ยาเสพติด จดจำไว้

  • Home
  • ยาเสพติด จดจำไว้

ยาเสพติด จดจำไว้ ยาเสพติด จดจำไว้ ค่อยไม่ได้เป็นภาร?

23/04/2015

สวัสดีแฟนเพจทุกท่านครับ

09/02/2014

มีใครคิดถึงแอดมินไหม jameja

29/01/2014

ขอเสียงคนติดยาบ้าหน่อยครัชชช

30/10/2013

วันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2556 เวลา 14:25:50 น.
สืบนครบาล 1 รวบเอเยนต์ยาเสพติด 2 ราย ยึดยาบ้า 5 หมื่นเม็ด-ยาอี 150 เม็ด

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 30 ตุลาคม ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ชยุต ธนทวีรัชต์ แถลงข่าวจับกุมตัวผู้ต้องหาคดียาเสพติด 2 คดี คดีแรก พ.ต.ท.วรพล เพชรรุ่ง สว.กก.สส.บก.น.1 พร้อมพวกนำกำลังเข้าจับกุมตัวนางณัติยา หรือหน่อย อิ่มเพชร พร้อมของกลางยาบ้า 5 หมื่นเม็ด อาวุธปืนออโตเมติก ซีแซด ขนาด 9 มม.1 กระบอก อาวุธปืนรีวอลเวอร์ ขนาด.357 แม็กนั่ม 1 กระบอก และรถยนต์โตโยต้า อาแวนซ่า สีดำ ทะเบียน 1 กผ 1370 กรุงเทพมหานคร 1 คัน จับกุมตัวได้ที่ลานจอดรถชั้น 3เอ ต่อเนื่องห้องพักเลขที่ 1207 อาคารหอพักทาวน์เวอร์ ต.คลองหลวง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 ก.ย. 2555 ชุดสืบสวน กก.สส.บก.น.1 ได้จับกุมตัวนายวีรพงษ์ หรือแทน กิจโสภี พร้อมยึดยาบ้า 245,000 เม็ด และยาไอซ์ 1.5 กิโลกรัม จากนั้นได้สืบสวนขยายผลเครือข่ายของนายวีรพงษ์จนทราบว่า ภายหลังจากที่นายวีรพงษ์ถูกจับกุมตัวแล้ว นางณัติยา ภรรยา ได้รับช่วงจำหน่ายยาบ้าให้กับลูกค้าต่อจากนายวีรพงษ์ โดยหลบหนีไปกบดานอยู่ที่ห้องเช่าย่าน จ.ปทุมธานี จึงนำกำลังไปเฝ้าสังเกตการณ์และเข้าจับกุมตัวขณะที่นางณัติยากำลังจะนำยาบ้าไปส่งให้กับลูกค้าพร้อมยาบ้า 6 พันเม็ด

จากนั้นนำตัวไปตรวจค้นภายในห้องพักพบยาบ้าอีก 44,000 เม็ด อาวุธปืนอีก 2 กระบอก สอบสวนนางณัติยาให้การรับสารภาพ อาวุธปืนเป็นของสามีหลังถูกจับก็นำมาเก็บเอาไว้ ส่วนยาบ้ารับมาจากผู้ต้องขังในเรือนจำที่เคยส่งยาให้กับสามีก่อนหน้านี้ โดยจะโทรศัพท์มาบอกให้ไปรับยาบ้าตามริมถนนย่านบางบัวทอง ก่อนจะนำมาตระเวนส่งให้กับลูกค้า

อีกราย กก.สส.บก.น.1 ร่วมกันจับกุมตัวนายบ๊อบบี้ ทาโท อายุ 33 ปี สัญชาติบอตสวานา พร้อมของกลางยาอี 150 เม็ด โดยจับกุมตัวได้ที่อาคารปิยานนท์เพลส ซอยลาดพร้าว 107 ถนนลาดพร้าว แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ หลังสืบทราบว่านายบ๊อบบี้มีพฤติกรรมลักลอบจำหน่ายยาอีในย่านลาดพร้าว จากการสอบสวนนายบ๊อบบี้ให้การรับสารภาพว่ารับยาอีมาจากชาวแอฟริกัน ซึ่งขณะนี้ชุดจับกุมอยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลจับกุมตัว เบื้องต้นได้แจ้งข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาอี) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ก่อนส่งตัวดำเนินคดีต่อไป

