KBS Logistics Consulting

KBS Logistics Consulting Logistics Consulting. Freight, Import - Export, Customs Clearance, Transportation, Warehouse management, Order fulfilment.

05/09/2019

คำศัพท์พบบ่อยที่เกี่ยวข้องในการนำเข้า/ส่งออกมีดังนี้ โดยจะแยกออกเป็น 3 กลุ่มคือ
1 เอกสาร
Proforma Invoice ** ใบแจ้งหนี้ ให้ระบุชนิดสินค้า จำนวน และ ราคาขาย ให้รวมราคาเพื่อง่ายต่อการคิดคำนวณภาษีราคาสินค้าตอนที่นำเข้าปลายทาง หากราคาสินค้าไม่เท่ากันให้แยกรายการสินค้านั้นออกจากกัน
Packing List* เอกสารแสดงรายการบรรจุหีบห่อ โดยรายละเอียดจะคล้ายกับใบแจ้งหนี้ โดยให้ระบุน้ำหนัก ขนาดและจำนวนของบรรจุภัณฑ์ (ส่วนมากให้ระบุเป็นเซนติเมตรเพื่อง่ายต่อการคำนวณ) *
Bill Of Lading or Sea Way Bill / Air Way Bill ใบตราส่งสินค้าทางเรือ หรือทางอากาศ
Import /Export Entry หรือที่เรียกกันย่อว่า”ใบขน” ซึ่งเป็นเอกสารแสดงรายการนำเข้า/ส่งออกสินค้าต่อกรมศุลกากร
Delivery Order (DO) ใบปล่อยสินค้า เอกสารที่ทางผู้ให้บริการจะเป็นผู้ออกเอกสารนี้
Certificate ใบรับรองสินค้า
Tips*เราจะไม่แสดงราคาขายบน Packing List เพราะในบางกรณีเป็นการซื้อขายผ่านตัวแทนการขาย ซึ่งผู้ขายที่อยู่ต้นทางจะไม่สามารถแสดงราคาขายให้กับผู้ซื้อปลายทางเห็นได้
Tips** ผู้ส่งสามารถใช้ Proforma Invoice กับ Packing list เป็นเอกสารชุดเดียวกันได้แต่จะต้องระบุรายละเอียดให้ครบ โดยพิมพ์ที่หัวกระดาษ “Proforma Invoice/Packing List” ไว้ได้

2 บุคคล
Shipper ผู้ส่งสินค้าต้นทาง หรือผู้ขาย
Consignee* ผู้รับสินค้าปลายทาง หรือผู้ซื้อ
Freight Forwarder/Shipping Agent ตัวแทนผู้ขนส่งหรือตัวแทนออกสินค้า
Customs Officer เจ้าหน้าที่กรมศุลกากร
Tips* ตรวจสอบชื่อและที่อยู่ให้ถูกต้อง เพราะมีผลต่อการออกเอกสารตรวจปล่อยสินค้าที่ปลายทาง หากออกเอกสารผิด จะทำให้เกิดค่าใช้จ่ายในการแก้ไขเอกสารที่ปลายทางและจะทำให้ล่าช้า เสียค่าเก็บสินค้าที่ปลายทางเพิ่มขึ้นอีกด้วย
3 อื่นๆ
Customs Clearance การทำพิธีการศุลกากร
Freight Collect / Freight Prepaid การเก็บเงินค่าขนส่งที่ปลายทางหรือต้นทาง
Port of Loading / Port of Discharge ท่าเรือที่ตู้บรรจุสินค้าลงเรือหรือออกจากเรือ(ท่าปลายทาง)
Estimate Time Departure (ETD) / Estimate Time Arrival (ETA) วันที่สินค้าออกจากหรือถึงท่าเรือหรือสนามบินปลายทางโดยประมาณ

หากใครอ่านมาถึงตรงนี้ก็พอที่จะคุยกับทางผู้ขนส่งได้เข้าใจมากขึ้นแล้วนะครับ หากชอบและคิดว่าเนื้อหามีประโยชน์ ช่วยกดแชร์ให้ด้วยครับ
ติดต่อ ปรึกษาการนำเข้า ส่งออกสินค้า อินบ๊อกได้ที่ KBS Logistics Consulting 😁

