Suratthani Business Forum - SBF

Suratthani Business Forum - SBF ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Suratthani Business Forum - SBF, หน่วยงานให้คำปรึกษา, Surat Thani.

"เพจนี้ปรับบทบาทเป็น Surat Thani Business Forum (SBF) เพื่อเป็นพื้นที่รวมคนทำงานพัฒนาสุราษฎร์ธานี เนื้อหา แม่น้ำตาปี-บ้านดอน ยังเป็นหัวใจเดิมเพิ่มเติมคือการเชื่อข้อมูล โอกาส และความร่วมมือเพื่อเมืองของเรา"

‘คนไทยเก่ง AI แต่องค์กรยังต่อยอดไม่เป็น’ Microsoft ชี้ 5 อาการน่าห่วง พร้อมทางแก้ที่ธุรกิจต้องเร่งปรับใช้ทุกวันนี้พนักงา...
08/08/2026

‘คนไทยเก่ง AI แต่องค์กรยังต่อยอดไม่เป็น’ Microsoft ชี้ 5 อาการน่าห่วง พร้อมทางแก้ที่ธุรกิจต้องเร่งปรับใช้
ทุกวันนี้พนักงานจำนวนมากเริ่มใช้ AI ช่วยคิด วิเคราะห์ สรุปข้อมูล และลดเวลาทำงานด้วยตัวเอง แต่ความเก่งเหล่านี้ยังเกิดแบบรายคน ใครเจอคำสั่งที่ดีหรือวิธีทำงานที่เวิร์กก็มักเก็บไว้ใช้เอง ความรู้จึงกระจุกอยู่ตามแชตส่วนตัว ไฟล์ส่วนบุคคล มากกว่าจะถูกส่งต่อเป็นวิธีทำงานของทั้งทีม
รายงาน Work Trend Index 2026 ของ Microsoft พบว่า คนทำงานไทยใช้ AI ในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก แต่หลายองค์กรยังเปลี่ยนสิ่งที่พนักงานเรียนรู้จาก AI ให้กลายเป็นระบบงานที่คนอื่นใช้ต่อได้ค่อนข้างน้อย โจทย์ของบริษัทไทยจึงเริ่มขยับจากการผลักดันให้คน “ใช้ AI เป็น” ไปสู่การทำให้ความเก่งรายคนกลายเป็นความสามารถของทั้งองค์กร
[ คนไทยเก่ง AI จริง แต่ยังเก่งกันเป็นรายคน ]
ผลสำรวจสะท้อนว่า คนทำงานไทยเปิดรับ AI ค่อนข้างมาก และเริ่มใช้กับงานที่ซับซ้อนเกินกว่าการค้นข้อมูลหรือร่างข้อความทั่วไป
- 32% ของผู้ใช้ AI ในไทยอยู่ในกลุ่มผู้ใช้งานระดับสูง มากกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกราวสองเท่า
- 89% ใช้ผลลัพธ์จาก AI เป็นข้อมูลตั้งต้น ก่อนนำไปคิดและพัฒนาต่อด้วยตัวเอง
- 86% ของผู้ใช้ระดับสูงระบุว่า AI ช่วยให้สร้างงานรูปแบบใหม่ที่เคยทำไม่ได้
- 75% ของผู้ใช้ AI ทั่วไปในไทยสามารถทำงานใหม่ที่ยังทำไม่ได้เมื่อปีก่อนได้แล้ว
แต่เมื่อมองในระดับองค์กร กลับมีทีมงานไทยเพียงประมาณ 2 ใน 10 ทีม ที่นำวิธีใช้ AI ซึ่งทดลองแล้วได้ผล มาพัฒนาเป็นขั้นตอนให้คนอื่นใช้ต่อได้ เท่ากับว่าบริษัทอาจมีพนักงานเก่ง AI อยู่หลายคน แต่ความเก่งยังแยกกันเป็นจุดๆ และเก็บวิธีการใช้งานนั้นไว้กับตัว
[ เช็ก 5 อาการ บริษัทกำลังตามพนักงานไม่ทันหรือเปล่า? ]
