Pinnacle Success Pinnacle Leadership Development Program. Support Changes for Lifelong Success and Fulfillment.

ยกระดับความเป็นผู้นำและดึงศักกยภาพทีมงาน ด้วย 2 หนังสือโค้ชชิ่งที่คุณต้องมี!อย่าปล่อยให้การบริหารคนเป็นเรื่องของการลองผิ...
23/02/2026

ยกระดับความเป็นผู้นำและดึงศักกยภาพทีมงาน ด้วย 2 หนังสือโค้ชชิ่งที่คุณต้องมี!
อย่าปล่อยให้การบริหารคนเป็นเรื่องของการลองผิดลองถูก! นี่คือ 2 คู่มือความรู้ ที่จะช่วยให้ผู้นำ โค้ช และ HR เปลี่ยนวิธีการทำงานไปตลอดกาล พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของแล้ววันนี้:

📘 EXECUTIVE COACHING INSIGHT (หนังสือเล่มใหม่ล่าสุด!) 48 บทเรียนจากห้องโค้ชผู้บริหาร
• ทางลัดสู่ความสำเร็จ: ไม่ต้องเสียเวลาลองผิดลองถูกเอง เราถอดบทเรียนจากการโค้ชผู้บริหารตัวจริงมาให้คุณแล้ว
• นำไปใช้ได้ทันที: จัดระบบตามมาตรฐานสากล (ICF Core Competencies) ออกแบบมาให้เป็น “คู่มือเชิงปฏิบัติ” เพื่อยกระดับผลลัพธ์ของทีมอย่างยั่งยืน

📙 COACHING EQUATION (พิมพ์ครั้งที่ 2 พร้อมปกใหม่!) พัฒนาศักยภาพคน เพิ่มประสิทธิผลงาน
• การันตีด้วยผลลัพธ์: หนังสือที่ผู้อ่านยกย่องให้เป็น "หนังสือโค้ชภาษาไทยที่ดีที่สุด"
• รากฐานที่แข็งแกร่ง: คัมภีร์ที่ขาดไม่ได้ ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้เริ่มต้นหรือผู้ที่จริงจังกับเส้นทางการเป็นโค้ช

📌 ลงทุนเพื่อพัฒนาตัวคุณเองและทีมงานในราคาเพียง เล่มละ 250 บาท

👉 สั่งซื้อเพื่อยกระดับผลลัพธ์ได้เลยที่ลิงก์นี้: https://forms.gle/a5MBBt3ZWtZK9Pj9A
(หรือ Scan QR Code ในรูปได้เลยครับ)

ESSENTIAL SKILL FOR HIGHEFFECTIVE PERFORMANCE รุ่นที่ 1เรียนรู้ทักษะที่สำคัญในการขับเคลื่อน performance- Leadership at a...
06/02/2026

ESSENTIAL SKILL FOR HIGH
EFFECTIVE PERFORMANCE รุ่นที่ 1
เรียนรู้ทักษะที่สำคัญในการขับเคลื่อน performance
- Leadership at all levels
> 5 Mindset of a Great Leader
- Change & Resilience
> ADKAR Model
- Generations & Communication
> D-I-S-C
- Effective Communication
> Empowering Language
> Confidence through Body Language
จบคลาสด้วย Reflection ดีๆ จากผู้เข้าอบรม
คะแนนประเมินหลักสูตรฯ ที่ดีเยี่ยม และ คำชื่นชมอีกมากมายจากผู้เข้าร่วมอบรมที่ให้กับโค้ช ^ ^

Executive Coaching Insight – 48 บทเรียนจากห้องโค้ชผู้บริหารถอดบทเรียนจากการโค้ชผู้บริหารจริง และจัดระบบตาม ICF Core Comp...
24/12/2025

Executive Coaching Insight – 48 บทเรียนจากห้องโค้ชผู้บริหาร
ถอดบทเรียนจากการโค้ชผู้บริหารจริง และจัดระบบตาม ICF Core Competencies
เพื่อให้ผู้นำ/โค้ช/HR ใช้เป็น “คู่มือเชิงปฏิบัติ” ในการยกระดับผลลัพธ์อย่างยั่งยืน

สิ่งที่คุณจะได้จากเล่มนี้:

Executive-level coaching mindset ที่ทำให้การสนทนากับทีมเปลี่ยนคุณภาพ

เครื่องมือคิดผ่าน คำถามทรงพลัง + การฟังลึก เพื่อเพิ่มความชัดเจนในการตัดสินใจ

แนวทางสร้าง Trust & Psychological Safety ซึ่งเป็นฐานของ collaboration และ retention

การพัฒนา Awareness → Action เพื่อเปลี่ยน insight ให้เป็น ex*****on

การโค้ช “ทั้งคน” เพื่อลด burnout เพิ่ม resilience และความพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง

นี่คือหนังสือสำหรับผู้นำที่ต้องการ
ยกระดับคุณภาพการสนทนา → ยกระดับคุณภาพการคิด → ยกระดับผลลัพธ์ของทีม

