เส้นทาง เว็บไซต์ ติดต่อ ธุรกิจของเรา

Merccorp Thailand Investment Gateway Discover the unparalleled opportunities waiting for you in the thriving Thai marketplace.”

Visit www.merc-corp.com for more detail
(7)

“Accelerate your business expansion into Thailand with Merccorp Co., Ltd. – Your trusted partner in navigating the local market dynamics and opportunities.”

“Our services span across business development, market entry, consulting, and investment facilitation in Thailand.”

“Welcome to Merccorp Co Ltd, your dedicated business development partner and Thailand’s investment gateway. We specialize in assisting foreign companies to navigate the local market, providing tailored solutions for seamless expansion into Thailand.

“ลูกต้องมีปริญญา ถึงจะมีอนาคตที่ดี”ความเชื่อนี้อาจไม่จริงเสมอไปในโลกการทำงานยุคใหม่ข้อมูลจากสหรัฐฯ พบว่า คนวัย 22–34 ปีท...
18/09/2026

“ลูกต้องมีปริญญา ถึงจะมีอนาคตที่ดี”
ความเชื่อนี้อาจไม่จริงเสมอไปในโลกการทำงานยุคใหม่

ข้อมูลจากสหรัฐฯ พบว่า คนวัย 22–34 ปีที่ไม่ได้จบมหาวิทยาลัย กำลังมีอัตราว่างงานต่ำที่สุดในรอบหลายสิบปี ขณะที่บัณฑิตจบใหม่จำนวนไม่น้อยกลับหางานยากขึ้น

ไม่ได้หมายความว่า “การเรียนมหาวิทยาลัยไม่สำคัญ”
แต่กำลังบอกพ่อแม่ว่า…

ปริญญาเพียงใบเดียว อาจไม่เพียงพออีกต่อไป

สิ่งที่ลูกควรมีควบคู่กันคือ

• ทักษะที่ตลาดต้องการและนำไปใช้ได้จริง
• ความสามารถในการใช้ AI และเทคโนโลยี
• ประสบการณ์จากการทำงานหรือทำโปรเจกต์
• ภาษา การสื่อสาร และการทำงานร่วมกับผู้อื่น
• ความรับผิดชอบและความสามารถในการแก้ปัญหา
• ผลงานที่พิสูจน์ได้ว่า “ลูกทำอะไรเป็น”

สำหรับบางอาชีพ ปริญญายังจำเป็นมาก เช่น แพทย์ วิศวกร นักกฎหมาย หรือสายวิชาชีพเฉพาะทาง

แต่สำหรับอีกหลายอาชีพ นายจ้างเริ่มให้ความสำคัญกับ “ทักษะและผลงานจริง” มากกว่าชื่อสถาบันเพียงอย่างเดียว

คำถามสำคัญสำหรับพ่อแม่จึงไม่ใช่แค่
“ลูกจะเรียนมหาวิทยาลัยอะไร?”

แต่อาจต้องถามเพิ่มว่า
“เมื่อลูกเรียนจบแล้ว ลูกมีทักษะอะไรที่ตลาดยอมจ่ายเงินให้?”

อย่าให้ลูกมีแค่ใบปริญญา
ช่วยเขาสร้างทั้งทักษะ ประสบการณ์ และทางเลือกในการใช้ชีวิตด้วย

คุณคิดว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า “ปริญญา” หรือ “ทักษะ” จะสำคัญกว่ากัน?

This could become the new normal sooner than expected.
18/09/2026

This could become the new normal sooner than expected.

Workers ages 22 to 34 with no college degree are seeing some of their lowest unemployment rates in decades.

Meanwhile, their degree-holding compatriots are having one of their worst stretches in years, according to a new analysis from the Burning Glass Institute reported by the Wall Street Journal.

“I don’t think it’s a temporary thing,” says Gad Levanon, Burning Glass’s chief economist.

