Business Secret Consulting BSC

Business Secret Consulting BSC ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Business Secret Consulting BSC, ที่ปรึกษาทางธุรกิจ, Bangkok.

เพราะจุดเริ่มต้นของความผิดพลาดด้านการบริหารผลงานขององค์กรเกิดจาก“Strategy stays in presentation slides,KPIs live in Exce...
19/01/2026

เพราะจุดเริ่มต้นของความผิดพลาดด้านการบริหารผลงานขององค์กรเกิดจาก

“Strategy stays in presentation slides,
KPIs live in Excel files or software,
Ex*****on is in another world”

เพื่อป้องกันความผิดพลาดนี้ BSC จึงได้มีโอกาสไปช่วยลูกค้า ซึ่งเป็นบริษัทมหาชนขนาดใหญ่ ทำ Strategy Alignment ในระดับผู้บริหารระดับสูงตั้งแต่ต้นปี

UPLIFT THE CAPABILITIES TO WIN 🚀

จบลงอย่างงดงามสำหรับ GenAI Hackathon ภายใต้ธีม AI-Powered Future Ready HR ตลอดสองวันที่ร่วมกันเรียนรู้ตั้งแต่พื้นฐานการใ...
24/12/2025

จบลงอย่างงดงามสำหรับ GenAI Hackathon ภายใต้ธีม AI-Powered Future Ready HR

ตลอดสองวันที่ร่วมกันเรียนรู้ตั้งแต่พื้นฐานการใช้เครื่องมือ สู่การคัดเลือกโจทย์ ออกแบบ Solutions ทดสอบ Prototypes ไปจนถึงการ Pitching

สิ่งที่น่ายินดีคือ ทุกทีมสามารถประมวลความรู้ทั้งหมดมาใช้ในการแก้โจทย์ทางธุรกิจ และได้ Solutions กลับไป implement จริงๆ

ลูกค้ามีรอยยิ้ม ทีมงาน BSC ก็ภูมิใจ

UPLIFT THE CAPABILITIES TO WIN 🚀

ไม่ว่า Business Direction 2026 จะเน้นการเติบโตของยอดขาย หรือบริหารประสิทธิภาพของต้นทุนเพื่อเพิ่มกำไร สิ่งที่หัวหน้างาน ผ...
30/11/2025

ไม่ว่า Business Direction 2026 จะเน้นการเติบโตของยอดขาย หรือบริหารประสิทธิภาพของต้นทุนเพื่อเพิ่มกำไร สิ่งที่หัวหน้างาน ผู้จัดการ และผู้บริหารทุกองค์กรต้องมีในฐานะผู้ขับเคลื่อนฟันเฟืองทางธุรกิจขององค์กร คือ

“ความเข้าใจ และการตัดสินใจทางการเงินที่เฉียบคม”

ที่ BSC เราพร้อมพัฒนาความเฉียบคมด้านการคิด วิเคราะห์ บริหาร และตัดสินใจทางการเงินให้กับพนักงานทุกระดับในองค์กรของคุณ

UPLIFT THE CAPABILITIES TO WIN 🚀

Talent identification can never be accurate without a well-defined process; that is why developing leaders to be ready f...
28/11/2025

Talent identification can never be accurate without a well-defined process; that is why developing leaders to be ready for talent calibration is a critical process of any talent management and development project.

And it’s BSC’s completed mission of the day.

UPLIFT THE CAPABILITIES TO WIN 🚀

Accelerating Customer-First Mindset เป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่ Business Secret Consulting ตั้งใจส่งมอบให้กับลูกค้า แม้จะเ...
07/11/2025

Accelerating Customer-First Mindset

เป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่ Business Secret Consulting ตั้งใจส่งมอบให้กับลูกค้า

แม้จะเป็นแค่ One day workshop แต่ BSC ก็ตั้งใจส่งมอบคุณค่าในระดับ Consulting Service Standard ให้กับลูกค้าทุกเจ้า

เป็นอีกหนึ่ง Project ที่ลูกค้า Feedback กลับมา และทำให้ทีมงานทุกคนมีรอยยิ้ม

UPLIFT THE CAPABILITIES TO WIN 🚀

The Incremental Change in Future Workforces ในขณะที่โลกจับตามองเทคโนโลยี AI ที่เข้ามาเปลี่ยนเกมธุรกิจ การเปลี่ยนแปลงที่ส...
22/10/2025

