Hoangson Thailand Education Center

Hoangson Thailand Education Center A part of HoangSon Group
Affiliate Broker Education Ecosystem

การลงทุนมีความเสี่ยง ควรศึกษาก่อนตัดสินใจลงทุน

ภาพบรรยากาศงาน Traders Fair Thailand 2026อีกหนึ่งโอกาสดีในการแลกเปลี่ยนมุมมอง อัปเดตเทรนด์ และพบปะผู้คนในวงการการเงินและ...
24/05/2026

ภาพบรรยากาศงาน Traders Fair Thailand 2026
อีกหนึ่งโอกาสดีในการแลกเปลี่ยนมุมมอง อัปเดตเทรนด์
และพบปะผู้คนในวงการการเงินและการลงทุน

ขอบคุณทุกการต้อนรับและบทสนทนาดี ๆ ภายในงาน แล้วพบกันใหม่ในโอกาสถัดไป ✨








𝗙𝗢𝗠𝗢 หรือ 𝗙𝗲𝗮𝗿 𝗢𝗳 𝗠𝗶𝘀𝘀𝗶𝗻𝗴 𝗢𝘂𝘁 คือหนึ่งในอารมณ์ที่อันตรายที่สุดสำหรับนักลงทุนและนักเทรด เพราะมันเกิดจาก “ความกลัวว่าจะพลา...
14/05/2026

𝗙𝗢𝗠𝗢 หรือ 𝗙𝗲𝗮𝗿 𝗢𝗳 𝗠𝗶𝘀𝘀𝗶𝗻𝗴 𝗢𝘂𝘁
คือหนึ่งในอารมณ์ที่อันตรายที่สุดสำหรับนักลงทุนและนักเทรด เพราะมันเกิดจาก “ความกลัวว่าจะพลาดโอกาสทำกำไร” จนทำให้หลายคนตัดสินใจเข้าออเดอร์โดยใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล

เวลาที่ตลาดกำลังพุ่งแรง ไม่ว่าจะเป็นทองคำ หุ้น คริปโต
หรือค่าเงิน เรามักจะเห็นคนในโซเชียลโพสต์กำไร โชว์พอร์ต
หรือพูดถึงโอกาสครั้งใหญ่ สิ่งเหล่านี้ทำให้หลายคนเริ่มรู้สึกกดดันว่า
“ถ้าไม่เข้าเดี๋ยวนี้ อาจไม่ทัน”
“คนอื่นกำไรกันหมดแล้ว”
“ราคาน่าจะขึ้นต่ออีกแน่นอน”

สุดท้ายจึงรีบกด 𝗕𝘂𝘆 หรือ 𝗦𝗲𝗹𝗹 โดยไม่มีแผนที่ชัดเจน ไม่ได้วิเคราะห์แนวรับแนวต้าน ไม่ได้คำนวณความเสี่ยง และบางครั้งยังใช้ล็อตใหญ่เกินตัวเพราะอยากได้กำไรเร็ว เมื่อเข้าเทรดในจังหวะที่ตลาดวิ่งแรงมากเกินไป สิ่งที่มักเกิดขึ้นคือราคากลับตัวทันที ทำให้ติดดอย ขาดทุน หรือโดนล้างพอร์ตได้ง่าย

𝗙𝗢𝗠𝗢 ไม่ได้เกิดจากตลาดเพียงอย่างเดียว แต่มักเกิดจากอารมณ์ภายในของตัวนักเทรดเอง เช่น ความโลภ ความใจร้อน ความกดดันจากการเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น หรือความต้องการประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว หลายคนไม่ได้กลัวการขาดทุนเท่ากับ “กลัวพลาดโอกาส” และนั่นคือจุดที่อารมณ์เริ่มควบคุมการตัดสินใจแทนระบบ

