16/12/2020
สารก่อภูมิแพ้ (allergen) หมายถึง สารที่
สามารถกระตุ้นให้ร่างกายเกิดปฏิกิริยาอิมมูน
ทำให้ร่างกายเกิดภูมิไวต่อสารเหล่านั้น
หรือที่เรียกว่าอาการภูมิแพ้
ส่วนใหญ่เป็นไกลโคโปรตีน (Glycoprotein)
ที่มีน้ำหนักโมเลกุลมากกว่า 1000 dalton
สารก่อภูมิแพ้ที่ทำให้เกิดอาการภูมิแพ้แบ่งได้คือ
สารก่อภูมิแพ้ในอากาศ ได้แก่
1. สารจากไรฝุ่น (House dust mite allergrns)
ไรฝุ่นจัดอยู่ในกลุ่ม Arachnids
ร่วมกับแมงมุม และตัวไร
มีประมาณ 13 ชนิดที่พบในบ้านทั่วไป
ชนิดที่พบมาก และเป็นปัญหาของการเกิดภูมิแพ้
คือ Dermatophagoides pteronyssinus,
Dermatophagoides farinae
และ Dermatophagoides maynei
ซึ่งสารก่อภูมิแพ้ที่มาจากไรฝุ่นเป็นสาเหตุสำคัญ
ที่ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ และหอบหืด
ไรฝุ่นดำรงชีวิตด้วยการกินเศษคราบไคล
รังแคและฝุ่นอินทรีย์ มักอาศัยอยู่ในที่ร่ม
สว่างน้อย ที่อับชื้น เช่น หมอน ผ้าห่ม ตู้เสื้อผ้า.
ตัวไรฝุ่นหายใจด้วยการแลกเปลี่ยนก๊าซที่ผิว
อาศัยการซึมซับน้ำจากอากาศ
เพื่อควบคุมระดับน้ำในร่างกายของมัน
จึงมักพบตัวไรฝ่นในที่อับชื้น
สารจากตัวไรฝุ่นที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้
จะถูกสร้างในระหว่างการเจริญเติบโต
และการลอกคราบของมัน
การเรียกชื่อสารที่ก่อภูมิแพ้จากไรฝุ่น
จะตั้งชื่อตามหลักสากล
โดยใช้อักษร 3 ตัวแรกเป็นชื่อของ genus
ตามด้วยอักษรตัวแรกของชื่อ species
และตามด้วยกลุ่มของสารก่อภูมิแพ้
เช่น Der p 1, Blo t 5 เป็นต้น
สารก่อภูมิแพ้จากไรฝุ่นจะมาจาก 2 ส่วน คือ
– ส่วนที่มาจากมูล ไร (F***l allergen)
ชื่อ Der p 1 เป็นสารที่พบมากที่สุด
จึงจัดเป็น major allergen ที่พบในมูลไร
– จากตัวไร (Mite body allergen)
ที่เกิดจากการลอกคราบ และเศษตัวไร
ที่หลุดออก จัดเป็น minor allergen เช่น Der p 2
ค่ามาตรฐานสากลที่กำหนดโดย
องค์การอนามัยโลก👩⚕️
กำหนดสารก่อภูมิแพ้จากไรฝุ่นของ Der p 1.
ในฝุ่นที่เกิน 2 ไมโครกรัม/ฝุ่น 1 กรัม
คือ (ไรฝุ่นประมาณ 100 ตัว)
ถือมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคภูมิแพ้🔬
และหากมากกว่า 10 ไมโครกรัม/ฝุ่น 1 กรัม
คือ (ไรฝุ่นประมาณ 500 ตัว)
จะทำให้มีโอกาสเกิดโรคหอบหืดแบบเฉียบพลัน
การประมาณมูลของไรฝุ่นคิดจากค่าประมาณ
ไรฝุ่น 1 ตัว จะถ่ายมูล 10-20 ก้อน/วัน
มูล 1 ก้อนมีขนาดประมาณ 10-40 ไมโครเมตร
สามารถฟุ้งกระจายในอากาศได้ดี
และหากเป็นไรฝุ่นที่มีอายุมากกว่า 30 วัน
จะก่อให้เกิดสารภูมิแพ้ที่มาจากมูลของไรเอง.
