PBP-Center ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก PBP-Center, ที่ปรึกษาทางธุรกิจ, Samut Sakhon.

บริษัทที่ปรึกษาและวิทยากรมืออาชีพด้านทรัพยากรบุคคล ให้บริการวางระบบงานฝ่ายทรัพยากรบุคคลและวางระบบในการพัฒนาบุคลากร พร้อมให้คำปรึกษาครอบคลุมด้านแรงงานสัมพันธ์ กฎหมายแรงงาน การบริหารผลงาน และการพัฒนาศักยภาพพนักงาน เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพและความยั่งยืนของ

⚖️ ลูกจ้างติดยาเสพติด ถือเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือไม่?นายจ้างเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยได้หรือเปล่า?เร...
10/08/2026

⚖️ ลูกจ้างติดยาเสพติด ถือเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือไม่?
นายจ้างเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยได้หรือเปล่า?

เรื่องนี้ต้องตอบว่า 👉 “ได้ในบางกรณี แต่ไม่ใช่ทุกกรณี”
มีคำพิพากษาศาลฎีกาที่น่าสนใจ คือ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๖๙๒๔/๒๕๕๗ ซึ่งวางแนวไว้ว่า หากนายจ้างมีข้อบังคับและประกาศเกี่ยวกับยาเสพติดไว้อย่างชัดเจน และพฤติการณ์ของลูกจ้างถึงขั้นเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับใน กรณีร้ายแรง นายจ้างอาจเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยได้

📌 ข้อเท็จจริงของคดี
บริษัทมีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกำหนดว่า
👉 พนักงานต้องไม่กระทำความผิดทางอาญา
และบริษัทมีประกาศเพิ่มเติมว่า หากบริษัทหรือหน่วยงานราชการตรวจพบสารเสพติดในร่างกายของพนักงาน พนักงานอาจได้รับโทษทางวินัยถึงขั้น “เลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย”
ต่อมาลูกจ้างถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมดำเนินคดีในข้อหา เสพเมทแอมเฟตามีน เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๒ นายจ้างจึงเลิกจ้างในวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๒
แม้ต่อมาลูกจ้างจะเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตามกฎหมายก็ตาม ศาลฎีกาเห็นว่า พฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติดดังกล่าวเป็นผลเสียหายต่อองค์กร และเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของนายจ้างใน กรณีร้ายแรง นายจ้างจึงเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยได้

⚖️ กฎหมายที่ใช้
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๑๙ (๔) วางหลักว่า
หากลูกจ้างฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ระเบียบ หรือคำสั่งของนายจ้างที่ ชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม โดยหลักนายจ้างต้องมีหนังสือเตือนก่อน
แต่ถ้าการกระทำนั้นเป็น “กรณีร้ายแรง”
👉 นายจ้างไม่จำเป็นต้องเตือนก่อน
👉 สามารถเลิกจ้างได้
👉 และไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย
🚨 แต่ต้องระวัง! อย่าเข้าใจว่า “ติดยา = ไล่ออกไม่จ่ายค่าชดเชยได้ทันทีทุกคน”
กฎหมายไม่ได้เขียนไว้ว่า
“ลูกจ้างติดยาเสพติด นายจ้างเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยได้ทุกกรณี”

แต่ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงประกอบ เช่น
✅ บริษัทมีข้อบังคับหรือระเบียบเรื่องยาเสพติดไว้อย่างไร
✅ ข้อบังคับนั้นชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรมหรือไม่
✅ ลูกจ้างกระทำอะไร เช่น เสพ ครอบครอง นำเข้ามาในสถานที่ทำงาน หรือมาทำงานขณะมีสารเสพติด
✅ พฤติการณ์กระทบต่อความปลอดภัย การทำงาน หรือองค์กรเพียงใด
✅ นายจ้างเคยให้โอกาส เข้ารับการบำบัด หรือมีแนวทางจัดการเรื่องนี้ไว้ก่อนแล้วหรือไม่

เพราะคำว่า “กรณีร้ายแรง” ต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงของแต่ละคดี ไม่ใช่เพียงใช้คำว่า “ยาเสพติด” แล้วจะถือว่าร้ายแรงโดยอัตโนมัติทุกกรณี

📚 มีฎีกาอีกเรื่องที่ HR และนายจ้างควรรู้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๓๕๗๘/๒๕๖๕
คดีนี้ตรวจพบสารเสพติดในปัสสาวะของลูกจ้างเช่นกัน และบริษัทก็มีกฎเกี่ยวกับยาเสพติด แต่บริษัทสมัครใจเข้าร่วมโครงการแก้ไขปัญหายาเสพติด และให้ลูกจ้างหยุดงานเพื่อเข้ารับการบำบัดฟื้นฟู
เมื่อลูกจ้างบำบัดเสร็จ บริษัทกลับไม่รับเข้าทำงานและเลิกจ้าง
ศาลฎีกาเห็นโดยสาระสำคัญว่า เมื่อบริษัทเลือกให้โอกาสลูกจ้างเข้าสู่กระบวนการบำบัด และในระหว่างนั้นไม่ได้เลิกจ้างหรือลงโทษจากความผิดดังกล่าว การจะกลับมาถือภายหลังว่าเป็นความผิดร้ายแรงเพื่อไม่จ่ายค่าชดเชยไม่ได้ในข้อเท็จจริงของคดีนั้น นายจ้างจึงต้องจ่าย ค่าชดเชย

👉 ฎีกานี้จึงยิ่งยืนยันว่า
เรื่องยาเสพติดต้องดู “ข้อบังคับ + พฤติการณ์ + วิธีที่นายจ้างดำเนินการ” ประกอบกัน
📌 สรุปง่าย ๆ
🔹 ลูกจ้างเกี่ยวข้องกับยาเสพติด อาจ ถือเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกรณีร้ายแรงได้
🔹 ถ้าถึงขั้นเป็นกรณีร้ายแรงตามมาตรา ๑๑๙ (๔) นายจ้างไม่ต้องออกหนังสือเตือนก่อน และอาจเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยได้
🔹 แต่ ไม่ใช่กฎตายตัวว่า “ตรวจพบสารเสพติดเมื่อใด ไล่ออกไม่จ่ายค่าชดเชยได้ทันที”
🔹 ต้องดูว่าข้อบังคับของบริษัทเขียนไว้อย่างไร และการกระทำนั้นร้ายแรงจริงหรือไม่
🔹 ที่สำคัญ หากนายจ้างจะอ้างมาตรา ๑๑๙ เพื่อไม่จ่ายค่าชดเชย ต้องระบุ ข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุแห่งการเลิกจ้าง ไว้ในหนังสือเลิกจ้าง หรือแจ้งเหตุให้ลูกจ้างทราบในขณะเลิกจ้าง มิฉะนั้นจะนำเหตุนั้นมาอ้างภายหลังเพื่อไม่จ่ายค่าชดเชยไม่ได้

💡 ข้อแนะนำสำหรับ HR
ก่อนเลิกจ้างกรณียาเสพติด อย่าดูแค่ผลตรวจแล้วรีบออกหนังสือเลิกจ้าง ควรตรวจให้ครบว่า
“ข้อบังคับเขียนไว้หรือไม่ – หลักฐานชัดหรือไม่ – ความผิดร้ายแรงแค่ไหน – บริษัทเคยให้โอกาสหรือเลือกเข้าสู่กระบวนการบำบัดแล้วหรือไม่”
เพราะข้อเท็จจริงต่างกันเพียงเล็กน้อย
👉 ผลทางกฎหมายอาจเปลี่ยนจาก “ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย” เป็น “ต้องจ่ายค่าชดเชย” ได้

⚖️ อ้างอิง
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๑๙ (๔)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๖๙๒๔/๒๕๕๗
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๓๕๗๘/๒๕๖๕

#กฎหมายแรงงาน #บริหารทรัพยากรบุคคล ืออาชีพ #บริหารความเสี่ยง #แรงงานต่างด้าว #คดีแรงงาน
เรียบเรียงข้อความโดย HR-ปลายแถว
ติดตามได้ที่ https://www.facebook.com/PBPCenter