The Incremental Change in Future Workforces

ในขณะที่โลกจับตามองเทคโนโลยี AI ที่เข้ามาเปลี่ยนเกมธุรกิจ การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญไม่แพ้กันกำลังเกิดขึ้นอย่างเงียบๆ ภายในองค์กร นั่นคือ “การปรับโครงสร้างผู้นำและสมรรถนะของแรงงานในอนาคต” ที่กำลังนิยามความหมายของ “ภาวะผู้นำ” และ “ประสิทธิภาพ” ใหม่ทั้งหมด

ข้อมูลจาก Live Data Technologies (ตีพิมพ์ใน The Wall Street Journal) สะท้อนแนวโน้มสำคัญว่า

-จำนวนผู้จัดการทั่วโลกลดลงถึง 6.1% ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2022 จนถึงปัจจุบัน

-ตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงลดลง 4.6% ในช่วงเวลาเดียวกัน

-บริษัทระดับโลกอย่าง Estée Lauder และ Match Group ปรับลดจำนวนผู้บริหารลงกว่า 20% นอกจากนี้ จากแหล่งข้อมูลอื่นๆ ยังพบว่า

-Google ปรับลดจำนวนผู้จัดการลงถึง 35% ของพนักงานทั้งหมดในปีที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนถึงการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่เพื่อเพิ่มความคล่องตัวและลดความซ้ำซ้อนในสายการบังคับบัญชา

ขณะที่องค์กรขนาดใหญ่อื่นๆ อย่าง UPS, Citigroup และ Amazon ก็เดินหน้าในทิศทางเดียวกัน และที่สำคัญ ผู้จัดการที่ดูแลทีมงานไม่เกิน 3 คน คือ “กลุ่มเป้าหมายหลักของการปรับลดจำนวนลงหรือถูกจัดวางโครงสร้างใหม่”

สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า องค์กรจำนวนมากเริ่มมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพของผู้จัดการ โดยกำหนดค่าเฉลี่ยของผู้จัดการต่อทีมงานใหม่ จาก 1:3 เป็น 1:6 สะท้อนชัดว่า “ผู้จัดการในอนาคต” ต้องสามารถนำทีมขนาดใหญ่ขึ้น ด้วยทรัพยากรน้อยลง แต่ยังคงรักษาความมีส่วนร่วมและผลงานของทีมไว้ได้

Capability Framework for the Future Workforce

1. Managers: From Controllers to Enablers

บทบาทของ “ผู้จัดการ” ในยุคถัดไปจะไม่ใช่เพียงผู้สั่งการอีกต่อไป แต่คือ “ผู้อำนวยความสำเร็จของทีม” (Enabler) ที่ต้องสร้างความสามารถในการตัดสินใจ การเติบโต และความร่วมมือให้เกิดขึ้นรอบตัว

🔹 จากการดูแลทีม 3 คนในอดีต → วันนี้ขยายเป็น 6 คนโดยเฉลี่ย

🔹 จากผู้ควบคุม → สู่โค้ช ผู้นำเชิงกลยุทธ์ และผู้ออกแบบประสบการณ์การทำงาน

🔹 จากการมุ่งวัดผล → สู่การสร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตและการมีส่วนร่วม

2. Individual Contributors: From Executors to Owners

ในขณะเดียวกัน “พนักงานระดับปฏิบัติการ” ก็ต้องเปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้ทำตามคำสั่ง” (Executor) สู่ “เจ้าของผลงาน” (Owner) นั่นหมายถึงการคิด วิเคราะห์ ตัดสินใจ และรับผิดชอบผลลัพธ์ด้วยตนเองมากขึ้น

เมื่อองค์กรขนาดใหญ่มุ่งสู่โครงสร้างองค์กรที่คล่องตัวและมีพลังมากกว่าเดิม นี่จึงไม่ใช่เพียงการลดต้นทุน แต่คือการออกแบบองค์กรให้พร้อมรับอนาคต การทำให้โครงสร้าง “บางลงแต่ไวขึ้น” และเปลี่ยนโฟกัสจาก “การควบคุม” ไปสู่ “การปลดปล่อยศักยภาพของคน" คือหัวใจของ Workforce Transformation

คำถามคือ องค์กรของคุณพร้อมหรือยัง ที่จะสร้างผู้นำรุ่นใหม่ที่สามารถนำทีมใหญ่ขึ้น ภายใต้ลำดับชั้นที่น้อยลง แต่ยังคงสร้างแรงบันดาลใจและประสิทธิภาพได้มากกว่าเดิม?

