ความเป็นมา
ปัจจุบันสถานการณ์ด้านเด็กและเยาวชน เป็นปัญหาที่สังคมมีความห่วงใย เนื่องจากเด็กในปัจจุบันอยู่ในสภาวะแวดล้อม และความเปลี่ยนแปลงของกระแสโลกาภิวัตน์ ประกอบกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมกดดันให้พ่อแม่ต้องทำงาน ไม่มีเวลาเลี้ยงดูลูก หรือเลี้ยงดูในรูปแบบที่ไม่เหมาะสม เป็นเหตุให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ขึ้น เช่น ปัญหายาเสพติด การพนัน ปัญหาอาชญากรรม ปัญหาการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ปัญหาทะเล
าะวิวาท ปัญหาการติดเกม ติดอินเตอร์เน็ต เป็นต้น ปัญหาดังกล่าวได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนในที่สุด โดยเฉพาะเด็กที่อยู่ในวัยไม่เกิน 18 ปี จะตกเป็นเหยื่อ หรือจุดเปราะบางที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ซึ่งเป็นที่น่าหนักใจของหลาย ๆ หน่วยงานที่ทำงานด้านเด็ก ประการสำคัญกองทุนคุ้มครองเด็กเป็นกลไกที่สำคัญที่กฎหมายได้กำหนดมาเพื่อช่วยโครงการแก้ไขปัญหาและขับเคลื่อนงานด้านเด็ก นอกจากนี้ แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 ได้กำหนดว่ารัฐต้องดำเนินการคุ้มครองและพัฒนาเด็กและเยาวชน ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญยิ่งที่ต้องให้ความสำคัญต่องานพัฒนาเด็กและเยาวชน
ที่มา
การประชุมคณะกรรมการจัดงานวันเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 6/2547 เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2547 ซึ่งมีอดีตรองนายกรัฐมนตรี (ศาสตราจารย์ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์) เป็นประธาน ได้มีมติเห็นชอบให้จัดตั้งสภาเด็กและเยาวชนระดับจังหวัดนำร่อง 4 จังหวัด (ภาคละ 1 จังหวัด) คือ ภาคเหนือ ที่จังหวัดเชียงราย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่จังหวัดสุรินทร์ ภาคกลาง ที่จังหวัดปราจีนบุรี และภาคใต้ ที่จังหวัดสตูล โดยให้สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ และผู้สูงอายุ (สท.) เป็นเจ้าของเรื่อง ส่วนการดำเนินงานในระดับจังหวัดให้องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการจัดตั้งสภาเยาวชนจังหวัด ซึ่งทั้ง 4 จังหวัด นำร่องได้สนองนโยบายดำเนินงานมาตามลำดับ
เมื่อคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ (กยช.) ได้รับการปรับปรุงโครงสร้างตามมติคณะรัฐมนตรีเสร็จเรียบร้อย ประธาน กยช. คือ รองนายกรัฐมนตรี (นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย) ได้จัดให้มีการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2548 เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2548 ณ ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้มีการจัดตั้งสภาเด็กและเยาวชนจังหวัด ภายใต้หลักการ “เด็กนำ ผู้ใหญ่หนุน” และควรผลักดันให้หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และกลุ่มเยาวชน ร่วมมือกันจัดตั้งสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดให้ครบทุกจังหวัด รวมทั้งสนับสนุนให้เกิดสภาเยาวชนแห่งชาติในโอกาสต่อไป
คณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ (กยช.) ในคราวประชุม ครั้งที่ 2/2548 เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2548 โดยมีรองนายกรัฐมนตรี (นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ) เป็นประธาน มีมติให้ทุกจังหวัดจัดตั้งสภาเด็กและเยาวชน ให้เสร็จเรียบร้อยภายในปีงบประมาณ 2549 และให้สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็กเยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการและผู้สูงอายุ (สท.) ประสานกับสำนักงบประมาณ ขอรับการสนับสนุนงบประมาณสนับสนุนการดำเนินงานของสภาเด็กและเยาวชนจังหวัด ทั้ง 76 จังหวัด
แนวคิดในการจัดตั้งสภาเด็กและเยาวชน
สภาเด็กและเยาวชน เป็นเครือข่ายเชื่อมโยงกลุ่มเยาวชนที่มีการดำเนินงานในด้านต่างๆ เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบและเป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อปฏิบัติภารกิจร่วมกันในการแสวงหาแนวทางแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนในระดับท้องถิ่นและร่วมกันจัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชนและสังคม โดยที่แต่ละกลุ่มยังคงปฏิบัติภารกิจหลักของตนต่อไปอย่างไม่สูญเสียเอกลักษณ์และปรัชญาของกลุ่ม การเชื่อมโยงนี้จะอยู่ในรูปของการจัดองค์กรที่มีโครงสร้างของความสัมพันธ์กันอย่างชัดเจน
วัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสภาเด็กและเยาวชน
เพื่อให้มีองค์กรกลางของเด็กและเยาวชนในระดับจังหวัดทำหน้าที่เป็นตัวแทนของเยาวชนในจังหวัด ประสานกลุ่มต่าง ๆ ภายในจังหวัด รวบรวมสังเคราะห์ปัญหาความต้องการในการพัฒนาและข้อเสนอ ในการพัฒนาเยาวชนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เพื่อเป็นเครือข่ายเชื่อมโยงกลุ่มเยาวชนที่มีการดำเนินงานในด้านต่าง ๆ เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบและเป็นรูปธรรม เพื่อปฏิบัติภารกิจร่วมกัน ในการแสวงหาแนวทางในการจัดจัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชนและสังคมการเชื่อมโยงนี้จะอยู่ในรูปการจัดองค์กรที่มีโครงสร้างความสัมพันธ์กันอย่างชัดเจน ภายใต้ข้อบังคับซึ่งจัดทำด้วยความเห็นชอบของผู้แทนเยาวชนในจังหวัด
หน้าที่ของสภาเด็กและเยาวชน
ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ.2550
มาตรา ๒๖ วรรคแรก ...มีหน้าที่บริหารงานทั่วไปของสภา และดำเนินกิจกรรมเพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชนในเขตจังหวัด รวมทั้งดำเนินการอื่นที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งสภาเด็กและเยาวชนจังหวัด
มาตรา ๒๔ สภาเด็กและเยาวชนอำเภอ มีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) ส่งเสริม สนับสนุน และเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านวิชาการ และกิจกรรมเกี่ยวกับ การศึกษา กีฬา และวัฒนธรรมในท้องถิ่นของเด็กและเยาวชน (๒) จัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชนในท้องถิ่นให้มีความรู้ ความสามารถ และจริยธรรม (๓) เสนอแนะและให้ความเห็นต่อสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กและเยาวชนในท้องถิ่น
การสนับสนุนส่งเสริมของภาครัฐและเอกชน
มาตรา ๙ เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาเด็กและเยาวชน ให้หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ให้ความร่วมมือ ส่งเสริม และสนับสนุนการดำเนินงานของสภาเด็กและเยาวชนอำเภอ สภาเด็กและเยาวชนจังหวัด สภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร และสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย
ความหมายของคำว่า เด็ก และเยาวชน
มาตรา ๔ เด็ก หมายความว่า บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ เยาวชน หมายความว่า บุคคลซึ่งมีอายุตั้งแต่สิบแปดปีบริบูรณ์ถึงยี่สิบห้าปีบริบูรณ์
ดังนั้น หน้าที่ของสภาเด็กและเยาวชนดังกล่าวมาแล้วข้างต้น จึงมีขอบข่ายครอบคลุมเด็กและเยาวชนตั้งแต่แรกเกิด ถึงอายุ 25 ปีบริบูรณ์ ทั้งนี้สภาเด็กและเยาวชนจังหวัดนครนายก มีหน้าที่ ในการส่งเสริม พัฒนา ด้านศิลปะ วัฒนธรรม ดนตรี กีฬา นันทนาการ ตามความถนัดและสนใจของเด็กและเยาวชน หรือกลุ่มเด็กและเยาวชน รวมถึงติดตาม รับฟังและแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวกับเด็กและเยาวชนในด้านอารมณ์ สังคม ครอบครัว สุขภาพกาย และใจ และการประสานความร่วมมือกับองค์กรด้านเด็กและเยาวชนในการจัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ข้างต้น ต่อไป