📌 ขาดงานต่อเนื่อง เสี่ยงถูกมองว่า “ลาออกโดยปริยาย” ได้ฎีกาที่ ๑๐๖๑๔/๒๕๕๘หลายคนเข้าใจว่า“ถ้าไม่ไปทำงานเฉย ๆ เดี๋ยวนายจ้าง...
10/08/2026

📌 ขาดงานต่อเนื่อง เสี่ยงถูกมองว่า “ลาออกโดยปริยาย” ได้
ฎีกาที่ ๑๐๖๑๔/๒๕๕๘
หลายคนเข้าใจว่า
“ถ้าไม่ไปทำงานเฉย ๆ เดี๋ยวนายจ้างก็เลิกจ้างเอง” หรือ “หายไปจากงาน ยังไม่ถือว่าลาออกหรอก”
⚠️ แต่ความจริง ไม่แน่เสมอไป
เพราะมีคำพิพากษาศาลฎีกาที่วางหลักไว้ชัดว่าหากลูกจ้าง ไม่มาทำงานต่อเนื่อง จนพฤติการณ์ฟังได้ว่า ไม่ประสงค์จะทำงานกับนายจ้างอีกต่อไปศาลอาจถือว่าเป็น การบอกเลิกสัญญาจ้างโดยปริยาย ได้
________________________________________
⚖️ ฎีกานี้วางหลักว่าอย่างไร
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๐๖๑๔/๒๕๕๘ วางหลักว่า
✅ หากลูกจ้างมีพฤติการณ์ไม่มาทำงานต่อเนื่อง
✅ และข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ลูกจ้างไม่ต้องการทำงานต่อแล้ว
➡️ ย่อมถือได้ว่าเป็น การเลิกสัญญาจ้างโดยปริยายจากฝ่ายลูกจ้าง
และเมื่อไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้าให้ถูกต้องย่อมเป็นการไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๗ วรรคสองประกอบ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๘๒ผลคือ
👉 นายจ้างมีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากลูกจ้างได้
________________________________________
📚 กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
🔹 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๗ วรรคสอง
วางหลักว่า การเลิกสัญญาจ้างประเภทที่ไม่มีกำหนดระยะเวลา ต้องมีการ บอกกล่าวล่วงหน้า ตามกำหนดจ่ายค่าจ้าง
🔹 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๘๒
เป็นหลักทั่วไปเรื่องการเลิกสัญญาจ้างว่า หากจะเลิกสัญญา ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าให้ถูกต้องตามรอบค่าจ้าง
💡 พูดง่าย ๆ คือ ถ้าจะออกจากงาน ต้องบอกล่วงหน้าให้ถูกหลักกฎหมาย
ไม่ใช่อยู่ ๆ หยุดมางานเลย
________________________________________
🧩 เรื่องนี้ต้องแยกให้ออกเป็น ๒ เรื่อง
๑. ขาดงานต่อเนื่อง = ลาออกโดยปริยายหรือไม่
ไม่ใช่ว่าขาดงานทุกกรณีจะถือว่าลาออกทันที
ศาลจะดู พฤติการณ์แวดล้อมทั้งหมด เช่น
• ขาดงานกี่วัน
• มีการติดต่อชี้แจงหรือไม่
• นายจ้างติดตามแล้วหรือไม่
• ลูกจ้างมีเหตุจำเป็นจริงไหม
• พฤติการณ์โดยรวมแสดงว่าไม่ต้องการทำงานต่อหรือไม่
ดังนั้น
❌ ขาดงาน ๑ วัน หรือ ๒ วัน ไม่ได้แปลว่าลาออกอัตโนมัติ
ต้องดูข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี
________________________________________
๒. ถ้าเป็นการลาออกโดยปริยายแล้ว มีผลอย่างไร
หากศาลฟังว่าเป็นการเลิกสัญญาจ้างจากฝ่ายลูกจ้างแต่ลูกจ้าง ไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้าให้ถูกต้อง
นายจ้างก็อาจเรียก ค่าเสียหาย ได้อย่างไรก็ดี
⚠️ ค่าเสียหายไม่ใช่จะเรียกได้อัตโนมัติทุกกรณี
นายจ้างต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า
• ลูกจ้างไม่บอกกล่าวล่วงหน้าจริง
• นายจ้างเสียหายจริง
• ความเสียหายนั้นเกิดจากการออกงานไม่ถูกต้อง
ดังนั้น
❌ ไม่ใช่ว่าลูกจ้างหายไปจากงาน แล้วนายจ้างจะเรียกเงินได้ทุกครั้ง
✅ ต้องมีความเสียหายจริงและพิสูจน์ได้
________________________________________
👨‍💼 สิทธิและหน้าที่ของลูกจ้าง
✅ ลูกจ้างมีสิทธิลาออกได้แต่ต้องทำให้ถูกวิธีควรปฏิบัติอย่างน้อยดังนี้
• ทำหนังสือลาออกให้ชัดเจน
• ระบุวันที่มีผล
• บอกกล่าวล่วงหน้าให้ถูกต้อง
• ส่งให้นายจ้างรับทราบเป็นหลักฐาน
⚠️ ถ้าไม่มาทำงานเฉย ๆ โดยไม่ชี้แจง
อาจเสี่ยงถูกตีความว่า ไม่ประสงค์ทำงานต่อ
และอาจถูกเรียก ค่าเสียหาย ได้
________________________________________
🏢 สิทธิและหน้าที่ของนายจ้าง
✅ นายจ้างมีสิทธิจัดการตามระเบียบวินัย
✅ มีสิทธิสอบข้อเท็จจริง
✅ มีสิทธิเรียกค่าเสียหาย หากพิสูจน์ได้ว่าเสียหายจากการไม่บอกกล่าวล่วงหน้า
แต่ก็ต้องระวังว่า
❌ นายจ้างไม่ควรรีบสรุปทันทีว่า “ขาดงาน = ลาออก”
หากยังไม่มีข้อเท็จจริงชัดเจน
ควรดำเนินการ เช่น
• ติดต่อสอบถามลูกจ้าง
• ออกหนังสือสอบถามหรือหนังสือติดตาม
• บันทึกการขาดงานไว้เป็นหลักฐาน
• ตรวจสอบว่ามีเหตุเจ็บป่วย อุบัติเหตุ หรือเหตุสุดวิสัยหรือไม่
เพราะถ้านายจ้างวินิจฉัยผิด
อาจกลายเป็นข้อพิพาทแรงงานตามมาได้
________________________________________
🚨 ข้อควรระวังสำคัญ
อย่าเข้าใจผิดว่า
❌ “ขาดงานเมื่อไร ก็ถือว่าลาออกทันที”
❌ “นายจ้างเรียกค่าเสียหายได้ทุกกรณี”
❌ “ลูกจ้างหายไป นายจ้างหักเงินอะไรก็ได้”
ความจริงคือ
ต้องดู ข้อเท็จจริง + หลักกฎหมาย + ความเสียหายที่พิสูจน์ได้จริง
________________________________________
📝 สรุปสั้น ๆ แบบจำง่าย
✅ ขาดงานต่อเนื่อง อาจถูกมองว่าเป็น ลาออกโดยปริยาย ได้
✅ ถ้าไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้าให้ถูกต้อง อาจผิด มาตรา ๑๗ วรรคสอง และ มาตรา ๕๘๒
✅ นายจ้างจึงอาจมีสิทธิเรียก ค่าเสียหาย
⚠️ แต่ไม่ใช่อัตโนมัติ ต้องพิสูจน์ตามข้อเท็จจริงก่อน
________________________________________
📚 อ้างอิงกฎหมายและแนวคำพิพากษา
• คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๐๖๑๔/๒๕๕๘
• พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๗ วรรคสอง
• ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๘๒
________________________________________
📣 ข้อสังเกตสำหรับงาน HR
เรื่องนี้เป็นตัวอย่างชัดเจนว่า
“การไม่มาทำงาน” อาจไม่ใช่แค่ปัญหาวินัย
แต่อาจกลายเป็นเรื่อง การเลิกสัญญาจ้างโดยปริยาย และ ความรับผิดค่าเสียหาย ได้ด้วย
ดังนั้น HR ควรแยกให้ออกระหว่าง
ขาดงานทางวินัย กับ พฤติการณ์ที่ตีความได้ว่าไม่ประสงค์ทำงานต่อ