นี่คือ การปฏิวัติอย่างค่อยเป็นค่อยไป (Incremental Revolution) ที่กำลังเขย่ารากฐานของ “ภาวะผู้นำ” และ “การทำงาน” ทั่วโลก

14/10/2025

ช่วงที่ผ่านมาผมมีโอกาสได้เข้าไปช่วยหลายองค์กรในการประเมินขีดความสามารถของบุคลากร ในทักษะที่เกี่ยวข้องกับ Digital-Data-AI เพื่อค้นหา Capability Gap ก่อนนำไปสู่การวาง Roadmap การพัฒนาขีดความสามารถสำหรับ Future Workforce

การประเมินดังกล่าวจัดทำขึ้นให้กับกลุ่มพนักงานกว่า 34 องค์กรในประเทศไทย โดยใช้หลักการและประยุกต์ใช้เครื่องมือที่เรียกว่า Behavioral Event Interview (BEI) ที่พัฒนาโดย Gartner ผลปรากฏว่า

4.81% ของพนักงาน มีความสามารถด้าน Digital Data ในระดับ Being Developed หรือระดับที่เพิ่งเริ่มต้นในการเรียนรู้

27.38% ของพนักงาน อยู่ในระดับ Basic หรือระดับที่สามารถปฏิบัติตาม Guidelines ระดับพื้นฐานได้

41.82% ของพนักงาน อยู่ในระดับ Intermediate หรือระดับที่สามารถ Apply use case ได้ด้วยต้นเอง

21.53% อยู่ในระดับ Advance หรือระดับที่สามารถให้คำแนะนำผู้อื่นได้

4.47% อยู่ในระดับ Expert หรือระดับที่เป็น Policy Makers หรือสามารถออกแบบและพัฒนา Practice & Framework เพื่อใช้ในองค์กรได้

แล้วองค์กรควรพัฒนาให้พนักงานส่วนใหญ่อยู่ในระดับใด?

คำตอบคือ ระดับ Intermediate เพราะนั่นหมายถึงองค์กรจะมีพนักงานส่วนใหญ่ที่มีความสามารถในเรื่องการวิเคราะห์ข้อมูล การตัดสินใจด้วยข้อมูล การ Utilization เครื่องมือ Digital ในการทำงาน ตลอดจนการสื่อสารด้วยข้อมูล อยู่ในระดับที่สามารถ apply เข้ากับหน้างานของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะนำมาซึ่ง Productivity ขององค์กรอย่างก้าวกระโดด

แล้วองค์กรควรมีแนวทางในการพัฒนาขีดความสามารถของคนในองค์กรอย่างไร?

4 Pillars of AI Adoption (Vision-Value-Risk-Adoption) เป็น Framework ที่น่านำมาปรับใช้ในการวางแผนและดำเนินการพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรอย่างเป็นขั้นตอน ดังนี้

1. Vision: การกำหนดทิศทางที่ชัดเจนขององค์กรด้านขีดความสามารถในการดำเนินงานบนพื้นฐานของ Digital & Data โดย

กำหนดจุดมุ่งหมายขององค์กร โดยระบุให้ได้ว่า องค์กรมีความต้องการที่จะดำเนินธุรกิจ (Business Ambition) ที่มุ่งเน้นการใช้ศักยภาพด้าน Digital-Data มาใช้ให้เกิดประโยชน์จต่อการดำเนินธุรกิจอย่างไร
กำหนด Critical capabilities และ Outcome ด้าน Data ที่ชัดเจนภายในองค์กร เช่น พนักงานระดับปฏิบัติการ ต้องสามารถระบุ รวบรวม วิเคราะห์ Operational Data ได้ด้วยตนเอง โดยมีทักษะสำคัญ เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลด้วย Excel, Power BI, Tableau, Python basics

