ศูนย์ธุรกิจการค้าไทย-จีน 泰国华商中心

ศูนย์ธุรกิจการค้าไทย-จีน 泰国华商中心 ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก ศูนย์ธุรกิจการค้าไทย-จีน 泰国华商中心, ที่ปรึกษาทางธุรกิจ, 43 Thai CC Tower , Sathorn Road , Sathorn District, Bangkok.

27/07/2026

ตามเจ๊V ดูบรรยากาศ จดหมายรักถึงอาม่า รอบปฐมทัศน์ 跟泰国V姐走进影院,观看《给阿嬷的情书》首映。 非常感动和激动,希望情书在泰国也能有个好票房,潮汕电影加油… #泰国 #潮汕 #给阿嬷的情书

25/07/2026

2026泰中合作博览会 🇨🇳🇹🇭
Thailand -China Cooperation Expo 2026
#泰国 #中国

📢 ขอเรียนเชิญเข้าร่วมงานประชุมส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างมณฑลไห่หนาน–ประเทศไทย 🇹🇭🇨🇳โดย รัฐบาลประชาชนไ...
14/07/2026

📢 ขอเรียนเชิญเข้าร่วมงานประชุมส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างมณฑลไห่หนาน–ประเทศไทย 🇹🇭🇨🇳

โดย รัฐบาลประชาชนไห่หนาน, คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(BOI), CCPIT Hainan, หอการค้าไทย-จีน ได้ร่วมกันจัดงาน "การประชุมส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศจีน (ไห่หนาน) – ประเทศไทย" เพื่ออัปเดตนโยบายและโอกาสการลงทุนล่าสุดของ เขตการค้าเสรีไห่หนาน (Hainan Free Trade Port) พร้อมสร้างเครือข่ายทางธุรกิจและแลกเปลี่ยนความร่วมมือระหว่างไทย-จีน
📅 วันอังคารที่ 21 กรกฎาคม 2569
🕒 เวลา 15.30 น.
📍 หอประชุมกวางฮวา หอการค้าไทย-จีน เขตสาทร

📲 สอบถามเพิ่มเติม: LINE
📧 [email protected]
📞 086-487-3226

2026年是海南自贸港全岛封关运作后的首个完整年度,为深化海南与泰国两地的友好往来与经贸合作,向泰国全面展示海南自贸港封关运作后的政策优势与投资机遇。海南省委副书记杨晋柏计划于2026年7月21日至23日访问考察泰国,期间,由海南省人民政府与泰国投资促进委员会(BOI)联合主办,海南省贸促会与泰国中华总商会共同承办的“中国(海南)-泰国经贸合作推介洽谈会”将于7月21日下午15:30时在泰国中华总商会光华堂隆重举行,我们诚挚的邀请您率贵会5位领导、企业家代表莅临出席洽谈会,共商海南与泰国全方位友好合作,共享海南自贸港建设新机遇

เปิดให้ดาวน์โหลดแล้ววันนี้ คู่มือการลงทุนในเขตการค้าเสรีไห่หนาน 🇨🇳🇹🇭 Hainan Free Trade Port เป็นเขตการค้าเสรีระดับชาติขอ...
21/05/2026

เปิดให้ดาวน์โหลดแล้ววันนี้ คู่มือการลงทุนในเขตการค้าเสรีไห่หนาน 🇨🇳🇹🇭
Hainan Free Trade Port เป็นเขตการค้าเสรีระดับชาติของจีนที่มุ่งพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ โดยมีนโยบายภาษีและศุลกากรที่เอื้อต่อธุรกิจ เปิดกว้างต่อการลงทุนจากต่างชาติ และเชื่อมโยงเศรษฐกิจกับภูมิภาคเอเชียและทั่วโลกอย่างมีศักยภาพ โดยปัจจุบันมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนมากมาย สำหรับผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดคู่มือตามคิวอาร์ในโปสเตอร์นี้

🎉 สสว.ขอเชิญผปก.สมัครเข้าร่วมกิจกรรม สร้างเครือข่าย ขยายโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการไทยณ นครฉงชิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจ...
19/05/2026