นักเทรดที่อยู่ในภาวะ 𝗙𝗢𝗠𝗢 มักมีพฤติกรรม เช่น

* ไล่ราคาตามแท่งเขียวหรือแท่งแดงแรง ๆ
* เข้าออเดอร์ช้า แต่รีบเข้าตอนตลาดวิ่งไปไกลแล้ว
* เปิดหลายออเดอร์ติดกันเพราะกลัวไม่ได้กำไร
* ไม่ตั้ง 𝗦𝘁𝗼𝗽 𝗟𝗼𝘀𝘀
* เพิ่มล็อตเมื่อเห็นตลาดกำลังร้อนแรง
* เทรดตามข่าวหรือโซเชียลโดยไม่วิเคราะห์เอง

ปัญหาของ 𝗙𝗢𝗠𝗢 คือมันทำให้เสีย “วินัย” ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการเทรด เพราะต่อให้มีกลยุทธ์ที่ดีแค่ไหน แต่ถ้าควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ก็มีโอกาสขาดทุนอยู่ดี หลายครั้งการขาดทุนหนักไม่ได้เกิดจากตลาด แต่เกิดจากการตัดสินใจที่ขาดสติในช่วงเวลาที่อารมณ์ครอบงำ

สิ่งสำคัญที่นักเทรดควรเข้าใจคือ “ตลาดมีโอกาสเสมอ” ไม่มีใครสามารถเก็บทุกจังหวะของตลาดได้ และการพลาดบางโอกาส ไม่ได้แปลว่าเราจะไม่มีวันทำกำไรอีก นักลงทุนมืออาชีพส่วนใหญ่เลือกที่จะ “รอจังหวะ” มากกว่าการไล่ตามราคา เพราะพวกเขารู้ว่าการรักษาทุนสำคัญกว่าการรีบทำกำไรระยะสั้น

วิธีลด 𝗙𝗢𝗠𝗢 ที่ดีที่สุด คือการมีแผนการเทรดที่ชัดเจน กำหนดจุดเข้า จุดออก และ 𝗦𝘁𝗼𝗽 𝗟𝗼𝘀𝘀 ก่อนเปิดออเดอร์ทุกครั้ง ฝึกควบคุมอารมณ์ ไม่เปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น และยอมรับว่าการไม่เข้าเทรดในบางจังหวะ ก็ถือเป็นการตัดสินใจที่ดีได้เช่นกัน

เพราะในโลกของการลงทุน
“คนที่อยู่รอดในตลาดได้นานที่สุด ไม่ใช่คนที่รีบที่สุด แต่คือคนที่มีวินัยมากที่สุด”

#ลงทุน #ความรู้

ราคาน้ำมันฟื้นตัวระยะสั้น แม้ภาพรวมรายสัปดาห์ปรับลดแรง ท่ามกลางความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจและการตลาดโ...
11/05/2026

ราคาน้ำมันฟื้นตัวระยะสั้น แม้ภาพรวมรายสัปดาห์ปรับลดแรง ท่ามกลางความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ

ฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจและการตลาดโลกของ United Overseas Bank (UOB) เปิดเผยว่า ราคาสัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้า ทั้ง WTI และ Brent ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในวันศุกร์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ภาพรวมรายสัปดาห์ยังคงเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก และถือเป็นการปรับตัวลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2026

UOB ระบุว่า การปรับตัวแข็งค่าของราคาน้ำมันดิบ Brent และค่าเงินดอลลาร์สหรัฐในช่วงเช้าวันจันทร์ มีสาเหตุมาจากความตึงเครียดรอบใหม่ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลกระทบต่อแนวโน้มการหยุดยิง และทำให้นักลงทุนกลับมาให้ความสำคัญกับความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมัน (Supply-risk Premium) อีกครั้ง

นักวิเคราะห์มองว่า ตลาดยังคงเผชิญความไม่แน่นอนจากการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน หลังเกิดเหตุเผชิญหน้าทางทหารใกล้ช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา นอกจากนี้ ประธานาธิบดี Donald Trump ยังปฏิเสธข้อเสนอของอิหร่านในการยุติความขัดแย้ง โดยระบุว่าเป็นข้อเสนอที่ “ยอมรับไม่ได้โดยสิ้นเชิง”

ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent และค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวสูงขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ ขณะที่ราคาทองคำก็ปรับเพิ่มขึ้นเช่นกัน ท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนที่ระมัดระวังมากขึ้น

สรุปการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมัน

* น้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมิถุนายน ปิดที่ 95.4 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.6% หรือ 61 เซนต์ในวันศุกร์ แต่เมื่อเทียบทั้งสัปดาห์ ปรับลดลง 6.4% หรือประมาณ 6.5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ถือเป็นการลดลงรายสัปดาห์ที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 17 เมษายน 2026
* น้ำมันดิบ Brent ส่งมอบเดือนกรกฎาคม ปิดที่ 101.3 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.23 ดอลลาร์ หรือ 1.23% ในวันศุกร์ อย่างไรก็ตาม ภาพรวมรายสัปดาห์ยังลดลง 6.4% หรือประมาณ 6.9 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 10 เมษายน 2026

บทความนี้จัดทำขึ้นโดยใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์
และผ่านการตรวจสอบโดยบรรณาธิการแล้ว

#น้ำมัน

ราคาเงิน (XAG/USD) ปรับตัวลงมาอยู่แถว $72.85 ในช่วงตลาดเอเชียวันอังคารที่ผ่านมาโดยภาพรวมยังคงเป็น แนวโน้มขาลง (Bearish) ...
05/05/2026

ราคาเงิน (XAG/USD) ปรับตัวลงมาอยู่แถว $72.85 ในช่วงตลาดเอเชียวันอังคารที่ผ่านมา
โดยภาพรวมยังคงเป็น แนวโน้มขาลง (Bearish) เนื่องจากราคายังเคลื่อนไหวต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย EMA 100 วัน และมีแรงกดดันต่อเนื่อง

🔎 ปัจจัยที่กดดันราคา Silver

• ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
→ มีรายงานการโจมตีเรือในช่องแคบ Hormuz ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่ง

• ความกังวลเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น
→ ราคาพลังงานสูงขึ้น ทำให้เงินเฟ้อมีโอกาสเร่งตัว

• นโยบายดอกเบี้ยของสหรัฐ
→ Fed อาจคงดอกเบี้ยสูงนานขึ้น
→ ทำให้สินทรัพย์ที่ “ไม่ให้ดอกเบี้ย” อย่าง Silver น่าสนใจน้อยลง

💡 Silver คืออะไร? ทำไมคนถึงลงทุน

• เป็นโลหะมีค่าที่ใช้เก็บมูลค่า
• ใช้กระจายความเสี่ยงในพอร์ต
• ป้องกันเงินเฟ้อ (Inflation Hedge)

สามารถลงทุนได้ทั้ง
✔️ แท่งเงินจริง
✔️ กองทุน (ETF)
✔️ เทรดในตลาด (XAG/USD)

⚙️ ปัจจัยที่มีผลต่อราคา Silver

• ค่าเงินดอลลาร์ (USD)
• อัตราดอกเบี้ย
• ความตึงเครียดทางการเมืองโลก
• ความต้องการในอุตสาหกรรม (เช่น Solar, Electronics)
• เศรษฐกิจประเทศใหญ่ เช่น สหรัฐ / จีน / อินเดีย

🔗 Silver vs Gold

• ราคามักเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับทองคำ
• ใช้ “Gold/Silver Ratio” วิเคราะห์ความถูก-แพง

🧠 สรุปภาพรวม

ตอนนี้ Silver ยังอยู่ใน
👉 “โหมดขาลง”
👉 ถูกกดดันจากดอกเบี้ย + เงินเฟ้อ + ความเสี่ยงโลก

⚠️ แต่ยังไม่เข้าสู่ Oversold
→ แปลว่า “อาจลงต่อได้”