30 ตุลาคม 2556 14:24 น.ตร.โคกกลอย จ.พังงา รวบ 3 หนุ่มค้ายาบ้า-ยึดอาวุธปืน พังงา - ตำรวจ สภ.โคกกลอย จ.พังงา จับกุมผู้ต้อง...
30/10/2013

30 ตุลาคม 2556 14:24 น.
ตร.โคกกลอย จ.พังงา รวบ 3 หนุ่มค้ายาบ้า-ยึดอาวุธปืน

พังงา - ตำรวจ สภ.โคกกลอย จ.พังงา จับกุมผู้ต้องหาค้ายาเสพติด จำนวน 3 ราย พร้อมของกลางยาบ้า 803 เม็ด และอาวุธปืนพกสั้น และเครื่องกระสุนจำนวนมาก



เมื่อเวลา 13.00 น. วันนี้ (30 ต.ค.).พ.ต.อ.สมชาย สรรประเสริญ ผผก.สภ.โคกกลอย พ.ต.ท.สกล บัณฑิตศักดิ์ รอง ผกก.สภ.โคกกลอย พ.ต.ท.ภัทราวุธ อ่อนช่วย สว.สส.สภ.โคกกลอย และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน 20 นาย ได้ร่วมแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาค้ายาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) พร้อมอาวุธปืนพกสั้น และเครื่องกระสุนปืนจำนวนมาก โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ 3 คน คือ นายอาวรณ์ คงแก้ว อายุ 32 ปี นายวิวัฒน์ คงแก้ว อายุ 29 ปี และ นายณรงค์ สุเมนร์ อายุ 27 ปี พร้อมด้วยของกลาง ยาบ้า 804 เม็ด อาวุธปืนลูกซองพกสั้น 1 กระบอก กระสุนปืนเบอร์ 12 จำนวน 3 นัด และปืนแก๊ปบรรจุปาก 1 กระบอก



สำหรับการจับกุมในครั้งนี้ สืบเนื่องเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่า ที่บ้านเลขที่ 2 หมู่ที่ 5 ต คลองเคียน อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา มีการลักลอบจำหน่าย และมั่วสุมเสพยาบ้า จึงนำกำลังไปทำการตรวจค้น และจับกุม เมื่อถึงที่เกิดเหตุพบผู้ต้องหาดังกล่าว คือ นายณรงค์ สุเมนร์ ยืนอยู่หน้าบ้านท่าทางมีพิรุธ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่เข้าขอตรวจค้นตัว ผลการตรวจค้นพบของกลางดังกล่าวห่อด้วยพลาสติกใสปิดลนด้วยความร้อน จึงควบกุมตัวไว้



และขณะเดียวกัน ได้จับกุมผู้ต้องหาอีก 2 คนซึ่งอยู่ในบ้านเดียวกัน คือนายอาวรณ์ คงแก้ว และนาย วิวัฒน์ คงแก้ว น้องชาย พบยาบ้าซุกซ่อนที่โคนกล้วยหลังบ้าน พร้อมอาวุธปืนดังกล่าว ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้รับยาบ้ามาจากจังหวัดตรัง แล้วจำหน่ายให้แก่วัยรุ่นในพื้นที่ใกล้เคียง ตำรวจจึงนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.โคกกลอย เพื่อดำเนินคดีต่อไป

30 ตุลาคม 2556 12:46 น.“พงศพัศ” หอบดอกไม้ “ปู” เยี่ยม ตร.เหยื่อกระสุนแก๊งค้ายา เล็งหาเสื้อเกราะเพิ่มให้เชียงราย - เลขาธิ...
30/10/2013

30 ตุลาคม 2556 12:46 น.
“พงศพัศ” หอบดอกไม้ “ปู” เยี่ยม ตร.เหยื่อกระสุนแก๊งค้ายา เล็งหาเสื้อเกราะเพิ่มให้

เชียงราย - เลขาธิการ ป.ป.ส.นำทีมหอบช่อดอกไม้ “ปู” เยี่ยม 2 ตำรวจ สภ.เวียงป่าเป้า พร้อมร่วมพิธีเคารพศพรอง สว.สส.เหยื่อกระสุนขบวนการค้ายาเสพติด รับเป็นเจ้าภาพหาเสื้อเกราะแข็งให้ พร้อมเสนอเลื่อน 5 ชั้นยศ 5 ขั้นเงินเดือนให้ ตร.ที่พลีชีพ คนเจ็บได้ 3 ขั้น

