Business Backpacker by K-SME

Business Backpacker by K-SME Urgent Call [International] > [email protected]

ย่าน Shopping ที่คนไทยชอบไปใจกลางญี่ปุ่นถูกตำรวจบุก, พบ "ร้านจีนสวมรอยขายของก๊อป" เกินครึ่งแล้ว !!!เมื่อปีก่อนเคยเล่าไปท...
27/05/2026

ย่าน Shopping ที่คนไทยชอบไปใจกลางญี่ปุ่นถูกตำรวจบุก, พบ "ร้านจีนสวมรอยขายของก๊อป" เกินครึ่งแล้ว !!!

เมื่อปีก่อนเคยเล่าไปที [มีรูปหลักฐานตอนโวย]

ว่าซื้อเสื้อ Arcteryx [สมัย Canada ยังเป็นเจ้าของ, ปัจจุบันคุณภาพต่ำลงมากๆ และตัวการก็คือจีนอีกเช่นเคยที่ซื้อกิจการไปเมื่อสามปีก่อน 😑] แล้วได้ "ของปลอม" ที่ย่านนี้

ป้ายด้านใน 2 อัน Detail ไม่เหมือนกัน

แถมระบุประเทศที่ Made in ก็คนละแห่ง

ตอนนั้นจำได้ว่ากลับไปที่ร้านขอคำอธิบาย, แต่พนักงาน [น่าจะคนจีน] เลิ่กลักใหญ่แล้ววิ่งไปด้านหลัง

ตาม Manager มา [ก็น่าจะคนจีนด้วยกัน]

มันคืนเงินทันที, คาดว่าเพราะ "ไม่อยากมีเรื่องเดี๋ยวจะยาว"

ร้านพวกนี้เป็นจีนตั้งแต่หัวจรดเท้า, เน้นหลอกขายนักท่องเที่ยวเพราะไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราว

อาจจะ [ยัง] คิดว่าที่ญี่ปุ่นไม่มีของปลอม ✔️​

[สินค้ากลุ่มอื่นๆ ไม่กล้ายืนยันแต่จะบอกว่าที่คนไทยชอบมาหิ้วๆ สาย Outdoor อย่าง The NorthFace​ or Columbia นี่ปลอมทั้งนั้น, ในฐานะที่ใช้ Arcteryx มาตั้งแต่ยุค Made in Canada จนต้องหนีมา Norrona / 66North / etc 😂]

และการหลอกนักท่องเที่ยวมันง่าย, ตรงที่ "ซื้อแล้วก็ไป"

กว่าจะรู้ตัวว่าโดนก็ออกนอกญี่ปุ่นแล้ว 🦕​

[หรืออาจไม่รู้เลยเพราะยังคิดว่าที่นี่ไม่มีของปลอม]

จนวันก่อน, ตำรวจ Tokyo บุก Ueno แบบไม่ให้ทันตั้งตัว




พบร้านค้าเกินครึ่งใน Ameyoko มีต่างชาติเป็นเจ้าของ

คนท้องถิ่นยังแจ้งตำรวจด้วยว่าคนพวกนี้ไม่สุงสิงกับคนญี่ปุ่นที่นี่, ไม่ทำตามกฏหมายใดๆ สักข้อ

ตั้งแต่ต้นปี, มีคนแจ้งว่าร้านพวกนี้ก่อปัญหานั่นนี่ไปยังตำรวจ

กว่า 1500 คดี

แต่ไม่มีการปรับปรุงแก้ไขใดๆ

ยังคงเดินหน้าทำผิดกฏหมายขายสินค้าปลอม

รวมทั้งตั้งแผงขายอาหารเกินเขตที่ท้องถิ่นกำหนด

[Izakaya และร้านของกินแถว Ameyoko ก็กลายเป็นจีนเทาครึ่งๆ]

อีกอย่างคือนักท่องเที่ยว, รวมทั้งคนไทยส่วนใหญ่แยกภาษาจีนกับภาษาญี่ปุ่นไม่ออก [บางคนแยกเกาหลีไม่ออกด้วย]

ต่อให้ร้านนั้นมันเขียนจีนทั้งร้าน & คุยกันช้งเช้งแค่ไหน





ก็เข้าใจว่าเป็นภาษาญี่ปุ่น

เดินเข้าไปให้มันฟันหัวแบะ [หมูสยามมาแล้ววว 😑]

การถล่ม Ameyoko & Ueno ครั้งนี้, ที่จริงก็มีเป้าหมายเพื่อนักท่องเที่ยวด้วย

เพราะคนญี่ปุ่นมันคงไม่ถูกหลอกอยู่แล้ว

แต่การที่ต่างชาติมาซื้อของ [ที่ควรจะ] แท้ไปแล้วได้ของปลอม, โดยไม่รู้ว่าโดนคนจีนหลอก

ทำให้ "ภาพลักษณ์ของญี่ปุ่นไม่ดี"

อาจจะเหมาว่า "ญี่ปุ่นเปลี่ยนไป = ทำไมเดี๋ยวนี้ขายของปลอม"

ทั้งที่เงินทุกบาทเข้ากระเป๋าจีนเทา

ต้นทุนของปลอมก็ต่ำ, ขายฟันแพงๆ

ทำชื่อเสียงประเทศที่มันมาแอบตั้งร้านให้เน่าตามไปอีก




Welcome to Japan

[ดินแดนที่ร้านค้าพูดภาษาจีนไปครึ่งๆ 🫢 ]

Edit : เพิ่มเติมที่เคยเจอเรื่อง Arc'teryx​ ใน Comments

25/05/2026

เมืองไทยมาถึงจุดที่สั่งรองเท้าสกอลล์ [Scholl] จาก "ร้านทางการ" แต่ได้ของปลอม [ภาพใน Comment]

วันก่อนเพิ่งจะ Post บ่นว่า "จีนเทาเข้ามาเช่าโกดังเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่า" พร้อมขน "ของเถื่อน" และ "ของปลอม" เข้ามากองเต็มประเทศไทย

