Learn about stocks

Learn about stocks ข่าวสารหุ้นเกี่ยวกับหุ้นและเรียนรู้เทคนิดการลงทุน Fortunato

หุ้น THAI บวก 9.70% ทะยานติดต่อกันเป็นวันที่ 4 กำไรไตรมาส 2/68 แข็งแกร่งสูงกว่าคาดความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยภาคเช้า ณ วัน...
09/08/2025

หุ้น THAI บวก 9.70% ทะยานติดต่อกันเป็นวันที่ 4 กำไรไตรมาส 2/68 แข็งแกร่งสูงกว่าคาด
ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยภาคเช้า ณ วันที่ 8 ส.ค.2568 เวลา 10.40 น.หุ้น THAI หรือ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) บวกแรง 9.70% เพิ่มขึ้น 1.30 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 14.70 บาท
กรรณ์ หทัยศรัทธา หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุน และ นักเศรษฐศาสตร์ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส-อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า หุ้น THAI ก็เป็นอีกหนึ่งหลักทรัพย์ที่ได้รับความสนใจอย่างมาก และปรับตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่องในช่วง 4 วันที่ผ่านมา ปัจจัยที่ทำให้ THAI ได้รับความนิยมคือการเปลี่ยนแปลงสถานะจากรัฐวิสาหกิจไปสู่เชิงพาณิชย์ รวมถึง ราคาน้ำมันเครื่องบิน (Jet fuel) หรือราคาน้ำมันดิบที่อยู่ในช่วงขาลง ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจการบิน
นอกจากนี้ THAI ยังมี ผลตอบแทนจากผู้โดยสารที่ดีขึ้น บวกกับการประกาศผลกำไรที่แข็งแกร่งมากสูงถึงเป็นหมื่นล้านบาท ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดและนักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้มาก แม้ปัจจัยพื้นฐานจะดูดีขึ้น แต่กลับมองว่า ราคาหุ้น THAI ในปัจจุบันเริ่มตึงตัวแล้ว โดยประเมินไว้ที่ประมาณ 13-14 บาท สภาพคล่องของหุ้นในตลาดมีน้อย โดยมีหุ้นที่ซื้อขายได้เพียง 7% เท่านั้น เนื่องจาก 93% ของหุ้นยังคงถูกห้ามขาย ซึ่งรวมถึงหุ้นแปลงสภาพของผู้บริหารและผู้ที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น แนะนำว่า ถึงเวลาที่ต้องทำกำไร สำหรับหุ้น THAI ในช่วงเวลานี้
อย่างไรก็ตาม หากนักลงทุนจะยังคงเล่นหุ้น THAI ต่อไป ควรพิจารณาในรูปแบบของการ "เทรดดิ้ง" มากกว่าการ "ลงทุน" เนื่องจากตลาดมีสภาพคล่องจำกัดและราคาได้ปรับขึ้นมาค่อนข้างมากแล้ว

“ซิกเว่ เบรกเก้” เปิดเกมรุกรีเซตองค์กรใหม่ พร้อมเดินหน้าสู่ AI-First Companyทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดเกมรุกสร้างองค์กรใหม่พร...
09/08/2025

“ซิกเว่ เบรกเก้” เปิดเกมรุกรีเซตองค์กรใหม่ พร้อมเดินหน้าสู่ AI-First Company
ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดเกมรุกสร้างองค์กรใหม่พร้อมจัดทัพผู้นำมุ่งเป้าหัวใจสำคัญเพื่อลูกค้า และเป็นครั้งแรกที่แต่งตั้งหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ (Chief Data and AI Officer)
ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจและเทคโนโลยีที่หมุนเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว “ทรู คอร์ปอเรชั่น” เปิดกลยุทธ์ใหม่ สร้างองค์กรให้พร้อมรับอนาคต ด้วยการยกเครื่องโครงสร้าง พร้อมจัดทัพผู้บริหารใหม่ครบชุด โดยเฉพาะการประกาศแต่งตั้งตำแหน่ง “Chief Data and AI Officer” เป็นครั้งแรก บ่งชี้ทิศทางชัดเจนสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ AI อย่างเต็มรูปแบบ
นายซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ถึงเบื้องหลังการปรับโครงสร้างครั้งนี้ ที่มุ่งเป้าไปที่ “ลูกค้า” และ “อนาคต” โดยการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งนี้มีเป้าหมาย ให้ทรูเป็นองค์กรที่เรียบง่าย คล่องตัว ตัดสินใจเร็ว และที่สำคัญต้องตอบโจทย์ลูกค้าได้ทันที โดยมองว่าอนาคตจะเต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงที่เร็วและรุนแรง ทั้งจากเทคโนโลยีและความคาดหวังของลูกค้า ดังนั้น การออกแบบโครงสร้างองค์กรใหม่จึงต้องสะท้อนยุทธศาสตร์นี้ให้ได้
📍5 แกนหลัก ยกเครื่องสู่ทรูใหม่
ซิกเว่ แจกแจงแนวทางการออกแบบองค์กรใหม่ที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ประกอบด้วย 5 แกนหลัก คือ
1.Customer Champion – สร้างผู้นำด้านประสบการณ์ลูกค้าที่เข้าถึงและตอบสนองได้ทันที
2.Win the Home – เจาะตลาด 23 ล้านครัวเรือนไทย ด้วยโซลูชันดิจิทัลครบวงจร
3.Accelerating B2B Digital Transformation – เร่งเปลี่ยนผ่านองค์กรและ SME สู่ดิจิทัล
4.Empowering the Future with AI – ปูทางสู่ AI-First Company ด้วย Cloud และ Automation
5.Sharpened Focus on Digitalization – ปลดล็อกระบบเดิม เพิ่มความคล่องตัวทั้งองค์กร