#ราคา

𝐆𝐨𝐥𝐝 𝐔𝐩𝐝𝐚𝐭𝐞: ทองคำทรงตัวใกล้ $𝟒,𝟔𝟎𝟎 ก่อนรู้ผลเฟดราคาทองคำ (𝐗𝐀𝐔/𝐔𝐒𝐃) ยังเคลื่อนไหวใกล้ระดับ $𝟒,𝟔𝟎𝟎 ในช่วงตลาดเอเชีย โดยนั...
29/04/2026

𝐆𝐨𝐥𝐝 𝐔𝐩𝐝𝐚𝐭𝐞: ทองคำทรงตัวใกล้ $𝟒,𝟔𝟎𝟎 ก่อนรู้ผลเฟด

ราคาทองคำ (𝐗𝐀𝐔/𝐔𝐒𝐃) ยังเคลื่อนไหวใกล้ระดับ $𝟒,𝟔𝟎𝟎 ในช่วงตลาดเอเชีย โดยนักลงทุนส่วนใหญ่กำลังรอผลการตัดสินใจอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (𝐅𝐞𝐝) ในวันนี้

ภาพรวมตลาด
* ราคาทองยังทรงตัว ไม่มีทิศทางชัดเจน
* ตลาดอยู่ในโหมด “รอดูท่าทีเฟด”
* ความกังวลเงินเฟ้อยังเป็นปัจจัยสำคัญ

มุมมองดอกเบี้ย
คาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 𝟑.𝟓𝟎%–𝟑.𝟕𝟓% ซึ่งจะเป็นการคงดอกเบี้ยต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 𝟑 โดยการประชุมครั้งนี้อาจเป็นครั้งสุดท้ายของ 𝐉𝐞𝐫𝐨𝐦𝐞 𝐏𝐨𝐰𝐞𝐥𝐥

ปัจจัยที่ต้องจับตา
หากเฟดส่งสัญญาณเข้มงวด (𝐇𝐚𝐰𝐤𝐢𝐬𝐡)
→ ค่าเงินดอลลาร์มีโอกาสแข็งค่า
→ กดดันราคาทองคำในระยะสั้น

นอกจากนี้ ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงความเสี่ยงในช่องแคบ 𝐇𝐨𝐫𝐦𝐮𝐳 อาจเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อ และส่งผลต่อแนวโน้มดอกเบี้ย

สรุป
ทองคำยังอยู่ในช่วงรอปัจจัยใหม่ ทิศทางถัดไปจะขึ้นอยู่กับน้ำเสียงของเฟดเป็นหลัก โดยเฉพาะมุมมองต่อเงินเฟ้อและดอกเบี้ยในระยะต่อไป

𝐌𝐨𝐧𝐞𝐲 𝐢𝐬𝐧’𝐭 𝐣𝐮𝐬𝐭 𝐜𝐡𝐚𝐧𝐠𝐢𝐧𝐠… 𝐢𝐭’𝐬 𝐛𝐞𝐢𝐧𝐠 𝐫𝐞𝐝𝐞𝐟𝐢𝐧𝐞𝐝.โลกการเงินไม่ได้แค่ “เปลี่ยน” แต่กำลังถูก “สร้างใหม่”จากธนาคารแบบเดิม → ...
23/04/2026

𝐌𝐨𝐧𝐞𝐲 𝐢𝐬𝐧’𝐭 𝐣𝐮𝐬𝐭 𝐜𝐡𝐚𝐧𝐠𝐢𝐧𝐠… 𝐢𝐭’𝐬 𝐛𝐞𝐢𝐧𝐠 𝐫𝐞𝐝𝐞𝐟𝐢𝐧𝐞𝐝.