ขณะที่ระดับผู้จัดการ ต้องสามารถหา Data Insights เพื่อ Guide การตัดสินใจได้ เป็นต้น

กำหนดตัวชี้วัดด้าน Data ที่ชัดเจนให้กับองค์กร เช่น % ของพนักงานที่สามารถใช้ data ในการตัดสินใจภายใน Workflow ที่ตนรับผิดชอบ หรือ Lead time ของการตัดสินใจใน critical process ขององค์กร เป็นต้น

2. Value: ระบุผลกระทบเชิงบวกของการมี Data Capability เช่น

2.1 การระบุให้ได้ว่า Data capabilities ช่วยให้การดำเนินธุรกิจดีขึ้นได้อย่างไร

2.2 จำกัดอุปสรรคของการสร้าง Digital-Data Adoption ไว้ล่วงหน้า เช่น การจัดให้มีการเข้าถึงข้อมูล เครื่องมือ หรือ Dashboard ต่างๆอย่างเหมาะสม หรือการสร้าง Culture ด้าน Data-First Meeting เป็นต้น

3. Risk: การบริหารจัดการความท้าทายของการพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากร โดยระบุความท้าทายที่อาจจะเกิดขึ้นและวางแผนป้องกันไว้ล่วงหน้า เช่น

3.1 Regulatory ความท้าทายจากการไม่มี Policy & Practice ด้านการจัดการข้อมูล

3.2 Competency ความท้าทายจากระดับความพร้อมในการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน และความจำเป็นต้องใช้งานที่แตกต่างกัน

3.3 Technology ความท้าทายจากการนำ Tools ใหม่ๆเข้ามาพร้อมกันจนเกิดการ Overload ด้านการเรียนรู้ของพนักงาน

3.4 Learning Methodology: ความท้าทายจากรูปแบบการพัฒนาที่ไม่เหมาะสม โดยอาจมีการIntegrate การฝึกอบรมด้าน Data เข้ากับ existing workflows ของกลุ่มเป้าหมาย (e.g., using live company datasets instead of abstract exercises)

4. Adoption: การ Scale การพัฒนาขีดความสามารถในระดับที่สูงขึ้นหรือกว้างขึ้น

4.1 Prioritize initiatives: เริ่มต้นการพัฒนาจาก Business Functions ที่สำคัญต่อองค์กรก่อนเสมอ (e.g., sales forecasting, customer analytics, operational efficiency).

4.2 Build adoption roadmap: ดำเนินการสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นขั้นตอน เช่น

•Awareness & Foundations: การพัฒนาพื้นฐานให้แข็งแรง เช่น data literacy bootcamp, analytics awareness session เป็นต้น

•Skill Building: การพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการเพิ่มประสิทธิภาพของงาน เช่น hands-on training in analysis, decision frameworks, visualization เป็นต้น

•Embedding in Workflow: การปรับใช้ทักษะในการปรับปรุงกระบวนการจริง เช่น Cross-functional projects using real business cases เป็นต้น

•Scaling: การขยายอนาเขตของกลุ่มบุคลากรผู้มีความสามารถ เช่น การทำ data champions, communities of practice, mentoring หรือแม้แต่การทำ Paring ระหว่าง technical experts กับ business leaders เป็นต้น

หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การแบ่งปันประสบการณ์นี้ จะเป็นประโยชน์กับองค์กรที่กำลังมองหาแนวทางการพัฒนาขีดความสามารถด้าน Digital-Data-AI ให้กับพนักงานในองค์กรครับ

Customer success is our business purpose UPLIFT THE CAPABILITIES TO WIN 🚀
16/09/2025

Customer success is our business purpose

UPLIFT THE CAPABILITIES TO WIN 🚀

การปรับ Sales Approach จาก Selling Products สู่ Selling Values เป็นสิ่งที่พูดง่ายแต่ทำยาก และยิ่งกับองค์กรที่ประกอบไปด้ว...
15/09/2025

การปรับ Sales Approach จาก Selling Products สู่ Selling Values เป็นสิ่งที่พูดง่ายแต่ทำยาก และยิ่งกับองค์กรที่ประกอบไปด้วยทีม Sales จากหลากหลาย Product / Solution Portfolios แล้วนั้น ยิ่งเป็นสิ่งที่เพิ่มความยากในการปรับ Sale Practices