หุ้น THAI ทะยานต่อ 3 วันติด พุ่งกระฉูด 328% นักลงทุนเชื่อมั่น พื้นฐานดี กำไรแกร่ง ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยภาคเช้า ณ วัน...
09/08/2025

หุ้น THAI ทะยานต่อ 3 วันติด พุ่งกระฉูด 328% นักลงทุนเชื่อมั่น พื้นฐานดี กำไรแกร่ง
ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยภาคเช้า ณ วันที่ 6 ส.ค.2568 เวลา 10.40 น. หุ้นไทย THAI หรือ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) บวกติดต่อกันเป็นวันที่ 3 หลังจากหวนเข้าเทรดวันแรกเมื่อวันที่ 4 ส.ค.2568 โดยวันนี้ราคาพุ่งขึ้นไป 19.17 บาท เพิ่มขึ้น 2.30 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 14.30 บาท ราคาเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนที่ 4.48 บาทต่อหุ้น บวกไป แล้วกว่า 14.69 บาท หรือเพิ่มขึ้น 327.90%
สุวัฒน์ สินสาฎก กรรมการผู้จัดการ บล.โกลเบล็ก ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า หุ้น THAI ยังคงสร้างความน่าสนใจในตลาดหลักทรัพย์ราคาบวกขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการบวกขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งหาก THAI สามารถยืนเหนือระดับ 10 บาทได้ นั่นหมายความว่านักลงทุนต่างชาติจะมองว่าบริษัทมีสถานะอย่างน้อยก็เทียบเท่ากับ สายการบิน All Nippon Airways หรือ ANA และปัจจุบันนักลงทุนเริ่มมองว่า การบินไทยอาจจะขยับเข้าใกล้ระดับของสิงคโปร์แอร์ไลน์ หากเป็นไปได้ถึงระดับนั้น ราคาหุ้นอาจไปได้ถึง 15-17 บาท
ทั้งนี้ การประเมินมูลค่า หรือ Valuation และการเปรียบเทียบ ปัจจุบันราคาหุ้นการบินไทยมีค่า P/E อยู่ที่ประมาณ 12-13 เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับสายการบินชั้นนำระดับโลกอย่าง สายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ (Singapore Airlines) เทรดอยู่ที่ PE 17 เท่า , ANA (All Nippon Airways) เทรดอยู่ที่ประมาณ 11 เท่า และ JAL (Japan Airlines) เทรดอยู่ที่ประมาณ 7 เท่า
ทั้งนี้ ปัจจัยที่สร้างความเชื่อมั่นและโอกาสการเติบโต THAI ในปัจจุบันถือเป็น บริษัทที่มีพื้นฐานดีจริง ๆ และมีโอกาสเติบโตที่ดีและแน่นอน ซึ่งที่ผ่านมาการบินไทยถูกบังคับให้ถอนสถานะการเป็นรัฐวิสาหกิจออกไปตั้งแต่ตอนเข้าสู่แผนฟื้นฟู ทำให้ปัจจุบันไม่ได้เป็นรัฐวิสาหกิจอีกต่อไป ซึ่งช่วยลดปัญหาการแทรกแซงจากภาครัฐที่เคยเกิดขึ้น
และบริษัทมีการปรับโครงสร้างธุรกิจมาอย่างดี โดยเฉพาะโครงสร้างต้นทุนที่ดี เครื่องบินเหมาะสม และเส้นทางที่เอื้อต่อการทำกำไร คาดว่าบริษัทจะสามารถทำกำไรเติบโตได้อย่างน้อย 10-20% ต่อปี ในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรพิจารณาว่า หากเชื่อว่าการบินไทยจะเป็นสายการบินระดับพรีเมียมที่ใกล้เคียงกับสิงคโปร์แอร์ไลน์ที่สามารถทำกำไรและมีมาร์จิ้นในระดับที่ดีอย่างที่กล่าวมา ก็สามารถพิจารณาเข้าลงทุนได้ เพราะราคานี้ยังถือว่ามีโอกาสไปต่อ แต่หากไม่เชื่อ ก็ไม่ควรซื้อ เพราะอาจจะกลายเป็นแพงได้ แต่ส่วนตัวเชื่อว่าความเป็นไปได้ในการเป็นสายการบินพรีเมียมนั้นมีสูง
สำหรับปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการปรับโครงสร้างธุรกิจใน 3-4 ประเด็นหลักที่จำเป็นสำหรับธุรกิจสายการบิน ได้แก่ 1.การจัดซื้อเครื่องบินให้ถูกรุ่นและเหมาะสม ซึ่งในอดีตเคยเป็นปัญหาจากการแทรกแซง 2.การวางเครื่องบินให้ถูกเส้นทาง เพื่อสร้างผลกำไรสูงสุด และ 3.การทำโครงสร้างต้นทุนให้ถูกต้อง ซึ่งปัจจุบันการบินไทยได้ดำเนินการครบถ้วนทั้งสามข้อนี้แล้ว นี่คือเหตุผลว่าทำไมบริษัทถึงมีกำไรได้ ปีที่แล้วมีกำไรถึง 25,000 ล้านบาท และปีนี้น่าจะเกินกว่านั้น
ส่วนความเสี่ยงเดียวที่ต้องเฝ้าระวัง แม้ภาพรวมธุรกิจจะดีขึ้นมาก แต่ความเสี่ยงเพียงประการเดียวที่อาจจะยังไม่เกิดขึ้น แต่ต้องจับตาคือ เรื่องของการแทรกแซงจากภาครัฐ ซึ่งเคยเป็นปัญหาในอดีต อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่การบินไทยกลับเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ รัฐบาลยังไม่เคยเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้ความมั่นใจของนักลงทุนเพิ่มขึ้น ประกอบกับตลาดโดยรวมที่ดี ก็เป็นส่วนช่วยสนับสนุน

สวิสโดนทรัมป์เล่นหนักสุด 39% ภาษี ‘สูงที่สุด’ ในประเทศอุตสาหกรรม เตรียมยื่นดีลใหม่ อาจซื้อก๊าซสหรัฐเพิ่ม‘สวิตเซอร์แลนด์’...
09/08/2025

สวิสโดนทรัมป์เล่นหนักสุด 39% ภาษี ‘สูงที่สุด’ ในประเทศอุตสาหกรรม เตรียมยื่นดีลใหม่ อาจซื้อก๊าซสหรัฐเพิ่ม
‘สวิตเซอร์แลนด์’ เจอแรงสั่นสะเทือนทางเศรษฐกิจ หลังโดนภาษีทรัมป์ 39% ‘สูงที่สุด’ ในกลุ่มประเทศอุตสาหกรรม รัฐบาลสวิสเร่งงัดไม้เด็ด เตรียมบินไปทำเนียบขาว อาจซื้อก๊าซจากอเมริกาเพิ่ม แม้ประเทศไร้ทางออกทะเลนี้จะต้องแบกต้นทุนขนส่งเพิ่มก็ตาม
หลังโดนภาษีนำเข้าของประธานาธิบดีทรัมป์สูงถึง 39% สูงกว่าอัตราที่สหภาพยุโรปโดน 15% และอังกฤษที่โดน 10% รัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์เผยว่า เตรียมยื่นข้อเสนอการค้าใหม่ เพื่อมุ่งชนะใจสหรัฐ
“สวิตเซอร์แลนด์ก้าวเข้าสู่ช่วงใหม่ที่จะยื่นข้อเสนอที่น่าสนใจกว่าเดิม โดยคำนึงถึงข้อกังวลของสหรัฐ และมุ่งหวังที่จะผ่อนคลายสถานการณ์ภาษีที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน” แถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ระบุ พร้อมเน้นย้ำถึงการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ และความพยายามด้านการวิจัยและพัฒนาในสหรัฐ โดยรัฐบาลยังไม่ได้ใช้มาตรการตอบโต้ในช่วงเวลานี้
เนื่องจากภาษีนำเข้าใหม่ต่อสวิตเซอร์แลนด์ อยู่ในระดับ “สูงที่สุด” ในกลุ่มประเทศอุตสาหกรรม คาริน เคลเลอร์-ซุตเทอร์ ประธานาธิบดีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จึงได้เรียกคณะกรรมการบริหารแห่งชาติประชุมฉุกเฉิน เพื่อหารือแนวทางดำเนินการต่อไป
แหล่งข่าวใกล้ชิดกับการเจรจาเปิดเผยว่า สวิตเซอร์แลนด์มุ่งไปที่ “การขอขยายระยะเวลาออกไป” อย่างน้อยให้เกินวันพฤหัสบดีนี้ โดยกล่าวเพิ่มเติมว่า ไม่ว่าข้อเสนอใดที่ช่วยปรับปรุงสถานการณ์ปัจจุบันได้ ก็ถือว่าเป็นชัยชนะแล้ว
รัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์ยังเน้นย้ำอีกว่า การเกินดุลการค้าดังกล่าว “ไม่ได้เกิดจากการกระทำทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมแต่อย่างใด”
ส่วนหนึ่งของความไม่สมดุลทางการค้านั้น มาจากการส่งออก “ทองคำ” ในปริมาณมากของสวิตเซอร์แลนด์ โดยประเทศนี้เป็นศูนย์กลางการสกัดทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งมีทองคำมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ไหลเข้า และออกจากประเทศอย่างต่อเนื่อง
ส่วนสินค้าอื่น ๆ ที่เป็นปัจจัยหลักยังรวมถึง ยา กาแฟ และนาฬิกา
คาริน เคลเลอร์-ซุตเทอร์ ซึ่งถูกสื่อสวิตเซอร์แลนด์วิจารณ์เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ปล่อยให้ทรัมป์เล่นงานโดยไม่เตรียมแผนสำรอง ได้กล่าวว่า ตนพร้อมจะเดินทางด่วนไปวอชิงตัน หากเห็นว่ามีโอกาสจะบรรลุข้อตกลงได้
ข้อมูลจากสำนักงานสำมะโนประชากรของสหรัฐระบุว่า ปีที่แล้ว สวิตเซอร์แลนด์มียอดเกินดุลการค้าทวิภาคีกับสหรัฐอยู่ที่ 38,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นอันดับที่ 13 ของคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของเศรษฐกิจสหรัฐ
ด้านนักวิเคราะห์ Bloomberg Economics ประเมินว่า “ภาษีนำเข้าครั้งนี้เป็น ‘แรงกระแทกทางภาษี’ ราว 23 จุดเปอร์เซ็นต์ต่อเศรษฐกิจสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งอาจทำให้ GDP ของประเทศตกอยู่ในความเสี่ยงราว 1% ในช่วงกลางเทอม”
ทั้งนี้ สวิตเซอร์แลนด์ไม่มีทางเลือกมากนัก แต่หนึ่งในทางออกที่เป็นไปได้คือ การเสนอสั่งซื้อน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากสหรัฐ แม้ว่าประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลแห่งนี้จะเน้นพลังงานจากเขื่อนและพลังงานนิวเคลียร์เป็นหลักก็ แต่ก็มีการใช้ก๊าซในปริมาณเล็กน้อย โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว เพื่อรองรับความผันผวนของการจ่ายพลังงาน
หากสวิตเซอร์แลนด์ตัดสินใจนำเข้าก๊าซมากขึ้น ก็จำเป็นต้องขนส่งผ่านประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนการขนส่งเพิ่มสูงขึ้นได้

หุ้น THAI กลับเข้าเทรดวันแรกรอบ5 ปี ราคาเปิด 10.50 บ. พุ่งทะลุ 200%หุ้น THAI หวนกลับเข้าเทรดวันแรก 216.26 % เพิ่มขึ้น 7....
09/08/2025

หุ้น THAI กลับเข้าเทรดวันแรกรอบ5 ปี ราคาเปิด 10.50 บ. พุ่งทะลุ 200%
หุ้น THAI หวนกลับเข้าเทรดวันแรก 216.26 % เพิ่มขึ้น 7.18 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 10.50 บาท จากราคาปิดซิลลิ่งที่ 3.32 บาท ในรอบ5 ปี ตามดัชนีหุ้นไทยเหนือ 1,200 จุด
ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยภาคเช้า ณ วันที่ 4 ส.ค.2568 เวลา 10.00 น.หุ้น THAI หรือ บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) กลับเข้าเทรดวันแรกที่ 10.50 บาท เพิ่มขึ้น7.18 บาท หรือที่ 216.26% มีมาร์แก๊ตแคป 290,000 ล้านบาท จากราคาปิดซิลลิ่ง ที่ 3.32 บาท ในรอบ 5 ปี
โดยในวันแรกของการเทรด จะไม่มีการกำหนดราคาสูงสุด-ต่ำสุด (Ceiling & Floor) รวมถึงไม่มีการใช้ Dynamic Price Band และ Auto Pause ราคาหุ้นจะเคลื่อนไหวตามกลไกตลาดเต็มรูปแบบ ขึ้นอยู่กับอุปสงค์และอุปทาน
การกลับมาเทรดหุ้นอีกครั้งของการบินไทย เกิดจากการประสบความสำเร็จในการออกจากแผนฟื้นฟูกิจการ โดยการบินไทยสามารถเปลี่ยนหนี้ที่ค้างอยู่เป็นทุน และระดมเงินจากผู้ถือหุ้นและพนักงานได้รวมกว่า 76,000 ล้านบาท ทำให้ส่วนของบริษัทที่เคยติดลบ ตอนนี้กลับมาเป็นบวก และมีอัตราหนี้ต่อทุนลดลงเหลือแค่ 2.2 เท่า จากเดิมที่เคยสูงถึง 12.5 เท่า
นอกจากนี้การบินไทยสามารถปรับโครงสร้างหนี้ได้โดย ไม่ต้องลดมูลค่าหนี้ (No Haircut) สำหรับเจ้าหนี้รายใหญ่ทั้งเจ้าหนี้ทางการเงินและการค้า โดยบริษัทฯ ได้กำหนดแผนชำระหนี้ไว้อย่างชัดเจนจนถึงปี 2579

ทำไม ‘สี จิ้นผิง’ กล้าสร้างเขื่อนยักษ์ 1.6 แสนล้านดอลลาร์ หวังลงทุน กระตุ้นเศรษฐกิจ ช่วยจีนหลุดพ้น ‘เงินฝืดเรื้อรัง’ทำไม...
09/08/2025