1. ทุกคนใช้ AI แต่ตอบไม่ได้ว่าวิธีไหนดีที่สุด - พนักงานต่างคนต่างใช้เครื่องมือ คำสั่ง และมาตรฐานตรวจงานของตัวเอง ทำให้วิธีที่ได้ผลยังถูกนำมาแชร์และพัฒนาเป็นแนวทางร่วมกันได้น้อย
2. AI ทำให้งานเร็วขึ้น แต่กระบวนการยังเหมือนเดิม - แม้ AI จะช่วยให้งานบางส่วนเร็วขึ้น แต่ขั้นตอนซ้ำ ระบบอนุมัติ และคอขวดเดิมยังอยู่ครบ เวลารวมของงานจึงแทบไม่ลดลง
3. ผู้บริหารพูดเรื่อง AI แต่พนักงานต้องหาเวลาทดลองเอง - แม้คนทำงานไทย 51% จะเห็นว่าผู้บริหารมีทิศทางด้าน AI ชัดเจน แต่มีผู้บริหารราวหนึ่งในสามที่จัดเวลาให้ได้เรียนรู้ และทดลองจริงๆ โดยไม่ต้องรับความเสี่ยงเมื่อทำพลาด
4. วิธีที่ได้ผลหายไปพร้อมกับคนที่คิดขึ้นมา - แม้หัวหน้างาน 8 ใน 10 คนจะเปิดให้ทดลอง แต่มีเพียง 2 ใน 10 ทีมที่นำวิธีได้ผลมาทำเป็นขั้นตอนมาตรฐานให้คนอื่นใช้ต่อ เมื่อเจ้าของวิธีย้ายทีม ลาออก หรือลาหยุด ทั้งทีมก็ทำอะไรต่อไม่ได้
5. พนักงานกลัวตาม AI ไม่ทัน แต่ยังใช้ทำงานแบบเดิม
คนทำงานไทยถึง 85% กังวลว่าจะตามเทคโนโลยีไม่ทัน แต่ 60% ยังใช้ AI สนับสนุนเป้าหมายงานเดิม มากกว่าปรับแนวทางหรือระบบการทำงาน สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการขาดทิศทางที่ชัดเจนว่า บริษัทต้องการผลลัพธ์แบบไหนถืงเรียกว่าสำเร็จ พนักงานจึงเลือกใช้ AI กับงานที่ปลอดภัยก่อน เช่น สรุปข้อความ ร่างอีเมล หรือหาไอเดีย
Microsoft เรียกช่องว่างระหว่างความพร้อมของพนักงานกับความพร้อมของระบบว่า Transformation Paradox หรือภาวะที่คนเดินหน้าเรื่อง AI แต่ยังติดอยู่ในกระบวนการทำงานแบบเดิมขององค์กร
[ 3 ทางอัปเกรดบริษัทให้ทันพนักงาน ]
1. เปลี่ยนจาก ‘สอนใช้ AI’ เป็น ‘สอนคิด และตรวจ AI’
พนักงานต้องรู้ว่างานแบบไหนเหมาะกับ AI จุดไหนต้องเช็กซ้ำ และเรื่องไหนควรให้คนตัดสิน โดยตอนนี้มีคนทำงานไทย 53% ที่เห็นความสำคัญของการควบคุมคุณภาพผลลัพธ์ และ 45% ที่ให้ความสำคัญกับทักษะคิดวิเคราะห์
2. เปลี่ยนจาก ‘อนุญาตให้ลอง’ เป็น ‘จัดเวลาให้ลอง’
องค์กรควรทำให้การทดลอง AI เป็นส่วนหนึ่งของงานจริง โดยเลือกงานที่ช้า ซ้ำ หรือพลาดบ่อย พร้อมกำหนดคนรับผิดชอบ เวลา เครื่องมือ และตัวชี้วัดให้ชัด
3. เปลี่ยนวิธีที่ได้ผลให้กลายเป็นระบบของบริษัท
เมื่อเจอวิธีใช้ AI ที่ได้ผล องค์กรควรบันทึกขั้นตอน กำหนดข้อมูลที่ใช้ได้และจุดที่ต้องตรวจ ก่อนพัฒนาเป็นมาตรฐานหรือเวิร์กโฟลว์กลาง ซึ่ง Microsoft เรียกว่า Owned Intelligence หรือการเปลี่ยนความเก่งของพนักงานบางคนให้กลายเป็นความสามารถของทั้งองค์กร
ในวันที่พนักงานอัปเกรดตัวเองไปพร้อมกับ AI บริษัทที่ยังปล่อยให้ทุกคนเก่งกันเอง อาจกลายเป็นฝ่ายที่ต้องเร่งตามคนของตัวเองให้ทัน