SPIN Selling (Situation-Problem-Implication-Need-Payoff) จึงเป็น Framework ที่ถูกนำมาใช้ในการพัฒนา Sale Practices ในองค์กรธุรกิจแบบ B2B ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

และในวันนี้ Business Secret Consulting ก็ได้รับความไว้วางใจในการมาทำโปรแกรม Tech Solution Selling Hack ที่ได้ทั้ง Tips ดีๆ และความสนุกไปพร้อมกัน จน Participants หมกมุ่นกับการแก้โจทย์จนถึงขั้นไม่ยอมพักเบรคกันเลยทีเดียว

UPLIFT THE CAPABILITIES TO WIN 🚀

ปัจจุบันองค์กรของคุณทำ Strategic Workforce Planning หรือแค่ Headcount Planning และจะขออัตรากำลังคนแต่ละที ต้องวิเคราะห์อ...
29/08/2025

ปัจจุบันองค์กรของคุณทำ Strategic Workforce Planning หรือแค่ Headcount Planning และจะขออัตรากำลังคนแต่ละที ต้องวิเคราะห์อะไรบ้าง?

หลายองค์กรมักประสบปัญหาว่า Manager ไม่สามารถวางแผนกำลังคนได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร เพราะขาดหลักคิดในการวิเคราะห์เพื่อวางแผน สิ่งที่ตามมาคือ เมื่อยอดการผลิต ยอดขาย หรือปริมาณงานเพิ่ม อัตรากำลังคนซึ่งถือเป็น Fixed Cost ก็จะเพิ่มตามเป็นเงาตามตัว

แล้ว Strategic Workforce Planning ต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง?

1. ต้นทุนบุคลากรคือรากฐานทางการเงิน

บทบาท: ต้นทุนบุคลากรถือเป็นค่าใช้จ่ายก้อนโตขององค์กรที่สามารถควบคุมได้ และ มีผลต่อความสามารถในการทำกำไร ความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุน และกระแสเงินสดโดยตรง

วัตถุประสงค์: ต้องมั่นใจว่าการใช้จ่ายทั้งหมดด้านบุคลากร (เงินเดือน สวัสดิการ การฝึกอบรม ค่าใช้จ่ายจากการลาออก ฯลฯ) ถูกบริหารให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ใช่เพียงแค่การลดค่าใช้จ่าย

การเชื่อมโยง: การตัดสินใจด้านการวางแผนกำลังคน (จำนวนพนักงาน ชุดความสามารถ การจัดสรรงาน) ล้วนส่งผลต่อต้นทุน ซึ่งสามารถวัดได้ว่ามีประสิทธิผลหรือสิ้นเปลือง

2. ใช้ “Metrics” เพื่อวิเคราะห์ความสมเหตุสมผลของอัตรากำลัง

บทบาท: Metrics คือ “สะพาน” เชื่อมระหว่างต้นทุนบุคลากร (Input) และผลลัพธ์จากการทำงาน (Output) โดยแบ่งประเภทของ Metric ดังนี้

2.1 Efficiency Metrics: วัดต้นทุนบุคลากรเป็น % ของรายได้, ค่าใช้จ่ายต่อ FTE
2.2 Productivity Metrics: รายได้ต่อพนักงาน, กำไรขั้นต้นต่อพนักงาน
2.3 Effectiveness Metrics: ค่าใช้จ่ายจากการลาออก, ROI ของการฝึกอบรม, ดัชนีความผูกพันต่อผลลัพธ์ (อัตราความสำเร็จของเป้าหมายรายบุคคล)

การเชื่อมโยง: Metrics ช่วยให้ผู้บริหารสามารถติดตามผลลัพธ์ด้านการเงินและการปฏิบัติงาน พร้อมทั้งเป็นแนวทางการปรับลดต้นทุนโดยไม่กระทบความสามารถขององค์กร