โลกการเงินไม่ได้แค่ “เปลี่ยน” แต่กำลังถูก “สร้างใหม่”

จากธนาคารแบบเดิม → 𝐃𝐢𝐠𝐢𝐭𝐚𝐥 𝐁𝐚𝐧𝐤𝐢𝐧𝐠 → สู่ 𝐎𝐩𝐞𝐧 𝐅𝐢𝐧𝐚𝐧𝐜𝐞 & 𝐄𝐦𝐛𝐞𝐝𝐝𝐞𝐝 𝐅𝐢𝐧𝐚𝐧𝐜𝐞 ทุกอย่างกำลังเกิดขึ้นเร็วขึ้นกว่าที่เคย

รู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของงาน #𝐌𝐨𝐧𝐞𝐲𝟐𝟎/𝟐𝟎 𝐀𝐬𝐢𝐚
เวทีระดับโลกที่รวมทั้งไอเดีย นวัตกรรม และโอกาสใหม่ ๆ

อนาคตของการเงินไม่ได้กำลังจะมา… แต่มันเริ่มขึ้นแล้ว


𝐇𝐨𝐚𝐧𝐠𝐬𝐨𝐧 𝐆𝐫𝐨𝐮𝐩💦ขออวยพรเนื่องในวันสงกรานต์ขอให้ปีใหม่ไทยนี้เต็มไปด้วยความสุข ความมั่งคั่ง และความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง    ...
13/04/2026

𝐇𝐨𝐚𝐧𝐠𝐬𝐨𝐧 𝐆𝐫𝐨𝐮𝐩💦
ขออวยพรเนื่องในวันสงกรานต์
ขอให้ปีใหม่ไทยนี้
เต็มไปด้วยความสุข
ความมั่งคั่ง และความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง

𝗫𝗔𝗚/𝗨𝗦𝗗 ร่วงลงใกล้ระดับ $𝟳𝟬.𝟱𝟬 แนวโน้มระยะสั้นเปลี่ยนเป็นขาลง (𝗕𝗲𝗮𝗿𝗶𝘀𝗵)• ราคาเงินร่วงลงแตะระดับประมาณ $𝟳𝟬.𝟲𝟬 ในช่วงเซสชั...
02/04/2026

𝗫𝗔𝗚/𝗨𝗦𝗗 ร่วงลงใกล้ระดับ $𝟳𝟬.𝟱𝟬
แนวโน้มระยะสั้นเปลี่ยนเป็นขาลง (𝗕𝗲𝗮𝗿𝗶𝘀𝗵)

• ราคาเงินร่วงลงแตะระดับประมาณ $𝟳𝟬.𝟲𝟬 ในช่วงเซสชันยุโรปเช้าวันพฤหัสบดี
• ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่ทรงตัวกดดันราคาโลหะมีค่า
• โลหะเงินเปลี่ยนทิศทางเป็นลบในระยะสั้น พร้อมด้วยสัญญาณ 𝗥𝗦𝗜 ที่เป็นขาลง
• แนวต้านแรกอยู่ที่ $𝟳𝟯.𝟴𝟬 และระดับแนวรับสำคัญที่ต้องจับตาคือ $𝟲𝟴.𝟬𝟬

ปัจจัยพื้นฐาน:
ราคาเงินได้รับแรงกดดันจากการแสดงความคิดเห็นของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เกี่ยวกับความขัดแย้งในอิหร่าน โดยระบุว่าวัตถุประสงค์หลักใกล้จะเสร็จสิ้น แต่สหรัฐฯ จะยังคงโจมตีอิหร่าน "อย่างหนัก" ต่อไปอีก 𝟮-𝟯 สัปดาห์ข้างหน้า ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบสูงขึ้นและลดความคาดหวังเรื่องการลดอัตราดอกเบี้ย