🎉 สสว.ขอเชิญผปก.
สมัครเข้าร่วมกิจกรรม สร้างเครือข่าย ขยายโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการไทย
ณ นครฉงชิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน
วันที่ 21-23 มิถุนายน 2569
🔹สิทธิพิเศษเฉพาะ ผปก.ที่มี SME ONE ID เท่านั้น🔹

👉🏻 Link สมัคร : https://forms.gle/5cjM47Lbf8a38rWP6

💢จำนวนจำกัด 10 กิจการ💢
❌หมดเขตรับสมัคร วันที่ 31 พฤษภาคม 2569 ❌
💢 หมายเหตุ การพิจารณาคัดเลือกผู้ประกอบการจากคณะกรรมการถือเป็นสิ้นสุด
💢 หากผู้ประกอบการที่ได้รับการพิจารณาแล้ว มีการสละสิทธิ์ หรือถอนตัวหลังจากการประกาศรายชื่อ ทาง สสว. ขอตัดสิทธิ์ในการรับสิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับการเป็นสมาชิกของ สสว.ในปี 2569 ทั้งหมด

✅ Line สอบถามข้อมูลการสมัคร : https://lin.ee/i6xeU2q หรือ

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม
📱คุณอภิชาติ 087-6716635
📱คุณเมธิตา 098-2566636

ร่วมกันสร้าง “กรอบความร่วมมือล้านช้าง–แม่โขง 2.0” ยกระดับความร่วมมือในภูมิภาคสู่ระดับใหม่แม่น้ำล้านช้าง–แม่โขง “แม่น้ำแห...
26/03/2026

ร่วมกันสร้าง “กรอบความร่วมมือล้านช้าง–แม่โขง 2.0” ยกระดับความร่วมมือในภูมิภาคสู่ระดับใหม่

แม่น้ำล้านช้าง–แม่โขง “แม่น้ำแห่งชีวิต” ที่ทอดยาวคดเคี้ยวนับพันกิโลเมตร ไม่เพียงหล่อเลี้ยงผืนแผ่นดินอันกว้างใหญ่ของลุ่มน้ำ หากยังเชื่อมโยงสายสัมพันธ์อันลึกซึ้งของประชาชนทั้งหกประเทศเข้าด้วยกัน ปีนี้ถือเป็นวาระครบรอบ 10 ปีของการจัดการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือล้านช้าง–แม่โขงครั้งแรก นับตั้งแต่ก่อตั้ง กรอบความร่วมมือล้านช้าง–แม่โขงได้ยึดมั่นในเจตนารมณ์ “ดื่มน้ำสายธารเดียวกัน โชคชะตาผูกพันกัน” ส่งเสริมวัฒนธรรมล้านช้าง–แม่โขงที่ตั้งอยู่บนหลัก “ความเสมอภาค ความจริงใจ และความเป็นครอบครัวเดียวกัน” พร้อมทั้งยึดถือจิตวิญญาณแห่งล้านช้าง–แม่โขง ได้แก่ “การพัฒนาเป็นลำดับแรก การปรึกษาหารืออย่างเท่าเทียม ความร่วมมือเชิงปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพ และความเปิดกว้างครอบคลุม” ขับเคลื่อนความร่วมมือใน 3 เสาหลัก และ 5 สาขาความสำคัญ สร้าง “ความเร็วแบบล้านช้าง–แม่โขง” ที่มีความก้าวหน้าทุกวัน มีผลลัพธ์ทุกเดือน และยกระดับทุกปี จนกลายเป็น “ต้นแบบสีทอง” ของความร่วมมือระดับภูมิภาคที่มีพลวัตและศักยภาพสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ตลอดระยะเวลา 10 ปีแห่งการร่วมมือและก้าวเดินไปข้างหน้า ได้ประจักษ์ถึงผลสำเร็จอันอุดมสมบูรณ์

