02/06/2020
ในช่วงเวลาที่สถานการณ์ COVID19 ดูจะเริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดี เรามักจะได้ยินคำว่า NEW Normal กันอยู่บ่อยๆเลยนะครับ ซึ่งหมายถึงความเปลี่ยนแปลงของธุรกิจเมื่อวิกฤติโควิตครั้งนี้ผ่านพ้นไป และโลกจะเปลี่ยนไปอย่างไร
วันนี้ "คิดลึก Consultant" ขอนำเสนออีกแง่มุมนึง อีกวิธีคิดนึงครับ
คือ "โรงแรมต้องเตรียมตัวรับมือ PRE-Normal ครับ ไม่ใช่ NEW-Normal และเราควรรีบแย่ง Demand จากโรงแรมคู่แข่งในตอนนี้เลยครับ" เพราะมาตรการต่างๆ ที่โรงแรมต้องปฏิบัติตามมาตรการรัฐนั้นคงต้องทำอยู่แล้ว แต่เราจะบริหารโรงแรมยังไง ให้ผ่านช่วง PRE NORMAL นี้ไปได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ต่างหากที่เป็นสิ่งสำคัญ
โดยผมเองมีความเห็นว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมนั้น แม้ว่าจะมี Operation บางส่วนที่ต้องปรับตัวให้เข้ากับ New Normal เช่น การเข้าคิวห่างกัน 2 เมตร, การเปลี่ยนจากรับเงินสดเป็นบัตรเครดิตเหมือนเมืองนอก, การพ่นยาฆ่าเชื้อสม่ำเสมอ เป็นต้น แต่วิธีการและรายละเอียดของ operation adjustment เหล่านี้หาใช่สาระสำคัญของการบริหารโรงแรมนี้ไม่ครับ
สิ่งที่กล่าวมานั้นเป็นองค์ประกอบที่ พึงกระทำ แต่ไม่ใช่สิ่งที่ควรโฟกัสที่สุด ตอนนี้ผมเห็นว่าเราควร ทำยังไงเพื่อที่จะแย่ง Demand มาจากโรงแรมคู่แข่ง ในช่วงครึ่งปีหลังจากนี้ และ เชื่อว่าสุดท้าย อุตสาหกรรมท่องเที่ยวนั้นจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม ผู้คนจะยังคงอยากไปเที่ยวเหมือนเดิม และการท่องเที่ยวนั้น ไม่สามารถ "Travel From Home" ได้ เพราะฉะนั้นขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้นเองครับว่าจะช้าหรือเร็ว ก่อนทุกอย่างจะกลับเป็นปกติ และ สถานการณ์ในตอนนี้ที่เราควรใส่ใจคือ ทำยังไงเราจะอยู่รอดไปได้ในช่วง PRE NORMAL นี้อย่างสง่างาม
และวิธีการในการแย่ง Demand ลูกค้า เพื่อนำกระแสเงินสดเข้าโรงแรมตอนนี้เลยก็มีหลายวิธีครับ ซึ่งจะยกตัวอย่างวิธีการนึงที่เป็นตัวอย่างที่ค่อนข้างเข้าท่าครับ
เช่น การขาย Voucher ส่วนลดให้ลูกค้าและ TRAVEL AGENT ในราคา Voucher ละ 250 บาท และสามารถใช้ลดราคาห้องพักได้ 1,000 บาท ใช้บริการได้ทุกวันจนถึงสิ้นปี 63 โดยต้องจองตรงผ่านโรงแรมเท่านั้นครับ
ซึ่งปรากฏว่าผลตอบรับดีมาก มียอดขาย Voucher เยอะสุดๆ ครับ ซึ่งวิธีนี้มีข้อดีดังนี้ครับ
1. เป็นการได้ทั้ง เงินสดเข้าบริษัทและขายห้องล่วงหน้า
2. เป็นการแย่ง Demand ลูกค้าที่จะไปใน location นั้นๆ ให้เลือกโรงแรมของเรา
3. เงินส่วนลดนี้ จริงๆแล้วก็เอามาจากค่า commission ของพวก OTA(Agoda, Booking etc) นั่นเอง แทนที่จะไปจ่าย OTA ก็เอาค่าใช้จ่ายตรงนี้มาลดราคาให้ลูกค้าดีกว่า
4. ลูกค้าตัดสินใจง่าย เพราะ ราคา voucher ถูกและ มีความยืดหยุ่นในการใช้งาน ยังไม่ต้องตัดสินใจตอนนี้
วิธีการนี้เป็นหนึ่งในวิธีการที่ผมเห็นว่าเป็นการคิดบริหารเอาตัวรอดในช่วง New Normal ได้ดีวิธีการนึง เพราะอย่าลืมว่า ส่วนลดที่ลูกค้าได้ เป็นค่าใช้จ่ายที่เราต้องจ่ายให้ OTA อยู่ดี เพราะฉะนั้น เราได้จำนวนเงินใกล้เคียงเดิม ลูกค้า Happy และ ได้เงินสดเข้ามาเลี้ยงบริษัท
เป็นหนึ่งในวิธีรับมือ PRE-NORMAL ได้ดี แล้วเพื่อนๆ คนไหนมีวิธี บริหารโรงแรมในช่วงนี้อื่นๆ อีกลองแบ่งปันใน Comment ดูครับ
ส่วนท่านไหนอยากปรึกษากับ "คิดลึก Consultant" ติดต่อทาง inbox เข้ามาได้เลยครับ