2. แมลงสาบ (Cockroach)
ฝุ่นที่เกิดจากซากแมลงสาบถือเป็นสาเหตุสำคัญ
ที่ทำให้เกิดโรคหอบหืด (asthma)
และโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ (allergic rhinitis)
โดยพบเป็นสาเหตุรองลงมาจากไรฝุ่น
ซึ่งแมลงสาบที่พบมากในไทยจำนวน 4 สายพันธุ์
ได้แก่ American cockroach, German cockroach,
Common cockroach และ Australian cockroach
การดำรงชีพของแมลงสาบชอบอาศัยในที่รก🦗
อับชื้น และมีเศษอาหาร เช่น ห้องน้ำ ห้องครัว
โดยสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ส่วนมาก
จะเกิดจากมูลของแมลงสาบ
มากกว่าสารที่มาจากตัวแมลงสาบมากถึง 6 เท่า
โดยมีความใกล้เคียงกับสารที่ก่อภูมิแพ้ในไรฝุ่น
แมลงสาบสายพันธุ์ German cockroach
จะทำให้เกิดสารก่อภูมิแพ้หลัก
คือ Bla g 1 และ Bla g 2
แมลงสาบสายพันธุ์ American cockroach
จะทำให้เกิดสารก่อภูมิแพ้หลัก
คือ Per a 1 และ Per a 2
ค่ามาตรฐานของการได้รับสารก่อภูมิแพ้
จากแมลงสาบ พันธุ์ German cockroach
หากมากกว่า 210 ไมโครกรัม/ฝุ่น 1 กรัม
จะเสี่ยงต่อการถูกกระตุ้นอาการหอบหืด
และหากมากกว่า 8 ไมโครกรัม/ฝุ่น 1 กรัม
จะเกิดอาการภูมิแพ้
ส่วนค่ามาตรฐานของสายพันธุ์
American cockroach ยังไม่มีค่ากำหนด
3. สัตว์เลี้ยง (Pets)
สัตว์ที่มีการเปลี่ยนขนหรือเซลล์
ที่หลุดลอกภายในบ้าน 🐕🐈🐦
เช่น สุนัข แมว นก รวมถึงสัตว์เลี้ยงอื่นๆ
สามารถก่อให้เกิดเป็นสารก่อภูมิแพ้ได้
อาทิ สารก่อภูมิแพ้จากแมว Fel d 1
จาก sebaceous gland และ saliva gland
ขนาดประมาณ 5 ไมโครเมตร
สามารถลอยอยู่ในอากาศได้นาน
เพียงปริมาณ 8 ไมโครกรัม/ฝุ่น 1 กรัม
จะทำให้เกิดการตอบสนองต่ออาการภูมิแพ้ได้
ส่วนในสุนัขจะพบสารก่อภูมิแพ้ชนิด Can f 1
ที่พบในขน รังแค และน้ำลาย
ปริมาณเพียง 10 ไมโครกรัม/ฝุ่น 1 กรัม
จะทำให้เกิดอาการภูมิแพ้ได้เช่นกัน
4. เกสรจากพืช
– เกสรหญ้า เช่น เกสรหญ้าแพรก เกสรหญ้าขน
– เกสรพืชเพาะปลูก เช่น เกสรข้าวโพด เกสรอ้อย
– เกสรไม้ยืนต้น เช่น กระถินณรงค์ เกสรกระถิน
– สปอร์ เช่น สปอร์จากเฟิร์น สปอร์จากปรง
5. สปอร์จากเชื้อรา
เชื้อราที่มีสปอร์ทำให้เกิดภูมิแพ้ได้แก่
ไฟลัม Deuteromycetes
6. สารก่อภูมิแพ้ในอาหาร
อาหารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ที่พบบ่อย ได้แก่
– เมล็ดธัญพืช ถั่วเหลือง ถั่วลิสง ข้าวสาลี งา
– เนื้อปลา
– เนื้อสัตว์น้ำที่มีเปลือก
– นม
– ไข่
– ถั่ววอลนัทชนิดต่างๆ