ECOM TALK ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก ECOM TALK, ที่ปรึกษาทางธุรกิจ, Priceza Co. , Ltd. 126/101 ERGO Tower, 26th Floor, Krungthonburi Road, Banglampoolang, Khlong San.

ECOM TALK is an annual forum by Priceza that brings together leaders from e-commerce, retail, and technology industries to explore insights, innovations, and the future of digital commerce in Thailand.

เมื่อการทำ E-Commerce วันนี้ไม่ใช่แค่เรื่องขายให้ได้ แต่คือการสร้างแบรนด์ให้โตได้ในระยะยาว ผู้ประกอบการจำนวนมากกำลังเจอป...
23/01/2026

เมื่อการทำ E-Commerce วันนี้ไม่ใช่แค่เรื่องขายให้ได้ แต่คือการสร้างแบรนด์ให้โตได้ในระยะยาว ผู้ประกอบการจำนวนมากกำลังเจอปัญหาเดียวกัน คือ ยอดขายมี แต่การเติบโตควบคุมไม่ได้ เพราะพึ่งพา Platform มากเกินไป โดยไม่ได้สร้างแบรนด์และระบบของตัวเอง
——————
:
Workshop หัวข้อ “The Future of Owned Commerce: From Platform Dependency to Brands Taking Back Control in the AI Era” โดยคุณมนัสนันทน์ เมธีศิลปวณิช Founder and CEO ของ Brandbiz Group
ชวนแบรนด์กลับมาทบทวนเกมการเติบโตในยุคที่ AI ทำให้แพลตฟอร์มฉลาดขึ้นทุกวัน และตั้งคำถามสำคัญว่า แบรนด์จะคุมลูกค้า ข้อมูล และการเติบโตได้อย่างไรด้วยตัวเอง ผ่านแนวคิด Owned Commerce
——————
:
กิจกรรมใน Workshop นี้เน้นไปที่การวางกลยุทธ์การตลาดสมัยใหม่ และการลงมือสร้างระบบตอบโต้อัตโนมัติด้วย AI โดยสิ่งที่ได้เรียนรู้มีดังนี้
——————
:
[1] แบรนด์ที่แข็งแรง คือ เกราะป้องกันความผันผวนของธุรกิจ
👉 แพลตฟอร์มช่วยให้ขายได้เร็ว แต่แบรนด์ช่วยให้ลูกค้าจำ กลับมา และเลือกเรา โดยไม่ต้องแข่งราคาตลอดเวลา
👉 ธุรกิจที่ไม่มีแบรนด์จะถูกบังคับให้วิ่งตาม Algorithm และโปรโมชั่นเสมอ
——————
:
[2] Data คือ รากฐานของแบรนด์ยุคใหม่
👉 AI จะช่วยธุรกิจได้จริงก็ต่อเมื่อแบรนด์มี First-party Data เป็นของตัวเอง เน้นการเก็บข้อมูลลูกค้าโดยตรงแทนการพึ่งพาแต่ Marketplaces เช่น Shopee, Lazada
👉 Data ไม่ได้มีค่าเพราะเยอะ แต่มีค่าเพราะถูกเก็บ ถูกเชื่อม และถูกนำไปใช้
👉 การเก็บ Data ทำเพื่อให้ทราบว่าลูกค้าตัวจริงคือใคร และสามารถวิเคราะห์ข้อมูลแบบ CDP (Customer Data Platform) ได้
——————
:
[3] LINE ไม่ใช่แค่ช่องทางสื่อสาร แต่คือจุดเริ่มต้นของ Relationship
👉 BrandBiz ชี้ให้เห็นว่า LINE สามารถเป็น
- Touchpoint หลักของลูกค้า
- แหล่งเก็บข้อมูลพฤติกรรม
- เป็นฐานของ Loyalty ในระยะยาว
👉 ถ้าออกแบบดี LINE จะกลายเป็นบ้านของลูกค้า ไม่ใช่แค่ Chat
——————
:
[4] Personalization เริ่มจากระบบ ไม่ใช่เริ่มจากเครื่องมือ
👉 Insight สำคัญที่เน้นย้ำใน Workshop คือ ก่อนจะทำ Personalization ได้ ธุรกิจต้องมี Data / Automation / Workflow ที่เชื่อมต่อกันจริง เมื่อโครงสร้างพร้อม การสื่อสารกับลูกค้าจะไม่ใช่การยิงกว้างแต่เป็นการคุยแบบรู้ใจ และตรงจังหวะ
——————
:
[5] การเพิ่ม Customer Lifetime Value (CLV) ทำให้ลูกค้าซื้อซ้ำ
การทำให้ลูกค้าอยู่กับแบรนด์นานขึ้น ทำได้โดย
👉 Own Commerce: ระบบสั่งซื้อสินค้าและชำระเงินที่แบรนด์ควบคุมเอง
👉 Own Loyalty: การทำกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ เช่น Gamification การตลาดผ่านเกม
เพื่อเพิ่มยอดการกลับมาซื้อซ้ำ
——————
:
🤖 Workshop ภาคปฏิบัติ: Automation ด้วย n8n
ส่วนนี้เป็นการลงมือทำเพื่อสร้าง AI Chatbot ที่สามารถตอบคำถามลูกค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง
โดยมีขั้นตอนดังนี้
👉 ใช้เครื่องมือ n8n เป็นเครื่องมือหลักในการทำ Automation Workflow แบบ No-code (เขียนโค้ดน้อยหรือไม่ต้องเขียนเลย) เพื่อเชื่อมต่อแอปพลิเคชันต่าง ๆ เข้าด้วยกัน
👉 การเชื่อมต่อ Messaging API ตั้งค่า Line Developer Console เพื่อสร้าง Channel และนำ Token ต่าง ๆ มาเชื่อมกับ n8n เพื่อให้ระบบสามารถรับ-ส่งข้อความผ่าน Line ได้
👉 การบูรณาการ AI นำ API Key ของ Gemini AI มาเชื่อมต่อเพื่อให้ AI ทำหน้าที่เป็นแอดมินอัจฉริยะ
👉 การเพิ่มความจำและข้อมูลเฉพาะ (Data Embedding)
- ตั้งค่าให้ AI จดจำประวัติการสนทนาของลูกค้าแต่ละคน (Memory)
- การใส่ข้อมูลเฉพาะของแบรนด์ เช่น รายละเอียดสินค้าหรือสถานที่ เพื่อให้ AI ตอบคำถามได้แม่นยำตามข้อมูลที่เรากำหนด ไม่ตอบนอกเรื่อง
👉 การทดสอบระบบโดยทดลองทักแชทเพื่อให้ระบบ AI วิเคราะห์คำถามและส่งคำตอบกลับไปยัง Line โดยอัตโนมัติ
——————
:
สรุปภาพรวม Workshop ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้การเปลี่ยนจากการตลาดแบบพึ่งพาแพลตฟอร์มอื่น มาเป็นการสร้างระบบอัตโนมัติที่มี AI เป็นผู้ช่วย เพื่อเก็บข้อมูลลูกค้าและปิดการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพในต้นทุนที่ต่ำลงนั่นเอง
——————
:
📌 หากท่านใดสนใจการทำ Branding, Data และ AI ผ่าน Owned Commerce Platform ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Brandbiz Group
——————
:
ECOM TALK 2026
Workshop #4
“The Future of Owned Commerce
From Platform Dependency to Brands Taking Back Control in the AI Era”
🎤 คุณมนัสนันทน์ เมธีศิลปวณิช
Founder and CEO, Brandbiz Group
🗓️ วันพุธที่ 21 มกราคม 2026
📌 True Digital Park – Auditorium (6F)
——————
:

Omnichannel at Scale: บทเรียนจากของจริง ไม่ใช่ทฤษฎี ใน Session นี้ จะได้เห็นว่า Omnichannel ไม่ใช่คำสวยหรู แต่คือระบบการ...
23/01/2026

Omnichannel at Scale: บทเรียนจากของจริง ไม่ใช่ทฤษฎี ใน Session นี้ จะได้เห็นว่า Omnichannel ไม่ใช่คำสวยหรู แต่คือระบบการทำงานทั้งองค์กร จาก Global Playbook สู่ Local Ex*****on ให้เกิดผลจริงหน้างาน
——————
:
[1] จาก Global Strategy สู่ Local Ex*****on
👉 สิ่งที่องค์กรระดับโลกเห็นตรงกัน Omnichannel ไม่ได้สำเร็จด้วยการเปิดหลายช่องทาง แต่สำเร็จด้วยการทำให้ทุกช่องทางทำงานเป็นระบบเดียวกัน
👉 Platform, Marketplace และ Owned Channel ต้องเชื่อมกันด้วย
- Data ชุดเดียว
- Process ที่สอดคล้องกัน
- เป้าหมายเดียว คือ พัฒนา Customer Experience
——————
:
[2] Konvy: จาก Online-first สู่ Omnichannel ที่ Scale ข้ามประเทศ
👉 จุดเริ่มต้น Konvy เริ่มจาก Online ก่อนขยายไปยัง Offline สิ่งแรกที่ทำไม่ใช่เปิดร้าน
แต่คือสร้าง Tool สร้าง Talent และใช้ Data เป็นตัวนำการตัดสินใจ
👉 การขยาย Offline ต้องใช้ข้อมูลลูกค้าเพื่อเลือก Offline Location และเข้าใจ Pain Point ลูกค้าที่อยากลองสินค้า อยากเห็นของจริง Offline จึงไม่ใช่แค่หน้าร้าน แต่เป็น Extension ของ Online
👉 การ Scale ระดับภูมิภาค ปัจจุบัน Konvy ขยายไป มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ขายผ่าน App Marketplace และ Offline โดยต้องสร้าง System กลางที่เชื่อมทุก Channel พร้อม Track Data แบบ Real-time และ ใช้ AI ช่วยเรื่อง Stock, Assortment และ Recommendation
——————
:
[3] Electrolux: Omnichannel ในมุมองค์กรขนาดใหญ่
👉 หลักคิดสำคัญ Omnichannel ต้องมีหนึ่งฟังก์ชัน รับผิดชอบ Customer Experience ทั้งหมด จากที่แต่เดิมทำงานแยกกันระหว่าง Marketing Sales แล้ว E-commerce เป็นคน Execute
👉 สิ่งที่ต้องจัดการใน Offline มีหลายอย่างเมื่อมีหน้าร้านหลายสาขา ทั้งการจัดการ Stock ในแต่ละสาขา การฝึกอบรมพนักงาน และพัฒนา Process การเติมสินค้าเมื่อของขาดให้ไวที่สุด
——————
:
[4] การบริหารคนและโครงสร้างองค์กรต้องพร้อม
👉 โครงสร้างองค์กรต้องปรับ เพื่อให้เกิดการทำงานที่ว่องไว ข้อมูลชัดเจน ไม่ควรมีคนสองทีมทำงานเดียวกันแบบซ้ำซ้อนกัน
👉 Omnichannel ที่ดี = Tool ดี + Process ชัด + Responsibility ชัด
——————
:
[5] เรียนรู้จาก Global Model เพื่อนำมาปรับใช้
👉 Konvy แชร์ตัวอย่างศึกษาโมเดล Amazon เอามาปรับ อย่างตลาด Beauty ต้องมีคนแนะนำสินค้า ส่วน ชี้ให้เห็นว่าไม่มีใครอยู่ได้แค่ Online หรือ Offline
👉 Global Best Practice เอามาคิดต่อยอดได้ แต่ต้องออกแบบใหม่ให้เข้ากับ Local Context
——————
:
[6] Speed คือ สนามแข่งขันถัดไปในการตอบโจทย์ลูกค้า
👉 Omnichannel ในอนาคตอยู่ที่ใครตอบสนองลูกค้าได้เร็วกว่า Konvy ใช้ Customer Preference Data และ AI Recommendation มอง Omnichannel ไม่ใช่ Channel แยก แต่สนใจว่าลูกค้าอยู่ตรงไหน และเราจะตอบโจทย์เขาได้ดีที่สุดอย่างไร
——————
:
[7] Omnichannel คือ Operating Model ไม่ใช่ Campaign
👉 Scale ได้จริง ต้องมี Owner Data และ Experience ที่เป็นหนึ่งเดียวกัน
👉 Global Strategy จะไม่มีค่า ถ้าแปลเป็น Local Ex*****on ไม่ได้
👉 Speed + Simplicity = ความได้เปรียบระยะยาว
——————
:
ECOM TALK 2026
Panel Discussion:
“Omnichannel at Scale: From Global Strategy to Local Ex*****on”
🎤 จากผู้นำตัวจริง
• Mohamed El-Harouny - Head of E-Commerce Omnichannel, ANZ, Asia, India, Middle East and Africa, Electrolux Group
• Jeng Chyi (JC) Chen - Chief Commercial Officer, Kony International
🎙 Moderator: Teerapol Ambhai
🗓️ วันพุธที่ 21 มกราคม 2026
📌 True Digital Park – Auditorium (6F)
——————
:

Instant Commerce กำลังเปลี่ยนจากช่องทางเสริม ไปเป็นกลไกหลักในการสร้างการเติบโตของแบรนด์ เวทีนี้สะท้อนมุมมองจากทั้งแพลตฟอ...
23/01/2026

