แอ๊ปเปิ้ลไดม่อน

แอ๊ปเปิ้ลไดม่อน วีธีการทำเงินบนโลกออนไลน์ ง่ายนิดเ

📲BlockMine คือ บริษัทที่ทำโฆษณาเว็บไซต์ให้กับบริษัทชั้นนำระดับโลกบนระบบอินเตอร์เน็ต เช่น Wallmart, Rols Royce, Toyota, H...
16/07/2018

📲BlockMine คือ บริษัทที่ทำโฆษณาเว็บไซต์ให้กับบริษัทชั้นนำระดับโลกบนระบบอินเตอร์เน็ต เช่น Wallmart, Rols Royce, Toyota, Honda, Nissan, Rolex, Amazon, AMANI, GUCCI, AIG, Rayban, Alibaba, การบินไทย, TripAdvisor, comodo รวมแล้วมากกว่า 200 บริษัท

❎ไม่ใช่ขายตรง เพราะไม่มีสินค้าให้ขาย
❎ไม่ใช่แชร์ลูกโซ่ เพราะไม่จำเป็นต้องหาสมาชิกมาต่อแขนขา
💰จ่ายผลตอบแทน 7-15% ทุกวันอาทิตย์ จ่ายจนครบ 150% และสามารถถอนออกได้ทุกวันอาทิตย์

สร้างรายได้ง่ายๆกับ Blockmine คลิกเอง ทำเอง ก็ได้ตัง ลองสละเวลาเปิดดูแค่ 10กว่านาที มันอาจจะทำให้คุณเห็นโอกาสในการสร้างรายได้กับ Blockmine มากขึ้น

👉ดูโฆษณาแค่ 8 คลิกต่อวัน ใช้เวลา 5-10นาที
👉 รับรายได้ทุกวันอาทิตย์ การันตีรายได้ 7-15% ต่อสัปดาห์ และระบบจะจ่ายให้คุณจนครบ 150% คุณจะได้กำไรชัวร์ๆ แพ็คเกจเพิ่มได้ตลอดเวลา เพื่อรับรายได้ Passive income

🚩งานนี้อาจจะทำให้ชีวิตของคุณเปลี่ยนไปตลอดกาล จากการทำงานแค่วันละ 5-10 นาที เท่านั้นเอง !!!

https://www.blockmine.org.uk/register/apple122

***การสมัครต้องใช้ Gmail เท่านั้น

อาทิตย์ที่2  # มันก็ฟิน+ชิลๆๆ💰💰💰 ขึ้นเรื่อยๆๆๆเพราะเรา🍎 #@ ให้โอกาสตัวเอง
06/05/2018

อาทิตย์ที่2 # มันก็ฟิน+ชิลๆๆ💰💰💰 ขึ้นเรื่อยๆๆๆ

เพราะเรา🍎 #@ ให้โอกาสตัวเอง

ไม่น่าเชื่อ!!! แค่เปลี่ยนสิ่งนี้ ชีวิตรวยขึ้น💰💰💰💰💰💰💰💰💰💰💰💰💰💰💰💰💰💰💰💰หลายคนอยากรวยแต่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ทำอะไรหลายอย่างแล้...
30/04/2018

ไม่น่าเชื่อ!!! แค่เปลี่ยนสิ่งนี้ ชีวิตรวยขึ้น

💰💰💰💰💰💰💰💰💰💰💰💰💰💰💰💰💰💰💰💰

หลายคนอยากรวยแต่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ทำอะไรหลายอย่างแล้วก็แล้วชีวิตก็ยังขัดสนเรื่องเงินทองอยู่เหมือนเดิม ถ้าเรายังเปลี่ยนสิ่งที่ไม่ใช่ชีวิตก็ยังคงเหมือนเดิม อยากรวยต้องเปลี่ยนแปลงบางสิ่งบางอย่างในชีวิต ไม่ใช่อะไรก็ได้ แต่ต้องเปลี่ยนสิ่งที่มีผลต่อชีวิตของเรามากที่สุด ซึ่งสิ่งที่ควรเปลี่ยนมีดังต่อไปนี้

✴️☘️☘️ต้องเปลี่ยนที่วิธีคิด ชีวิตรวยขึ้นเมื่อเปลี่ยนวิธีคิดเป็นลำดับแรก ต้องคิดแง่บวกกับเงิน คิดดีกับเงิน ถ้าอยากให้เห็นผลต้องรู้จักรักและเห็นคุณค่าของเงิน โดยการกล่าวขอบคุณเงินที่มีอยู่ในตัวขณะนี้ เมื่อเรารักและเห็นคุณค่าของเงิน รับรองว่า ชีวิตทางการเงินดีขึ้นแน่นอน
✴️☘️☘️เปลี่ยนการใช้ชีวิต ให้รู้ว่าอะไรควรซื้อ อะไรไม่ควรซื้อ ต้องแยกให้ออกระหว่าง สิ่งของที่จำเป็นต้องใช้ และ สิ่งของที่แค่ต้องการอยากได้ แค่แยกให้ออกระหว่างของสองสิ่งนี้ ชีวิตทางการเงินดีขึ้นราวปาฏิหาริย์
เ✴️☘️☘️ปลี่ยนเพื่อนที่คบ หรือ คนใกล้ชิด ให้เลือกคบเฉพาะคนที่มีความคิดและทัศนคติที่ดี คนที่มุ่งสู่ความสำเร็จ และมีเป้าหมาย ชีวิตเราจะยังคงเหมือนเดิมถ้ายังอยู่กับคนที่คิดลบ มองโลกในแง่ร้าย ไม่ภาคภูมิใจและเห็นคุณค่าในตัวเอง จงเสาะแสวงหาเพื่อนที่พาเราไปสู่ความสำเร็จ

✴️☘️☘️เปลี่ยนเวลาว่างที่ใช้ ทุกครั้งที่มีเวลาว่าง ควรเอาไปพัฒนาตัวเอง อ่านหนังสือ ฟังการบรรยายที่ให้คุณค่า ทำสิ่งที่เราอยากทำให้สำเร็จ ถ้าเรายังคงใช้เวลาว่างที่มีอยู่เหมือนเดิม ชีวิตก็คงเป็นเช่นเดิม เวลาว่างคือตัวที่ทำให้ชีวิตคนสองคนแตกต่างกันอย่างชัดเจน แม้การใช้เวลาว่างต่างกันเพียงวันละครึ่งชั่วโมงแต่เมื่อเวลาผ่านไปเป็นปีความแตกต่างจะยิ่งมากขึ้น