#กฎหมายแรงงาน #บริหารทรัพยากรบุคคล ืออาชีพ #บริหารความเสี่ยง #แรงงานต่างด้าว #คดีแรงงาน
เรียบเรียงข้อความโดย HR-ปลายแถว
ติดตามได้ที่ https://www.facebook.com/PBPCenter

⚖️ **ลาออกไม่ต้องรอนายจ้างอนุมัติ…แต่ไม่ได้แปลว่า “จะเดินออกวันนี้เลยก็ได้”**เรื่องนี้ HR และลูกจ้างต้องแยกให้ออกครับ เพ...
10/08/2026

⚖️ **ลาออกไม่ต้องรอนายจ้างอนุมัติ…แต่ไม่ได้แปลว่า “จะเดินออกวันนี้เลยก็ได้”**
เรื่องนี้ HR และลูกจ้างต้องแยกให้ออกครับ เพราะจริง ๆ แล้วมี **๒ เรื่องคนละเรื่องกัน**
👉 **เรื่องที่ ๑ การลาออกต้องให้นายจ้างอนุมัติหรือไม่?**
👉 **เรื่องที่ ๒ ลูกจ้างต้องบอกกล่าวล่วงหน้าหรือไม่?**

คำตอบคือ...
✅ **ลาออกไม่ต้องรอนายจ้างอนุมัติ**
แต่
⚠️ **การบอกกล่าวล่วงหน้า ยังต้องพิจารณาตามกฎหมาย**

---

📌 **ฎีกาที่ ๖๐๒๐/๒๕๔๕ วางหลักไว้อย่างไร?**
คดีนี้ลูกจ้างยื่นใบลาออกวันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๔๐ โดยแจ้งให้การลาออกมีผลวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๔๐
นายจ้างไม่อนุมัติการลาออก และภายหลังมีคำสั่งพักงานลูกจ้าง
ศาลฎีกาวางหลักว่า การลาออกเป็น **การแสดงเจตนาบอกเลิกสัญญาจ้างของลูกจ้างฝ่ายเดียว** สำหรับสัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลา ไม่จำเป็นต้องให้นายจ้างยินยอม ตกลง หรืออนุมัติก่อน
ดังนั้น เมื่อถึงวันที่ลูกจ้างกำหนดไว้โดยชอบ สัญญาจ้างย่อมสิ้นสุดลง นายจ้างจะอ้างเพียงว่า “ยังไม่อนุมัติใบลาออก” เพื่อให้ลูกจ้างยังคงเป็นพนักงานต่อไปไม่ได้

💡 **พูดง่าย ๆ**
ลูกจ้างไม่ได้ “ขออนุญาตลาออก”
แต่เป็นการ “แจ้งเจตนาว่าจะเลิกสัญญาจ้าง”
เพราะฉะนั้น
❌ นายจ้างจะบอกว่า “บริษัทไม่อนุมัติ จึงยังลาออกไม่ได้” ไม่ได้---

⚠️ **แต่ต้องระวัง! ไม่ต้องรออนุมัติ ≠ ไม่ต้องบอกล่วงหน้า**
นี่คือจุดที่คนมักเข้าใจผิดมากที่สุด
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ **มาตรา ๑๗ วรรคสอง** กำหนดหลักสำหรับสัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลาว่า การบอกเลิกสัญญาต้องบอกกล่าวเป็นหนังสือ เมื่อถึงหรือก่อนถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวหนึ่ง เพื่อให้มีผลเมื่อถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวถัดไป และไม่จำเป็นต้องบอกล่วงหน้าเกิน ๓ เดือน ซึ่งสอดคล้องกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๘๒

📌 เพราะฉะนั้น อย่าจำเพียงว่า
**“กฎหมายกำหนดให้ลาออกล่วงหน้า ๓๐ วัน”**
เพราะกฎหมายไม่ได้เขียนว่า “๓๐ วัน” แบบตายตัว แต่ผูกกับ **กำหนดจ่ายค่าจ้าง**
เช่น บริษัทจ่ายเงินเดือนทุกสิ้นเดือน การคำนวณวันบอกกล่าวต้องดูรอบจ่ายค่าจ้างประกอบ ไม่ใช่นับจากวันที่ยื่นใบลาออกไปอีก ๓๐ วันอย่างเดียว

---

🚨 **ถ้าลูกจ้างไม่บอกล่วงหน้าแล้วออกเลยล่ะ?**
ต้องแยกให้ออกอีกครับว่า
✅ การที่นายจ้าง “ไม่อนุมัติ” ไม่ได้ทำให้มีสิทธิบังคับลูกจ้างให้ทำงานต่อ
แต่ถ้าลูกจ้างออกจากงานโดย **ไม่ปฏิบัติตามหลักการบอกกล่าวล่วงหน้า** และทำให้นายจ้างเกิดความเสียหาย นายจ้างอาจมีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายได้

มีตัวอย่างสำคัญคือ
⚖️ **คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๐๖๑๔/๒๕๕๘**
คดีนี้ลูกจ้างไม่ไปทำงาน ศาลแรงงานเห็นว่าเป็นการแสดงว่าไม่ประสงค์ทำงานกับนายจ้างต่อไป ถือเป็นการบอกเลิกสัญญาจ้างโดยปริยาย และเป็นการไม่ปฏิบัติตามหลักการบอกกล่าวล่วงหน้าตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ มาตรา ๑๗ วรรคสอง และ ป.พ.พ. มาตรา ๕๘๒

นายจ้างจึงมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายได้
ในคดีดังกล่าว นายจ้างเรียกค่าเสียหายกว่า **๕๗๐,๐๘๒ บาท** แต่ศาลแรงงานกลางกำหนดให้ลูกจ้างรับผิด **๘,๕๐๐ บาท** ส่วนศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยเรื่องจำนวนค่าเสียหายเพิ่มเติม เนื่องจากเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการกำหนดค่าเสียหายซึ่งเป็นข้อเท็จจริง

📌 นี่จึงไม่ได้หมายความว่า
**“ลาออกไม่ครบกำหนด = ต้องจ่ายเงินเดือน ๑ เดือนให้นายจ้างอัตโนมัติ”**

ไม่ใช่ครับ ❌
นายจ้างต้องแสดงให้เห็นว่า
👉 ผิดหน้าที่ในการบอกกล่าวอย่างไร
👉 เกิดความเสียหายอะไร
👉 ความเสียหายนั้นเกิดจากการออกงานโดยไม่บอกกล่าวอย่างไร
และสุดท้ายจำนวนค่าเสียหายเป็นเรื่องที่ศาลพิจารณาตามข้อเท็จจริงของแต่ละคดี
💰 **HR ก็ต้องระวังอีกด้านหนึ่ง**
แม้บริษัทเห็นว่าลูกจ้างลาออกไม่ถูกต้อง ก็ไม่ได้หมายความว่านายจ้างสามารถพูดว่า
❌ “ไม่แจ้งล่วงหน้า งั้นหักเงินเดือนเดือนสุดท้ายเลย”
ได้ทุกกรณี
เพราะ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ **มาตรา ๗๖** จำกัดกรณีที่นายจ้างจะหักค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุดไว้ นายจ้างจึงต้องพิจารณาฐานกฎหมายในการหักเงินให้ถูกต้อง ไม่ควรนำ “ค่าเสียหายที่ยังไม่ได้พิสูจน์” ไปหักจากค่าจ้างโดยอัตโนมัติ