Instant Commerce กำลังเปลี่ยนจากช่องทางเสริม ไปเป็นกลไกหลักในการสร้างการเติบโตของแบรนด์ เวทีนี้สะท้อนมุมมองจากทั้งแพลตฟอร์มและแบรนด์ว่า ใครที่เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคเชิงลึก ใช้ข้อมูลได้จริง และเริ่มก่อน จะเป็นผู้ได้เปรียบในระยะยาว
——————
:
[1] Instant Commerce ไม่ใช่เรื่องความเร็วอีกต่อไป แต่เป็นมาตรฐาน
👉 การจัดส่งไว เช่น Same-day หรือภายในไม่กี่ชั่วโมง กลายเป็น Factor พื้นฐานของ E-Commerce แล้ว
👉 Instant Commerce คือวิวัฒนาการต่อเนื่องจากการโทรสั่งของไปสู่ E-Commerce จนถึงยุค Instant Commerce ที่สั่งแล้วได้ของแทบจะทันที
👉 คนไทยให้คุณค่ากับความสะดวกและความไว กลายเป็นพฤติกรรมหลักของตลาดที่ทำให้ความอยาก ณ โมเมนต์นั้น ถูกเปลี่ยนเป็นยอดขายจริง
——————
:
[2] เป้าหมายไม่ใช่แค่การสร้างยอดขายระยะสั้น แต่คือการสร้าง Habit และ Loyalty
👉 มุมมองจากทาง Magnum (MICC) เน้นว่าการชนะในเกมนี้ต้องโฟกัสที่ Loyalty และ Attribution ของ Ad Spend เช่น ทำความเข้าใจต่อว่าใครซื้อไอศกรีม ตอนอยู่บ้านหรือที่ทำงาน หรือซื้อเวลาไหน โดยสิ่งสำคัญคือการทำงานร่วมกับแพลตฟอร์ม แล้วนำ Insight ที่ได้มาใช้
👉 ส่วนมุมมองจากทาง Coca-Cola แชร์ว่าการเข้าไปอยู่ใน Routine ของผู้บริโภค สำคัญกว่าการสร้างแค่ Awareness แบบกว้าง เช่น การมีช่องทางให้ซื้อโค้กไว้ติดบ้าน ที่สั่งแล้วมาส่งได้ทันที
——————
:
[3] Instant Commerce กลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตร
👉 มุมแพลตฟอร์มอย่าง LINE MAN Wongnai มองว่าตลาดนี้ไม่ใช่กลุ่ม Mass แต่เป็นกลุ่มเฉพาะที่ซื้อบ่อย ชอบความสะดวก และมักซื้อหลายอย่างต่อครั้ง โดยเมื่อเริ่มแล้ว มักกลับไปซื้อแบบเดิมได้ยาก
👉 สินค้าหลายประเภทไม่ได้ถูกค้นหา แต่ถูกเติมเข้าตะกร้าจาก Moment การช็อปในขณะนั้น เช่น จะสั่งนม ก็สั่งอย่างอื่นมาด้วย เพื่อจะได้คุ้มค่าส่งในทีเดียว
——————
:
[4] Data คือ ข้อได้เปรียบที่แท้จริง
👉 แบรนด์สามารถใช้ Data จากแพลตฟอร์ม เพื่อเข้าใจบริบทของผู้ซื้อได้ลึกขึ้น และนำ Insight เหล่านี้ไปออกแบบ Media Strategy ร่วมกับแพลตฟอร์ม
👉 ทาง LINE MAN Wongnai เองก็เห็น Demand Signal แบบ Real-time ในระดับวัน เวลา และพื้นที่ ทำให้รู้ว่า Moment ไหนสร้างยอดได้จริง เช่น ยอดพุ่งในวันอาทิตย์
——————
:
[5] จาก Share of Shelf สู่ Share of Attention
👉 ทาง Coca-Cola ได้แชร์จากประสบการณ์ว่า ยิ่งแบรนด์มี Visibility บนหน้าจอมาก Brand Recall Uplift ยิ่งสูง
👉 ส่วนทาง Magnum เสริมว่า Visibility ต้องเชื่อมกับ Moment ไม่ใช่แค่การโชว์โลโก้ให้คนจำได้ ในบริบทนี้ คือช่วงเวลาที่ผู้บริโภคพร้อมตัดสินใจ เช่น เวลาที่กำลังเติมสินค้าในตะกร้า ช่วงเย็นหลังเลิกงาน วันหยุด หรือช่วงที่ต้องการความสะดวกเร่งด่วน
——————
:
[6] Search และ Contextual Optimization คือ หัวใจของการชนะ
👉 แพลตฟอร์มต้องช่วยแบรนด์เข้าใจว่า ควรใช้ Keyword ใด Insight เหล่านี้ทำให้แบรนด์ไม่ต้องยิงโฆษณาแบบกว้าง แต่สามารถลงทุนใน Moment ที่มีโอกาสเกิด Conversion สูงจริง
👉 การชนะ Micro-Moment ไม่ใช่แค่การมีโฆษณา แต่ต้องสร้าง Contextual Relevance ให้ตรงจังหวะที่ผู้บริโภคพร้อมซื้อ แสดงแบรนด์ให้ถูกคน ถูกเวลา และถูกบริบทให้แม่นยำขึ้น
👉 ระยะยาว วิธีนี้ช่วยลดต้นทุนต่อผลลัพธ์ และสร้าง Visibility ที่ยั่งยืน มากกว่าการเร่งยอดด้วยงบโปรโมชั่นเพียงช่วงสั้น ๆ
——————
:
[7] Omnichannel ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นเงื่อนไข
👉 แคมเปญการตลาดต้องคิดหลายช่องทางควบคู่กัน ไม่ใช่พึ่งช่องทางใดช่องทางหนึ่ง
👉 Instant Commerce เป็นตัวเชื่อม Daily Habit เข้ากับ Ecosystem อื่น แบรนด์ควรทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มทั้งในแอปและนอกแอป
——————
:
[8] Early Mover ได้เปรียบมากกว่าที่คิด
👉 สำหรับตลาด Instant Commerce ความเสี่ยงของการไม่ลอง สูงกว่าการลองแล้วพลาด เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคและกติกาของแพลตฟอร์มกำลังถูกสร้างขึ้นในช่วงนี้
👉 แบรนด์ที่เข้าก่อนจะได้เปรียบทั้ง Organic Ranking และ Learning Curve ทำให้เข้าใจว่าอะไรเวิร์ก อะไรไม่เวิร์ก ก่อนคู่แข่ง
👉 การลงตลาดเร็วช่วยให้ Algorithm เรียนรู้แบรนด์ตั้งแต่ต้น ส่งผลให้ต้นทุนต่อผลลัพธ์ ทั้งด้าน Media และ Promotion ต่ำกว่าในระยะยาว
——————
:
Instant Commerce 2026 ไม่ได้แข่งกันที่ใครส่งไวกว่า
แต่แข่งกันที่ใครเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรผู้บริโภคได้ก่อน
——————
:
ECOM TALK 2026
Panel Discussion:
“Instant Commerce – The New Battleground for Retail & E-Commerce in 2026”
🎤 จากผู้นำตัวจริงของ Ecosystem
• Jirote Horathai — Head of Marketing Solutions, LINE MAN Wongnai
• Louise Andersen — Thailand Digital Commerce Lead, MICC
• Dr. Natee Srisomthavil — Senior Manager, TH Frontline Marketing, Coca-Cola
🎙 Moderator: Vachara Nivataphand, Chief Product Officer, Priceza
วันพุธที่ 21 มกราคม 2026
True Digital Park – Auditorium (6F)
——————
:

Beyond Price Wars นิยามคุณค่าใหม่ของนักช้อปไทย เมื่อ Peace of Mind คือ Value หลักที่ลูกค้าต้องการ ลูกค้าไม่ได้มองแค่ของถ...
22/01/2026

Beyond Price Wars นิยามคุณค่าใหม่ของนักช้อปไทย เมื่อ Peace of Mind คือ Value หลักที่ลูกค้าต้องการ ลูกค้าไม่ได้มองแค่ของถูก แต่ดูว่า มั่นใจ สบายใจ และไม่เสี่ยง
แบรนด์ที่ถูกที่สุดไม่ใช่แบรนด์ที่ปลอดภัยที่สุด เพราะมาพร้อมความเสี่ยง
ปัจจุบัน E-commerce เป็นโครงสร้างพื้นฐานไปแล้ว ไม่ใช่แค่ความสะดวก
👉 47% ช้อปออนไลน์ทุกสัปดาห์/เดือน โดยกว่าร้อยละ 90 อยู่ใน Shopee
——————
:
Paradox ของผู้บริโภคไทย คือ สนใจเรื่องบริการมากขึ้น คนให้อภัยความผิดพลาดไม่ได้
👉 73% บอกว่าส่วนลดช่วยในการตัดสินใจซื้อ แต่มีแค่ 15% ที่ยอมรอได้ถ้าราคาถูก เท่ากับว่าสงครามราคาชนะยาก และไม่ยั่งยืน
——————
:
Behavioral Segments กลุ่ม Value Optimizer ที่แบรนด์ควรโฟกัส
👉 47% ของผู้ซื้อที่อยู่ในกลุ่ม Value Optimizer ได้แก่ กลุ่มที่ให้คุณค่ากับการเปรียบเทียบสินค้าข้ามแพลตฟอร์ม และกลุ่มที่ชอบเปรียบเทียบทุกอย่าง ทั้งราคา และบริการ
Value Optimizer
คือ กลุ่มผู้ซื้ออายุ 25-44 ปี ที่ ซื้อบ่อย ตัดสินใจจากรีวิวเป็นหลัก และกว่าครึ่งหนึ่งยอมจ่ายแพงขึ้น หากได้รับบริการที่ดีกว่า
——————
:
5 คุณค่าที่กำหนดประสบการณ์ซื้อ
1) Friction in Logistics
👉 กว่า 80% เคยเจอปัญหา ส่งช้า/แพง/ของหาย/ไม่ครบ นับเป็นความล้มเหลวในการทำให้ลูกค้าอยู่กับเรา ซึ่งกลายเป็น Hidden Tax ที่แบรนด์ต้องจ่ายโดยไม่รู้ตัว ทำให้ลูกค้าย้ายร้าน หรือแม้กระทั่งย้ายแพลตฟอร์มได้เลย
👉 84% ยอมจ่ายเพิ่ม ถ้าขนส่งดีกว่า ลูกค้าไม่จำว่าขนส่งเจ้าไหน ขอแค่ตรงเวลาและของยังสภาพดี
2) Trust Issues เมื่อความโปร่งใส คือ Requirement ที่ต้องมี
👉 56% เทตะกร้า เพราะค่าธรรมเนียม/ค่าส่งโผล่มาทีหลัง
👉 46% อยากเห็นนโยบาย Return/Refund ที่ชัดเจน
3) Limited Social Proof รีวิวดี = ตัวสร้าง Trust ก่อนกดซื้อ
👉 ครึ่งหนึ่งไม่ซื้อ ถ้าไม่มีรีวิว
👉 9 ใน 10 เลือกร้านที่คะแนนดี
4) Lack of Flexible Payment Options
👉 41% ใช้ BNPL (Buy Now Pay Later) หรือช่องทางการจ่ายที่ยืดหยุ่น โดยเกือบครึ่งมองว่าเป็นฟีเจอร์สำคัญต่อการตัดสินใจซื้อ
5) Convenience in Choices
👉 1 ใน 2 ชอบร้านที่มีของให้เลือกเยอะ และคาดหวังให้ระบบแนะนำสินค้า
👉 40% อยากได้ Virtual Preview / Try-on เพื่อลดความกังวลจากตัวเลือกที่เยอะเกินไป
——————
:
กลยุทธ์ชนะเกม Price Wars
- อย่า Burn Margin ด้วยราคา
- แบ่งงบไปลงทุนในการสร้าง Trust ที่มีความชัดเจน โปร่งใส มีนโยบาย...
👉 รีวิว Incentivize ให้ลูกค้ารีวิวสินค้ามากขึ้น
👉 Tech ให้เทคโนโลยีช่วย Personalize เช่น AI / AR Preview แนะนำสินค้าได้ตรงจุด
- สนามแข่งขันอนาคต คือ ความเชื่อมั่น ไม่ใช่ราคา ใครทำก่อน ชนะก่อน
——————
:
ECOM TALK 2026
“Beyond Price Wars: How Thai Shoppers Define Value Today”
โดย Juda Kanaprach
Co-Founder and CMO at Milieu
วันพุธที่ 21 มกราคม 2026
True Digital Park – Auditorium (6F)
——————
:

E-Commerce 2026 คือการ Co-Create ระหว่างแบรนด์และแพลตฟอร์ม——————📌[1] ผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง = กติกาเดียวที่ไม่เคยเปลี่ยน...
22/01/2026