!

ภาพรวมของสุราษฎร์ธานีความได้เปรียบของ ทำเลและความหลากหลาย แต่จะทำยังไงให้มีพลังมากขึ้น  มีมาตรฐาน และยั่งยืนก็ยังเป็นเรื...
08/08/2026

ภาพรวมของสุราษฎร์ธานีความได้เปรียบของ ทำเลและความหลากหลาย แต่จะทำยังไงให้มีพลังมากขึ้น มีมาตรฐาน และยั่งยืน
ก็ยังเป็นเรื่องที่พวกเราคิด ผลักดันกับทุกภาคส่วน ลองดูข้อมูลที่ช่องนี้สรุปมากันครับ

https://vt.tiktok.com/ZS4qA93dJ/

01/08/2026
ขับรถ 15 นาทีจากบ้านดอนไปท่าข้าม (ใกล้กว่าหลายๆที่ ที่ให้ไป) วันที่  28 ก.ค - 2 ส.ค ที่พิพิธภัณฑ์ธรณีวิทยา อ.พุนพิน สุรา...
29/07/2026

ขับรถ 15 นาทีจากบ้านดอนไปท่าข้าม (ใกล้กว่าหลายๆที่ ที่ให้ไป) วันที่ 28 ก.ค - 2 ส.ค ที่พิพิธภัณฑ์ธรณีวิทยา อ.พุนพิน สุราษฎร์ธานี

มาดู มาชม มาฟัง รวมเรื่องราวในอดีต ความเป็นไป ความเปลี่ยนแปลง ความโชคดี

มาเป็นส่วนหนึ่งของงาน ”๑๑๑ ปี วันสุราษฎร์ธานี นามพระราชทาน“ กันนะครับ

เมื่อเทศบาลถาม แอดมินขอตอบ เพื่อสร้างการพุดดคุยต่อไปในมุมมองของ SBF ที่จะขับเคลื่อน “ย่านสร้างสรรค์สุราษฎร์ธานี (Surat C...
24/07/2026

เมื่อเทศบาลถาม แอดมินขอตอบ เพื่อสร้างการพุดดคุยต่อไป

ในมุมมองของ SBF ที่จะขับเคลื่อน “ย่านสร้างสรรค์สุราษฎร์ธานี (Surat Creative District)

นโยบายการเปิด "จุดผ่อนผัน" 5 จุดนี้ ถือเป็นสัญญาณบวกและโอกาสสำคัญ ในการเริ่มต้นขีบเคลื่อนย่านสร้างสรรค์สุราษฎร์ธานี แต่มีข้อเสนอแนะที่ควรนำไปปรับปรุงเพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิดย่านสร้างสรรค์ ดังนี้ครับ:

1. เห็นด้วยในฐานะ "เครื่องมือสร้าง Foot Traffic"

- การเปิดพื้นที่ให้ค้าขายสอดคล้องกับกลยุทธ์ "ทำน้อย ได้มาก" เพื่อสร้างความตื่นตัวให้เมือง

- สร้างความมีชีวิตชีวา กิจกรรมเหล่านี้จะช่วยสร้างปริมาณคนเดิน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการดึงดูดนักลงทุนและทำให้ตึกร้างในย่านบ้านดอนที่มีอยู่ถึง 19.3% เริ่มกลับมามีผู้เช่า