ทำไม ‘สี จิ้นผิง’ กล้าสร้างเขื่อนยักษ์ 1.6 แสนล้านดอลลาร์ หวังลงทุน กระตุ้นเศรษฐกิจ ช่วยจีนหลุดพ้น ‘เงินฝืดเรื้อรัง’
ทำไม ‘สี จิ้นผิง’ ถึงกล้าเดินหน้าโปรเจกต์สร้างเขื่อนยักษ์ มูลค่า 1.6 แสนล้านดอลลาร์ การลงทุนครั้งนี้ คาดสร้างงาน-ออเดอร์วัสดุ จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจจีนจนสามารถหลุดออกจากภาวะเงินฟืดเรื้อรังได้หรือไม่
ในเดือนนี้ “จีน” ได้เริ่มเดินหน้าก่อสร้างโครงการสำคัญ คือ “เขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ” ที่คาดว่าจะเป็นเมกะโปรเจกต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกในพื้นที่ภูเขาของเขตปกครองตนเองทิเบต ซึ่งคาดว่าจะใช้เงินลงทุนมหาศาลถึง 167,000 ล้านดอลลาร์ และอาจใช้เวลาสร้างไม่ต่ำกว่า 10 ปี
โครงการนี้นับเป็นการเดิมพันครั้งสำคัญสำหรับประธานาธิบดี “สี จิ้นผิง” เพื่อหวังจะฟื้นฟูเศรษฐกิจจีนที่กำลังชะลอตัวให้กลับมาเติบโตอย่างยั่งยืน, กระชับการควบคุมในพื้นที่ทิเบตที่ยังคงตึงเครียด และขยายอิทธิพลของจีนให้ไกลเกินขอบเขตประเทศ ซึ่งอาจเป็นสิ่งที่จีนจะยอมกับความกังวลที่ว่าการก่อสร้างอาจก่อให้เกิดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมมากมาย
คนจีนมีแนวคิดที่เชื่อว่า “การก่อสร้างขนาดใหญ่สามารถ จุดประกายการเติบโตทางเศรษฐกิจ” ซึ่งตอนนี้จีนเองก็กำลังเผชิญกับปัญหาเงินฝืด, วิกฤติอสังหาริมทรัพย์ที่ยืดเยื้อมานานหลายปี, และแรงกดดันทางการค้า รวมถึงภูมิรัฐศาสตร์ที่รุนแรงขึ้น
นอกจากนี้ โครงการนี้ยังเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่สี จิ้นผิง สามารถใช้สำหรับการเพิ่มอำนาจควบคุมของรัฐ ในการ รวมทิเบตเข้าเป็นส่วนหนึ่งของจีน ผ่านการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ
📌 จีนเดินเกมเก่า สร้างเขื่อนยักษ์หวังกระตุ้นเศรษฐกิจอีกครั้ง
ก่อนหน้านี้ จีนเคยมีประสบการณ์ในการพัฒนาโครงการไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่มาแล้ว อย่างเช่น “เขื่อนสามผา” ที่ใช้งบประมาณ 37,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งปัจจุบันเป็นโรงไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเคยถูกยกให้เป็นมาตรฐานของความทะเยอทะยาน
สิ่งที่น่าสนใจคือ โครงการเขื่อนแห่งใหม่นี้กำลังถูกสร้างขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจยังไม่แน่นอนเหมือนกับในอดีตที่ผ่านมา
โดมินิก อาเฮียกา-ดักบูย ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยเมกะโปรเจกต์ส มหาวิทยาลัยดีกิน ในออสเตรเลีย เชื่อว่าจีนกำลังทำแบบเดียวกันกับทศวรรษ 1990 ที่เคยหันมาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ การสร้างเขื่อนครั้งนี้จึงเป็นการใช้กลยุทธ์เดิมเพื่อดูดซับกำลังการผลิตส่วนเกินในภาคอุตสาหกรรมและสร้างงาน
รัฐบาลปักกิ่งเริ่มเสนอแผนการสร้างเขื่อนนี้อย่างชัดเจนครั้งแรกในปี 2021 ภายใต้แผนห้าปี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนใหญ่ที่ต้องการใช้ประโยชน์จากพลังงานน้ำบนที่ราบสูงทิเบตอย่างเต็มที่ กลยุทธ์นี้ได้รับการอนุมัติเมื่อเดือนธ.ค.ปีที่แล้ว
แต่ทว่าการเปิดตัวโครงการที่เงียบเชียบก็สร้างความกังวลไม่น้อย เพราะสำหรับโครงการที่ใหญ่ขนาดนี้ กลับแทบไม่มีการพูดคุยในที่สาธารณะเลย และหากมีการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรือแผนการย้ายถิ่นฐาน ก็มีแนวโน้มว่าจะได้รับการอนุมัติแบบลับ ๆ เช่นกัน
📌 เขื่อนยักษ์ ‘กระตุ้นความต้องการ-สร้างงาน’ ดีต่อเศรษฐกิจ
การสร้างเขื่อนในครั้งนี้จะสร้างความต้องการวัตถุดิบมหาศาล ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในเชิงบวกอย่างแน่นอน เพราะจะต้องใช้ ชปูนซีเมนต์มากถึง 50 ล้านตัน, เหล็กกล้า 6 ล้านตัน, ทรายและหินรวม 250 ล้านตัน, ทองแดง 500,000 ตัน และ วัตถุระเบิดอีกหลายแสนตัน
นอกจากนี้ สภาพอากาศที่เลวร้ายบนที่ราบสูงทิเบตอาจทำให้วัสดุสิ้นเปลือง เช่น ดอกสว่านสึกหรอเร็วขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนวัสดุยิ่งสูงขึ้นไปอีก นี่จึงเป็นแรงกระตุ้นสำคัญที่ออกแบบมาเพื่อ “กระตุ้นความต้องการ” ในช่วงที่ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและการลงทุนภาคเอกชนกำลังลดลง
ดังนั้น โครงการเขื่อนยักษ์นี้อาจกระตุ้นให้เกิดการลงทุนรวมสูงถึง 3 ล้านล้านหยวน ในช่วง 10 ถึง 15 ปีข้างหน้า ซึ่งคิดเป็นประมาณ 2.2% ของ GDP ของปีที่แล้ว อ้างอิงจากข้อมูลของ Huachuang Securities Co. บริษัทหลักทรัพย์ของจีน ซึ่งตัวเลขนี้ยังสูงกว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ล่าสุดอย่างการแก้ไขงบประมาณกลางปี 2566 ที่อัดฉีดเงินเข้าไป 1 ล้านล้านหยวน
นอกจากนี้ มีการคาดการณ์ว่าโครงการนี้จะช่วยให้ GDP ของจีนเติบโตเพิ่มขึ้น 0.1 ถึง 0.2 % ต่อปี จากการคาดการณ์ของหลายสถาบัน เช่น Citigroup Inc. และ Australia & New Zealand Banking Group Ltd.
รวมถึง Zheshang Securities Co. ซึ่งเป็นบริษัทหลักทรัพย์อีกแห่งหนึ่ง ประเมินว่าโครงการนี้จะ สร้างงานได้ประมาณ 200,000 ตำแหน่งต่อปี ซึ่งเทียบเท่ากับเกือบ 2% ของเป้าหมายการสร้างงานใหม่ประจำปีล่าสุดของจีนเลยทีเดียว

'บี ปรินทร์' ซีอีโอ แพลน บี ธุรกิจโตเพราะสู้-อดทน กับเบื้องหลัง  “บี ปรินทร์ โลจนะโกสินทร์” แม่ทัพใหญ่แห่ง แพลน บี มีเดี...
09/08/2025

