เส้นทาง ติดต่อ ธุรกิจของเรา

Better Planner Founded by Khajorndet Khonsung

บริการให้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการเงิน การลงทุน วางแผนภาษี สามารถสอบถามข้อมูลในหัวข้อดังต่อไปนี้

🎯ให้บริการข้อมูลทางการเงิน
🎯วางแผนความเสี่ยง
🎯แนะนำการลงทุน
🎯เพิ่มสภาพคล่องทางธุรกิจ
🎯รับปรึกษาแก้ไขงบการเงินบริษัท
🎯ผลิตภัณฑ์ทางการเงิน หุ้น กองทุนรวม ประกันภัย ประกันชีวิต Crypto ฯลฯ

การเงินบัญชีภาษีจบครบที่เดียว
FinancialOneStopService

07/09/2026

UPDATE: มหาเศรษฐีอเมริกันแห่ซื้อประกันชีวิตแบบพิเศษ ที่เงินลงทุนโตแบบปลอดภาษี แต่ห้ามสั่งซื้อขายสินทรัพย์ด้วยตัวเอง

กลุ่มคนรวยที่สุดในสหรัฐฯ กำลังเทเงินหลายพันล้านดอลลาร์เข้าสู่มุมที่เคยเงียบเหงาของธุรกิจประกันชีวิต เพื่อเป้าหมายเดียวคือการลดภาระภาษีของตัวเองลง

จุดเปลี่ยนที่ทำให้เกิดกระแสนี้คือการที่ตลาดหุ้นเป็นขาขึ้นมาหลายปี ทำให้ผู้มีความมั่งคั่งสูงจำนวนมากเปลี่ยนโฟกัสจากคำถามว่าจะลงทุนในอะไร มาเป็นคำถามว่าควรวางเงินลงทุนไว้ที่ไหนจึงจะได้เปรียบที่สุด

ในทางปฏิบัติ คำตอบมักหมายถึงการนำการลงทุนที่สร้างดอกเบี้ยสม่ำเสมอหรือกำไรระยะสั้น ไปไว้ในบัญชีที่ปลอดภาษีอย่างบัญชีเพื่อการเกษียณ (IRA) ทว่าบัญชีประเภทนั้นจำกัดวงเงินฝากไว้ที่เพียงปีละ 7,500 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 246,750 บาท)

ทางออกที่คนกลุ่มนี้หันไปใช้จึงเป็นประกันชีวิตแบบเสนอขายเฉพาะกลุ่ม หรือ Private-Placement Life Insurance (PPLI) ซึ่งเป็นสัญญาประกันที่ปรับแต่งได้ตามต้องการ และเปิดให้ลงทุนได้ไม่จำกัดวงเงินโดยเงินเติบโตแบบปลอดภาษี

จิม ไวต์ ผู้ก่อตั้ง Great Oak Wealth Management เปรียบเทียบว่ามันคือบัญชีเกษียณแบบ Roth IRA ที่อัดสเตียรอยด์เข้าไป สำหรับคนที่มีกำลังจ่ายและต้องการส่งต่อให้ทายาท

🟠 สินทรัพย์ในกรมธรรม์ทะลุ 1.45 ล้านล้านบาท

กรมธรรม์ประเภทนี้ได้รับความนิยมพุ่งขึ้นในหมู่คนรวย ซึ่งใช้มันลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือกอย่างเฮดจ์ฟันด์, สินเชื่อนอกระบบธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์นอกตลาด

เหตุผลที่ต้องใช้กรมธรรม์ห่อหุ้มก็เพราะการลงทุนเหล่านั้นให้ผลตอบแทนสูงกว่า แต่ก็มาพร้อมภาระภาษีรายปีที่หนักตามไปด้วย

