The Investment Code ลงทุนอย่างมั่นใจ

เว็บไซต์

The Investment Code ลงทุนอย่างมั่นใจ เริ่มต้นลงทุนแบบเข้าใจง่าย กับ The Investment Code | ข่าว หุ้น คริปโต เศรษฐกิจ Simple is the best

หนึ่งในหุ้นสุดเดือด
06/03/2026

หนึ่งในหุ้นสุดเดือด

🧨 EOSE: หุ้นพลังงานที่ตลาดลงโทษแรง หรือมีดที่ยังร่วงอยู่?

ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา หุ้น Eos Energy Enterprises ($EOSE) กลายเป็นหนึ่งในหุ้นที่ร่วงแรงที่สุดในตลาด หลังจากผลประกอบการออกมา “ต่ำกว่าความคาดหวังอย่างรุนแรง” จนทำให้ราคาหุ้นดิ่งลงเกือบ 40% ภายในวันเดียว

ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์บางสำนักก็ออกมาปรับลดราคาเป้าหมายลงเหลือ $8 จากเดิม $12 (-33%) แม้จะยังคงคำแนะนำเดิมอยู่ก็ตาม

แต่สิ่งที่ทำให้นักลงทุนสับสนมากที่สุดคือ
ในเวลาเดียวกันก็มีรายงานว่า ผู้บริหารบริษัทเข้าซื้อหุ้นเพิ่ม

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่
“หุ้นลงแรงเกินไปหรือยัง”

แต่คือ

บริษัทกำลังมีปัญหาชั่วคราว หรือกำลังมีปัญหาเชิงโครงสร้างกันแน่
.

ภาพที่ตลาดเห็นก่อนประกาศงบ

ถ้าย้อนกลับไปก่อนประกาศผลประกอบการไม่นาน บรรยากาศของบริษัทดูค่อนข้างดี

ผู้บริหารยังคงย้ำกับนักลงทุนว่า
บริษัทกำลังเดินตามแผนที่วางไว้

รายได้ทั้งปีถูกตั้งเป้าไว้ที่ประมาณ 150–160 ล้านดอลลาร์

และก่อนหน้านั้นไม่นาน
บริษัทก็เพิ่ง ระดมทุนได้กว่า 1 พันล้านดอลลาร์

ภาพทั้งหมดนี้ทำให้ตลาดเชื่อว่า
อย่างน้อยตัวเลขก็น่าจะออกมา “ใกล้เคียงเป้า”

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงกลับต่างออกไปมาก
.

ความจริงหลังประกาศงบ

เมื่อผลประกอบการถูกเปิดเผย ตัวเลขที่ออกมาทำให้ตลาดช็อกทันที

📉 รายได้ทั้งปีอยู่ที่ 114.2 ล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าเป้าขั้นต่ำที่บริษัทเคยให้ไว้

📉 รายได้ไตรมาส 4 อยู่ที่ 58 ล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าที่ตลาดคาดเกือบครึ่ง

📉 EPS ขาดทุน -0.84 ดอลลาร์ แย่กว่าที่นักวิเคราะห์คาดอย่างมาก

ผลลัพธ์คือการเทขายทันที
มูลค่าบริษัทหายไปมหาศาลในวันเดียว

แต่ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขเพียงอย่างเดียว

มันคือเรื่องของ “ความเชื่อมั่นต่อผู้บริหาร”
.

ทำไมตลาดถึงลงโทษแรงขนาดนี้

ในธุรกิจ การพลาดเป้ารายได้ไม่ใช่เรื่องแปลก

แต่สิ่งที่นักลงทุนรับไม่ได้คือ
ไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า

บริษัททราบอยู่แล้วว่ามีปัญหาในสายการผลิตช่วงปลายไตรมาส
แต่ไม่มีการปรับ guidance หรือส่งสัญญาณเตือนตลาด

เมื่อความจริงออกมาในวันประกาศงบ
นักลงทุนจำนวนมากจึงรู้สึกเหมือนถูก “เซอร์ไพรส์เชิงลบ”

และเมื่อความเชื่อมั่นพัง
ตลาดมักจะลงโทษรุนแรงกว่าปกติ
.