ปัจจัยใดบ้างที่มีอิทธิพลต่อราคาเงิน?
𝟭. สถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์: ความไม่สงบหรือความกังวลเรื่องเศรษฐกิจถดถอย
𝟮. อัตราดอกเบี้ย: เนื่องจากเงินไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย (𝗬𝗶𝗲𝗹𝗱𝗹𝗲𝘀𝘀 𝗮𝘀𝘀𝗲𝘁) ราคาจึงมักจะสูงขึ้นเมื่อดอกเบี้ยต่ำลง
𝟯. ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (𝗨𝗦𝗗): มักเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับดอลลาร์
𝟰. ปัจจัยอื่นๆ: ความต้องการลงทุน, ปริมาณการทำเหมือง และอัตราการรีไซเคิล

ความต้องการทางอุตสาหกรรมส่งผลอย่างไร?
เงินถูกนำไปใช้มากในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และพลังงานแสงอาทิตย์ (𝗦𝗼𝗹𝗮𝗿 𝗘𝗻𝗲𝗿𝗴𝘆) เนื่องจากนำไฟฟ้าได้ดีที่สุด การเติบโตของภาคอุตสาหกรรมในสหรัฐฯ จีน และอินเดีย จึงมีผลอย่างมากต่อความผันผวนของราคา
ราคาเงินตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวของทองคำอย่างไร?
โดยปกติราคาเงินมักจะเคลื่อนไหวตามราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเหมือนกัน นักลงทุนมักใช้ 𝗚𝗼𝗹𝗱/𝗦𝗶𝗹𝘃𝗲𝗿 𝗥𝗮𝘁𝗶𝗼 เพื่อดูความคุ้มค่าสัมพัทธ์ระหว่างโลหะทั้งสองชนิด หากค่า 𝗥𝗮𝘁𝗶𝗼 สูง อาจหมายถึงเงินมีราคาถูกเกินไป (𝗨𝗻𝗱𝗲𝗿𝘃𝗮𝗹𝘂𝗲𝗱) เมื่อเทียบกับทองคำ

ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ หรือ 𝗨.𝗦. 𝗗𝗼𝗹𝗹𝗮𝗿 𝗜𝗻𝗱𝗲𝘅 ปรับตัวลดลงมาเคลื่อนไหวบริเวณ 𝟵𝟵.𝟳𝟬 ในช่วงการซื้อขายฝั่งเอเชียวันนี้ (𝟭𝟯 มีนาคม) หลังนักลงทุนชะลอการถือดอลลาร์ก่อนการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อสำคัญของสหรัฐฯ

ตลาดกำลังรอรายงาน ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (𝗣𝗖𝗘) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดเงินเฟ้อที่ 𝗙𝗲𝗱𝗲𝗿𝗮𝗹 𝗥𝗲𝘀𝗲𝗿𝘃𝗲 ใช้ในการกำหนดนโยบายดอกเบี้ย

เมื่อความกังวล "ดอกเบี้ย" กลับมาหลอนตลาดราคาทองคำเผชิญแรงเทขายอย่างหนักจนหลุดระดับ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากปรับตัวล...
23/03/2026

เมื่อความกังวล "ดอกเบี้ย" กลับมาหลอนตลาด

ราคาทองคำเผชิญแรงเทขายอย่างหนักจนหลุดระดับ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากปรับตัวลดลงต่อเนื่องติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 4 แม้จะมีความตึงเครียดในตะวันออกกลางเป็นปัจจัยหนุน แต่ดูเหมือนว่า "นโยบายการเงิน" จะมีน้ำหนักมากกว่าในขณะนี้