[สั่งซื้อ] หนังสือ Executive Coaching Insight
ราคา 250 บาท

https://forms.gle/a5MBBt3ZWtZK9Pj9A

หรือ scan QR Code ได้เลย

Coaching Equation พัฒนาศักยภาพคน เพิ่มประสิทธิผลงานหนังสือโค้ชภาษาไทยที่มีผู้อ่านได้บอกว่า"นี่คือหนังสือโค้ชภาษาไทยที่ดี...
24/12/2025

Coaching Equation พัฒนาศักยภาพคน เพิ่มประสิทธิผลงาน
หนังสือโค้ชภาษาไทยที่มีผู้อ่านได้บอกว่า
"นี่คือหนังสือโค้ชภาษาไทยที่ดีที่สุด"
“คัมภีร์ของผู้เริ่มต้นและผู้จริงจังกับการโค้ช”

กลับมา พิมพ์ครั้งที่ 2 ตามเสียงเรียกร้อง

หนังสือเล่มนี้จะพาคุณเข้าใจการโค้ชอย่างเป็นระบบ
ตั้งแต่ความหมายของ Coaching, G.R.O.W. Model,
สมการ Coaching Equation, การสื่อสาร, การเปลี่ยนแปลง
ไปจนถึงการฝึกโค้ชให้เป็น “ทักษะที่ใช้ได้จริง”

เหมาะสำหรับผู้บริหาร หัวหน้าทีม HR และผู้นำทุกคน
ที่เชื่อว่า การพัฒนาคน คือหัวใจของผลงาน

[สั่งซื้อ] หนังสือ COACHING EQUATION
ราคา 250 บาท

https://forms.gle/a5MBBt3ZWtZK9Pj9A

หรือ scan QR Code ได้เลย

พร้อมให้ สั่งซื้อเป็นเจ้าของกันได้แล้วครับ[1] หนังสือเล่มใหม่ ล่าสุดของผมExecutive Coaching Insight48 บทเรียนจากห้องโค้ช...
22/12/2025

พร้อมให้ สั่งซื้อเป็นเจ้าของกันได้แล้วครับ
[1] หนังสือเล่มใหม่ ล่าสุดของผม
Executive Coaching Insight
48 บทเรียนจากห้องโค้ชผู้บริหาร

ถอดบทเรียนจากการโค้ชผู้บริหารจริง
และจัดระบบตาม ICF Core Competencies
เพื่อให้ผู้นำ/โค้ช/HR ใช้เป็น “คู่มือเชิงปฏิบัติ”
ในการยกระดับผลลัพธ์อย่างยั่งยืน
[2] และเล่มแรก ที่นำกลับมาพิมพ์ใหม่
COACHING EQUATION
พัฒนาศักยภาพคน เพิ่มประสิทธิผลงาน

หนังสือโค้ชภาษาไทยที่มีผู้อ่านได้บอกว่า
"นี่คือหนังสือโค้ชภาษาไทยที่ดีที่สุด"
“คัมภีร์ของผู้เริ่มต้นและผู้จริงจังกับการโค้ช”
พิมพ์ครั้งที่ 2 พร้อมปกใหม่ ไฉไลกว่าเดิม
ทั้งสองเล่มนี้ ราคาเล่มละ 250 บาท
สามารถ กดสั่งซื้อ ได้ตามลิ้งค์ด้านล่าง

https://forms.gle/a5MBBt3ZWtZK9Pj9A

หรือ scan QR Code ได้เลยครับ

"การโค้ชช่วยองค์กรรับมือกับความเปลี่ยนแปลง (Change Management)"ในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความสามารถในการปรับ...
12/12/2025

"การโค้ชช่วยองค์กรรับมือกับความเปลี่ยนแปลง (Change Management)"

ในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความสามารถในการปรับตัวขององค์กรกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ก้าวข้ามความท้าทายต่าง ๆ ได้สำเร็จ “Change Management” หรือการบริหารการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่เพียงเรื่องของกระบวนการ แต่ยังเป็นเรื่องของ “คน” ที่ต้องการการสนับสนุนและการโค้ชเพื่อสร้างความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลง

---

📌 Change Management คืออะไร?

Change Management คือ กระบวนการจัดการที่ช่วยให้องค์กรสามารถนำการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่องค์กรได้อย่างราบรื่น โดยรวมถึงการวางแผน การสื่อสาร การบริหารทีมงาน และการสนับสนุนในระดับบุคคล ทั้งนี้เพื่อลดความขัดแย้งและเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จ

จากการศึกษาของ Prosci พบว่าองค์กรที่ใช้เครื่องมือ Change Management อย่างมีประสิทธิภาพ มีโอกาสประสบความสำเร็จในโครงการเปลี่ยนแปลงมากกว่าองค์กรที่ไม่ได้ใช้ถึง 6 เท่า นอกจากนี้ การศึกษาของ McKinsey ยังชี้ให้เห็นว่าโครงการที่ล้มเหลวกว่า 70% เกิดจากการขาดการบริหารจัดการคนในกระบวนการเปลี่ยนแปลงอย่างเหมาะสม​