- ส่งเสริม Night Economy พื้นที่ส่วนใหญ่ที่ประกาศ (จุดที่ 1, 2, 4, 5) เน้นช่วงเย็นถึงดึก ซึ่งตรงกับแนวคิด Night Economy ที่ SBF ต้องการขับเคลื่อนผ่านแผนที่แสงสว่าง (Lighting Master Plan) เพื่อสร้างรายได้ใหม่ให้เมือง

2. ข้อเสนอจาก SBF มองเป็น "Design Partner" เพื่อให้ 5 จุดนี้ไม่เป็นเพียง "ตลาดนัดริมทางทั่วไป" แต่เป็นส่วนหนึ่งของ Creative District SBF เสนอเความคิดเห็นต่อเทศบาลในประเด็นต่อไปนี้:

- ต้อง "เดินได้" ไม่ใช่แค่ "ขายได้" การตั้งแผงขายของต้องมีการออกแบบผัง (Layout) ที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้ขวางทางสัญจรของผู้พิการหรือนักท่องเที่ยว จนเสียอัตลักษณ์เมืองที่น่าเดิน

- ต้องใส่ Identity Design แทนที่จะให้ตั้งแผงอิสระ SBF เสนอแนวคิด Identity Design (สีหลัก, Theme, Font) มาใช้กับรูปแบบของแผงค้า ป้ายราคาสินค้า และเครื่องแต่งกายผู้ค้า เพื่อให้ผู้บริโภครู้สึกว่า "กำลังเดินอยู่ในย่านเดียวกัน" และเป็นพื้นที่ที่ น่าถ่ายรูป ไปพร้อมกัน

- เชื่อมโยงประสบการณ์ (Walking Experience) พื้นที่ทั้ง 5 จุด (เช่น ถนนศรีตาปี, ถนนบ้านดอน, ถนนมิตรเกษม) เทศบาลควรติดตั้ง ป้ายบอกทาง (Wayfinding) หรือระบบ QR Code สื่อความหมายย่านไปพร้อมกับการจัดระเบียบร้านค้า

3. ควรมีบทบาทของ "คณะทำงานร่วม"
ประเด็นเรื่องจุดผ่อนผันนี้ควรเป็น วาระแรก

- SBF ทำหน้าที่ออกแบบภาพจำลอง (Visualizer) ของจุดผ่อนผันที่ดูทันสมัยและสะอาดตา

- มหาวิทยาลัย & นักคิด ช่วยกันออกแบบประเภทสินค้าที่เหมาะสมเพื่อคงอัตลักษณ์ "บ้านดอน" ไม่ให้กลายเป็นสินค้าอุปโภคทั่วไปที่หาซื้อได้ที่ไหนก็ได้

- เทศบาล ทำหน้าที่จัดระเบียบและสนับสนุนพื้นที่สาธารณะตามอำนาจหน้าที่ หรืองบประมาณตามสมควร

กล่าวโดยสรุป SBF "เห็นด้วยอย่างยิ่ง" แต่ต้องเป็นการ ผ่อนผันอย่างมีดีไซน์ โดยใช้ Urban Furniture และ Lighting เข้ามาช่วยยกระดับจากการเป็นแค่ที่ขายของ ให้กลายเป็น "พื้นที่ประสบการณ์สร้างสรรค์" เพื่อให้สุราษฎร์ธานีมีอัตลักษณ์เมืองที่แตกต่างจากจังหวัดอื่นอย่างยั่งยืนครับ

ทีมแอดมิน SBF

#อัตลักษณ์บ้านดอน

#เทศบาลนครสรุาษฎร์ธานี

365 สัปดาห์ ที่สร้าง “วินัย” ไม่ใช่แค่ “ชื่อเสียง”วันนี้แอดมินมีโอกาสได้ดูบทสัมภาษณ์ของ น้อง Nane Royal พร้อมผู้จัดการด้...
15/07/2026

365 สัปดาห์ ที่สร้าง “วินัย” ไม่ใช่แค่ “ชื่อเสียง”

