29/12/2025
ข้อมูลเพิ่มเติมผลการสำรวจอุดรโพล
“เลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ ชาวอุดรธานีจะเลือกใคร?”
ผลสำรวจแยกประเด็นตามรายข้อดังนี้
1. การเลือกตั้ง ส.ส. แบบแบ่งเขต (เลือกคน)
ผลโพลพบว่า พรรคประชาชนได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่งอย่างชัดเจน
• พรรคประชาชน ร้อยละ 34.43
• ยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 25.68
• พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 10.05
• พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 7.29
• พรรครวมไทยสร้างชาติ ร้อยละ 4.74
• พรรคพลังประชารัฐ ร้อยละ 4.01
• พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 3.96
• พรรคไทยสร้างไทย ร้อยละ 3.33
• พรรคกล้าธรรม ร้อยละ 3.18
• พรรคชาติไทยพัฒนา ร้อยละ 2.97
• พรรคอื่น ๆ / ไม่ประสงค์ออกความเห็น รวม ร้อยละ 0.36
วิเคราะห์: แม้พรรคประชาชนจะนำเป็นอันดับหนึ่ง แต่กลุ่ม “ยังไม่ตัดสินใจ” มีสัดส่วนมากกว่าหนึ่งในสี่ สะท้อนความไม่แน่นอนของผลเลือกตั้งระดับเขต
________________________________________
2. การเลือกตั้ง ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ (เลือกพรรค)
แนวโน้มคะแนนใกล้เคียงกับระบบเขต แต่คะแนนกระจุกตัวมากขึ้น
• พรรคประชาชน ร้อยละ 31.21
• ยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 22.48
• พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 8.73
• พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 6.97
• พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 4.48
• พรรคพลังประชารัฐ ร้อยละ 4.40
• พรรครวมไทยสร้างชาติ ร้อยละ 4.09
• พรรคชาติไทยพัฒนา ร้อยละ 3.29
• พรรคไทยสร้างไทย ร้อยละ 3.17
• พรรคกล้าธรรม ร้อยละ 3.05
• พรรคอื่น ๆ ร้อยละ 0.13
วิเคราะห์: พรรคประชาชนยังคงครองใจผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเชิงโครงสร้าง ขณะที่พรรคการเมืองขนาดกลาง–เล็กกระจายตัวแข่งขันกันในกลุ่มเดียวกัน
________________________________________
3. ปัจจัยสำคัญที่สุดที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกพรรค
• นโยบายของพรรค ร้อยละ 39.84
• ตัวผู้นำ / แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ร้อยละ 22.11
• อุดมการณ์และจุดยืนทางการเมือง ร้อยละ 18.67
• ภาพลักษณ์พรรคการเมือง ร้อยละ 10.54
• กระแสสังคมและโซเชียลมีเดีย ร้อยละ 8.84
วิเคราะห์: ผู้เลือกตั้งอุดรธานีให้ความสำคัญกับ “เนื้อหานโยบาย” มากกว่าการตลาดการเมืองหรือกระแสชั่วคราว
________________________________________
4. บุคคลที่ประชาชนสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีมากที่สุด
• แคนดิเดตจากพรรคประชาชน ร้อยละ 36.92
• แคนดิเดตจากพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 21.47
• แคนดิเดตจากพรรคอื่น ๆ ร้อยละ 17.36
• ยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 24.25
วิเคราะห์: คะแนนนิยมผู้นำสอดคล้องกับความนิยมพรรค และกลุ่มยังไม่ตัดสินใจยังเป็นตัวแปรสำคัญ
________________________________________
5. ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือก ส.ส. เขต “มากที่สุด”
• นโยบายและแนวคิดของผู้สมัคร ร้อยละ 34.61
• ความซื่อสัตย์ โปร่งใส น่าเชื่อถือ ร้อยละ 26.44
• ผลงานในพื้นที่ ร้อยละ 22.73
• ความใกล้ชิดและการเข้าถึงประชาชน ร้อยละ 16.22
วิเคราะห์: ผู้สมัคร ส.ส. ต้องมีทั้งวิสัยทัศน์เชิงนโยบายและภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือควบคู่กัน
________________________________________
6. ปัญหาเร่งด่วนที่ต้องการให้รัฐบาลใหม่แก้ไขภายใน 100 วันแรก
• ค่าครองชีพและปากท้อง ร้อยละ 41.88
• รายได้ หนี้สิน และเศรษฐกิจครัวเรือน ร้อยละ 27.35
• การเมือง รัฐธรรมนูญ และโครงสร้างอำนาจ ร้อยละ 16.92
• การศึกษาและสาธารณสุข ร้อยละ 13.85
วิเคราะห์: ปัญหาเศรษฐกิจยังเป็นโจทย์หลักเหนือประเด็นการเมืองเชิงโครงสร้าง
________________________________________
7. อิทธิพลของ “ตระกูลการเมืองเดิม / บ้านใหญ่”
• มีผลมาก ร้อยละ 32.97
• มีผลปานกลาง ร้อยละ 28.02
• มีผลน้อย ร้อยละ 17.29
• ไม่มีผลเลย / เลือกจากกระแสพรรคเป็นหลัก ร้อยละ 21.72
วิเคราะห์: การเมืองแบบบ้านใหญ่ยังไม่หมดบทบาท แต่ไม่ใช่ตัวกำหนดเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป
ตารางสรุปข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม
1. จำแนกตามเพศ
เพศ จำนวน (คน) ร้อยละ (%)
หญิง 948 49.38
ชาย 711 37.03
เพศทางเลือก 261 13.59
รวม 1,920 100.00
________________________________________
2. จำแนกตามช่วงอายุ
ช่วงอายุ จำนวน (คน) ร้อยละ (%)
18 - 30 ปี 1,012 52.71
31 - 40 ปี 238 12.40
41 - 50 ปี 259 13.49
50 - 59 ปี 175 9.11
60 - 70 ปี 133 6.93
70 ปีขึ้นไป 103 5.36
รวม 1,920 100.00
________________________________________
3. จำแนกตามอาชีพ (5 อันดับแรก)
อาชีพ จำนวน (คน) ร้อยละ (%)
นักเรียน/นักศึกษา 831 43.28
ธุรกิจส่วนตัว 248 12.92
ค้าขาย 207 10.78
เกษตรกร 205 10.68
ข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจ 202 10.52
พนักงานบริษัท 191 9.95
อื่นๆ (เช่น รับจ้าง, แม่บ้าน, อสม.) 36 1.87
รวม 1,920 100.00