30/08/2019

ทุกวันนี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่าการซื้อสินค้าออนไลน์ทำให้ชีวิตของเราง่ายขึ้นอย่างมาก คนเดินห้างน้อยลง ผู้ประกอบการรุ่นเก่าๆเองก็ต้องปรับตัวให้เร็วขึ้น การค้าขายออนไลน์ยังสามารถให้เราได้พบเจอกับผู้ซื้อที่อยู่ในต่างประเทศอีกด้วย แต่เอ๊ะ! เพื่อสร้างความมั่นใจว่าเราพร้อมที่จะส่งสินค้าออกต่างประเทศให้กับลูกค้าได้ทันท่วงที เราควรตรวจสอบอะไรบ้าง ว่าสินค้าหรือบริษัทของเรานั้นมีความพร้อมในการส่งออกสินค้าหรือไม่ โดยเริ่มจากดังนี้

1. สินค้าและบรรจุภัณฑ์
☝️สินค้า เราจะต้องทราบถึงข้อจำกัดของสินค้าของเราก่อนว่ามีอะไรบ้างเช่น อายุการใช้งาน มีใบรับรองคุณภาพ ทนความร้อน/เย็นได้กี่องศา เป็นต้น
✌️บรรจุภัณฑ์ สะอาด ปลอดภัย มีความแข็งแรงเพียงพอที่จะส่งออกไปยังปลายทางได้ เราคงไม่อยากให้สินค้าดูไม่ดีเวลาที่สินค้าส่งถึงมือลูกค้า ข้อความที่ระบุบนกล่อง วิธีใช้ สัญญลักษณ์การรับรองคุณภาพต่างๆ ที่สำคัญหากสามารถเพิ่มเติมภาษาอื่นๆได้ เช่น ภาษาอังกฤษ จีน อาราบิก ลงบนฉลากได้ ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสทางการค้าให้กับสินค้าของเราได้

2. ราคาขาย
หัวข้อนี้สำคัญมาก เพราะจะเป็นตัวชี้วัดว่าผู้ซื้อสามารถเอาไปขายต่อแล้วยังได้กำไรในตลาดของบ้านเค้าได้หรือไม่ แต่อย่างตั้งราคาจนต่ำเกินไปจนเราไม่เหลือกำไร แต่จะเหลือกำไรเท่าไหร่ จะต้องทำ Financial model ช่วยท่านได้ โดยเราจะต้องตั้งราคาขายต่อชิ้น ไว้หลายระดับเช่น ซื้อ 1 ชิ้น 10 ชิ้น 100-500 ชิ้น 500-1,000 ชิ้น หรือ มากกว่า 1,000 ชิ้นขึ้นไป ซึ่งราคาขายจะต้องถูกลงตามลำดับ ตามหลัก Economy of Scale. เพราะเวลาที่ทางผู้ซื้อต่อรองราคามานั้น เราจะได้ทราบว่าเราสามารถลดราคาลงไปได้เท่าไหร่

3. เทอมการซื้อขาย ในการซื้อขายระหว่างประเทศจะมีเทอมการซื้อขายไว้หลายเทอม แต่จะยกตัวอย่างที่พบเจอและพูดถึงบ่อยไว้ดังนี้

🤟 Ex-Work ผู้ซื้อรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
🤘 FOB ผู้ขายรับผิดชอบค่าใช้จ่ายถึงท่าเรือหรือสนามบินต้นทาง ที่เหลือผู้ซื้อรับผิดชอบค่าใช้จ่าย
👌 CIF ผู้ขายรับผิดชอบค่าใช้จ่ายถึงท่าเรือหรือสนามบินปลายทาง ที่เหลือผู้ซื้อรับผิดชอบค่าใช้จ่าย
✌️ DDU ผู้ขายรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด (ยกเว้นภาษีขาเข้าปลายทาง)

4. ประเภทการขนส่ง ในปัจจุบันมีทั้งทางรถยนต์ (Cross Border) ทางเรือ (Seafreight) ทางเครื่องบิน (Airfreight) ทางรถไฟ (Train) เป็นต้น ซึ่งการเลือกในแต่ละเส้นทางนั้น ขอให้ท่านทบทวนตั้งแต่ข้อ1-3ก่อนว่าราคาที่เราได้ตั้งไว้สามารถทำได้หรือไม่ ไปช่องทางไหนได้บ้าง เพราะแต่ละเส้นทางนั้น ระยะเวลา และ ค่าใช้จ่ายแตกต่างกัน

