27/08/2026
พาไปทำความรู้จัก “บัญชีม้า” ภัยเงียบที่รู้ตัวอีกที คุณอาจกลายเป็นอาชญากรไปแล้ว
“บัญชีม้า” คือบัญชีธนาคาร บัตร ATM/เดบิต หรือบัญชี e-Wallet ที่ถูกเปิดขึ้นแล้วนำไปให้คนอื่น ซึ่งส่วนใหญ่คือแก๊งมิจฉาชีพ ใช้รับหรือโอนเงิน ที่ได้มาจากการกระทำผิดกฎหมาย เพื่อตัดเส้นทางการสืบสวน โดยเจ้าของบัญชีตัวจริงมักไม่ใช่คนที่ใช้เงิน แต่กลายเป็น “ตัวหลอก” ที่ตำรวจตามไปเจอเป็นคนแรก
จุดที่ทำให้เรื่องนี้อันตรายกว่าที่คิดคือ คนส่วนใหญ่ที่กลายเป็นบัญชีม้า ไม่ได้ตั้งใจเป็นอาชญากร บางคนแค่อยากได้เงินง่ายๆ บางคนถูกหลอกว่าเป็น “งาน” ถูกกฎหมาย และหลายคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองทำผิด จนกระทั่งตำรวจมาเคาะประตูบ้านแล้วถึงได้รู้ว่าตัวเองได้ทำผิดเข้าให้แล้ว
แล้วมิจฉาชีพหาบัญชีม้ามาจากไหน ด้วยวิธีการอย่างไร
เส้นทางแรก มิจฉาชีพใช้การ “จ้าง” ให้เปิดบัญชีเองด้วยความสมัครใจ โดยจะทำการประกาศรับสมัครผ่านโซเชียลมีเดีย เช่น “รับเปิดบัญชี ได้เงินง่าย 500-2,000 บาท ไม่ต้องทำอะไร ไม่ต้องตรวจสอบ” แฝงมากับโฆษณา “งานออนไลน์” ที่อ้างว่าต้องใช้บัญชีส่วนตัวรับ-โอนเงินให้บริษัท ใช้คนใกล้ตัว เพื่อน ญาติ มาชักชวนกันเป็นทอด ๆ ทำให้เหยื่อรู้สึกไว้ใจเพราะ “คนรู้จักชวน” ซึ่งเป้าหมายเป้าหลักคือคนหางาน นักศึกษา คนตกงาน ที่มองหาโอกาส
ส่วนอีกกลุ่มเป้าหมายหลักที่มิจฉาชีพมองหาคือ วัยรุ่น, นักศึกษา ที่อยากมีรายได้เสริม และผู้สูงอายุหรือคนรายได้น้อย ที่อยากจะหาช่องทางหาเงินเพิ่ม โดยวิธีนี้พวกเขาจะขโมยตัวตนไปเปิดบัญชี โดยเจ้าตัวไม่รู้ ขโมยข้อมูลส่วนตัว ชื่อ-นามสกุล, เลขบัตรประชาชน 13 หลัก, เบอร์โทร, เพื่อไปเปิดบัญชีออนไลน์แทนเหยื่อ วิธีนี้อันตรายมากกว่า เพราะเหยื่อไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองมีบัญชีม้า จนกว่าจะถูกอายัดบัญชีหรือตำรวจติดต่อมาเท่านั้น
ผลกระทบที่คนมักไม่รู้ตัว ไม่ใช่แค่คุก แต่มันสร้างผลกระทบทั้งชีวิต
มีข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยืนยันโดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย (AFNC) ว่า ธปท. ได้ยกระดับมาตรการจาก “จัดการรายบัญชี” เป็น “จัดการรายบุคคล” หมายความว่า ถ้าชื่อคุณถูกขึ้นบัญชีเป็นบัญชีม้า บัญชีธนาคารทุกบัญชี ทุกธนาคารในชื่อคุณจะถูกระงับทันที ไม่ใช่แค่บัญชีที่มีปัญหา ถูกปิดกั้นช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด รวมถึงเปิดบัญชีใหม่ก็ทำไม่ได้ นอกจากคดีอาญาแล้ว ยังอาจถูกฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหาย จากผู้เสียหายที่เงินไหลผ่านบัญชีคุณ ทั้งยังทำให้มีประวัติอาชญากรรม กระทบการสมัครงาน กู้เงิน ขอวีซ่า และการทำธุรกรรมในอนาคต