✴️☘️☘️เปลี่ยนหนังสือที่อ่าน เราจะเป็นอย่างที่เราอ่านนั้นหละ อ่านอะไรก็เป็นอย่างนั้น เพราะเรารับเอาแนวคิดและทัศนคติจากในหนังสือมาเต็มๆ แนะนำให้อ่านหนังสือในแนวพัฒนาตนเอง หรือ หนังสือของคนที่ประสบความสำเร็จ หรือหนังสือที่จะพาเราไปสู่เป้าหมายในชีวิต ไม่ใช่หนังสือเกี่ยวกับเรื่องที่ไร้สาระ
✴️☘️☘️เปลี่ยนงานซะถ้าอยากรวย อาจเป็นการยากที่ผมจะบอกว่า การเปลี่ยนงานทำให้เรารวยขึ้น ถ้าเราทำงานปัจจุบันมาแล้ว 10 ปี ชีวิตยังคงเหมือนเดิม ก็ต้องได้เวลาเปลี่ยนงานแล้วละ หางานที่เราเท่านั้นทำได้ หรือหางานที่มุ่งสู่ความสำเร็จ ไม่เช่นนั้นก็จงสร้างงานขึ้นมาเอง อย่าทนทำงานที่ทำให้ชีวิตกต่ำลงไปเรื่อยๆ อย่าทนทำงานที่ไม่ได้รักและชอบ อย่าทนทำงานที่ทำให้จิตวิญญาณของเราเหือดแห้งโดยเด็ดขาด ไม่เช่นนั้น ทำไปจนตายก็ไม่มีทางรวยอย่างแน่นอน

✴️☘️☘️เปลี่ยนการทานอาหารให้ทานแค่พออิ่ม 80 เปอร์เซ็นต์ หันมาดูแลเอาใจใส่ต่อสุขภาพ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ กินผักผลไม้มากกว่าเนื้อสัตว์ ลดแป้งขัดขาว ลดไขมันทรานที่ทำร้ายร่างกาย ลดอาหารขยะพวกไก่ทอด ขนมปัง พิชซ่า หันมาทานอาหารจากธรรมชาติ ชีวิตจะดีขึ้น ไม่มีโรคภัย มีเงินใช้ไม่ต้องเสียเวลาไปเข้าโรงพยาบาล
✴️☘️☘️ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมถ้าเรายังไม่เปลี่ยนแปลงตัวเอง ถูกต้องครับ ข้อสุดท้ายคือ การเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นคนใหม่ ด้วยการเปลี่ยนแปลงการแต่งกาย ทรงผม เสื้อผ้า ท่าทางการเดิน การพูด ทำให้เหมือนคนประสบความสำเร็จเขาทำกัน รับรองชีวิตรวยขึ้นทันตาเห็น

ทั้งหมดนี้คือ สิ่งที่เราต้องเปลี่ยน เพื่อสร้างชีวิตให้รวยขึ้น ผมกล้ารับประกันว่า เปลี่ยนแล้วชีวิตรวยขึ้นอย่างแน่นอน ไม่ต้องไปหาหมอดูที่ไหนให้เสียเงิน ไม่ต้องไปทำพิธีกรรมอะไรให้เสียเวลา แค่ทำตาม 9 ข้อดี แชร์สิ่งดีๆออกไปให้คนเห็นความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงตัวเองครับ

การฝากธนาคาร คือการรักษาเงินให้มีเท่าเดิมการลงทุน คือการเพิ่มจำนวนเงินให้มีมากขึ้น  "แค่คลิ๊ก ชีวิตก็เปลี่ยน"
21/04/2018

การฝากธนาคาร คือการรักษาเงินให้มีเท่าเดิม
การลงทุน คือการเพิ่มจำนวนเงินให้มีมากขึ้น
"แค่คลิ๊ก ชีวิตก็เปลี่ยน"

แนวทางของคนมีเงินทุนสร้างรายได้เดือนละ 4 หมื่นสบายๆ (โดยไม่ต้องชวนใคร)ลงทุน 10,000 ดอลลาร์ (370,000บาท)ได้กำไร 5,000 ดอล...
19/04/2018

แนวทางของคนมีเงินทุน
สร้างรายได้เดือนละ 4 หมื่นสบายๆ (โดยไม่ต้องชวนใคร)

ลงทุน 10,000 ดอลลาร์ (370,000บาท)
ได้กำไร 5,000 ดอลลาร์ (165,000 บาท) ประมาณ 4 เดือน เฉลี่ยกำไรเป็นรายได้เดือนละ 41,250 บาท

ไม่ต้องชวนคน ไม่ต้องตื๊อ ไม่ต้องขอ ไม่ต้องขอ ไม่ต้องขาย แค่ใช้เงินของคุณทำงานแทนคุณเท่านั้น
นี่คือสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนรวย รวยมากขึ้น

"ต้นทุนชีวิต"ของแต่ละคนอาจไม่เท่ากัน.ฐานะทางบ้าน.การศึกษา.สังคม.เพื่อนฝูงแต่สิ่งที่มีเท่ากันคือ.เวลา 24 ชม..1 สมอง.2 มือ...
31/10/2017

"ต้นทุนชีวิต"
ของแต่ละคน
อาจไม่เท่ากัน.ฐานะทางบ้าน.การศึกษา.สังคม.เพื่อนฝูง

แต่สิ่งที่มีเท่ากันคือ.เวลา 24 ชม..1 สมอง.2 มือ.1 ใจ

คนสำเร็จ
ใช้สิ่งที่มีให้เกิด
ประโยชน์สูงสุด!!

รู้น้อย..
แสวงหาความรู้
เพิ่มเติมได้!

เพื่อนน้อย..
ทำความรู้จักกับ
เพื่อนใหม่ๆได้!

ไม่มีเงินทุน..
ใช้สมองหาไอเดีย
หรือใช้เงินคนอื่น
เริ่มธุรกิจได้!

"ข้อจำกัดของชีวิต"
ไม่ได้อยู่ที่สิ่งภายนอก
แต่อยู่ที่...
ความคิดและจิตใจ
ภายในต่างหาก!!

