ซุนวู ศาสตร์แห่งการแก้ไขปัญหา Sūn Wǔ

ซุนวู ศาสตร์แห่งการแก้ไขปัญหา Sūn Wǔ ชัยชนะที่แท้จริงนั้นมาจากพิชัยยุทธแห่งการจัดวางตำแหน่งเท่านั้น

ผู้รบร้อยครั้งชนะทั้งร้อยครั้งหาใช่เพราะทักษะอันเลอเลิศไม่ แต่ผู้มีทักษะอันเลอเลิศย่อมใช้ยุทธศิลป์โน้มนำผู้อื่นได้โดยไม่เกิดความขัดแข้ง

12/05/2017

กลยุทธ 11 รูปการณ์ทั้ง 9 :
การปรับเปลี่ยนในสถานการณ์
"กลยุทธฝ่าเอาชัย"
หลักแห่งการคุมศึกนั้น
เมื่อรุกลึก เป็นผลให้แทรกซึมได้เกิดกำลังใจดี
เมื่อไม่พร้อม เป็นผลให้เข้าประชันเพียงผิวเผิน
เมื่อรบไกลจากถิ่น เป็นผลให้ต้องข้ามน้ำข้ามแดนมา
เมื่ออยู่ในแดนสะดวก เป็นผลให้สามารถเข้าออกกันทั่ว
เมื่ออยู่ในที่ถูกล้อม เป็นผลให้ต้องป้องกันทางออกและทางเข้า
เมื่ออยู่ในที่คับขันเป็นผลให้จนตรอกสู้ยิบตา

05/04/2017

กลยุทธ 11 รูปการณ์ทั้ง 9 :
การปรับเปลี่ยนในสถานการณ์
ในการเผชิญกับบุคคลอื่นนั้น
ย่อมหลีกเลี่ยงสถานการณ์ใด
สถานการณ์หนึ่งไม่ได้
แต่ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ใด
ก็จะต้องตอบโต้อย่างแม่นยำ
จนกว่าการประชันขันแข่งจะจบสิ้นลง ..ตื่นตัวเสมอ...เมื่อมีโอกาส
ที่จะหยิบฉวยข้อได้เปรียบก่อน
ดังที่ ปราชญ์ซุนวู กล่าวว่า
"แล้วจึงลุกคืบ จนคู่แข่ง.....มิอาจต้านทานไหว"

21/05/2016

กลยุทธ 11 รูปการณ์ทั้ง 9 : การปรับเปลี่ยนในสถานการณ์
ปราชญ์ซุนวู ได้กล่าวถึง สถานการณ์ไว้ 9 รูปการณ์
สถานการณ์ 1 เมื่อข้าศึกเป็นฝ่ายรุกเข้าแดนเรา
พึงรวมจิตใจไพร่พลให้เป็นหนึ่งเดียว
สถานการณ์ 2 เมื่อฝ่ายเราล่วงล้ำแดนข้าศึกได้เพียงผิวเผิน
พึงช่วยกันคุมและตีฝ่าลึกเข้าไป
สถานการณ์ 3 เมื่อฝ่ายใดยึดได้ ก็ได้เปรียบ
พึงรีบโฉบตีโอบด้านหลัง
สถานการณ์ 4 เมื่อฝ่ายใดก็สามารถเอาชัยได้
พึงร่วมกันป้องกัน
สถานการณ์ 5 เมื่อมีดินแดนต่อเนื่องกับมิตรประเทศ
พึงเชื่อมไมตรีให้แน่นแฟ้น
สถานการณ์ 6 เมื่อรุกลึกเข้าไป ถูกด่านตั้งขวางมากมาย
พึงอาศัยเสบียงอาหารจากข้าศึก
สถานการณ์ 7 เมื่อรุกไปในแดนวิบาก
พึงถอนกำลังออกเสียโดยเร็ว
สถานการณ์ 8 เมื่อปากทางเข้าแคบและถอยยาก
พึงปิดช่องที่ฝ่ายตรงข้ามเปิดล่อไว้
สถานการณ์ 9 เมื่อต้องการรบพุ่งอย่างรวดเร็ว หากไม่ทำแล้วแพ้
พึงปลุกเหล่าไพร่พลให้สู้ถวายชีวิต

26/03/2016

กลยุทธ 11 รูปการณ์ทั้ง 9 : การปรับเปลี่ยนในสถานการณ์
ปราชญ์ซุนวู ได้กล่าวไว้ว่า
"การข่มขู่นั้นมิใช่การทำให้คู่แข่งยอมอ่อนข้อ"
โดยปราชญ์ซุนวูเชื่อว่า เราสามารถทำให้คู่แข่ง
สยบกลัวได้มากกว่าด้วยการใช้แผน
ที่คู่แข่งไม่เคยวิเคราะห์หรือคาดคิดมาก่อน

ซึ่งปราชญซุนวูได้กล่าวไว้ว่า
"สามารถเปลี่ยนแนวทางดำเนินงาน
และปรับแผนให้ข้าศึกงงงวย

สามารถสับเปลี่ยนตำแหน่ง
และเบี่ยงเบนเส้นทางให้อริคาดคิดไม่ถึง"

21/03/2016

กลยุทธ 11 รูปการณ์ทั้ง 9 : การปรับเปลี่ยนในสถานการณ์
ปราชญ์ซุนวู ได้กล่าวไว้ว่า "แผนเหนือชั้น"

ผู้นำใดไม่รู้สถานการณ์แม้เพียง 1 ใน 9
ก็ไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นผู้นำที่เลิศในเชิงยุทธ

กลยุทธของผู้นำชั้นเลิศนั้น
คือ โจมตีองค์กรใหญ่ เป็นการลดกำลัง
เพื่อสร้างแสนยานุภาพ
และทำให้องค์กรใหญ่น้อยในเครือเอาใจออกห่าง
ป้องกันการรวมตัว

ฉะนั้น ผู้นำเหล่านี้จะไม่เข้าแข่งขันองต์กรทั้งมวลในวงการ
เพราะหากเป็นเช่นนั้นแล้วอิทธิพลย่อมไม่บังเกิด
แต่เขาจะวางใจในฝีมือที่จะกล่อมองค์กรอื่นให้เข้าร่วม
เขาจะไม่แถลงขอความคิดเห็นเมื่อถึงคราวต้องดำเนินการ
ยามคับขันจำเป็น จะไม่แสดงผลร้ายผลเสียแต่มุ่งผลดีของงาน
เมื่อสั่งการบรรดาผู้ใต้ปกครอง

ด้วยกลยุทธนี้ จึงเสริมความแข็งแกร่ง
และเป็นที่ยอมรับขององค์กรทั่วไป

อันวิสัยของมนุษย์นั้นเมื่อถึงสถานการณ์วิกฤต
ก็สามารถแก้ปัญหาจนอยู่รอด

เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ถึงฆาตก็กระเสือกกระสนรอดพ้นมาได้

ฉะนั้น แม้เมื่อฝ่ายตนหลงติดอยู่ในที่เสียเปรียบ
ก็สามารถเปลี่ยนปราชัยเป็นอัปราชัยได้

เมื่อดำเนินยุทธสำคัญ
จึงต้องคล้อยตามสิ่งที่ฝ่ายตรงข้ามวางไว้ก่อน
แล้วหาจังหวะเข้าโจมตีรวมตัวเป็นหนึ่งเดียวภายหลัง
แม้ห่างกันหลายร้อยพันเมตรแผนการดังว่าสามารถสัประยุทธ์ได้
นี้จึงเป็นความสำเร็จโดยแท้

ฉะนั้น เมื่อถึงวันเริ่มนโยบายการยุทธ
จึงปิดตัวมิให้ภายนอกรู้และหยุดการติดต่อ
ระงับการเจรจาการฑูต
ขณะเดียวกัน ปลุกเร้าเหล่ากำลังดำเนินการ ณ ศูนย์ตน
เมื่อคู่แข่งชะ่าเปิดช่องให้เห็นจึงเข้าแทรกโดยฉับพลัน
ก่อนอื่นเจาะให้ถึงจุดสำคัญและมุ่งสู่ความคาดหวังที่ซ่อนเร้น
ดำเนินตามแผนที่ตระเตรียมไว้เพื่อพิชิตฝ่ายตรงข้ามอย่างจริงจัง

เช่นนี้แล้ว การยุทธจึงดูเสมือนไร้เดียงสาเมื่อแรกเห็น
ต่อเมื่อคู่แข่งเปิดช่องจึงลุกวูบจนคู่แข่งมิอาจต้านทานไหว

26/02/2016

กลยุทธ 11 รูปการณ์ทั้ง 9 : การปรับเปลี่ยนในสถานการณ์
ปราชญ์ซุนวู ได้กล่าวไว้ว่า
ความรู้เรื่องสถานการณ์และความแปรปรวน 9 ประการ
การรู้ถึงข้อดีข้อเสียของการรุกหรือการรับ
การเข้าถึงสภาพจิตของคู่รบ
ล้วนเป็นสิ่งที่ผู้นำที่เห็นการณ์ไกลไม่ควรมองข้าม

หลักแห่งการคุมศึกนั้น
เมื่อรุกลึก เป็นผลให้แทรกซึมได้เกิดกำลังใจดี
เมื่อไม่พร้อม เป็นผลให้เข้าประชิดได้เพียงผิวเผิน
เมื่อรบไกลจากถิ่น เป็นผลให้ต้องข้ามน้ำข้ามแดนมา
เมื่ออยู่ในแดนสะดวก เป็นผลให้สามารถเข้าออกกันทั่ว
เมื่ออยู่ในที่ถูกล้อม เป็นผลให้ต้องป้องกันทางออกและบีบทางเข้า
เมื่ออยู่ในที่คับขัน เป็นผลให้จนตรอกสู้ยิบตา

06/06/2015

กลยุทธ 11 รูปการณ์ทั้ง 9 : การปรับเปลี่ยนในสถานการณ์
ปราชญ์ซุนวู ได้กล่าวไว้ว่า
"...ต้องคล้อยตามสิ่งที่ฝ่ายตรงข้ามวางไว้ก่อน
แล้วหาจังหวะเข้าโจมตี
รวมเป็นหนึ่งเดียวภายหลัง
แม้ห่างกันหลายร้อยพันเมตร
แผนการดังว่าก็สามารถสัประยุทธ์ได้
นี้จึงเป็นความสำเร็จโดยแท้"

นั่นหมายถึงว่า ควรเน้นจุดอ่อนของคู่แข่งโดยค้นหา
ส่วนที่เป็นหัวใจและเป็นความคาดหวังสูงสุด
เจาะให้ถึงขั้วหัวใจและบีบไว้ คู่แข่งย่อมปฏิบัติตาม

06/06/2015

กลยุทธ 11 รูปการณ์ทั้ง 9 : การปรับเปลี่ยนในสถานการณ์
ปราชญ์ซุนวู ได้กล่าวไว้ว่า
"กลยุทธของผู้นำชั้นเลิศนั้น
คือ โจมตีองค์กรใหญ่
ซึ่งเป็นการลดกำลังเพื่อสร้างแสนยานุภาพ
และทำให้องค์กรใหญ่น้อยในเครือ
เอาใจออกห่างป้องกันการรวมตัว"