3. แผนอัตรากำลังคนในฐานะเครื่องมือเชิงกลยุทธ์
บทบาท: การวางแผนกำลังคนทำให้มั่นใจได้ว่าองค์กรมี คนที่ใช่ ทักษะที่ใช่ อยู่ในตำแหน่งที่ใช่ และในเวลาที่เหมาะสม โดยสอดคล้องกับกลยุทธ์ธุรกิจ โดยมีขั้นตอนสำคัญดังนี้
3.1 Demand Forecasting: คาดการณ์จำนวนและทักษะที่ต้องใช้ในอนาคตโดยเชื่อมโยงกับทิศทางการดำเนินธุรกิจ
3.2 Supply Analysis: วิเคราะห์ขีดความสามารถและแนวโน้มการลาออกของบุคลากรปัจจุบัน
3.3 Gap Analysis: ระบุส่วนเกิน/ส่วนขาดในทักษะและจำนวนคน
3.4 Action Plans: การสรรหา การพัฒนาทักษะใหม่ การปรับโครงสร้าง และการจ้างงานภายนอก

การเชื่อมโยง: การวางแผนกำลังคนช่วยให้องค์กรสร้างสมดุลระหว่าง ความต้องการเชิงกลยุทธ์ และ ต้นทุนทางการเงิน เพื่อให้การลงทุนด้านบุคลากร สร้าง “คุณค่า” แทนที่จะเป็นเพียงต้นทุน

การจัดการต้นทุนบุคลากรและการวางแผนกำลังคนเชิงกลยุทธ์ จะช่วยให้องค์กรบริหารทรัพยากรบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์เป้าหมายทางธุรกิจ และสร้างคุณค่าที่ยั่งยืน

Thailand HR Benchmark: Physical Employee Wellbeing จากรายงานของ PMAT ที่ได้ทำการศึกษาองค์กรทั้งขนาด เล็ก กลาง ใหญ่ ในประ...
07/07/2025

Thailand HR Benchmark: Physical Employee Wellbeing

จากรายงานของ PMAT ที่ได้ทำการศึกษาองค์กรทั้งขนาด เล็ก กลาง ใหญ่ ในประเทศไทยและได้นำเสนอ Data Insight Report ออกมาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พบว่า

ภาพรวมด้านการดูแลความอยู่ดีมีสุขหรือการบริหารจัดการสุขภาวะที่ดี เริ่มต้นที่การดูค่าเฉลี่ย ของวันลาป่วยของพนักงาน จากข้อมูลขององค์กรที่เข้าร่วม Well-Being Award พบว่า

องค์กรที่เข้าร่วมการสำรวจทั้งหมด มีอัตราการลาป่วยของพนักงาน อยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำกว่าสิทธิของการลาป่วยตามกฎหมาย (30 วัน) โดยองค์กรที่ P95 มีอัตราการลาป่วยอยู่ที่ 19 วัน และน้อยสุดที่ P5 อยู่ที่ 1 วันเท่านั้น อันอาจจะสะท้อนได้ถึงความแข็งแรงทางร่างกาย หรือพนักงานส่วนใหญ่อยู่ในวัยหนุ่มสาว

ความน่าสนใจอยู่ที่ค่าเฉลี่ยของค่ารักษาพยาบาลแบบผู้ป่วยนอก(OPD)ต่อคนต่อปีที่มีตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงครึ่งแสนเลยทีเดียว เช่นเดียวกับค่ารักษาพยาบาลแบบผู้ป่วยใน (IPD) ที่เกิดขึ้นจริงเฉลี่ยต่อคนต่อปี

ข้อสังเกตเกี่ยวกับโปรแกรมช่วยเหลือพนักงาน (EAP: Employee Assistance Program) ในภาพรวมพบว่าบางองค์กรยังไม่มีโปรแกรมนี้ไว้ช่วยเหลือหรือสนับสนุนพนักงาน

ในขณะที่บางองค์กรมีการให้ความช่วยเหลือพนักงานผ่านโปรแกรมช่วยเหลือพนักงานกว่าร้อยครั้งต่อปี หรือค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 42 ครั้งต่อปี

และยังมีงานวิจัยที่สนับสนุนว่าแนวโน้มการเกิดปัญหาทางด้านจิตใจ (Mental) หรือเชิงจิตวิญญาณ (Spiritual) มีระดับการเติบโตที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสาคัญภายใต้การเติบโตอย่างรวดเร็วทางเทคโนโลยี