'บี ปรินทร์' ซีอีโอ แพลน บี ธุรกิจโตเพราะสู้-อดทน กับเบื้องหลัง
“บี ปรินทร์ โลจนะโกสินทร์” แม่ทัพใหญ่แห่ง แพลน บี มีเดีย ถูกกล่าวถึงในวงกว้าง หลังบริษัทยึด 3 บิลบอร์ดใจกลางไทม์สแควร์ บอกโลกถึง #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด
เหตุการณ์ปะทะกันบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ทำให้มีผู้ได้รับผลกระทบจากคววามขัดแย้งไม่น้อย ทั้งทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยเป็นด่านหน้า มีการสูญเสียชีวิต และบาดเจ็บ ส่วนประชาชนพลเรือนนับแสนต้องเดือดร้อน อพยพ รวมถึงมีการสูญเสียเช่นกัน
ผลของความขัดแย้งและต่อสู้กัน ทำให้เสียเลือดเนื้อ อีกด้านมีภาคส่วนต่างๆเป็นกระบอกเสียงนำเสนอข้อมูลข่าวสาร ข้อเท็จจริงให้โลกรับรู้ถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งแน่นอนทั้ง 2 ฝ่าย มีข้อมูลที่ “ตรงข้ามกัน” อย่างสิ้นเชิง
เมื่อเป็นเช่นนั้น ทำให้ภาคธุรกิจ ทำแคมเปญ แสดงสัญลักษณ์แตกต่างกันไป เพื่อให้กำลังใจทหาร ประชาชน รวมถึงทำหน้าที่บอกเรื่องราวข้อเท็จจริงให้โลกรับรู้
“แพลน บี มีเดีย” หนึ่งในภาคธุรกิจ ที่ได้สร้างปรากฏการณ์บอกความจริงให้โลกรู้ด้วยการนำ “ธงชาติไทย” โบกสะพัดผ่านสื่อโฆษณานอกบ้านหรือป้ายบิลบอร์ดที่ย่าน “ไทม์สแควร์” ใจกลางมหานครนิวยอร์ก พร้อมแฮชแท็ก( #) #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด
นอกจากนี้ ยังใช้พื้นที่สื่อโฆษณานอกบ้าน(OOH : Out of Home Media) 19,775 จอ ทั่วประเทศ แสดงสัญลักษณ์ธงชาติไทยให้ปรากฏแก่ทุกสายตา พร้อมเชิญชวนคนไทยร่วมสดุดี และรำลึกถึงความกล้าหาญของวีรบุรุษไทยผู้เสียสละชีวิตปกป้องผืนแผ่นดินไทย ทุกเวลา 8.00 น. และ 18.00 น. เวลาเคารพธงชาติ ซึ่งกิจกรรมดังกล่าว ทำให้ไดรับการชื่นชมอย่างล้นหลาม และเกิดการรวมพลังส่งต่อความรักชาติ ให้เป็นที่ประจักษ์ด้วย
กิจกรรมการแสดงออกดังกล่าว ยังทำให้ชื่อของแม่ทัพใหญ่ “บี ปรินทร์ โลจนะโกสินทร์” ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด(มหาชน) ถูกสปอร์ตไลท์ส่อง ผู้คนกล่าวขานถึงในวงกว้าง
“บี ปรินทร์” ถือเป็นนักธุรกิจที่เร้นกาย ไม่ได้พบปะสื่อบ่อยนัก แต่กับเครือข่ายเพื่อนฝูงนักธุรกิจด้วยกัน จะเจออยู่เนืองนิตย์
ในงาน “Punch Above The Market : ปล่อยหมัดฮุก..กลยุทธ์เหนือตลาด” สะท้อนจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ จัดโดย “ไอพีจี มีเดียแบรนด์ส ประเทศไทย” เป็นเวทีที่ “บี ปรินทร์” เผยตัว พร้อมกับเล่าเรื่องราวการเดินทาง 20 ปี ของ “แพลน บี มีเดีย” โดยมีแม่ทัพธุรกิจอีกรายอย่าง ดร.ธราภุช จารุวัฒนะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม ไอพีจี มีเดียแบรนด์ส ประเทศไทย ทำหน้าที่ชวนคุย
มีนาคม 2568 ถือว่าครบรอบ 20 ปีของการก่อตั้ง “แพลน บี มีเดีย” ที่เต็มไปด้วยอุปสรรคมากมาย
“การเดินทาง 20 ปี ของแพลน บี มีเดีย และตอนนี้อยู่ในสภาวะที่ยากไปหมด ซ้ายขวาหน้าหลัง เจอแต่อุปสรรค ประเทศไทยกำลังต่อสู้กับอะไรหลายอย่างแตกต่างกันไป” ประโยคเปิดแรกที่ “บี ปรินทร์” ฉายภาพ
การก้าวสู่ “เบอร์ 1” เจ้าแห่งสื่อโฆษณานอกบ้านไม่ง่าย กว่าจะเติบโตรายได้ทะยานใกล้ “หมื่นล้านบาท” (ปี 2567 ปิดรายได้ 9237.9 ล้านบาท) ไม่ง่าย เพราะอุปสรรคมีสารพัด ทั้งปัญหาเศรษฐกิจ น้ำท่วม การปฏิวัติต่างๆนานาน และทุกคนเผชิญปัญหามาโดยตลอด
“20 ปีที่ผ่านมา ถ้ามองย้อนกลับไป เป็นระยะเวลาที่นานพอสมควร แต่กว่าจะเดินมาถึงจุดนี้ไม่ง่าย เจอปัญหาถาโถมมากมาย คำๆนึงที่เรารู้จักกันดีคือ untapped opportunity แต่ก็มอง resilience คือความอดทน การอดทนเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกคนจะสู้กับอะไรก็แล้วแต่ ซึ่งคนส่วนใหญ่ ถ้าสามารถยืนหยัดสู้กับสิ่งต่างๆได้ ก็จะมีโอกาสซ่อนอยู่”

