Pun Nattapatch ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Pun Nattapatch, ที่ปรึกษาทางธุรกิจ, Bangkok.

🇹🇭Digital B2B & Sale
สวัสดีครับ :) ปัน ณัฐพัชร์
เบื้องหลังการปั้นทีมขาย 100 ล้าน 💵
👇🏻☎️ปรึกษาปัญหา&การปั้นทีมขายฟรี
👇🏻💼Training&Consult |📚E-Book&Course
openlink.co/pun_nattapatch

ทำแบบนี้ไม่เรียกว่ารักองค์กรนะครับถ้าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจ ผมอยากให้คุณอ่านโพสต์นี้ให้จบการเก็บพนักงานที่ performance แย่...
12/04/2026

ทำแบบนี้ไม่เรียกว่ารักองค์กรนะครับ

ถ้าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจ ผมอยากให้คุณอ่านโพสต์นี้ให้จบ

การเก็บพนักงานที่ performance แย่ไว้ในทีม

คุณอาจคิดว่ามันคือความใจดี

แต่คนในทีมเขาไม่ได้มองแบบนั้นครับ

เพราะทุกวันที่คุณยังเก็บคนนั้นไว้

มันทำให้พนักงานดีๆ เกิดความคิดว่า

"ที่นี่ให้ความสำคัญกับผลงานจริงไหม หรือแค่ไม่อยากมีปัญหา"

สิ่งที่เขาเห็นมันส่งสัญญาณชัดมากนั้นคือ "จะทำงานดีหรือทำงานแย่ ก็มีค่าเท่ากัน"

นั่นแหละที่ทำให้คนเก่งเริ่มหมดไฟ หรือไม่ก็เริ่มหางานใหม่

ผมเข้าไปดูบริษัทหลายที่ เจ้าของมักจะบอกว่า

"ให้โอกาสเขาอีกหน่อย" หรือ "เดี๋ยวเขาก็ดีขึ้นเอง"

แต่ความจริงก็คือ ทุกวันที่ผ่านไป

มันมีต้นทุนที่มองไม่เห็น เพราะคนเก่งที่ลาออกไป

คุณจะจ้างเค้ากลับคืนมาไม่ได้ง่ายๆแล้วนะครับ

การ "ไม่ตัดสินใจ" ก็คือการตัดสินใจอย่างนึง และมันมีราคาที่ต้องจ่ายทุกวัน

ใครเคยเจอสถานการณ์แบบนี้ไหมครับ?

เล่าให้ฟังหน่อย อยากฟังจากมุมเจ้าของและมุมของพนักงานครับ

"สินค้าดี ราคาดี ยุคนี้ไม่พอแล้ว"มีเจ้าของธุรกิจหลายคนบอกผมว่า "พี่มั่นใจมาก สินค้าพี่ดี ราคาก็สู้ได้ ยังไงลูกค้าต้องซื้...
11/04/2026

"สินค้าดี ราคาดี ยุคนี้ไม่พอแล้ว"

มีเจ้าของธุรกิจหลายคนบอกผมว่า
"พี่มั่นใจมาก สินค้าพี่ดี
ราคาก็สู้ได้ ยังไงลูกค้าต้องซื้ออยู่แล้ว"

ผมเห็นด้วยแค่ครึ่งเดียวครับ
(ในใจก็คิดว่า ของดีเฮียเก็บไว้เถอะครับ 😅)

เพราะโรงงานทั่วโลกตอนนี้ผลิตของดีได้หมด
ราคาแข่งกันดุเดือดทุกปี
ถ้าจุดขายของเราคือ
"ของดี ราคาถูก"
มันก็เหมือนกับคนอื่น
แล้วเราจะต่างจากเขาตรงไหน?