- โค้ชสิริลักษณ์ ตันศิริ -

มีหลายเรื่องที่เราคิดว่า...ทำอะไรเกินๆ เยอะๆไว้ก่อนดีกว่าเพราะคิดว่า."มีดีกว่าไม่มี, เหลือดีกว่าขาด"เราลืมคิดไปว่าบางครั...
28/10/2017

มีหลายเรื่องที่เราคิดว่า...
ทำอะไรเกินๆ เยอะๆไว้ก่อนดีกว่า
เพราะคิดว่า."มีดีกว่าไม่มี, เหลือดีกว่าขาด"
เราลืมคิดไปว่าบางครั้งทั้งๆที่รู้ว่า ไม่ใช่ ไม่เหมาะสม
แต่เราก็พยายามฝืนเพราะคิดว่ามีดีกว่าไม่มี

ใช่แน่หรือ?
การมีของที่เราไม่ต้องการเยอะมากเกินไป
อาจทำให้เรามองไม่เห็นในสิ่งที่เราต้องการ

หรือ
การรับเอาสิ่งที่ไม่ได้ต้องการจริงๆเข้ามา
อาจทำให้เราพลาด...
ในการที่จะได้ครอบครองสิ่งที่เราต้องการจริงๆ
ทุกสิ่งทุกอย่าง!
ต้องการความพอดี
เหมาะสม ลงตัว เข้ากันได้
ถูกที่ ถูกเวลา ถูกกาลเทศะ
ถ้ามีแล้วไม่รู้สึกดี ไม่เป็นประโยชน์
จะมีทำไม ไม่มีดีกว่ามั้ย!
ปล่อยว่างๆเอาไว้เพื่อรอสิ่งที่คู่ควร
เหมาะสม ลงตัว ไม่ดีกว่าหรือ?
ชีวิตคนเรานั้นมีต้นทุนที่ไม่เท่ากัน
อย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับใคร
ทำในส่วนของเราให้ดีที่สุด
มนุษย์ทุกคนมีคุณค่า...
และคู่ควรที่จะได้รับสิ่งดีๆ
ที่มีอยู่บนโลกใบนี้เหมือนกันทุกคน
อย่าให้ใครๆมากำหนด...
มาตัดสินว่า...
ว่าเราคู่ควรหรือไม่คู่ควรกับอะไร
เราเองต่างหากที่ควรเป็นคนกำหนดชะตา
ชีวิตของตัวเราเอง

ความทุกข์แม้จะเป็นข้อเสีย แต่ก็มีข้อดีมิใช่น้อย? ดังนี้

"..ข้อดีของความทุกข์.."

1.ทำให้เราเข้มแข็งขึ้น

2.ทำให้รู้ถึงค่าของความสุข

3.ทำให้เรามีความสามารถมากขึ้น

4.ทำให้เรามีสิ่งที่ต้องทำ (ทำเพื่อให้หายทุกข์)

5.ทำให้เรามีประสบการณ์ในการแก้ปัญหามากขึ้น

6.ทำให้เรามีความอดทนมากขึ้น

7.ทำให้ความสุขมีค่ามากขึ้น

8.ทำให้มีความระมัดระวังมากขึ้น

9.ทำให้เรามองโลกกว้างมากขึ้น

10.ทำให้เราเห็นได้ว่า ใครคือคนที่เป็นที่พึ่งยามยากของเรา

11.ทำให้เราได้รู้ว่ามีใครบ้างที่ห่วงเรา

12.ทำให้เราได้รู้ว่ามีใครบ้างที่เป็นมิตรแท้ของเรา

13.ทำให้รู้ได้ว่าเพื่อนของเรามีความสามารถแค่ไหน

14.ทำให้เรารู้ว่าใครมีความสามารถขนาดไหน

15.ทำให้เรารู้ได้ว่ามีคนไหนที่รักเราจริง

16.ทำให้เรารู้ว่าการหัวเราะเป็นสิ่งจำเป็น

17.ทำให้เราพยายามที่จะมองโลกในแง่ดีมากขึ้น

18.ทำให้เรามาค้นหาข้อดีของความทุกข์

คนเราจะพ้นทุกข์ได้ก็ต้องรู้จักทุกข์ ถ้าเรารู้จักทุกข์แล้วจะพ้นทุกข์ได้ ...
เมื่อเรารู้ทางแล้วก็สามารถเอาชนะได้ อันนี้เป็นเรื่องที่ต้องใช้ปัญญา .

8 สัญญาณที่บอกว่าคุณมีเงินเก็บไม่พอ และอาจเป็นอย่างนี้ตลอดถ้าไม่ยอมเปลี่ยนทำงานมาก็หลายปี รายได้ก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่เ...
26/10/2017

8 สัญญาณที่บอกว่าคุณมีเงินเก็บไม่พอ และอาจเป็นอย่างนี้ตลอดถ้าไม่ยอมเปลี่ยน

ทำงานมาก็หลายปี รายได้ก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่เก็บเงินไม่เคยอยู่เลยสักที เพราะนิสัยการเงินที่ส่อสัญญาณไม่มีเงินเก็บแบบนี้หรือเปล่า ลองเช็กให้รู้ แล้วมาเริ่มรวยกัน !

การมีรายได้สูง ๆ ไม่ได้ทำให้เรารวยขึ้นได้ แต่ความร่ำรวยจะเกิดก็ต่อเมื่อเราสามารถบริหารการใช้เงินให้เหลือเก็บนั่นต่างหาก ดังนั้นหากตอนนี้คุณรู้สึกว่าเก็บเงินไม่ค่อยอยู่เลย ลองมาเช็กว่าคุณมี 8 สัญญาณการใช้เงินแบบผิด ๆ ที่ทำให้ไม่เหลือเงินเก็บอยู่กี่ข้อกัน

1. มีเงินไม่พอจะจ่ายหนี้ เป็นอย่างนี้แทบทุกเดือน !