ความเชื่อมั่นเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างทั้งหกประเทศเพิ่มพูนอย่างต่อเนื่อง การสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันได้ครอบคลุมความสัมพันธ์ทวิภาคีอย่างรอบด้าน ความร่วมมือด้านความมั่นคงมีความลึกซึ้งและเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น “ปฏิบัติการล้านช้าง–แม่โขงปลอดภัย” ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง และบรรลุผลเชิงประจักษ์ในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ อาทิ การพนันออนไลน์และการหลอกลวงทางโทรคมนาคม ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการค้าเติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มูลค่าการค้าระหว่างจีนกับ 5 ประเทศลุ่มน้ำเพิ่มขึ้นถึง 125% โครงสร้างพื้นฐานได้รับการพัฒนาเชื่อมโยงทั้งในมิติทางกายภาพและดิจิทัล ห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานมีการยกระดับเชิงลึก ขณะที่ “ระเบียงนวัตกรรม” กลายเป็นจุดเด่นใหม่ ในขณะเดียวกัน ความใกล้ชิดระหว่างประชาชนเพิ่มมากขึ้น “วีซ่าล้านช้าง–แม่โขง” ช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทาง และกองทุนพิเศษของกรอบความร่วมมือล้านช้าง–แม่โขงได้สนับสนุนโครงการ “Small but Beautiful” กว่าพันโครงการในด้านทรัพยากรน้ำ เกษตรกรรม การลดความยากจน และสาธารณสุข ซึ่งสร้างประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมแก่ประชาชนทั้งหกประเทศ

มุ่งสู่ “กรอบความร่วมมือล้านช้าง–แม่โขง 2.0” เพื่อยกระดับความร่วมมือในภูมิภาค

เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมา รัฐมนตรีต่างประเทศของทั้งหกประเทศได้พบปะกัน ณ เมืองอันหนิง มณฑลยูนนาน และประสบความสำเร็จในการจัดการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศกรอบความร่วมมือล้านช้าง–แม่โขง ครั้งที่ 10 โดยนายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน ได้เน้นย้ำว่าทุกฝ่ายควรร่วมกันผลักดันการสร้าง “กรอบความร่วมมือล้านช้าง–แม่โขง 2.0” ที่ตั้งอยู่บนหลัก “ความเป็นหนึ่งเดียว การเปิดกว้างเพื่อผลประโยชน์ร่วม นวัตกรรมสีเขียว และสันติภาพ” เพื่อร่วมกันเปิดศักราชแห่ง “ทศวรรษทอง” บทใหม่ของความร่วมมือ ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างแข็งขันจากทุกประเทศ ในระยะต่อไป ควรพัฒนากลไกกรอบความร่วมมือล้านช้าง–แม่โขงให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เสริมสร้างการสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์ระดับสูง และผลักดันการจัดตั้งสำนักเลขาธิการกรอบความร่วมมือล้านช้าง–แม่โขง เร่งรัดกระบวนการบูรณาการทางเศรษฐกิจ มุ่งเน้นการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจลุ่มน้ำล้านช้าง–แม่โขง สร้างเครือข่ายการคมนาคม อุตสาหกรรม และพลังงานที่เชื่อมโยงกันและมีประสิทธิภาพยิ่งในภูมิภาค เพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพของห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาค พร้อมทั้งส่งเสริมการบริหารจัดการร่วมในระดับภูมิภาค โดยร่วมกันดำเนินการในประเด็นสำคัญ เช่น การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม เสริมสร้างศูนย์ความร่วมมือและบูรณาการการบังคับใช้กฎหมายล้านช้าง-แม่โขง (LMLECC) ให้เข้มแข็ง และสร้างหลักประกันด้านความมั่นคงในภูมิภาค ตลอดจนปลูกฝังจิตสำนึก “ครอบครัวล้านช้าง–แม่โขง” ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนด้านมนุษยวัฒนธรรม การท่องเที่ยว การศึกษา สื่อ และคลังสมอง เพื่อให้ผลลัพธ์ของความร่วมมือเข้าถึงได้และสัมผัสได้มากยิ่งขึ้น

เสริมสร้างความสามัคคีและความร่วมมือในลุ่มน้ำ เพื่อรับมือกับความเสี่ยงและความท้าทายระดับโลก

ปัจจุบัน โลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในรอบศตวรรษ ลัทธิความเป็นเจ้าและการเมืองเชิงอำนาจกำลังแพร่หลายอย่างมาก ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระเบียบระหว่างประเทศ ความสงบสุขและเสถียรภาพในเอเชียที่ดำรงมาอย่างยาวนานนั้นมิใช่สิ่งที่ได้มาโดยง่าย จึงควรค่าแก่การรักษาไว้ ประเทศจีนยังคงเป็นหลักยึดด้านความมั่นคงของภูมิภาค เป็นแรงขับเคลื่อนการพัฒนา และเป็นผู้ยึดมั่นในคุณค่าร่วมของเอเชียอย่างต่อเนื่อง โดยยึดมั่นในแนวคิดภูมิภาคนิยมแบบเปิดกว้างและพหุภาคีนิยมที่แท้จริง และดำเนินนโยบายเพื่อนบ้านที่ดี มั่นคง และเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน พร้อมทั้งยึดหลัก “ใกล้ชิด จริงใจ เกื้อกูล และครอบคลุม” ตลอดจนแนวคิด “มีชะตากรรมร่วมกัน” ลุ่มน้ำล้านช้าง–แม่โขงควรมุ่งสู่การเป็นภูมิภาคต้นแบบของข้อริเริ่ม “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” ข้อริเริ่มการพัฒนาระดับโลก ข้อริเริ่มความมั่นคงระดับโลก ข้อริเริ่มอารยธรรมระดับโลกและข้อริเริ่มธรรมภิบาลระดับโลก อีกทั้งควรเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศเพื่อนบ้านและการได้ประโยชน์ร่วมกัน จีนยินดีร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในการสร้าง “ห้าบ้านเรือน” ได้แก่ บ้านเรือนแห่งความสงบสุข ความปลอดภัย ความมั่งคั่ง ความสวยงาม และมิตรภาพ เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตที่ดียิ่งขึ้นของลุ่มน้ำล้านช้าง–แม่โขง

สานต่อมิตรภาพพิเศษไทย–จีน สู่ อีก“50 ปีทอง” ถัดไป

ไทยและจีนเป็นทั้งญาติสนิท มิตรแท้ และหุ้นส่วนที่ดี ทั้งสองประเทศได้ผ่านบททดสอบจากความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โลก และยังคงยึดมั่นในความเคารพซึ่งกันและกัน ความเสมอภาค ความไว้วางใจ และการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ปีที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศจีนอย่างเป็นทางการ นับเป็นพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์แรกที่เสด็จเยือนจีนภายหลังการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตจีน–ไทย สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น “จีน–ไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” และความสำคัญที่ราชวงศ์ไทยทรงให้ต่อความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศอย่างยิ่ง การนำเชิงยุทธศาสตร์ของประมุขทั้งสองประเทศได้เสริมพลังให้การสร้างประชาคมจีน–ไทยที่มีอนาคตร่วมกันมีความมั่นคง เจริญรุ่งเรือง และยั่งยืนยิ่งขึ้น

ประเทศไทยประเทศผู้ริเริ่มและผู้มีบทบาทสำคัญในกรอบความร่วมมือล้านช้าง–แม่โขง อีกทั้งยังเป็นประเทศเจ้าภาพร่วมในปัจจุบัน ปีนี้ยังเป็นปีเริ่มต้นของ “แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 15” ของจีน และเป็นจุดเริ่มต้นของอีก “50 ปีทอง” ถัดไปของความสัมพันธ์จีน–ไทย จีนพร้อมเดินหน้าร่วมกับประเทศไทย เสริมสร้างการเชื่อมโยงระหว่างแผนพัฒนา “ฉบับที่ 15” กับยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจของไทย ยกระดับการประสานงานเชิงยุทธศาสตร์และความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม สนับสนุนประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือล้านช้าง–แม่โขงครั้งที่ 5 และผลักดันการสร้างประชาคมจีน–ไทยที่มีอนาคตร่วมกันให้เกิดประโยชน์แก่ทั้งสองประเทศและประชาชนของทั้งสองฝ่าย โดยใช้ความมั่นคงของความสัมพันธ์จีน–ไทยเป็นพลังเสริมสร้างความแน่นอนให้แก่สถานการณ์โลกที่ผันผวน