ปัญหาจริงๆ มันอยู่ที่เรื่องอื่นครับ

คนยังไม่รู้ว่ามีเราอยู่
หรือต่อให้รู้
เขาก็ยังไม่ไว้ใจพอที่จะซื้อ

แล้วในสถานการณ์ตอนนี้ที่ของแพงขึ้น
ค่าขนส่งแพงขึ้น ต้นทุนปรับขึ้น
แต่พอจะขึ้นราคา ลูกค้าก็หาย

คนที่รอด
คือคนที่หาทางลดต้นทุน operation ได้เร็ว
ก่อนที่ margin จะหมด

แต่คนที่จะชนะในเกมนี้
คือคนที่ทำให้ลูกค้านึกถึงชื่อเขาเป็นคนแรก
ในวันที่ลูกค้าพร้อมจ่ายเงิน

วันนี้ลองกลับไปถามตัวเองดูนะครับ
ว่าลูกค้าในอุตสาหกรรมของคุณ
ถ้าเขาต้องการของพรุ่งนี้เช้า
ชื่อแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวเขาคือชื่อคุณไหม?

ถ้ายังไม่ใช่ นั่นคือปัญหาที่คุณต้องรับไปแก้ก่อนเรื่องสินค้า

ธุรกิจคุณตอนนี้อยู่จุดไหน? ลองเล่าให้ฟังหน่อยครับ

11/04/2026

Series ปั้นทีมขายจาก 0 สู่ 100 ล้าน
EP1: จัดบ้านก่อนหาเซลล์

90% ของผู้ประกอบการ
ที่หาพนักงานขายไม่ได้
สาเหตุอาจแค่เพราะเรื่องนี้เรื่องเดียว!

10/04/2026

ทำไมคนนี้ประสบความสำเร็จจัง?
อะไรคือสิ่งที่แยก“คนร้อยล้าน”
ออกจากคนทั่วไป

วันนี้ผมไปทำงานกับลูกค้า
แล้วโชคดีได้มีโอกาส
นั่งคุยกันหลังจบงาน
ผมเลยมีโอกาสได้รู้ความลับ
ของคนร้อยล้าน

ไม่ใช่เพราะเงินหรือคอนเน็คชั่นส์เลย
ที่ทำให้พวกเขาสำเร็จ

#นักธุรกิจ #การตลาดออนไลน์ #เซลล์ #พัฒนาตัวเอง

💸 ผมเพิ่งเสียค่าโง่ให้ AI ไปหลายพันบาท ไม่ใช่เพราะสั่งงานผิด หรือใช้งานเยอะแต่เพราะผมกดปิดโปรแกรมแล้ว แต่มันไม่ได้ปิดจริ...
10/04/2026

💸 ผมเพิ่งเสียค่าโง่ให้ AI ไปหลายพันบาท
ไม่ใช่เพราะสั่งงานผิด
หรือใช้งานเยอะ

แต่เพราะผมกดปิดโปรแกรมแล้ว
แต่มันไม่ได้ปิดจริง

เรื่องมันเป็นแบบนี้ครับ

วันก่อน Claude 🍊 ล่มทั้งระบบ
ผมทำงานไม่ได้เลย
ต้องไปหา AI Agent ตัวสำรองมาใช้แบบด่วนๆ
เลยเอา OpenClaw 🦞 มาใช้แก้ขัด
ลงเสร็จ ตั้งค่า เทสต์ผ่าน กดปิดหน้าต่างไป นึกว่าจบ

สองวันผ่านไป ไปเช็คบิลค่า AI ใน OpenRouter

เงินหายไป 67USD
ผมนี่งงเลย 😅

สืบไปสืบมาถึงมาเจอว่า
ไอ้น้องกุ้ง 🦞 ตัวนี้มันไม่ได้ปิดตามหน้าต่าง
แต่มันฝังตัวเอง ไว้ใน background service
ของเครื่อง Mac ผมไปแล้ว
แล้วมันก็วิ่งไปเรียก Claude Opus ทุก 30 นาที
(เล่นของแพงซะด้วย ลาก่อนเงินจ๋า 🥹💸 )
ทั้งวันทั้งคืน ทั้งที่ไม่มีใครสั่งอะไรมันเลยสักคำ

เหมือนเรียกแท็กซี่มาจอดรอหน้าบ้าน 🚕
มิเตอร์เดินตลอด
แต่เราไม่ได้ขึ้นรถสักวินาที

ที่พลาดเพราะผมไม่รู้จักมันดีพอ
ตัวที่ใช้ประจำ (Claude Code) ปิดแล้วคือจบเลย
ผมเลยชินว่า AI Agent ทุกตัวก็แบบนั้น
ปรากฏว่าน้องกุ้งตัวนี้ฆ่าทิ้งปุ๊บ มันก็ฟื้นขึ้นมาใหม่เอง