E-Commerce 2026 คือการ Co-Create ระหว่างแบรนด์และแพลตฟอร์ม
——————
📌[1] ผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง = กติกาเดียวที่ไม่เคยเปลี่ยน
ทั้งมุมมองจาก Shopee และ L’Oréal เห็นตรงกันว่า ทุกการเติบโตเริ่มจาก Consumer
สิ่งที่เปลี่ยน คือ พฤติกรรมและความคาดหวัง (ผู้บริโภคคาดหวังการรับสินค้าที่เร็วขึ้น แม่นขึ้น Seamless มากขึ้น)
สิ่งที่ไม่เปลี่ยนไป คือ การค้นหาว่าผู้บริโภคยังขาดอะไร และใครตอบ Gap นั้นได้ดีที่สุด
——————
:
📌[2] E-Commerce จากช่องทางขาย สู่การเติบโตแบบ Ecosystem
Shopee ไม่ได้เป็นแค่ Marketplace แต่เป็น Growth Platform ซึ่งมีทั้ง Creators / Affiliates / Ads / Financial / Logistics / Services อื่น ๆ เช่น ซื้อแอร์พร้อมนัดวันติดตั้งได้ในแพลตฟอร์ม
แบรนด์ไม่ได้ใช้แพลตฟอร์มแค่ขายของ แต่ใช้เป็น Consumer Engagement System ที่เปรียบเสมือน Consumer Lab สำหรับทดลอง NPD หรือเทคโนโลยี และประสบการณ์ใหม่ ๆ
——————
:
📌[3] Fragmentation คือโจทย์ใหญ่ของ Marketing ยุคใหม่
จากการแบ่งกลุ่มแบบ Demographic สู่ Micro-segments นับล้านแบบ
แบรนด์จะวิ่งตามผู้บริโภคคนเดียวให้ทันได้อย่างไร ทางออกคือ Ride on Ecosystem ของแพลตฟอร์ม ที่มี Data + Touchpoints ครอบคลุม ช่วยให้แบรนด์สามารถเข้าใจผู้บริโภคได้มากขึ้นจากข้อมูลบนแพลตฟอร์ม
——————
:
📌[4] Data ไม่ใช่ข้อได้เปรียบ การเอา Data ไปใช้ต่างหากที่เป็น
L’Oréal ใช้ Beauty Tech / AI / Virtual Try-on เพื่อเพิ่ม Conversion และเข้าใจ Trend (จากข้อมูลที่เก็บได้ แบรนด์สามารถรู้ได้ว่าสีลิปไหนคนลองเยอะ หรือ SKU ไหนมีแนวโน้มขายดี)
แพลตฟอร์มมี Data เยอะเหมือนกันหมด ใครใช้มันได้ฉลาดกว่าคนนั้นชนะ
——————
:
📌[5] Experience สำคัญพอ ๆ กับ Price และ Promotion
Conversion โตได้จากความเร็ว เช่น Instant Delivery และความมั่นใจในการตัดสินใจ เช่น ฟีเจอร์ Try-on ทดลองสีลิปบนใบหน้าแบบออนไลน์ หรือจากรีวิว และคอนเทนต์
แบรนด์ต้องคิด Experience Design ไม่ใช่แค่ Campaign Design
——————
:
📌[6] Omnichannel = Seamless แต่ไม่เหมือนกัน
L’Oréal เชื่อมาเสมอว่า Consumer ควรได้ Brand Experience เดียวกันในทุก Touchpoint โดยในแต่ละ Channel อาจจะมีคาแรกเตอร์ของตัวเองที่แตกต่างกันได้
——————
:
📌[7] Shopee = Consumer Lab สำหรับ Brand
แบรนด์สามารถ
- Test NPD
- Launch สินค้าใหม่
- ทดลอง Occasion ใหม่ เช่น Salon Product ของ L’Oréal จากแต่เดิมที่จำหน่ายผ่าน Partners อย่างร้านทำผม ปัจจุบันเริ่มนำมาจำหน่ายผ่าน Shopee อีกหนึ่งช่องทาง
ทำให้ได้ Feedback เร็วขึ้น ตอบสนองการ Learn Fast / Fail Fast / Scale Fast
——————
:
📌[8] Creator และ Affiliate = Growth Engine ตัวใหม่ของ Beauty และ E-commerce
Ecosystem ไม่ได้มีแค่ Brand และ Platform แต่มีคนกลางที่สร้างความเชื่อใจอย่าง Affiliates โดยสำหรับ Future Growth ทางมุมมอง L’Oréal อยากให้เกิด Co-create Affiliate Space แบบจริงจัง เช่น แหล่งรวม Top Beauty Influencers เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่เฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น
——————
:
📌[9] Platform + Brand ต้องโตไปด้วยกัน ไม่ใช่แข่งกัน
Shopee มองบทบาทตัวเองคือทำให้ทุกฝ่ายปรับตัวได้ เพื่อการเติบโตได้ในระยะยาว
แบรนด์ที่ชนะคือแบรนด์ที่เปิดรับเครื่องมือใหม่ ทดลองเร็ว และมองแพลตฟอร์มเป็น Partner ไม่ใช่ แค่ Channel
——————
:
📌[10] Mindset แห่งปี 2026 From Selling To Co-Creating Growth
- แบรนด์: มองแพลตฟอร์มเป็น Consumer Lab และ Data Partner
- แพลตฟอร์ม: มองแบรนด์เป็น Co-Builder ของ Ecosystem
โดยมองเป้าหมายเดียวกัน คือ สร้างประสบการณ์ที่เร็วขึ้น ฉลาดขึ้น และตรงใจขึ้น สำหรับผู้บริโภค
——————
:
ECOM TALK 2026
Panel Discussion: “Beyond the Marketplace — How Brands & Platforms Co-Create Growth in the E-Commerce Era 2026”
จากผู้นำที่ “อยู่ในเกมจริง”
• Yada Sarttarasathit — Chief Digital & Marketing Officer, L’Oréal Thailand
• Tanyathorn Laowachara — Director of Business Development, Shopee Thailand
พร้อม Moderator: คุณธนาวัฒน์ มาลาบุปผา CEO, Priceza
วันพุธที่ 21 มกราคม 2026
True Digital Park – Auditorium (6F)
——————
:

สรุปอินไซต์จากเวที ECOM TALK 2026 ในหัวข้อ SEA E-Commerce Outlook 2026 โดย Simon Torring, Co-Founder at Cube Asia 👇—————...
21/01/2026