21/03/2026

Big market, big opportunity, Let's Export to China 🇨🇳 ยกระดับธุรกิจ ขยายตลาดสู่จีน 💪
China’s consumer market is one of the largest and most dynamic in the world. For Thai businesses, the path is more open than ever.
ตลาดผู้บริโภคของจีนเป็นหนึ่งในตลาดที่ใหญ่ที่สุดและมีพลังมากที่สุดในโลก สำหรับธุรกิจไทยนี่คือเส้นทางสู่ความสำเร็จเปิดกว้างกว่าที่เคยเป็นมา
📩 ปรึกษาการส่งออกสู่ตลาดจีน ติดต่อ ศูนย์ธุรกิจการค้าไทย-จีน 🇨🇳🇹🇭

EECO บุกโรดโชว์นครเฉิงตู สร้างความร่วมมือดึงดูดนักลงทุนจีน พร้อมลงนาม LOI เตรียมลงทุนอุตสาหกรรมดิจิทัล รวมกว่า 1 พันล้าน...
21/03/2026

EECO บุกโรดโชว์นครเฉิงตู สร้างความร่วมมือดึงดูดนักลงทุนจีน พร้อมลงนาม LOI เตรียมลงทุนอุตสาหกรรมดิจิทัล รวมกว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO จัดกิจกรรม Thailand EEC – Chengdu Investment Promotion Roadshow 2026 ณ นครเฉิงตู มณฑลเสฉวน สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 9 – 13 มี.ค. 2569 ที่ผ่านมา เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการลงทุนระหว่างประเทศไทยกับภูมิภาคจีนตะวันตก และเป็นภารกิจในการชักชวนการลงทุนใน อุตสาหกรรมเป้าหมายด้านดิจิทัล ของ EECO โดยดำเนินการร่วมกับ สมาคม Sichuan Youth Entrepreneurs Center และได้รับการสนับสนุนจาก สถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู เพื่อเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือและเชื่อมโยงโอกาสทางการลงทุนระหว่างผู้ประกอบการไทยและจีน ซึ่งได้รับความสนใจจากภาคธุรกิจและบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของจีนเข้าร่วมงานกว่า 350 บริษัท

ดร. จุฬา สุขมานพ เลขาธิการ EECO กล่าวในหัวข้อ “EEC Opportunities for Prosperity” ถึงศักยภาพของพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน นโยบายและมาตรการส่งเสริมการลงทุน ตลอดจนโอกาสในการพัฒนาความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีนในระยะยาว รวมทั้งได้นำเสนอวีดิทัศน์แนะนำโครงการอีอีซี ซึ่งเป็นพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจสำคัญของประเทศไทยที่มุ่งขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเป้าหมายและการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง รวมทั้งสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ Thailand Digital Hub

นอกจากนี้ ภายในงานฯ ได้มีไฮไลท์สำคัญ พิธีลงนามหนังสือแสดงเจตจำนงในการลงทุน (Letter of Intent) ระหว่าง EECO กับภาคธุรกิจและองค์กรจากสาธารณรัฐประชาชนจีน รวมจำนวน 10 โครงการ คิดเป็นมูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 1 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ โดยมี นายเสก นพไธสง กงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู ร่วมเป็นสักขีพยาน พร้อมด้วยบริษัทที่เข้าร่วมกิจกรรมมาจากหลากหลายสาขาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง อาทิ อากาศยานไร้คนขับ (UAV) หุ่นยนต์และหุ่นยนต์สุนัข eVTOL ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เศรษฐกิจดิจิทัล ดาวเทียมเชิงพาณิชย์ โทรคมนาคม พลังงานความร้อนใต้พิภพ ยานยนต์พลังงานใหม่ และแบตเตอรี่ ซึ่งสอดคล้องกับการขับเคลื่อนการลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมายของ EECO