🎯 **สรุปให้ HR จำง่าย ๆ**
✅ **ลาออก = การบอกเลิกสัญญาจ้างฝ่ายเดียว**
✅ **ไม่ต้องรอนายจ้างอนุมัติ**
✅ **นายจ้างไม่สามารถบังคับว่า “ไม่อนุมัติ จึงยังออกไม่ได้”**
⚠️ แต่ถ้าเป็นสัญญาจ้างไม่มีกำหนดระยะเวลา ต้องพิจารณาเรื่อง **การบอกกล่าวล่วงหน้าตาม มาตรา ๑๗ และ ป.พ.พ. มาตรา ๕๘๒** ด้วย
⚠️ ถ้าออกโดยไม่บอกกล่าวให้ถูกต้องและทำให้นายจ้างเสียหาย **อาจถูกเรียกค่าเสียหายได้**
❌ แต่ไม่ได้หมายความว่า นายจ้างจะเรียก “ค่าจ้าง ๑ เดือน” หรือหักเงินเดือนสุดท้ายได้โดยอัตโนมัติ
📣 **ดังนั้นอย่าสับสนระหว่าง**
**“การลาออกมีผลหรือไม่”**
กับ
**“การลาออกได้ปฏิบัติเรื่องการบอกกล่าวถูกต้องหรือไม่”**
เป็น **คนละประเด็นกันครับ**
⚖️ **กฎหมายที่เกี่ยวข้อง**
• พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๗
• พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๗๖
• ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๘๒
• คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๖๐๒๐/๒๕๔๕
• คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๐๖๑๔/๒๕๕๘

#กฎหมายแรงงาน #บริหารทรัพยากรบุคคล ืออาชีพ #บริหารความเสี่ยง #แรงงานต่างด้าว #คดีแรงงาน
เรียบเรียงข้อความโดย HR-ปลายแถว
ติดตามได้ที่ https://www.facebook.com/PBPCenter

🚨คุกคามทางเพศในที่ทำงาน...ไม่ใช่แค่เรื่องวินัย แต่มีโทษถึง “จำคุก” แล้วนะครับหลายคนยังเข้าใจว่า“แค่พูดแซวเล่น ๆ”“ไม่ได้จ...
10/08/2026

🚨คุกคามทางเพศในที่ทำงาน...ไม่ใช่แค่เรื่องวินัย แต่มีโทษถึง “จำคุก” แล้วนะครับ
หลายคนยังเข้าใจว่า
“แค่พูดแซวเล่น ๆ”
“ไม่ได้จับตัวสักหน่อย”
“คุยกันใน LINE หลังเลิกงาน”
หรือ
“พนักงานทำกันเอง บริษัทไม่เกี่ยว”

❌ อย่าเพิ่งคิดแบบนั้นครับ เพราะปัจจุบันกฎหมายเรื่อง “การคุกคามทางเพศ” ชัดเจนขึ้นมาก และอาจมีทั้ง กฎหมายแรงงาน + กฎหมายอาญา + ความรับผิดทางแพ่ง เข้ามาเกี่ยวข้อง

⚖️ ๑. อะไรเรียกว่า “คุกคามทางเพศ”
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑ (๑๙) กำหนดความหมายของ “คุกคามทางเพศ” ครอบคลุมการกระทำทางกาย วาจา เสียง ท่าทาง การติดต่อสื่อสาร การเฝ้าดู การติดตามรังควาน รวมถึงการกระทำผ่านคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่มีลักษณะส่อไปในทางเพศ และน่าจะทำให้อีกฝ่ายเดือดร้อนรำคาญ อับอาย ถูกเหยียดหยาม หวาดกลัว หรือรู้สึกไม่ปลอดภัยทางเพศ

👉 ภาษาชาวบ้านก็คือ
ไม่จำเป็นต้องถึงขั้นจับเนื้อต้องตัว ก็อาจเป็นการคุกคามทางเพศได้
ตัวอย่าง เช่น
🔸 พูดแซวเรื่องหน้าอก รูปร่าง หรือเรื่องเพศ
🔸 ส่งข้อความ รูป หรือคลิปส่อทางเพศ
🔸 ชวนมีเพศสัมพันธ์ซ้ำ ๆ ทั้งที่อีกฝ่ายไม่ต้องการ
🔸 จ้องมองร่างกายในลักษณะส่อทางเพศ
🔸 ตามตื้อ ติดตามรังควาน
🔸 ใช้ตำแหน่งหน้าที่กดดันให้ยอมมีความสัมพันธ์
แต่ต้องดู ข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ทั้งหมด ไม่ใช่ว่าคำพูดทุกคำที่ไม่เหมาะสมจะเป็นความผิดฐานคุกคามทางเพศโดยอัตโนมัติ

━━━━━━━━━━━━

👨‍💼 ๒. ถ้าเป็นนายจ้างหรือหัวหน้างานคุกคามลูกจ้าง ผิดกฎหมายแรงงานหรือไม่?
ผิดครับ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑
มาตรา ๑๖
ห้าม
👉 นายจ้าง
👉 หัวหน้างาน
👉 ผู้ควบคุมงาน
👉 ผู้ตรวจงาน
กระทำการล่วงเกิน คุกคาม หรือก่อความเดือดร้อนรำคาญทางเพศต่อลูกจ้าง
หากฝ่าฝืน มาตรา ๑๔๗ กำหนดโทษปรับไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท และในทางดำเนินการปัจจุบัน ความผิดดังกล่าวอยู่ภายใต้กระบวนการปรับเป็นพินัยตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

📌 จำง่าย ๆ
“หัวหน้าคุกคามลูกน้อง”
ไม่ใช่แค่เรื่องผิดระเบียบบริษัท
แต่กฎหมายแรงงาน ห้ามไว้โดยตรง

🚨 ๓. ที่ต้องระวังมากขึ้น คือ ตอนนี้มีความผิดอาญาฐาน “คุกคามทางเพศ” โดยตรงแล้ว
พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๓๐) พ.ศ. ๒๕๖๘ ประกาศเมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ และมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๓๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ เป็นต้นมา

⚖️ มาตรา ๒๘๔/๑
ถ้าคุกคามทางเพศผู้อื่น และการกระทำนั้นยังไม่ถึงขั้นเป็นความผิดฐานอนาจาร
👉 จำคุกไม่เกิน ๑ ปี
👉 หรือปรับไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท
👉 หรือทั้งจำทั้งปรับ

ถ้ากระทำต่อเนื่องหรือทำซ้ำมากกว่าหนึ่งครั้ง จนผู้เสียหายไม่สามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ
👉 จำคุกไม่เกิน ๒ ปี
👉 หรือปรับไม่เกิน ๔๐,๐๐๐ บาท
👉 หรือทั้งจำทั้งปรับ
และหากกระทำในที่สาธารณะ ต่อหน้าคนทั่วไป หรือในระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปเข้าถึงได้
👉 จำคุกไม่เกิน ๓ ปี
👉 หรือปรับไม่เกิน ๖๐,๐๐๐ บาท
👉 หรือทั้งจำทั้งปรับ

🔥 ๔. ถ้า “หัวหน้าใช้อำนาจ” คุกคามลูกน้อง โทษยิ่งชัด
ประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา ๒๘๔/๒
ถ้าการคุกคามเกิดจากการอาศัยอำนาจเหนือผู้ถูกกระทำ เช่น
👨‍💼 ผู้บังคับบัญชา → ลูกน้อง
🏢 นายจ้าง → ลูกจ้าง
📊 ผู้มีอำนาจประเมินผลงาน → ผู้ใต้บังคับบัญชา
มีโทษ
👉 จำคุกไม่เกิน ๓ ปี
👉 หรือปรับไม่เกิน ๖๐,๐๐๐ บาท
👉 หรือทั้งจำทั้งปรับ
เช่น
“ถ้ายอมไปเที่ยวกับพี่ เดี๋ยวเรื่องขึ้นเงินเดือนพี่ช่วยได้”
“อยากผ่านทดลองงานไหม คืนนี้ไปกินข้าวกับพี่ก่อน”
แบบนี้ไม่ใช่เรื่อง “จีบกันเล่น ๆ” อย่างเดียวแล้วนะครับ เพราะมีเรื่อง อำนาจของผู้บังคับบัญชา เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