สรุปอินไซต์จากเวที ECOM TALK 2026 ในหัวข้อ SEA E-Commerce Outlook 2026 โดย Simon Torring, Co-Founder at Cube Asia 👇
——————
:
📌[1] E-Commerce โตช้า แต่โตอย่างมั่นคง
หลังช่วง Covid-19 E-Commerce ของตลาด SEA กำลังเข้าสู่ช่วงโตแบบ Mature (+~15% ต่อปี) ใน 4 ปีข้างหน้า ตลาดจะโตเป็น 2 เท่า และจะโตเป็น 3 เท่าภายในปี 2033 โดยมี New Normal ในปี 2025 คือ มากกว่าครึ่งของ Category Growth ทั้งหมดมาจาก E-Commerce
——————
:
📌[2] แผนที่ตลาด SEA กำลังเปลี่ยน
ในปี 2019 E-Commerce ของอินโดนีเซียครองสัดส่วน 56% แต่คาดการณ์ว่าในปี 2027 จะลดลงเหลือ ~42% ในขณะที่เวียดนาม ไทย และฟิลิปปินส์ รวมกันพุ่งขึ้นเป็น 45% แสดงให้เห็นว่าโอกาสไม่ได้กระจุกอยู่ประเทศเดียวอีกต่อไป
——————
:
📌[3] Intent VS Impulsive: 2 โหมดการซื้อบนแพลตฟอร์มใหญ่กำลังเบนเข้าหากัน
- Shopee / Lazada คือ Intent-driven: ผู้ซื้อมีสินค้าที่อยากได้ และเข้าแพลตฟอร์มเพื่อค้นหาสินค้านั้น
- TikTok Shop คือ Impulse-driven: ผู้ซื้อเลื่อนดูคลิปแล้วอยากซื้อขึ้นมาทันที
——————
:
📌[4] การคัดผู้รอดในกลุ่มแพลตฟอร์มใหญ่
Shopee ยังคงเป็นผู้นำของตลาด ตามมาด้วยคู่แข่งที่มาแรงอย่าง TikTok ด้วย Shoppertainment ในขณะที่ Lazada กำลังถูกทิ้งห่าง
——————
:
📌[5] Affiliate Marketing กลับมาทรงพลัง
งบการตลาดที่เคยลงทุนใน Meta / Google กำลังไหลไปที่ Creator / Affiliate ซึ่งสามารถสร้างยอดขายได้ถึง 10-20% ของตลาด E-Commerce โดยหมวดหมู่สินค้าที่คนซื้อผ่าน Affiliate Marketing มากที่สุด คือ
- Beauty & Personal Care 👉 62%
- Fashion / Shoes 👉 54%
- Electronics 👉 34%
ทำคอนเทนต์ ≠ แค่สร้าง Awareness แต่สามารถปิดการขายได้ หลังจากที่ YouTube สามารถติดตะกร้า Shopee ได้ ใน ปี 2025 มีวิดีโอกว่า 4 ล้านคลิป ที่ติดตะกร้าขายของ โดยในอินโดนีเซียมียอดขายที่ได้จาก Youtube เติบโตมากกว่า 6 เท่า
——————
:
📌[6] KOS (Key Opinion Sellers) คือ พระเอกยุคใหม่
Creator รุ่นใหม่ไม่อายที่จะขาย เน้นการใช้โปรโมชั่นแรง ๆ หรือการ Giveaway เพื่อดึงดูดผู้ซื้อที่มีความต้องการซื้อสูง โดยสร้างสามารถสร้างยอดขายระดับหลายร้อยล้าน เป็นโอกาสของแบรนด์ในการ Partner ร่วมกับ Creator กลุ่มนี้ เช่น พิมรี่พาย
——————
:
📌[7] TikTok Shop ไม่ใช่แค่ช่องทางขาย แต่เป็นแพลตฟอร์มสร้างแบรนด์หน้าใหม่
จาก Case Study ของ Scoban แบรนด์ Oral Care ที่ถือว่าเป็นหน้าใหม่ในตลาดฟิลิปปินส์ เริ่มจากการเจาะตลาดแพลตฟอร์มที่คนพร้อมซื้อทันทีอย่าง TikTok Shop ซึ่ง 90% จากยอดขายมาจาก Affiliates
โดยทางแบรนด์ใช้กลยุทธ์ที่เน้นการสื่อสารที่ชัดเจน ราคาเข้าถึงง่าย และการรีวิวจาก Influencer ทำให้ได้ยอดขายอันดับหนึ่งใน TikTok Shop ก่อนเริ่มขยายไป Shopee
——————
:
📌[8] AI กำลังเขย่าโครงสร้าง E-Commerce
AI เริ่มปล่อยฟีเจอร์ Embedded E-Commerce โดยเมื่อผู้ใช้ค้นหาสินค้าเพื่อเปรียบเทียบและตัดสินใจซื้อ AI จะแสดงรายละเอียดและปุ่มที่สามารถกดสั่งซื้อได้ทันที
หาก 20% ของ Traffic E-Commerce ย้ายมาที่ AI เกมจะเปลี่ยนอีกครั้ง
——————
:
ECOM TALK 2026
“SEA E-Commerce Outlook 2026”
โดยคุณ Simon Torring (Co-Founder, Cube Asia)
วันพุธที่ 21 มกราคม 2026
True Digital Park – Auditorium (6F)
——————
:

ปี 2026 คือ ยุคของ Commerce OS (ระบบปฏิบัติการการค้าของแบรนด์) การค้าจะไม่ถูกแยกเป็น Marketplace / Offline / Online / Or...
21/01/2026