ส่วนตัวฉันชอบรองเท้าสกอลล์ตั้งแต่เด็ก

[จริงๆ Scholl อ่านว่า "ชอลลลล์" แต่คนไทยสมัยก่อนคงกลัวอ่านแล้วงงเลยออกเสียง Sch ให้มันชัดๆ ตามแบบ School ที่อ่านว่า "สคูล" และจริงๆ เสียงเอสเซฮาของ Scholl มันเป็น German 😅]

พอดีช่วงนี้ฉันเก็บ Data เรื่อง Platform ขายสินค้าในไทยอยู่

เพราะกำลังจะมี App ขายของตัวใหม่ของคนไทยเปิดตัววันที่ 7 Jul 2026 ชื่อ ThaiMart

เลยต้องเข้า Shopee ดูสถานการณ์ตลาดทุกวัน

[เสียตังค์อีกแล้วกรู]

ระหว่างนั้นก็กดๆ ไปเจอรองเท้าสกอลลลลลลลลล์

จากร้านทางการ [Official Storeeeeeeeeeee]

จากสามพันเหลือสี่ร้อยยยยยย 😱

ใส่ตะกร้าทันที, รวมส่วนลดส่งฟรีพร้อมกด Order !!!

ตอนกำลังจะตัดบัตร, เพิ่งสังเกตว่า




ทำไมมันใช้เวลาส่งนานจังแม้ฉันจะไม่ได้รีบ [ให้ส่งที่ไทย 😗]

กดดูรายละเอียด

ปรากฏว่ามันให้ "PreOrder"

ฉันก็งง, ทำไมร้านทางการ [Official Store] ถึงต้อง PreOrder ด้วยนะ [ทั้งที่ร้านก็เขียนว่าอยู่สมุทรปราการ 😑]

กดไปกดมา...

สรุปว่ามันคือ "ร้านทางการปลอม"

ไม่ใช่ Official Store แต่ตัวร้านตั้งชื่อว่า Scholl Offficial Store [มี F เกินหมาหนึ่งตัววววว 😂]

ดีที่มัน "ใช้เวลาส่งนาน"

ไม่อย่างนั้นฉัน "โดนไปแล้วววววว"

คือ

อาจมีคนรอด่ารอสมน้ำหน้าว่า




"เมิงผิดเองที่เชื่อออออออออ"

[เราเป็นชาติที่ถนัดการกระทืบกันเองซ้ำมาก, แทนที่จะด่าไอ้คนที่โกง]

จะเป็นไปได้อย่างไรรร

ที่รองเท้าราคาสามพันลดเหลือสี่ร้อยยยยยย

แต่ในความเป็นจริง

ฉันเพิ่งได้ Hardshell Jacket ของ Mammut Switzerland [Model 2025] ที่ญี่ปุ่นมา

Sale จาก 50600 Yen

เหลือ 9xx บาทที่ Outlet [รวมภาษีคือ 4### Yen 😅]

ลดไป 93% !!!

ด้วยความดีใจพอมาเจอ Scholl เหลือคู่ละสามสี่ร้อยเลยพร้อมจัดดดด 😂

แต่ที่น่าตกใจกว่า

คือร้านทางการ [ปลอม] พวกนี้มียอดขายมหาศาลลลลล

นับเฉพาะตัวเลขบน Shopee, ขายไปแล้ว 4 - 5 หมื่นต่อรุ่นนน

[ในร้านมีให้เลือกอีกเป็นสิบ Models]

ตีกลมๆ คือขายไปแล้วหลักแสนคู่, โดยไม่มีการจับการ Take Action ใดๆ !!!

Amazing Thailand...

เงินของคนในประเทศไหลไปกับสินค้าจีน

แถมยังเป็นสินค้าปลอม

ทั้งที่โกดังมันก็ตั้งอยู่ข้างๆ กทม

ขายไปแล้วเป็นแสนๆ คู่

ไม่มีใครในหน่วยงานรัฐฯ รู้เลย [เหรอวะ 😂]

ก็ได้แต่คิดแล้วก็สงสัย

คนไทยอย่าถามมาก

ว่าเงินในระบบมันหายไปไหน

เผลอๆ จีนเทาภาษีก็ไม่ต้องจ่าย

ต้นทุนก็ถูกกว่า

เอกสารก็ไม่ต้องทำ

ร้านไทยก็เจ๊งๆ ไป

Amazing Thailand สุดๆ จริงๆ

🫡

เด็กไทยทำไมโง่ลงๆ วันก่อนรัฐบาล​ Sweden สั่งยกเลิกการใช้ iPad ในโรงเรียน​หลังเก็บข้อมูลนาน 15 ปีว่าการสอนแบบนี้ทำให้เด็ก...
23/05/2026

เด็กไทยทำไมโง่ลงๆ

วันก่อนรัฐบาล​ Sweden สั่งยกเลิกการใช้ iPad ในโรงเรียน​หลังเก็บข้อมูลนาน 15 ปีว่าการสอนแบบนี้ทำให้เด็กสมาธิสั้น & ลดความสามารถ​ในการเรียนรู้ 💥

ตามมาด้วยอีกสารพัดชาติใน EU

ล่าสุดรัฐบาล​ Malaysia เตรียมออกมาตรการ​ห้ามเด็กอายุ​ต่ำกว่า 16 ปีใช้ Social Network, ตามแนวทางของ Europe และ Australia

ตัดมาที่เมืองไทย, รัฐบาล​อนุทินฯ เข้าพบผู้บริหาร​ใหญ่ของ TikTok จากจีน...