นอกจากจะมีชีวิตแบบสิ้นเดือนสะเทือนใจแล้ว พอมีรายได้เข้ามาคุณมักจะพบว่าไม่สามารถจ่ายบิลค่าใช้จ่ายได้ทั้งหมด หรือจ่ายได้แค่เพียงขั้นต่ำ และนี่ก็เป็นปัญหาหนักอกประจำเดือนมายาวนานแล้วอีกต่างหาก ซึ่งก็เห็นได้ชัดเลยนะคะว่า คุณไม่มีเงินสำรองเพียงพอจะจัดการรายจ่ายของตัวเองให้ลงตัวได้

วิธีแก้ปัญหา

บอกตรง ๆ ว่ามีตัวเลือกอยู่แค่ 2 ทาง คือ หาเงินให้ได้มากขึ้น หรือใช้จ่ายให้น้อยลง ซึ่งอาจหารายได้เสริมทำในช่วงเลิกงานหรือวันหยุด ไม่ก็พยายามรัดเข็มขัดตัวเอง ตัดรายจ่ายฟุ่มเฟือยออกไป หรือง่าย ๆ เริ่มต้นจากจดบันทึกรายรับ-รายจ่าย ประจำวันก่อนก็ได้

2. รายได้เพิ่มขึ้น แต่เงินเก็บไม่เพิ่มตาม

หลายคนคิดไว้แล้วว่าเมื่อมีรายได้เพิ่มขึ้นก็จะเก็บเงินให้มากขึ้นด้วย ทว่าเอาเข้าจริง ๆ กลับยังคงใช้เงินแบบเดิม ๆ เก็บเงินได้บ้าง พลาดบ้าง แล้วแต่กิเลสในแต่ละเดือนของตัวเอง รู้ตัวอีกทีเงินเก็บที่คิดว่าจะมีเยอะก็กลับไม่เท่าที่หวังไว้

วิธีแก้ปัญหา

อย่ารอให้มีรายได้เพิ่มขึ้นถึงเริ่มเก็บเงิน โดยเฉพาะหากรู้ตัวว่าตัวเองเป็นคนใช้เงินเก่ง ควรตัดใจหักเงินส่วนหนึ่งเอาไว้ออมเลย แล้วค่อยมาบริหารจัดการเงินที่เหลือไว้ใช้จ่ายภายหลัง

3. ไม่เคยนึกถึงเรื่องเก็บเงินวัยเกษียณ

ในตอนนี้เราอาจอายุยังน้อย มีเวลาหาเงินได้อีกหลายปีก็จริง แต่ถ้าเรามัวผัดวันประกันพรุ่ง แล้วเมื่อไรเราจะมีเงินเก็บในส่วนที่กันไว้ใช้ช่วงวัยเกษียณกันล่ะ

วิธีแก้ปัญหา

เริ่มออมเงินส่วนนั้นไว้ตั้งแต่ตอนนี้ อย่างน้อยหัก 10% ของรายได้เอามาออมเงินไว้ใช้ตอนเกษียณก็ได้ แค่นี้อนาคตก็เป็นเรื่องที่ไม่น่ากังวลใจอีกต่อไป

4. ไม่เคยเตรียมพร้อมกับรายจ่ายก้อนใหญ่

โดยเฉพาะคนที่แต่งงานแล้ว อย่าลืมว่าในอนาคตคุณอาจมีสมาชิกครอบครัวเพิ่มขึ้นอีกนะ แล้วการเลี้ยงดูเด็กสักคนก็ต้องใช้ค่าใช้จ่ายไม่เบาเลยล่ะ หรือแม้แต่คนโสดก็ต้องเตรียมตัวไว้เหมือนกัน ปัญหาสุขภาพก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรวางใจ เจ็บป่วยขึ้นมาเมื่อไรค่าใช้จ่ายก็ไม่น้อยเลยทีเดียว

วิธีแก้ปัญหา

ยังคงต้องบอกให้แบ่งเงินบางส่วนมาเก็บออมเอาไว้ก่อน ถึงแม้จะเป็นเงินก้อนที่ดูไม่น่าจะได้ใช้เร็ว ๆ นี้ แต่การออมเงินไว้ก็ยังทำให้อุ่นใจได้มากจริงไหมครับ หรือใครอยากออมเงินไปพร้อมกับทำหลักประกันชีวิตก็ได้ เจ็บป่วยขึ้นมาก็ยังมีค่ารักษาพร้อมจ่าย

5. ไม่สนเรื่องการลงทุน

บางคนกลัวว่าการลงทุนอาจจะมีความเสี่ยง เลยยังไม่กล้าลงทุนทำอะไรสักอย่าง แต่ก็มองได้อีกมุมนะคะว่า หากเราไม่เสี่ยงลงทุนไปบ้าง ชีวิตก็คงไม่ได้กำไรสักบาทเช่นกัน ดังนั้นลองมองหาการลงทุนที่คุณคิดว่าน่าสนใจได้แล้ว

วิธีแก้ปัญหา

พาตัวเองออกจากความกลัว ความไม่กล้า หรืออะไรก็ตามที่ทำให้คุณมัวกั๊ก ไม่ยอมลงทุนสักที แล้วมองหาการลงทุนที่คิดว่าใช่ ไม่ว่าจะลองลงทุนกับกองทุนต่าง ๆ ซึ่งอาจจะช่วยลดภาษีตอนสิ้นปีได้ด้วย

6. จ่ายหนักกับค่าที่พักอาศัย

อสังหาริมทรัพย์ถือเป็นการลงทุนอย่างหนึ่ง แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินเตือนว่า ถ้าคุณมีรายจ่ายค่าบ้าน ค่าคอนโด หรือหอพักเกิน 40% ของรายได้ ก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะเหลือเงินเก็บน้อย

วิธีแก้ปัญหา

ถ้ามีความสามารถหารายได้เพิ่มในแต่ละเดือนได้ ก็อย่ามัวรีรอค่ะ จัดไปให้สมดุลกับรายจ่ายของตัวเอง แต่หากใครที่ไม่โอเคกับทางเลือกแรก ลองมองหาที่พักอาศัยที่เหมาะสมกับรายรับของตัวเองดีกว่าไหม โดยเฉพาะคนที่เช่าอาศัยอยู่ ลองตัดความไม่จำเป็นออก แล้วหาที่พักใหม่ที่ถูกลง ทำให้เรามีเงินเหลือเก็บได้มากขึ้น

7. ใช้เงินฟุ่มเฟือย

เดือน ๆ หนึ่งช้อปปิ้งบ่อยมาก กาแฟก็ดื่มทุกวัน แฮงก์เอาท์นี่แทบเป็นงานประจำเลยก็ว่าได้ แบบนี้จะเหลือเงินที่ไหนมาเก็บกันล่ะจ๊ะ

วิธีแก้ปัญหา

เข้าใจว่าถ้าหักดิบให้เลิกฟุ่มเฟือยเลยคงทำได้ยาก แต่คุณทำได้แน่ค่ะ เพียงจดบันทึกรายรับ-รายจ่ายของตัวเองทุกวัน หรือจะใช้วิธีจำกัดงบประมาณใช้จ่ายในแต่ละวันก็ได้ ทว่าก็ต้องมีวินัยในตัวเองด้วยนะ ห้ามนอกลู่นอกทางเด็ดขาด