วันนี้แอดมินมีโอกาสได้ดูบทสัมภาษณ์ของ น้อง Nane Royal พร้อมผู้จัดการด้านการตลาดของตลาดนาคา ที่ภูเก็ต ในรายการ ข่าวใส่ไข่ ครบรอบ 13 ปี มีประโยคหนึ่งที่ชวนให้คิดมาก

น้องเริ่มเล่นดนตรีตั้งแต่อายุ 9 ขวบ จนถึง 16 ขวบ (คิดแบบคร่าวๆ) นั่นคือระยะเวลา 7 ปี ๆละ 52 สัปดาห์ รวมประมาณ 364 สัปดาห์

และตลอดเวลาระเวลานั้น น้องขึ้นเวที สัปดาห์ละ 2 วัน ไม่เคยขาด ไม่เคยสาย

สิ่งที่ทำให้แอดมินหยุดคิด ไม่ใช่เรื่องพรสวรรค์ แต่คือ วินัย

หลายคนคิดว่าความสำเร็จเกิดจากการมีเวที มีตลาด หรือมีโอกาส

แต่ความจริงคือ…

เวทีสร้างโอกาสได้ แต่สร้างวินัยให้ใครไม่ได้

หากเด็กคนหนึ่งไม่มีความสม่ำเสมอ ไม่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตัวเองเลือกทำ ต่อให้มีเวทีที่ดีที่สุด มีเครื่องดนตรีที่ดีที่สุด หรือมีคนสนับสนุนมากแค่ไหน ก็อาจไปไม่ถึงปลายทาง

ในทางกลับกัน เด็กที่ยืนหยัดขึ้นเวทีทุกสัปดาห์เป็นเวลาหลายร้อยสัปดาห์ กำลังสร้างสิ่งที่มีค่ากว่าฝีมือ นั่นคือ นิสัยแห่งความเป็นมืออาชีพ

นี่เป็นสิ่งที่น่าคิดสำหรับทุกเมือง

หากวันหนึ่งสุราษฎร์ธานีมีตลาด มีพื้นที่สร้างสรรค์ หรือมีเวทีให้เยาวชนแสดงความสามารถ สิ่งสำคัญที่สุดอาจไม่ใช่การสร้างเวทีให้ใหญ่ที่สุด

แต่คือการสร้าง วัฒนธรรมของการลงมือทำอย่างต่อเนื่อง

เพราะสุดท้ายแล้ว…

เพชรไม่ได้เปล่งประกายเพราะถูกวางอยู่ในตู้โชว์ แต่เปล่งประกายเพราะผ่านการเจียระไนอย่างสม่ำเสมอ

และ “วินัย” คือการเจียระไนที่ดีที่สุด

— Suratthani Business Forum

เครดิตภาพ: รายการ ข่าวใส่ไข่ ครบรอบ 13 ปี ทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32

111 ปี สุราษฎร์ธานี นามพระราชทาน… เรื่องราวที่ควรค่าแก่การมาเห็นด้วยตาตัวเองสุราษฎร์ธานีไม่ได้เป็นเพียงเมืองทางผ่านสู่ทะ...
15/07/2026

111 ปี สุราษฎร์ธานี นามพระราชทาน… เรื่องราวที่ควรค่าแก่การมาเห็นด้วยตาตัวเอง

สุราษฎร์ธานีไม่ได้เป็นเพียงเมืองทางผ่านสู่ทะเล แต่เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และผู้คนที่ร่วมกันสร้างเรื่องราวมายาวนานกว่า 111 ปี

ขอเชิญทุกท่านร่วมชมนิทรรศการพิเศษ “111 ปี สุราษฎร์ธานี นามพระราชทาน” ที่จะพาคุณย้อนรอยจากอดีต สู่ปัจจุบัน และมองไปยังอนาคต ผ่านภาพถ่ายหาชมยาก เรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ และกิจกรรมที่น่าสนใจตลอดการจัดงาน