เดินหน้าแผนการ "ผลักดันให้ครูทั่วประเทศทำ Video Clip สั้น" ไม่เกิน 2 นาทีลง TikTok เยอะๆ ให้เด็กดูมากๆ ประกอบการเรียน​การสอน

ประเทศ​นี้จะ Amazing​ ไปถึงไหนไม่รู้

แต่ข้างบนๆ เขาก็ส่งลูกเรียน Interฯ อยู่ดี, คงไม่โดนผลจากนโยบาย​นี้คนไทยสบายใจได้ 😂💸🇹🇭

นรกขั้นกว่าสำหรับผู้ค้า Online กำลังมา [นอกจากการขึ้นค่าธรรมเนียมของ Platforms 💥]วันก่อนคุยกับเพื่อน SMEs ที่ไทยเรื่อง S...
22/05/2026

นรกขั้นกว่าสำหรับผู้ค้า Online กำลังมา [นอกจากการขึ้นค่าธรรมเนียมของ Platforms 💥]

วันก่อนคุยกับเพื่อน SMEs ที่ไทยเรื่อง Shopee [ระบุชื่อเลยก็ได้เพราะไม่ได้จะโจมตีเขา] ขึ้นค่าธรรมเนียมนั่นนี่, ไปจนถึงเรื่อง App สาย Delivery ลดค่าวิ่งของพวก Rider

ความแปลกของการทำงานหนักยุคนี้คือ "ยิ่งทำยิ่งจน"

ขายได้เท่าไรจ่ายให้ Platforms

[แถมทำงานเป็นวัวเป็นควายสิบปียังไม่มีปัญญาซื้อบ้านเพราะปั่นราคาขายจีนหมด, แก่ตัว​ตกงาน​ขึ้นมากระเด็น​ไปนอน​ข้าง​ถนน​ทันที 😑​]

ที่นรกสุดคือ Platforms พวกนี้ส่วนใหญ่ไม่ได้แม้แต่จะอยู่ไทย

เงินไหลออกไปไกลๆ

รัฐบาลวันๆ ไม่ทำอะไร

แต่นั่น

ไม่ใช่ประเด็นของ Post นี้

ที่จะ Share คือมีคนรู้จักทำเกี่ยวกับ STock สินค้า




เล่าให้ฟังว่าช่วงไม่กี่เดือนมานี้, มีการ "เช่าโกดัง" จากทางจีนเยอะขึ้นมากอย่างมหาศาล

เพิ่มแทบจะ "เท่าตัว"

อย่างน่าประหลาด

รายละเอียด Official แจ้งมาว่าเพราะสถานการณ์ US VS Iran ยังไม่นิ่ง, พวกจีนเลยเช่าโกดังเพิ่มเพื่อใช้ส่งสินค้าไปประเทศ​รอบข้างเรา

แต่จริงๆ อีกส่วนคือการที่จีนเอาของมา Stock ไว้โดยตรงที่นี่, เวลาคนสั่งอะไรจาก Shopee หรือแม้แต่ Tiktok ก็ไม่จำเป็นต้องรอนาน

และไม่ต้องรอผ่านพิธีทางศุลกากรอีกที

จังหวะแปลกมาก

สวนทางกับจำนวนผู้ค้าไทยที่ตายชุดใหญ่ไปจาก Platforms

เพราะสู้ค่าธรรมเนียมและนั่นโน่นนี่ไม่ไหว

เมื่อวาน, ผมเห็นบาง Group [บน FB] มีคนพยายามรวมตัวกันเรียกร้องให้ "คนไทยเลิกขายบน Platform ต่างชาติ"

แต่นั่นอาจไม่ช่วยอะไร

และเผลอๆ จีนจะยิ่งสะใจ ✅​

เพราะได้ขน Stock สินค้าชุดใหญ่ [และจะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ] มากองรอไว้ที่ไทยแล้วเงียบๆ พร้อมเสียบทันที 💸​

[สินค้าจำนวนมากผิดกฏหมายเพราะเป็นของปลอม / ของก๊อป / ของตกเกรด, ล่าสุดที่ถูกบุกค้นคืออาหารสัตว์ผสมสารเคมี...]

นอกจากผู้ค้า Online แบบซื้อมาขายไปที่อยู่ไม่ได้, ตอนนี้จำนวนโรงงานไทยขนาดกลางก็ปิดตัวอย่างหนัก

สูงสุดในรอบเกือบ 4 ปี

หรือก็คือหนักสุดเทียบเท่าตอน Lockdown

[หรือในระยะยาวอาจจะหนักกว่า]

เพราะการผลิตสินค้าในประเทศสู้การขนข้ามมาของจีนไม่ได้

แต่ก็แปลกที่ปัญหานี้ไม่มีใครสนใจ 🔥

พอดีกับจังหวะที่การเช่าโกดังของจีนในไทยเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าในไม่กี่เดือนนี้

แต่รายละเอียดแบบชัดๆ เป็นตัวเลขไม่สะดวกที่จะเล่า

เอาเป็นว่าใครที่ทำ Online

หรือจริงๆ ก็รวมถึงทุกคนที่ทำ Offline [เพราะ Online คงทำทุกคนอยู่แล้วในปัจจุบัน]

นี่อาจจะเป็นสัญญาณเตือนครั้งใหญ่

ยิ่งถ้าใครมีลูกมีหลานมีภาระมีค่าเทอมค่าเช่าที่ค่าผ่อนบ้านระยะยาว Fixed ต้องจ่าย

วันก่อน, รัฐบาลประกาศตัวเลข GDP ไตรมาสแรกของปีว่า "โตเกินคาดเกือบ 3% !!!"

ทั้งที่มองไปทางไหนก็เห็นว่าตรงข้าม

ฐานล่างทยอยเจ๊ง

ธุรกิจไทยจะยิ่งต้องแข่งกันเองในพื้นที่ที่เล็กลงๆ

เพราะจีนกวาดพื้นที่ใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ

ทั้ง Online & Offline

แม้แต่ในหมู่บ้านผมที่ไทย, เจ้าของใหม่ๆ ก็มีแต่คนจีน...