---

📌 ประสบการณ์การโค้ชกับผู้บริหาร: การใช้ ADKAR Model

หนึ่งในบทสนทนาที่ผมมักใช้เมื่อพูดถึง Change Management กับผู้บริหาร คือการแนะนำ ADKAR Model ซึ่งเป็นกรอบแนวคิดที่ช่วยให้การเปลี่ยนแปลงเป็นไปอย่างมีระบบ โดยผมมักใช้วิธีการสนทนาแบบต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจและนำไปประยุกต์ใช้ได้ทันที

โค้ชโจ้: "คุณคิดว่า การเปลี่ยนแปลงที่คุณกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ มีอะไรที่สำคัญที่สุดที่คุณอยากให้ทีมงานเข้าใจ?"

ผู้บริหาร: "ผมอยากให้ทีมเห็นว่าทำไมเราต้องเปลี่ยน"

โค้ชโจ้: "เยี่ยมเลยครับ นั่นคือส่วนของตัวอักษรแรก A - Awareness ใน ADKAR Model คุณคิดว่าจะทำให้ทีมงานรับรู้ถึงเหตุผลในการเปลี่ยนแปลงนี้ได้อย่างไร?"

ผู้บริหาร: "บางทีผมอาจต้องอธิบายผลกระทบหากเราไม่เปลี่ยน"

โค้ชโจ้: "นั่นเป็นแนวทางที่ดีครับ ลองนึกดูว่าคุณจะพูดอะไรกับทีมเพื่อให้พวกเขารู้สึกถึงความจำเป็นนี้?"

หลังจากที่เราได้พูดคุยเรื่อง Awareness แล้ว ผมก็ชวนเข้าสู่ขั้นตอนถัดไป

โค้ชโจ้: "เมื่อทีมรู้แล้วว่าทำไมต้องเปลี่ยน คุณคิดว่าพวกเขาต้องมีอะไรต่อไปเพื่อเริ่มต้น?"

ผู้บริหาร: "ผมคิดว่า พวกเขาต้องรู้สึกอยากมีส่วนร่วมในสิ่งนี้"

โค้ชโจ้: "นั่นแหละครับตัว D - Desire คุณคิดว่าจะแสดงให้ทีมเห็นว่า การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นประโยชน์กับพวกเขาอย่างไร?"

ผู้บริหาร: "ผมอาจแสดงให้เห็นว่ามันจะช่วยทำให้การทำงานของพวกเขาง่ายขึ้นและมีโอกาสก้าวหน้าในอาชีพมากขึ้น"

โค้ชโจ้: "เป็นความคิดที่ดีครับ แล้วคุณจะใช้วิธีการอะไรเพื่อกระตุ้นให้เกิดแรงจูงใจนี้?"

เราทำแบบนี้ต่อไปกับตัว K - Knowledge, A - Ability, และ R - Reinforcement โดยในแต่ละขั้นตอน
ผมช่วยให้ผู้บริหารคิดถึงวิธีการที่ชัดเจนเพื่อสนับสนุนทีมงาน เช่น การฝึกอบรมสำหรับ Knowledge การสร้างทักษะผ่านโปรเจกต์จริงสำหรับ Ability และการเฉลิมฉลองความสำเร็จเล็ก ๆ เพื่อ Reinforcement

---

📌 บทสรุป

การเปลี่ยนแปลงไม่ใช่สิ่งที่ง่าย แต่ด้วยกรอบแนวคิดที่เหมาะสม เช่น ADKAR Model และการโค้ชที่มีประสิทธิภาพ
เราสามารถสร้างความพร้อมในตัวบุคคลและทีมงานเพื่อก้าวผ่านการเปลี่ยนแปลงได้อย่างมั่นใจและยั่งยืน
การเริ่มต้นที่ดีมักเริ่มต้นจากการตั้งคำถามและเปิดพื้นที่ให้เกิดการพูดคุย และนั่นคือสิ่งที่โค้ชสามารถช่วยคุณได้

---

โค้ชโจ้
Executive Coach

การวัดผลการปฏิบัติงานที่เน้นความยั่งยืน📌 ความสำคัญของความยั่งยืนในยุคปัจจุบันปัจจุบัน “ความยั่งยืน” (Sustainability) เป็...
08/12/2025

การวัดผลการปฏิบัติงานที่เน้นความยั่งยืน

📌 ความสำคัญของความยั่งยืนในยุคปัจจุบัน

ปัจจุบัน “ความยั่งยืน” (Sustainability) เป็นหัวข้อที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดเล็กหรือใหญ่ การตระหนักถึงผลกระทบทางสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดความสำเร็จในระยะยาวขององค์กร เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals - SDGs) ขององค์การสหประชาชาติได้กำหนดกรอบ 17 ข้อ ที่ครอบคลุม 3 เสาหลักของความยั่งยืน ได้แก่ สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม เพื่อกระตุ้นให้องค์กรต่างๆ หันมาสร้างผลกระทบเชิงบวกและยั่งยืน

แต่คำถามคือ เราจะเชื่อมโยงเป้าหมายเหล่านี้เข้ากับระบบ Performance Management System (PMS) ได้อย่างไร?