8. หนี้บัตรเครดิตเยอะ และมักจะจ่ายได้แค่ขั้นต่ำ

บัตรเครดิตที่มีอยู่ทุกใบ ถูกรูดใช้ในวงเงินที่เกินจะเคลียร์หนี้ได้หมด และมักจะชำระหนี้ได้เพียงแค่ขั้นต่ำ ซึ่งก็ทำให้หนี้บัตรเครดิตทบต้นทบดอกไปเรื่อย ๆ และคุณก็ต้องนำเงินส่วนที่น่าจะได้เก็บออมไปจ่ายหนี้แทน ทำให้โอกาสเก็บเงินแทบจะไม่มีเลยทีเดียว

วิธีแก้ปัญหา

พยายามใช้จ่ายอย่างประหยัด และเร่งเคลียร์หนี้สินจากบัตรเครดิตให้หมดโดยเร็วที่สุด ที่สำคัญต้องหักห้ามใจไม่ให้ใช้บัตรเครดิตที่ยังคงมียอดหนี้ค้างไว้อยู่ แต่ให้ใช้จ่ายด้วยเงินสดแทน

ยอมรับไหมละว่าการที่เราไม่มีเงินเก็บอย่างที่ควรจะมี ก็เป็นเพราะนิสัยการใช้จ่ายที่ไม่ได้วางแผนไปถึงอนาคต รวมทั้งการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยที่เรายอมควักระเป๋าจ่ายออกไปแทบทุกวัน ซึ่งหากตัดรายจ่ายไม่จำเป็นเหล่านี้ทิ้งได้ พร้อมกับปรับนิสัยใช้เงินอย่างคุ้มค่ามากขึ้น อีกไม่นานก็คงมีเงินเก็บเป็นถุงเป็นถังได้เหมือนคนอื่นเขาแล้วล่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
businessinsider
personalfinancenews

🎯🎯🎯 ข้อดีของ การลงทุน 🎯🎯🎯มีใครสนใจอยากจะลงทุนกันบ้างไหมครับ ?นาย ก. ตอบกลับมาว่า ลงทุนไปทำไมกันครับ ทำงานหาเงินกินเงินเด...
24/10/2017

🎯🎯🎯 ข้อดีของ การลงทุน 🎯🎯🎯

มีใครสนใจอยากจะลงทุนกันบ้างไหมครับ ?
นาย ก. ตอบกลับมาว่า ลงทุนไปทำไมกันครับ ทำงานหาเงินกินเงินเดือนแบบนี้ไปเรื่อยๆสบายใจกว่า จะได้ไม่ต้องคอยมานั่งปวดหัวดูกราฟดูตัวเลขอะไรไม่รู้เยอะแยะ

นางสาว ข. ก็บอกอีกว่า แค่เวลาทำงานยังจะไม่มีเวลาพักเลยค่ะ เงินเก็บก็ไม่ค่อยจะมี เรื่องจะเอาเงินไปลงทุนนั่นนี่ เลิกคิดได้เลย

โอ้โห!ดูแต่ละคำตอบสิครับ ทำเอาคนถามมีหน้าชาไปบ้างเลยล่ะงานนี้ แต่ถึงอย่างนั้นผมก็อยากให้ใครหลายคนที่กำลังประสบปัญหาทางการเงินอย่าง หมุนเงินไม่ทัน ไม่มีเงินเก็บ มีรายได้ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย เหล่านี้ ต่างก้ล้วนเป็นปัญหาพื้นฐานที่เมื่อถึงวัยผู้ใหญ่ช่วงหนึ่งจะได้ประสบพบเจอกัน ผมขอบอกเลยครับว่า ยิ่งถ้าเป็นแบบนี้ยิ่งต้องคิดเรื่องลงทุนครับ ทำไมอย่างนั้นหรอ? เอาล่ะ เข้าเรื่องกันเลยดีกว่าครับ ผมจะขอเล่าถึงข้อดีของ การลงทุน กัน เผื่อจะช่วยเปลี่ยนความคิดและทัศนคติของใครหลายๆคนได้บ้างนะครับ

☑️1. การลงทุน นั้นเป็นการเพิ่มมูลค่า อย่างไร?
ก็หมายความว่า มันสามารถทำให้เงินจากที่มี 5 บาทนั้นเพิ่มเป็น 10 บาทโดยที่เราไม่ต้องลงแรงอะไรมากมายเลยยังไงล่ะครับ อย่างถ้าคุณมีเงินเก็บอยู่แล้วสัก 10,000-20,000 เอาไปซื้อทองสักบาทมาไว้ พอนานไปราคาทองคำขึ้นก็เอาทองที่เรามีนั้นไปขาย ทำกำไรได้เพิ่มมากขึ้นอีก ฉะนั้นแล้วการลงทุนกับสิ่งที่สามารถเพิ่มมูลค่าได้อย่างเช่น อสังหาริมทรัพย์,หุ้น,ทองคำ,ที่ดิน,บ้าน,คอนโด ต่างๆ นานวันไปยิ่งจะมีการเพิ่มมูลค่าขึ้นอีกเป็นเท่าตัว ยกตัวอย่างง่ายๆเลย ที่ดิน สมัยก่อนรุ่นปู่ย่าตาทวดขายที่ดินกันไร่ละสี่ห้าร้อย มาดูทุกวันนี้สิครับที่ดินปรับราคาแพงขึ้น ขายไร่ละเป็นหลายล้านบาทก็มี ยิ่งถ้าเป็นที่สวยๆติดถนนด้วยแล้วล่ะก็ ยิ่งเก็บไว้นานยิ่งจะทำกำไรให้มากเลยล่ะครับ
☑️☑️2. การลงทุน ช่วยให้เรามีเงินเก็บ
ไหนบอกว่าลงทุนคือเสียเงินไป? แล้วมันจะมีเงินเก็บได้อย่างไรล่ะ? มีได้สิครับ ก็ถ้าเรานำเงินไปลงทุนแล้วประสบความสำเร็จได้กำไรกลับมา เราก็จะเงินเหล่านั้นล่ะครับเอามาแบ่งเป็นเงินเก็บออมไว้ในยามฉุกเฉินหรือไว้เพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวันนั่นเอง
☑️☑️☑️3. การลงทุน สร้างความมั่งคั่งและความมั่นคงทางการเงินให้กับคุณ
ต่อเนื่องจากข้อที่ 2 ครับ เมื่อเรามีเงินเก็บแล้ว ยามที่เราประสบกับปัญหา เงินออมของเรานั่นแหละครับที่จะช่วยเราได้ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องค่าใช้จ่ายในบ้าน ค่าใช้จ่ายในการศึกษาของบุตรหลาน ค่าใช้จ่ายในการดูแลพ่อแม่ยามแก่ชรา ค่าใช้จ่ายในการสร้างครอบครัว เป็นต้น และนอกจากนั้นการลงทุนยังเสริมสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตเราด้วยการลงทุนซื้อประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองตามแบบที่เราต้องการได้เลย ไม่ว่าจะเจ็บป่วยมีปัญหาสุขภาพต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลก็สามารถเบิกเอาประกันภัยได้ ใครที่ยังไม่ทำอาจจะลองไปศึกษาข้อมูลคร่าวๆดูก่อนก็ได้ครับ