5. ตัวแทนขนส่ง หากท่านคิดที่จะประหยัดเงินเพียงเล็กน้อยโดยการดำเนินการเองโดยไม่อาศัยตัวแทนการขนส่ง ขอแนะนำอย่างนี้ว่า หากผู้ประกอบการทำได้ดีกว่า เร็วกว่า ประหยัดกว่า เราคงไม่มีอาชีพตัวแทนขนส่งเกิดขึ้นอย่างมากมายในปัจจุบัน แต่แนะนำว่าเราควรจะเลือกตัวแทนขนส่งที่เข้าใจสินค้าเรา รู้ถึงความต้องการของเรา คุยกันแล้วเข้าใจ ในราคาที่เรารับได้ (ไม่ใช่ราคาที่น้อยที่สุด ของดึและถูกไม่มีในโลก 555 อาจจะมีก็ได้ หากท่านใดเจอ นั่นคือขุมทองจริงๆ)

6. การชำระเงิน ในเริ่มแรกให้เราเก็บเงินจากลูกค้าก่อน หรือตามที่กล่าวว่า "ได้เงินมา ของไป" เป็นการเข้าใจกันทั้ง2ฝ่าย เพราะเราพึ่งเริ่มทำการค้ากัน แจ้งทางผู้ซื้อเรื่องการเงื่อนไขการซื้อขาย และ รับคืนให้ชัดเจนตั้งแต่เริ่มต้น

7. ศึกษาข้อกำหนดของประเทศปลายทางไว้บางก็ดี เช่น มีประเทศอะไรบ้างที่นำเข้าสินค้าของเราไม่ได้ จะได้ไม่เสียเวลา

หากทำการสำรวจแล้ว ท่านคงพร้อมแล้วที่จะทำการส่งออกขายไปยังต่างประเทศได้แล้ว ยินดีด้วย แต่หากท่านใดยังขาดข้อมูลข้อไหน แนะนำให้หาข้อมูลนั้นเพิ่มทันทีเลย เพื่อสร้างความพร้อมในการแข่งขันของเรา หากได้ออเดอร์มาจะได้ทำการขายได้ทันที เย้ๆๆๆๆ

หากท่านใดมีคำถามสามารถDM เข้ามาได้หรือจะส่งมาที่ไลน์ไอดี (LineID@0877141926) ยินดีให้คำปรึกษา ขอบคุณ 😁✌️

29/08/2019

จากคำถามที่โปรยไว้ก่อนหน้านี้ว่า Logistcis versus Supply Chain ต่างกันอย่างไร? เชิญอ่านคำตอบข้างล่างได้เลย

ซัพพลายเชน (Supply Chain) หรือห่วงโซ่อุปทาน ก็คือ เครือข่ายที่เชื่อมต่อกันในหนึ่งบริษัท โดยกิจกรรมต่างๆที่เริ่มตั้งแต่ผู้จัดจำหน่ายผลิตสินค้า ตลอดจนส่งสินค้าให้กับผู้บริโภคคนสุดท้าย เครือข่ายนี้ประกอบไปด้วยหลายส่วนด้วยกัน เช่น คน (ทั้งคนที่ผลิตสินค้าและให้บริการ) งานที่ทำ (กิจกรรมต่างๆที่นำพาสินค้าไปหาลูกค้า) ข้อมูล (สินค้าคืออะไร ขนส่งและจัดเก็บอย่างไร) และทรัพยากร (อุปกรณ์ เครื่องมือที่เกี่ยวข้อง) หรือเอาที่เข้าใจง่ายๆคือการนำสินค้าหรือบริการจากจุดเริ่มต้นไปยังจุดปลายทางนั่นก็คือผู้ซื้อหรือลูกค้า

หลายบริษัทได้ทำการพัฒนาออกแบบเครือข่ายนี้เพื่อที่จะลดต้นทุนสินค้าเพื่อให้บริษัทยังคงมีความสามารถในการแข่งขันในธุรกิจนั้นๆได้ต่อไป หรือจะว่าไปแล้ว การบริหารซัพพลายเชน เป็นกระบวนการที่สำคัญมาก กระกบวนการหนึ่งของบริษัท หากแต่ละบริษัทสามารถใช้ประโยชน์จากซัพพลายเชนได้มากที่สุด ผลลัพท์ที่ได้คือบริษัทก็จะมีต้นทุนต่ำ เพิ่มกำไร ผลิตสินค้าได้ดีมากขึ้นอีกด้วย