🏢 ๕. แล้วบริษัทจะถูกลงโทษด้วยทุกกรณีหรือไม่?
❌ ไม่ใช่ครับ
ต้องแยกให้ออกระหว่าง
“ตัวผู้กระทำ”กับ“นายจ้างหรือบริษัท”
ถ้าพนักงานคนหนึ่งคุกคามพนักงานอีกคนหนึ่ง ตัวผู้กระทำอาจมีความผิดอาญาตามมาตรา ๒๘๔/๑ ได้
แต่ไม่ได้หมายความว่าบริษัทจะต้องรับโทษอาญาโดยอัตโนมัติทุกครั้ง
ต้องดูว่าใครเป็นผู้กระทำ มีสถานะเป็นนายจ้างหรือหัวหน้างานหรือไม่ การกระทำนั้นเกี่ยวข้องกับการทำงานอย่างไร และกฎหมายฐานใดกำหนดความรับผิดไว้กับใคร
⚠️ เพราะฉะนั้นอย่าโพสต์หรือบอกพนักงานแบบเหมารวมว่า
“ถ้ามี Sexual Harassment เกิดขึ้นในบริษัท บริษัทผิดและถูกปรับทันที”
คำกล่าวแบบนี้ กว้างเกินกว่าที่กฎหมายบัญญัติ

💰 ๖. นอกจากโทษแรงงานและอาญา ยังอาจมีเรื่องค่าเสียหาย
หากการคุกคามทำให้ผู้เสียหายได้รับความเสียหาย ก็อาจเกิดสิทธิเรียกร้อง ค่าสินไหมทดแทนทางแพ่ง ได้
และในบางกรณีอาจต้องพิจารณาความรับผิดของนายจ้างร่วมด้วย หากการกระทำละเมิดนั้นเกิดขึ้น ในทางการที่จ้าง
📌 แต่ก็ต้องดูข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี
ไม่ใช่ว่าลูกจ้างทำผิดเรื่องส่วนตัวทุกอย่างแล้วบริษัทจะต้องรับผิดแทนทั้งหมด

🛡️ ๗. แล้วบริษัทควรทำอะไร?
ตรงนี้ต้องแยกให้ชัดว่าเป็น “แนวทางบริหารจัดการ” ไม่ใช่ว่ากฎหมายมาตรา ๑๖ เขียนบังคับรายละเอียดทุกขั้นตอนไว้แบบนี้
✅ กำหนดนโยบาย Anti-Sexual Harassment ให้ชัด
✅ ระบุพฤติกรรมต้องห้ามไว้ในข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน
✅ มีช่องทางร้องเรียนที่ไม่ต้องผ่านหัวหน้าผู้ถูกร้อง
✅ รักษาความลับของผู้ร้องและพยาน
✅ ตั้งคณะกรรมการสอบสวนที่เป็นกลาง
✅ เก็บหลักฐาน LINE, Email, CCTV และพยานบุคคล
✅ ป้องกันการข่มขู่หรือกลั่นแกล้งผู้ร้องเรียน
✅ ลงโทษทางวินัยตามข้อเท็จจริงและความร้ายแรงของการกระทำ
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเองมีการส่งเสริมแนวปฏิบัติในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศในสถานประกอบกิจการด้วย

📌 สรุปแบบสั้นที่สุด
คุกคามทางเพศในที่ทำงาน อาจเจอถึง ๓ เรื่องพร้อมกัน
⚖️ กฎหมายแรงงาน
นายจ้างหรือหัวหน้างานคุกคามลูกจ้าง
→ ผิดมาตรา ๑๖
→ โทษตามมาตรา ๑๔๗ ปรับไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท

🚔 กฎหมายอาญา
ผู้ใดคุกคามทางเพศ
→ อาจผิดมาตรา ๒๘๔/๑
ถ้าใช้อำนาจในฐานะนายจ้างหรือผู้บังคับบัญชาคุกคามผู้ใต้บังคับบัญชา
→ อาจผิดมาตรา ๒๘๔/๒
→ โทษถึง จำคุกไม่เกิน ๓ ปี ปรับไม่เกิน ๖๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

💰 กฎหมายแพ่ง
ถ้าเกิดความเสียหาย
→ อาจมีการเรียกค่าสินไหมทดแทนเพิ่มเติม
🚨 ข้อควรจำ
“ไม่ได้จับตัว” ไม่ได้แปลว่า “ไม่ผิด”
“พูดเล่น” ไม่ได้แปลว่า “ไม่เป็นคุกคาม”
และ “เกิดขึ้นในบริษัท” ก็ไม่ได้แปลว่า “บริษัทต้องรับโทษทุกกรณี”
ต้องพิจารณาว่า
ใครทำ — ทำอะไร — ทำกับใคร — มีอำนาจเหนือหรือไม่ — เกิดความเสียหายอย่างไร
เรื่อง Sexual Harassment วันนี้ จึงไม่ใช่เรื่องที่ HR ควรแก้ด้วยประโยคว่า
“เขาคงแค่ล้อเล่น อย่าคิดมาก”
เพราะบางครั้ง...สิ่งที่คนหนึ่งคิดว่าเป็นเรื่องเล่น ๆ
อาจเป็น ความผิดตามกฎหมายของอีกคนหนึ่งได้

#กฎหมายแรงงาน #บริหารทรัพยากรบุคคล ืออาชีพ #บริหารความเสี่ยง #แรงงานต่างด้าว #คดีแรงงาน

เรียบเรียงข้อความโดย HR-ปลายแถว
ติดตามได้ที่ https://www.facebook.com/PBPCenter

⚖️ คุกคามทางเพศด้วยคำพูด ไม่แตะตัว ก็อาจถูกเลิกจ้างได้!📌 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๑๖๑๐/๒๕๕๔🔎 เกิดอะไรขึ้น?ลูกจ้างดำรงตำแหน่ง...
05/08/2026

⚖️ คุกคามทางเพศด้วยคำพูด ไม่แตะตัว ก็อาจถูกเลิกจ้างได้!

📌 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๑๖๑๐/๒๕๕๔

🔎 เกิดอะไรขึ้น?
ลูกจ้างดำรงตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการเงินและบริหาร ถือเป็นผู้บริหารระดับสูงที่สามารถให้คุณให้โทษแก่พนักงานได้

แต่กลับมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมต่อพนักงานหญิงหลายครั้ง เช่น
🔸 พูดจาเกี้ยวพาราสีและใช้ถ้อยคำลามกเกี่ยวกับเรื่องเพศ
🔸 ชักชวนผู้ใต้บังคับบัญชาให้มีความสัมพันธ์ทางเพศ
🔸 จ้องมองบริเวณหน้าอกของพนักงานหญิง
🔸 พูดหรือแสดงท่าทางในลักษณะทางเพศระหว่างการทำงาน

พฤติกรรมดังกล่าวทำให้พนักงานหญิงรู้สึกอับอาย หวาดกลัว ไม่กล้าเข้าไปในห้องทำงาน และไม่ต้องการอยู่ทำงานในช่วงเย็นตามลำพัง

⚖️ ศาลฎีกาวินิจฉัยอย่างไร?
ศาลเห็นว่า พฤติกรรมของผู้จัดการดังกล่าวเป็นการประพฤติตนไม่เหมาะสมเกี่ยวกับเรื่องเพศ และส่งผลให้พนักงานหญิงรู้สึกอับอายและหวาดกลัว

จึงถือเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกรณีร้ายแรง นายจ้างสามารถเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยได้ และการเลิกจ้างดังกล่าวไม่ถือเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม

🚫 ไม่ต้องสัมผัสร่างกาย ก็อาจเป็นการคุกคามทางเพศได้
การคุกคามทางเพศไม่ได้จำกัดเฉพาะการจับ กอด แตะต้อง หรือลวนลามร่างกายเท่านั้น
คำพูด การล้อเลียน การชักชวน การแสดงท่าทาง หรือการจ้องมองในเชิงเพศ หากทำให้ผู้ถูกกระทำรู้สึกอับอาย หวาดกลัว อึดอัด หรือไม่ปลอดภัยในการทำงาน ก็อาจเข้าข่ายการคุกคามทางเพศและเป็นความผิดทางวินัยได้
โดยเฉพาะเมื่อผู้กระทำเป็นหัวหน้างานหรือผู้บริหาร ซึ่งมีอำนาจประเมินผลงาน ให้คุณ ให้โทษ หรือมีอิทธิพลต่อความก้าวหน้าในการทำงานของผู้ถูกกระทำ

