25/03/2026
#ทำไมจึงมีการอ้างอิงราคาน้ำมันสำเร็จรูปจากสิงคโปร์
#เพจลัดเลาะเที่ยวเกาะสิงคโปร์
🔴 #มีการประกาศขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิดในวันนี้ (26 มีนาคม 2569) ปรับขึ้น 6 บาทต่อลิตร
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมประเทศไทยต้องอ้างอิงราคาน้ำมันสำเร็จรูปจากสิงคโปร์ ทั้งที่เรามีโรงกลั่นของตัวเอง
🔴 ในปัจจุบันนี้มีตลาดกลางใหญ่ๆ ที่เป็นแหล่งตลาดกลางซื้อขายน้ำมันสำเร็จรูปและเป็นตลาดกลางซื้อขายน้ำมันดิบ ดังนี้
#ตลาดน้ำมันสำเร็จรูป มี 3 แห่ง คือ
1️⃣. New York Mercantile Exchange #ตลาดนิวยอร์ก
2️⃣. International Petroleum Exchange #ตลาดลอนดอน
3️⃣. Singapore International Monetary Exchange หรือ SIMEX #ตลาดสิงคโปร์
🔴 #สำหรับตลาดกลางซื้อขายน้ำมันดิบ มีอยู่ 3 แห่ง คือ
1️⃣. #น้ำมันดิบดูไบ (Dubai) เป็นน้ำมันดิบจากแหล่งตะวันออกกลาง
2️⃣. #น้ำมันดิบเบรนต์ (Brent) มีแหล่งผลิตที่อยู่ในทะเลเหนือ โดยอยู่ระหว่างเกาะอังกฤษ และคาบสมุทรสแกนดิเนเวีย
3️⃣. #น้ำมันดิบดับบลิวทีไอ (West Texas Intermediate) เป็นน้ำมันดิบอ้างอิงที่สำคัญในทวีปอเมริกา
🔴 #สิงคโปร์🇸🇬 เป็นศูนย์กลางซื้อขายน้ำมันสำเร็จรูปที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค มีทั้งผู้ซื้อและผู้ขายจำนวนมาก ราคาที่ใช้กันเรียกว่า Mean of Platts Singapore (MOPS) ซึ่งเป็นราคากลางที่ประเทศในเอเชียใช้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
นอกจากนี้ สิงคโปร์ลงทุนสร้างท่าเรือน้ำลึก คลังเก็บน้ำมันขนาดใหญ่ และมีระบบกฎหมายที่เปิดเสรีเพื่อดึงดูดบริษัทพลังงานระดับโลก เช่น Shell, ExxonMobil, BP, Chevron และ Singapore Petroleum Company
🔴 ปัจจุบันสิงคโปร์มีกำลังการกลั่นรวมสูงสุดกว่า 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน มากกว่ากำลังการกลั่นรวมของไทยที่ประมาณ 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน
โรงกลั่นที่ใหญ่ที่สุดอย่าง Jurong Island Refinery ของ ExxonMobil มีกำลังการกลั่นกว่า 605,000 บาร์เรลต่อวัน น้ำมันดิบที่ใช้ไม่ได้มาจากตะวันออกกลางเพียงอย่างเดียว แต่ยังนำเข้าจากหลายภูมิภาค เช่น แอฟริกา ออสเตรเลีย และเอเชียเอง
🔴 #สิ่งที่ทำให้สิงคโปร์แตกต่างจากไทยไม่ใช่จำนวนโรงกลั่น แต่เป็นความเป็นตลาดกลางที่มีบริษัทและธุรกิจเกี่ยวกับพลังงานจำนวนมาก ทั้งโรงกลั่น เทรดเดอร์ บริษัทขนส่ง และสถาบันการเงิน การซื้อขายน้ำมันเกิดขึ้นทุกวันทั้งแบบซื้อขายจริงและสัญญาล่วงหน้า ส่งผลให้เกิดราคากลางที่เชื่อถือได้และใช้เป็นตัวอ้างอิงในภูมิภาค
🔴 นอกจากนี้สิงคโปร์ยังปรับเขตเวลาเป็น UTC+8 เพื่อให้ตลาดเชื่อมต่อกับลอนดอนและนิวยอร์ก การเปิดทำการพร้อมกับสองตลาดนี้ช่วยให้ราคาที่สิงคโปร์สามารถเป็นตัวอ้างอิงได้รวดเร็วและเป็นมาตรฐานเดียว
🔴 ประเทศไทยใช้วิธีคิดราคาน้ำมันแบบ #เสมือนนำเข้า หรือ Import Parity คือคำนวณว่าถ้าต้องซื้อน้ำมันจากสิงคโปร์จะมีต้นทุนเท่าไร แล้วใช้ตัวเลขนั้นเป็นฐานในการตั้งราคา แม้จะกลั่นในประเทศก็ตาม
🔴 หากไทย #ไม่อิงราคาสิงคโปร์
จะเกิดปัญหาอย่างไร
🔻 #ตั้งราคาต่ำเกินไป ➡️ โรงกลั่นในประเทศ ก็อาจหันมาส่งออกน้ำมันไปขายที่อื่นที่ราคาสูงกว่า ทำให้เกิดภาวะน้ำมันขาดแคลนในประเทศ
🔺 #ตั้งราคาสูงเกินไป ➡️ อาจเกิดการลักลอบนำเข้าน้ำมันราคาถูกจากประเทศเพื่อนบ้านมาขาย ทำให้รัฐเสียรายได้จากการเลี่ยงภาษี นอกจากนี้ ราคาน้ำมันที่สูงกว่าประเทศรอบข้างในภูมิภาคอาจทำให้ต้นทุนการผลิต การขนส่ง ของผู้ประกอบการไทยเพิ่มขึ้น จนไม่สามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้
🔴 #แต่ประเด็นที่น่าสนใจคือ การอิงราคาสิงคโปร์ไม่ใช่แค่เอาตัวเลขราคามาเฉย ๆ แต่ยังมี #การบวกค่าขนส่งและค่าประกันภัยเสมือน เข้าไปด้วย ถึงแม้น้ำมันจะกลั่นที่ระยอง แต่เรากลับต้องจ่ายราคาเสมือนว่านำเข้าน้ำมันนั้นมาจากสิงคโปร์ ซึ่งกลายเป็นต้นทุนแฝงที่ทำให้ราคาหน้าโรงกลั่นไทยสูงกว่าต้นทุนการผลิตจริงค่ะ
🔴 เพื่อนๆ มีความเห็นเกี่ยวกับการหาอิงราคาน้ำมันจากสิงคโปร์อย่างไรบ้าง เขียนมาในคอมเมนต์นะคะ🥰 #ขอคอมเมนต์สุภาพนะคะ
❥รักนะ...
❥พอลล่า 🧡🧡
#พอลล่าพาเที่ยว #พอลล่าพาช้อป #พอลล่าสิงคโปร์ #เที่ยวสิงคโปร์รู้ลึกรู้จริง #เที่ยวสิงคโปร์ #เที่ยวสิงคโปร์ด้วยตัวเอง #เที่ยวเกาะสิงคโปร์ #เที่ยวสิงคโปร์ไม่ยากอย่างที่คิด #สิงคโปร์ #รีวิวสิงคโปร์ #คนไทยในสิงคโปร์ #คนไทยในต่างแดน
รวบรวมข้อมูลจาก: ปตท., ลงทุนแมน, NIDA, Investing, กรุงเทพธุรกิจ