ความสำเร็จของกิจกรรม Thailand EEC – Chengdu Investment Promotion Roadshow ครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการลงทุนระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยเฉพาะกับภูมิภาคจีนตะวันตก อีกทั้งยังช่วยตอกย้ำบทบาทของพื้นที่อีอีซี ในฐานะแพลตฟอร์มสำคัญสำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรม เทคโนโลยี และนวัตกรรม รวมถึงการเชื่อมโยงความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศในอนาคต

🇨🇳🇹🇭 เปิดโอกาสใหม่ของธุรกิจไทย ภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่ 15 ของจีน... อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ https://www.matichon.co....
17/03/2026

🇨🇳🇹🇭 เปิดโอกาสใหม่ของธุรกิจไทย ภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่ 15 ของจีน... อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ https://www.matichon.co.th/economy/news_5638521

ขอบคุณมติชน

โอกาสใหม่ของธุรกิจไทย ภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่ 15 ของจีน。ในช่วงปี 2026–2030 จีนกำลังก้าวเข้าสู่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและส...
17/03/2026

โอกาสใหม่ของธุรกิจไทย ภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่ 15 ของจีน
。
ในช่วงปี 2026–2030 จีนกำลังก้าวเข้าสู่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 15 ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของโครงสร้างเศรษฐกิจจีน จากเดิมที่พึ่งพาการผลิตและการส่งออก กำลังปรับสู่เศรษฐกิจที่ ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม และการบริโภคภายในประเทศมากขึ้น การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่ได้ส่งผลเฉพาะภายในจีน แต่ยังส่งแรงกระเพื่อมไปยังประเทศคู่ค้าอย่างไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้โดยผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและพัฒนาผู้ประกอบการไทย นายพุฒิเศรษฐ์ จิรพิศาลกุล กล่าวว่า สำหรับประเทศไทย แผนพัฒนาฯฉบับนี้เป็นทั้ง “โอกาส” และ “ความท้าทาย” ในเวลาเดียวกัน หากทำความเข้าใจทิศทางและวางกลยุทธ์ได้ถูกต้อง ไทยมีโอกาสยกระดับเศรษฐกิจไปอีกขั้น แต่หากปรับตัวไม่ทัน ก็อาจถูกลดบทบาทในห่วงโซ่เศรษฐกิจภูมิภาค มีรายละเอียดดังนี้
。
อานิสงส์ที่ไทยจะได้รับ
ประการแรก คือการไหลเข้าของเงินลงทุนจากจีน (FDI) ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ภายใต้แผนฉบับที่ 15 จีนมุ่งเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ปัญญาประดิษฐ์ (AI) หุ่นยนต์ และพลังงานสะอาด ซึ่งต้องการฐานการผลิตและการกระจายความเสี่ยงออกนอกประเทศ ไทยในฐานะศูนย์กลางของอาเซียน โดยเฉพาะพื้นที่ EEC จึงกลายเป็นจุดหมายสำคัญของนักลงทุนจีน
ผลลัพธ์ที่ตามมาคือการขยายตัวของนิคมอุตสาหกรรม การจ้างงาน และโอกาสของธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น โลจิสติกส์ ทรัพยากรบุคคล และบริการสนับสนุนภาคอุตสาหกรรม
