06/12/2019
แม่กลอง บ้านของเรา
สมุทรสงคราม จังหวัดที่มีพื้นที่เล็กที่สุดของไทย เนื้อที่เพียง 416.7 ตารางกิโลเมตร แต่เป็นจังหวัดที่มีคลองมากถึง 360 คลอง ไม่รวมคลองซอยหรือที่ชาวบ้านเรียกว่า "ลำปะโดง" อีกเกือบ 2,000 ลำประโดง ซึ่งกระจัดกระจายไปทั่ว จนทำให้เกิดระบบนิเวศที่มีความเฉพาะตัวที่เรียกว่า สามน้ำ อันได้แก่ น้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม สร้างความอุดมสมบูรณ์ต่อผลผลิตการเกษตรและสัตว์น้ำเป็นอย่างมาก
นอกจากนี้ สมุทรสงคราม ยังมีแม่น้ำแม่กลอง แม่น้ำสายสำคัญที่ไหลผ่านอำเภอบางคนที อำเภออัมพวา ก่อนออกสู่ทะเลอ่าวไทยที่อำเภอเมือง ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นแม่น้ำที่มีคุณภาพดีที่สุดที่หลงเหลืออยู่ไม่กี่สายทั้งประเทศ ที่ยังใช้อุปโภคบริโภคได้ ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา เมืองสามน้ำแห่งนี้ได้รับการสนับสนุนงานวิจัยด้านน้ำและการบริหารจัดการน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะงานวิจัยของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (สกสว.) ทั้งงานวิจัยสร้างยุทธศาสตร์ วิจัยเชิงพื้นที่ และวิจัยเพื่อท้องถิ่น เพื่อหยุดความบาดหมางของคนน้ำจืดกับคนน้ำเค็มได้สำเร็จ งานวิจัยที่ครอบคลุมทุกอำเภอนี้ คนแม่กลองคาดหวังว่าจะเป็นหนทางช่วยผลักดันเมืองสามน้ำให้กลายเป็นแหล่งผลิตอาหารที่ยั่งยืนของท้องถิ่นและประเทศ และความหวังไกลกว่านั้นคือ การก้าวสู่ฐานะ "เมืองมรดกโลก"
ศ.นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการ สกสว. อธิบายลักษณะพิเศษของแม่กลองว่า "แม่กลองเป็นเมืองที่มีลักษณะพิเศษ เป็นเมืองสามน้ำ สามนา และสามสวน ทั้งยังเป็นพื้นที่ที่มีการทำงานเพื่อรักษาความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติอย่างโดดเด่น งานวิจัยสนับสนุนให้คนในพื้นที่เป็นนักวิจัยได้ แม้ไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์ 20 ปีที่ผ่านมาพิสูจน์แนวทางที่ให้คนในชุมชนรู้จักใช้ข้อมูลแก้ปัญหา ใช้งานวิจัยเป็นเครื่องมือนี้ถูกต้อง และจะก้าวต่อไปในอนาคต หลายงานวิจัยยกระดับสู่ภาคนโยบาย มีการใช้ประโยชน์ในวงกว้าง สร้างผลกระทบต่อสังคม เช่น โครงการรูปแบบการจัดการน้ำในคลองตำบลแพรกหนามแดง วิจัยปรับระดับน้ำเข้า-น้ำออกตามความจำเป็นและอิงธรรมชาติ ลดความขัดแย้ง ปัจจุบันเราจะยกระดับโครงการวิจัยพัฒนาและยกระดับเศรษฐกิจฐานรากที่กำลังดำเนินการ ทำในพื้นที่อ่าวไทยตอนบน รวมสมุทรสงคราม"
ด้านการขับเคลื่อนให้สมุทรสงครามเป็นเมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรมด้านการจัดการน้ำ มีความเป็นไปได้ ชิษนุวัฒน์ มณีศรีขำ ศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งทำวิจัยบริบทเมืองสามน้ำมานาน กล่าวว่า แม่กลองมีวัฒนธรรมชาวน้ำ คือ น้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม ซึ่งชุมชนมีอาชีพบนพื้นฐานการจัดการน้ำ ตอนบนรับน้ำจืด ทำสวนผลไม้และไม้ล้มลุก ตอนกลาง ได้รับอิทธิพลน้ำกร่อย จะทำสวนมะพร้าว สวนผลไม้ และปลูกข้าวนาปี ทำเกษตรแบบสวนยกร่อง ขณะที่ตอนล่างอยู่ติดทะเล เป็นนิเวศน้ำเค็ม ทำนาเกลือ นากุ้ง และประมงชายฝั่ง ความหลากหลายทางนิเวศวัฒนธรรมเป็นต้นทุนทางปัญญา โดยเมืองแม่กลองถูกออกแบบให้เผชิญน้ำ การจัดการน้ำที่ยึดภูมินิเวศจะชนะกับทุกการเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งภาวะโลกร้อน การกัดเซาะชายฝั่ง เราไม่ได้ปฏิเสธการพัฒนา แต่คนแม่กลองต้องช่วยกันรักษาแม่น้ำแม่กลอง เพราะในอนาคตระบบนิเวศสามน้ำจะเหลือไม่มากในไทยและโลก
สำหรับงานวิจัยจัดการน้ำโครงการแรกในเมืองแม่กลองได้แก่พื้นที่แพรกหนามแดง ที่ผ่าวิกฤติน้ำจืด-น้ำเค็ม จากคนสองฝั่งที่ทะเลาะกันให้มาร่วมมือร่วมใจกันพัฒนาเมืองสามน้ำ ไม่รอการช่วยเหลือจากภาครัฐ ปัญญา โตกทอง แกนนำชุมชนแพรกหนามแดง หัวขบวนนักวิจัยชาวบ้าน เล่าว่า เดิมพื้นที่แพรกหนามแดงมีปัญหาน้ำเค็มรุกเข้าไปตามลำคลอง และขาดแคลนน้ำจืด ปัญหายังขยายไปพื้นที่ใกล้เคียง ครั้นเมื่อกรมชลประทานมาสร้างประตูระบายน้ำในลำคลองต่าง ๆ แต่กลับกลายเป็นการสร้างปัญหาใหม่ คนน้ำจืดกับคนน้ำเค็มทะเลาะกัน ถึงขั้นปะทะกันหน้าประตูน้ำ เมื่อปี 2545 จึงเริ่มมีการทำงานวิจัย เชิญคนน้ำจืดและน้ำเค็มมาคุยกัน ก็มากันบ้างไม่มาบ้าง สองปีที่พัฒนาโครงการวิจัยใช้กระบวนการมีส่วนร่วม ได้การสนับสนุนทางวิชาการจาก สกสว. ทำไปเรียนรู้ไปภายใต้แนวคิดคนไม่ใช่ศัตรู มองปัญหาเป็นศัตรู รวมถึงเข้าหาผู้สูงอายุเล่าความหลังเรื่องราวประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ทำให้เห็นชีวิตความเป็นอยู่คนแพรกหนามแดง สกัดความรู้ชุมชนออกมา และออกแบบประตูระบายน้ำใหม่
จะเห็นได้ชัดแต่ละพื้นที่สร้างเสริมประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีส่วนร่วม ช่วยรักษาความเป็นเมืองระบบนิเวศสามน้ำ เป็นความโดดเด่นที่จะหนุนสมุทรสงครามสู่เส้นทางเมืองมรดกโลก
ที่มา https://www.thaipost.net/main/detail/51660
#แม่กลอง
#สมุทรสงคราม