24/09/2026
[เกษียณต้องมีเงินเท่าไหร่ ? ]
แจกสูตรคำนวณฉบับเข้าใจง่าย
การวางแผนเกษียณไม่ใช่เรื่องของอายุ
แต่เป็นเรื่องของการเตรียมความพร้อมตั้งแต่วันนี้
เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี
ในวันที่ไม่มีรายได้ประจำ
หัวใจสำคัญคือการคำนวณค่าใช้จ่าย
หลังเกษียณให้ใกล้เคียงกับไลฟ์สไตล์ปัจจุบัน
และต้องไม่ลืมบวกเพิ่มอัตราเงินเฟ้อ
เพื่อให้ตัวเลขแม่นยำที่สุด
การเลือกใช้เครื่องมืออย่างประกันเกษียณ
ถือเป็นตัวช่วยสำคัญในการล็อกรายได้ที่แน่นอนและบริหารความเสี่ยงในอนาคต
หลายคนคิดว่าการวางแผนเกษียณ
เป็นเรื่องของคนอายุเยอะ
แต่ในความเป็นจริงแล้ว ยิ่งเริ่มเร็ว ยิ่งสบาย !
เพราะการเกษียณไม่ใช่เรื่องของอายุ
แต่คือเรื่องของการเตรียมตัวให้พร้อม
โดยเฉพาะในวันที่ค่าครองชีพสูงขึ้น
และไม่มีรายได้ประจำอีกต่อไป
การเตรียมตัวตั้งแต่วันนี้จึงไม่ใช่ทางเลือก
แต่เป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยให้คุณสามารถใช้ชีวิต
หลังเกษียณได้อย่างมีความสุข
ขั้นตอนแรก คำนวณค่าใช้จ่ายยามเกษียณ
ก่อนจะรู้ว่าเตรียมตัวเกษียณ
ต้องเก็บเงินเท่าไหร่ ?
ต้องย้อนกลับมาดูมาตรฐานการใช้ชีวิต
ในตอนนี้เสียก่อน
เพราะคนเรามักจะคุ้นชินกับไลฟ์สไตล์เดิม
แม้จะเกษียณไปแล้วก็ตาม
รายได้ในตอนนี้ จะกลายเป็นค่าใช้จ่ายเท่าไหร่
ในวันเกษียณ ?
สมมติว่าเป็นพนักงานบริษัทที่มีรายได้คงที่
เช่น 50,000 บาทต่อเดือน
ซึ่งในวันนี้อาจมีค่าใช้จ่ายทั้งเรื่องค่ากินอยู่
ค่าเดินทาง ค่าเข้าสังคม
แต่เมื่อถึงวันที่ต้องเกษียณอายุ
ภาระบางอย่างจะหายไป
เช่น ค่าเดินทางไปทำงาน
แต่ภาระบางอย่างก็จะเข้ามาแทนที่
เช่น ค่ารักษาพยาบาลที่อาจเพิ่มมากขึ้น
ซึ่งโดยทั่วไปค่าใช้จ่ายหลังเกษียณ
มักอยู่ที่ประมาณ 60-80% ของรายได้เดือนสุดท้าย
เพื่อรักษาคุณภาพชีวิตให้ใกล้เคียงกับไลฟ์สไตล์แบบเดิมให้มากที่สุด
• หากรายได้ปัจจุบัน 50,000 บาท
• คาดว่าจะใช้เงิน 70% จากรายได้ก่อนเกษียณ จะต้องมีเงินใช้เดือนละ 35,000 บาท
• สรุปยอดที่ต้องใช้ต่อปี 35,000 X 12 = 420,000 บาท
เมื่อรู้ตัวเลขรายปีแล้ว
จะเตรียมเงินจากไหนได้บ้าง ?
เมื่อเห็นตัวเลข 420,000 บาทต่อปี
คำถามคือจะหาเงินก้อนนี้มาจากไหน
ให้สม่ำเสมอทุกปี ?
เมื่อรู้แล้วว่าต้องใช้ปีละ 420,000 บาท
คราวนี้มาดูว่าตลอดช่วงอายุหลังเกษียณ
ต้องมีเงินเท่าไหร่ ?