วันนี้ (30 ต.ค.) พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) พล.ต.ต.ชำนาญ รวดเร็ว รอง ผบช.ภ.ภ.5 พล.ต.ต.วันชัย สุวรรณศิริเขต ผบก.ภ.จว.เชียงราย นำช่อดอกไม้จาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สำนักงาน ป.ป.ส. และ ผบช.ภ.ภ.5 เงินช่วยเหลือครอบครัว เข้าให้กำลังใจครอบครัวและ ร.ต.ต.ศักด์ชาย รีอินทร์ รอง สว.สส. และ ด.ต.ประชุม ศรีจอมแปง ผบ.หมู่ ป.สภ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย ที่ได้รับบาดเจ็บจากการปะทะกับขบวนการค้ายาเสพติดเผ่ามูเซอ บริเวณป่าข้าวโพดบนภูเขาพื้นที่บ้านแม่ปูนล่าง หมู่ 9 ต.เวียง อ.เวียงป่าเป้า เมื่อเย็นวันที่ 29 ตุลาคม และรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์

โดยพบว่า ร.ต.ต.ศักดิ์ชายอาการสาหัส ถูกสะเก็ดกระสุนเข้าที่ใบหน้า และถูกกระสุนปืนอาก้าที่หน้าท้อง แต่แพทย์ได้ทำการผ่าตัดเชื่อมลำไส้ 2 จุดจนอาการปลอดภัยแล้ว ขณะที่ ด.ต.ประชุมกระดูกหัวไหล่ขวาแตก ทั้งคู่รู้สึกตัวดี

จากนั้น พล.ต.อ.พงศพัศ พร้อมคณะเดินทางไปยังพื้นที่เกิดเหตุ และร่วมพิธีรดน้ำศพ ร.ต.ต.ฐปนรรฒ์ ชาติตระกูล รอง สว.สส.สภ.เวียงป่าเป้า ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุปะทะดังกล่าว ที่บ้านในเวียง หมู่ 2 ต.เวียง อ.เวียงป่าเป้า

พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวว่า ถือว่าขบวนการค้ายาเสพติดยังคงมีความพยายามจะลักลอบนำเข้า โดยมีตลาดใหญ่อยู่ที่กรุงเทพฯ สำหรับ จ.เชียงรายถือเป็นหน้าด่านที่เจ้าหน้าที่ต้องสกัดกั้น ส่วนกรณีปะทะครั้งล่าสุดพบว่ากลุ่มนี้เป็นกลุ่มเก่าที่ติดอาวุธ และเคยปะทะกับเจ้าหน้าที่มาแล้วหลายครั้ง ผู้ที่เสียชีวิตและหลบหนีต่างล้วนมีหมายจับ

และจากเหตุปะทะจนทำให้ตำรวจเสียชีวิตและบาดเจ็บ ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่ทุกนายสวมชุดเกราะอ่อน เมื่อเปรียบเทียบกับฝ่ายตรงข้ามที่ใช้อาวุธสงครามอาก้าแล้วคงต้องพัฒนาไปสู่การใช้เกราะแข็งหน้าหลังเพื่อความปลอดภัยมากขึ้น ซึ่งทางนายกรัฐมนตรีเป็นห่วงเรื่องนี้มาก สอบถามเรื่องการใช้เสื้อเกราะเป็นพิเศษ โดยทาง ป.ป.ส.จะเป็นเจ้าภาพสนับสนุนด้านต่างๆ

ด้าน พล.ต.ต.วันชัยกล่าวว่า กรณีตำรวจเสียชีวิตได้เสนอขอเลื่อน 5 ชั้นยศเป็นระดับ พ.ต.อ.และ 5 ขั้นเงินเดือน บุตรได้รับราชการเป็นตำรวจเมื่ออายุถึงเกณฑ์ หากมีความประสงค์ ส่วนเงินช่วยเหลือเบื้องต้นทาง บก.ภ.จว.เชียงราย และเงินสนับสนุนจากกองทุนต่างๆ ประมาณ 2 ล้านบาท เงินช่วยเหลือจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 2 ล้านบาท และจาก ป.ป.ส. ไม่รวมความช่วยเหลืออื่นๆ รวมแล้วกว่า 4 ล้านบาท ผู้ได้รับบาดเจ็บจะได้รับเพิ่ม 3 ขั้นเงินเดือน เงินสนับสนุนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายละ 400,000 บาท และจาก บก.ภ.จว.เชียงราย ประมาณ 100,000 บาท