☑️☑️☑️☑️4. การลงทุน ช่วยให้คุณใช้ชีวิตอย่างมีความสุข
หากใครที่เข้าใจว่า การลงทุน นั้นจะทำให้เครียดหรือแก่ไวเพียงอย่างเดียวนั้น ไม่ใช่เสียทีเดียวครับ เพราะการลงทุนก็ทำให้เกิดความสุขได้ สุขที่ได้มีเงินเข้ามาแบบไม่ขาดสายยังไงล่ะครับ เพียงแค่คุณสละเวลาแต่ละวันของคุณมาสักเล็กน้อย เวลาว่างหาหนังสือที่เกี่ยวกับการลงทุนมาอ่านดูบ้าง เรื่องนี้ถ้าขยันหมั่นศึกษามันก็ไม่ยากจนเกินความสามารถของเราหรอกครับ ยิ่งดีเสียอีกเราจะได้ไม่ต้องมีเวลาไปเพลิดเพลินกับสิ่งที่ไม่เกิดประโยชน์มากจนเกินไป เราก็จะได้มีวินัยในการใช้เงินมากขึ้นด้วยครับ พอเงินเดือนออกก็จะต้องรีบหักไว้เก็บออมเพื่อลงทุนก่อนเลยอันดับแรก

✳️✳️✳️✳️✳️✳️✳️✳️✳️


คนส่วนใหญ่มีชีวิตทางการเงินที่ขัดสน มีเงินไม่พอใช้ มีรายได้ทางเดียว ใช้จ่ายแบบ ‘เดือนชนเดือน’ หรือไม่ก็มีชีวิตที่ดูแลตัว...
24/10/2017

คนส่วนใหญ่มีชีวิตทางการเงินที่ขัดสน มีเงินไม่พอใช้ มีรายได้ทางเดียว ใช้จ่ายแบบ ‘เดือนชนเดือน’ หรือไม่ก็มีชีวิตที่ดูแลตัวเองได้ มีเหลือเก็บตามอัตภาพ แต่ยังขาดความรู้เรื่องการลงทุนและบริหารเงิน
การบริหารจัดการเงิน วางแผนการเงิน จัดการความเสี่ยง รวมไปถึง
การลงทุนเพื่อการเกษียณจากการทำงาน คือ ‘ภูมิคุ้มกัน’ ที่ช่วยให้คนพร้อมรับและเผชิญกับปัญหาต่างๆ ในอนาคต
หากเปรียบการเงินเป็นเกม เราสามารถแบ่งระดับความมั่งคั่งและมั่นคงทางการเงินของคนเราออกเป็นกลุ่มต่างๆ ตามเกมการเงินที่แต่ละคนเลือกเล่นได้ ดังต่อไปนี้
1. ชีวิตขัดสน (Struggling) หมายถึง ชีวิตที่มีเงินไม่พอใช้ มีรายได้ทางเดียว รายรับน้อยกว่ารายจ่าย ใช้ชีวิตแบบ ‘เดือนชนเดือน’ หนักเข้าหน่อยก็เดือนชนครึ่งเดือน สุดท้ายต้องหยิบยืมเป็นหนี้เป็นสิน อย่าถามว่ามีทรัพย์สินหรือไม่ แค่เอาชีวิตรอดในแต่ละเดือนยังเหนื่อยเลย
2. ชีวิตพอมีพอกิน (Surviving) หมายถึง ชีวิตที่ดูแลตัวเองได้ รายรับชนะรายจ่าย มีเหลือเก็บบ้างตามอัตภาพ มีหนี้สินบ้างเล็กน้อย แต่ก็พอมีทรัพย์สินเป็นของตัวเอง มีความคาดหวังที่จะลงทุนเพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงิน แต่ยังขาดความรู้ ทำให้ไม่กล้าที่จะเริ่ม
3. ชีวิตพุ่งทะยาน (Striving) หมายถึง ชีวิตที่กำลังเริ่มต้นสร้างความมั่งคั่งทางการเงิน มีชีวิตที่พ้นจากปัญหารายวัน มีเกราะป้องกันความเสี่ยงในอนาคต มีความรู้ทางการเงินมากพอที่จะเริ่มต้นลงทุนเพื่อสร้างรายได้เพิ่มให้กับตัวเอง
4. ชีวิตที่สุขสบาย (Comfortable) หมายถึง ชีวิตที่มั่งคั่ง มีพร้อมทุกสิ่งที่ต้องการ มีรายได้ส่วนใหญ่จากทรัพย์สิน มีอิสระด้านความคิดและเวลาที่จะเลือกใช้ชีวิตได้ตามต้องการ
5. ชีวิตแบ่งปัน (Charitable) หมายถึง ชีวิตที่เพียบพร้อมและเต็มใจที่จะเผื่อแผ่แบ่งปัน และอุทิศเวลาของตนให้กับผู้คนและสังคมอันเป็นที่รัก
ชีวิตของคุณกำลังเป็นแบบไหน?
Cr.จักรพงษ์ เมษพันธุ์

เงินเดือนไม่พอใช้ ทำไงดี 10 กลยุทธ์ต่อไปนี้ช่วยแก้ปัญหาได้เงินเดือนไม่พอใช้ ทำอย่างไรถึงจะแก้ปัญหาได้ ได้เวลาหาทางออกที่...
23/10/2017