Read more: https://www.entrepreneur.com/business-news/for-the-first-time-in-decades-not-having-a-college-degree-beats-having-a-degree

ตอนนี้เศรษฐกิจโลกกำลังเจอ “แรงต้านการค้า”… แต่มีแรงหนึ่งที่กำลังช่วยพยุงอยู่เงียบ ๆ คือ “AI Boom”ปี 2026 ความร้อนแรงของ ...
05/03/2026

ตอนนี้เศรษฐกิจโลกกำลังเจอ “แรงต้านการค้า”… แต่มีแรงหนึ่งที่กำลังช่วยพยุงอยู่เงียบ ๆ คือ “AI Boom”

ปี 2026 ความร้อนแรงของ AI จะดันดีมานด์ของ
✅ เซมิคอนดักเตอร์
✅ และการผลิตเทคโนโลยีขั้นสูง (advanced high-tech manufacturing)
ให้เดินต่อได้ แม้หลายอุตสาหกรรมจะชะลอจากภาวะการค้าโลก

ประเทศที่ได้อานิสงส์ชัดเป็นพิเศษคือ
🇹🇼 ไต้หวัน
🇰🇷 เกาหลี
🇯🇵 ญี่ปุ่น
เพราะอยู่ในห่วงโซ่อุปทานที่ “ป้อนของให้ AI” โดยตรง

จุดสำคัญที่นักลงทุนต้องรู้:
ต่อให้มีแรงกดดันเรื่องภาษี/มาตรการการค้า
“เซมิคอนดักเตอร์” โดยทั่วไปยังเป็นกลุ่มที่ มักได้รับการยกเว้น/ไม่โดนภาษีสหรัฐฯเต็ม ๆ
ทำให้มันกลายเป็นเหมือน “กันชน” ที่ช่วยชดเชยความอ่อนแรงของภาคการค้าอื่น ๆ

ในขณะเดียวกัน 🇨🇳 จีน ยังทุ่มลงทุนด้าน AI หนักมาก
แม้จะเจอข้อจำกัดเรื่องการนำเข้าเซมิคอนดักเตอร์บางประเภท
แปลว่า “เงินยังไหลเข้า AI” แต่รูปแบบการแข่งขันจะกลายเป็น
ลงทุนภายใน + หาเส้นทางซัพพลายเชนทางเลือก

สรุปสำหรับนักลงทุน:
รอบนี้ไม่ใช่แค่ “เศรษฐกิจชะลอหรือไม่”
แต่มันคือ “อุตสาหกรรมไหนมี AI เป็นแรงหนุนให้โตสวนกระแส”

คำถาม: คุณคิดว่า AI Boom รอบนี้ “พยุงโลก” ได้จริงแค่ไหน?
A) ได้จริง (AI = กันชนเศรษฐกิจ)
B) ได้บางส่วน (แต่ภาคอื่นยังถ่วงอยู่)
พิมพ์ A หรือ B 👇

ตอนนี้ค้าปลีกในกรุงเทพ “ไม่ได้แข่งกันที่ใครมีพื้นที่เยอะ”… แต่มันแข่งกันที่ ‘ใครสร้างประสบการณ์ได้’ และ ‘ใครรีโพซิชันได้...
04/03/2026

ตอนนี้ค้าปลีกในกรุงเทพ “ไม่ได้แข่งกันที่ใครมีพื้นที่เยอะ”… แต่มันแข่งกันที่ ‘ใครสร้างประสบการณ์ได้’ และ ‘ใครรีโพซิชันได้เร็ว’

ภาพรวมรีเทลยังไปต่อ แต่ผลลัพธ์ “เริ่มแยกชัด” ตามประเภทสินทรัพย์และการวางตำแหน่ง
พูดง่าย ๆ: ของที่ธรรมดาเริ่มเหนื่อย — ของที่มีคอนเซ็ปต์เริ่มชนะ

1) BMR กำลังชัดเจนว่า “Experiential Retail” คือคำตอบ

ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล (BMR) แนวทางที่มาแรงคือ
✅ ค้าปลีกเชิงประสบการณ์ (มาแล้วรู้สึก/มีเรื่องเล่า/อยากอยู่ต่อ)
✅ รีโนเวท + รีโพซิชันสินทรัพย์ (ทำให้ศูนย์เดิมกลับมามีเหตุผลให้คนมา)

สิ่งที่เห็นชัดคือ

กลุ่ม ไฮเปอร์มาร์เก็ต เริ่มทำ “ฟอร์แมตใหม่” ที่เป็น lifestyle มากขึ้น

ห้างใหญ่ในโซน CBA เดินเกม “รีโนเวทใหญ่” ด้วยคอนเซ็ปต์ธีมชัด ๆ
พร้อมจับมือพาร์ทเนอร์ และดึง international anchors มาเป็นแม่เหล็ก

สรุป: คนไม่ได้ไปห้างเพราะ “ต้องซื้อของ” อย่างเดียวแล้ว
แต่ไปเพราะ “อยากได้ประสบการณ์” และ “อยากถ่าย/อยากแชร์/อยากใช้เวลา”