“มาตรการนับจากนี้จะมีการติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดครั้งนี้มาดำเนินคดีให้ได้ โดยจะเริ่มเปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นที่หมู่บ้านแม่ปูนล่าง ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวเขาเผ่ามูเซอ ของนายยะแฮ จะสี หนึ่งในผู้เสียชีวิต และนายตะวัน ปาหนี่ คนที่หลบหนีไปได้ หมู่บ้านนี้อยู่ใกล้กับบ้านปงนกของชาวเขาเผ่าม้ง แหล่งของยาเสพติดเหมือนกัน แต่กลุ่มมูเซอจะมีการติดอาวุธด้วย”

พล.ต.ต.วันชัยกล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้ประมาทและรัดกุมเต็มที่ โดยเกิดจากการที่เจ้าหน้าที่ได้ตั้งจุดตรวจในบริเวณใกล้เคียงกับจุดเกิดเหตุ และสามารถจับกุมตัวนายตะวันได้พร้อมของกลางยาบ้า 185 เม็ด จึงขยายผลให้ไปล่อซื้อจากพรรคพวกเพิ่มเติม เมื่อนายตำรวจที่เสียชีวิตและบาดเจ็บนำกำลังไปรวม 9 นาย ใส่เสื้อเกราะทุกนาย และเบิกอาวุธปืนเอ็ม 16 และพกสั้นครบ แต่เมื่อถึงจุดเกิดเหตุนายตะวันมีการสื่อสารกับฝ่ายตรงกันข้ามด้วยภาษามูเซอ ทำให้เจ้าหน้าที่ฟังไม่รู้เรื่อง จากนั้นคนร้ายซึ่งมากัน 9 คนได้ลอบเข้ามาโอบล้อมทางด้านหลัง ก่อนใช้อาวุธปืนอาก้าและระเบิดโจมตีเจ้าหน้าที่ จนเกิดการปะทะจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ

30 ตุลาคม 2556 12:14 น.ยิงโหด! หนุ่มเมืองลุงเพิ่งพ้นโทษคดียาเสพติดดับคาบ้านพักพัทลุง - หนุ่มวัย 36 ปี เพิ่งพ้นโทษคดีค้าย...
30/10/2013

30 ตุลาคม 2556 12:14 น.
ยิงโหด! หนุ่มเมืองลุงเพิ่งพ้นโทษคดียาเสพติดดับคาบ้านพัก

พัทลุง - หนุ่มวัย 36 ปี เพิ่งพ้นโทษคดีค้ายาเสพติด ถูกยิง 6 นัด หลังผู้ตายพาเพื่อนเข้าไปคุยในบ้าน ก่อนจะเสียชีวิตคาบ้านพักใน อ.กงหรา จนท.คาดสาเหตุจากความขัดแย้งในกลุ่มธุรกิจมืด หักหลังกันในกลุ่มยาเสพติด

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อเวลา 00.15 น.วันนี้ (30 ต.ค.) ที่ผ่านมาว่า ร.ต.อ. เคล้า พลนุ้ย ร้อยเวร สภ.กงหรา จ.พัทลุง รับแจ้งมีผู้ถูกยิงเสียชีวิตคาบ้านพักในพื้นที่ ม.1 ต.ชะรัด หลังตู้ยาม ต.ชะรัด อ.กงหรา หลังรับแจ้งจึงเดินทางรุดสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยพัทลุง ในที่เกิดเหตุภายในบ้านเลขที่ 126 ม.1 ต.ชะรัด อ.กงหรา จ.พัทลุง เจ้าหน้าที่พบศพ นายสาเหละ เศรษฐขาว อายุ 36 ปี เจ้าของบ้านถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. จ่อยิงเสียชีวิต โดยมีบาดแผลถูกยิงเข้าบริเวณศีรษะ ลำตัว แขน และขาขวา รวม 6 นัด ใกล้กันเจ้าหน้าที่ยังพบปลอกกระสุนปืนขนาดดังกล่าวตกอยู่ 6 ปลอก และหัวกระสุนอีก 3 หัว จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่ผู้ตาย นายสาเหละ ได้เดินทางกลับจากธุระนอกบ้านในช่วงดึก โดยมีเพื่อนไม่ทราบชื่อขับรถตามมา แล้วทั้ง 2 คน เดินไปนั่งคุยอะไรบางอย่างภายในบ้าน หลังจากนั้นไม่นานก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 6 นัด ก่อนที่เพื่อนคนดังกล่าวได้วิ่งออกมาแล้วขับรถยนต์หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว เมื่อญาติเดินทางมาดูพบ นายสาเหละ ถูกยิงเสียชีวิตดังกล่าว

ส่วนสาเหตุในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดสาเหตุน่าจะมาจากความขัดแย้งในกลุ่มธุรกิจมืด เนื่องจากพบประวัติผู้ตายเพิ่งพ้นโทษในคดีค้ายาเสพติด และออกจากเรือนจำมาได้ 8 เดือน หลังออกมาก็ยังมีพฤติกรรมเหมือนเดิม จึงคาดว่าน่าจะเป็นสาเหตุการหักหลังกันในกลุ่มยาเสพติด แต่อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเรียกสอบญาติผู้ตายเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุการตายให้แน่ชัดอีกครั้ง ก่อนออกติดตามคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

30/10/2013

30 ตุลาคม 2556 11:22 น.
ตร.เชียงรายตรวจจุดยิงปะทะค้ายาวานนี้ ไม่พบของกลาง

ตำรวจภูธร จ.เชียงราย กว่า 100 นาย กระจายกำลังเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุบริเวณเนินท้ายเขาหมู่บ้านแม่ปูนล่าง หมู่ 9 ต.เวียง อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย หลังตำรวจยิงปะทะกับกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดเมื่อวานนี้ (29 ต.ค.) ซึ่งจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุไม่พบยาเสพติด คาดว่า กลุ่มคนร้ายน่าจะนำข้ามไปยังฝั่งประเทศพม่า
เบื้องต้นมีทั้งหมด 7 คน ถูกยิงเสียชีวิต 2 คน ส่วนที่เหลือหลบหนีไปได้ โดยทั้งหมดมีอาวุธสงคราม ปืนอาก้า และระเบิดขว้างแบบสังหาร

30 ตุลาคม 2556 10:29 น.ดีเอสไอออกหมายเรียก อดีต ผช.รัฐมนตรียักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นผอ.ศูนย์ปราบปรามคดีฟอ...
30/10/2013

30 ตุลาคม 2556 10:29 น.
ดีเอสไอออกหมายเรียก อดีต ผช.รัฐมนตรียักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น