🔍 เจาะลึก 3 ปัจจัยกดดัน:
1. น้ำมันพุ่ง ปลุกชีพเงินเฟ้อ: ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วง 5 วันที่ผ่านมา (ส่งผลให้ทองร่วงกว่า 12%) ทำให้ตลาดกลับมากังวลเรื่องเงินเฟ้ออีกครั้ง ซึ่งอาจบีบให้ FED ไม่สามารถลดดอกเบี้ยได้ตามคาด
2. ท่าทีที่เปลี่ยนไปของ FED: จากเดิมที่คาดว่าจะลดดอกเบี้ย ตอนนี้เหล่านักวิเคราะห์เริ่มประเมินว่า FED อาจต้อง "คง" หรือร้ายแรงที่สุดคือ "ปรับขึ้น" อัตราดอกเบี้ยในช่วงปลายปีเพื่อสยบเงินเฟ้อ
3. นโยบายตึงตัวทั่วโลก: ไม่ใช่แค่สหรัฐฯ แต่ธนาคารกลางหลักอย่าง ECB, BoE และ BoJ ต่างส่งสัญญาณพร้อมใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น หากแรงกดดันด้านราคายังไม่ลดลง

💡 มุมมองวิเคราะห์:
ในภาวะที่อัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูง (Higher for Longer) ทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ยจึงถูกลดความน่าสนใจลง และเกิดแรงเทขายออกมาเพื่อโยกย้ายเงินไปยังสินทรัพย์ที่ได้รับอานิสงส์จากดอกเบี้ยขาขึ้นแทน

#ทอง #ทองคำ #ราคาทอง

ดัชนีดอลลาร์ (𝐃𝐗𝐘) หลุดระดับ 𝟏𝟎𝟎 ตลาดจับตาเงินเฟ้อสหรัฐฯดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ หรือ 𝐔.𝐒. 𝐃𝐨𝐥𝐥𝐚𝐫 𝐈𝐧𝐝𝐞𝐱 ปรับตัวลดลงมาเคล...
13/03/2026

ดัชนีดอลลาร์ (𝐃𝐗𝐘) หลุดระดับ 𝟏𝟎𝟎
ตลาดจับตาเงินเฟ้อสหรัฐฯ

ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ หรือ 𝐔.𝐒. 𝐃𝐨𝐥𝐥𝐚𝐫 𝐈𝐧𝐝𝐞𝐱 ปรับตัวลดลงมาเคลื่อนไหวบริเวณ 𝟗𝟗.𝟕𝟎 ในช่วงการซื้อขายฝั่งเอเชียวันนี้ (𝟏𝟑 มีนาคม) หลังนักลงทุนชะลอการถือดอลลาร์ก่อนการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อสำคัญของสหรัฐฯ

ตลาดกำลังรอรายงาน ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (𝐏𝐂𝐄) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดเงินเฟ้อที่ 𝐅𝐞𝐝𝐞𝐫𝐚𝐥 𝐑𝐞𝐬𝐞𝐫𝐯𝐞 ใช้ในการกำหนดนโยบายดอกเบี้ย

📊 นักวิเคราะห์คาดว่า
• 𝐇𝐞𝐚𝐝𝐥𝐢𝐧𝐞 𝐏𝐂𝐄: 𝟐.𝟗% 𝐘𝐨𝐘
• 𝐂𝐨𝐫𝐞 𝐏𝐂𝐄: 𝟑.𝟏% 𝐘𝐨𝐘

หากตัวเลขออกมาต่ำกว่าคาด อาจทำให้ค่าเงินดอลลาร์มีโอกาส อ่อนค่าลงเพิ่มเติมในระยะสั้น

ในขณะเดียวกัน ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังเพิ่มแรงกดดันต่อเศรษฐกิจโลก หลังมีรายงานว่าอิหร่านขู่ปิด 𝐒𝐭𝐫𝐚𝐢𝐭 𝐨𝐟 𝐇𝐨𝐫𝐦𝐮𝐳 ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม ดอลลาร์ยังคงมีบทบาทเป็น สินทรัพย์ปลอดภัย (𝐒𝐚𝐟𝐞 𝐇𝐚𝐯𝐞𝐧) ทำให้แรงขายอาจถูกจำกัดในบางช่วง

📊 มุมมองระยะสั้น
แม้วันนี้ดอลลาร์จะอ่อนตัว แต่ภาพรวมรายสัปดาห์ยังถือว่าแข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 𝟐𝟎𝟐𝟓