2) แบรนด์ต่างชาติยังเข้าไทยหนัก — จำนวนยูนิตใหม่สูงมาก

การเข้ามาของแบรนด์/ร้านค้าต่างชาติยังอยู่ในระดับสูง
จากการสำรวจของ JLL ช่วง 2024–2025 มีร้านใหม่มากกว่า 890 ยูนิต

และถ้าแยกตามหมวด จะเห็นทิศทางชัด:

👗 แฟชั่น 43.3% (มาอันดับ 1)

🍽️ อาหารและเครื่องดื่ม 32.8%

🏠 ของใช้ในบ้าน 16.4%

นี่สะท้อนว่า “ไทยยังเป็นตลาดเปิด” สำหรับแบรนด์ที่อยากขยายฐานในภูมิภาค

3) ปี 2026 มีแนวโน้มแรงต่อ — โดยเฉพาะแบรนด์จีน

โมเมนตัมนี้คาดว่าจะต่อเนื่องในปี 2026
โดยหนึ่งแรงขับหลักคือ แบรนด์จีนแผ่นดินใหญ่ ที่กำลังทำ “กระจายความเสี่ยงในภูมิภาค”
และไทยมักเป็นหนึ่งในตลาดที่เข้าได้เร็วที่สุด

สรุปสำหรับนักลงทุน/เจ้าของศูนย์การค้า:
ยุคนี้ไม่ใช่ “มีพื้นที่แล้วปล่อยเช่า”
แต่คือ “ทำให้พื้นที่มีเหตุผลให้คนมา”
เพราะแบรนด์พร้อมเข้า — แต่เขาจะเลือกที่ที่ “ขายได้จริง” และ “เล่าเรื่องได้”

คำถาม: ถ้าคุณเป็นเจ้าของศูนย์ คุณจะลงทุนก่อนอะไร?
A) รีโนเวท/ทำธีมให้คน “อยากมา” (Experiential)
B) ดึง Anchor ใหญ่ ๆ มาล็อกทราฟฟิก
พิมพ์ A หรือ B 👇

Can a person use AI to create a trillion dollar business alone? Short answer?Yes — possible.Probable? Extremely rare.AI ...
03/03/2026

Can a person use AI to create a trillion dollar business alone?

Short answer?

Yes — possible.
Probable? Extremely rare.
AI alone? Impossible.

Let’s break this down properly.

⸻

1️⃣ History Says: New Platforms Create Trillion-Dollar Companies

Every technological shift creates giants:
• Internet → Amazon
• Smartphones → Apple
• Search → Google
• Social → Meta
• Cloud → Microsoft

AI is another platform shift.

So yes — AI can be the foundation of trillion-dollar companies.

But here’s the key:

None of them became trillion-dollar companies because of “technology alone.”
They built ecosystems, monopolies, and network effects.

⸻

2️⃣ What Actually Makes a Trillion-Dollar Business?

It’s not just:
• ❌ “Using AI”
• ❌ Building an AI app
• ❌ Selling AI automation

It requires:

✅ Massive Market (TAM)

You must target something global and fundamental:
• Energy
• Finance
• Healthcare
• Infrastructure
• Defense
• Global commerce

Not a niche SaaS tool.

⸻

✅ Platform-Level Control

Trillion-dollar companies:
• Own infrastructure
• Control distribution
• Set standards
• Build ecosystems

AI by itself is a tool.

Control over data, compute, distribution, or ecosystem is what scales to trillions.

⸻

✅ Compounding Network Effects

The more users → the better the AI → the stronger the moat → the more users.

That flywheel must be extremely strong.

⸻

3️⃣ Can One Person Do It?

Technically?

Yes — in the beginning.

Realistically?

No one builds trillion-dollar businesses alone.

Even if one founder starts it, they will need:
• Capital
• Global expansion
• Talent
• Regulation navigation
• Infrastructure scale

Look at:
• Elon Musk
• Jeff Bezos
• Mark Zuckerberg

They started with ideas.

They built empires through teams.

⸻

4️⃣ The Real Question Isn’t “Can AI Make a Trillion-Dollar Business?”

The real question is:

Can AI enable someone to control a system that impacts billions of people?

That’s where trillion-dollar value comes from.

Examples where AI could unlock trillion-dollar impact:
• Autonomous energy grid optimization
• AI-driven global healthcare diagnostics
• Fully automated financial infrastructure
• AI-native global commerce layer
• Defense intelligence systems
• AI-generated synthetic workforce at massive scale

⸻

5️⃣ The Brutal Truth

Most people using AI today are:
• Automating tasks
• Building AI wrappers
• Creating content
• Increasing productivity

That creates:
• Million-dollar businesses
• Maybe billion-dollar startups

But trillion-dollar scale?