ผอ.ศูนย์ปราบปรามคดีฟอกเงินและยาเสพติด ดีเอสไอ เผยออกหมายเรียกอดีต ผู้ช่วยรัฐมนตรี สมัย "บุญทรง" นั่งเก้าอี้ รมช.คลัง และเจ้าของหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่งใน จ.นครปฐม รับทราบข้อกล่าวหาร่วมกันยักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น 12,000 ล้านบาท
ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 29 ต.ค.นายกิติก้อง คณาจันทร์ ผอ.ศูนย์ปราบปรามคดีฟอกเงินและยาเสพติด กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดียักยอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น 12,000 ล้านบาท กล่าวถึงความคืบหน้าการสอบสวนว่า นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ได้อนุมัติให้พนักงานสอบสวน ออกหมายเรียกนายวัฒน์ชานนท์ นวอิศรารักษ์ นักธุรกิจเจ้าของหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่ง ในจังหวัดนครปฐม และนายจิรเดช วรเพียรกุล อดีต ผช.รัฐมนตรี ที่ได้รับแต่งตั้งอย่างเป็นทางการในสมัยนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมช.คลัง เข้ารับทราบข้อกล่าวหาคดีร่วมกันยักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ในวันที่ 17 พ.ย.2556 เวลา 14.00 น.หลังดีเอสไอสอบสวนพบพฤติการณ์จากพยานหลักฐานที่เพียงพอแจ้งข้อกล่าวหานายวัฒน์ชานนท์ และนายจิรเดช ที่น่าจะมีส่วนได้รับเงินที่ถูกยักยอกออกไปจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท จากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณเครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ซึ่งเป็นค่าคอมมิชชั่นในการที่ทั้ง 2 คน ได้ไปชวนให้สหกรณ์ต่างๆ นำเงินมาฝากกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ซึ่งทั้งสองคนรู้อยู่แล้วว่าเงินที่ได้ไปน่าจะเป็นเงินที่ได้มาจากการยักยอกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น
ผอ.ศูนย์ปราบปรามคดีฟอกเงินและยาเสพติด ดีเอสไอ กล่าวอีกว่า ส่วนสาเหตุที่ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 2 คน สามารถไประดมเงินจากสหกรณ์หลายแห่งให้มาฝากกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นหลายพันล้านบาท อาจจะไปมีการต่อรองกับสหกรณ์ต่างๆ ว่าหากนำเงินมากฝากไว้กับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นจะได้รับดอกเบี้ยเป็นพิเศษจึงมีสหกรณ์ต่างๆ นำเงินมาฝากไว้จำนวนมาก ซึ่งจากการสอบสวนพบว่ามีการทยอยจ่ายเงินค่าคอมมิชชั่นให้กับผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 2 คน ครั้งละประมาณ 20-30 ล้านบาท ตั้งแต่ปี 2551-2554 ส่วนเงินค่าคอมมิชชั่นที่ได้รับไปไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท จากการตรวจสอบดีเอสไอพบร่องรอยทางการเงินว่ามีการนำลงไปออกไปลงทุนทั้งหมดแล้ว ดีเอสไอจะเร่งตรวจสอบทรัพย์สินของผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 2 คนต่อไป ทั้งนี้ หากพบว่ามีการยักย้ายถ่ายเทปกปิดซ่อนเร้นทรัพย์สินที่รู้หรือควรรู้ว่าน่าจะเป็นทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิด จะพิจารณาดำเนินคดีอาญาฐานฟอกเงินอีกคดี รวมทั้งผู้รับโอนทรัพย์สินที่น่าเชื่อว่าได้มาจากการกระทำความผิดจะถูกดำเนินคดีฐานฟอกเงินเช่นกัน
หัวหน้าพนักงานสอบสวนคดียักยอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น 12,000 ล้านบาท กล่าวอีกว่า ดีเอสไอจะเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 2 คน ชี้แจงเพื่อความเป็นธรรม แม้ว่าดีเอสไอมีพยานหลักฐานร่องรอยทางการเงินว่าทั้งสองคนได้รับเงินจำนวนดังกล่าวไปจากอดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นโดยเงินทั้งหมดถูกถอนไปแล้ว ส่วนการสั่งฟ้องอดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น พร้อมพวกรวม 4 คน ซึ่งถูกดีเอสไอแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันยักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นไปก่อนหน้านี้ คงต้องรอกระบวนการแจ้งข้อกล่าวหาผู้ถูกกล่าวหาชุดที่ 2 ให้เสร็จสิ้นจึงจะสรุปสำนวนสั่งฟ้องต่อพนักงานอัยการ คาดว่าใช้เวลาไม่นาน ส่วนยอดเงินของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นที่ถูกยักยอกไปจากผลการตรวจสอบของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ยังยืนยันอยู่ที่ 12,000 ล้านบาท ดีเอสไอกำลังสืบสวนติดตามกลับคืนมาหลังได้อายัดที่ดินของอดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นได้ประมาณ 1,000 ล้านบาท

30/10/2013

ตร.เชียงรายปะทะแก๊งค้ายาเสพติดดับ 2 คนร้าย สลด! รองสวป.เวียงป่าเป้าพลีชีพ 1 เจ็บอีก 2 นาย

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 29 ตุลาคม พ.ต.อ.ไพศาล นันตา ผกก.สภ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย สืบทราบว่า จะมีกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดลักลอบลำเลียงยาบ้าผ่านพื้นที่ จึงหมอบหมายให้ชุดตำรวจในสังกัด สภ.เวียงป่าเป้า จัดกำลังออกหาข่าวและทำการลาดตระเวณ กระทั่งเมื่อถึงบริเวณสวนข้าวโพด บ้านแม่ปูนล่าง ม.9 ต.เวียง อ.เวียงป่าเป้า พบชายฉกรรจ์ จำนวน 4 คน เดินเท้าลัดเลาะมาตามสันเขาผ่านมาทางสวนข้าวโพดท่าทางมีพิรุธ

จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าสกัดหมายจะทำการตรวจค้น แต่ปรากฎว่า กลุ่มคนร้ายไม่ฟังเสียงเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ได้ปาระเบิดนำร่องเพื่อเปิดทางเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ก่อนจะกราดยิงด้วยอาวุธปืน ทำให้เจ้าหน้าที่จึงระดมใช้อาวุธยิงต่อสู้เป็นเหตุให้เกิดการปะทะกันขึ้นนานกว่า 10 นาที เสียงปืนจึงสงบลง ก่อนที่คนร้ายส่วนหนึ่งจะล่าถอยเข้าป่าหลบหนีไป