ประการที่สอง ไทยมีโอกาสเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของ “ห่วงโซ่อุปทานใหม่ของจีน” เมื่อจีนยกระดับอุตสาหกรรมไปสู่สินค้าที่มีมูลค่าสูงขึ้น จะมีความต้องการ supplier จากต่างประเทศเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในหมวดชิ้นส่วนอุตสาหกรรม อาหาร และสินค้าเกษตรแปรรูป หากผู้ประกอบการไทยสามารถยกระดับมาตรฐานและคุณภาพ ก็มีโอกาสเข้าไปอยู่ใน ecosystem นี้ได้
ประการที่สาม คือการเติบโตของโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ในภูมิภาค จีนยังคงเดินหน้านโยบายเชื่อมโยงเศรษฐกิจผ่านโครงการต่าง ๆ เช่น เส้นทางรถไฟจีน–ลาว–ไทย ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการขนส่งและเพิ่มศักยภาพการค้าชายแดน ส่งผลให้ไทยมีโอกาสพัฒนาเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาค
ประการที่สี่ คือการเพิ่มขึ้นของผู้บริโภคจีนที่มี
คุณภาพมากขึ้น เมื่อจีนเน้นการเติบโตเชิงคุณภาพ รายได้ของประชาชนจะเพิ่มขึ้นตาม ส่งผลให้เกิดความต้องการสินค้าและบริการระดับกลางถึงพรีเมียม ไทยสามารถใช้จุดแข็งด้านการท่องเที่ยว สุขภาพ และบริการ ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวและผู้บริโภคกลุ่มนี้ได้
สุดท้าย คือโอกาสในการร่วมมือด้านเทคโนโลยี แม้จีนจะเน้นการพึ่งพาตนเองมากขึ้น แต่ยังเปิดรับความร่วมมือกับต่างประเทศในรูปแบบสร้างความร่วมมือ (Joint Venture) หรือการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี ไทยสามารถใช้จุดนี้สร้างความร่วมมือเชิงลึกกับบริษัทจีนเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมในประเทศ
สิ่งที่ผู้ประกอบการไทยต้องเผชิญ และควรเตรียมพร้อมเพื่อสร้างความร่วมมือในอนาคต
ในอีกด้านหนึ่ง โอกาสมักมาพร้อมความเสี่ยง ประเด็นแรกที่ต้องจับตาคือการแข่งขันจากสินค้าจีนที่รุนแรงขึ้น เมื่อจีนพัฒนาศักยภาพการผลิตและใช้เทคโนโลยีขั้นสูง จะสามารถผลิตสินค้าได้ในต้นทุนต่ำและคุณภาพสูง ส่งผลให้สินค้าไทย โดยเฉพาะ SME ถูกกดดันอย่างหนัก ทั้งในตลาดออนไลน์และออฟไลน์
ประการที่สอง ไทยมีความเสี่ยงที่จะถูกลดบทบาทในห่วงโซ่มูลค่า หากยังคงอยู่ในระดับการผลิตแบบเดิม (OEM) โดยไม่พัฒนาเทคโนโลยีหรือแบรนด์ของตนเอง จีนจะค่อย ๆ ทำทุกอย่างได้เองมากขึ้น ทำให้บทบาทของไทยอาจเหลือเพียงฐานการผลิตต้นทุนต่ำ
ประการที่สาม คือการแข่งขันโดยตรงจากบริษัทจีนที่เข้ามาดำเนินธุรกิจในไทย ไม่ว่าจะเป็นโรงงาน แพลตฟอร์ม e-commerce หรือแบรนด์สินค้า ซึ่งมีทั้งเงินทุน เทคโนโลยี และประสบการณ์ที่เหนือกว่า หากผู้ประกอบการไทยไม่ปรับตัว ก็อาจเสียส่วนแบ่งตลาดอย่างรวดเร็ว
ภายใต้บริบทใหม่นี้ ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องคิดเชิงกลยุทธ์มากขึ้น โดยสามารถแบ่งแนวทางออกเป็น 3 ทิศทางหลัก
ทิศทางแรก คือ “การร่วมมือกับจีน” (China-linked strategy) แทนที่จะพยายามแข่งขันโดยตรง ผู้ประกอบการควรเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจจีน เช่น การเป็น supplier ให้โรงงานจีนในไทย การให้บริการสนับสนุนบริษัทจีน หรือการร่วมผลิตสินค้าหรือร่วมกันทำแบรนด์สินค้าเพื่อเข้าสู่ตลาดท้องถิ่น หรือเรียกได้ว่าเป็นการสร้างความร่วมมือแบบผสมผสาน (Hybrid) ไทย–จีน โดยใช้จุดแข็งของทั้งสองฝ่าย จีนมีเทคโนโลยีและเงินทุน ขณะที่ไทยมีความเข้าใจตลาดและความสามารถในการดำเนินงาน หากผสานกันได้อย่างลงตัว จะเกิดความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างมาก แนวทางนี้ช่วยลดความเสี่ยงและสร้างรายได้จากการเติบโตของจีนโดยตรง
ทิศทางที่สอง คือ “การเจาะตลาดจีน” โดยเฉพาะกลุ่มชนชั้นกลางและกลุ่มรายได้สูงที่กำลังเติบโต สินค้าไทยที่มีศักยภาพ ได้แก่ อาหารสุขภาพ ผลิตภัณฑ์ความงาม สินค้ากลุ่ม wellness และสินค้าไลฟ์สไตล์ ผู้ประกอบการควรเรียนรู้การใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลของจีน เช่น Douyin หรือ Xiaohongshu เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง
ทิศทางที่สาม คือ “การยกระดับสู่มูลค่าสูง” (High Value Strategy) ซึ่งเป็นทางรอดระยะยาว ผู้ประกอบการต้องเลิกแข่งขันด้านราคา และหันไปเน้นการสร้างแบรนด์ การออกแบบ และประสบการณ์ลูกค้า เช่น ธุรกิจท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โรงแรมระดับพรีเมียม หรือบริการเฉพาะทางที่ใช้ทักษะและความเชี่ยวชาญ
นอกจากนี้ ยังมีแนวทางที่ไม่ควรมองข้ามคือ “Soft Power” ของไทย ไม่ว่าจะเป็นอาหาร วัฒนธรรม หรือการบริการ ซึ่งเป็นสิ่งที่จีนยังไม่สามารถเลียนแบบได้ทั้งหมด การใช้จุดแข็งนี้ควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยี จะช่วยให้ธุรกิจไทยแตกต่างและยั่งยืน ซึ่งผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัวด้านดิจิทัลและ AI เนื่องจากจีนให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีเหล่านี้อย่างมาก ธุรกิจที่ไม่ปรับตัวจะเสียเปรียบอย่างรวดเร็วในระยะเวลาไม่กี่ปี
ในฐานะองค์กรที่อุทิศตนเพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าไทย-จีน ศูนย์ธุรกิจการค้าไทย-จีน หอการค้าไทย-จีน (ThaiCBC) ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่เกิดขึ้นในความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าทวิภาคีเป็นอย่างดี จีนยังคงเป็นคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดของไทยติดต่อกันเป็นเวลา 12 ปี และคาดการณ์ว่าปริมาณการค้าไทย-จีนจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งในปีนี้ จีนไม่เพียงแต่เป็นตลาดส่งออกสินค้าเกษตรที่ใหญ่ที่สุดของไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตของการลงทุนจากต่างประเทศอีกด้วย
ศูนย์ธุรกิจการค้าไทย-จีน (ThaiCBC) มีปณิธานคือการเป็น "พันธมิตรแบบครบวงจร" ของผู้ประกอบการไทย-จีนในเส้นทางการลงทุนระหว่างประเทศ ด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในนโยบาย กฎหมาย และสภาพแวดล้อมทางธุรกิจของทั้งจีนและไทย เราจึงให้บริการแบบครบวงจรแก่ธุรกิจต่างๆ ตั้งแต่การให้คำปรึกษาด้านการลงทุนและการปรับใช้นโยบาย ไปจนถึงการดำเนินงานที่สอดคล้องกับกฎระเบียบท้องถิ่นในประเทศนั้นๆ รวมถึงการหาพันธมิตรที่เหมาะสมในการสร้างความร่วมมือที่ยั่งยืนระหว่างผู้ประกอบการไทย-จีน

ที่อยู่

43 Thai CC Tower , Sathorn Road , Sathorn District
Bangkok
10120

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ศูนย์ธุรกิจการค้าไทย-จีน 泰国华商中心ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แนะนำ

แชร์