06/12/2020
คนฉลาดนั้นจะมีทาง วิธีคิดในการบริหารเงิน หลายแบบเช่น ซื้อบ้านก่อน เมื่อราคาปรับสูงขึ้นก็รีไฟแนนซ์ ผ่อนเบาๆ แล้วซื้อรถ โดยต้องใช้รถไปยาวๆ เกิน 15 ปี ก็คุ้มค่าการลงทุน คุ้มค่ากับเงินที่ต้องจ่ายไป แต่หากเปลี่ยนรถบ่อยเกินไป มีแต่ขาดทุน เสียเงินเปล่า
#ผลกำไรในอนาคตจากการซื้อบ้าน
นาย A ซื้อบ้านราคาล้านต้นๆ ผ่านไปไม่ถึง 7 ปี ราคาปรับสูงมากเกินเท่าตัว และมีแนวโน้มจะปรับตัวสูงขึ้นทุกปี ถ้าขาย บ้านก็ทำกำไรหลักแสน สบายๆ
เวลาที่ผ่านไปก็สร้างความมั่งคง มั่นคงทางการเงินให้เพื่อนคนนี้พอสมควร หากเรียนจบใหม่ แล้วเริ่ม ผ่อนบ้านให้เร็ว ก่อนอายุ 30 การหาเงินล้านด้วยวิธีนี้จะเห็นว่า ไม่ยากเลย ถ้าเลือกทำเลได้ดี ราคาอาจจะปรับตัวขึ้นมากกว่านี้
#จำนวนเงินที่ลดลงเพราะการซื้อรถยนต์
นาย B ซื้อรถในราคาเท่าๆ กับซื้อบ้าน ผ่านไป 7 ปี รถราคา 1,000,000 บาท เมื่อเวลาผ่านไป 3 ปี อาจจะเหลือเพียง 600,000-700,000 บาทเท่านั้น
และหากผ่านไป 7 ปี อาจจะเหลือเพียง 400,000 กว่าบาทเท่านั้น เงินหายไป 700,000 บาท แต่ หากนับรวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าน้ำมัน ค่าประกันภัย ภาษี พ.ร.บ. ค่าบำรุงรักษาและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ปีละไม่น้อยกว่า 60,000 บาท
ภายใน 7 ปีก็ไม่ต่ากว่า 400,000 บาท รวมทั้งหมดแล้ว จะมีรายจ่ายที่เกิดขึ้นกับรถยนต์ประมาณ 1 ล้านบาทต้นๆ เลยทีเดียว
ผู้อ่านจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าการซื้อรถยนต์นั้น ทำให้เงินหายไปไม่น้อยเลย แต่หากซื้อบ้านก่อน ก็จะช่วยชดเชยกันได้
และหาก บ้านมีราคาปรับตัวสูงขึ้น อาจทำรีไฟแนนซ์ เพื่อหาเงินก้อนมาซื้อรถยนต์ อาจจะซื้อมือสองแทนป้ายแดง หรือลงทุนอย่างอื่นได้อีก เพราะการมีบ้าน มีทรัพย์สินที่มีความมั่นคง การทำธุรกรรมการเงินจะมีความน่าเชื่อถือมากกว่า
อย่างการผ่อนรถ หากมีบ้านก็อาจจะ ไม่ต้องใช้คนค้ำ หรือทำธุรกรรมอื่นๆ ก็เช่นกันค่ะ