ถ้าไม่อยากเสียตังฟรีแบบผม
มีวิธีเช็คว่าเครื่องคุณมี AI แอบรันอยู่ไหม:
- Mac: เปิด Activity Monitor แล้ว search ชื่อโปรแกรม
หรือพิมพ์ใน Terminal: launchctl list | grep ชื่อโปรแกรม
- Windows: เปิด Task Manager ดู Background Processes

3 บทเรียนที่ได้จากเรื่องนี้
1. ปิดหน้าต่าง ≠ ปิดโปรแกรม — AI หลายตัวรัน background service
2. ลง AI tool ตัวใหม่ ไปเช็คด้วยว่ามันฝัง service อะไรไว้ในเครื่องบ้าง
3. ตั้ง spending limit ใน OpenRouter / OpenAI / Anthropic เสมอ อย่ารอเช็คหลังเงินหมด

ใครใช้ AI อยู่ ไปเช็คเครื่องตัวเองด่วนเลยนะครับ

แล้วมาบอกหน่อยว่าเจอตัวไหนแอบรันอยู่บ้าง

16/01/2026

ทำไมผมยอมจ่ายเงินล้านซื้อรถ
ให้เซลล์ที่ "พูดน้อยกว่า"? 🚗💸

การขายไม่ใช่การ "ล่า"
แต่คือการ "รอ"
ในจังหวะที่ถูกต้อง
ลูกค้าไม่ได้ซื้อเพราะคุณตื้อเก่ง
แต่เขาซื้อเพราะเขารู้สึก
"ปลอดภัย" ที่จะซื้อกับคุณ

15/01/2026

เซลล์ลาออกไม่ว่า
แต่หอบลูกค้าหนีไปเปิดธุรกิจแข่ง

นี่คือฝันร้ายที่เจ้าของธุรกิจทุกคน
ไม่อยากเจอ

อย่าพึ่งตกใจจนรีบลดราคาแข่ง
ให้สู้ด้วย“คุณค่า”
และ“การบริการ”ของคุณ

สุดท้ายของจริงจะอยู่อยู่ยาว
ของปลอมจะแพ้ภัยตัวเองครับ

15/01/2026

บริษัทไหนมีเซลล์เจ้าที่แรงแบบนี้ไหม?
มาสาย ด่าเพื่อน ไม่สนกฎ
เพราะตัวเองถือยอดขายไว้เยอะ?

ผมปราบผีด้วยการเลิกง้อแล้วสร้างระบบแทนครับ
1.Scale Up
2.ใช้ Data นำทาง

ใครเจอเซลล์มาเฟียแบบนี้เซฟคลิปนี้เก็บไว้เลย จะได้วิธีปราบผีไปจัดการแบบเชือดนิ่มๆ แต่เจ็บลึก!

เหนื่อยไหมครับ? ที่ต้องวิ่งตามง้อลูกค้า... ลองเลิก "ไล่ล่า" แล้วมาดูวิธีที่ Top Sales เขาทำกันดีกว่าการเป็นเซลล์ที่ต้องค...
15/01/2026

เหนื่อยไหมครับ?
ที่ต้องวิ่งตามง้อลูกค้า...
ลองเลิก "ไล่ล่า"
แล้วมาดูวิธีที่ Top Sales
เขาทำกันดีกว่า

การเป็นเซลล์
ที่ต้องคอยทักไลน์
ตามลูกค้าวันละ 3 เวลา
เช้า กลางวัน เย็น...
บอกตรงๆ ว่ามันเหนื่อย
และท้อมากนะครับ
ยิ่งตาม เขายิ่งหนี ยิ่งตื้อ เขายิ่งรำคาญ

จากประสบการณ์ที่ผมคุมทีมและเทรนเซลล์มา
ผมสังเกตเห็น Pattern บางอย่าง
ของคนที่เป็น "Top Sales"
หรือพวกตัวท็อปที่กวาดรางวัลประจำปี

สิ่งที่น่าสนใจคือ
พวกเขาแทบไม่วิ่งไล่ล่าลูกค้าเลยครับ
แต่พวกเขามีนิสัยบางอย่าง
ที่ทำให้ลูกค้าอยากวิ่งเข้าหาเขาเอง

ลองมาเช็คกันครับว่า เรามีนิสัย 4 ข้อนี้เหมือนพวกเขาหรือยัง?