📚 กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
🔹 พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๖
กฎหมายห้ามนายจ้าง หัวหน้างาน ผู้ควบคุมงาน หรือผู้ตรวจงาน กระทำการล่วงเกิน คุกคาม หรือก่อความเดือดร้อนรำคาญทางเพศต่อลูกจ้าง
ดังนั้น การอ้างว่าเป็นเพียงการพูดเล่น หยอกล้อ หรือไม่มีเจตนาจริง ไม่ได้ทำให้ผู้กระทำพ้นจากความรับผิดเสมอไป ต้องพิจารณาลักษณะของคำพูด พฤติการณ์ และผลที่เกิดกับผู้ถูกกระทำด้วย

🔹 พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๑๙ (๔)
หากลูกจ้างฝ่าฝืนข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งของนายจ้างที่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม นายจ้างต้องตักเตือนเป็นหนังสือก่อน
แต่ถ้าการกระทำนั้นเป็นความผิดร้ายแรง นายจ้างไม่จำเป็นต้องออกหนังสือเตือนก่อน และสามารถเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยได้

⚠️ ต้องระวัง ไม่ใช่คำพูดทุกคำจะเป็นความผิดร้ายแรงโดยอัตโนมัติ
การพิจารณาว่าเป็นความผิดร้ายแรงหรือไม่ ต้องดูข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี เช่น
🔸 ถ้อยคำหรือพฤติกรรมรุนแรงเพียงใด
🔸 เกิดขึ้นครั้งเดียวหรือเกิดซ้ำหลายครั้ง
🔸 ผู้กระทำเป็นหัวหน้างานหรือมีอำนาจเหนือกว่าหรือไม่
🔸 ผู้ถูกกระทำแสดงความไม่พอใจหรือปฏิเสธแล้วหรือไม่
🔸 พฤติกรรมส่งผลต่อความปลอดภัยและการทำงานเพียงใด
🔸 มีพยาน ข้อความ ภาพ เสียง หรือหลักฐานสนับสนุนหรือไม่

แม้ข้อบังคับของบริษัทจะเขียนว่าเป็น “ความผิดร้ายแรง” ศาลยังมีอำนาจตรวจสอบจากลักษณะการกระทำและพฤติการณ์จริงว่า ร้ายแรงเพียงพอหรือไม่

🏢 นายจ้างควรดำเนินการอย่างไรเมื่อได้รับเรื่องร้องเรียน?
แนวปฏิบัติที่เหมาะสม คือ
✅ รับเรื่องร้องเรียนโดยรักษาความลับ
✅ คุ้มครองผู้ร้องเรียนไม่ให้ถูกกลั่นแกล้งหรือตอบโต้
✅ แยกผู้ร้องและผู้ถูกร้องออกจากกันเท่าที่จำเป็น
✅ สอบสวนข้อเท็จจริงอย่างเป็นกลาง
✅ เปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายนำเสนอพยานหลักฐาน
✅ พิจารณาลงโทษตามข้อเท็จจริงและความร้ายแรงของการกระทำ

ขั้นตอนดังกล่าวเป็นแนวปฏิบัติที่ช่วยให้การลงโทษมีความเป็นธรรมและลดความเสี่ยงในการเกิดข้อพิพาท ไม่ใช่บทบัญญัติที่กำหนดรูปแบบการสอบสวนตายตัวสำหรับนายจ้างเอกชนทุกแห่ง

👥 กรณีผู้กระทำเป็นเพื่อนร่วมงานระดับเดียวกัน
มาตรา ๑๖ ระบุตัวผู้กระทำไว้เฉพาะนายจ้าง หัวหน้างาน ผู้ควบคุมงาน หรือผู้ตรวจงาน
แต่หากผู้กระทำเป็นเพื่อนร่วมงานระดับเดียวกัน พฤติกรรมดังกล่าวก็ยังอาจเป็นความผิดตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน รวมถึงอาจก่อให้เกิดความรับผิดตามกฎหมายแพ่งหรือกฎหมายอาญาได้ แล้วแต่ลักษณะของการกระทำและพยานหลักฐาน

📣 สรุป
“พูดเล่นเรื่องเพศ” อาจไม่ใช่เรื่องเล่นสำหรับผู้ถูกกระทำ
แม้ไม่มีการสัมผัสร่างกาย แต่หากคำพูดหรือพฤติกรรมมีลักษณะคุกคาม ทำให้เกิดความอับอาย หวาดกลัว หรือไม่ปลอดภัยในการทำงาน ก็อาจเป็นความผิดทางวินัยร้ายแรง และอาจถูกเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยได้
อย่างไรก็ตาม นายจ้างต้องมีข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ชัดเจน ไม่ควรลงโทษหรือตัดสินจากคำกล่าวหาเพียงฝ่ายเดียว

#กฎหมายแรงงาน #บริหารทรัพยากรบุคคล ืออาชีพ #บริหารความเสี่ยง #แรงงานต่างด้าว #คดีแรงงาน
เรียบเรียงข้อความโดย HR-ปลายแถว
ติดตามได้ที่ https://www.facebook.com/PBPCenter
ตรวจสอบการสะกดภาษาไทยให้ถูกต้อง ใช้ตัวเลขไทยทั้งหมด จัดลำดับข้อความให้อ่านง่ายบนโทรศัพท์ และไม่ใส่ข้อความอื่นนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ข้างต้น

📌 หนังสือรับรองการทำงาน กับหนังสือรับรองเงินเดือน ต่างกันอย่างไร?หลายคนเข้าใจว่าเอกสารทั้งสองอย่างเหมือนกัน แต่จริง ๆ แล...
24/07/2026

📌 หนังสือรับรองการทำงาน กับหนังสือรับรองเงินเดือน ต่างกันอย่างไร?

หลายคนเข้าใจว่าเอกสารทั้งสองอย่างเหมือนกัน แต่จริง ๆ แล้ว ใช้คนละเรื่อง และมีผลทางกฎหมายต่างกัน มาดูแบบเข้าใจง่าย ๆ กันครับ 👇

📄 หนังสือรับรองการทำงาน หรือหนังสือผ่านงาน
เป็นเอกสารที่ใช้ยืนยันว่า ลูกจ้างเคยทำงานกับนายจ้าง
โดยควรระบุข้อมูลสำคัญ ได้แก่
✅ เริ่มทำงานวันไหน
✅ สิ้นสุดการทำงานวันไหน
✅ ทำงานตำแหน่งอะไร
✅ มีลักษณะหรือหน้าที่การงานอย่างไร

⚖️ กฎหมายกำหนดไว้อย่างไร?
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๘๕ กำหนดว่า เมื่อการจ้างแรงงานสิ้นสุดลง ลูกจ้างมีสิทธิได้รับใบสำคัญแสดงว่า
➡️ ลูกจ้างทำงานมานานเท่าใด และ
➡️ งานที่ทำนั้นเป็นงานอย่างไร
ดังนั้น ไม่ว่าลูกจ้างจะลาออก ถูกเลิกจ้าง สัญญาจ้างครบกำหนด หรือถูกเลิกจ้างเพราะกระทำผิด ลูกจ้างก็ยังมีสิทธิเรียกร้องหนังสือรับรองการทำงานได้ เพราะหนังสือนี้รับรอง “ประวัติการทำงาน” ไม่ใช่หนังสือตัดสินว่าลูกจ้างเป็นคนดีหรือคนผิด

🛡️ เขียนหนังสือผ่านงานอย่างไรให้ปลอดภัย?
กฎหมายไม่ได้เขียนห้ามนายจ้างใส่ข้อมูลอื่นไว้โดยตรง แต่เพื่อป้องกันปัญหาและข้อพิพาท นายจ้างควรระบุเฉพาะข้อเท็จจริงที่จำเป็น ได้แก่
✅ ระยะเวลาการทำงาน
✅ ตำแหน่งงาน
✅ ลักษณะหรือหน้าที่ของงาน
คำว่า “ตำแหน่งงาน” แม้ไม่ได้เขียนไว้ตรง ๆ ในมาตรา ๕๘๕ แต่เป็นข้อมูลที่ช่วยอธิบายว่า ลูกจ้างทำงานอะไรและงานนั้นมีลักษณะอย่างไร