06/05/2015

กลยุทธ 11 รูปการณ์ทั้ง 9 : การปรับเปลี่ยนในสถานการณ์
ปราชญ์ซุนวู ได้แนะนำให้ยับยั้งการปะทะแบบเปิดเผย
หากเมื่อไม่อาจหลีกเลี่ยงการปะทะแบบเปิดเผย
9 รูปการณ์ของซุนวูจึงเป็นยุทธศิลป์แห่งการเคลื่อนกำลัง
ในสถานการณ์ที่ต้องการการปะทะแบบเปิดเผยแล้ว
อย่างไรก็ดี การเดินเกมส์ในสถานการณ์ใดก็ตาม
"ทักษะและความชำนาญของผู้นำเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด"
ผู้นำจะต้องสามารถเดินแผนตามสัญชาตญาณที่ได้จากสถานการณ์ เนื่องจากไม่มีเวลาให้คิดมากนัก
และต้องอาศัยประสบการณ์อย่างมากเพราะไม่มีเวลาปรึกษาใคร

12/03/2015

กลยุทธ 10 การจัดวางสถานการณ์
การรู้ที่ รู้ทาง ในการประจัญ
"ที่ทาง 6 ประการ"
ในการดำเนินยุทธนั้น
มีตำแหน่งที่ตั้ง 6 ประการ ด้วยกันคือ
-ที่ราบรื่น
-ที่ติดล้อม
-ที่ลังเล
-ที่แคบ
-ที่มีอุปสรรค
-ที่ทุรกันดาร

ที่ราบรื่น หมายถึง ทั้งเราและคู่แข่งสามารถไปถึงได้
ณ ที่ประเภทนี้ใครสามารถจับจองที่สูงโปร่งได้ก่อน
ก็ได้เปรียบเรื่องทางขนส่งเสบียง
เมื่อท้ารบก็ย่อมได้เปรียบ

ที่ติดล้อม หมายถึง ทางที่แม้เราไปถึงก่อนได้
ก็อาจมีปัญหาในการตีทัพกลับ
ณ ที่ประเภทนี้ หากฝ่ายตรงข้ามไม่พร้อมใครรุกได้ก่อนก็จะชนะ
แต่หากฝ่ายตรงข้ามพร้อมตี ใครรุกได้ก่อนก็ไม่แน่จะชนะ
เนื่องด้วยยกทัพกลับยาก ชัยชนะจึงไม่บังเกิด

ที่ลังเล หมายถึง ไม่ว่าเราหรือฝ่ายตรงข้าม
ไม่มีใครเคลื่อนถึงก่อนแล้วได้เปรียบ
ณ ที่ประเภทนี้ ถ้าไม่มีข้อได้เปรียบกว่าคู่แข่งแล้วไซร้
ไม่ควรเป็นฝ่ายเริ่มรุกแต่หลอกล่อแสดงแสร้งเป็นถอย
เมื่อคู่แข่งรุกตามออกมาบ้างจึงตีกลับ
ดั่งนี้จึงทางชนะได้

ที่แคบ หมายถึง เราจะต้องมาถึงที่มั่นก่อนอย่างเต็มตัว
และคอยทัพข้าศึก
แต่หากฝ่ายตรงข้ามเป็นฝ่ายจับจองก่อนแล้ว
อย่าลุกไล่เมื่ออริครอบครองแดนอยู่เต็ม
จงรุกไล่เมื่ออริครอบครองแดนอยู่เต็ม
จงรุกไล่เมื่อยังครอบครองไม่เต็มเท่านั้น

ที่มีอุปสรรค หมายถึง เราต้องยึดพื้นที่สูงก่อน
หาที่โปร่งอาศัยเพื่อรอคอยข้าศึก
แต่ถ้าข้าศึกเป็นผู้เข้ายึดครองก่อน
อย่ารุกตาม จงถอนกำลังเสีย

ที่ทุรกันดาร หมายถึง ทั้งสองฝ่ายต่างมีกำลังไล่เลี่ยกัน
ณ ที่ประเภทนี้ ยากแก่การเปิดศึก
การรบจึงไม่มีทางมีชัย

ที่ทางทั้งหกประเภทนี้
เป็นหน้าที่ของผู้นำที่จะต้องศึกษาอย่างรอบคอบ

12/02/2015

กลยุทธ 10 การจัดวางสถานการณ์
การรู้ที่ รู้ทาง ในการประจัญ
"ทรยุทธ์ 6 ประเภท"
ทรยุทธ์หกประเภทนั้น ได้แก่
กองทัพประมาท
กองทัพอ่อนผู้นำ
กองทัพอ่อนขบวน
กองทัพถืออภิสิทธิ์
กองทัพอลหม่าน
กองทัพสลาย

ทรยุทธ์ทั้งหกประเภทนี้
มิได้เกิดจากเคราะห์กรรมตามธรรมชาติ
แต่เกิดจากความผิดพลาดในการเดินยุทธของผู้นำ

กองทัพประมาท คือ
ทั้งกำลังเราและเขาไล่กัน แต่ชะล่าใจยกหนึ่งไปตีสิบ

กองทัพอ่อนผู้นำ คือ
เหล่าพลเข้มแข็ง แต่ผู้นำอ่อนแอ

กองทัพอ่อนขบวน คือ
ผู้นำแกร่งกล้า แต่เหล่่าพลอ่อนแอไม่เป็นกระบวน

กองทัพถืออภิสิทธิ์ คือ
นายทัพนายกองช่างฉุนเฉียวเกรี้ยวกราด
ประจัญข้าศึกด้วยความชัง นำกำลังเข้ารบตามอำเภอใจ
โดยไม่ได้รับคำสั่งจากขุนพล

กองทัพอลหม่าน คือ
ผู้นำอ่อนแอไม่มระเบียบวินัย
วิธีฝึกพลก็ไม่ชำนาญ
ทั้งนายกองและเหล่าพลต่างระส่ำระส่าย
ใช้กระบวนยุทธตามอำเภอใจไม่มีหลักไม่มีเกณฑ์

กองทัพสลาย คือ
ผู้นำไม่สามารถวิเคราะห์ฝ่ายอริ
จึงใช้กำลังน้อยเข้าตีกำลังมาก
นำกำลังอ่อนเข้าปะทะกำลังแกร่ง
ไม่มีกระบวนยุทธไม่มีเป้าหมายของการศึก
ทั้งหกนี้คือทรยุทธ์แห่งความพ่ายแพ้
อันเป็นภาระหนักอึ้งแก่ผู้นำ ต้องชั่งใจใคร่ครวญ

31/01/2015

กลยุทธ 10 การจัดวางสถานการณ์
การรู้ที่ รู้ทาง ในการประจัญ
"ผู้นำที่เหนือเมฆ"
การรู้จักวิเคราะห
์สถานการณ์และรูปการณ์ของการต่อสู้
เป็นเพียงส่วนเสริมการสัปประยุทธ์

ผู้เจนการยุทธซึ่งวิเคราะห์หนทาง
สู่ชัยชนะของฝ่ายตรงข้าม
ประเมินความใกล้ไกล
ของมหันตภัยและนานาอุปสรรค
คำนึงถึงที่ทางหกประเภทและทรยุทธ์ที่พึงเลี่ยง
จึงสามารถเอาชนะได้
ผู้ใดไม่เข้าถึงหลักการทั้งปวง
จึงพ่ายแพ้เป็นของธรรมดา

ฉะนั้น หากแม้เจ้านครร้องห้ามไม่ให้บุก
แต่วิถีแห่งชัยชนะเห็นแจ้งอยู่
การยุทธจำเป็นต้องดำเนินต่อ

หากแม้เจ้านครเรียกหาให้ท้ารบ
แต่วิถีแห่งชัยชนะไม่ปรากฏ
การยุทธก็จำต้องยุติลง

ผู้นำเช่นนี้ จึงไม่ใช่รบพุ่งเพื่อชื่อเสียง
ไม่ใช่ถอยหนีเพื่อหลีกเลี่ยงคำติฉิน
แต่ด้วยจะนำสวัสดิภาพสู่ปวงประชา
เป็นศรีสง่าแก่เจ้าผู้ครองนคร

และนี่คือทรัพย์อันล้ำค่าขององค์กร

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ซุนวู ศาสตร์แห่งการแก้ไขปัญหา Sūn Wǔผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แนะนำ

แชร์