[ส่วนคนไทยต้องเช่าอีกทอดเอาทั้งที่เราเกิดมาบนแผ่นดิน​ตัวเอง]

😢

ญี่ปุ่นทยอยเปิด "ร้านกาแฟร้องไห้" สำหรับคุณแม่ที่ลูกโวยวายตอนกลางดึก 🍀สาขาล่าสุดคือ Hokkaido, เปิดตั้งแต่ 3 ทุ่มถึง 6 โม...
19/05/2026

ญี่ปุ่นทยอยเปิด "ร้านกาแฟร้องไห้" สำหรับคุณแม่ที่ลูกโวยวายตอนกลางดึก 🍀

สาขาล่าสุดคือ Hokkaido, เปิดตั้งแต่ 3 ทุ่มถึง 6 โมงเช้าเพื่อให้คุณแม่ที่มีลูกเล็กๆ ได้อพยพมานั่งเงียบๆ ปรึกษาปัญหาหรือระบายสิ่งที่อยู่​ในใจ

โดยมีพนักงาน [Volunteers โดยรัฐฯ] ช่วยดูแล​เด็กชั่วคราว

จนกว่าจะผ่านยามค่ำคืน ☕

อาจฟังดูไร้สาระ

หรือเหมือนว่าคนเป็นแม่ "ไม่รับผิดชอบ"

แต่ความจริง, ที่นี่คือญี่ปุ่น

ลองนึกภาพว่าครอบครัวหนึ่งๆ อาศัยใน Apartments​ ที่ห้องข้างๆ ก็​ต้อง​ตื่นไปทำงานแต่เช้า

แล้วลูกเราเกิดร้องตอนห้าทุ่ม...

ไม่ใช่แค่หงุดหงิดแต่ยังต้อง "รับผิดชอบชีวิตประจําวัน​ของห้องข้างๆ"

ความกดดันที่มากขึ้นๆ

อาจทำให้คนรุ่นใหม่​ยิ่งตัดสินใจ​ "ไม่มีลูก"

ทุกอย่างส่งผลถึงกันหมด

แนวคิด "Yonakigoya" หรือร้านกาแฟสำหรับคุณแม่ร้องไห้กลางดึกจึงเกิดขึ้นมา

ปัจจุบัน​มีหลายสาขา, มีหลายหน่วยงานและหลาย Volunteer ที่ก็มักจะเป็นคุณแม่ด้วยกัน

ที่ Niigata

ที่ Tokushima

ที่ Nagoya

ที่ Hokkaido

ญี่ปุ่น​มีปัญหาเด็กเกิดใหม่ลดลงอย่างหนัก

แต่การผลักความผิดทั้งหมดว่า "ก็เป็นเพราะประชาชนไม่ยอมมีลูก !!!" ไม่ได้ช่วยอะไร

รัฐบาล​เกาหลีพยายามสนับสนุน​ให้คู่แต่งงาน​ใหม่มีปัญญาซื้อบ้านหลังแรกง่ายๆ, พยายามพัฒนาเศรษฐกิจ​ให้แข็งแกร่งเพื่อให้คนมีเงินมากขึ้นแม้จะแค่เปิด Port ลงทุนในหุ้นก็มีมูลค่าสูงขึ้นทุกปีๆ

รัฐบาล​ญีปุ่น​จ่ายเงินอุดหนุน​ลูกคนแรก, พร้อมนโยบาย​เรียนฟรีแบบ "ฟรีจริงๆ" จนถึงปริญญาตรี​ฯ

และวันนี้กับข่าว Yonakigoya

Cafe เสมือนที่หลบภัย

กลางดึกสำหรับคุณแม่ไว้ร้องไห้

พร้อมคำแนะนำจากรุ่นพี่ที่เคยผ่านปัญหา​นี้มา

ไม่ใช่เอาแต่ด่าเอาแต่โทษว่า "ก็เพราะคนไม่ยอมมีลูก"

แล้วกว้านเอาคนจีนคนพม่าเข้ามากวาดอสังหาฯ

มาเป็นชนชั้นบนกลุ่มใหม่แทน

มันไม่ได้แก้ปัญหา​ใดๆ

นอกจากจะทำให้คนที่เกิดในประเทศ​นี้กลายเป็น​ประชากรชั้นสองชั้นสามเข้าไปทุกที

ทั้งที่อยู่ในบ้านตัวเอง




🍂

ทำไมผู้ใหญ่สาย Tech ถึงไม่ให้เด็กๆ ลูกตัวเองเล่น iPad ?เมื่อเช้าอ่านข่าวจาก Sweden, ว่าด้วย Från skärm till pärm หรือการ...
18/05/2026

ทำไมผู้ใหญ่สาย Tech ถึงไม่ให้เด็กๆ ลูกตัวเองเล่น iPad ?

เมื่อเช้าอ่านข่าวจาก Sweden, ว่าด้วย Från skärm till pärm หรือการที่รัฐบาลประกาศให้สถานศึกษากลับมาใช้ "หนังสือเล่ม" แทนหน้าจอ [iPad & Tablet]

เหตุผลคือ 15 ปีที่ผ่านมา, การใช้ "จอ" แทน "กระดาษ" ทำให้เด็กโง่ลงๆ 💥​

[ที่ USA ก็เพิ่งมีงานวิจัยเรื่องนี้แบบชัดๆ ออกมาเพราะมันต้องใช้เวลาในการเก็บข้อมูล]

ทั้งยังทำให้ "สมาธิสั้น"

"ความสามารถในการเรียนรู้ต่ำ"

และ "มีปัญหาทางจิตสูง"

เราอยู่ในโลกที่ "บ้ามาก"

แต่ถ้าจะว่าไป, คนรู้จักผมในสาย Tech ที่เป็นผู้ใหญ่เก่งๆ ส่วนมากก็ไม่ให้เด็กในบ้านเล่นพวก iPad

โดยเฉพาะเด็กเล็กๆ

เหตุผลที่เขา [และผมซึ่งเคยอยู่สายนี้] ทราบดี

คือสิ่งที่เรียกว่า "Algorithm"