เพื่อไม่ให้ใช้เงินจนหมด และไม่พอใช้ไปเสียก่อน
สูตรคำนวณเงินเกษียณพื้นฐาน
วิธีคำนวณเงินเกษียณ คือ หัวใจของการวางแผนเกษียณ เพื่อให้เป็นอิสระทางการเงินอย่างแท้จริง โดยสามารถใช้สูตรพื้นฐานสำหรับประมาณการเบื้องต้น ได้แก่
‘เงินที่ต้องมี = ค่าใช้จ่ายต่อปี X จำนวนปีหลังเกษียณ’
• ยอดเงินที่ต้องใช้รายปี : จากตัวอย่างก่อนหน้าคือ 420,000 บาท
• จำนวนปีหลังเกษียณ : หากคุณเกษียณตอนอายุ 60 ปี และคาดว่าจะมีอายุยืนถึง 85 ปี เท่ากับว่าต้องมีเงินพอใช้ไปอีก 25 ปี
• ผลลัพธ์เงินก้อนที่ต้องเตรียม : 420,000 X 25 = 10,500,000 บาท
เพิ่มความแม่นยำด้วยการคิดเงินเฟ้อ
หลายคนมักพลาดตรงที่คิดว่า
“เงิน 35,000 บาทในวันนี้ จะซื้อของได้
ไม่เท่าเดิมในอีก 20-30 ปีข้างหน้า”
ลองนึกภาพก๋วยเตี๋ยวเมื่อ 20 ปีก่อน
ที่ราคาชามละ 15-20 บาท
แต่ปัจจุบันราคาพุ่งไปที่ 50-60 บาท
นี่คือผลผลิตของสิ่งที่เรียกว่าเงินเฟ้อ
ซึ่งจำเป็นต่อการคำนวณเงินเกษียณให้ถี่ถ้วน
สูตรคำนวณเงินเฟ้อทบต้น
หากอีก 30 ปีจะเกษียณ ให้คิดเงินเฟ้อเฉลี่ยที่ 3% ต่อปี ค่าของเงินจะทวีคูณไปประมาณ 2.427 เท่า (คำนวณจาก 1.03 ยกกำลัง 30)
หมายความว่าของที่เคยราคา 100 บาท
จะกลายเป็น 242 บาทในวันที่เกษียณ
เมื่อนำค่าเงินเฟ้อมาคูณกับค่าครองชีพที่ต้องการ หรือ 35,000 บาท ต่อเดือน
จะได้ 35,000 X 2.427 = 84,945 บาทต่อเดือน
ซึ่งหมายความว่าในอีก 30 ปีข้างหน้า
หากต้องการใช้ชีวิตให้ได้คุณภาพเท่ากับเงิน 35,000 บาทในปัจจุบัน อาจต้องเตรียมเงินไว้จริงถึงประมาณ 84,945 บาทต่อเดือน
การคำนวณอัตราเงินเฟ้อเพื่อสู้กับค่าครองชีพที่สูงขึ้นจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการวางแผนเกษียณอายุ
เตรียมตัวเกษียณ ต้องเก็บเงินทางไหน ?
เมื่อเห็นตัวเลขที่รวมอัตราเงินเฟ้อทั้งจากการวางแผนเอง หรือใช้โปรแกรมคำนวณเงินเกษียณแล้ว หลายคนอาจเริ่มท้อใจ
วิธีแก้คือการเลือกเครื่องมือที่ให้ผลตอบแทน
ชนะเงินเฟ้อ หรือเครื่องมือที่ช่วยล็อกรายได้หลังเกษียณที่แน่นอน
• ขยับสัดส่วนการลงทุน : เพิ่มการลงทุนใน
สินทรัพย์ที่เติบโตสูงในช่วงแรก
เพื่อให้เงินทำงานหนักแทน
• เริ่มออมให้เร็วที่สุด : เพื่อใช้พลังของ
"ดอกเบี้ยทบต้น" เป็นตัวช่วยผ่อนแรง
ยิ่งเริ่มเร็ว เงินออมต่อเดือนก็จะยิ่งน้อยลง
• ใช้ประกันบำนาญปิดความเสี่ยง : ประกัน
จะจ่ายเงินคืนตามจำนวนที่ระบุไว้ในสัญญาแน่นอน
ช่วยลดความผันผวนจากสภาวะเศรษฐกิจ
และตลาดหุ้นที่เอาแน่เอานอนไม่ได้
#พยาบาลนกขายประกัน
#วางแผนเกษียณ #ประกันบำนาญ
#ประกันสะสมทรัพย์
#ลดหย่อนภาษี