⚠️ เทรดเดอร์ควรจับตาการประกาศ 𝐏𝐂𝐄 คืนนี้ เพราะอาจเป็นตัวกำหนดทิศทางนโยบายดอกเบี้ยของเฟด และสร้างความผันผวนให้ตลาดค่าเงินทั่วโลก

#เงินดอลลาร์ #เศรษฐกิจโลก

การประกาศตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร (𝐍𝐅𝐏)ทางการสหรัฐฯ (𝐁𝐋𝐒) เตรียมประกาศตัวเลขจ้างงานประจำเดือนมกราคม ในวันพุธที่ 𝟏𝟏 กุมภา...
11/02/2026

การประกาศตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร (𝐍𝐅𝐏)
ทางการสหรัฐฯ (𝐁𝐋𝐒) เตรียมประกาศตัวเลขจ้างงานประจำเดือนมกราคม ในวันพุธที่ 𝟏𝟏 กุมภาพันธ์ เวลา 𝟐𝟎:𝟑𝟎 น. (ตามเวลาไทย) ซึ่งเป็นการประกาศที่ล่าช้าออกมาเนื่องจากเหตุการณ์ปิดหน่วยงานรัฐบาล (𝐆𝐨𝐯𝐞𝐫𝐧𝐦𝐞𝐧𝐭 𝐒𝐡𝐮𝐭𝐝𝐨𝐰𝐧) ก่อนหน้านี้ค่ะ

𝟏. ตัวเลขคาดการณ์ที่ต้องจับตา
* การจ้างงานนอกภาคเกษตร (𝐍𝐅𝐏): คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 𝟕𝟎,𝟎𝟎𝟎 ตำแหน่ง (เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคมที่อยู่ที่ 𝟓𝟎,𝟎𝟎𝟎 ตำแหน่ง)
* อัตราการว่างงาน: คาดว่าจะคงที่อยู่ที่ 𝟒.𝟒%
* ค่าจ้างเฉลี่ยรายชั่วโมง (𝐖𝐚𝐠𝐞 𝐈𝐧𝐟𝐥𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧): คาดว่าจะชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 𝟑.𝟔% (จากเดิม 𝟑.𝟖%)

𝟐. มุมมองจากนักวิเคราะห์ (𝐓𝐃 𝐒𝐞𝐜𝐮𝐫𝐢𝐭𝐢𝐞𝐬)
นักวิเคราะห์มอง "สวนทาง" กับตลาดเล็กน้อย โดยคาดว่าการจ้างงานอาจเพิ่มขึ้นเพียง 𝟒𝟓,𝟎𝟎𝟎 ตำแหน่ง (ต่ำกว่าที่ตลาดคาด) โดยมองว่าตลาดแรงงานอยู่ในสภาวะ "จ้างงานต่ำ-ไล่ออกต่ำ" (𝐥𝐨𝐰-𝐟𝐢𝐫𝐞, 𝐥𝐨𝐰-𝐡𝐢𝐫𝐞)

𝟑. ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
* ค่าเงินดอลลาร์ (𝐔𝐒𝐃): จะมีความผันผวนสูงในช่วงที่ประกาศตัวเลข
* นโยบายดอกเบี้ย: นักลงทุนใช้ข้อมูลนี้เพื่อประเมินทิศทางการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (𝐅𝐞𝐝) ต่อไป

𝐍𝐨𝐭𝐞: ตัวเลข 𝐍𝐅𝐏 ครั้งนี้สำคัญมากเพราะเป็นข้อมูลที่ "ดีเลย์" มา หากตัวเลขออกมา สูงกว่า 𝟕𝟎𝐤 ดอลลาร์มีโอกาสแข็งค่าขึ้น แต่หาก ต่ำกว่า 𝟒𝟓𝐤-𝟕𝟎𝐤 ดอลลาร์

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Hoangson Thailand Education Centerผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แนะนำ

แชร์