---

📌 เชื่อมโยง SDGs กับ PMS: การประเมินที่คำนึงถึงผลกระทบระยะยาว

การนำ SDGs มาประยุกต์ใช้ในระบบการวัดผลการปฏิบัติงาน ไม่ได้หมายถึงเพียงการปรับตัวชี้วัดทางธุรกิจเท่านั้น แต่ต้องขยายขอบเขตของการประเมินผลให้ครอบคลุมถึงผลกระทบที่องค์กรมีต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม เช่น

▪️ ด้านสังคม: วัดผลในเรื่องความเท่าเทียมทางเพศ (Gender Equality) หรือความสุขของพนักงาน
▪️ ด้านเศรษฐกิจ: ใช้ตัวชี้วัดทางการเงินควบคู่ไปกับการสร้างงานในชุมชน
▪️ ด้านสิ่งแวดล้อม: ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือเพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียน

แนวทางนี้ช่วยสร้าง “ความสมดุล” ในการดำเนินธุรกิจ และยังตอบโจทย์ความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในองค์กร

---

📌 กลยุทธ์การวัดผลที่เน้นความยั่งยืน

1️⃣ บูรณาการเป้าหมายทางธุรกิจกับเป้าหมายด้านความยั่งยืน
องค์กรควรใช้เครื่องมืออย่าง Balanced Scorecard (BSC) โดยเพิ่มมุมมองด้านความยั่งยืน (Sustainability Perspective) เข้าไปควบคู่กับมุมมองเดิม เช่น การเงิน ลูกค้า กระบวนการ และการเรียนรู้และพัฒนา

2️⃣ การใช้ Key Performance Indicators (KPIs) และ OKRs
ตัวอย่าง KPI ด้านความยั่งยืน เช่น อัตราการใช้วัสดุรีไซเคิลในกระบวนการผลิต หรืออัตราการมีส่วนร่วมของชุมชน
ส่วน OKRs (Objectives and Key Results) จะช่วยให้เป้าหมายด้านความยั่งยืนมีความยืดหยุ่นและสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามบริบท

3️⃣ ประยุกต์ใช้ 360-Degree Feedback
ในการประเมินผล ควรนำความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก เช่น ชุมชนท้องถิ่นหรือคู่ค้า เพื่อให้ได้มุมมองที่รอบด้านมากขึ้น

---

📌 บทสรุป

การวัดผลการปฏิบัติงานที่เน้นความยั่งยืนไม่ใช่เพียงเทรนด์ที่มาแล้วไป แต่มันคือแนวทางในการสร้างอนาคตที่มั่นคง ทั้งสำหรับองค์กรและโลกใบนี้
ในฐานะผู้บริหาร HR หรือผู้นำองค์กร คุณสามารถมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงองค์กรสู่เส้นทางของความยั่งยืน

---


"Mindful Leadership: ผู้นำที่สงบมั่นคง และทรงพลัง"ในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การเป็นผู้นำที่มีสติ (Mindful Le...
04/12/2025

"Mindful Leadership: ผู้นำที่สงบมั่นคง และทรงพลัง"

ในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การเป็นผู้นำที่มีสติ (Mindful Leadership) กลายเป็นคุณสมบัติที่องค์กรชั้นนำทั่วโลกให้ความสำคัญ
การฝึกสติไม่เพียงช่วยให้ผู้นำมีความสงบและมั่นคง แต่ยังเสริมสร้างพลังในการตัดสินใจและการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ

---

📌 Mindfulness ในองค์กรชั้นนำ

▪️ Google: บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Google ได้ริเริ่มโปรแกรม "Search Inside Yourself" ตั้งแต่ปี 2007 เพื่อฝึกสติและพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ของพนักงาน โปรแกรมนี้ช่วยให้พนักงานมีความอดทน รับฟังผู้อื่นได้ดีขึ้น และลดความเครียด

▪️ Apple: Apple สนับสนุนให้พนักงานใช้เวลา 30 นาทีในที่ทำงานสำหรับการนั่งสมาธิหรือเล่นโยคะ เพื่อเสริมสร้างสติและความผ่อนคลาย

▪️ Nike: Nike ได้จัดเตรียมห้องสำหรับพนักงานเพื่อการพักผ่อน นั่งสมาธิ หรือเล่นโยคะ เพื่อส่งเสริมสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน

การฝึกสติในองค์กรมีประโยชน์มากมาย เช่น ลดความเครียด ป้องกันอาการหมดไฟ ลดอัตราการลาออกที่ไม่พึงประสงค์ เพิ่มผลผลิตและความผูกพันในองค์กร ดึงดูดคนเก่งให้อยากมาทำงาน และเพิ่มความสร้างสรรค์และนวัตกรรม