🚫 ไม่ควรใส่ข้อความที่ไม่จำเป็น เช่น เหตุที่ถูกเลิกจ้าง ประวัติการลงโทษทางวินัย ความขัดแย้ง หรือความคิดเห็นเชิงตำหนิลูกจ้าง เพราะถ้าข้อความไม่ถูกต้องหรือทำให้ลูกจ้างเสียหาย อาจกลายเป็นข้อพิพาทตามมาได้

💰 หนังสือรับรองเงินเดือนคืออะไร?
เป็นเอกสารที่นายจ้างออกเพื่อรับรองว่า ลูกจ้าง
✅ ปัจจุบันทำงานอยู่กับบริษัท
✅ ดำรงตำแหน่งอะไร
✅ ได้รับเงินเดือนหรือรายได้จำนวนเท่าใด
มักใช้ประกอบการขอสินเชื่อ ซื้อบ้าน ซื้อรถ ทำบัตรเครดิต หรือยื่นขอวีซ่า

⚠️ กฎหมายบังคับให้นายจ้างต้องออกหรือไม่?
โดยทั่วไป พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ ไม่ได้มีบทบัญญัติที่บังคับให้นายจ้างเอกชนทุกแห่งต้องออกหนังสือรับรองเงินเดือนทุกครั้งที่ลูกจ้างร้องขอ
การออกหนังสือรับรองเงินเดือนจึงมักขึ้นอยู่กับ
🔹 สัญญาจ้าง
🔹 ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน
🔹 ข้อตกลงสภาพการจ้าง
🔹 ระเบียบหรือนโยบายของบริษัท
🔹 แนวปฏิบัติที่นายจ้างเคยใช้กับลูกจ้าง

ข้อสรุปนี้เป็นการพิจารณาจากบทบัญญัติทั่วไปของพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานและฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งไม่พบข้อกำหนดทั่วไปเรื่องการออกหนังสือรับรองเงินเดือน

🔍 สรุปง่าย ๆ
📄 หนังสือรับรองการทำงานหรือหนังสือผ่านงาน
รับรองว่า
“เคยทำงานที่นี่นานเท่าใด และทำงานอะไร”
✅ ลูกจ้างมีสิทธิเรียกร้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๘๕ เมื่อการจ้างสิ้นสุดลง
💰 หนังสือรับรองเงินเดือน
รับรองว่า
“ปัจจุบันทำงานอยู่และได้รับเงินเดือนเท่าใด”
❌ กฎหมายคุ้มครองแรงงานไม่ได้บังคับให้นายจ้างต้องออกเป็นการทั่วไป ต้องดูสัญญา ข้อบังคับ ข้อตกลง หรือระเบียบของบริษัทประกอบด้วย

📣 จำสั้น ๆ
“หนังสือผ่านงาน กฎหมายให้สิทธิเรียกร้องเมื่อออกจากงาน
หนังสือรับรองเงินเดือน โดยทั่วไปขึ้นอยู่กับระเบียบและข้อตกลงของนายจ้าง”

#กฎหมายแรงงาน #บริหารทรัพยากรบุคคล ืออาชีพ #บริหารความเสี่ยง #แรงงานต่างด้าว #คดีแรงงาน
เรียบเรียงข้อความโดย HR-ปลายแถว
ติดตามได้ที่ https://www.facebook.com/PBPCenter

⚖️ ทำร้ายผู้บังคับบัญชาระหว่างปฏิบัติหน้าที่ นายจ้างเลิกจ้างได้ทันทีหรือไม่?📌 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๒๐๓๐/๒๕๒๘คดีนี้ ลูกจ้า...
22/07/2026

⚖️ ทำร้ายผู้บังคับบัญชาระหว่างปฏิบัติหน้าที่ นายจ้างเลิกจ้างได้ทันทีหรือไม่?

📌 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๒๐๓๐/๒๕๒๘
คดีนี้ ลูกจ้างได้ทำร้ายผู้บังคับบัญชาในระหว่างการประชุมพนักงาน ซึ่งขณะนั้นผู้บังคับบัญชากำลังปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการบริหารงานของนายจ้าง

👊 ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า
การทำร้ายผู้บังคับบัญชาไม่ได้เป็นเพียงความผิดอาญาที่กระทำต่อตัวบุคคลเท่านั้น แต่ยังแสดงถึงการไม่เคารพยำเกรงผู้บังคับบัญชา และกระทบต่อระบบการปกครองบังคับบัญชาภายในสถานประกอบการโดยตรง

🚨 เหตุใดจึงถือเป็นความผิดร้ายแรง?
เพราะหากปล่อยให้ลูกจ้างใช้กำลังทำร้ายผู้บังคับบัญชาที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ ย่อมทำให้พนักงานคนอื่นไม่เคารพคำสั่ง เกิดความเสียหายต่อระเบียบวินัย และทำให้นายจ้างไม่สามารถบริหารงานได้ตามปกติ

⚠️ ผลทางกฎหมาย
ศาลเห็นว่าเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานในกรณีร้ายแรง นายจ้างจึงสามารถ
❌ เลิกจ้างได้โดยไม่ต้องออกหนังสือเตือนก่อน
❌ ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย
❌ ไม่ต้องให้โอกาสแก้ไขความประพฤติก่อนเลิกจ้าง

🔎 หลักสำคัญจากคำพิพากษานี้
การทำร้ายผู้บังคับบัญชาที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ ไม่ได้กระทบเฉพาะร่างกายหรือศักดิ์ศรีของผู้บังคับบัญชาเท่านั้น แต่ยังกระทบถึงอำนาจการบริหาร การปกครอง และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของนายจ้างด้วย

✅ สรุปภาษาชาวบ้าน
ลูกจ้างจะไม่พอใจหัวหน้าหรือคำสั่งของบริษัทเพียงใด ก็ไม่มีสิทธิใช้กำลังทำร้ายผู้บังคับบัญชา โดยเฉพาะขณะที่ผู้บังคับบัญชากำลังทำหน้าที่เกี่ยวกับงาน เพราะถือเป็นความผิดร้ายแรงที่นายจ้างอาจเลิกจ้างได้ทันทีโดยไม่ต้องเตือนและไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย

📝 ข้อควรระวังสำหรับนายจ้าง
ก่อนเลิกจ้างควรสอบสวนข้อเท็จจริงให้ครบถ้วน มีพยานหรือหลักฐานยืนยันการทำร้าย และระบุเหตุแห่งการเลิกจ้างไว้ในหนังสือเลิกจ้างอย่างชัดเจน เพราะการพิจารณาว่าเป็นความผิดร้ายแรงหรือไม่ ต้องดูพฤติการณ์ของแต่ละกรณีประกอบกัน

#กฎหมายแรงงาน #บริหารทรัพยากรบุคคล ืออาชีพ #บริหารความเสี่ยง #แรงงานต่างด้าว #คดีแรงงาน
เรียบเรียงข้อความโดย HR-ปลายแถว
ติดตามได้ที่ https://www.facebook.com/PBPCenter

⚖️ ลูกจ้างชกต่อยหรือข่มขู่ผู้บังคับบัญชา นายจ้างเลิกจ้างได้หรือไม่?📌 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๔๕๑๙/๒๕๓๑คดีนี้ ลูกจ้างชกต่อยผู...
22/07/2026

⚖️ ลูกจ้างชกต่อยหรือข่มขู่ผู้บังคับบัญชา นายจ้างเลิกจ้างได้หรือไม่?