บริษัทประกันรายใหญ่ที่สุด 5 แห่งซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดส่วนใหญ่ มีสินทรัพย์ภายใต้การดูแลในกรมธรรม์ประเภทนี้มากกว่า 44,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.45 ล้านล้านบาท) ณ สิ้นปี 2025 ตามข้อมูลของบริษัทที่ปรึกษา Life Insurance Strategies Group

ที่มาของกรมธรรม์ประเภทนี้เกิดขึ้นในช่วงต้นทศวรรษ 1990 โดยอาศัยข้อกำหนดในประมวลกฎหมายภาษีที่ตั้งใจส่งเสริมให้ผู้คนดูแลผู้อยู่ในอุปการะผ่านการทำประกันชีวิต

ทว่ามันเริ่มได้รับความนิยมจริงจังเมื่อกว่าทศวรรษก่อน เมื่อที่ปรึกษาด้านความมั่งคั่งพบว่าตัวเองสามารถบริหารสินทรัพย์เหล่านั้นและเก็บค่าธรรมเนียมได้ เนื่องจากเงินก้อนดังกล่าวถูกล็อกไว้เป็นเวลาหลายปี

🟠 กฎ IRS บังคับให้สละอำนาจสั่งซื้อขาย

จุดที่เป็นข้อแลกเปลี่ยนสำคัญคือ เพื่อให้เป็นไปตามกฎของกรมสรรพากรสหรัฐฯ (IRS) ผู้ลงทุนต้องสละอำนาจควบคุมสินทรัพย์ที่อยู่ในกรมธรรม์

นั่นหมายถึงการนำเงินไปไว้ในกองทุนเฉพาะทางที่เรียกว่ากองทุนสำหรับกรมธรรม์ประกันโดยเฉพาะ หรือบัญชีที่บริหารแยกต่างหาก ซึ่งการลงทุนทั้งหมดจะถูกจัดหาและดูแลโดยที่ปรึกษาเพียงฝ่ายเดียว

เงื่อนไขดังกล่าวทำให้ลูกค้าผู้มั่งคั่งบางรายที่ทำงานในวงการไพรเวทอิควิตี้ถอยออกไป เพราะพวกเขาต้องการลงทุนในกองทุนของตัวเองหรือกองทุนที่เพื่อนบริหารอยู่

ไมเคิล ฟอนตานีนี รองประธานอาวุโสฝ่ายการขายและออกแบบขั้นสูงของ Lion Street เครือข่ายประกันชีวิต อธิบายว่าเจ้าของกรมธรรม์จะโทรบอกที่ปรึกษาว่าให้ขายหุ้น Apple แล้วไปซื้อ Google แทนไม่ได้

เขาเสริมว่าเจ้าของกรมธรรม์ยังตกลงแผนล่วงหน้ากับที่ปรึกษาเกี่ยวกับการเลือกสินทรัพย์ที่จะลงทุนไม่ได้เช่นกัน

นอกจากนี้สินทรัพย์ในกรมธรรม์ยังต้องกระจายความเสี่ยง โดยทั่วไปต้องมีอย่างน้อย 5 รายการ และเพื่อรักษาสถานะปลอดภาษีเอาไว้ กรมธรรม์ต้องผ่านการทดสอบการกระจายความเสี่ยงทุกไตรมาส รวมถึงการทดสอบเรื่องอำนาจควบคุมของผู้ลงทุนอย่างต่อเนื่อง

🟠 เกณฑ์ขั้นต่ำเริ่มที่สินทรัพย์ 32.9 ล้านบาท

กรมธรรม์ประเภทนี้ไม่ได้เหมาะกับทุกคน เพราะผู้ถือต้องเป็นนักลงทุนที่ได้รับการรับรอง ซึ่งมีสินทรัพย์ที่ลงทุนได้อย่างน้อย 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 32.9 ล้านบาท) หรือเป็นผู้ซื้อที่มีคุณสมบัติ ซึ่งต้องมีอย่างน้อย 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 164.5 ล้านบาท)