ปี 2026 คือ ยุคของ Commerce OS (ระบบปฏิบัติการการค้าของแบรนด์) การค้าจะไม่ถูกแยกเป็น Marketplace / Offline / Online / Order Management และอื่น ๆ อีกต่อไป แต่จะหลอมรวมทุกช่องทางเป็นระบบเดียวกัน และผู้ชนะ คือ ผู้ที่สามารถ Integrate ทุกอย่างเข้าด้วยกันได้อย่างไร้รอยต่อ
——————
7 เทรนด์สรุปภาพรวมตลาดค้าปลีก และ E-Commerce ไทย ปี 2026
——————
:
📌[1] ตลาดค้าปลีกและ E-Commerce ไทยชะลอตัวลง
ตลาดค้าปลีกไทยโตที่ 3.9% ในปี 2025 ที่ผ่านมา โดยคาดว่าจะชะลอตัวลง 3.7% ในปี 2026 ที่มูลค่า 4.3 ล้านล้านบาท ซึ่ง E-Commerce คิดเป็นเพียง 30% ของตลาดค้าปลีกทั้งหมด
โดยเกิดการชะลอตัวจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น หนี้ครัวเรือน พฤติกรรมการใช้จ่ายเฉพาะสิ่งจำเป็น และการลดการใช้จ่ายสินค้าฟุ่มเฟือย
ในปี 2026 ตลาด E-Commerce คาดว่าจะชะลอตัวลงเช่นกันที่ 7% โดยมีมูลค่าตลาด 1.15 ล้านล้านบาท ซึ่งสัดส่วน 1 ใน 4 มาจาก Video และ Live Commerce
——————
:
📌[2] ปัจจัย “5ดี” ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าออนไลน์ของคนไทย
จากการวิเคราะห์ปัจจัยที่ทำให้คนไทยช็อปฯ ออนไลน์ พบว่าความต้องการของผู้บริโภคเปลี่ยนไปในทุก ๆ ปี โดยคนชอบช็อปฯ ออนไลน์เพราะ
- ราคาดี = มีคูปองส่วนลด โค้ดส่งฟรี ใน Shopee Lazada
- ครบดี = มีสินค้าให้เลือกซื้อมากขึ้น
- คุณภาพดี = รีวิวดี เริ่มมี Official Mall อย่าง Shopee Mall และ LazMall เข้ามา
- ส่งเร็วดี = เริ่มมีนโยบายส่งสินค้า Same Day รับภายในวัน โดยมีแพลตฟอร์ม On-Demand เข้ามาในตลาดมากขึ้น เช่น LINEMAN Grab Lotus Tops รวมไปถึง Shopee
- สนุกดี = คนไทยเริ่มชอบการช็อปฯ เพราะสนุก จากเทรนด์ Shoppertainment ที่มาแรงใน TikTok และ Shopee Live
——————
:
📌[3] แพลตฟอร์ม E-Commerce กำลัง ขยับจาก Marketplace สู่ “Commerce Infrastructure”
แพลตฟอร์มไม่แยกบทบาทอีกต่อไป โดยควบคุมประสบการณ์ลูกค้าทั้งหมดแบบ End-to-End ใครคุมได้ทั้ง Content + Commerce + Payment + Delivery จะคุม Customer Journey และ Demand ได้มากที่สุด
ตัวอย่างแพลตฟอร์มหลัก ที่แต่ละรายสร้าง Ecosystem ของตัวเอง
🟠Shopee
- Content: Shopee Video, Live, Affiliate
- Commerce: Shopee
- Payment: S Pay, SPayLater
- Delivery: SPX, ShopeeFood
🔵Lazada
- Content: LazLive
- Commerce: Lazada
- Payment: LazPay
- Delivery: Lazada Logistics
⚫️TikTok
- Content: TikTok, Lemon8
- Commerce: TikTok Shop
- Payment: TikTok PayLater
- Delivery: พันธมิตรอย่าง J&T Express
🟢LINE
- Content: LINE TODAY, Wongnai
- Commerce: LINE SHOPPING
- Payment: LINE Pay
- Delivery: LINE MAN
จะเห็นได้ว่าแพลตฟอร์มไม่ได้รอให้ผู้บริโภคเปลี่ยนพฤติกรรม แต่ได้ออกแบบ Ecosystem เพื่อนำความต้องการนั้นไปก่อนแล้ว
——————
:
📌[4] Delivery as Infrastructure
อีกตลาดที่เดือดไม่แพ้กัน คือ Delivery ที่ไม่ได้แข่งกันที่ความเร็วอย่างเดียว แต่แข่งกันที่ความได้เปรียบเชิงโครงสร้าง
โดยค่าจัดส่งพัสดุในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ลดลงเกือบครึ่งหนึ่งตั้งแต่ปี 2021 ซึ่งส่วนแบ่งการตลาดของ Express Delivery ในปัจจุบันเริ่มมีผู้เล่นที่ชนะแบบชัดเจน คือ J&T Express และ SPX ซึ่งมีส่วนแบ่งรวมกัน 60% ของตลาด
——————
:
📌[5] Offline ยังครองเกม แม้ในยุคดิจิทัล
ภาพรวมโครงสร้างยอดขายค้าปลีก
- Offline Sales คิดเป็น 70% เป็นของ Retail Sales ทั้งหมด โดย Offline ไม่ได้หายไป แต่กำลังเปลี่ยนผ่านเป็น Omnichannel ซึ่งเริ่มกินส่วนแบ่งถึง 40% ในตลาดค้าปลีก
- แม้ตลาด E-Commerce (Online Sales) จะโตมาก แต่ยังคิดเป็นเพียง 30% ของตลาดค้าปลีก
ตลาดที่ใหญ่กว่าและทรงพลังจริง คือ Offline ซึ่งประเทศไทยนับว่ามีศักยภาพ Omnichannel สูงมาก = อีกหนึ่งช่องทางใหญ่ที่สามารถ Scale ได้
——————
:
📌[6] ยุคที่ AI ไม่ได้แค่แนะนำสินค้า แต่ “ช่วยซื้อ” ให้คุณ
Agentic Commerce ของ OpenAI กำลังเปลี่ยนบทบาทของ ChatGPT จากเครื่องมือค้นหาเป็นผู้ช่วยตัดสินใจและทำธุรกรรมแทนผู้ใช้ โดยช่วยส่ง Traffic ให้ Walmart เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปี 2025 ที่ผ่านมา ช่วยจัดการงานซ้ำ ๆ ในกระบวนการช็อปปิ้งแทนมนุษย์
Universal Commerce Protocol ของ Google อย่าง Gemini เองก็กำลังเปลี่ยนเป็น Commerce Infrastructure ทำให้หลายแพลตฟอร์ม เช่น Shopify สามารถทำงานร่วมกับ Gemini ได้ทั้งในการค้นหาและซื้อสินค้า
——————
:
📌[7] Two Revenue Models ที่กำหนด Modern Commerce
1) Third-party (3P) Platform Model
- แบรนด์ขายผ่านแพลตฟอร์มกลาง เช่น Lazada, TikTok Shop, Shopee
- Platform เป็นตัวกลางระหว่างผู้ขาย และผู้ซื้อ
2) Direct (1P) Revenue Model – Direct to Consumer (DTC)
- แบรนด์ขายตรงถึงผู้บริโภคผ่านช่องทางของตัวเอง (.com / App)
- แบรนด์ควบคุมประสบการณ์ ข้อมูลลูกค้า และความสัมพันธ์ ได้ทั้งหมด หลายแบรนด์จึงหันมาเริ่มลงทุนจริงจังในช่องทางของตัวเองอย่าง brand.com เช่น Her Hyness, Dr.PONG
——————
:
Opening Keynote ของ ECOM TALK 2026
“Shaping the Future of E-Commerce & Retail Tech”
โดย คุณธนาวัฒน์ มาลาบุปผา (CEO, Priceza)
วันพุธที่ 21 มกราคม 2026
True Digital Park – Auditorium (6F)
——————
:

5 ที่นั่งสุดท้าย‼ ใครมีบัตรจองเลย👉 https://bit.ly/4sBvzlbThe Future of Owned CommerceFrom Platform Dependency to Brands ...
17/01/2026

5 ที่นั่งสุดท้าย‼ ใครมีบัตรจองเลย
👉 https://bit.ly/4sBvzlb
The Future of Owned Commerce
From Platform Dependency to Brands Taking Back Control in the AI Era
ปี 2026 แบรนด์จำนวนมากจะใช้ AI มากขึ้น
แต่คำถามสำคัญคือ AI กำลังสร้างความได้เปรียบให้แบรนด์ —
หรือให้แพลตฟอร์มที่แบรนด์พึ่งพาอยู่ ?
…แล้วแบรนด์เราจะเดินไปทิศทางไหน
วันนี้หลายแบรนด์เติบโตบนแพลตฟอร์มที่ตัวเอง ไม่ได้เป็นเจ้าของ
ทั้งลูกค้า ข้อมูล และ Margin
การเติบโตแบบนี้อาจดูดีในระยะสั้น
แต่กำลังบั่นทอนความเร็วในการตัดสินใจ กำไร
และความแข็งแรงของธุรกิจในระยะยาว
Workshop นี้จะพาไปทำความเข้าใจแนวคิด Owned Commerce
ในฐานะ Control Layer ใหม่ของแบรนด์
ที่ช่วยทวงคืนการควบคุมลูกค้า ข้อมูล และการเติบโต
ในยุคที่ AI กำลังเปลี่ยนโครงสร้างการค้า
คุณจะได้เห็นว่า
🔹 AI ที่ไม่มี First-party Data
สุดท้ายจะ optimize แพลตฟอร์ม ไม่ใช่ธุรกิจของแบรนด์
🔹 Platform Dependency ทำให้แบรนด์ช้าลงและเปราะบางอย่างไร
🔹 ทำไม Owned Commerce จึงเป็นฐานสำคัญของการเติบโตหลังปี 2026
🎤 โดย คุณมนัสนันทน์ เมธีศิลปวณิช
Founder & CEO, Brandbiz Group
Workshop นี้จะเปิดมุมมองว่า…
แบรนด์ไม่จำเป็นต้องลงทุนทำ App ราคาแพง
แต่สามารถเริ่มสร้าง Mini App ผ่าน LINE
เชื่อมทุก Touchpoint บน CDP + AI
เพื่อเติบโตบน “ขาของตัวเอง” อย่างแท้จริง
📌 Workshop จำกัดเพียง 30 ที่นั่ง
เพื่อการแลกเปลี่ยนเชิงลึกจากประสบการณ์จริง
📍 ECOM TALK 2026 | 21 Jan 2026 | True Digital Park, Auditorium (6F)
🚀 เลือก Workshop ที่ท่านสนใจ และลงทะเบียนได้จากลิงค์นี้
👉 https://bit.ly/4sBvzlb
ในยุค AI แบรนด์ที่ได้เปรียบที่สุด คือแบรนด์ที่ คุมเกมของตัวเองได้ 🔴

ที่นั่งเหลือไม่เยอะแล้ว ใครมีบัตรจองเลย👉 https://bit.ly/4sBvzlbThe New Workforce: Scaling Your Business with Agentic AI ...
16/01/2026

ที่นั่งเหลือไม่เยอะแล้ว ใครมีบัตรจองเลย
👉 https://bit.ly/4sBvzlb
The New Workforce: Scaling Your Business with Agentic AI Agents
“ในโลกธุรกิจยุคใหม่ AI ไม่ใช่เพียงทางเลือกเพื่อความสะดวกสบาย แต่คือ ‘ทางรอด’ ที่จะทำให้ธุรกิจสเกลได้อย่างไร้ขีดจำกัด”
ปี 2026 ธุรกิจจะไม่ถูกจำกัดด้วย “จำนวนคน” แต่จะถูกจำกัดด้วยว่า คุณออกแบบ Workforce ได้ดีแค่ไหน
Workshop นี้ต่อยอดจากประสบการณ์จริงของ Botnoi Group
องค์กรด้าน AI ของไทยที่พัฒนาและใช้งาน AI Agents ในระดับองค์กรจริง
ไม่ใช่ในเชิงทดลอง แต่ในเชิงโครงสร้างการทำงาน
จาก AI ที่เป็นเพียง เครื่องมือโต้ตอบ
Workshop นี้จะพาคุณเข้าใจการเปลี่ยน AI
สู่ Agentic AI Agents — แรงงานอัจฉริยะที่
คิดเองได้ ตัดสินใจเป็น และลงมือทำงานแทนทีมได้จริง
คุณจะได้เห็นว่า
🔹 Botnoi ออกแบบ AI Agents ให้ทำงานแทนคนในระดับกระบวนการอย่างไร
ไม่ใช่แค่ช่วยตอบ หรือช่วย automate งานย่อย
🔹 การใช้ AI เป็น Workforce หลัก
ช่วยเพิ่มความเร็ว ลดต้นทุน และขยายศักยภาพองค์กรได้จริงแค่ไหน
🔹 ธุรกิจควรเริ่มต้นออกแบบ AI Workforce อย่างไร
เพื่อให้สเกลได้โดยไม่เพิ่ม Headcount
นี่ไม่ใช่ Workshop ที่สอน “ใช้ AI ให้เก่งขึ้น”
แต่คือ Workshop ที่ถอดบทเรียนจาก องค์กรที่ใช้ AI เป็นแรงงานจริงแล้ว
และนำกรอบคิดนั้นมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจของคุณได้
🎤 โดย ดร. วินน์ วรวุฒิคุณชัย
Chief Executive Officer, Botnoi Group
ผู้อยู่เบื้องหลังการพัฒนา AI Agents
ที่ถูกนำไปใช้งานจริงกับองค์กรหลากหลายอุตสาหกรรม
พร้อมถ่ายทอดกรอบคิดเชิงโครงสร้าง และบทเรียนจากการลงมือทำจริง
Workshop นี้เหมาะกับ
✔️ ผู้บริหารและทีมที่ต้องการสเกลธุรกิจโดยไม่เพิ่มต้นทุนคน
✔️ องค์กรที่มอง AI เป็น “โครงสร้างหลัก” ของการเติบโต
✔️ ธุรกิจที่ต้องการความได้เปรียบเชิงโครงสร้างในระยะยาว
📌 Workshop จำกัดเพียง 30 ที่นั่ง
เพื่อการแลกเปลี่ยนเชิงลึกจากประสบการณ์จริง
📍 ECOM TALK 2026 | 21 Jan 2026 | True Digital Park, Auditorium (6F)
🚀 เลือก Workshop ที่ท่านสนใจ และลงทะเบียนได้จากลิงค์นี้
👉 https://bit.ly/4sBvzlb
อนาคตของ Workforce ไม่ได้เริ่มจากการจ้างคนเพิ่ม
แต่เริ่มจาก การออกแบบแรงงานใหม่อย่างจริงจัง 🚀

ที่อยู่

Priceza Co. , Ltd. 126/101 ERGO Tower, 26th Floor, Krungthonburi Road, Banglampoolang
Khlong San
10600

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ECOM TALKผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์