---

📌 ประสบการณ์ในการโค้ชผู้บริหาร

ในฐานะโค้ชผู้บริหาร ผมมีโอกาสได้ทำงานกับผู้นำหลายท่าน หนึ่งในนั้นได้สะท้อนความรู้สึกว่า การโค้ชเหมือนกับการฝึกเจริญสติ ซึ่งเปิดโอกาสให้ผมได้แบ่งปันหลักการของ Mindful Leadership ว่าคืออะไร และมีความสำคัญอย่างไร

▪️ Mindful Leadership คืออะไร?
Mindful Leadership คือ ภาวะผู้นำที่ผสานวิธีการตระหนักรู้ตนเองในเรื่องความฉลาดทางอารมณ์ รวมถึงความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับผลกระทบของการกระทำที่มีต่อตนเอง ผู้อื่น และองค์กร

▪️ ความสำคัญของ Mindful Leadership ต่อผู้นำ
การเป็นผู้นำที่มีสติช่วยให้ผู้นำสามารถจัดการกับความเครียดและอารมณ์ต่างๆ ได้ดีขึ้น และนำไปสู่การตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

▪️ กระบวนการโค้ชกับ Mindful Leadership
การโค้ชสามารถช่วยพัฒนาภาวะผู้นำที่มีสติได้ โดยการสร้างการตระหนักรู้ในตนเองและการจัดการตนเองอย่างลึกซึ้ง

---

📌 เชื่อมโยงกับ ICF Competency

ในกระบวนการโค้ช การสร้างความตระหนักรู้ในตนเอง (Self-Awareness) เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ผู้นำสามารถพัฒนาตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คำถามสำหรับผู้อ่าน
▪️ คุณเคยฝึกสติในชีวิตประจำวันหรือไม่? หากเคย ผลลัพธ์เป็นอย่างไร?
▪️ คุณคิดว่าการฝึกสติสามารถช่วยพัฒนาทักษะการเป็นผู้นำของคุณได้อย่างไร?

---

📌 บทสรุป

การเป็นผู้นำที่มีสติไม่เพียงช่วยให้คุณสงบและมั่นคง แต่ยังเสริมสร้างพลังในการนำพาทีมไปสู่ความสำเร็จในโลกธุรกิจที่ท้าทายนี้ การฝึกสติเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ไม่เพียงแต่สำหรับตัวผู้นำเอง แต่ยังส่งผลดีต่อทีมและองค์กรโดยรวม

---

โค้ชโจ้
Executive Coach

การสร้างวัฒนธรรมการลองผิดลองถูกในองค์กรในยุคที่องค์กรต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและคาดเดาไม่ได้ การสร้างวัฒน...
01/12/2025

การสร้างวัฒนธรรมการลองผิดลองถูกในองค์กร

ในยุคที่องค์กรต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและคาดเดาไม่ได้ การสร้างวัฒนธรรมที่ส่งเสริมให้พนักงานกล้าลองผิดลองถูก หรือ Experimentation Culture กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้องค์กรสามารถพัฒนาและปรับตัวได้อย่างต่อเนื่อง

---

📌 ความสำคัญของวัฒนธรรมลองผิดลองถูกในองค์กร

การลองผิดลองถูกไม่ใช่การทำงานแบบสุ่มเดาหรือปราศจากการวางแผน แต่เป็นกระบวนการที่เน้นการทดสอบสมมติฐานอย่างเป็นระบบ โดยอาศัยข้อมูลและบริบทขององค์กร การมีวัฒนธรรมแบบนี้ช่วยให้องค์กรเกิดนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงของการนำแนวทางปฏิบัติที่ไม่เหมาะสมจากองค์กรอื่นมาปรับใช้โดยไม่ผ่านการทดสอบ

กรณีศึกษาจาก Spotify ที่ใช้ Agile Methodology เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน คนในองค์กรย้ำเสมอว่า "อย่าก๊อปปี้วิธีการของเราไปใช้โดยตรง" เพราะสิ่งที่เหมาะกับ Spotify อาจไม่เหมาะกับบริบทขององค์กรอื่น นอกจากนี้ ความล้มเหลวในการปรับใช้ Agile Methodology โดยไม่ได้ผ่านการทดลองแบบเป็นระบบได้กลายเป็นสาเหตุที่ทำให้องค์กรหลายแห่งประสบปัญหาในการทำงานแทนที่จะได้รับประโยชน์ตามที่คาดหวัง

อีกตัวอย่างที่น่าสนใจคือ SpaceX ของ Elon Musk ซึ่งประสบความสำเร็จจากการทดลองจรวดกว่า 88 ครั้ง และนำจรวดกลับมาใช้ใหม่ได้ 36 ลำ การลองผิดลองถูกในองค์กร SpaceX เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้สามารถพัฒนาเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและบรรลุเป้าหมายที่ท้าทายอย่างต่อเนื่อง

---

📌 แนวทางการส่งเสริมวัฒนธรรมลองผิดลองถูกในองค์กร

1️⃣ ปรับปรุงระบบ PMS ให้ยืดหยุ่น
HR ควรออกแบบ Performance Management System (PMS) ที่ไม่เน้นการลงโทษความล้มเหลว แต่เน้นการเรียนรู้และพัฒนา ตัวอย่างเช่น การตั้งเป้าหมายแบบ Flexible Goal Setting หรือการปรับระบบการประเมินผลให้เหมาะสมกับบริบทที่เปลี่ยนแปลง เช่น ช่วงวิกฤต Covid-19

2️⃣ ส่งเสริมแนวคิด A/B Testing
องค์กรชั้นนำ เช่น Facebook, Google และ Booking.com ใช้ A/B Testing ในการตัดสินใจทางธุรกิจ การทดลองนี้ช่วยให้องค์กรสามารถวิเคราะห์ผลลัพธ์และปรับปรุงได้อย่างรวดเร็ว HR ควรสร้างความเข้าใจและฝึกอบรมพนักงานเกี่ยวกับกระบวนการทดลองแบบนี้

3️⃣ เฉลิมฉลองความล้มเหลวที่สร้างการเรียนรู้
การจัดกิจกรรมที่เน้นการแบ่งปันบทเรียนจากความล้มเหลวช่วยสร้างบรรยากาศที่พนักงานกล้าลองสิ่งใหม่ ๆ และมองความล้มเหลวเป็นโอกาสในการเรียนรู้

4️⃣ สร้างความสงสัยใคร่รู้ในองค์กร
ความสงสัยใคร่รู้ (Curiosity) เป็นพื้นฐานของการตั้งคำถามที่นำไปสู่การแก้ปัญหาและนวัตกรรม การส่งเสริมให้พนักงานตั้งคำถามเชิงสร้างสรรค์ เช่น “ทำไม” หรือ “จะทำให้ดีขึ้นได้อย่างไร” เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี

5️⃣ เปิดพื้นที่ให้พนักงานมีอำนาจตัดสินใจ
การให้อำนาจการตัดสินใจแก่พนักงานช่วยเสริมสร้างความเป็นเจ้าของในงานและกระตุ้นให้เกิดการทดลองใหม่ ๆ ดังที่ David Vismans จาก Booking.com กล่าวไว้ว่า “การลองผิดลองถูกไม่ใช่เทคนิคเฉพาะทาง แต่เป็นเรื่องของวัฒนธรรมที่ต้องมีในองค์กร”

---

📌 บทสรุป

การสร้างวัฒนธรรมลองผิดลองถูกในองค์กรไม่ใช่เรื่องง่าย แต่หากทำได้ จะช่วยให้องค์กรสามารถปรับตัวและเติบโตได้ในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว HR จึงมีบทบาทสำคัญในการออกแบบระบบที่สนับสนุนการทดลองอย่างมีขั้นตอน และสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้และนวัตกรรม ผมเชื่อว่าหากองค์กรสามารถส่งเสริมการลองผิดลองถูกได้อย่างเหมาะสม จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างความสำเร็จในระยะยาวได้อย่างยั่งยืน

---


"Coaching Culture: สร้างวัฒนธรรมการโค้ชในองค์กร"ในโลกธุรกิจปัจจุบัน องค์กรชั้นนำหลายแห่งได้ตระหนักถึงความสำคัญของการสร้า...
26/11/2025

"Coaching Culture: สร้างวัฒนธรรมการโค้ชในองค์กร"

ในโลกธุรกิจปัจจุบัน องค์กรชั้นนำหลายแห่งได้ตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างวัฒนธรรมการโค้ช (Coaching Culture) เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของพนักงานและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ตัวอย่างที่น่าสนใจคือ Google ที่ได้ดำเนินกลยุทธ์นี้อย่างจริงจัง

---

📌 Google: การโค้ชเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพ

Google เป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการโค้ช โดยมีการฝึกอบรมและพัฒนาทักษะของพนักงานผ่านโปรแกรมการโค้ชที่เข้มข้น การเน้นการโค้ชนี้ช่วยให้พนักงานมีความพึงพอใจในการทำงานมากขึ้น และส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมขององค์กรดีขึ้น

---

📌 ข้อมูลสถิติที่น่าสนใจ

ข้อมูลจากผลสำรวจของ ICF Global Coaching Client ในปี 2009 พบว่าโดยภาพรวมแล้วผู้รับการโค้ชกว่า 99% พึงพอใจ
ในประสบการณ์ที่ได้รับจากการโค้ชประโยชน์การโค้ชแบ่งออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่

1️⃣ การเพิ่มผลิตภาพ (Increased Productivity)
• 70% ของผู้รับการโค้ช มีประสิทธิภาพการทำงานที่เพิ่มขึ้น
• 61% ของผู้รับการโค้ช มีการจัดการทางธุรกิจที่ดีขึ้น
• 57% ของผู้รับการโค้ช มีการบริหารจัดการด้านเวลาที่ดีขึ้น
• 51% ของผู้รับการโค้ช การทำงานเป็นทีมมีประสิทธิผลเพิ่มขึ้น

2️⃣ การเป็นคนคิดบวก (Positive People)
• 80 % ของผู้รับการโค้ช รู้สึกมั่นใจขึ้น
• 73 % ของผู้รับการโค้ช มีการพัฒนาด้านความสัมพันธ์กับผู้อื่น
• 72 % ของผู้รับการโค้ช มีทักษะการสื่อสารที่ดีขึ้น
• 72 % ของผู้รับการโค้ช มีทักษะการสื่อสารที่ดีขึ้น

3️⃣ อัตราส่วนผลตอบแทนจากการลงทุน (Good ROI)
• 86 % ขององค์กร ได้ผลตอบแทนคืนจากการลงทุนในการโค้ช
โดยมีอัตราส่วนผลตอบแทนเฉลี่ยที่ 7 เท่าของการลงทุน
• 68 % ของบุคคล ได้ผลตอบแทนคืนจากการลงทุนในการโค้ช
โดยมีอัตราส่วนผลตอบแทนเฉลี่ยที่ 3.44 เท่าของการลงทุน

---

📌 ประสบการณ์ในการสร้างวัฒนธรรมการโค้ช

ในฐานะโค้ชผู้บริหาร ผมได้มีโอกาสทำงานร่วมกับองค์กรหลายแห่งในการสร้างวัฒนธรรมการโค้ช ไม่ว่าจะเป็นการโค้ชแบบตัวต่อตัวกับผู้บริหาร การสอนหลักสูตรการโค้ชให้กับทีมผู้นำ หรือการเป็น Mentor Coach ให้กับผู้นำองค์กร

การสร้างวัฒนธรรมการโค้ชต้องใช้เวลาและความพยายาม แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือพนักงานมีความพึงพอใจในการทำงานมากขึ้น การสื่อสารภายในทีมดีขึ้น และองค์กรสามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

---

📌 การลงทุนที่คุ้มค่า

การสร้าง Coaching Culture เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่ยังเสริมสร้างความพึงพอใจและความผูกพันของพนักงานกับองค์กร
แม้อาจจะต้องใช้เวลาและทรัพยากร แต่องค์กรที่ลงทุนในเรื่องนี้กลับได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า
หลายองค์กรกล่าวว่าการโค้ชเป็นทักษะที่มีประโยชน์ ไม่เพียงในบริบทของการทำงาน แต่ยังนำไปใช้ในชีวิตส่วนตัวได้อีกด้วย

การสร้างวัฒนธรรมการโค้ชในองค์กรไม่ใช่เพียงเพื่อความสำเร็จในปัจจุบัน แต่คือการลงทุนเพื่ออนาคต และผมเชื่อมั่นว่ามันจะนำพาองค์กรไปสู่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม.

---

โค้ชโจ้
Executive Coach

การบูรณาการระบบ PMS กับการพัฒนาบุคลากรหลายคนอาจมองว่า ระบบการบริหารผลการปฏิบัติงาน (Performance Management System หรือ P...
24/11/2025

การบูรณาการระบบ PMS กับการพัฒนาบุคลากร

หลายคนอาจมองว่า ระบบการบริหารผลการปฏิบัติงาน (Performance Management System หรือ PMS) คือการประเมินผลการทำงานของพนักงานเพียงอย่างเดียว แต่ความจริงแล้ว PMS ที่ดีไม่ได้หยุดอยู่แค่การ "ประเมิน" ครับ มันยังเชื่อมโยงไปถึงการพัฒนาทักษะ ความสามารถ และศักยภาพของบุคลากร ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้องค์กรสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน

---

📌 PMS: เครื่องมือประเมินผล หรือเครื่องมือพัฒนาคน?

ผมเคยมีโอกาสได้เข้าไปทำงานร่วมกับองค์กรชั้นนำที่มีความตั้งใจดีในการพัฒนาพนักงาน แต่พบว่าหลายแห่งยังขาดความเข้าใจในจุดประสงค์ที่แท้จริงของ PMS บางองค์กรใช้ PMS เป็นเครื่องมือวัดผลลัพธ์เชิงตัวเลข เช่น KPI หรือ OKRs เพียงอย่างเดียว แต่กลับละเลยส่วนที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นคือ "การพัฒนา" บุคลากรผ่านระบบนี้

คำถามที่ผมอยากให้คุณลองคิดคือ:

▪️ เราใช้ PMS เพื่อวัดว่าใครทำงานได้ดี หรือเพื่อช่วยให้ทุกคนทำงานได้ดีขึ้น?
▪️ พนักงานในองค์กรของคุณรู้สึกว่า PMS ช่วยให้พวกเขาเติบโต หรือเป็นแค่ "ข้อสอบประจำปี" ที่ต้องผ่านไป?
▪️ เหมาะสำหรับการประเมินผลที่ชัดเจนและวัดได้?
▪️ ช่วยให้ทีมงานโฟกัสกับเป้าหมาย?

---

📌 เชื่อมโยงการประเมินกับการพัฒนา

ผลการศึกษาจาก Gallup พบว่า พนักงานที่ได้รับฟีดแบคที่สร้างสรรค์และสม่ำเสมอ มีแนวโน้มที่จะมีส่วนร่วมกับองค์กร (Engagement) เพิ่มขึ้นถึง 20% และสร้างผลลัพธ์ได้ดีกว่าพนักงานที่ไม่ได้รับฟีดแบคถึง 12%​ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า การประเมินผลที่มีคุณภาพไม่ใช่แค่การให้คะแนน แต่คือการพูดคุย ช่วยแก้ไข และชี้แนะแนวทางให้พนักงานสามารถพัฒนาตนเองได้

ตัวอย่างที่ผมมักจะแนะนำให้องค์กรใช้คือ 360-Degree Feedback ซึ่งเป็นการรวบรวมความคิดเห็นจากหัวหน้า เพื่อนร่วมงาน และลูกน้อง เพื่อสร้างมุมมองที่หลากหลาย ข้อมูลนี้ไม่เพียงช่วยให้พนักงานเห็นจุดแข็งของตนเอง แต่ยังชี้ให้เห็นจุดที่ควรปรับปรุงได้อย่างตรงจุด

---

📌 พัฒนา Competency ผ่าน PMS

PMS ที่มีประสิทธิภาพควรบูรณาการ Competency-Based Performance Management เข้าไปในระบบ ซึ่งหมายถึงการวัดผลโดยยึดสมรรถนะ (Competency) เป็นหลัก เช่น ความสามารถในการคิดเชิงกลยุทธ์ การสื่อสาร หรือการทำงานเป็นทีม

หนึ่งในประสบการณ์ของผมคือ การช่วยองค์กรขนาดใหญ่พัฒนา Competency Framework ที่สอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กร ผลลัพธ์ที่ได้คือ พนักงานมีความเข้าใจชัดเจนว่าองค์กรคาดหวังอะไรจากพวกเขา และองค์กรเองก็สามารถออกแบบโปรแกรมการพัฒนา (Training) ที่ตรงจุดและมีประสิทธิภาพ

งานวิจัยจาก McKinsey & Company ระบุว่า องค์กรที่ลงทุนในโปรแกรมพัฒนาทักษะพนักงานอย่างต่อเนื่อง สามารถเพิ่มผลผลิตของทีมได้สูงถึง 40%

---

📌 หลักการสร้าง PMS ที่สมดุลระหว่างการประเมินและการพัฒนา

1️⃣ ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนและโปร่งใส
PMS ควรสะท้อนให้พนักงานเห็นถึงเป้าหมายที่ชัดเจน เช่น ผ่าน OKRs หรือ KPI โดยต้องอธิบายให้พนักงานเข้าใจว่าทำไมเป้าหมายนี้จึงสำคัญ และส่งผลต่อองค์กรอย่างไร

2️⃣ ใช้การพูดคุยและฟีดแบคอย่างต่อเนื่อง (CFR)
การประเมินไม่ควรจำกัดแค่ปีละครั้ง การพูดคุยสั้นๆ แบบรายเดือน หรือรายไตรมาส ช่วยให้พนักงานมีโอกาสปรับตัวและพัฒนาได้เร็วขึ้น

3️⃣ ออกแบบการพัฒนาทักษะที่เหมาะสม
ใช้ข้อมูลจาก PMS เพื่อวางแผนการพัฒนาทักษะเฉพาะบุคคล ตัวอย่างเช่น หากพนักงานคนหนึ่งมีจุดอ่อนด้านการสื่อสาร องค์กรควรเสนอการฝึกอบรมหรือโค้ชชิ่งที่เหมาะสม

---

📌 สรุป: PMS ที่ดีคือการพัฒนาคนไปพร้อมกับการประเมินผล

ผมอยากให้ทุกท่านมอง PMS เป็นมากกว่าการ "วัดผล" แต่เป็น "เครื่องมือพัฒนาคน" ถ้าเราสามารถสร้างระบบที่เชื่อมโยงการประเมินผลกับการพัฒนาได้อย่างลงตัว องค์กรจะไม่เพียงแต่ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น แต่ยังสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ทุกคนรู้สึกมีคุณค่าและพร้อมเติบโตไปด้วยกัน

"คุณคิดว่าระบบ PMS ขององค์กรคุณในตอนนี้กำลังสร้างโอกาสในการพัฒนาพนักงาน หรือกำลังปิดกั้นพวกเขาอยู่?"

หากบทความนี้ช่วยกระตุ้นความคิด ผมยินดีที่จะแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับทุกท่านครับ

---


20/11/2025

Workforce Diversity Generation Management
at Information Technology Service Center
Chiang Mai University

ที่อยู่

Amphoe Muang Chiang Mai
50000

เบอร์โทรศัพท์

+66651936451

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Pinnacle Successผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Pinnacle Success:

แชร์