ภายในงานพบกับ
📸 นิทรรศการภาพประวัติศาสตร์เมืองสุราษฎร์ธานี
🎤 เวทีเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับเมืองสุราษฎร์ฯ
🎭 การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน
🗣️ TED Talk และกิจกรรมพิเศษจากหลายภาคส่วน
📖 เรื่องราวของเมืองที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน

🗓 28 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม 2569
🕘 เวลา 09.30 – 20.00 น.
📍 พิพิธภัณฑ์ธรรมวิทยาพุนพิน อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี

สุราษฎร์ธานี Business Forum (SBF) ขอเชิญชวนพี่น้องชาวสุราษฎร์ฯ และผู้ที่สนใจ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเรียนรู้รากเหง้าของเมือง แลกเปลี่ยนมุมมอง และร่วมกันส่งต่อคุณค่าของประวัติศาสตร์สู่คนรุ่นใหม่ เพราะการเข้าใจ “อดีต” คือจุดเริ่มต้นของการออกแบบ “อนาคต” ของเมืองให้ดียิ่งขึ้น

แล้วพบกันที่งาน 111 ปี สุราษฎร์ธานี นามพระราชทาน

#111ปีสุราษฎร์ธานี #สุราษฎร์ธานีนามพระราชทาน #พิพิธภัณฑ์ธรรมวิทยาพุนพิน #ประวัติศาสตร์สุราษฎร์ธานี #เมืองแห่งเรื่องราว #สุราษฎร์ธานี

ก่อนหน้านี้แอดมินมีโอกาสพูดคุยกับคนที่เพิ่งมาเที่ยวสุราษฎร์ธานี และอีกคนที่เพิ่งย้ายมาอยู่ ทั้งคู่เป็นคนวัยประมาณ 26–27 ...
12/07/2026

ก่อนหน้านี้แอดมินมีโอกาสพูดคุยกับคนที่เพิ่งมาเที่ยวสุราษฎร์ธานี และอีกคนที่เพิ่งย้ายมาอยู่ ทั้งคู่เป็นคนวัยประมาณ 26–27 ปี สิ่งที่น่าสนใจคือ

แอดมินไม่ได้ถามว่า “สุราษฎร์ธานีมีอะไรดี” แต่ถามว่า “พอมาถึงสุราษฎร์ธานี สิ่งแรกที่นึกถึงคืออะไร”

คำตอบกลับตรงกันมากกว่าที่คิด
คนแรกบอกว่า “อากาศดี” เขารู้สึกสบายตั้งแต่ลงจากรถ เพราะเพิ่งมาจากกรุงเทพฯ และชลบุรี ความรู้สึกแรกไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยว ไม่ใช่ห้างสรรพสินค้า แต่เป็น “บรรยากาศของเมือง”

สิ่งต่อมาที่ทั้งสองคนพูดเหมือนกันคือ “อาหารอร่อย”

เขาบอกว่าตลอดสองวันที่อยู่สุราษฎร์ฯ แทบไม่ได้กินร้านซ้ำเลย ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารพื้นเมือง ร้านกาแฟ หรือคาเฟ่ แต่ละร้านมีเอกลักษณ์ของตัวเอง จนรู้สึกว่าปัญหาไม่ใช่หาร้านอร่อยไม่ได้ แต่เป็น “ไม่รู้จะเลือกร้านไหนดี เพราะน่าลองไปหมด”

สิ่งที่แอดมินสังเกตคือ ไม่มีใครพูดถึงโรงแรมหรือที่พักเลย อาจเพราะสำหรับนักท่องเที่ยว ที่พักเป็นเพียง “ที่นอน” แต่สิ่งที่ทำให้เขาอยากใช้เวลาอยู่กับเมือง คือบรรยากาศ อาหาร และวิถีชีวิตของผู้คน
เขายังมีโอกาสไปดูสวนมะพร้าว สวนปาล์ม สวนยาง ที่อำเภอดอนสัก รวมถึงแวะสวนลุงสงค์ ทุกคนบอกว่าน่าสนใจ แต่ยังไม่รู้สึกตื่นเต้นมากนัก ไม่ใช่เพราะสถานที่ไม่น่าสนใจ แต่เพราะยังขาดการเล่าเรื่อง (Storytelling) และการออกแบบประสบการณ์ (Experience Design) ที่ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกมีส่วนร่วมและจดจำได้

แต่สิ่งที่ทำให้แอดมินคิดมากที่สุด กลับเป็นคำพูดของอีกคนที่บอกว่า “เมืองสุราษฎร์มีของที่หลายเมืองไม่มี แต่กลับยังใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่”

สิ่งนั้นคือ “แม่น้ำตาปี” และ “เกาะลำพู”

สำหรับคนที่ไม่ใช่คนสุราษฎร์ การมีสวนสาธารณะขนาดใหญ่ตั้งอยู่บน “เกาะ” กลางเมือง ถือเป็นเรื่องพิเศษมาก แต่คำถามคือ ทำไมคนถึงเดินไปไม่ถึง

ถ้าสามารถเชื่อมฝั่งเมืองกับเกาะลำพูด้วยทางเดินที่สวย ปลอดภัย และใช้งานได้จริง ผู้คนสามารถเริ่มต้นจากศาลหลักเมือง เดินเลียบแม่น้ำตาปี แวะร้านกาแฟ ชมวิว ออกกำลังกาย แล้วเดินข้ามไปพักผ่อนบนเกาะลำพูได้ทั้งวัน ภาพแบบนี้ต่างหากที่เขาบอกว่า “ให้ความรู้สึกเหมือนเมืองต่างประเทศ” ไม่ใช่เพราะสร้างสิ่งก่อสร้างใหม่ที่ยิ่งใหญ่ แต่เพราะเมืองสามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่แล้วได้อย่างคุ้มค่า และเชื่อมโยงให้ผู้คนเข้าถึงได้

อีกเรื่องที่แอดมินเพิ่งมองเห็นจากมุมของคนนอก คือวัฒนธรรมการกินของสุราษฎร์ธานี เขาบอกว่ากรุงเทพฯ หาอาหารเช้าดี ๆ ได้ค่อนข้างยาก หลายร้านเปิดจริงจังช่วงเที่ยงหรือเย็น แต่สุราษฎร์ฯ มีเสน่ห์ตรงที่กินได้ทั้งวัน
เช้ามีร้านอาหารเช้า
เที่ยงมีร้านอาหารพื้นเมือง
บ่ายมีร้านกาแฟและคาเฟ่
เย็นมีร้านอาหารหลากหลาย
ค่ำก็ยังมีของกินต่อ

นี่คือคุณภาพชีวิตที่คนสุราษฎร์อาจมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา แต่สำหรับคนต่างจังหวัด นี่คือเสน่ห์ของเมือง

ส่วนเรื่องของฝาก เขาก็สะท้อนอย่างตรงไปตรงมาว่า สุราษฎร์ฯ ยังไม่มีสินค้าที่ทำให้รู้สึกว่า “ต้องซื้อกลับทุกครั้ง” แม้แต่ละคนจะมีของโปรดของตัวเอง เช่น ขนมจีบรัญจวน หรือเครื่องแกงจากร้านประจำ ที่มักซื้อกลับไปฝากครอบครัวหรือเพื่อนร่วมงาน แต่ภาพจำของ “ของฝากสุราษฎร์” ยังไม่ชัดเจนเท่าที่ควร

เรื่องนี้ทำให้แอดมินคิดว่า การพัฒนาเมือง บางครั้งเราอาจไม่จำเป็นต้องเริ่มจากคำถามว่า “เราจะสร้างอะไรเพิ่ม” แต่อาจต้องเริ่มจากคำถามที่ง่ายกว่า “คนที่มาเยือน เขารู้สึกอย่างไร”

เพราะความรู้สึก คือสิ่งที่คนจดจำ และเป็นสิ่งที่เขาจะนำไปเล่าต่อ

การตลาดของเมืองก็ไม่ต่างจากการตลาดของสินค้า เราไม่สามารถบอกคนได้ตลอดเวลาว่าเมืองเราดีแค่ไหน แต่เราสามารถออกแบบให้เขา “รู้สึกดี” ได้ด้วยตัวเอง เมื่อเขาได้สัมผัสอากาศที่สดชื่น ได้กินอาหารอร่อย ได้เดินริมแม่น้ำตาปี ได้ใช้เวลาอยู่บนเกาะลำพู และได้พบผู้คนที่เป็นมิตร เขาจะกลายเป็นคนเล่าเรื่องของสุราษฎร์ธานีแทนเรา ซึ่งการบอกต่อแบบนั้นมีพลังมากกว่าการโฆษณาใด ๆ

แอดมินจึงเชื่อว่า หากเราจะพัฒนาสุราษฎร์ธานี เราอาจไม่จำเป็นต้องสร้างสิ่งใหม่จำนวนมาก แต่ควรทำให้สิ่งดีที่มีอยู่แล้ว “เชื่อมโยงกัน” และ “สัมผัสได้จริง” เพราะสุดท้ายแล้ว เมืองที่น่าอยู่และน่าเที่ยว ไม่ใช่เมืองที่มีสิ่งก่อสร้างมากที่สุด แต่คือเมืองที่ทำให้คนกลับบ้านไปพร้อมกับความรู้สึกว่า

“ครั้งหน้าฉันอยากกลับมาที่นี่อีก”

#อากาศดี #อาหารอร่อย #แม่น้ำตาปี #เกาะลำพู

“คน” คือรากฐานสำคัญของอนาคตเมืองสุราษฎร์ธานีไม่ได้ต้องการเพียงคนที่พูดเก่ง หรือนำเสนอดีเท่านั้นแต่ต้องการคนที่ “ทำงานได้...
15/06/2026

“คน” คือรากฐานสำคัญของอนาคตเมือง

สุราษฎร์ธานีไม่ได้ต้องการเพียงคนที่พูดเก่ง หรือนำเสนอดีเท่านั้น
แต่ต้องการคนที่ “ทำงานได้จริง” มีทักษะจริง แก้ปัญหาได้จริง และเติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจของเมือง

ไม่ว่าจะเป็นงานช่างยุคใหม่
งานดิจิทัลและ AI
งานท่องเที่ยวและบริการ
งานเกษตร อาหาร และสิ่งแวดล้อม
หรืองานดูแลผู้สูงอายุและสุขภาพ

ทั้งหมดนี้ไม่ควรเป็นเพียงแนวคิดบนกระดาษ
แต่ควรเริ่มจากพื้นที่เล็ก ๆ ที่เปิดโอกาสให้ “คนเรียน คนสอน คนจ้างงาน และคนทำเมือง” ได้มาพบกัน

SBF ขอชวนทุกท่านเตรียมพบกับ
“งานเล็ก ๆ แต่สำคัญ”
เวทีที่จะเชื่อมการศึกษา ทักษะอาชีพ และอนาคตของสุราษฎร์ธานี

เริ่มจากหลักสูตรสั้น
ฝึกกับงานจริง
ต่อยอดสู่อาชีพจริง
และสร้างคนที่พร้อมทำงานให้เมืองนี้ได้จริง

พบกันเร็ว ๆ นี้
ณ ลานจอดรถโรงพยาบาลทักษิณ

เพราะอนาคตของสุราษฎร์ธานี
เริ่มจากการสร้างคนให้พร้อมตั้งแต่วันนี้



#สร้างคนให้ทำงานได้จริง
#ทักษะอาชีพสุราษฎร์ธานี
#การศึกษาเพื่ออนาคต
#อาชีวะสุราษฎร์ธานี
#คนรุ่นใหม่ทำงานได้จริง
#สุราษฎร์ธานีเมืองแห่งโอกาส
#งานเล็กแต่สำคัญ
#อนาคตสุราษฎร์ธานี

ที่อยู่

Surat Thani
84000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Suratthani Business Forum - SBFผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์