เงินเดือนไม่พอใช้ ทำไงดี 10 กลยุทธ์ต่อไปนี้ช่วยแก้ปัญหาได้

เงินเดือนไม่พอใช้ ทำอย่างไรถึงจะแก้ปัญหาได้ ได้เวลาหาทางออกที่ยั่งยืนกันแล้ว

ในสังคมที่ค่าครองชีพสูงขึ้น และสภาพเศรษฐกิจฝืดเคือง หนึ่งปัญหาที่หลาย ๆ คนเจอไม่ว่าจะเป็นคนที่มีเงินเดือนมาก หรือแม้แต่คนที่มีเงินเดือนน้อยนิด ก็คือปัญหาเงินเดือนไม่พอใช้ และหมุนเงินไม่ทัน ทำให้หลาย ๆ คน ต้องลงเอยด้วยการหยิบยืมจนหนี้สินพอกพูนเหมือนดินพอกหางหมู กว่าจะรู้สึกตัวว่าหนี้สินนั้นมากมายจนไม่สามารถจ่ายคืนไหว อย่าปล่อยให้ปัญหาเหล่านี้กลายเป็นสิ่งบั่นทอนชีวิต ในเมื่อเราสามารถจัดการอย่างยั่งยืนได้ ด้วยวิธีที่เราจะหยิบมาแนะนำกันในวันนี้ ในเมื่อเงินเดือนไม่พอใช้ เราก็ต้องมาปรับปรุงวินัยการเงินและสร้างโอกาสทางการเงินกันด้วยตัวเองครับ

1. ตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้รายได้ของเราไม่เพียงพอต่อการใช้จ่าย ก็เป็นเพราะว่าคุณใช้เงินไปกับสิ่งที่ไม่จำเป็นค่ะ ฉะนั้นถ้าอยากลดปัญหาเงินเดือนไม่พอใช้ ก็แค่เปลี่ยนแปลงตัวเอง ลดค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย อย่างเช่น ลดการกินข้าวนอกบ้านลง หรือหยุดการช้อปปิ้งในสิ่งที่ไม่จำเป็น บางทีอาจจะทำให้คุณมีเงินเหลือมากขึ้นอย่างคาดไม่ถึงเลยล่ะ

2. หยุดนำเงินอนาคตมาใช้

หลายคนแก้ปัญหารายได้ไม่พอใช้ด้วยการกู้หนี้ยืมสิน หรือกดเงินสดจากบัตรต่าง ๆ ออกมาใช้ แต่ก็อย่าลืมว่าเงินที่ได้มาจากการหยิบยืมเป็นเงินอนาคตที่ยังไงเราก็ต้องใช้คืน และการที่ต้องมาจ่ายคืนหนี้สินก็ยิ่งทำให้รายได้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพมากขึ้นไปอีก ดังนั้นหากถ้าคุณคิดจะแก้ปัญหาชักหน้าไม่ถึงหลัง คุณควรหยุดการเพิ่มหนี้สิน และพึงจดจำให้ขึ้นใจว่า มีน้อย ใช้น้อย ดีที่สุดค่ะ

3. หารายได้เสริม

ในเมื่อรายได้ประจำของเราไม่เพียงพอต่อการใช้จ่ายต่อเดือน แม้ว่าจะตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นแล้วก็ยังรู้สึกว่าการเงินในแต่ละเดือนฝืดเคืองเสียเหลือเกิน สิ่งที่ควรทำก็คือการหารายได้เสริม การเพิ่มพูนรายได้ด้วยอาชีพเสริมเป็นตัวช่วยที่ดีไม่น้อย แค่เพียงนำความรู้หรือความสนใจที่มีมาใช้ให้เป็นประโยชน์เท่านั้นเอง ไม่แน่นะว่าทำ ๆ ไปแล้วอาจจะรุ่งกว่ารายได้ประจำที่ได้รับอยู่ก็ได้ ถ้าหากยังนึกไม่ออกว่าจะทำอะไรเป็นรายได้เสริม ก็ลองมาดูไอเดียเด็ด ๆ ที่เราหยิบมาแนะนำกันเลย

4. ประหยัดค่าใช้จ่ายบางอย่างลง

หากการตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไปแล้วก็ยังพบว่ารายได้ที่มียังไม่เพียงพอต่อการใช้จ่าย ลองหันกลับมามองในแต่ละเดือนดูว่ามีค่าใช้จ่ายใดบ้างที่สามารถลดลงได้อีก เช่น ค่าเดินทาง หากเป็นคนที่มีรถยนต์ส่วนตัว ก็เปลี่ยนมาขึ้นรถสาธารณะบ้าง อย่างรถเมล์ รถไฟฟ้า หรือเรือโดยสารบ้าง ถ้าใครที่ชอบขึ้นแท็กซี่บ่อย ๆ ก็เปลี่ยนมานั่งรถเมล์บ้าง ก็จะลดค่าใช้จ่ายได้ไม่น้อยเลย และถ้าหากเป็นคนที่รับประทานอาหารนอกบ้านอยู่บ่อย ๆ ก็หันมาทำอาหารรับประทานเอง ห่ออาหารกลางวันไปกินที่ทำงาน แม้ว่าอาจจะลดค่าใช้จ่ายได้ไม่มาก แต่ก็บอกได้เลยว่าเงินเหลือเพิ่มขึ้นแน่

5. หาทางปลดเปลื้องหนี้สินที่มี

สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องเงินเดือนไม่พอใช้ นอกจากการตัดค่าใช้จ่าย และการหารายได้เสริมแล้ว คุณก็ควรหันมามองในเรื่องของหนี้สินด้วย เพราะหนี้สินก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้คุณพบกับปัญหาทางการเงิน โดยคุณควรรีบหาทางปลดเปลื้องหนี้สินให้เร็วที่สุด ซึ่งวิธีที่จะจัดการกับหนี้สินก็มีหลากหลายรูปแบบ เช่น การกู้สินเชื่อส่วนบุคคลมาปลดหนี้สินต่าง ๆ และรวมให้หนี้สินเหล่านั้นกลายเป็นหนี้สินก้อนเดียวกัน

ทั้งนี้หากคุณมีหนี้สินเรื่องบัตรเครดิตด้วย ก็ควรจะรีบจัดการให้เร็วที่สุด เพราะดอกเบี้ยของหนี้บัตรเครดิตเรียกได้ว่าโหดสุด ๆ ยิ่งถ้ามีหลายใบ ก็ควรเลือกสะสางหนี้บัตรเครดิตใบที่มีดอกเบี้ยสูงที่สุดก่อน หลังจากนั้นหากหนี้บัตรเครดิตยังไม่หมด การรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตก็เป็นวิธีที่น่าสนใจ เพราะดอกเบี้ยต่ำกว่า แถมยังช่วยให้คุณรวบรวมหนี้บัตรเครดิตทั้งหมดไว้ด้วยกัน ไม่ต้องผ่อนทางนี้ทางนั้นทีให้เสียดอกเบี้ยเยอะ ๆ ครับ

6. จัดสรรรายได้ให้เป็นระบบ

หลังจากปลดหนี้สินและตัดค่าใช้จ่ายบางตัวที่ไม่จำเป็นแล้ว ได้เวลาที่เราต้องกลับมามองรายได้ที่มีอยู่ ถ้าคิดว่าเราไม่สามารถควบคุมเงินในมือให้เป็นไปตามที่คาดหวังได้ด้วยตัวเอง เราก็ต้องมีตัวช่วยเข้ามาเสริม อย่างเช่น ลองกำหนดดูว่าในแต่ละวันเราควรใช้เงินเท่าไร แล้วแบ่งใช้ตามนั้น ที่สำคัญคือ ควรจะแบ่งเงินสำหรับเก็บออมด้วย โดยเมื่อเงินเดือนออกควรจะแบ่งเก็บเข้าบัญชีออมทรัพย์แยกต่างหากไปเลยอย่างน้อยเดือนละ 5-10% ของรายได้ต่อเดือน หรือจะใช้ทฤษฎีการบริหารเงินแบบ 6 โหล ดูก็ได้ จะช่วยให้การเงินของคุณเป็นระบบมากขึ้น


7. จดบันทึกรายรับ-รายจ่าย

การจดบันทึกรายรับ-รายจ่าย เป็นวิธีจัดระบบการใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพมาก เพราะจะทำให้เราเห็นตัวเลขรายได้และค่าใช้จ่ายที่ชัดเจนในแต่ละเดือน แล้วจะรู้ทันทีว่าเราใช้เงินไปกับเรื่องไหนมากเกินไปหรือเปล่า อะไรที่ทำให้เงินไม่พอใช้ ซึ่งนี่เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการเปลี่ยนแปลงหากมีปัญหารายได้ไม่เพียงพอ

8. หยุดฝากอนาคตทางการเงินไว้กับการเสี่ยงโชค

ไม่ว่าจะหวยใต้ดิน ลอตเตอรี่ หรือการเสี่ยงโชคใด ๆ ก็ตามที่คุณคิดว่าแค่เล็กน้อย แต่ขอบอกว่านั่นล่ะเป็นสิ่งที่ทำให้คุณหมดเนื้อหมดตัวได้ง่าย ๆ หยุดคิดเรื่องการฝากอนาคตไว้กับดวงเดี๋ยวนี้เลย เพราะโอกาสที่คุณจะดวงดีน่ะไม่ได้มีง่าย ๆ เลย แทนที่จะเอาเงินไปทุ่มกับดวง แนะนำว่าให้เก็บเงินเหล่านั้นไว้ใช้จะดีกว่า หรือถ้าอยากให้ได้ประโยชน์มากขึ้นก็เก็บสะสมเป็นเงินเก็บในบัญชีเงินฝาก ไม่มีความเสี่ยง แถมยังมีดอกเบี้ยเล็ก ๆ น้อย ๆ พอกพูนขึ้นอีกด้วย


9. เริ่มต้นลงทุน

ในยุคนี้การฝากเงินออมทรัพย์ในธนาคารคงไม่ใช่ทางออกของคนที่อยากได้ผลตอบแทนสูงอีกแล้ว เพราะดอกเบี้ยที่ได้รับไม่เกิน 1% ต่อปีนั้นช่างน้อยนิด ถ้าอยากมีเงินเก็บมากขึ้นคงต้องมองหาทางเลือกอื่น เช่น การนำเงินไปลงทุนในแผนการลงทุนที่มีความเสี่ยงน้อย แต่ได้ผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝากออมทรัพย์ เช่น กองทุนตลาดเงิน กองทุนตราสารหนี้ เงินฝากประจำแบบปลอดภาษี หรือเงินฝากประจำดอกเบี้ยสูง แม้ว่าในเริ่มแรกอาจจะไม่ได้ช่วยให้เรามีรายได้เพิ่มขึ้นแต่จะเห็นผลในระยะยาว และยังช่วยเพิ่มความมั่นคงในอนาคต

แต่ถ้าใครยอมรับความเสี่ยงได้มากขึ้นหน่อย อาจเลือกลงทุนในกองทุนรวมที่ลงทุนในหุ้น หรือกองทุนแบบผสม ซึ่งมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่า แต่ก็ต้องระวังไว้ว่ามีโอกาสขาดทุนได้ไม่ต่างกัน หรือถ้าใครมีภาระต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอยู่แล้ว การเลือกลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจนะครับ เพราะบังคับให้เราต้องเก็บเงินไว้อย่างน้อย 5 ปี แถมยังช่วยลดหย่อนภาษีได้ด้วย

10. มองหาโอกาสที่ดีกว่า

อย่างที่ทราบกันดีกว่า โอกาสไม่ได้ลอยมาหาเราง่าย ๆ แต่เราจะต้องไปขวนขวายหากันเอาเอง และเรื่องการเงินก็เช่นกัน ในเมื่อเงินเดือนของเราไม่พอใช้ เราก็ควรสร้างโอกาสในการเพิ่มพูนรายได้ของตัวเอง อย่างเช่น การศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม หรือการเรียนต่อเพื่อเพิ่มฐานเงินเดือนให้กับตัวเองในกรณีบริษัทพิจารณาเงินเดือนจากวุฒิการศึกษา นอกจากนี้การแสวงหาความก้าวหน้าในการงานก็เป็นอีกวิธีในการเพิ่มพูนรายได้เช่นกัน เพราะยิ่งตำแหน่งสูงขึ้นก็ยิ่งมีเงินเดือนมากขึ้นครับ

เห็นไหมล่ะว่าการแก้ไขปัญหาทางการเงินที่เงินเดือนไม่พอใช้จริง ๆ แล้วไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด อยู่ที่ว่าคุณพร้อมที่จะเริ่มต้น และตั้งใจจริงหรือเปล่า แม้ว่าอาจจะไม่ช่วยให้คุณมีเงินมากขึ้นแบบทันทีทันใด แต่ก็ช่วยสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาวได้ ฉะนั้นลุกขึ้นจากปัญหาแล้วมองหาทางออกกันดีกว่า รับรองว่าทางออกที่ดีรออยู่ไม่ไกลแน่นอน


ที่อยู่

8 หมู่ 7ต. นครหลวง อ. นครหลวง
Amphoe Phra Nakhon Si Ayutthaya
13260

เบอร์โทรศัพท์

0909055282

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ แอ๊ปเปิ้ลไดม่อนผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท