26/08/2026
🇨🇦 งานเกษตรในแคนาดา คนไทยต้องรู้อะไรก่อนหางาน
ช่วงนี้มีคนส่งคำถามเข้ามาเยอะมากเกี่ยวกับงานเกษตรในแคนาดา บางคนกำลังเริ่มหาข้อมูล บางคนกำลังหางาน และบางคนก็เคยถูกหลอกจนเสียเงินไปจำนวนมาก
แอดมินเคยเขียนเรื่องนี้ไว้นานแล้ว เพราะเมื่อหลายปีก่อนต้องเตือนกันจนเหนื่อย และคนไทยในแคนาดาเองก็ช่วยกันเตือนเรื่องการหลอกลวงเกี่ยวกับงานเกษตรกันมาตลอด
ปัจจุบัน การหางานฟาร์มจากประเทศไทยถือว่ายากพอสมควร โดยเฉพาะคนที่ไม่มีญาติ ไม่มีคนรู้จักในแคนาดา หรือไม่มีช่องทางจากหน่วยงานจัดหางานที่น่าเชื่อถือ
โพสต์นี้จึงอยากเขียนไว้สำหรับคนที่กำลังพยายามหาข้อมูลด้วยตัวเอง และตั้งใจอยากไปทำงานจริง ๆ แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร
⸻
🇨🇦 แคนาดามีงานเกษตรจริงไหม?
มีจริงค่ะ
แคนาดามีภาคเกษตรกรรมจริง และมีการจ้างแรงงานต่างชาติเข้ามาทำงานในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ตั้งแต่งานปลูกและเก็บเกี่ยวพืช งานในโรงเรือน งานเลี้ยงสัตว์ ไปจนถึงงานที่เกี่ยวข้องกับเครื่องจักรทางการเกษตร
แต่สิ่งสำคัญคือ รัฐบาลแคนาดาไม่ได้ใช้โปรแกรมเดียวสำหรับงานเกษตรทั้งหมด
ดังนั้น หากใครกำลังหางาน อย่าเพียงถามว่า
“มีงานฟาร์มไหม?”
แต่ควรถามต่อว่า
“งานนี้จ้างผ่านโปรแกรมอะไร?”
เพราะแต่ละโปรแกรมมีเงื่อนไขแตกต่างกัน ทั้งเรื่องประเภทงาน นายจ้าง ค่าจ้าง และคุณสมบัติของแรงงาน
⸻
🇨🇦 โปรแกรมหลักที่เกี่ยวข้องกับงานเกษตร
โดยหลัก ๆ มี 4 โปรแกรมด้วยกัน
1. Seasonal Agricultural Worker Program (SAWP)
SAWP เป็นโครงการสำหรับการจ้างแรงงานเกษตรตามฤดูกาล โดยมีเงื่อนไขเฉพาะเกี่ยวกับประเทศต้นทาง
โครงการนี้ใช้กับแรงงานจาก เม็กซิโกและประเทศในกลุ่ม Caribbean ที่เข้าร่วมโครงการ
ลักษณะงานมักเป็นงานเกษตรตามฤดูกาล เช่น งานปลูกหรือเก็บเกี่ยวผลผลิต
สำหรับคนไทย ประเทศไทยไม่ได้อยู่ในกลุ่มประเทศที่เข้าร่วมโครงการนี้
ดังนั้น คนไทยที่สนใจงานเกษตรควรดูช่องทางอื่นที่สามารถรับแรงงานจากประเทศไทยได้
⸻
2. Agricultural Stream
Agricultural Stream เป็นอีกช่องทางสำคัญสำหรับนายจ้างในแคนาดาที่ต้องการจ้างแรงงานต่างชาติในภาคเกษตร
จุดที่สำคัญสำหรับคนไทยคือ สามารถรับแรงงานจากประเทศใดก็ได้ หากนายจ้าง มีตำแหน่งงาน และประเภทการผลิตเป็นไปตามข้อกำหนดของรัฐบาลแคนาดา
ตัวอย่างงานที่อาจพบได้ เช่น
* งานปลูกผักและผลไม้
* งานดูแลพืช
* งานเก็บเกี่ยว
* งานใน greenhouse
* งานใน nursery
* งานเลี้ยงสัตว์
* งานที่เกี่ยวข้องกับเครื่องจักรทางการเกษตร
แต่ต้องเข้าใจว่า ไม่ใช่งานทุกตำแหน่งในฟาร์มจะเข้า Agricultural Stream โดยอัตโนมัติ
ต้องตรวจสอบทั้งลักษณะงานและประเภทการผลิตว่าเข้าเกณฑ์ของรัฐบาลหรือไม่
⸻
3. High-Wage Stream
งานเกษตรบางประเภทอาจอยู่ภายใต้ Stream สำหรับตำแหน่งที่มีค่าจ้างในระดับ high-wage
งานลักษณะนี้อาจเป็นตำแหน่งที่ต้องใช้ทักษะ ประสบการณ์ หรือความรับผิดชอบมากกว่างานแรงงานทั่วไป เช่น งานด้านการจัดการฟาร์ม งานด้านเทคนิค หรือการควบคุมเครื่องจักร
แต่ไม่ได้หมายความว่า
“งานเกษตรที่ได้เงินเดือนสูง = High-Wage Stream”
เสมอไป
ต้องตรวจสอบเกณฑ์ค่าจ้างและเงื่อนไขอื่น ๆ ของรัฐบาลแคนาดาตามช่วงเวลาที่สมัครจริง
⸻
4. Low-Wage Stream
อีกช่องทางหนึ่งคือ Stream สำหรับตำแหน่งที่ค่าจ้างอยู่ในระดับ low-wage ตามเกณฑ์ของรัฐบาล
งานเกษตรจำนวนหนึ่งอาจอยู่ในกลุ่มนี้ โดยเฉพาะงานปลูก ดูแล และเก็บเกี่ยวผลผลิต
อย่างไรก็ตาม นายจ้างก็ยังต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของ Temporary Foreign Worker Program เช่น เรื่องค่าจ้าง สภาพการทำงาน และเงื่อนไขอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
⸻
👉🏻 สรุปโปรแกรมแบบง่าย ๆ
SAWP
งานเกษตรตามฤดูกาล และจำกัดประเทศต้นทางตามโครงการ
Agricultural Stream
งานในภาค primary agriculture ที่เข้าเกณฑ์ และสามารถรับแรงงานจากประเทศต่าง ๆ รวมถึงประเทศไทยได้ หากเป็นไปตามเงื่อนไข
High-Wage Stream
ตำแหน่งที่ค่าจ้างเข้าเกณฑ์ high-wage
Low-Wage Stream
ตำแหน่งที่ค่าจ้างเข้าเกณฑ์ low-wage
สำหรับคนไทยที่สนใจงานเกษตร Agricultural Stream เป็นช่องทางหนึ่งที่ควรทำความเข้าใจเป็นพิเศษ เพราะสามารถรับแรงงานจากประเทศใดก็ได้ หากงานและนายจ้างเข้าเกณฑ์
แต่การมี “งานฟาร์ม” อย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าเราจะสามารถเดินทางไปทำงานได้ทันที
ในกรณีที่ต้องใช้ LMIA นายจ้างต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนด และผู้สมัครต้องขอ Work Permit ให้ได้รับอนุญาตก่อนจึงจะเริ่มทำงานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
⸻
🇨🇦 แล้วถ้าอยู่ประเทศไทย อยากหางานฟาร์ม ต้องเริ่มอย่างไร?
สามารถเริ่มหาด้วยตัวเองได้ค่ะ ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากนายหน้าเสมอไป
หนึ่งในช่องทางที่ควรรู้จักคือ Job Bank ซึ่งเป็นเว็บไซต์หางานของรัฐบาลแคนาดา และมีข้อมูลสำหรับผู้สมัครที่อยู่นอกประเทศ
แต่ก่อนจะเริ่มหางาน อยากให้ทำความเข้าใจคำศัพท์สำคัญก่อน เพราะเวลาอ่านประกาศงานหรือหาข้อมูลเรื่องการไปทำงานแคนาดา เราจะเจอคำศัพท์เหล่านี้บ่อยมาก
🇨🇦 7 คำศัพท์ที่ควรรู้ก่อนหางาน
1. Employer = นายจ้าง
Employer คือฟาร์ม บริษัท หรือเจ้าของธุรกิจในแคนาดาที่ต้องการจ้างเรา
ตัวอย่างเช่น ฟาร์มแห่งหนึ่งต้องการคนดูแลวัว
ฟาร์มแห่งนั้นก็คือ Employer
นายจ้างจะเป็นผู้กำหนดรายละเอียดของงาน เช่น ตำแหน่ง หน้าที่ ค่าจ้าง ชั่วโมงทำงาน และสถานที่ทำงาน
⸻
2. Worker = ลูกจ้าง
Worker ก็คือคนที่สมัครไปทำงานกับนายจ้าง
ในกรณีนี้ก็คือคนไทยที่อยู่ประเทศไทยและต้องการไปทำงานฟาร์มในแคนาดา
หน้าที่ของผู้สมัครคือหางาน สมัครงาน เตรียมเอกสาร และดำเนินการขออนุญาตทำงานตามขั้นตอน
⸻
3. Job Bank = เว็บไซต์หางานของรัฐบาลแคนาดา
Job Bank เป็นเว็บไซต์หางานของรัฐบาลแคนาดา
สามารถใช้ค้นหางานหลายประเภท รวมถึงงานเกษตร เช่น
* Farm Worker
* General Farm Worker
* Dairy Farm Worker
* Livestock Worker
* Fruit Farm Worker
* Greenhouse Worker
สำหรับคนที่อยู่นอกแคนาดา ควรตรวจสอบรายละเอียดของประกาศว่าเปิดรับผู้สมัครจากต่างประเทศหรือไม่ และนายจ้างระบุเงื่อนไขเกี่ยวกับการจ้างแรงงานต่างชาติไว้อย่างไร
พูดง่าย ๆ คือ
Job Bank = หนึ่งในช่องทางที่ใช้เริ่มต้นหางาน
⸻
4. LMIA (Labour Market Impact Assessment)
LMIA ย่อมาจาก Labour Market Impact Assessment หรือการประเมินผลกระทบต่อตลาดแรงงาน
LMIA เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ นายจ้าง
พูดง่าย ๆ คือ เป็นกระบวนการที่รัฐบาลแคนาดาใช้พิจารณาว่า นายจ้างมีความจำเป็นและเข้าเกณฑ์ในการจ้างแรงงานต่างชาติหรือไม่
ถ้างานนั้นต้องใช้ LMIA นายจ้างจะเป็นผู้ดำเนินการ
หากผ่าน จะเรียกว่า Positive LMIA
สิ่งสำคัญที่ต้องจำคือ
LMIA ไม่ใช่ใบอนุญาตทำงานของเรา
และ ไม่ใช่งานทุกงานในแคนาดาที่ต้องใช้ LMIA
⸻
5. Job Offer = ข้อเสนองาน
Job Offer คือข้อเสนองานจากนายจ้าง
ตัวอย่างเช่น เราสมัครงานฟาร์ม แล้วนายจ้างพิจารณาแล้วต้องการรับเราเข้าทำงาน
นายจ้างก็จะส่งรายละเอียดการจ้างงาน เช่น
* ตำแหน่ง
* หน้าที่
* ค่าจ้าง
* ชั่วโมงทำงาน
* สถานที่ทำงาน
* ระยะเวลาการจ้าง
เมื่อได้ Job Offer ก็ยังต้องดำเนินการขอ Work Permit ตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง
⸻
6. Work Permit = ใบอนุญาตทำงาน
นี่คือสิ่งที่สำคัญมากที่สุดอย่างหนึ่งสำหรับคนที่ต้องการไปทำงานในแคนาดา
จำง่าย ๆ ว่า
Job Offer = นายจ้างต้องการจ้างเรา
Work Permit = เราได้รับอนุญาตให้ทำงาน
หากเป็น Employer-specific Work Permit ใบอนุญาตจะมีเงื่อนไขเกี่ยวกับนายจ้าง ตำแหน่งงาน และสถานที่ทำงานตามที่ระบุไว้
ดังนั้น
มี Job Offer อย่างเดียว ยังไปทำงานไม่ได้
ต้องได้รับ Work Permit ก่อนเริ่มทำงานอย่างถูกกฎหมาย
⸻
7. Visa = เอกสารสำหรับการเดินทางเข้าสู่แคนาดา
Visa กับ Work Permit ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน
เรื่องนี้ต้องจำให้ดี
การมี Visitor Visa จุดประสงค์เพื่อเดินทางไปเที่ยวแคนาดา วีซ่าตัวนี้ไม่สามารถไปทำงานได้
หากต้องการทำงาน ต้องได้รับ Work Permit ที่ถูกต้องตามกรณี
————
การไปทำงานในแคนาดาอย่างถูกต้องตามกฎหมายมีหลายขั้นตอน และแต่ละขั้นตอนก็มีหน้าที่ของ นายจ้าง และ ผู้สมัคร แตกต่างกัน
ถ้าอยากไปทำงานฟาร์มที่แคนาดาจริง ๆ สิ่งแรกที่ควรทำ “เรียนรู้ระบบก่อน แล้วค่อยหางาน”
เพราะเมื่อเราเข้าใจคำว่า Employer, Job Offer, LMIA, Work Permit, Visa และเข้าใจว่าแต่ละโปรแกรมต่างกันอย่างไร เราจะสามารถหาข้อมูลได้ดีขึ้น
และที่สำคัญที่สุดคือ
อย่าให้ใครใช้ความไม่รู้ของเราเป็นช่องทางหาเงิน
งานฟาร์มในแคนาดามีจริง
การจ้างแรงงานต่างชาติมีจริง
แต่ก็มีมิจฉาชีพที่เอาเรื่องงานฟาร์มมาใช้หลอกคนไทยก็มีจริงเช่นกันคะ (เยอะด้วย)
————
📌หมายเหตุ: โพตส์นี้เรียบเรียงจากประสบการณ์และข้อมูลที่น้ำพบเจอจากการใช้ชีวิตอยู่ในแคนาดามาเกือบ 10 ปี มีวัตถุประสงค์เพื่อแบ่งปันข้อมูลและแนวทางเบื้องต้นสำหรับผู้ที่กำลังศึกษาการไปทำงานในแคนาดาเท่านั้น
ไม่ได้มีเจตนาแนะนำ ชักชวน หรือรับรองการสมัครงาน นายหน้า บริษัทจัดหางาน หรือช่องทางใดเป็นการเฉพาะ
ข้อมูลเกี่ยวกับโปรแกรมการจ้างงาน กฎระเบียบ และขั้นตอนการขออนุญาตทำงานของแคนาดาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ผู้สนใจควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานรัฐบาลแคนาดาโดยตรงก่อนตัดสินใจหรือดำเนินการใด ๆ
แหล่งข้อมูลอ้างอิงทางการ : https://www.canada.ca/en/employment-social-development/services/foreign-workers/agricultural.html
————
แอดมินน้ำ 25-08-2026