‘SCC’ กำไรไตรมาส 2 ฟื้นเด่น ธุรกิจ ‘แพคเกจจิ้ง-ซีเมนต์’ ดีเกินคาด หนึ่งในกลุ่ม “หุ้นบิ๊กแคป” หรือ SET50 ในตลาดหลักทรัพย์...
09/08/2025

‘SCC’ กำไรไตรมาส 2 ฟื้นเด่น ธุรกิจ ‘แพคเกจจิ้ง-ซีเมนต์’ ดีเกินคาด
หนึ่งในกลุ่ม “หุ้นบิ๊กแคป” หรือ SET50 ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ที่นักลงทุนไทยและต่างชาติ ต่างเฝ้าจับตาความเคลื่อนไหวในมุมของผลดำเนินงานไตรมาส 2 และครึ่งแรกปี 2568 ยกให้ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) ซึ่งไม่ทำให้ผิดหวัง สะท้อนผ่านประกาศงบไตรมาส 2 ปี 2568 มีกําไรสุทธิอยู่ที่ 17,337 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 368% ซึ่งรวมรายการพิเศษ 15,170 ล้านบาท โดยกำไรพิเศษ ได้แก่ กำไรจากการปรับโครงสร้างที่เกี่ยวกับ PT Chandra Asri Pacific Tbk. (CAP) รวม 16,712 ล้านบาท
หากไม่รวมรายการพิเศษไตรมาส 2 ปี 2568 กำไรสุทธิอยู่ที่ 2,167 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 97% จากไตรมาสก่อน ซึ่งผลดําเนินงานที่ดีขึ้นในไตรมาสนี้ เป็นผลจากเงินปันผลรับตามฤดูกาลจากการลงทุนในธุรกิจอื่น (SCG Investment) ผลการดําเนินงานที่ดีขึ้นของธุรกิจซีเมนต์ แอนด์กรีนโซลูชันส์ รวมถึงธุรกิจแพคเกจจิ้ง
สอดคล้องกับ 2 บริษัทในเครือ 2 แห่งคือ บมจ.เอสซีจี แพคเกจจิ้ง (SCGP) และบมจ.เอสซีจี เดคคอร์ (SCGD) ได้ประกาศงบไตรมาส 2 และครึ่งแรกปี 2568 ออกมาแล้ว ซึ่งทิศทางออกมาใน “เชิงบวก” มากขึ้น แม้กำไรสุทธิยังชะลอตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่เป็นการชะลอตัวที่เริ่มเห็นสัญญาณผงกหัวขึ้นแล้วเทียบกับไตรมาสก่อน
โดย SCGD กำไรสุทธิลดลงเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน แต่มีกำไรสุทธิฟื้นตัวขึ้นจากไตรมาส 1 ปี 2568 สะท้อนภาพ SCGP มีกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2568 อยู่ที่1,009.79 ลดลง 30% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,453.66 ล้านบาทฟื้นตัวจากไตรมาส 1 ปี 2568 กำไรสุทธิ 900 ล้านบาท

 #ไทย จะเป็น 'อาร์เจนตินา' แห่งวงการ   หรือไม่? ถอดบทเรียนการละเลยดิสรัปยุคไมโครชิป จากร่ำรวยจึงกลายเป็น  #ประเทศรายได้ป...
09/08/2025

#ไทย จะเป็น 'อาร์เจนตินา' แห่งวงการ หรือไม่? ถอดบทเรียนการละเลยดิสรัปยุคไมโครชิป จากร่ำรวยจึงกลายเป็น #ประเทศรายได้ปานกลาง
[เรื่อง: รศ.ดร.บวร ปภัสราทร]
เล่ากันว่ามีประเทศหนึ่งที่ละเลยใส่ใจ Disruption ในยุคของไมโครชิป ได้ทำให้ประเทศที่เคยร่ำรวย ตกลงมาเป็นประเทศรายได้ปานกลาง
ความก้าวหน้าของไมโครชิปที่จำนวนทรานซิสเตอร์เพิ่มขึ้นหนึ่งเท่าตัวในทุกสองปีในช่วงหลายสิบปีมาแล้ว ทำให้มีระบบดิจิทัลที่ทำงานสารพัดรอบตัวเราในวันนี้ ดิจิทัลกลายเป็นสิ่งที่ขาดไปไม่ได้
แต่วันนี้ LLM ซึ่งเป็นหัวใจของ AI ก้าวหน้าเร็วกว่าไมโครชิปมากๆ ก้าวหน้าขึ้น 2 เท่าทุก 7 เดือน อีก 5 ปีข้างหน้า AI จะสามารถทำงานเสร็จในเวลาแค่เป็นชั่วโมง ในงานที่คนใช้เวลาแรมเดือนจึงจะทำสำเร็จได้
เล่ากันว่ามีประเทศหนึ่งที่ละเลยใส่ใจ Disruption ในยุคของไมโครชิป ได้ทำให้ประเทศที่เคยร่ำรวย ตกลงมาเป็นประเทศรายได้ปานกลาง
ซึ่งอาจเป็นบทเรียนสำหรับบ้านเราว่า ถ้าละเลยไม่ใส่ใจจริงจังกับการตระเตรียมผู้คนให้พร้อมสำหรับการทำงานกับ AI ในอนาคต อะไรบ้างที่อาจจะเกิดขึ้นกับบ้านเรา
“อาร์เจนตินา” เป็นที่รู้จักกันดีในวงการฟุตบอล มีซอฟต์พาว์เวอร์เรื่องฟุตบอล ในช่วงทศวรรษ 1980-1990 ที่กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัลที่ใครๆ ในโลกต่างพากันตระเตรียมรับมือการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างจริงจัง
บ้านเราเองมีการประกาศปีแห่งสารสนเทศไทย มีแผนกลยุทธ์ไอที มีหลายองค์กรที่มีชื่อย่อแปลกๆ เกิดขึ้นมากมาย มีการปรับปรุงการเรียนการสอนให้ครอบคลุมเรื่องดิจิทัลอย่างจริงจังและกระทำอย่างกว้างขวาง
ส่งผลให้อย่างน้อยวันนี้มีบริการ 5G ที่ไม่น้อยหน้าใคร ตอนโควิดระบาดก็ยังเล่าเรียน ยังดูแลรักษาพยาบาลผ่าน 5G กันได้
แต่อาร์เจนตินาในวันนั้นกลับเน้นการศึกษาแบบดั้งเดิม เน้นเรื่องการเกษตรและศิลปศาสตร์ เด็กๆ ได้เล่าเรียนทักษะที่ล้าสมัย แทนที่จะได้เรียนทักษะสำหรับอนาคต
คะแนน PISA เฉลี่ยเลยตกมาอยู่ในอันดับ 65 ของโลกในหลายปีต่อมา การลงทุนจากต่างประเทศไม่ขยับขึ้นมาที่ไฮเทค ยังคงอยู่กับอุตสาหกรรมดั้งเดิมที่เน้นใช้ทรัพยากรธรรมชาติ มากกว่าที่จะเป็นอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูง
อาร์เจนตินาเดินหน้าบนความเชื่อของฝ่ายการเมืองในเรื่องประชานิยมที่ดูแลเกษตรกรดั่งเดิมอย่างเต็มที่ และมั่นใจมากเกินไปในรายได้จากทรัพย์ในดินสินในน้ำ
อาร์เจนตินาจึงเดินบนเส้นทางที่แตกต่างไปจากเพื่อนบ้านคือ ชิลี ทำให้สัดส่วน GDP ของอุตสาหกรรมไฮเทคมีแค่ไม่ถึง 0.7 % ในขณะที่ชิลีไปอยู่ที่อยู่ 1.5%. ยิ่งถ้าเป็นไอร์แลนด์ ที่แม้จะมีประชากรน้อยกว่ามาก แต่เตรียมตัวได้ดีกว่าจนมีสัดส่วน GDP ไฮเทคถึง 25%
บุคลากรไฮเทคกว่า 5 แสนคนในอาร์เจนตินาย้ายออกจากไปทำงานในบ้านเมืองอื่นที่มีโอกาสมากกว่า คนเก่งไม่อยู่ คนอยู่ไม่เก่ง แม้แต่บริษัท Start Up ที่บังเอิญเกิดขึ้นในประเทศในช่วงเวลานั้นก็ต้องไปเติบโตในต่างประเทศ เพราะทั้งขาดระบบนิเวศที่จะช่วยสนับสนุนการเติบโต และมีการกีดกันจากผู้ประกอบการรายใหญ่
เมื่อบุคลากรที่เหลืออยู่ไม่มีความพร้อมในเรื่องไฮเทคด้านดิจิทัล อุตสาหกรรมไฮเทคเลยไปอยู่ประเทศข้างเคียงกันเกือบหมด บัณฑิตจบใหม่ตกงานกันมากมาย เสียค่าเล่าเรียนไปแล้ว กู้เรียนไปแล้ว แต่ไม่ได้งานที่จะได้เงินมาจ่ายหนี้สินที่กู้มาเล่าเรียนเสียอีก
ในที่สุดเพื่อนบ้านชิลีเปลี่ยนจากประเทศรายได้ปานกลางที่อีกนิดเดียวจะเป็นประเทศรายได้สูง ในขณะที่อาร์เจนตินาตกจากประเทศรายได้สูงมาเป็นรายได้ปานกลาง ในอดีตอาร์เจนตินา เคยมีรายได้มากกว่าฝรั่งเศส
ความไม่จริงจังในการรับมือการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีสำคัญ นโยบายประชานิยมที่ไม่ได้เน้นการยกระดับขีดความสามารถของผู้คน และการยึดมั่นเกินไปกับทรัพย์ในดินสินในน้ำ ทำให้อาร์เจนตินากลายเป็นประเทศรายได้ปานกลางตราบเท่าทุกวันนี้
บทเรียนจากอาร์เจนตินา นอกเหนือไปจากเรื่องประชานิยมและทรัพย์ในดินสินในน้ำแล้ว การตระเตรียมรับมือ Disruption เป็นเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่ง แม้ว่าเราเคยทำได้ในยุคแห่งการพลิกโฉมทางดิจิทัล
แต่วันนี้ไม่มีความชัดเจนเทียบเท่ากับที่เราเคยทำแล้วประสบความสำเร็จบ้างในการรับมือ Disruption จากดิจิทัล วันนี้เราเตรียมรับมือ Disruption จาก AI ได้อย่างมีประสิทธิผลแค่ไหน?
ถ้าเรามีนโยบายประชานิยมที่ไม่ได้มุ่งเติมเต็มขีดความสามารถของผู้คน ถ้าเราเชื่อมั่นในการท่องเที่ยวแบบเดิมๆ ถ้าเราเชื่อมั่นเรื่องในน้ำมีปลาในนามีข้าว และเราพูด AI โดยไม่ได้เติมเต็มขีดความสามารถ AI ให้กับผู้คนอย่างจริงจัง วันหน้าเราจะเป็น อาร์เจนตินาแห่งวงการ AI หรือไม่?.

Endereço

Beira

Telefone

+258843930521

Website

Notificações

Seja o primeiro a receber as novidades e deixe-nos enviar-lhe um email quando Learn about stocks publica notícias e promoções. O seu endereço de email não será utilizado para qualquer outro propósito, e pode cancelar a subscrição a qualquer momento.

Entre Em Contato Com O Negócio

Envie uma mensagem para Learn about stocks:

Compartilhar