

Bangkok
10230

เบอร์โทรศัพท์

+66897905987

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Sustain.nityผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Sustain.nity:

แนะนำ

แชร์