1. ทักษะการเป็น "นักฟัง"

เซลล์ทั่วไปมักจะกลัวความเงียบ
พยายามพูดกลบเกลื่อน
ท่องสเปคสินค้าไฟแลบ
แต่คนระดับ Top Sales
เขาใช้กฎ 80:20 ครับ
คือฟังให้เยอะ พูดให้น้อย
เขาไม่แย่งซีนลูกค้าครับ
แต่เขาตั้งใจฟังเพื่อหา "Pain Point"
หรือแผลที่ลูกค้าเจ็บจริงๆ

เพราะเขาเชื่อว่าใครรู้ปัญหาลึกกว่า
คนนั้นชนะครับ

2. เขาไม่ตัดสินคนจากเปลือกนอก

เคยได้ยินคำว่า "ผ้าขี้ริ้วห่อทอง" ไหมครับ?
นี่คือเรื่องจริงในวงการขาย
เซลล์มือใหม่อาจจะเมินลูกค้าที่แต่งตัวธรรมดา
แต่ตัวท็อปเขาบริการระดับ V.I.P.
ให้ทุกคนเท่ากันหมด
เพราะเขาไม่ยอมทิ้งโอกาสแม้แต่ 1%

และบ่อยครั้งที่ลูกค้าลุงๆ ป้าๆ
นี่แหละครับ คือคนที่มีกำลังซื้อสูงสุด

3. อันนี้สำคัญที่สุดคือ "ความซื่อสัตย์" (Integrity)

Top Sales จะกล้าบอกข่าวร้ายครับ
อะไรทำไม่ได้บอกตรงๆ
สินค้ามีปัญหารีบแจ้ง
เขาจะไม่ยอมโกหกเพื่อปิดยอดวันนี้
แล้วไปรอระเบิดลงวันหน้า
เพราะเขารู้ดีว่า "ความเชื่อใจ"
มันสร้างยากแต่พังง่าย
และมันมีมูลค่าแพงกว่าค่าคอมมิชชันเยอะครับ

4. คือศิลปะการ "นั่งในใจคน"

พวกเขาเลิกพฤติกรรม "ตื้อ" แบบเดิมๆ
เลิกทักไปถามคำถามน่ารำคาญอย่าง
"พี่ตัดสินใจได้ยังครับ?" หรือ "พี่จะซื้อไหมครับ?"

แต่เขาจะทักไปคุยในเรื่องที่ลูกค้าสนใจ
จำวันเกิดลูกลูกค้าได้
รู้ว่าลูกค้าชอบกินกาแฟอะไร
หรือส่งของฝากเล็กๆ น้อยๆ ไปให้
ความใส่ใจในรายละเอียดแบบนี้แหละครับ
ที่เราเรียกว่า Omotenashi

มันทำให้ลูกค้าเกิดความ "เกรงใจ"
และผูกพัน จนไม่กล้าหนีไปซื้อเจ้าอื่น

การขายไม่ใช่การไล่ล่าครับ
แต่คือการทำตัวให้มีคุณค่าและน่าเชื่อถือ
จนลูกค้าอยากเดินเข้ามาหาเราเอง
ลองถามตัวเองดูนะครับว่าวันนี้...
เรากำลังเป็น "นักล่า" ที่ทำให้ลูกค้ากลัว
หรือเป็น "ที่ปรึกษา" ที่ลูกค้าวางใจ?

14/01/2026

หลังจากผมมีโอกาสได้นั่งคุยกับพี่ๆ นักธุรกิจระดับพันล้านหลายท่าน

ผมเจอ 'ความลับ 4 ข้อ' ที่เศรษฐีทุกคนมีเหมือนกันครับ

ที่อยู่

Bangkok
10240

เบอร์โทรศัพท์

+66629544455

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Pun Nattapatchผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Pun Nattapatch:

แนะนำ

แชร์