สัญญาณเตือนที่คุณควรฉุกคิดก่อนเปิดบัญชีให้ใคร
1. มีคนเสนอเงินแลกกับการ “เปิดบัญชีเปล่าๆ” ให้ใช้ โดยไม่มีเหตุผลที่มีน้ำหนัก
2. งานออนไลน์ที่ขอให้ใช้ บัญชีธนาคารส่วนตัว รับ - โอนเงินแทนบริษัท ซึ่งโดยส่วนใหญ่งานถูกกฎหมายจะไม่มีนโยบายแบบนี้
3. ถูกขอให้ส่งมอบสมุดบัญชี, บัตร ATM, รหัส Mobile Banking, ให้คนอื่นถือครอง
4. คนชวนเป็นคนรู้จัก หรือเพื่อนที่ชวนต่อกันเป็นทอด ๆ โดยบอกว่า “ไม่ผิดกฎหมายหรอก”
5. ค่าตอบแทนดูสูงเกินจริงเมื่อเทียบกับสิ่งที่ต้องทำแค่เปิดบัญชี
ถ้าเผลอเปิดบัญชีม้าไปแล้ว หรือสงสัยว่าตัวเองตกเป็นเหยื่อ ต้องทำอย่างไร
- ให้คุณรีบติดต่อธนาคารทันที เพื่อขอปิดบัญชีหรือแจ้งระงับ ก่อนเงินผิดกฎหมายจะไหลผ่านมากขึ้น
- แจ้งความผ่านเว็บไซต์ thaipoliceonline.go.th พร้อมหลักฐานสลิป หรือแชทที่คุยกับมิจฉาชีพ
- เก็บหลักฐานทุกอย่างที่แสดงว่าถูกหลอกหรือถูกชักชวน เพื่อเก็บไว้ใช้ต่อสู้คดี
โทษตามกฎหมาย
ตาม พ.ร.ก. มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 (แก้ไขเพิ่มเติม) กำหนดโทษไว้ว่า
- การเปิดบัญชี/บัตร/e-Wallet ให้คนอื่นใช้ โดยรู้หรือควรรู้ว่าจะใช้ก่ออาชญากรรม ต้องโทษจำคุก 2–5 ปี ปรับ 200,000 –500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- เป็นธุระจัดหา โฆษณา ชักชวนให้ซื้อขาย - เช่าบัญชีหรือซิมม้า จำคุกสูงสุด 5 ปี ปรับสูงสุด 500,000 บาท
- นิติบุคคล/สถาบันการเงินที่ฝ่าฝืน มีโทษปรับสูงสุด 500,000 บาท ผู้แทนนิติบุคคลติดคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ( ตาม พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568 )
- หากเข้าข่ายฟอกเงิน (ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน) ต้องโทษจำคุก 1–10 ปี ปรับ 20,000–200,000 บาท
และสิ่งที่สำคัญ นี่คือคดี “อาญา” ไม่ใช่แค่โดนตักเตือน แปลว่ามีประวัติติดตัวตลอดชีวิต แม้จะอ้างว่า “ไม่รู้” ก็ยังต้องพิสูจน์ในชั้นศาล และหลายกรณีที่ “ควรรู้” (เช่น รับค่าจ้างเปิดบัญชีทั้งที่ผิดปกติ) ก็เข้าข่ายผิดได้เช่นกัน
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยศูนย์ AOC 1441 ขอเตือนประชาชน หากมีบุคคลชวนเปิดบัญชี “อย่าให้” ไม่ว่าจะเป็นคนรู้จักแค่ไหนก็ตาม
#ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
#กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม