21/10/2017
You love them, you hate them and you learn from them
เมื่อพูดถึงครอบครัว Kardashian คนรอบๆตัวคุณคงมีปฏิกริยาหลายอย่าง
บางคนชอบมากกก
บางคนเกลียด
บางคนหมั่นไส้
บางคนอาจจะรู้สึกตลก หรือ หนักๆเข้าอาจจะรังเกียจด้วยซ้ำ (มีนะครับเคยเจอ)
บางคนรู้จักนิดเดียว ไม่ค่อยได้ติดตาม
บางคนถามว่า ใครเหรอ ไม่เคยได้ยินเลย
แต่ไม่ว่าคุณจะชอบ จะรัก จะเกลียด จะหมั่นไส้ หรือไม่สนใจครอบครัว Kardashian ก็ตาม
เราต้องยอมรับว่า เรามีอะไรที่น่าเรียนรู้จากครอบครัวนี้พอควร โดยเฉพาะแง่มุมด้านการตลาด
เมื่อคืนผมได้อ่านบทความใน Fortune ซึ่งกล่าวไว้เกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างน่าสนใจครับว่า
(ตาม link นี้ http://for.tn/2yzM9Y3)
ครอบครัว Kardashian อยู่ในรอบตัวเราไปหมด ทั้งรายการทีวีหลายรายการ ธุรกิจเสื้อผ้า เครื่องสำอาง ธุรกิจดิจิตอล ธุรกิจเสื้อผ้า เกม อิโมจิ ฯลฯ
Kardashian เป็นตัวอย่างของการทำ brand management ที่ดีและน่าศึกษาเป็นอย่างมาก ไม่ว่าพวกคุณอาจจะหัวเราะเยาะพวกเขาแค่ไหนก็ตาม ครอบครัว Kardashian ได้แสดงให้โลกธุรกิจและโดยเฉพาะอย่างยิ่งนักการตลาดเห็นถึงพลังของการ “มีตัวตน” ว่ามันส่งผลต่อความสำเร็จแค่ไหน
Nick Nanton ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านแบรนด์ และผู้บริหารของ DNA agency กล่าวไว้ว่า ความผิดพลาดที่ใหญ่ที่สุดของคนที่พยายามทำตามโมเดลของครอบครัว Kardashian คือการพยายามทำตัวเหมือนครอบครัวนี้
แต่ Nick กล่าวว่านักธุรกิจและนักการตลาดสามารถเรียนรู้อะไรได้เยอะเลยจากวิธีการที่ครอบครัว Kardashian-Jenner สามารถใช้พลังของแบรนด์ในการช่วยส่งเสริมสมาชิกคนอื่นได้
“พวกเขาฉลาดมากในการใช้การ synergy เพื่อช่วยเหลือกันและกันในครอบครัว และนั่นคือสิ่งที่ธุรกิจที่ดีควรจะทำ”
นี่คือบทเรียนธุรกิจที่เราสามารถเรียนรู้ได้จากครอบครัว Kardashian
"Kim Kardashian": ใช้งาน platform ใหม่อย่างรวดเร็ว
Kim มีผู้ติดตามบน Instagram 103.8 ล้านคน และบน Twitter 56.3 ล้านคน เธอเป็นหนึ่งในคนดังที่้ social media เร็วและมีการ engage กับผู้ติตตามตลอด
มันไม่ใช่แค่เธอมีตัวเลขผู้ติดตามมหาศาลเท่านั้น แต่วิธีการที่เธอพูดคุยปฏิสัมพันธ์กับผู้ติดตามของเธอก็น่าสนใจ เพราะทักษะของเธอนั้นกระตุ้นให้ผู้ติดตามอยากรู้เรื่องของเธอมากขึ้น และอยากติดตามการเติบโตของ “แบรนด์” ต่างๆที่ถูกสร้างขึ้นมารอบตัวเธอ เริ่มตั้งแต่เรื่องเล็กๆอย่างการแต่งหน้าในชีวิตประจำวันของเธอ
อีกส่วนหนึ่งที่ทำให้เธอประสบความสำเร็จบน social media มากก็เพราะว่า Kim นั้นค่อนข้างเปิดเผยกับแฟนๆของเธอ อย่างที่ Nanton บอกว่า “มันได้รับการพิสูจน์มานับครั้งไม่ถ้วนแล้วว่า คุณสามารถเชื่อมต่อกับแฟนของคุณโดยตรง โดยไม่ต้องผ่าน filter ใดๆ และถ้าคุณมีความสามารถมากๆ ที่จะทำแบบนั้นคุณก็สามารถที่จะสร้างอาณาจักรของตัวเองได้”
"Kylie Jenner": ใช้อิทธิพลของผู้ติดตาม / แฟนๆ / และ social media ในการขายของ
กลยุทธ์การเปิดเผยและความใกล้ชิดกับแฟนๆของ Kim นั้นส่งต่อมายัง Kylie Jenner น้องสาวคนดังของเธอด้วย
Kylie Jenner คือน้องเล็กสุดของครอบครัว Kardashian-Jenner แต่ภายในเวลาเพียงแค่ 18 เดือน ถ้าสามารถสร้างแบรนด์ make up Kylie Cosmetic ให้มียอดขาย 420 ล้านเหรียญ และคาดการณ์กันว่ายอดขายของ Kylie Cosmetics จะทะลุ 1,000 ล้านเหรียญในอีก 4-5 ปีข้างหน้านี้!
(เพื่อให้เห็นภาพ Lancome ใช้เวลา 80 ปี ในการทำยอดขายให้ทะลุ 1,000 ล้านเหรียญ ในขณะที่ Bobbi Brown ใช้เวลา 25 ปี และถ้ามองกลับมาที่เมืองไทยยังไม่เคยมีแบรนด์ไทยแบรนด์ไหนทำได้เลยในประวัติศาสตร์)
เธอได้รับคัดเลือกจาก Forbes ให้อยู่ใน list 30 under 30 และมีรายได้ 41 ล้านเหรียญในปีที่ผ่านมา
เธอให้สัมภาษณ์กับ Fast Company ว่าเธอไม่ได้จ่ายเงินในการโปรโมต Kylie Cosmetic เลย แต่เธอใช้วิธีการเดียวกับพี่สาวของเธอคือการ leverage พลังของ social media
“Social media is the only way I push it” Kylie บอกไว้ว่างั้น
.
Kylie สามารถสร้างอาณาจักรเครื่องสำอางโดย (เกือบจะ)ใช้เพียงแค่ Snapchat กับ Instagram ได้
ไม่ธรรมดาจริงๆ
อ่อ ลืมบอกไป สำหรับคนที่ไม่รู้จักเธอคนนี้ ปัจจุบัน Kylie Jenner เพิ่งอายุครบ 20 ปี ไปเมื่อวันที่ 10 สิงหาที่ผ่านมานี่เองครับ
"Kris Jenner": ทุกอย่างคือธุรกิจ
Kris Jenner คือผู้นำของครอบครัว Kardashian-Jenner และเป็นคนที่วางแผนอย่างมีทักษะในการพาครอบครัวของเธอมาถึงจุดนี้ กลยุทธ์ต่างๆ เช่น การเปลี่ยนเรื่องราวอื้อฉาว (ซึ่งมีประจำ)ให้เป็นโอกาสในการสร้างแบรนด์ให้แข็งแรงขึ้นไปอีกผ่านสื่อต่างๆเช่น TV เป็นต้น
Kris Jenner เป็นคนที่มองเห็นโอกาสตลอดเวลา เช่น รายการ reality TV ที่เป็นรายการเกี่ยวกับการใช้ชีวิตของครอบครัวเธอ เป็นตัวอย่างที่ดีอันนึง
ถ้าเราคิดเล่นๆ เราเปรียบเทียบลูกๆ ของเธอเป็นนักกีฬาอาชีพแล้วละก็ Kris Jenner คงเปรียบได้เหมือนโค้ช
Nanton บอกว่าบทเรียนสำหรับนักธรุกิจทั้งหลายในเรื่องนี้คือ ไม่ว่าทำอะไรต้องมีคนที่สามารถดูและภาพรวมและมองภาพใหญ่เชิงกลยุทธ์ให้ออก อย่างที่ Kris Jenner เป็น เพราะ Kris Jenner นั้นมีวิสัยทัศน์ที่มองเห็นโอกาสต่างๆที่จะสร้างให้กับครอบครัวของเธอเสมอ
"Khloe Kardashian": ท้าทายมาตรฐานของอุตสาหกรรม
Khloe Kardashian ได้ตอบสนองความต้องการของตลาด ที่เป็นความต้องการที่ไม่ได้รับการสนใจมานาน โดยการออกไลน์เสื้อผ้าชื่อ Good American ซึ่งเธอร่วมคิดค้นกับ Emma Grede , ยีนส์ที่มีตั้งแต่ไซส์ 0-24
Good American มีไซส์ที่หลากหลายมากซื่งไซส์จำนวนมากนั้นแบรนด์ที่เป็น mainstream ส่วนใหญ่ไม่ทำ ซึ่งด้วยเหตุนี้เองทำให้ผู้หญิงโดยเฉพาะคนที่ตัวค่อนข้างใหญ่ถูกใจ Good American มาก
Nanton บอกว่านี่เป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดมาก ทั้งในเชิงธุรกิจและในแง่ของแนวคิดทางสังคมที่เรากำลังเคลื่อนสู่สังคมที่เปิดกว้างและ embrance ความแตกต่างของคนในทุกๆเรื่องมากขึ้น
นี่เป็นแค่ตัวอย่างเล็กๆ ของครอบครัวนี้ ที่แน่นอนว่ามีทั้งตัวอย่างที่ดีและไม่ดี แต่ก็ถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจมากครับ
อย่างที่ผมบอกไว้ตอนต้นครับ
คุณจะชอบ จะรัก จะเกลียด จะหมั่นไส้ หรือจะไม่สนใจครอบครัว Kardashian-Jenner ก็ได้
แต่ต้องยอมรับว่าครอบครัวนี้มีเรื่องอะไรให้เราเรียนรู้เยอะจริงๆ และถ้าเราอยู่ในกลุ่มที่เกลียดแล้วละก็
ลองมองข้ามอคติของตัวเองไป บางทีคุณอาจจะเห็นอะไรบางอย่างที่คุณกำลังหาอยู่ก็ได้นะครับ :)
photo credit : wenner media