23/04/2026
[ผลักดันร่าง พ.ร.บ.สถานบริการ ฉบับใหม่: แก้ปัญหาส่วย คืนความสงบให้ชุมชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจกลางคืนอย่างโปร่งใสและยั่งยืน]
ช่วงเช้าวันนี้ (22 เม.ย. 69) ผมพร้อมด้วยเพื่อน สส. พรรคประชาชน นำโดยคุณภัณฑิล น่วมเจิม และคุณจรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์ ได้ร่วมกันแถลงข่าวเพื่อเดินหน้าผลักดัน ร่าง พ.ร.บ.สถานบริการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งพวกเราได้ยื่นเข้าสภาไปอีกครั้งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาครับ
ในฐานะ สส. กทม. เขต 1 (พระนคร ป้อมปราบศัตรูพ่าย สัมพันธวงศ์ บางรัก และดุสิต) พื้นที่ที่ผมดูแลคือหัวใจของเศรษฐกิจกรุงเทพชั้นใน มีถนนสายสำคัญอย่างถนนข้าวสารและสีลม ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยครับว่าธุรกิจกลางคืน เป็นฟันเฟืองสำคัญที่ดึงเม็ดเงินมหาศาลเข้าสู่ประเทศ แต่ในขณะเดียวกัน สิ่งที่ผมให้ความสำคัญไม่แพ้กันคือ คุณภาพชีวิตของคนในชุมชน ที่ต้องอาศัยอยู่ในพื้นที่ โดยเฉพาะปัญหาเรื่องเสียงรบกวน ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมร่วมต่อสู้เคียงข้างชาวชุมชนมาโดยตลอด
ทำไมเราถึงต้องเร่งแก้กฎหมายฉบับนี้?
ปัญหาใหญ่ที่พวกเราพบเจอคือกฎหมายเดิมใช้มาหลายสิบปีและล้าหลังมากครับ นิยามต่างๆ ไม่สอดคล้องกับรูปแบบธุรกิจในยุคปัจจุบัน การขออนุญาตก็ซับซ้อน ต้องวิ่งขอจากหลายหน่วยงาน (บางร้านขายกาแฟตอนกลางวัน ขายแอลกอฮอล์ตอนกลางคืน ผู้ประกอบการก็สับสนว่าต้องใช้ใบอนุญาตแบบไหนบ้าง)
ผลที่ตามมาคือ สถานประกอบการกว่า 80-90% ทั่วประเทศขอใบอนุญาตไม่ครบถ้วน กลายเป็นช่องโหว่ให้เกิด "ระบบส่วย" ที่ผู้ประกอบการต้องจ่ายเงินใต้โต๊ะให้เจ้าหน้าที่เป็นสิบๆ หน่วยงานเพื่อแลกกับการเปิดร้าน ไม่ใช่แค่ใน กทม. แต่รวมถึงหัวเมืองใหญ่อย่างพัทยาและภูเก็ตด้วย
นอกจากนี้ เรื่องเวลาเปิด-ปิดในปัจจุบันก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับกฎหมายที่ชัดเจน แต่ไปขึ้นอยู่กับความ "อะลุ่มอล่วย" ของเจ้าหน้าที่แทน
ร่าง พ.ร.บ.สถานบริการ ฉบับใหม่ ที่ผมและพรรคประชาชนผลักดัน จะเข้ามาเปลี่ยนอะไร?
1) กระจายอำนาจให้ท้องถิ่น (อปท.): เราจะโอนอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งใกล้ชิดและเข้าใจคนในพื้นที่มากที่สุด เป็นผู้กำหนดโซนนิ่ง ออกใบอนุญาต ควบคุม และตรวจสอบ
2) เอาธุรกิจใต้ดินขึ้นบนดิน: ดึงร้านต่างๆ ที่พยายามเลี่ยงกฎหมายให้เข้ามาอยู่ในระบบที่ถูกต้อง มีคำนิยามธุรกิจชัดเจน จ่ายค่าธรรมเนียมเข้ารัฐอย่างโปร่งใส ไม่ต้องจ่ายส่วยอีกต่อไป
3) กฎเกณฑ์รัดกุม คุ้มครองชุมชน: ควบคุมมลภาวะอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะเสียงรบกวน และกำหนดเวลาเปิด-ปิดให้ชัดเจนเป็นมาตรฐาน
ผมอยากย้ำว่า พวกเราไม่ได้ต้องการห้ามผู้ประกอบการทำธุรกิจ หรือห้ามผู้บริโภคใช้บริการครับ แต่สิ่งที่เราพยายามทำคือการ "สร้างสมดุล" ให้ทุกคนเคารพกฎหมาย มีความรับผิดชอบต่อสังคม และปกป้องผู้ประกอบการที่ทำมาหากินอย่างสุจริต
เนื่องจากร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้เป็นร่างที่เกี่ยวด้วยการเงิน ผมจึงขอใช้พื้นที่นี้เรียกร้องไปยังรัฐบาล ให้พิจารณาและเร่งบรรจุร่างนี้เข้าสู่การพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรโดยเร็ว เพื่อแก้ปัญหาที่เรื้อรังมานานให้กับทั้งผู้ประกอบการและพี่น้องประชาชนทั่วประเทศครับ!