ปัญหาหลักของ EOSE ตอนนี้

ถ้ามองลึกลงไป ปัญหาของบริษัทไม่ได้อยู่ที่ดีมานด์

จริง ๆ แล้ว คำสั่งซื้อยังมหาศาล

บริษัทมี pipeline โครงการด้านระบบกักเก็บพลังงานระดับหลายหมื่นล้านดอลลาร์

แต่ปัญหาคือ
บริษัทผลิตและส่งมอบสินค้าไม่ทัน

1) Automation ที่กลายเป็นคอขวด

EOSE พยายามปรับสายการผลิตแบตเตอรี่ Z3 ให้เป็นระบบอัตโนมัติ

แต่การตั้งค่าระบบเครื่องจักรทำได้ยากกว่าที่คาด
ทำให้คุณภาพการผลิตล่าช้า

สุดท้ายต้องดึงแรงงานคนกลับมาช่วยประกอบ
ซึ่งทำให้ต้นทุนสูงขึ้นทันที
.

2) เครื่องจักรหยุดทำงานบ่อย

สายการผลิตระดับกิกะวัตต์ต้องการเสถียรภาพสูง

แต่โรงงานของ EOSE กลับมี equipment downtime สูง

การหยุดเครื่องบ่อยทำให้
• การผลิตสะดุด
• วัตถุดิบเสียหาย
• ต้นทุนเพิ่มขึ้น
.

3) ปัญหาซัพพลายเชน

บริษัทพบว่าชิ้นส่วนจากซัพพลายเออร์บางราย
ไม่ได้มาตรฐานตามสเปก

ทำให้ต้องหยุดสายการผลิตเป็นสัปดาห์
เพราะไม่สามารถนำชิ้นส่วนมาใช้งานได้
.

4) ยิ่งผลิต ยิ่งขาดทุน

ผลจากปัญหาทั้งหมดทำให้

ต้นทุนการผลิตสูงกว่ารายได้

Gross margin ของบริษัทติดลบอย่างหนัก

ในบางช่วง
ขายสินค้า 1 ล้านดอลลาร์
อาจต้องใช้ต้นทุนเกือบ 2 ล้านดอลลาร์

ซึ่งเป็นโมเดลที่ไม่สามารถขยายธุรกิจได้
.

แล้วผู้บริหารซื้อหุ้นหมายความว่าอะไร

ข่าวที่ผู้บริหารเข้าซื้อหุ้น อาจถูกมองได้สองแบบ

มุมหนึ่ง
คือสัญญาณว่าผู้บริหารยังเชื่อในบริษัท

แต่อีกมุมหนึ่ง
ตลาดอาจต้องการ หลักฐานของการแก้ปัญหาในโรงงาน

มากกว่าสัญญาณเชิงสัญลักษณ์

เพราะสิ่งที่นักลงทุนต้องการเห็นจริง ๆ คือ
• สายการผลิตกลับมานิ่ง
• automation ทำงานได้จริง
• margin เริ่มดีขึ้น
• guidance มีความแม่นยำมากขึ้น
.

มุมมองนักลงทุน

EOSE เป็นบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่มีอนาคต
เพราะ Energy Storage เป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของระบบไฟฟ้าโลก

แต่ปัญหาของบริษัทตอนนี้
ไม่ใช่เรื่องของเทคโนโลยี

มันคือ

Ex*****on

บริษัทมีดีมานด์
มีเงินทุน
มีโครงการจำนวนมาก

แต่ยังไม่สามารถแปลงทั้งหมดนั้น
ให้กลายเป็นรายได้และกำไรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าโรงงานสามารถผลิตได้เสถียรจริง

การเข้าไปรับมีดในช่วงนี้
อาจยังเป็นเกมที่มีความเสี่ยงสูงสำหรับนักลงทุน
.

⚠️ Disclaimer: ข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผู้ลงทุนควรตัดสินใจด้วยตนเอง และยอมรับความเสี่ยงทุกกรณี

📌Subscriber Zone
✅เข้ากลุ่มไลน์
✅กลุ่มเรียนรู้ใน FACEBOOK
✅Thesis การลงทุน
✅VDO CLIP UPDATE ตลาดและความรู้
อัปเดตแนวรับ–แนวต้านพร้อมกราฟครบก่อนเปิดตลาด 💚
📩 สมัครได้เลย ข้างปุ่มติดตาม หรือกดลิงก์
เดือนละ 69 บาท คุ้มเกิ๊น
แต่ได้ข้อมูลระดับที่ “มืออาชีพใช้วางพอร์ตจริง”