สมัยผมยังเด็ก, ยุคนั้นที่จริงก็มีปัญหา "ติดจอ" เหมือนกัน 🙄​

แต่เป็นจอ TV

วันอาทิตย์ตื่นเช้ามาดูนั่งดูการ์ตูน

แต่ TV ก็คือ TV

ทุก 15 นาทีมีคั่นโฆษณา

ให้ลุกให้เดินบ้าง [แม้จะเดินไปเปิดตู้เย็นก็ยังดี... 😑]

และเมื่อจบหนึ่งตอน, เราก็ต้องรออีก 7 วัน

กว่าตอนหน้าจะมาให้ชม

ปัจจุบันตรงข้าม, ทุกสิ่งบนจอมีให้ดูตลอด "ตามต้องการ [On Demand]"

ดูทีสองร้อยตอนนนนน

สำหรับผู้ใหญ่จริงๆ ก็ไม่ดีเท่าไร

แต่สำหรับเด็กไม่ถึงสิบขวบ, มัน "เลวร้ายมาก"

นอกจาก "ติด Content", ยังไม่นับเรื่องที่การ Refresh สี Refresh จอรัวๆ ทำร้ายระบบประสาท

แต่ที่นรกขั้นกว่าคือต่อให้ดูจบ 200 ตอน, ระบบก็พร้อมจะยัด Content อื่นที่ "เด็กชอบแน่นอน" ต่อทันที

เพราะเบื้องหลังมีสิ่งที่เรียกว่า "Algorithm" นั่นเอง

เอาง่ายๆ, ระบบมันตรวจจับ "การใช้เวลา" ของเด็กคนนั้น

เหมือนผมชอบดูแมว, Algorithm [หรืออนาคตก็คือ AI] จะทำการเก็บข้อมูลไว้ 💯​

ว่า Account หรือ Username นี้ชอบดู Content แนวไหน

การที่เราใช้เวลานั่งนิ่งๆ ตั้ง 60 นาทีกับ Content แนวนี้, ระบบจะรู้ทันทีว่าเดี๋ยวจะส่งอะไรมาให้ดูต่อดี

เพื่อให้จาก 60 นาทีกลายเป็น 4 ชั่วโมง

นี่คือ Algorithm

คือ Data

คือสิ่งที่ทรงพลังที่สุดที่พวก Big Tech อย่าง Google / Meta [FB & IG] หรือ TikTok ใช้

ในไทยไม่มี Case พวกนี้

แต่ที่เมืองนอกอย่าง US / EU และ Aus มีการ "ฟ้องร้อง" บรรดา Tech Firms ใหญ่ๆ

ว่าอยู่เบื้องหลังการเสพติดอย่างหนักและความคลุ้มคลั่งมากขึ้นเรื่อยๆ ของเด็กๆ ด้วยการใช้สิ่งที่เรียกว่า Algorithm

ที่จริง, ผมยังเคยเห็นใน FB Group บางกลุ่ม "ขำ" เวลาพ่อแม่ที่เมืองนอกฟ้องร้อง FB

ว่า "ทำไมไม่รู้จักดูแลลูกตัวเองให้ดี" เที่ยวไปฟ้องคนอื่น

คนพวกนี้ไม่เข้าใจความน่ากลัวจริงๆ ของสิ่งที่เรียกว่า Algorithm

ไม่แน่ใจ, รู้สึกว่าน่าจะที่ Aus หรือไม่ก็สักประเทศใน EU

เคยมีกรณีที่เด็ก "ยิงตัวตาย"

จากการดู Video Clip บน Social Networks ที่มีผู้ใหญ่เอาปืนมาจ่อหัวแล้วยิงเล่น [Russian Roulette]

แต่เด็ก "ใช้เวลา" ดู Video นั้นอาจจะนาน [เพราะน่าจะยิงหลายนัด, ซึ่งจริงๆ อาจจะตัดต่อเอาหรือไม่ก็ปืนเปล่า]

พอ AI & Algorithm จับได้ว่า "เด็กคนนี้ตั้งใจดูมาก"

มันก็ "ส่ง" สิ่งที่คล้ายกันออกมาไม่หยุด

ดูอีกก็ส่งอีก

ยิ่งใช้เวลามากขึ้นก็ยิ่งชัด, ว่าเด็กสนใจอย่างมาก

ส่งมาจนเด็กไปหยิบปืนของพ่อมาลอง...

สรุป

ตาย

ที่เมืองนอกฟ้องร้องกัน

เห็นที่ไทยมีคน Share มา, ในนั้นทุกคน "ขำ"

ว่าไม่มีปัญญาดูแลลูกยังจะมาโทษ Internet

แน่นอนว่า Video Clips พวกนั้นถูกลบทิ้งในเวลาต่อมาแต่เท่าที่อ่านก็พอจะทราบว่าเนื้อหามันไม่ใช่แค่ "ลองยิงให้ดู" แต่เป็นการ "ท้า" ว่าถ้าใครดูแล้วไม่ลองทำตามคือ "กระจอก"

และคนที่ดูก็คือเด็ก

ที่ประสบการณ์ชีวิตยังไม่ได้มากมาย

[สมัยก่อนผมก็โง่, เหมือนที่ทุกคนก็เคยโง่]

แต่เราควรให้การโง่ 1 ครั้งเสียทั้งชีวิตเลยจริงๆ หรือ ?




คือเหตุผลที่ผู้ใหญ่สาย Tech หลายคนไม่ให้เด็กเล่น iPad

หรือเล่นก็จำกัดขั้นตอนจำกัดวิธีจำกัดเวลา

พอเห็นข่าวเช้านี้ที่ Sweden

มันก็ยิ่งชัดมากๆ

นอกจากระบบการศึกษาที่ดีติด Top ของโลก, ประเทศกลุ่ม Scandinavia ยังติด Top 5 ตลอดเรื่อง "ความสุขของคนในชาติ"

และอีกอย่างที่อาจไม่ได้ส่งผลโดยตรง 100% แต่ประเทศพวกนี้สนับสนุนให้คนออกไปเดินป่าเดินเขา, ใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติ

[ไม่แปลกใจที่ Brand สาย Outdoor ระดับบนสุดของโลกล้วนมาจาก Scandinavia, ผมใช้เป้ Bergans of Norway 🇳🇴 ใช้ Parka ของ 66 North Iceland 🇮🇸 ใช้รองเท้าเดินป่าของ Haglof Sweden 🇸🇪]

อาจฟังดูตลก

ที่คนสาย Tech กลับย้อนไปหาป่าหาภูเขาหา Outdoor

ที่ที่ไม่มี Algorithm

แนวคิด "Från skärm till pärm" ของรัฐบาล Sweden

แปลตรงตัวคือ "จากหน้าจอกลับสู่กระดาษ"

เราอยู่ในยุคที่ตัวเลขผู้ป่วยทางจิตสูงขึ้นเรื่อยๆ จนทำ New High, ไม่เคยมีแบบนี้มาก่อนในประวัติศาสตร์

และยังจะส่งต่อไปยังลูกหลาน

ให้ทำ New High ต่อไป




การย้อนศร

ของ Sweden

อาจจะเป็น "คำตอบที่ถูกต้อง" ก็ได้

จากประเทศที่มีความสุข Top 5

ของโลกใบนี้

🍀

18/05/2026

Sweden ประกาศเลิกใช้ iPad ใน รร ​หลังพบยิ่งใช้เด็กยิ่งโง่ / สมาธิ​ยิ่งสั้น / มีปัญหา​ทางจิต [från skärm till pärm] อย่างชัดเจน​ 😂

ดู Video รถไฟชนรถเมล์แล้วตกใจ, ผิดจากที่คิดไว้มาก... เมื่อวานเย็นมีคนเล่าปากเปล่าให้ฟัง, ทีแรกยังนึกว่า "รถเมล์คงจอดเกิน...
17/05/2026

ดู Video รถไฟชนรถเมล์แล้วตกใจ, ผิดจากที่คิดไว้มาก...

เมื่อวานเย็นมีคนเล่าปากเปล่าให้ฟัง, ทีแรกยังนึกว่า "รถเมล์คงจอดเกินมานิดๆ" เลยโดนชนตรงหัวแล้ว "หมุน" ไปกวาดรถข้างๆ

จนมาดู Video จากคันอื่นบนถนน, ถึงรู้ว่ารถไฟ "พุ่งชนกลางลำ"

เสียชีวิต 8, บาดเจ็บอีกเกือบ 40

คนก็วิเคราะห์วิจารณ์กันมากมาย, แน่นอนว่ารถใดๆ ไม่ควรไปจอดค้างขวางทางรถไฟ

แต่ก็มีคนค้านว่า "ถ้ารถเมล์ไม่ทำแบบนี้จะไม่มีวันได้ไป"

ซึ่งที่จริง, มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแทบจะทุก 500 m ในบ้านเรา 😶

เคยเล่าไปที, ที่แยกเอกมัยใต้รถไฟฟ้า




ต่างชาติที่มากับฉัน, มันตกใจมากๆ

ใต้สถานี, มีแยกไฟแดงสองอันติดๆ กัน

ผ่านแยกแรกไปก็ติดแยกสอง, ในระยะสั้นๆ แค่เท่ากับรถประมาณ 5 - 6 คัน

ดังนั้น, รถจำนวนมากก็เลยพยายามจะวิ่งผ่านรวดเดียวให้ได้

กลายเป็นติดแยกแรกยาวและ "คา" อยู่ตรงกลางผ่านแยกที่สอง, ขวางไม่ให้รถจากฝั่งซ้ายและขวาวิ่งไป

คนต่างชาติ [from Singapore] มันตกใจ

บอกว่าที่ประเทศมันไม่มีแบบนี้เด็ดขาด

นอกจากอันตราย, สิ่งสำคัญกว่าคือ "ถ้ามีรถฉุกเฉินต้องการผ่านใครจะรับผิดชอบ ?"

[และตรงแยกเอกมัยนี่มีโรงพยาบาลรวมๆ เท่าที่เห็นอย่างน้อยก็ 4 - 5 รพ]

ฉันก็ตอบไปเหมือนเดิม, เหมือนที่เคยตอบเรื่องนั่นนี่พันกว่ารอบเกี่ยวกับประเทศไทยว่า

"ที่นี่ไม่มีใครต้องรับผิดชอบอะไรทั้งนั้น"

มันอึ้ง...

แล้วก็ขำ

ประมาณว่า

เพราะแบบนี้ประเทศเมิงถึง "ด้อยพัฒนาตลอดกาล 🤭"

และก็เหมือนที่เคยเล่าเรื่องแฟนเก่าชาวญี่ปุ่นตกใจ, ร้านก๋วยเตี๋ยวข้างทางปากซอยทองหล่อสาดน้ำแกงเหลือๆ ลงท่อ

แล้วหนูกับแมลงสาบก็กรูกันขึ้นมา

กับคำถามว่า "ถ้าเกิดคนลื่นล้มหรือเกิดโรคระบาดใครจะรับผิดชอบ ?"

ฉันก็ได้แต่ตอบไปว่า "ที่นี่ไม่มีใครต้องรับผิดชอบอะไรทั้งนั้น"

[ก่อนนี้นางพูดเสมอว่าชอบเมืองไทยๆ, พอมาจริงครั้งแรกเจอแบบนี้เข้าไปไม่กลับมาอีกเลย 😂]

เราเป็นชาติที่เห็นแก่ตัวในทุก Step

ที่สำคัญคือคนเห็นแก่ตัวได้รับรางวัลเสมอ

ฝรั่งมันเรียกวิธีที่ไทยเราชอบนี้ว่า Rewards for Selfishness

คนแซงคิวได้รางวัล, คือไปก่อน

รถที่วิ่งมาแทรกหรือทับเส้นห้ามจอดก็เช่นกัน

มนุษย์เป็นสัตว์ที่ต้องปรับตัว, พอเห็นว่า "การแทรกและแซงคิวได้ Rewards"

