18/07/2026
สำนักพุทธพังงา รุดตรวจสอบ วัดกะไหล เหตุร้องเรียน เงินกฐิน 800,000 กว่า ไม่เข้าบัญชีของวัด
เมื่อเวลา ๑๔.๓๐ น. วันที่ ๑๗ ก.ค. ๒๕๖๙ ที่หอประชุม(หอฉัน)วัดเจริญรมณาวาส(วัดกะไหล) ต.กะไหล อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา นางวิมลพรรณ พงษ์ภา ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดพังงา พร้อมด้วย พระวิมลวชิราภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดพังงา, พระภาวนาธรรมาภิราม รองเจ้าคณะจังหวัดพังงา, พระครูวรธรรมวิมล เจ้าคณะอำเภอตะกั่วทุ่ง, พระครูสิริธีราภรณ์ เจ้าคณะตำบลโคกกลอย และพระมหาสุรเศรษฐ์ ปภังกโร เจ้าอาวาสวัดเจริญรมณาวาส ได้เดินทางไปตรวจสอบตามคำร้องเรียนจาก นายบัญญัติ ชูเลิศ นสพ.คมการเมือง ที่อ้างว่า ได้มีชาวบ้านตำบลกะไหล ร้องเรียนถึงเงินทอดกฐิน ในปี ๒๕๖๗ ของวัดเจริญรมณาวาส (วัดกะไหล) ทำไมไม่มีรายการเดินบัญชีของวัด โดยมีเจ้าอาวาสวัดกะไหล พร้อมได้กล่าวถึงนางเกตวนี ไตรรัตน์ หรือ เจ๊จุก ประธานทอดกฐินในปีนั้นว่า เงินดังกล่าว ไม่ค่อยชอบมาพากล โดยมีชาวบ้านกะไหลกว่า ๕๐ คน เข้าร่วมประชุมและรับฟังคำชี้แจงและการตรวจสอบข้อเท็จจริง
ทางด้าน พระภาวนาธรรมาภิราม รองเจ้าคณะจังหวัดพังงา ได้เริ่มการประชุมพร้อมซักถามผู้ร้องเรียน มีเรื่องมีราว ในที่ประชุม ไม่มี ผู้ร้องเรียน โดยทางคณะภิกษุสงฆ์ ได้มีข้อสงสัยและคำถามอยู่ ๓ ประเด็น ดังนี้
๑.เงินทอดกฐินปี ๒๕๖๗ ได้เข้า บช.ของวัดหรือไม่? แล้วเงินอยู่ที่ไหน? และใครเป็นผู้รับผิดชอบ?
ในส่วนนี้ คุณเกตวนี ไตรรัตน์ หรือ จี้จุก ประธานทอดกฐินในปีดังกล่าวเป็นผู้ชี้แจ้ง โดยได้ชี้แจ้งว่า การทอดกฐินในปีดังกล่าว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบูรณหอฉัน ของวัดกะไหล ได้มีผู้ร่วมทำบุญเป็นเงินทั้งสิ้น 1,075,758.50 บาท หลังหักค่าใช้จ่ายเหลือเป็นเงิน 803,808.50 บาท และมีเงินสดเป็นค่าผ้าไตรจีวร 20,820 บาท เงินจำนวนนี้ได้มอบให้กับวัดกะไหล โดยมีเจ้าอาวาสเป็นผู้รับมอบ โดยจะเหลือเงินเพื่อเข้าบัญชีวัดสุทธิเป็นเงิน 783,238.50 บาท
โดยคุณเกตวนี หรือ เจ๊จุ๊ก ได้กล่าวต่ออีกว่า ได้นำเงินจำนวนดังกล่าวถวายให้แก่เจ้าอาวาส แต่เนื่องจากในขณะนั้น สมุดบัญชีของวัดไม่ได้อยู่ที่เจ้าอาวาสและประกอบกับในขณะนั้น ทางวัดยังไม่มีไวยาวัจกรคนใหม่ จึงไม่สามารถนำเงินไปเข้า บัญชีของวัดได้ ท่านเจ้าอาวาสจึงปรึกษากับทางเจ้าภาพทอดกฐินและคณะ เลยลงความเห็นว่า ให้ทางเจ้าภาพเป็นผู้เก็บรักษาเงินดังกล่าวไว้ก่อน โดยมีการเปิดบัญชี เป็นชื่อคณะกรรมการวัดจำนวน 2 ท่าน คือ นายสมผล เจริญภักตร์ และ นางวรนัน ไตรรัตน์ โดยไม่มีชื่อของเจ้าอาวาส และไวยาวัจกรที่ป่วย ลาออกด้วยวาจาในห้วงดังกล่าว
ประเด็นที่ 2 และ 3 เงินจำนวน 782,238.50 ตอนนี้ไปอยู่ที่ไหน?
นางเกตวนี ได้ตอบชี้แจ้งว่า เงินจำนวนนี้ ใช้เป็นค่าใช้จ่าย ในการบูรณะหอฉัน โดยสรุปค่าใช้จ่ายทั้งหมดไว้ดังนี้
- ค่าก่อสร้างและปรับปรุงหอฉัน 950,000 บาท
- ค่าเจาะบาดาล 52,500 บาท
- ค่า ชุดโต๊ะเก้าอี้หอฉัน 2 ชุด 50,000 บาท
รวมเป็นค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น 1,052,500 บาท ใช้เงินจากยอดกฐิน 782,989 บาท แต่ทางวัดขาดปัจจัย 269,511 บาท ในส่วนที่ขาดเหลือ นางเกตวนี ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนเอง เป็นผู้ชำระแทนวัดทั้งหมด พร้อมนำหลักฐานชี้แจงรายรับ-รายจ่าย ต่อคณะสงฆ์ ในการบูรณะหอฉัน มาแสดงต่อที่ประชุม
ต่อมาทางเจ้าคณะสงฆ์ ได้กล่าวต่ออีกว่า ดูจากเจตนาของเจ้าภาพและการชี้แจ้งในวันนี้ เป็นเจตนาที่เป็นกุศลและด้วยใจบริสุทธิ์ แต่ขั้นตอนและวิธีการอาจนอกเหนือจากระเบียบ จึงขอให้ทางเจ้าอาวาส และไวยาวัจกรของวัดกะไหล โปรดเข้มงวดและให้ปฏิบัติตามระเบียบให้ถูกต้องในครั้งต่อไป และหากชาวบ้านหรือบุคคลใดอยากได้ข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน หรืออยากให้ทางวัดชี้แจ้งอะไร ติดต่อทางวัดได้โดยตรง หรือทางสำนักงานพระพุทธฯ ได้โดยตรง
ทางด้านผู้สื่อข่าว ที่เข้าสังเกตการณ์ รายงานเพิ่มเติมว่า การประชุมชี้แจงทั้งคณะสงฆ์, สำนักพุทธศาสนาจังหวัดพังงา เป็นไปด้วยเหตุและผล เนื่องจากเงินทำบุญดังกล่าวได้มาจากศาสนิกชนที่ศรัทธาวัดและคณะกรรมการจัดงานทอดกฐิน จนมียอดปัจจัยบูรณะหอฉันที่เก่าแก่ทรุดโทรมกลับมาสวยงาม จนเป็นสาเหตุที่ทำให้มีชาวบ้านบางคนสงสัย จนมีการประชุมชี้เจงดังกล่าว.