17/01/2021
แดงเดือด
เฟอร์กี้ไทม์ คืออะไร ?
หลาย ๆ ท่านที่ติดตามฟุตบอลคงรู้จักท่านเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานผู้จัดการทีมของผีแดง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ซึ่งกำลังเบียดแย่งแชมป์กับคู่ปรับตลอดกาลอย่างหงษ์แดงลิเวอร์พูล ในเวลานี้
ในยุคของเฟอร์กี้ มักจะมีหลาย ๆ นัดที่ลูกทีมเหมือนจะตายไปแล้วด้วยผลการแข่งขันที่เป็นรอง แต่กลับฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้ ราวกับเหล่าอสูรที่ปลุกวิญญาณนักสู้กลับมาได้ทันเวลา
ยกตัวอย่างนัดที่ไม่มีใครจะลืมได้ลง กับปาฏิหาริย์ที่แคมป์นู เมื่อยอดทีมจากเยอรมันอย่างบาเยิร์น มิวนิค ออกนำผีแดงจนเกือบจะหมดเวลาการแข่งขัน
จนช่วงทดเวลาบาดเจ็บ(เฟอร์กี้ไทม์)นั้น เท็ดดี้ เชอร์ริงแฮม และโอเล่ กุนนาร์โซชาล์ ก็เหมากันคนละเม็ด เปลี่ยนผู้แพ้กลายเป็นจ้าวยุโรปในเวลาเพียง 5 นาที !!!
ก่อนอื่นต้องแยกแยะก่อน การทดเวลา ไม่เหมือนกับการต่อเวลาพิเศษ
การต่อเวลาพิเศษ หรือ extra time จะเกิดในการแข่งขันนัดพิเศษที่เวลาในเกม 90 นาที นั้น กินกันไม่ลง จึงต้องขยายเวลาการแข่งขันไปเป็น 120 นาที
โดยการเพิ่มเวลานี้จะแบ่งออกเป็นครึ่ง/ครึ่ง ครึ่งละ 15 นาที
การศึกษาอิทธิพลของ extra time จะส่งผลต่อฟอร์มการเล่นหรือไม่นั่น ? ผู้วิจัยเก็บตัวอย่างจาการแข่งขันจริงในศึกฟุตบอลโลกปี 2014 ที่บราซิล โดยตั้งโจทย์ว่า การขยายเวลาการแข่งขันออกไปอีกนั้น ส่งผลอย่างไร ต่อการที่นักแตะวิ่งไปทั่วสนาม ความเร็วสูงสุดของนักแตะ จำนวนการพุ่งไปสกัด และระดับความโหดในการจัดการคู่ต่อสู้
ผลพบว่าการต่อเวลาพิเศษเปรียบเทียบในครึ่งหลังนั้น ไม่ได้ให้ผลดีเท่าการต่อเวลาในช่วงครึ่งแรก ผลคือฟอร์มการเล่นโดยรวมของนักเตะจะหายไป 15%-20% ตัวเลขต่าง ๆ ฟ้องว่า ช่วงต่อเวลาครึ่งหลังอาจจะไม่ใช่ช่วงที่ดีนักเมื่อเทียบกับการต่อเวลาในครึ่งแรก
ความเร็วเฉลี่ยในครึ่งแรกที่อยู่ราวๆ 110 เมตรต่อนาที กลับเหลือเพียง 97-97 เมตรต่อนาที ความเร็วสูงสุดก็ลดลงจาก 26.72 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เหลือ 24.06 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และผลนี้จะเกิดขึ้นไม่ว่าคุณจะเล่นตำแหน่งใด ๆ ก็ตาม
แต่จากการศึกษาอิทธิพลของช่วงต่อเวลาพิเศษกับปริมาณการส่งบอลสำเร็จ การเลี้ยงบอล และการยิงประตู ก็ให้ผลแบบเดียวกันคือ คือลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ดังนั้นจะเห็นว่า นักเตะมีความล้าเกิดขึ้น การจะไปวัดดวงในช่วงขยายเวลา ไม่ส่งผลดี เท่ากับจัดการให้เบ็ดเสร็จในเวลา
โดยเฉพาะช่วงทดเวลา !!!!
ความดราม่าเกิดเสมอ เมื่อทำคะแนนได้ในช่วงนี้ เพราะมันจะสร้างความเจ็บแค้นแสนสาหัส โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับทีมร่วมเมือง
แมนยู มักจะเบียดแซงชนะ แมนซิตี้ ได้เสมอในช่วงทดเวลา
แต่ เฟอร์กี้ไทม์ ไม่ได่สงวนไว้แค่ผีแดงเท่านั้น
ดิวอร์ก โอลิกิ ศูนย์หน้าของลิเวอร์พูล ก็ยังเคยให้เวลา 90+6 ยิงเพื่อนร่วมเมืองอย่างท๊อฟฟี้สีน้ำเงิน เอฟเวอร์ตัน ปราชัยไปอย่างเจ็บแสบ
เมื่อดูตัวเลขในยุคเซอร์อเล็ก เฟอร์กูสัน ในการคุมแมนยู มาตั้งแต่ 1992-2013 ประตูทั้งหมดที่ยิงได้คือ 1,627 ประตู
เป็นประตูที่ยิงหลังหมดเวลา 90 นาที ถึง 81 ประตูเลยทีเดียว!!!
ถึงตอนนี้หลาย ๆ คนที่กำลังจดจ่อกับศึกแดงเดือดปี 2021 ที่กำลังจะระเบิดขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วโมง และหวังว่าอาจจะเห็นแมนยู สร้างมนต์เสหน่ห์แห่งเฟอร์กี้ไทม์อีกสักครั้ง
เราจึงขอจบสถิติที่อาจจะทำให้แฟนผีเจ็บใจสักเล็กน้อย เพราะในบรรดาทีมในพรีเมียร์ลีก ทีมที่ใช้ประโยชน์จากเฟอร์กี้ไทม์เปลี่ยนเป็นประตูชัยมากที่สุดนั้น ก็คือ หงษ์แดง ลิเวอร์พูล นั่นเอง
#เอาท์พุธ #วิทยาศาสตร์
#แมนยู #ลิเวอร์พูล #แดงเดือด