เราก็เริ่มทำบ้าง

สร้างสังคมที่ "ถ้าไม่เห็นแก่ตัวคือโง่" ขึ้นมา

เหมือนสมัยเด็กๆ ฉันได้ยินพวกลุงแก่ๆ ในกะลาอวยตัวเองว่า "ถ้าขับรถที่ไทยได้ = ขับที่ไหนก็ได้"

เพราะเราขับเก่ง

มีช่องก็ปาดก็แซงก็ขวาง

พอมาทำงานเมืองนอกบ่อยๆ กับต่างชาตินานๆ

ฉันก็พบความจริงอย่างหนึ่งว่า

เราคนไทยเห็นแก่ตัวจนเป็นสันดาน, แถมยังสอนลูกหลานให้ทำตามอย่างภูมิใจ​

นึกภาพ, เหมือนตอนเช้า Buffet ในโรงแรม

ฝรั่งต่อคิว

ญี่ปุ่นต่อคิว

อยู่ๆ มีมนุษย์ป้าคนจีนวิ่งถือจานมาปาด / แทรก / ขวาง / แซง / เปิดเลนใหม่

แถมยังภูมิใจว่าฉันตัก Buffet เก่งกว่าคนชาติไหนๆ 🥞

ถามว่าจริงๆ ทุกคนตรงนั้นมองอย่างไร ?




"ไอ้พวกด้อยพัฒนา"

ที่ Amazing กว่าคือแล้ว E ป้าจีนนี่ไม่รู้ตัวจริงๆ หรือ ?

คำตอบก็คือ...

มันก็เหมือนลุงแก่ๆ ในกะลาแถวบ้านฉันที่คิดว่าการขับรถปาด / ขวาง / แทรก / เปิดเลนใหม่คือขับรถเก่ง 🦕

แถมคนไทย "ชอบการให้รางวัล" กับคนที่เห็นแก่ตัว

ป้าและลุงกะลาก็เลยยิ่งคิดว่ากรูเก่งมาก

รถ รพ ผ่านไม่ได้ก็ช่างแมร่ง

และก็นึกถึง Boss เก่าฉันท่านหนึ่งที่ทำงานกับญี่ปุ่นมาสิบปี, แกเคยพูดเรื่องความเครียดความกดดันในสังคมญี่ปุ่นว่า "ดี"

แกบอกว่า "เครียดที่ทุกคนต่อคิวอยู่ในระบบมันสบายใจ"

เพราะไม่ต้องคอยระแวงว่าใครจะแซง

ไม่เหมือนเมืองไทยที่ทำถูกต้องแค่ไหนก็มีคนจ้องจะแซง [และแมร่งก็ได้ไปก่อนทุกครั้ง 💸​]

แบบหลังแกว่า "เครียดกว่า"

จำได้ว่าวันนั้นฉันฟังยัง "ขำ"

ถ้า "ไม่ขวางก็ไม่ได้ไป"

ถึงจะเสี่ยงโดนรถไฟชน

พาคนอื่นตายไปด้วยกันก็ไม่เป็นไร

เพราะที่นี่เมืองไทย

8 ชีวิตจากไป, อีก 40 ในโรงพยาบาล

แต่ถามว่าพรุ่งนี้ยังทำพฤติกรรมเดิมไหม ?

ก็คงใช่

เพราะ "ไม่ขวางก็ไม่ได้ไป"

Welcome to Thailand 🍀

15/05/2026

Sizzler ไม่เคยได้เงินฉันเพราะที่ร้านไม่มีหัวหอม

เมื่อวานคุยกับเพื่อนที่เป็น SMEs เรื่องนี้, แบบ "ขำๆ"

แต่ทุกครั้งที่ Mention ถึงการสั่ง Sizzler แบบ Delivery

ประเด็นนี้จะจบแบบจริงจังเสมอ

ที่จริง, บ้านฉัน [ไทย] ไปทาน Sizzler ที่ห้างบ่อยเหมือนกัน

เพราะร้านมันเหมาะกับครอบครัว, ที่มีคุณแม่อายุ 7x ปีและมีเด็กต่ำกว่าสิบขวบ

สั่ง Steak เสร็จก็เดินตัก Salad ได้ตามใจ

คุณแม่อยากได้ผักเยอะๆ ก็มี, เด็กๆ อยากลองทานนั่นโน่นนี่ก็เป็นโอกาส

แต่ Sizzler ไม่เคยได้เงินฉัน

ถ้าเป็นการส่ง Delivery

เพราะคู่แข่งอย่าง EatAmAre เท่านั้นที่มี "Onion Rings"

สมัยเด็กฉันจนมาก 🍀




เกิดมาในครอบครัวที่พ่อเป็น Messenger [คล้ายๆ Rider ส่งอาหารทุกวันนี้]

Pizza Hut ถือเป็นสุดยอดแห่งร้านอาหารหรูที่ต้องไปยืนเกาะกระจกดู 🥲

นานๆ ทีจะได้เข้าไปนั่ง

สิ่งที่ฉันสั่งประจำคือ "หัวหอมทอด"

จิ้มซอสมะเขือที่ตั้งไว้เป็นขวดๆ บนโต๊ะไม้

มันอร่อยมากมายยยยย

เป็นผักอย่างแรกๆ ในชีวิตที่ทานได้ 🧅

แม้ปัจจุบันจะทานผักได้เกือบทุกอย่างในจักรวาฬฯ

แต่ก็ยังชอบหอมทอดมากอยู่ดี

ซึ่ง




Sizzler ไม่มี

[อย่างน่าแปลกใจ]

ทุกครั้งที่อยู่ไทยแล้วฉันอยากทาน Steak แบบง่ายๆ สั่งทันทีเอามาประกอบมื้อเย็น, ก็มักจะเข้า App

ทั้ง 2 ร้าน [EatAmAre VS Sizzler] ชอบมี Promotion นั่นนี่ในช่วงราคาไล่กัน

ราวๆ 2xx - 4xx THB

บางทีฉันกดเลือก Sizzler ใส่ตะกร้าเรียบร้อย

แต่ก่อนจะตัดบัตร, แทบจะ "ทุกครั้ง" ที่คิดว่า

"ทำไมมันไม่มีหอมทอดให้เลือกนะ"