ต่อมาทาง พ.ต.อ.ไพศาล จึงรายงานให้ทาง พล.ต.ต.วันชัย สุวรรณศิริเขต ผบก.ภ.จว.เชียงราย ทราบก่อนนำกำลังตำรวจอีกกว่า 50 นายเข้าไปสมทบเพื่อทำการเคลียร์พื้นที่ทั้งหมด จนพบว่ามีกลุ่มคนร้ายเสียชีวิตในที่เกิดเหตุจำนวน 2 คน เป็นชาว อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ พบอาวุธปืนยาวไม่ทราบรุ่นและขนาด 1 กระบอก และปลอกกระสุนอาวุธปืนอาก้าอีกหลายนัด ตกอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ

ขณะที่ทางฝ่ายเจ้าหน้าที่พบว่า ร.ต.ต.ฐปนรรฒ์ ชาติตระกูล รอง สวป.เวียงป่าเป้า ถูกสะเก็ดระเบิดและกระสุนปืนตามลำตัวจำนวนหลายจุด ได้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ นอกจากนี้มีตำรวจได้รับบาดเจ็บอีก 2 นายคือ ร.ต.ต.ศักดิ์ชาย รีอินทร์ รอง สว.สส.เวียงป่าเป้า มีบาดแผลที่บริเวณใบหน้า ขา และรอยกระสุนที่ช่องท้องทะลุตับ และ ด.ต.ประชุม ศรีจอมแปง ผบ.หมู่ สส.สภ.เวียงป่าเป้า มีบาดแผลที่หัวใหล่ จึงช่วยกันนำศพและตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลเวียงป่าเป้า

พ.ต.อ.ไพศาล กล่าวว่าพื้นที่เวียงป่าเป้าส่วนใหญ่จะถูกใช้เป็นเส้นทางผ่านของยาเสพติด เนื่องจากมีรอยต่อติดกับ จ.เชียงใหม่ ที่สามารถเชื่อมต่อจากด้านพื้นที่ อ.ฝาง ซึ่งมีชายแดนติดกับประเทศพม่าได้ ทำให้มักถูกใช้เป็นการลำเลียงโดยการเดินเท้า จึงจัดกำลังเฝ้าระวัง ก่อนเกิดเหตุตั้งเป้าที่จะจับกุมตัวมาดำเนินคดี แต่คนร้ายไม่ยอมเกิดการต่อสู้ขัดขวางจึงมีการปะทะทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว โดยเบื้องต้นทราบตัวคนร้ายที่เสียชีวิตเพียง 1 คนคือนายจะแฮ จะสี ชาว อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับคดียาเสพติดและ พรบ.ป่าไม้ ส่วนอีกคนยังไม่ทราบชื่อ และเชื่อว่ายาเสพติดถูกกลุ่มคนร้ายที่หลบหนีไปได้นำหลบหนีไปด้วย อย่างไรก็ตามเวลาเกิดเหตุเป็นช่วงพลบค่ำทำให้การเคลียร์พื้นที่เป็นไปด้วยความลำบาก ซึ่งจะจัดกำลังตำรวจเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง

เด็กภูเก็ตกระทำผิดคดีต่างๆ ที่อยู่ในการดูแลคุมประพฤติฯเกือบ 400 คน  ศูนย์ข่าวภูเก็ต - สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดภูเก็ต ดึ...
20/03/2013

เด็กภูเก็ตกระทำผิดคดีต่างๆ ที่อยู่ในการดูแลคุมประพฤติฯเกือบ 400 คน

ศูนย์ข่าวภูเก็ต - สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดภูเก็ต ดึงครอบครัวมีส่วนร่วมแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิด และฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดตามเสพติด จัดโครงการพ่อแม่อาสานำพาเยาวชนคนดีสู่ครอบครัว เผยปัจจุบันมีผู้กระทำผิดที่เป็นเด็กและเยาวชนอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานคุมประพฤติฯเกือบ 400 ราย ส่วนใหญ่เป็นคดียาเสพติด