📌 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๔๕๑๙/๒๕๓๑
คดีนี้ ลูกจ้างชกต่อยผู้บังคับบัญชาขณะเปลี่ยนกะ ต่อหน้าพนักงานจำนวนมาก โดยสาเหตุเกิดจากเรื่องการทำงาน
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การกระทำดังกล่าวไม่ใช่เพียงความผิดอาญาเท่านั้น แต่ยังแสดงถึงความก้าวร้าว ไม่ให้เกียรติ และไม่เคารพผู้บังคับบัญชาซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่ ทำให้นายจ้างเสียหายต่อระบบการปกครองและการบังคับบัญชา

🚨 ผลของคดี
ถือเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานในกรณีร้ายแรง นายจ้างจึงสามารถเลิกจ้างได้ทันที โดย
❌ ไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า
❌ ไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า
❌ ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย

🔎 นำมาใช้กับกรณีข่มขู่ HR หรือผู้บริหารได้อย่างไร?
หากลูกจ้างข่มขู่ HR หัวหน้างาน หรือผู้บริหาร ในขณะที่บุคคลดังกล่าวกำลังดำเนินการตามหน้าที่ เช่น
• ตรวจสอบสารเสพติด
• สอบสวนข้อเท็จจริง
• แจ้งคำสั่งทางวินัย
• สั่งให้ลูกจ้างไปบำบัดรักษา
• ดำเนินการตามระเบียบของบริษัท
การข่มขู่ดังกล่าวย่อมเกี่ยวข้องกับการทำงานโดยตรง และกระทบต่ออำนาจการปกครองบังคับบัญชาของนายจ้าง

⚠️ ข้อสำคัญที่นายจ้างต้องระวัง
คำพิพากษานี้ไม่ได้วางหลักว่า ผู้บังคับบัญชาหรือ HR เป็น “นายจ้าง” ตามมาตรา ๑๑๙ (๑) ในทุกกรณี
ฐานกฎหมายที่ใกล้เคียงและมีน้ำหนักมากที่สุด คือ

👉 การฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานในกรณีร้ายแรง ตามมาตรา ๑๑๙ (๔)
ดังนั้น ก่อนเลิกจ้าง นายจ้างควรสอบสวนให้ชัดเจนว่า
✅ มีคำพูดหรือพฤติการณ์ข่มขู่จริง
✅ ผู้ถูกข่มขู่กำลังปฏิบัติหน้าที่แทนนายจ้าง
✅ การข่มขู่เกี่ยวข้องกับเรื่องงาน
✅ มีพยาน เอกสาร คลิปเสียง หรือหลักฐานสนับสนุน
✅ พฤติการณ์ร้ายแรงจนไม่สามารถทำงานร่วมกันต่อไปได้

💬 สรุปภาษาชาวบ้าน
ลูกจ้างจะโกรธหรือไม่พอใจคำสั่งก็ได้ แต่ไม่มีสิทธิชกต่อยหรือข่มขู่ HR และผู้บังคับบัญชาที่กำลังทำหน้าที่ เพราะการกระทำเช่นนี้ไม่ได้กระทบเฉพาะตัวบุคคล แต่กระทบถึงระบบการบริหารและอำนาจปกครองของนายจ้างด้วย
หากข้อเท็จจริงและหลักฐานชัดเจน นายจ้างอาจเลิกจ้างได้ทันทีโดยไม่จ่ายค่าชดเชย แต่ต้องพิจารณาเป็นรายกรณีอย่างรอบคอบ

#กฎหมายแรงงาน #บริหารทรัพยากรบุคคล ืออาชีพ #บริหารความเสี่ยง #แรงงานต่างด้าว #คดีแรงงาน
เรียบเรียงข้อความโดย HR-ปลายแถว
ติดตามได้ที่ https://www.facebook.com/PBPCenter

เอามาจาอท่านทนาย  # Chookiat Ketchoo  นะครับการคุกคามทางเพศในที่ทำงาน ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น และไม่จำเป็นต้องถึงขั้นสัมผัสร...
22/07/2026

เอามาจาอท่านทนาย # Chookiat Ketchoo นะครับ
การคุกคามทางเพศในที่ทำงาน ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น และไม่จำเป็นต้องถึงขั้นสัมผัสร่างกาย
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 16 ห้ามนายจ้าง ผู้บังคับบัญชา หัวหน้างาน หรือผู้ตรวจงาน ล่วงเกิน คุกคาม หรือก่อความเดือดร้อนรำคาญทางเพศต่อลูกจ้าง
คำพูดสองแง่สองง่าม การจ้องมอง การส่งข้อความหรือภาพเชิงเพศ การแตะต้องโดยไม่ยินยอม รวมถึงการใช้อำนาจในงานแลกกับเรื่องทางเพศ ล้วนเป็นพฤติกรรมที่องค์กรต้องไม่เพิกเฉย
เมื่อเกิดเหตุ ควรบันทึกข้อเท็จจริง เก็บหลักฐาน และแจ้งผ่านช่องทางที่องค์กรกำหนดโดยเร็ว
สถานที่ทำงานที่ดี ต้องปลอดภัย เคารพศักดิ์ศรี และไม่ยอมรับการคุกคามทางเพศ
#คุกคามทางเพศในที่ทำงาน #กฎหมายแรงงาน #ทนายโจ

🎉 ยกระดับความเป็นมืออาชีพด้าน HR และกฎหมายแรงงานด้วยสมาชิก PBP-PERSONAL สำหรับบุคคลทั่วไปเพียงปีละ 1,060 บาท รวม VAT แล้...
17/07/2026

🎉 ยกระดับความเป็นมืออาชีพด้าน HR และกฎหมายแรงงาน
ด้วยสมาชิก PBP-PERSONAL สำหรับบุคคลทั่วไป

เพียงปีละ 1,060 บาท รวม VAT แล้ว
เฉลี่ยเพียงวันละไม่ถึง 3 บาท ก็เข้าถึงข้อมูล เอกสาร และองค์ความรู้ที่จำเป็นสำหรับการทำงานด้านทรัพยากรบุคคลได้ตลอดทั้งปี

สิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิก
✅ ดาวน์โหลดไฟล์เอกสารมาตรฐานฝ่ายทรัพยากรบุคคลและธุรการ พร้อมนำไปปรับใช้ในการทำงาน ผ่าน https://pbpcenter.com/
✅ รับข่าวสารและอัปเดตกฎหมายแรงงานที่สำคัญ ผ่านกลุ่ม VVIP-PBP เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการใช้ข้อมูลที่ล้าสมัย
✅ ขอคำปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาการทำงานด้าน HR และแรงงาน ผ่านกลุ่ม VVIP-PBP
✅ เข้าอบรมออนไลน์ฟรี ปีละไม่น้อยกว่า 3 หลักสูตร เพิ่มพูนความรู้และทักษะที่นำไปใช้ได้จริง
✅ รับส่วนลด 5% สำหรับค่าสัมมนาและค่าอบรมทุกหลักสูตรที่จัดโดย PBP
✅ สามารถขอรับบริการจัดหาตัวแทนนายจ้างและทีมทนายความ เมื่อเกิดข้อพิพาทด้านแรงงาน โดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามขอบเขตงาน

เหมาะสำหรับ
🔹 เจ้าหน้าที่และผู้บริหารฝ่ายทรัพยากรบุคคล
🔹 เจ้าของกิจการและผู้ประกอบการ
🔹 หัวหน้างานและผู้จัดการ
🔹 ผู้ที่สนใจงาน HR และกฎหมายแรงงาน
🔹 ผู้ที่ต้องการเอกสารมาตรฐานเพื่อใช้ในการทำงานอย่างมืออาชีพ

ไม่ต้องเสียเวลาค้นหาเอกสารจากหลายแหล่ง และไม่ต้องรับมือกับปัญหางาน HR เพียงลำพัง เพราะสมาชิก PBP-PERSONAL ช่วยให้คุณมีทั้งเอกสาร ความรู้ ข่าวสาร และช่องทางขอคำปรึกษาในที่เดียว

💙 สมัครวันนี้ เพียง 1,060 บาท ใช้งานได้ตลอด 1 ปี

ดูรายละเอียดและสมัครสมาชิกได้ที่
👉 https://pbpcenter.com/auth/register

PBP-PERSONAL
“ผู้ช่วยด้าน HR และกฎหมายแรงงานที่คุ้มค่า สำหรับคนทำงานมืออาชีพ”

#กฎหมายแรงงาน #บริหารทรัพยากรบุคคล ืออาชีพ #เจ้าของกิจการ #พัฒนาความรู้

ที่อยู่

Samut Sakhon
7400

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ PBP-Centerผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์