สอนเทรดง่ายๆ เน้นเทรดเป็น ทำกำไร

สอนเทรดง่ายๆ เน้นเทรดเป็น ทำกำไร สถาบันสอนเทรด ที่น่าเชื่อถือ สอนตั?

หลายคนกำลังจับตาตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลก ! หลังจากดัชนี Commodities ของ Bloomberg ร่วงลงมาอย่างต่อเนื่อง -20% แตะจุดต่ำ...
25/09/2022

หลายคนกำลังจับตาตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลก ! หลังจากดัชนี Commodities ของ Bloomberg ร่วงลงมาอย่างต่อเนื่อง -20% แตะจุดต่ำในรอบปี หลายคนตั้งคำถามว่าขาขึ้นของ Commodities จบลงหรือยัง ? หรือเป็นแค่การพักฐานท่ามกลาง Supercycle กันแน่ ?
⚠️ตอนนี้ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลกถือว่าน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว ! หลังจากวันศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนี Bloomberg Commodity Spot Index ซึ่งติดตาสินค้าทุกอย่างนับตั้งแต่น้ำมัน ทองแดง ไปจนถึงฝ้าย ได้ปรับตัวร่วงลงอีก -3.1% สู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฏาคม (ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบปีด้วย)
โดยรวมแล้ว ดัชนี Commodities โลกของ Bloomberg ร่วงลงราว -20% ซึ่งหมายความว่า 'โดยเฉลี่ยรวมกันของสินค้าโภคภัณฑ์ทุกอย่างแล้วนั้น ราคาในตลาดโลกถูกลงราว 20%"
📌การปรับตัวลดลงของราคา เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดทาง Supply Chain ที่ยังคงมีอยู่ นั่นทำให้หลายคนตั้งคำถามว่านี่คือการจบรอบของ Commodities แล้วจริง ๆ หรือว่าเป็นแค่การพักฐานท่ามกลาง Supercycle กันแน่ ??
นักลงทุนหลายคนกำลังกังวลเรื่องดอกเบี้ย FED และธนาคารกลางอื่น ๆ ที่เพิ่มขึ้นในเชิงรุก (Aggressive Hike) ขณะที่ Powell เองก็ออกมายืนยันว่า 'เป้าหมายหลักของ FED คือการควบคุมเงินเฟ้อ ไม่ใช่การอุ้มตลาดหุ้นหรือตลาดการเงิน' โดยที่ FED เองก็เร่งทำ QT อยู่ด้วยในตอนนี้
⚠️เพื่อให้ชัดเจนกว่านั้น คำกล่าวล่าสุดของ Powell ระบุไว้แบบชัดถ้อยชัดคำ ว่า FED 'อาจต้องยอมให้เศรษฐกิจเกิด Recession ถ้ามันจำเป็นต้องทำเพื่อการควบคุมเงินเฟ้อ' ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพวกเขามองเงินเฟ้อเป็นความสำคัญอันดับ 1 ในตอนนี้
แต่ก็มีอีกปัจจัยที่เราต้องจับตามองก็คือค่าเงินดอลลาร์ ซึ่งอาจส่งผลต่อราคา Commodities ได้ เนื่องจากการแข็งค่าของดอลลาร์นั้น ส่งผลให้การแปลงเงินสกุลอื่นมาซื้อ Commodities ต้องใช้เงินเยอะขึ้น และนั่นอาจหมายถึงอัตราเงินเฟ้อในประเทศอื่น ๆ โดยเฉพาะตลาดเกิดใหม่
📌การแข็งค่าของเงินดอลลาร์ อาจทำให้ Demand Commodities ลดลงได้บ้าง แต่สินค้าหลายอย่างคือของจำเป็นที่จะต้องใช้ ดังนั้นปัญหาจึงไม่ได้อยู่แค่ Demand แต่อยู่ที่ปริมาณ Supply ด้วย เพราะถ้าภาค Supply ยังมีปัญหาจากความตึงเครียดพวกนี้อยู่ เราก็อาจได้เห็นราคาสินค้าจำเป็นพวกนี้สูงขึ้นไปอีกได้ในอีกสักระยะเลยทีเดียวในกรณีที่ตลาดมีการแย่งซื้อสินค้ากันเนื่องจากภาวะขาดแคลน แต่เมื่อถึงจุดหนึ่ง ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าตลาดจะต้องกลับมาเป็นขาลงอีกครั้ง
ทั้งหมดนี้ ไม่ได้เป็นการสรุปแต่อย่างใดว่าตลาด Commodities จะยังเป็น Supercycle ขาขึ้นอยู่ เพราะในอนาคตปัจจัยต่าง ๆ รวมถึงการเมืองโลก ก็อาจมีความเปลี่ยนแปลงไปได้ โดยเฉพาะหากสงครามยุติลงแบบเหนือคาด
แต่ถ้าดูแค่ปัจจัย ณ ปัจจุบันเวลานี้ ก็อาจบอกได้ว่ามีความเสี่ยงค่อนไปทางต่ำ ที่ราคา Commodities จะกลับเป็นขาลงระยะยาวแล้ว เนื่องจากความตึงเครียดต่าง ๆ ที่เราเห็นกันอยู่ มีแนวโน้มจะช่วยเป็นตัวพยุงราคาได้อย่างดี
⚠️ดังนั้นต่อให้ Commodities ไม่ทำ High ใหม่ แต่โอกาสกลับไปราคาฐานต่ำเหมือนตอนช่วงปี 2020 ก็อาจมีน้อยหากปัจจัยพื้นฐานยังเป็นแบบนี้ แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลที่เราจะประมาทได้อยู่ดีสำหรับนักลงทุนหรือนักเก็งกำไร เพราะหลักการเดียวของตลาดนี้คือ "ไม่มีอะไรแน่นอน 100% ดังนั้นจงอย่าเผลอและอย่าคิดว่าราคาจะต้องเคลื่อนไหวในแบบที่เราคิดตามเหตุผลเสียทุกครั้งไป"
โดยเฉพาะในปัจจุบัน บอกเลยว่าบางครั้ง ราคาสินค้า Commodities แต่ละอย่างก็เคลื่อนไหวแยกทางกันโดยสิ้นเชิง เช่น A พุ่งแต่ B ร่วง แต่พอเอามาเฉลี่ยกันก็จะได้ตัวเลขถ่วงน้ำหนักเป็นดัชนีของ Bloomberg นั่นเอง ซึ่งการร่วงลง -20% นี้ไม่ได้หมายความว่าสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลกร่วงลงทั้งหมดทุกอย่างบนโลก เพราะอาจมีบางอย่างที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่เมื่อนำไปเฉลี่ยกับสินค้าอื่น ๆ แล้วถือว่ามีจำนวนและน้ำหนักที่น้อยกว่า ทำให้ค่าเฉลี่ยยังติดลบ
📌นั่นหมายความว่าการวิเคราะห์ตลาดแบบนี้ มองได้แค่ในภาพรวมใหญ่ ๆ เท่านั้น แต่หากต้องการศึกษารายตัวเพิ่มเติม ก็ต้องไปดูปัจจัยพื้นฐาน ปัจจัยทางเทคนิค และปัจจัยทางจิตวิทยาในสินค้านั้น ๆ กันเพิ่มเติมด้วย เพราะปัจจัยของสินค้าแต่ละอย่างอาจแตกต่างกันไปตามธรรมชาติการใช้สอยของมัน
⚠️มารอดูกันว่าท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดทางการเมืองโลกที่ปะทุเดือด ซึ่งส่งผลให้ภาค Supply มีความตึงเครียดนี้ ราคา Commodities โลกจะไปสิ้นสุด ณ จุดใดกันแน่ ?? หรือว่ามัน Peak ไปตั้งนานแล้ว ? แล้วเงินเฟ้อโลกในปีหน้าล่ะจะลดลงบ้างหรือไม่ ? ปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งจะอยู่ที่ความเคลื่อนไหวของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลก ! ซึ่งเราต้องจับตามองเอาไว้เป็นพิเศษ

⚠️ล่าสุดมีรายงานออกมาว่าปริมาณสำรองปิโตรเลียมเชิงกลยุทธ์ของสหรัฐฯ อยู่ที่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 1984 เข้าไปแล้ว หรือพูด...
30/08/2022

⚠️ล่าสุดมีรายงานออกมาว่าปริมาณสำรองปิโตรเลียมเชิงกลยุทธ์ของสหรัฐฯ อยู่ที่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 1984 เข้าไปแล้ว หรือพูดง่าย ๆ ว่าต่ำสุดในรอบ 40 ปี เนื่องจากทางพี่เสือไบได้บริหารประเทศโดยการเทน้ำมันดิบออกจากคลังสำรอง โดยกล่าวว่ามีเป้าหมายเพื่อพยุงราคา และยังไม่มีแผนจะเติมปริมาณคลังสำรองจนกว่าจะถึงปี 2023
ตามรายงานจากกระทรวงพลังงานระบุว่าสหรัฐฯ ระบายน้ำมันดิบออกจากคลังอีก 18 ล้านบาร์เรลในเดือนสิงหาคม ทำให้ระดับคงคลังเหลืออยู่ราว 450 ล้านบาร์เรลในตอนนี้ ขณะที่ทำเนียบขาวระบุว่าสหรัฐฯ มีการระบายน้ำมันไป 20 ล้านบาร์เรลในปลายเดือนกรกฎาคม และมากกว่า 125 ล้านบาร์เรลที่นำมาขายทอดตลาดในช่วง 6 เดือนแรกของปี
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางราคาน้ำมันและก๊าซที่พุ่งสูงขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มสหรัฐฯ และพันธมิตรยุโรปที่เผชิญวิกฤตพลังงานอย่างชัดเจนจากการคว่ำบาตรและความตึงเครียดต่อรัสเซียทำให้ขาด Supply Chain
📌ที่น่าสนใจคือ น้ำมันบางส่วนที่ Biden ปล่อยออกมาถูกขายให้กับโรงกลั่นต่างประเทศอีกด้วย โดยเกือบ 1 ล้านบาร์เรลจะถูกส่งไปยังบริษัทในเครือของ Sinopec ซึ่งเป็นบริษัทสัญชาติจีนซึ่งก่อนหน้านี้ได้รับเงินลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์จากกองทุนหุ้นซึ่งเป็นเจ้าของโดย Hunter ลูกชายของ Biden
โดยรวมแล้ว ฝ่ายบริหารของ Biden ได้ขายน้ำมันสำรองจากคลังไปราว 1 ใน 4 ของทั้งหมดในปีนี้ และยังไม่ชัดเจนว่าจะระบายน้ำมันออกจากคลังไปถึงตอนไหน แต่ตามคาดการณ์เบื้องต้นก็คือจนกว่าจะถึงปี 2023 ตามที่รายงานไปข้างต้น
มารอดูไปพร้อม ๆ กับได้เลยว่าทางพี่เสือไบเขาจะเดินหมากต่อไปอย่างไรกันแน่ ?? เพราะตอนนี้ปัญหากับทางรัสเซียก็ยังไม่เคลียร์ว่าชาติตะวนตกจะทำอย่างไรต่อไป ? ทำให้ความตึงเครียดในตลาดพลังงานโลกยังคงอยู่สูงมากทีเดียว
⚠️สิ่งที่ อยากให้ฉุกคิดอย่างหนึ่งก็คือ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ เป็นไปพร้อม ๆ กับราคาน้ำมันดิบโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง ซึ่งหากเราจะมองว่านี่เป็นสาเหตุที่ทำให้ราคาน้ำมันขึ้น มันก็ไม่ผิด แต่ความเป็นจริงก็คือ หากเรามองดี ๆ ก่อนหน้านี้ตลาดก็มีข่าวมากมายว่าเกิดความกังวล Recession ทำให้ราคาน้ำมันดิบโลกร่วงลง แต่สุดท้ายพอราคาพุ่งขึ้นอีกครั้ง ก็มีเหตุผลใหม่หรือข่าวใหม่ที่เราจะนำมาอธิบายให้สอดคล้องกับการพุ่งขึ้นของราคาได้อยู่ดี
ดังนั้นแล้ว สำหรับนักลงทุนหรือนักเก็งกำไร อย่างที่ ย้ำมาตลอดว่าท่านไม่ควรยึดติดกับเหตุผลต่าง ๆ หรือใช้เหตุผลมาทำนายตลาดอยู่เสียทุกครั้งไป เพราะหลายครั้งราคาก็เคลื่อนไหวไปก่อนแล้ว จากนั้นเหตุผลจึงค่อยตามมาทีหลัง
(ที่มารูป : RT)

ห้าวหนักต่อเนื่อง !!! Pelosi ยืนยัน ! ไต้หวันเป็นระบอบประชาธิปไตยและก้าวหน้า !!! ตรงกันข้ามกับจีนซึ่งยังคงอยู่ภายใต้การค...
03/08/2022

ห้าวหนักต่อเนื่อง !!! Pelosi ยืนยัน ! ไต้หวันเป็นระบอบประชาธิปไตยและก้าวหน้า !!! ตรงกันข้ามกับจีนซึ่งยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของพรรคคอมมิวนิสต์ ! แน่นอนว่าคำพูดนี้ตั้งใจเล่นกับไฟชัดเจน ! รอดูจีนจะทนไหวหรือไม่ ? เพราะตอนนี้ประกาศซ้อมรบใหญ่แล้ว แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นอยู่ดี !
⚠️ไม่ไหวแล้ว ! ห้าวหนักอย่างต่อเนื่องเลยทีเดียว !!! ล่าสุด Nancy Lelosi กล่าวชัดเจนว่าไต้หวันนั้นเป็นระบอบประชาธิปไตยที่ก้าวหน้า ไม่เหมือนจีนที่เป็นเผด็จการอยู่ภายใต้พรรคคอมมิวนิสต์ ! ซึ่งใครก็คงดูออกว่าคำพูดนี้ถือเป็นการยั่วยุจีนอย่างชัดเจน หลังจากทำอะไรรัสเซียไม่ได้ ล่าสุดก็เปลี่ยนเป้ามาหาจีนแทนแล้ว ! รอดูกันว่าจีนจะทนไหว หรือจะตอบโต้จัดหนักให้กันแน่ ?
การเยือนของ Pelosi นั้น อย่างที่กล่าวไปว่าถือเป็นครั้งแรกในรอบ 25 ปีเลยทีเดียว (นับตั้งแต่ 1997) ที่เจ้าหน้าที่ระดับ TOP ของสหรัฐฯ เดินทางไปเยือน ซึ่งก่อนหน้านี้สหรัฐฯ ก็ไม่ได้ทำตัวเป็นผู้พิทักษ์ไต้หวันมากนัก แต่พอเริ่มเกิดขึ้นที่ยูเครน ไต้หวันก็เริ่มได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ ทันทีจนมาถึงวันนี้
📌ทางฝั่งรัฐบาลจีนนั้น ล่าสุดออกประกาศซ้อมรบครั้งใหญ่รอบไต้หวันในวันที่ 4-7 ส.ค. นี้ พร้อมเตือนว่าสหรัฐฯ จะต้องรับผิดชอบต่อ 'ผลที่ตามมา' ให้ได้ในกรณีที่ Pelosi เลือกเดินทางมาเยือนไต้หวัน
เหตุการณ์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นหลังจากเสือไบเดินทางเยือนซาอุฯ แล้วแห้วเรื่องน้ำมันกลับมา และดูเหมือนว่าการคว่ำบาตรรัสเซียก็จะล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ทำให้สมรภูมิหลักถูกเปลี่ยนมาอยูที่จีนตอนนี้
⚠️XI Jinping กล่าวชัดเจนว่า 'อย่าเล่นกับไฟ' ซึ่งแน่นอนว่าสหรัฐฯ ไม่ได้ฟังคำเตือนนี้ ! และชาวโลกต่างก็รอดูว่าจีนจะทำอะไรได้บ้าง ?? โลกจะเกิด World War 3 หรือสุดท้ายแล้วจะแค่ขู่กันแล้วแยกย้าย ? โลกกลับมาสงบสุข Happy Ending กันแน่ ??
ตอนนี้ตลาดหุ้นทั่วโลกยังคงอยู่ในโซนลบ แต่หุ้นจีนมีการดีดตัวขึ้นมาอย่างชัดเจน โดยเฉพาะ Alibaba ที่คืนนี้ดีดกลับมาราว 93 หน่วย ขณะที่ Nasdaq และ S&P 500 ของสหรัฐฯ ก็กลับเข้าสู่โซนเขียวแล้วเช่นกัน
📌รอดูกันเลยว่าสถานการณ์โลกจะตึงเครียดไปกว่านี้ หรือท้ายที่สุดจะมีทางออกระหว่าง 2 มหาอำนาจโลกกันแน่ ? ตอนนี้ไม่ใช่ตึงตัวแค่การเมือง แต่เศรษฐกิจ การเงิน และอื่น ๆ ก็ตึงเครียดกันไปหมดจริง ๆ !
ซึ่งไม่ว่าสถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจและการเงินโลกจะเป็นอย่างไรต่อไป ทาง ก็จะคอยเกาะติดทุกความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด และจะนำข้อมูลมาอัปเดตให้ท่านทราบกันแบบ Real Time อย่างแน่นอน ! ใครไม่อยากพลาดข่าวสารสำคัญแบบนี้ก็ติดตามเพจเราไว้ได้เลยครับ

สหรัฐฯ อาจไม่เกิด Recession ?? เชื่อได้หรือไม่ครับท่าน ? ประธาน FED สาขา Atlanta ยืนยัน ! สหรัฐฯ ไม่ได้เกิด Recession แม...
31/07/2022

สหรัฐฯ อาจไม่เกิด Recession ?? เชื่อได้หรือไม่ครับท่าน ? ประธาน FED สาขา Atlanta ยืนยัน ! สหรัฐฯ ไม่ได้เกิด Recession แม้ว่า GDP จะติดลบติดต่อกัน 2 ไตรมาสแล้วก็ตาม ในขณะที่หุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นปิดตลาดวันศุกร์เป็นเดือนที่ดีที่สุดในรอบ 2 ปีเลยทีเดียว ! มารอดูกันว่างานนี้ขึ้นจริง ขึ้นยาว หรือแค่สับขาหลอก ?
⚠️เชื่อได้หรือไม่ ? จะหลอนกันหรือเปล่า ?? ล่าสุดประธาน FED สาขา Atlanta ยันอีกเสียง ! สหรัฐฯ ไม่ได้เกิด Recession !! แม้ว่า GDP จะติดลบติดต่อกัน 2 ไตรมาส ซึ่งนิยามทางเศรษฐศาสตร์บอกว่ามันคือ Recession แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด หรือต่อให้ไม่มีเหตุผลเลยก็ตาม ทาง Powell, Yellen และประธาน FED คนอื่น ๆ ก็ยืนยันว่าสหรัฐฯ ไม่ได้เกิด Recession !
"ผมไม่คิดว่าประเทศอยู่ในภาวะถดถอย" Raphael Bostic ประธาน FED ประจำ Atlanta ประกาศกร้าว ! พร้อมเสริมว่าด้วยเหตุผล FED จึงต้องเดินหน้าต่อไปเพื่อแก้ไขระดับเงินเฟ้อที่สูงอย่างแท้จริง และนำเศรษฐกิจเข้าสู่สถานการณ์ที่มีเสถียรภาพและยั่งยืนมากขึ้น
📌ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจาก FED พึ่งประกาศขึ้นดอกเบี้ย 0.75% เป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกัน ขณะที่ Powell กล่าวว่า FED อาจชะลอการขึ้นดอกเบี้ยได้หากเศรษฐกิจเกิด Recession แต่แถลงการณ์ล่าสุดนี้ ดูเหมือนหลายคนยังมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่ง ซึ่งก็ต้องมาจับตาดูกันต่อไปว่า FED จะขึ้นดอกเบี้ยอย่างไรบ้าง
“สิ่งหนึ่งที่ผมเห็นด้วยคือการเติบโตของงานนั้นแข็งแกร่งมาก ซึ่งชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจมีโมเมนตัม(แรงขับเคลื่อน)มากมาย ดังนั้นแล้ว สำหรับความเสี่ยงของภาวะถดถอย ผมและทีมยังสองไม่เห็นสิ่งนั้นในสถานการณ์ในตอนนี้” Bostic กล่าว
(One of the things I have been encouraged by is how strong the job growth has been, which suggests to me there’s a lot of momentum in the economy, my team and I are not seeing that in the field right now.)
⚠️แน่นอนว่าความเห็นของ FED นั้นขัดแย้งกับมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์หลายคนเลยทีเดียว ! เนื่องจากบางคนที่ติดตามข้อมูลทางเศรษฐกิจแบบ Real Time กล่าวว่าตอนนี้กิจกรรมต่าง ๆ ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งแสดงให้เห็นจากตัวเลข GDP สหรัฐฯ ที่ติดลบติดต่อกัน 2 ไตรมาสแล้ว
ดังนั้นคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ตรงข้ามกับ FED จึงมองว่าเศรษฐกิจจึงมีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิด Recession และจะต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูงในการทำอะไรก็ตาม
ความสำคัญของเรื่อง Recession ก็คือ : มันจะเป็นตัวบ่งชี้ตัวหนึ่งที่สำคัญสำหรับ FED ในการตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ย โดยถ้าหากเกิด Recession รุนแรง เงินเฟ้อก็อาจลดลงได้โดยที่ FED ไม่จำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยสูงมาก แต่หากเศรษฐกิจยังร้อนแรง FED ก็อาจต้องขึ้นดอกเบี้ยสูงกว่าในภาวะที่ Recession เพื่อให้เงินเฟ้อลดลงมาอยู่ในระดับเท่า ๆ กัน !
📌ตลาดหุ้นสหรัฐฯ Rebound ปิดวันศุกร์ไปในโซนเขียว ! ถือเป็นเดือนที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 2020 เลยทีเดียว ซึ่งก็ต้องมารอดูกันต่อไปว่าจะฟื้นตัวได้ยาวหรือไม่ ? เพราะแม้ว่าบริษัทเทคโนโลยี, พลังงาน, และ E-Commerce หลายแห่งจะประกาศรายได้สูงกว่าคาด แต่ก็ยังมีความเสี่ยงระดับมหภาคมากมายที่อาจกดดันหุ้นใน Sectors อื่น ๆ ได้
โดยรวมในเดือน ก.ค. นี้ ดัชนี S&P 500 ปรับตัวสูงขึ้น 9.1% โดยที่หุ้นกลุ่ม Blue Chip ถือเป็นผู้นำวงการ ! ซึ่งผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทเหล่านี้ ทำให้ตลาดลดความกังวลเรื่อง Recession ลงไปบ้าง แต่ก็ยังไม่ใช่ทั้งหมด
การฟื้นตัวของตลาดในเดือนนี้ ถือเป็นการพลิอกกลับจากที่ S&P 500 และ Nasdaq ร่วงลง -21% และ 29% ในช่วงครึ่งปีแรก ซึ่งเป็นผลดำเนินงานที่แย่ที่สุดในรอบกว่า 50 ปีเลยทีเดียว !
⚠️แต่ในเดือนก.ค.นี้ พบว่าหุ้น 86% ของที่รวมอยู่ใน S&P500 ปรับตัวสูงขึ้นทั้งหมด ทำให้ตอนนี้มุมมองตลาดเริ่มแบ่งเป็น 2 ขั้วว่าตลาดหุ้นหรือเศรษฐกิจอาจทำผลงานได้ดีกว่าที่หลายนคาดไว้ในตอนนี้ หรือกล่าวคือ เริ่มมีมุมมองในแง่ดีมากขัดแย้งว่าตอนนี้ตลาดอาจ 'กลัวมากเกินไป

น้ำมันโลกพุ่งไม่หยุด !!! ล่าสุดราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งขึ้นทะลุ 100 ดอลลาร์/บาร์เรลอีกครั้ง อย่างที่ World Maker บอกไปว่าควา...
30/07/2022

น้ำมันโลกพุ่งไม่หยุด !!! ล่าสุดราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งขึ้นทะลุ 100 ดอลลาร์/บาร์เรลอีกครั้ง อย่างที่ World Maker บอกไปว่าความกังวลเรื่อง Recession อาจไม่ช่วยให้ราคาน้ำมันร่วงลงมากนัก ขณะที่ OPEC+ จะยังคงรักษาระดับกำลังผลิตแบบค่อยเป็นค่อยไป และเงินเฟ้อศรีลังกาล่าสุด 60.8% เข้าไปแล้ว
⚠️ยังไม่หยุดกันง่าย ๆ !!! ล่าสุดราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งขึ้นทะลุ 100 ดอลลาร์/บาร์เรลอีกครั้งแล้ว ! แม้มีความกังวลเรื่อง Recession เข้ามา แต่อย่างที่ บอกไปว่าเราจะต้องดูปัจจัยในมิติอื่นร่วมด้วยเสมอ และหากความตึงเครียดต่าง ๆ ยังคงอยู่เช่นนี้ เงินเฟ้อก็อาจอยู่ในระดับสูงต่อไป หรืออาจลดลงไม่ได้มากนัก
ตอนนี้น้ำมันดิบ WTI และ BRENT เทรดอยู่ที่ราว ๆ 101 และ 106 ดอลลาร์/บาร์เรลตามลำดับ ในขณะที่ทางรัสเซียและซาอุฯ ดูเหมือนจะยังคงรักษาแผนเพิ่มกำลังผลิตอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยมองว่าตลาดในปัจจุบันนั้นค่อนข้างมีเสถียรภาพอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องผลิตเพิ่มนอกแผนตามที่สหรัฐฯ ต้องการ
ความเคลื่อนไหวในตลาดน้ำมันวันนี้ เกิดขึ้นหลังจากรัฐมนตรีของรัสเซียและ OPEC+ ได้ประชุมร่วมกันโดยตรง และประกาศว่า 'มีความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่' ที่จะรักษาเสถียรภาพของตลาดต่อไป ซึ่งหมายถึง 'การฟื้นฟูสมดุลระหว่าง Demand-Supply'
📌ความสำคัญของราคาน้ำมันโลกนั้น อย่างที่ เคยอธิบายไปว่าสินค้าทางด้านพลังงานเหล่านี้ ถือเป็น 1 ในปัจจัยที่สำคัญที่สุดต่อต้นทุนการผลิตสินค้าและบริการต่าง ๆ ทั่วโลก เนื่องจากทุกอย่างในโลกที่เป็นธุรกิจ ล้วนต้องใช้พลังงานเป็นเชื้อเพลิงทั้งสิ้น ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมทั่วโลกถึงเผชิญเงินเฟ้อเหมือน ๆ กันหมด นั่นก็เพราะราคาพลังงานที่สูงขึ้นนั่นเอง
⚠️ยกตัวอย่างเช่นศรีลังกาล่าสุดนี้ เงินเฟ้อพุ่งไปถึง 60.8% เข้าไปแล้ว ! อีกทั้งยังเผชิญการขาดแคลนเงินดอลลาร์ และภาวะเงินทุนไหลออกก็ทำให้สกุลเงินอ่อนค่า ยิ่งทำให้ต้นทุนการนำเข้าพลังงานจากต่างชาติแพงขึ้นไปอีกแบบ 2 ต่อ จากราคาฐานที่แพงขึ้นอยู่แล้ว โดนอัตราแลกเปลี่ยนมากดไปอีก จึงเกิดวิกฤตหนักอย่างที่เห็น
ราคาสินค้าต่าง ๆ ยังคงพุ่งทะยาน หรือกล่าวง่าย ๆ ว่าเงินเสื่อมค่าลงอย่างรวดเร็ว ในขณะที่รัฐบาลต้องมีการปันส่วนพลังงานและการกำหนดระยะเวลาดับไฟฟ้าทั่วประเทศ เพื่อประหยัดเชื้อเพลิงให้เพียงพอต่อสภาพเศรษฐกิจ (แต่ก็ยังขาดแคลนอย่างหนัก)
📌อัตราเงินเฟ้อของศรีลังกามีโอกาสพุ่งไปถึง 70% เลยทีเดียวภายในเดือนสิงหาคมนี้ แม้ว่าธนาคารกลางจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยมาเยอะแล้ว แต่ก็ยังเอาเงินเฟ้อไม่อยู่ ! เนื่องจากราคาน้ำมันและพลังงาน รวมถึงการพึ่งพาสินค้านำเข้าท่ามกลางการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ ทำให้ประเทศเล็ก ๆ ยิ่งเผชิญเงินเฟ้อและวิกฤตหนักเมื่อเทียบกับประเทศยักษ์ใหญ่ทั้งหลาย

ยักษ์ใหญ่น้ำมันกำไรอื้อ !! Shell เผยรายงานผลกำไรสูงเป็นประวัติการณ์จากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น ยิ่งสงครามยืดเท่าไหร่ ยิ่...
28/07/2022

ยักษ์ใหญ่น้ำมันกำไรอื้อ !! Shell เผยรายงานผลกำไรสูงเป็นประวัติการณ์จากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น ยิ่งสงครามยืดเท่าไหร่ ยิ่งค้ากำไรได้สูง ! โดยบริษัทพลังงานอื่น ๆ ก็มีแนวโน้มจะประกาศผลกำไรแข็งแกร่งเช่นกัน ในขณะที่ประธาน FED และอีกหลายคนมองว่าสหรัฐฯ อาจหลีกเลี่ยงภาวะถดถอยได้ !!
⚠️เป็นไงล่ะครับท่าน ! ท่ามกลางสงครามและความตึงเครียดนั้น ยังมีคนได้ประโยชน์เสมอ !!! หลังจากล่าสุดบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของอังกฤษอย่าง Shell ประกาศรายได้สูงเป็นประวัติการณ์ทำลายสถิติใหม่ และยังมีการ Buyback หุ้นอีก 6 พันล้านดอลลาร์ด้วย
บริษัทน้ำมันแห่งนี้ถือเป็น 1 ในผู้ที่ได้รับผลประโยชน์โดยตรงจากสงครามที่เกิดขึ้น ดังนั้นจึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมสหรัฐฯ หรืออังกฤษจึงพยายามส่งอาวุธให้ยูเครนและทำทุกอย่างเพื่อให้สงครามยืดเยื้อ เพื่อที่จะได้ค้ากำไรจากราคาพลังงานโลกที่สูงขึ้นนั่นเอง
📌และนอกจาก Shell แล้ว ทาง ExxonMobil, Chevron และ BP ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันของสหรัฐฯ และอังกฤษก็คาดว่าจะเปิดเผยผลงานที่แข็งแกร่งมากในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ !
ผลประกอบการของ Shell อยู่ที่ราว ๆ 1.15 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงขึ้นจาก 9.1 พันล้านดอลลาร์ในช่วงไตรมาสแรก และคิดเป็นยมากกว่า 2 เท่าของ 5.5 พันล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว
นอกจากนี้สหรัฐฯ และอังกฤษแล้ว ทาง TotalEnergies ของฝรั่งเคสก็ประกาศผลกำไรไตรมาส 2 โตเติบ 3 เท่าเป็น 9.8 พันล้านดอลลาร์
⚠️ทั้งนี้ การประกาศซื้อคืนหุ้นของ Shell ที่ 6.5 พันล้านดอลลาร์นั้น เกิดขึ้นหลังจากพึ่งประกาศ Buyback ไป 8.5 พันล้านดอลลาร์ในช่วงครึ่งปีแรก ! เรียกได้ว่าตอนนี้บริษัทน้ำมันและก๊าซหลายแห่งกินกำไรกันแบบบาน ๆ และมีกระแสเงินสดสูงมากทีเดียว
มารอดูกันว่าบริษัทน้ำมันของสหรัฐฯ และอังกฤษจะกอบโกยผลกำไรได้มากมายแค่ไหนท่ามกดลางสงครามและความตึงเครียดที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ !
📌ในเรื่องของเศรษฐกิจนั้น ล่าสุด Jerome Powell ประธานของ FED รวมถึงนักวิเคราะห์บางคนมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะสามารถหลีกเลี่ยงภาวะถดถอยไปได้อย่างหวุดหวิด โดยจะยังมี 'การเติบโตที่อ่อนแอ' แต่ก็ยังดีกว่าหดตัว ! ซึ่งก็ต้องมาลุ้นกันว่าจะจริงหรือไม่ ?
Powell กล่าวหลังจากการตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ย 0.75% เมื่อคืนนี้ ว่า FED ยังคงมีแนวโน้มจะขึ้นดอกเบี้ยต่อไปได้อีกในระยะสั้นนี้ตราบใดที่เงินเฟ้อยังคงสูง แม้ว่าอาจชะลอตัวลงเหลือ 0.5% ได้เมื่อเงินเฟ้อลดลงแล้ว
ทั้งหมดนี้ยังคงเป็นเพียงแค่คาดการณ์ และยังไม่มีใครรู้แนวโน้มที่แน่นอนเลยว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป แต่ถ้าสหรัฐฯ เกิดภาวะ Recession ขึ้นมา ก็มีแนวโน้มที่เงินเฟ้อจะชะลอตัวลงได้บางส่วน และอาจถือเป็นตัวช่วยให้ FED ไม่ต้องขึ้นดอกเบี้ยสูงเกินไป
⚠️แต่ถ้าเศรษฐกิจยังคงร้อนแรงเกินคาด และยังมีความงตึงเครียดต่าง ๆ เกิดขึ้นอยู่ ก็มีความเป็นไปได้ที่เงินเฟ้อจะสูงขึ้นอีก และถ้าเป็นเช่นนั้น FED อาจจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยต่อไปอีกเรื่อย ๆ

🔥 การหาจุดเข้า อินดิเคเตอร์ 🔥 🎯 วันพฤหัสที่ 28 กรกฎาคม 2565⏰เวลา  13:00 - 14:00 น.🛑เจอกันที่ FB Live : สอนเทรดง่ายๆ เน้น...
28/07/2022

🔥 การหาจุดเข้า อินดิเคเตอร์ 🔥
🎯 วันพฤหัสที่ 28 กรกฎาคม 2565
⏰เวลา 13:00 - 14:00 น.
🛑เจอกันที่ FB Live : สอนเทรดง่ายๆ เน้นเทรดเป็น ทำกำไร
https://www.facebook.com/TraderFxTx
#เทรดทำกำไรง่ายๆ

ราคาก๊าซในยุโรปพุ่งอีกวันนี้ !!! ใกล้ระดับ All Time High มากขึ้นไปเรื่อย ๆ แล้วในขณะที่รัสเซียยังคงจ่ายก๊าซให้แค่ 40% ขอ...
26/07/2022

ราคาก๊าซในยุโรปพุ่งอีกวันนี้ !!! ใกล้ระดับ All Time High มากขึ้นไปเรื่อย ๆ แล้วในขณะที่รัสเซียยังคงจ่ายก๊าซให้แค่ 40% ของระดับปกติ และยังมีความกังวลว่าอาจถูกตัดอีก -20% ด้วย ! สถานการณ์ตอนนี้มีอะไรน่าสนใจบ้าง ? มาดูกัน !
⚠️ราคาก๊าซธรรมชาติของยุโรปปรับตัวสูงขึ้นอีกวันนี้ ! ถือเป็นครั้งที่ 4 ติดต่อกันแล้ว ! โดยล่าสุดดัชนี Dutch TTF ดีดอีกกว่า +4% สู่ระดับราว 167 ยูโร/เมกะวัตต์ชั่วโมง ซึ่งความกังวลหลัก ๆ ยังคงอยู่ที่ความเสี่ยงที่จะโดนรัสเซียตัดก๊าซ ในขณะที่ Gazprom ยังคงจ่ายก๊าซที่ระดับ 40% ของระดับปกติ หรือกล่าวคือตัดไป -60% นั่นเอง
ทางปูตินล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีการเตือนว่ารัสเซียอาจตัดก๊าซอีก -20% ได้หากมีเหตุสุดวิสัยเกิดขึ้นอีก ซึ่งทำให้ตลาดพลังงานในยุโรปยังคงอยู่ในภาวะตึงตัวอย่างมาก และไม่ต้องสงสัยเลยว่าตลาดพลังงานโลกตอนนี้ถือเป็นสมรภูมิเกมการเมืองระดับโลกด้วย
รายงานจาก Bloomberg ระบุว่าในขณะนี้ระดับก๊าซในคลังสำรองของเยอรมนีอยู่ที่ราว ๆ 65.9% และต้องการจะเพิ่มให้ถึง 75% ภายในวันที่ 1 กันยายน ซึ่งแน่นอนว่ามีอุปสรรคอย่างมากเนื่องจากโดนรัสเซียตัดก๊าซ ทำให้ตอนนี้ต้องหาทางใดก็ได้เพื่อมาทดแทน หรือไม่ก็อาจต้องกลับไปเจรจากับรัสเซียใหม่
📌ส่วนปัญหาเรื่องชิ้นส่วนประกอบ (กังหันที่เสีย) ตอนนี้มีรายงานว่าติดค้างอยู่ที่เยอรมนี หลังจากพลาดเที่ยวเรือข้ามฟากเมื่อวันเสาร์ ทำให้เกิดความล่าช้า ในขณะที่รัสเซียพยายามบรรเทาความกังวลในระยะสั้นโดยกล่าวว่าส่วนประกอบที่ซ่อมแซมแล้วจะได้รับการติดตั้งใหม่พลาง ๆ แต่ก็ออกคำเตือนว่ามาตรการคว่ำบาตรที่เพิ่มขึ้นอาจส่งผลต่อปริมาณก๊าซที่ส่งไปยังยุโรปได้ !
ตอนนี้ยุโรปกำลังพิจารณาถึงทางออกต่าง ๆ ในกรณีที่โดนรัสเซียตัดก๊าซ แต่ยังไม่มีความชัดเจนใด ๆ ว่าจะหาแหล่งพลังงานจากไหนมาทดแทน และมาตรการคว่ำบาตรต่าง ๆ ที่มีต่อรัสเซียก็ดูเหมือนจะยังทยอยเพิ่มมาเรื่อย ๆ ดังนั้นเราต้องมาติดตามหมากการเมืองโลกควบคู่กันไปอย่างใกล้ชิด

จับตาเศรษฐกิจโลก !! ล่าสุดนักลงทุนบางคนเริ่มมองแล้วว่า FED จะชะลอการขึ้นดอกเบี้ยเป็น +0.5% หลังจากปรับขึ้นประมาณ +0.75% ...
24/07/2022

จับตาเศรษฐกิจโลก !! ล่าสุดนักลงทุนบางคนเริ่มมองแล้วว่า FED จะชะลอการขึ้นดอกเบี้ยเป็น +0.5% หลังจากปรับขึ้นประมาณ +0.75% ในสัปดาห์หน้านี้ ! เนื่องจากความกังวลเรื่อง Recession ทำให้ FED มีช่องว่างมากขึ้นในการดำเนินนโยบาย ! ทำให้ล่าสุดราคาพันธบัตรพุ่งและ Bond Yield ร่วงลงอีกครั้ง !
⚠️ตลาดการเงินและเศรษฐกิจโลกยังมีข่าวให้ต้องจับตามองกันทุกวัน ! โดยในวันศุกร์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดตัวลงในโซนติดลบ ในขณะที่ราคาพันธบัตรพุ่งขึ้นและ Bond Yield ปรับตัวร่วงลงราว -4% ทำให้ดอกเบี้ยพันธบัตร 2 ปีและ 10 ปีของสหรัฐฯ ร่วงลงมาอยู่ที่ 2.9% และ 2.7% ตามลำดับ (ยังคงเป็น Inverted Yield Curve อย่างต่อเนื่อง)
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะว่านักลงทุนบางคนเริ่ม Price in ว่า FED จะชะลอการขึ้นดอกเบี้ยเป็น +0.5% แทน หลังจากที่ปรับขึ้น +0.75% ในสัปดาห์หน้านี้ ซึ่งทำให้เงินบางส่วนไหลเข้าศู่พันธบัตรของสหรัฐฯ และทำให้ Bond Yield ปรับตัวลดลงนั่นเอง
📌ความกังวลเรื่อง Recession ถือเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เป็นเช่นนี้ โดยเริ่มแรก ทาง Jerome Powell ออกมาแถลงการณ์เองว่า FED อาจจะชะลอการขึ้นดอกเบี้ยได้จริง เนื่องจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจมีแนวโน้มจะทำให้เงินเฟ้อลดลงอยู่แล้ว ทำให้ FED ไม่จำเป็นต้องกระชับนโยบายอย่างเข้มงวดมากนัก
อธิบายเพิ่มเติมคือ การขึ้นดอกเบี้ยของ FED นั้น เป็นนโยบายที่เน้นไปยังการควบคุมภาค Demand อยู่แล้ว ในขณะที่ภาวะ Recession นั้นจะส่งผลให้ Demand ลดลงได้ในขณะที่เงินเฟ้อสูงอยู่ ณ ตอนนี้ และหากรัฐบาลสามารถควบคุมกำลังการผลิตของภาค Supply ไม่ให้ร่วงลงไปมากได้ ก็มีโอกาสสูงที่ราคาสินค้าต่าง ๆ จะปรับตัวลดลงและทำให้เงินเฟ้อทั่วโลกชะลอลงได้
⚠️แต่ถึงกระนั้น อย่างที่ World Maker ได้กล่าวไปว่าความเสี่ยงระดับมหภาคที่ต้องจับตามองร่วมกันยังมีอีกหลายอย่าง ซึ่งถ้าหากเราได้เห็นสงครามในยูเครนสงบลงอีก ก็จะเป็นสัญญาณที่ดีว่าเงินเฟ้ออาจลดลงได้อย่างมีนัยสำคัญ แต่ถ้าสงครามกับทวีความรุนแรงขึ้น และมีประเด้นอื่นมาเสริม (อย่างเช่นไต้หวัน) เราก็อาจได้เห็นเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูงต่อไป หรืออาจจะสูงขึ้นอีกได้
นอกจากนี้ Bond Yield ของสหรัฐฯ ที่ร่วงลงเกิดขึ้นพร้อม ๆ กับตลาดตราสารหนี้ของ Eurozone โดยเฉพาะล่าสุดในวันศุกร์ที่ Bond Yield 2 ปีของเยอรมนีที่ร่วงลงอีก -0.31% ไปอยู่ที่ 0.37% ในขณะที่มาตรวัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจล่าสุดของ EU ก็เข้าสู่โซนติดลบแล้ว ทำให้ต้องมาจับตามองกันว่าแนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกจะส่งผลอย่างไรต่ออัตราเงินเฟ้อบ้าง ?
📌ปัจจัยนี้จะต้องจับตามองกันในระยะกลาง 6 เดือน- 1 ปีต่อจากซึ่งแน่นอนว่าเราจะได้เห็นภาพชัดเจนแน่นอนว่าเงินเฟ้อจะพุ่งขึ้นต่อไป หรือจะชะลอตัว หรือจะทรงตัวกันแน่ ?

กังวล Recession กันรัว ๆ !!! ล่าสุด Reliance ซึ่งเป็นบริษัทโรงกลั่นน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้ประกาศเตือนให้ระวัง 'ภาวะ...
24/07/2022

กังวล Recession กันรัว ๆ !!! ล่าสุด Reliance ซึ่งเป็นบริษัทโรงกลั่นน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้ประกาศเตือนให้ระวัง 'ภาวะถดถอยทั่วโลก' หลังจากราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง ในขณะที่มาเก๊าเริ่มเปิดเมืองและคาสิโนใหม่ แต่คาดรายได้ปีนี้หดตัวราว -81% เมื่อเทียบกับก่อนเกิดโควิด !
⚠️ช่วงนี้เศรษฐกิจโลกยังมีข่าวเรื่อง Recession ออกมาให้เราได้เสพกันตลอดทุกวี่ทุกวันเลยทีเดียว ! โดยล่าสุดทาง Reliance Industries Ltd. ซึ่งเป็น 1 ในบริษัทด้านการกลั่นน้ำมันยักษ์ใหญ่ที่สุดของโลก ได้กลายมาเป็นอีกรายที่ออกคำเตือนให้ผู้คนระวังภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลกเอาไว้ให้ดี !
ทาง Reliance นั้นมองว่า 'มีความเป็นไปได้' ที่เศรษฐกิจโลกจะเผชิญกับปัญหาอื่น ๆ ที่ตามมาอีก ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวลดลงทำให้กำไรขั้นต้น (Gross Margin) ของบริษัทร่วงลงไปด้วย
📌CEO ของ Reliance ยังกล่าวอีกว่าแม้บริษัทจะได้รับประโยชน์และมีความคาดหวังค่อนข้างสูงจากราคาน้ำมันดิบโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่โดยรวมแล้วพบว่าต้นทุนสินค้าก็เพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน โดยค่าขนส่ง, ราคานำเข้า และต้นทุนวัตถุดิบได้เพิ่มขึ้นราว +76% ในไตมาสที่ 2
คำทำนายของยักษ์ใหญ่ด้านการกลั่นน้ำมันโลกครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจาก IMF ออกมาประกาศว่าจะปรับลดคาดการณ์ GDP โลกลงอย่างมากในการประชุมปลายเดือนนี้ เนื่องจากราคาอาหารและพลังงานที่สูงขึ้น ได้กัดกิน Demand ในระบบไปพร้อม ๆ กัน
⚠️ดังนั้นภาวะ Recession จึงถือว่ามีความเป็นไปได้ไม่น้อย และยังทำให้ FED มีช่องว่างในการดำเนินนโยบายมากขึ้นด้วย อาจไม่ต้องกระชับแบบเข้มงวดถึงขีดสุด โดยเฉพาะหากเงินเฟ้อทุเลาลง
ก่อนหน้านี้ Reliance ได้รับแรงหนุนจากการซื้อน้ำมันราคาถูกจากรัสเซีย ในขณะที่ชาติตะวันตกดำเนินมาตรการคว่ำบาตร แต่ผลประโยชน์เหล่านั้นได้เริ่มหายไปเรื่อย ๆ เมื่อเร็ว ๆ นี้ หลังจากที่ราคาน้ำมันดิบโลกร่วงลง ในขณะที่รัฐบาลอินเดียปรับขึ้นภาษีน้ำมัน ทำให้รายได้ของบริษัทลดลงไปอีก
📌โดยสรุปก็คือ ตอนนี้มีบริษัทหลายแห่งและนักวิเคราะห์หลายคนขึ้นเรื่อย ๆ ที่ออกมากล่าวว่าโลกของเรามีความเสี่ยงจะเข้าสู่ Recession ในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งจะยิ่งเสริมมุมมองล่าสุดของตลาดที่ว่า FED อาจชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ยได้ โดยเฉพาะหากเศรษฐกิจมีแรงกดดันใหม่ ๆ เข้ามา
ในขณะเดียวกัน หากเกิด Recession ขึ้น เงินเฟ้อก็มีสิทธิจะชะลอตัวลงได้ เนื่องจากราคาน้ำมันดิบโลก และต้นทุนหลาย ๆ อย่างมีแนวโน้มจะลดลง แต่ถึงกระนั้นก็ต้องจับตามองภาค Supply ควบคู่ไปด้วยว่าจะชะลอตัวลงตาม Demand หรือไม่ ? เพราะต่อให้ Demand ชะลอตัว แต่ถ้า Supply ชะลอตัวกว่า เงินก็เฟ้อได้อยู่ดี !
สำหรับข่าวที่น่าสนใจอื่น ๆ ในวันนี้ ล่าสุดทางมาเก๊าของจีนได้ประกาศเริ่มกลับมาเปิดคาสิโนและธุรกิจใหม่อีกครั้งแล้ว แต่จะยังดำเนินการที่ความจุผุ้คนประมาณ 50% ของระดับปกติเท่านั้น และจะมีการทดสอบโควิดอย่างเข้มงวดก่อนเข้าสถานที่ด้วย
⚠️ทั้งนี้ ทาง Bloomberg รายงานว่าอุตสาหกรรมเกมและคาสิโนของเมืองอาจทำรายได้สูงสุดเพียง 7 พันล้านดอลลาร์เท่านั้น ซึ่งคิดเป็นการร่วงลง -35% จากปีที่แล้ว แต่จะคิดเป็นการร่วงลงถึงราว ๆ -81% หากเทียบจากระดับก่อนเกิดโควิด
📌การฟื้นตัวที่ชะลออัตราเร็วลงของจีน ถือเป็นการเพิ่มมุมมองว่าเงินเฟ้ออาจชะลอตัวลงจากการเกิด Recession แต่ถึงกระนั้นก็อยากให้มองตามที่ World Maker บอกไปคือเราต้องดูภาค Supply ประกอบด้วย ! และจีนก็ถือเป็นประเทศโรงงานของโลก ดังนั้นโมเมนตัมจากจีนจึงพลาดสายตาไม่ได้เลยเช่นกันสำหรับการวิเคราะห์แนวโน้มของเศรษฐกิจโลก

ที่อยู่

รัชดา139 ถ. รัชดาภิเษก แขวง ดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร
Bang Rak
10400

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สอนเทรดง่ายๆ เน้นเทรดเป็น ทำกำไรผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์