เมื่อเวลา 11.00 น.วันนี้ (21 มี.ค.) ที่โรงแรมคาทีน่า อ.เมืองภูเก็ต นายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดโครงการพ่อแม่อาสานำพาเยาวชนคนดีสู่ครอบครัว ซึ่งทางสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดภูเก็ต จัดขึ้น มีนางปุณยวีร์ ทองศิริเศรษฐ์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต นางพิพร ขอศานติวิชัย พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดภูเก็ต และผู้แทนจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ตลอดจนคณะอาสาคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรมจังหวัดภูเก็ต เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง และผู้เข้าร่วมโครงการฯ เข้าร่วมในพิธีเปิด

นางนริศา ปานสะอาด ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงการจัดโครงการฯ ดังกล่าว ว่า สืบเนื่องจากจังหวัดภูเก็ต ได้สำรวจตามแบบรายงานสถานการณ์ทางสังคมของท้องถิ่น (อปท.1) พบว่าปัญหาสังคมของจังหวัดภูเก็ตที่ต้องแก้ไขเร่งด่วน คือปัญหาเด็กและเยาวชนเสพยาเสพติด สูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และปัญหาครอบครัว สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีภารกิจหลักในการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดในชุมชน ปัจจุบันมีผู้กระทำผิดที่เป็นเด็กและเยาวชนในความรับผิดชอบทั้งสิ้น 382 ราย ส่วนใหญ่เป็นคดียาเสพติด สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดภูเก็ต จึงได้จัดโครงการนี้ขึ้น

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้ปกครองในการดูแลเด็กและเยาวชนตามวัย เพื่อให้ครอบครัวเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด
สำหรับผู้เข้าร่วมโครงการ ประกอบด้วย สมาชิกในครอบครัว ได้แก่ พ่อแม่ ญาติ คู่สมรส รวมทั้งบุคคลใกล้ชิด เช่นนายจ้าง ครู อาจารย์ หรือเพื่อน ซึ่งผู้กระทำผิดให้ความเคารพนับถือ จำนวน 200 คน โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมจังหวัดภูเก็ต เป็นเงิน 65,000 บาท และได้รับการสนับสนุน วิทยากรจากโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต และสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดภูเก็ต

ด้านนายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ผู้ปกครองมีส่วนสำคัญในการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนที่กระทำผิดหรือมีพฤติกรรมเบี่ยงเบน เพราะมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดและรู้พฤติกรรมของเด็กและเยาวชนดีที่สุด อีกทั้งเป็นบุคคลที่เด็กและเยาวชนให้ความเคารพนับถือ การจัดโครงการพ่อแม่อาสานำพาเยาวชนคนดีสู่ครอบครัวในครั้งนี้ จึงมุ่งเน้นให้ผู้ปกครองมีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับการดูแลเด็กและเยาวชนให้มากขึ้น และสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ แก้ปัญหาให้เด็กและเยาวชนมีพฤติกรรมที่ดีขึ้นและไม่เป็นปัญหาของสังคมอีกต่อไป

“การที่เด็กเยาวชนทำผิดไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด หรืออบายมุขต่างๆ ส่วนใหญ่มาจากปัญหาในครอบครัว เพราะเรายังให้ความอบอุ่นกับลูกหลานไม่เต็มที่ คำว่าอบอุ่น เอ็นดู เอาอก เอาใจ ยังไม่มีในครอบครัว ครอบครัวอ่อนแอ จึงเป็นความเสี่ยงที่ทำให้ลูกหลานของเราหลงผิด ไปยุ่งเกี่ยวกับสื่อ เช่น ติดเกม ไปยุ่งเกี่ยวกับอบายมุข เสพสุรา เสพยาเสพติด เป็นต้น และนอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงในเรื่องของการทำตัวเป็นเด็กแนว รวมแก๊งรวมกลุ่ม เป็นแก๊งซ่าต่างๆ เช่น แก๊งมอเตอร์ไซค์ เป็นต้น และยังมีความเสี่ยงเกี่ยวกับทางเพศสูง ตั้งท้องก่อนวัยอันควร ซึ่งประเทศไทย มีเด็กอายุต่ำกว่า 19 ปี มีความเสี่ยงกับเรื่องนี้สูง ตั้งท้องก่อนวัยอันสมควรกว่าแสนคนต่อปี ซึ่งเป็นเรื่องที่ครอบครัวต้องให้ความสำคัญกับลูกหลาน หันมาสนใจลูกหลานของตนเองให้มากขึ้น” นายไมตรี กล่าวในที่สุด

Address


Website

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when ยาเสพติด จดจำไว้ posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

  • Want your business to be the top-listed Business?

Share