แนวทางการนำไปใช้ในองค์กร

1. สร้างกลยุทธ์ Wellness แบบ Proactive

• ออกแบบโปรแกรม “สุขภาพเชิงป้องกัน” เช่น Health Screening, Mental Health Check-in, การออกกำลังกายร่วมกับ Reward

• ประเมิน ROI ของโครงการ Wellness เทียบกับค่าใช้จ่ายการรักษาพยาบาล (เช่น ลดค่ารักษาได้เท่าไรเมื่อมี Health Coaching)

2. ใช้ข้อมูลลาป่วยเป็น Indicator ของ Wellbeing

• วิเคราะห์ประเภทของการลาป่วยเพื่อหา root cause เช่น เจ็บป่วยทางกาย, Burnout, หรือ Mental Health

• ติดตามแนวโน้มแบบ Quarterly เพื่อนำไปสู่การออกแบบนโยบาย Flexible Work, Leave Enhancement หรือ Psychological Safety

3. พัฒนาและโปรโมต EAP Program ให้เข้าถึงจริง

• ปรับ Communication ให้เป็นมิตรและไม่ตีตรา (destigmatize) เช่น “สายด่วนเพื่อนใจ” หรือ “โค้ชใจดี”

• สร้างพาร์ทเนอร์ร่วมกับองค์กรภายนอกด้านสุขภาพจิต เช่น คลินิกจิตวิทยา หรือ Mental Health Platform

4. บูรณาการข้อมูลสุขภาพสู่แผนพัฒนาความสามารถพนักงาน (L&D)

• พนักงานที่มีปัญหาสุขภาพบ่อย อาจต้องได้รับ soft-skill training เช่น Time Management, Emotional Regulation, หรือ Stress Coping

Strategic Financial Priorities 2025 – ทำไม HR ต้องก้าวสู่บทบาทสำคัญด้าน Cost Optimizationในครึ่งหลังปี 2025 นี้ ทิศทางเศ...
24/06/2025

Strategic Financial Priorities 2025 – ทำไม HR ต้องก้าวสู่บทบาทสำคัญด้าน Cost Optimization

ในครึ่งหลังปี 2025 นี้ ทิศทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ส่งผลให้องค์กรต่าง ๆ ต้องเร่งปรับตัวทั้งด้านกลยุทธ์ทางการเงินและการบริหารต้นทุน ซึ่งทำให้ บทบาทของ HR มีความสำคัญมากกว่าที่เคย ในฐานะ Strategic Business Partner ขององค์กร

และจากรายงานของ Gartner พบว่า

74% ของ CFOs ให้ความสำคัญกับ Cost Optimization

58% เน้นการเสริมความแข็งแกร่งด้าน Cash Flow และ Working Capital Management

83% ของ CFOs กำลังมองหาแนวทางการประหยัดต้นทุนที่ มากกว่า Budget Baseline

56% ได้เริ่ม Cut Overhead Costs แล้วในไตรมาส 2 ของปี 2025

💡 HR ต้องสามารถเชื่อมโยงกลยุทธ์ด้านทรัพยากรบุคคลกับกลยุทธ์ทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ
แนวโน้มสำคัญที่ HR ต้องตระหนัก:

🌐 Cost Optimization ไม่ใช่เพียงหน้าที่ของฝ่ายการเงิน แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับ
o Workforce Planning
o Capability Investment
o Organization Design

🧩 HR สามารถช่วยลดต้นทุนได้ผ่าน
o Data-Driven Decision Making
o Agile Workforce Models
o Smarter Talent Deployment

🚀 บทบาทของ HR กำลังเปลี่ยนจาก Support Function ไปสู่ Strategic Value Driver โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้

Business Secret Consulting เรากำลังจะมี Intensive Workshop ในหัวข้อ

Strategic HR Cost Optimization and Trends 2025

ที่จะจัดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ 31 กรกฎาคม นี้ เพื่อเพิ่ม Capabilities ให้กับ HR Practioners ในการแสดงบทบาทในฐานะ Strategic Value Driver ได้อย่างแท้จริง

UPLIFT THE CAPABILITIES TO WIN 🚀

ที่อยู่

Bangkok
11130

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Business Secret Consulting BSCผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แนะนำ

แชร์