ทว่าในทางปฏิบัติ คนที่ใช้กรมธรรม์นี้มักร่ำรวยกว่าเกณฑ์ดังกล่าวมาก โดยที่ปรึกษาระบุว่าโดยทั่วไปควรใส่เบี้ยประกันอย่างน้อย 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จึงจะประหยัดภาษีได้มากพอที่จะคุ้มกับความซับซ้อนและค่าธรรมเนียม

ค่าธรรมเนียมที่ว่านั้นสูงถึง 2-4% ต่อปีในช่วงปีแรกๆ ซึ่งรวมค่าบริหารการลงทุนเข้าไปแล้ว

ทอม คัลลาฮาน จาก BFA Family Offices ระบุว่าราว 1 ใน 4 ของครอบครัวที่มีความมั่งคั่งสูงมากซึ่งเขาให้คำปรึกษา มีกรมธรรม์ประเภทนี้อยู่แล้วหรือกำลังพิจารณา และเขาคาดว่าตัวเลขนี้จะเพิ่มขึ้นอีก

ตัวอย่างที่เขากำลังดูแลคือผู้บริหารในวงการไพรเวทอิควิตี้ที่เปิดกรมธรรม์เมื่อเกือบ 3 ปีก่อน โดยคาดว่าจะได้รับเงินคืนจากกองทุนของบริษัทตัวเอง 30-50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 987 ล้านถึง 1.65 พันล้านบาท ในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้า

ผู้บริหารรายนี้ต้องการกระจายความเสี่ยงด้วยการนำเงินสดไปลงทุนในเฮดจ์ฟันด์, สินเชื่อนอกระบบธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์นอกตลาดที่บริหารโดยบริษัทอื่น

สิ่งที่เขาต้องทำตามกฎคือทยอยใส่เบี้ยประกันตลอดช่วง 5 ปี เนื่องจากกฎประกันห้ามอัดเบี้ยเข้าไปกระจุกตัวในช่วงต้น เพราะการใส่เงินเร็วเกินไปอาจทำให้กรมธรรม์สูญเสียสิทธิประโยชน์ทางภาษีบางส่วน

ผลลัพธ์ที่คาดไว้คือการลงทุนของเขาอาจมีมูลค่าหลายร้อยล้านดอลลาร์ในวันข้างหน้า โดยไม่ต้องจ่ายภาษีเงินได้หรือภาษีกำไรจากการขายสินทรัพย์แม้แต่บาทเดียวจากการเติบโตนั้น

แม้เขาจะถอนเงินหรือกู้โดยใช้มูลค่าเงินสดในกรมธรรม์เป็นหลักประกันได้ แต่โดยทั่วไปก็ไม่ได้คิดจะแตะเงินก้อนนี้ เพราะเมื่อเสียชีวิต เงินดังกล่าวจะตกถึงผู้รับผลประโยชน์แบบปลอดภาษีเงินได้ในรูปของเงินสินไหมมรณกรรม

อีกชั้นหนึ่งที่ที่ปรึกษามักแนะนำคือการวางกรมธรรม์ไว้ในทรัสต์ที่เพิกถอนไม่ได้ซึ่งตั้งไว้ให้บุตร ซึ่งทำให้ไม่ต้องเสียภาษีมรดกด้วย โดยคัลลาฮานสรุปว่านี่คือวิธีสร้างเปลือกที่ประหยัดภาษีมาห่อหุ้มการลงทุนที่เสียภาษีหนัก

🟠 ร่างกฎหมายในสภาจ่อเก็บภาษีรายปี

ในอีกด้านหนึ่ง สมาชิกรัฐสภาบางส่วนต้องการให้กรมธรรม์ประเภทนี้เสียสถานะปลอดภาษี โดยเมื่อเดือนเมษายน รอน ไวเดน วุฒิสมาชิกจากพรรคเดโมแครต รัฐออริกอน เสนอร่างกฎหมายที่จะแยกกรมธรรม์ประเภทนี้ออกจากประกันชีวิตแบบดั้งเดิม

ผลของร่างกฎหมายดังกล่าวคือกำไรและขาดทุนจะต้องถูกนำมาคิดภาษีกับผู้ถือกรมธรรม์ในแต่ละปีที่เกิดขึ้นจริง

ไวเดนระบุในเอกสารประกาศร่างกฎหมายว่าไม่อาจปล่อยให้คนรวยจำนวนหนึ่งที่เลี่ยงภาษี ใช้ประโยชน์จากการปฏิบัติทางภาษีแบบพิเศษนี้ในทางที่ผิด เพื่อตั้งเฮดจ์ฟันด์ปลอดภาษีและซุกซ่อนเงินก้อนมหาศาล

ขณะเดียวกันก็มีทางเลือกที่เสี่ยงกว่านั้น โดยที่ปรึกษาซึ่งทำงานกับลูกค้าผู้มั่งคั่งในต่างประเทศระบุว่า บริษัทประกันนอกสหรัฐฯ มักดำเนินการในเชิงรุกมากกว่า ถึงขั้นเปิดให้ผู้ถือกรมธรรม์ใส่ทั้งหุ้นในธุรกิจ, เรือยอชต์, งานศิลปะ และบิตคอยน์เข้าไปในกรมธรรม์ได้

ทว่าฟอนตานีนีจาก Lion Street เตือนว่าธุรกรรมลักษณะนั้นอาจไม่ผ่านการตรวจสอบของ IRS โดยระบุว่าสิ่งที่ได้ไม่คุ้มกับความเสี่ยงที่ต้องแลก และการที่มีคนบอกว่าทำได้ ก็ไม่ได้แปลว่ามันจะผ่านการตรวจสอบจริง

หมายเหตุ : ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 32.90 บาท ณ วันที่ 4 กันยายน 2569

ภาพ: Golden Dayz / Shutterstock

อ้างอิง:
⚈ https://www.wsj.com/finance/investing/a-roth-ira-on-steroids-wealthy-americans-find-another-tax-free-way-to-invest-82816ffc

06/09/2026

วิชาใหม่! DBD Academy
🚀 อยากสร้าง “แบรนด์ตัวเอง” ให้โดดเด่น และก้าวสู่การเป็นผู้นำที่คนจดจำ?

เรียนรู้กลยุทธ์ Personal Branding ตั้งแต่การค้นหาตัวตน สร้างเรื่องราว สื่อสารภาพลักษณ์ ไปจนถึงการสร้างเครือข่ายและบริหารวิกฤต

ครบทุกมิติ เพื่อเปลี่ยน “ตัวตน” ให้กลายเป็น แบรนด์ที่สร้างคุณค่าและโอกาสทางธุรกิจ ✨

📚 วิชา Personal Branding : กลยุทธ์สร้างแบรนด์ผู้นำ โดย อาจารย์ธัญญ์นิธิ อภิชัยโชติรัตน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดดิจิทัลและการสร้างตัวตน
🎓 เรียนออนไลน์ ฟรี!

📌 สมัครเรียนได้แล้ววันนี้
👉 https://dbdacademy.dbd.go.th/course/DBD69401

#สร้างแบรนด์ตัวเอง #แบรนด์ผู้นำ #พัฒนาศักยภาพ #เรียนฟรี

18/08/2026

DBD e-Service ตัวช่วยดี ๆ สำหรับคนทำธุรกิจ!
เช็กข้อมูลธุรกิจและนิติบุคคลได้ง่าย ๆ ผ่านมือถือ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบข้อมูลนิติบุคคลและงบการเงิน ค้นหาข้อมูลธุรกิจ ขอหนังสือรับรอง/คัดสำเนา รวมถึงติดตามข่าวสารจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
ใช้งานได้ตลอด 24 ชั่วโมง สะดวก รวดเร็ว และช่วยให้การทำธุรกิจง่ายขึ้น ✨
📲 ดาวน์โหลดแอป DBD e-Service ได้ทั้ง Google Play และ App Store

#กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
#กระทรวงพาณิชย์

12/07/2026

ย้อน 10 ปี งบรักษาพยาบาลข้าราชการ เบิกจริงสูงกว่างบ พุ่งทะลุแสนล้าน
หนึ่งในหมวด "รายจ่ายที่ยากต่อการลดทอน" ซึ่งสร้างภาระต่องบประมาณอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คือ "รายจ่ายสวัสดิการบุคลากรภาครัฐ" โดยเฉพาะหมวดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานของรัฐ ซึ่งความตึงตัวทางงบประมาณนี้ได้นำไปสู่การจุดประกายแนวคิดที่รัฐบาลจะเดินหน้าการปฏิรูประบบสวัสดิการภาครัฐครั้งใหญ่
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลางอยู่ระหว่างการศึกษา โดยนำตัวเลขการเบิกจ่ายด้านสวัสดิการของรัฐทั้งหมดมาพิจารณาด้วยเพื่อปรับปรุงการใช้จ่ายทั้งระบบ เช่นเดียวกับที่ได้เปิดลงทะเบียนคัดกรองผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐใหม่ในปีนี้ เพื่อลดความซ้ำซ้อนและปรับลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นลง
แหล่งข่าวระบุว่า ที่ผ่านมางบประมาณรายจ่ายเพื่อสวัสดิการประชาชนมีแนวโน้มขยายตัวอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้งบประมาณที่ตั้งไว้และได้รับจัดสรรไม่เพียงพอต่อการเบิกจ่ายจริง ทำให้รัฐบาลต้องแก้ปัญหาด้วยการสั่งจ่ายเงินจาก "เงินคงคลัง" ออกไปก่อน
โดยในปีงบประมาณ 2568 รัฐบาลมีภาระที่จะต้องตั้งงบประมาณรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง ซึ่งจะต้องนำไปตั้งจ่ายในงบปี 2570 เป็นจำนวนเม็ดเงินสูงถึง 71,038 ล้านบาท
นอกจากนี้ รายงานความเสี่ยงทางการคลังประจำปีงบประมาณ 2568 ได้ส่งสัญญาณเตือนอย่างชัดเจนว่า สวัสดิการค่ารักษาพยาบาลข้าราชการปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนให้มีการเชื่อมโยงฐานข้อมูลและการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยตรวจสอบ เพื่อป้องกันธุรกรรมที่มีความผิดปกติ
📍ย้อนดู 10 ปี เบิกจ่ายงบรักษาพยาบาลสูงเกินวงเงิน
รายงานข่าวจากกรมบัญชีกลาง พบว่า การขอรับจัดสรรงบประมาณและผลการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2560 - 2569 นั้น ตัวเลขการเบิกจ่ายจริงมีทิศทางพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและมักจะเกินกว่ากรอบงบประมาณที่ตั้งไว้
โดยในปีงบประมาณ 2560 มีการเบิกจ่ายอยู่ที่ 73,631.83 ล้านบาท จากงบจัดสรรงบประมาณไว้ 60,000 ล้านบาท ก่อนจะไต่ระดับขึ้นมาและทะลุ 1 แสนล้านบาท เป็นครั้งแรกในปีงบประมาณ 2567 ที่ยอด 106,557.40 ล้านบาท จากงบประมาณที่จัดสรรไว้ 79,565 ล้านบาท
นอกจากนี้ ในปีงบประมาณ 2568 ซึ่งรัฐบาลได้รับจัดสรรงบประมาณไว้ที่ 93,800 ล้านบาท แต่ผลการเบิกจ่ายจริงกลับพุ่งสูงถึง 106,740.40 ล้านบาท ขณะที่ข้อมูลล่าสุดของปีงบประมาณ 2569 ผลการเบิกจ่าย ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2569 มียอดการเบิกจ่ายไปแล้วถึง 94,273.72 ล้านบาท ซึ่งทะลุกรอบงบประมาณที่ได้รับจัดสรรทั้งปีที่ 94,200 ล้านบาทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ขณะที่ในปีงบประมาณรายจ่าย 2570 มีการตั้งงบค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานของรัฐ ซึ่งเป็บงบด้านบุคลากรทีแฝงอยู่ในงบกลาง 94,200 ล้านบาท
อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/economics/1242371
กราฟิก: กษิดิศ สิงห์กวาง
#กรุงเทพธุรกิจ #กรุงเทพธุรกิจEconomic #กรุงเทพธุรกิจInfo

03/07/2026

คนที่อ่อนแอที่สุด…ไม่ใช่คนที่เจอเรื่องยากที่สุด

แต่คือคนที่ “คุ้นกับความสบาย” มากที่สุด

เพราะเมื่อทุกอย่างง่ายมานาน
เราจะเริ่มคิดว่า…
ชีวิตควรเป็นแบบนั้น

พอวันหนึ่งเจออุปสรรค
เจอความผิดหวัง
เจอการถูกปฏิเสธ

หลายคนกลับตั้งคำถามกับตัวเองว่า
“เราคงไม่เหมาะ”
“หรือเราคงไม่เก่งพอ”

ทั้งที่ความจริงแล้ว…

ความยาก ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อหยุดเรา
แต่ถูกสร้างมาเพื่อเปลี่ยนเรา

ทุกแรงกดดัน
ทุกความล้มเหลว
ทุกบททดสอบ

กำลังสร้างวินัย ความอดทน และความแข็งแกร่ง
ที่ความสบายไม่มีวันมอบให้ได้

อย่าคาดหวังให้ชีวิตง่ายขึ้น

จงทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้น

เพราะสุดท้าย…
คนที่ไปได้ไกลที่สุด ไม่ใช่คนที่เจออุปสรรคน้อยที่สุด แต่คือคนที่ไม่หยุดเดิน เมื่อเจออุปสรรค

— Khajorndet Insights
เพราะการตัดสินใจที่ดี
เริ่มต้นจากความเข้าใจที่ถูกต้อง

03/07/2026

รากปัญหาของสังคมไทย…
อาจไม่ใช่ความจน
ไม่ใช่การเมือง
และไม่ใช่เศรษฐกิจ

แต่คือ…

เราให้ค่ากับ “เปลือก” มากกว่า “แก่น”

เมื่อยกย่องตำแหน่ง มากกว่าความสามารถ
ยกย่องภาพลักษณ์ มากกว่าความซื่อสัตย์
ยกย่องคำพูด มากกว่าการลงมือทำ

การโกงจึงเกิดขึ้น
คนไม่มีความสามารถจึงได้เป็นใหญ่
และอำนาจจึงถูกใช้ผิดวัตถุประสงค์

เมื่อสังคมเลือก “เปลือก”
ประเทศก็ยากจะได้ “แก่น”

ถึงเวลาแล้วที่เราจะเลิกหลงภาพลักษณ์
แล้วกลับมาให้คุณค่ากับ “ความจริง”

#ข้อคิด #สังคมไทย

— Khajorndet Insights
เพราะการตัดสินใจที่ดี
เริ่มต้นจากความเข้าใจที่ถูกต้อง

02/07/2026

📍ประเภทเงินได้ที่นำมายื่นแบบ ภ.ง.ด.94 ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี

Q&A : Easy Tax👉 https://rd.go.th/43338-1.html

#ภาษีครึ่งปี #ภงด94 #แหล่งเงินได้ #ประเภทเงินได้ #ภาษี69 #กรมสรรพากร

ที่อยู่

Bangkok
10400

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Better Planner โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Better Planner:

ทางลัด

ได้รับการสนับสนุน

แชร์