ขอขยายความเพิ่มอีกนิดเพื่อความเข้าใจที่มากขึ้น กล่าวคือ ซัพพลายเชน จะเกี่ยวข้องกับหลายๆหน้าที่ในบริษัท เพื่อที่จะส่งสินค้าให้กับลูกค้า นั่นรวมไปถึงการเปลี่ยนจากวัตถุดิบ (Raw Matertial)ในกระบวนการผลิตไปเป็นสินค้าสำเร็จรูป (Finished Product) การเคลื่อนย้าย ส่งสินค้าไปให้ลูกค้า โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้องหลายส่วน เช่น ผู้ผลิต ผู้จำหน่าย คลังสินค้า บริษัทขนส่ง ศูนย์กระจายสินค้า และผู้ค้าปลีก เป็นต้น

แต่ในส่วนของโลจิสติกส์นั้น จะเป็นกระบวนการแค่ส่วนหนึ่งในเครือข่ายของซัพพลายเชนที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น โดยมุ่งเน้นการวางแผน ควบคุมการเคลื่อนไหว จัดเก็บจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง เช่น จากโรงงานผู้ผลิตไปที่คลังสินค้า เป็นต้น กล่าวคือหากบริษัทสามารถบริหารจัดการโลจิสติกส์ ได้ดี ไม่มีความล่าช้าในการส่งสินค้าเลยในแต่ละจุดส่งมอบ และสามารถส่งสินค้าได้ในสภาพที่ดีอีกด้วย นั่นจะทำให้ต้นทุนของบริษัทนั้นลดลงด้วย

กล่าวโดยสรุปของซัพพลายเชนตามข้างล่างนี้จร้า
- เครือข่ายที่เชื่อมต่อกันในหนึ่งบริษัท โดยกิจกรรมต่างๆที่เริ่มตั้งแต่ผู้จัดจำหน่ายผลิตสินค้า ตลอดจนส่งสินค้าให้กับผู้บริโภคคนสุดท้าย
- มีผู้ที่เกี่ยวข้องหลายส่วน เช่น คนผลิต ผู้จำหน่าย คลังสินค้า บริษัทขนส่ง ศูนย์กระจายสินค้า และผู้ค้าปลีก เป็นต้น
- กระบวนการยังเกี่ยวข้องไปถึง เช่น การพัฒนาสินค้า การทำการตลาด ผู้ดำเนินการ การกระจายสินค้า การเงิน และ การบริการลูกค้าอีกด้วย
- บริษัทที่มีระบบซัพพลายเชนที่ดี บริษัทก็จะมีต้นทุนต่ำที่ กำไรดี ผลิตสินค้าได้เร็วมากขึ้นอีกด้วย

😀หวังว่าทางผู้อ่านจะเข้าใจและเห็นภาพมากขึ้นแล้วนะครับ ว่าที่เราเรียกว่า ซัพพลายเชน หรือ โลจิสติกส์ นั้น หมายถึงอะไร ครอบคลุมไปถึงอะไรบ้าง ผ่านไปแล้วกับโพสแรก ขอบคุณที่อ่านจนถึงบรรทัดสุดท้าย😍😍 จะหาหัวข้อที่น่าสนใจมาอธิบายให้อ่านอีกนะครับ ขอบคุณครับ😁😁😎😎

29/08/2019

หลายคนคงสับสนว่าเอ๊ะ Logistics กับ Supply Chain ต่างกันยังไง?? เหมือนกันไหม? เวลาสมัครงาน รายละเอียดของงานหรือที่เรียกกันว่า Jobs Description (JD)or Jobs Expectation (JE) ของงานก็คล้ายๆกัน จนบางองค์กรตั้งตำแหน่งงานไม่ตรงกับงานที่ทำจริงๆ พนักงานถึงกับต้องเอามือเกาหัวกันเลยทีเดียว แต่วันนี้ KBS Logistics Consultingจะมาเฉลยให้นะครับ

ที่อยู่

Samut Prakan
10280

เบอร์โทรศัพท์

+66877141926

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ KBS Logistics Consultingผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง KBS Logistics Consulting:

แชร์