👉 สมัครเลย: facebook.com/prberd/subscribenow
#หุ้นพอร์ทระเบิด

14/12/2025

ซื้อขายหุ้นโดยแนวรับ-แนวต้าน

ทำได้ไม่ยาก ‼️‼️

ท่าง่ายที่ว่านั้นเราจะมาพูดถึงการลงทุนโดยใช้เทคนิคคอล ซึ่งเทคนิคคอลที่ว่านั้นคือ “แนวรับแนวต้าน ” แนวรับแนวต้านทุกคนคงเคยได้ยินมาบ้าง ดีไม่ดีได้ยินมาบ่อยด้วยซ้ำบางคนอาจจะเข้าใจหรืออาจจะยังไม่เข้าใจในแนวรับแนวต้านว่ามันจะเอามาใช้ในการทำอย่างไร เดียววันนี้เราจะมาลองดูกันนะครับว่ามันเป็นยังไง ก่อนอื่นมาดูกันก่อนว่าแนวรับแนวต้านคืออะไร

แนวรับแนวต้าน

แนวรับ คือ เป็นแนวราคาที่นักลงทุนส่วนใหญ่เห็นว่ามันลงมาต่ำแล้วถึงราคาที่เหมาะสมจะซื้อแล้ว เลยทำให้เกิดแนวรับที่นักลงทุนเข้าซื้อกันครับ

แนวต้าน คือ เป็นแนวราคาที่นักลงทุนส่วนใหญ่เห็นว่ามันลงมาต่ำแล้วถึงราคาที่เหมาะสมจะขายแล้ว เลยทำให้เกิดแนวต้านที่นักลงทุนเทขายครับผม

และนอกจากความหมายนี้ยังมีแนวรับแนวต้านที่เป็นแนวจิตวิทยาอีก คือ แนวรับแนวต้านที่ ราคาลงเลขท้ายเป็นเลขจำนวนเต็มเช่น สมมติ ราคาอยู่ที่ 990 แล้วราคาขึ้นมาเรื่อย ๆ แล้วจนถึง 1000 บาท แถวราคา 1000 บาทนี้จะมีแรงขายเป็นจำนวนมากกว่าปกติ ซึ่งเหมือนเป็นเชิงจิตวิทยาที่เป็นเลขที่ลงตัวพอดีเลยง่ายต่อการตั้งเป็นราคาเข้าซื้อหรือราคาเป้าหมายที่จะขาย

ทีนี้เราก็พอจะเข้าใจแล้วว่าแนวรับแนวต้านคืออะไร บางคนอาจจะยังไม่เห็นภาพงั้นเดียวเราไปลองดูภาพกันนะครับว่ามันเป็นยังไง แนวรับแนวต้านเนี้ย

วิธีดูแนวรับแนวต้าน

ต้องบอกก่อนเลยว่าแนวรับแนวต้านนั้นแต่ละคนสามารถมองแตกต่างกันได้ จากรูปแนวรับแนวต้านที่ 1 นั้นก็เป็นเพียงมุมมองของตัวผมเอง แต่หลักๆนั้นจะดูได้จากราคาที่เกิดการปรับตัวเมื่อถึงราคานั้นๆเช่นจากในรูปแนวรับแนวต้านที่ 1 เราก็จะเห้นได้ว่าราคาขึ้นไปถึงตรงด้านบนนี้ถึง 3 รอบ เราก็ตั้งข้อสังเกตุได้แล้วว่าเอ๋หรือตรงนี้จะเป็นแนวต้าน ส่วนแนวรับเราก็เห็นว่าเกิดการปรับตัวขึ้นแถวราคานั้นถึง 2 รอบ ก็พอจะเป็นข้อสังเกตุได้แล้วว่านี่คือแนวรับ ซึ่งความถี่ที่ราคาไปเกิดรวมทั้งระยะห่างของแนวรับแนว
ต้านเดิมนั้นเป็น ตัวยืนยันว่าแนวรับแนวต้านนั้นใช่แนวรับแนวต้านจริง ๆ หรือป่าว ยิ่งถี่มากยิ่งเชื่อถือได้ครับผมต่อไปเรามาดูวิธีนำแนวรับแนวต้านไปใช้กันนะครับ

แนวรับแนวต้านกับการลงทุน

แนวรับแนวต้านนั้นเป็นเสมือนกรอบที่ราคานั้นแกว่งตัวอยู่ในกรอบ เราสามารถหาจังหวะเข้าลงทุนได้จากแนวรับแนวต้านดังต่อไปนี้

• ใช้เป็นจุดเข้าซื้อ

เมื่อราคาปรับตัวลงมาแล้วแรงขายเริ่มลดลงจะมีแรงซื้อที่จากนักลงทุนที่เห็นว่าหมดแรงขายแล้วดูได้จากรูปแนวรับแนวต้านที่ 1 เราจะเห็นว่าเมื่อราคาหมดแรงขายแล้วจะทำใหเกิดแนวรับแล้วเป็นจุดที่น่าสนใจเข้าซื้อได้

หมายเหตุ : การเข้าซื้อที่แนวรับอาจจะไม่ใช่จุดเข้าซื้อที่ดีที่สุดแต่เป็นจุดที่น่าสนใจเข้าซื้อ

• ใช้เป็นจุดขาย

เมื่อราคาปรับตัวขึ้นมาแล้วจะมีแรงขายที่จากนักลงทุนที่เห็นว่าถึงแนวที่น่าสนใจในการขายแล้วจากรูปแนวรับแนวต้านที่ 1 เราจะเห็นว่าเมื่อราคาหมดแรงขายแล้วจะทำใหเกิดแนวรับแล้วเป็นจุดที่น่าสนใจเข้าซื้อได้

หมายเหตุ : การขายที่แนวต้านอาจจะไม่ได้ราคาดีที่สุดแต่เป็นสุดที่น่าสนใจในการขาย

• ใช้เป็นจุดซื้อตรงแนวต้าน
บางครั้งราคานั้นจะอยู่ในกรอบแนวรับแนวต้านบางคนลงทุนไม่ชอบรออยู่ในกรอบงั้นเราก็ต้องให้มันทะลุกรอบหรือที่เราอาจจะได้ยินว่า เบรคแนวต้าน ยกตัวอย่างเช่นจาก รูปแนวรับแนวต้านที่ 1

ถ้าเราเห็นว่าราคา เบรคแนวต้านตรงครั้งที่ 3 แล้วราคามีการปรับตัวขึ้นไปอีก ซึ่งนักลงทุนบางคนอาจจะไม่ชอบซื้อตรงแนวรับเพราะไม่ชอบรอแล้วมาซื้อตรงที่ทะลุแนวต้านแล้ว ซึ่งดูจากรูปถึงจะต้นทุนสูงแต่ก็ได้กำไรอยู่

หมายเหตุ : การทะลุแนวต้านนั้นควรจะมีปริมาณการซื้อขายที่มีปริมาณมากกว่าปกติมายืนยันการทะลุแนวต้าน

• ใช้เป็นจุด Stop loss

บางครั้งการลงทุนของเราอาจจะเกิดการผิดพลาดการ Stop loss หรือการหยุดขาดทุนนั้นก็เป็น 1 ในทางเลือกที่ใช้ในการจำกัดขาดทุนเมื่อลงทุนไม่เป็นไปอย่างที่คิด

ถ้าหากมีเหตุการณ์ ราคามีการทะลุแนวต้านไปแล้วซึ่งตามหลักแล้วราคาควรขึ้นต่อแต่ราคาขึ้นไประยะหนึ่งแล้วกลับมีการปรับตัวลดลงถ้าเราเข้าซื้อที่แนวรับ อาจจะยังไม่มีปัญหาเราอาจจะกำไรอยู่นิดหน่อย หรือบางท่านอาจจะขายไปแล้วตอนเบรคแนวต้านหรือขายที่แนวต้าน แต่สำหรับผู้ที่ตามมาซื้อตรงแนวต้านนั้น ก็สามารถใช้แนวต้านที่เข้าซื้อนั้นมาเป็นจุด Stop loss ได้เมื่อการเข้าลงทุนไม่เป็นไปอย่างที่คิดถ้าเรา Stop loss ที่แนวต้านเราอาจจะไม่ได้กำไรแต่เราก็ไม่ขาดทุนหนักจากการที่ราคาปรับตัวลงมา

หมายเหตุ : อาจจะเกิดการเด้งกลับของราคาก็ได้แต่การใช้แนวรับเป็นตัว Stop loss เป็นเครื่องมือหนึ่งในการใช้ตัดสินใจ Stop loss

หลายคนคงเห็นภาพมากขึ้นในการนำแนวรับแนวต้านไปใช้ แต่ต้องบอกก่อนว่าถ้าคุณมองแนวรับแนวต้านต่างกับคนอื่นนั้นไม่ผิดเพราะแนวรับแนวต้านนั้นแล้วแต่ใครจะมองครับ ผมหวังว่าแนวรับแนวต้านจะเป็นเครื่องมือหนึ่งที่จะช่วยให้การลงทุนสำหรับนักลงทุนทุกท่านลงทุนได้ง่ายขึ้นในการลงทุน

ขอ 1 ไลค์ 1 แชร์สำหรับความรู้ดีๆแบบนี้

🐺🐺🐺🐺

LINE ID :

หรือ คลิ๊ก

https://line.me/R/ti/p/%40dtvi

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ The Investment Code ลงทุนอย่างมั่นใจ โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

ได้รับการสนับสนุน

แชร์