ลองกด EatAmAre ดูสักนิดดีกว่า

แล้วก็พบว่า

9 ใน 10 ของการลองกดไปดู EatAmAre, จบลงด้วยการ "สั่งร้านนี้ดีกว่าไม่เอาแล้ว Sizzler"

แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น [อ้าว 😗]




ทุกครั้งที่เล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง

จะจบลงด้วยการคิดอย่างจริงจัง

ว่าทำไม Sizzler ไม่มีหอมทอด

และต่อยอดไปยังเรื่อง "สินค้าเล็กๆ หนึ่งชิ้นทำให้ตัดสินใจเปลี่ยนร้าน"

Product หนึ่งที่แทบจะไม่มีมูลค่า [เป็นแค่ของแถมข้างเคียงในจาน] สามารถ Leads ลูกค้าไปยังหน้าจ่ายตังค์

หรือทำให้เปลี่ยนใจ 💸

ฉันชอบหอมทอดระดับที่, บอกเลยว่าบางทีที่สั่ง EatAmAre ไม่ใช่เพราะว่าอยากทาน Steak หรือเนื้อเป็นชิ้นๆ

สินค้าที่เล็กมากๆ ทำให้จ่ายเงินซื้อชุดใหญ่

และเป็นเรื่องที่เวลาเล่าให้ใครฟัง

ทุกคนจะเริ่มด้วยการ "ขำ"

แต่จบด้วยสีหน้าจริงจัง

ว่าบางครั้งการทำธุรกิจ

อาจไม่ใช่ Main Dish ที่สำคัญ

หัวหอมทอดแค่ 3 วงต่างหาก

ที่เปลี่ยนจากการกดใส่ตะกร้า

มาเป็นตัดเงินเข้าหน้าร้านได้จริงๆ

🌈

ต่างชาติฝากมา : สุดยอดแห่ง Soft Power ไทยไม่ใช่กางเกงช้างงงงงแต่เป็น "ไข่ดาวกรอบๆ 😂"ทุกครั้งที่ฉันมาทำงานเมืองนอกนานๆ ต้...
21/04/2025

ต่างชาติฝากมา : สุดยอดแห่ง Soft Power ไทยไม่ใช่กางเกงช้างงงงง

แต่เป็น

"ไข่ดาวกรอบๆ 😂"

ทุกครั้งที่ฉันมาทำงานเมืองนอกนานๆ ต้องการทานอาหารไทย, สิ่งหนึ่งที่ร้านในต่างประเทศ [แมร่ง] มักจะทำไม่ได้

คือไข่ดาวแบบบ้านเราาาาาา

ซึ่ง...




ก็ไม่เข้าใจ

ว่ามันยากตรงไหนนนนน 😐

มีอยู่พักหนึ่งที่ฉันมาญี่ปุ่นบ่อยเพราะทำงานด้านเครื่องดื่มแลกเปลี่ยนระหว่าง Japan Thailand, จึงมีจังหวะที่ต้องทานอาหารพื้นบ้านของเราแต่เป็นที่ [ต่างจังหวัด] ญี่ปุ่น

ส่วนใหญ่คนที่นี่

รู้จักผัดกะเพรา 🍙

[แม้บางร้านจะใส่หัวหอม / พริกหยวก / Carrot, หนักสุดที่เคยเจอคือผัดไก่ใส่มันฝรั่งทอดดดดด... 😣]

แต่อย่างหนึ่งที่หาทานยากมากกกกก

คือไข่ดาวกรอบๆ

ทอดในน้ำมันท่วมๆ 🔥

ที่ทำได้คือ "ร้านที่คนไทยมาเปิด" เท่านั้นนนน

ถ้าเป็นร้านของญี่ปุ่นทำหรือร้าน Franchise ตามห้างใหญ่ๆ หรูๆ แถวพวก roppongi, จะมีแต่ไข่ดาวสีซีดๆ ลื่นๆ

ญี่ปุ่นเป็นชาติพัฒนาแล้วที่มีนวัตกรรมมากมายยยย

แต่ไม่สามารถสร้างไข่ดาวกรอบๆ ได้ 😤

ฉันเคยพยายามหาไข่ดาวแบบบ้านเราที่นี่

แต่ไม่มีใครรู้จัก...

[มันจะยากอะไรขนาดนั้นวะ 😑]

ไปๆ มาๆ, พบคนที่เขา "อ๋ออออ" ว่า

สิ่งที่ฉันอยากได้คือ




"ไข่ดาวแบบไทย"

[ตกใจที่เขาเรียกแบบนี้จริงๆ, ไม่ "カイダオ" แบบทับศัพท์ก็จะเรียกว่า "タイ目玉焼き" หรือ "ไข่ดาวแบบไทย" ตรงตัวไป]

ฉันเคยคิดมานานแล้ว, ว่านี่คือสิ่งมหัศจรรยยยย์

กับการที่เราสามารถ claim วิธีทอดไข่ดาวแบบนี้ว่าเป็น "ของดีประจำประเทศกรู 🍳"

[ทั้งที่จริงๆ เพื่อนบ้านอย่าง Laos / Burma / Cambodia ก็น่าจะมีไข่แบบนี้เหมือนกัน, รึเปล่าไม่รู้เพราะ 3 ชาตินี้ฉันไม่เคยไป...]

ยิ่งถ้ากินคู่กับผัดกะเพราและซอสศรีราชาา

คือที่สุดในสามจักรวาฬฬฬฯ 🐋




[แต่ปัจจุบันซอสศรีราชาก็กลายเป็นของ vietnam, วันๆ ร้าบานประเทศฉันทำอะไรอยู่เหรออออ 🙄]

ที่อยู่

เมือง

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Business Backpacker by K-SMEผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Business Backpacker by K-SME:

แชร์