That requires:
• Timing
• Monopoly positioning
• Capital markets support
• Geopolitical alignment
• Infrastructure dominance

⸻

6️⃣ If You’re Thinking Strategically

The better angle is not:

“How do I build a trillion-dollar AI business?”

But:

“How do I build a business that rides the AI wave and compounds 10–100x?”

Even billion-dollar outcomes are generational.

ตอนนี้ตลาดออฟฟิศกรุงเทพ “ไม่ได้แค่ย้ายไปตึกใหม่”… แต่มันกำลังเข้าสู่รอบ ‘ย้ายเพราะต้องย้าย’ โดยเฉพาะเรื่อง ESG + คุณภาพอ...
02/03/2026

ตอนนี้ตลาดออฟฟิศกรุงเทพ “ไม่ได้แค่ย้ายไปตึกใหม่”… แต่มันกำลังเข้าสู่รอบ ‘ย้ายเพราะต้องย้าย’ โดยเฉพาะเรื่อง ESG + คุณภาพอาคาร

ภาพที่เกิดขึ้นคือ flight-to-quality แบบละเอียดขึ้น
ไม่ใช่แค่ “เก่าไปใหม่” แต่เป็น “เลือกอาคารที่ตอบโจทย์การทำงานยุคใหม่ + compliance”

1) ซัพพลายใหม่มาอีก — แต่คนย้ายก็มาแรง
ปี 2026 คาดว่าจะมีพื้นที่ออฟฟิศใหม่เพิ่มราว 528,000 ตร.ม. จาก 12 โครงการ

ในขณะที่ฝั่งดีมานด์:
โซน CBA (ใจกลางเมือง) ปี 2025 มี net absorption ราว 88,200 ตร.ม.
สูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี และคาดว่าจะยังดูดซับต่อในปี 2026
เพราะซัพพลายใน CBA เริ่ม “ชะลอ” ทำให้ของดีมีจำกัด

2) เกมกำลังขยับไป “ฮับเหนือ–ตะวันออก”
ปี 2026 จะมีซัพพลายมากกว่า 230,000 ตร.ม. จาก 7 โครงการ
ในโซนฮับ เหนือและตะวันออก หลังปี 2025 มี prime office เข้ามาหลายแห่งแล้ว

สรุปง่าย ๆ:
CBA เคยเป็น “ต้นแบบการย้าย”
ตอนนี้ฮับเหนือ–ตะวันออกกำลังจะได้เจอ “คลื่นย้าย” แบบเดียวกัน

จุดเปลี่ยนที่ทำให้ “ย้ายจริง” คือ ESG

ESG ไม่ใช่คำสวย ๆ แล้ว — มันเริ่มเป็นเงื่อนไขการเช่าจริง

ข้อมูลจาก JLL Research ชี้ว่า
ใน 100 บริษัทผู้เช่ารายใหญ่ที่มี ESG commitments
ยังมี 53 บริษัท ที่อยู่ใน อาคารไม่เป็น Green
คิดเป็นพื้นที่รวมราว 420,000 ตร.ม. ของ “ดีมานด์ที่พร้อมย้าย” (latent demand)

พูดตรง ๆ:
คนยังอยู่ตึกเดิมได้… แต่ ESG บังคับให้ย้ายในที่สุด

อีกเทรนด์ที่กลับมาแรง: Flexible Workspace

เพราะหลายองค์กรอยาก “ลดเงินก้อนแรก (Capex)” ในภาวะเศรษฐกิจไม่แน่นอน
ทำให้ Flexible workspace กลับมาเป็นตัวเลือกหลักอีกครั้ง

ที่น่าสนใจคือ แม้บางบริษัทมีพนักงานเยอะ (headcount สูง)
MNC หลายรายก็ยังเริ่มใช้รูปแบบ flexible มากขึ้น

กลุ่มที่ใช้เยอะตอนนี้:

ค้าส่ง–ค้าปลีก

เทคโนโลยี

และตอนนี้ flexible ไม่ได้เป็น “ออฟฟิศชั่วคราว” แล้ว
แต่กลายเป็น “ส่วนหนึ่งของตึก”
เพราะทั้ง operator ขยาย และ landlord ก็พร้อมทำแพ็กเกจให้
จนหลายโครงการใหม่/รีโนเวท “ใส่ flexible เป็นมาตรฐาน”

สรุปสำหรับนักลงทุน/เจ้าของตึก:
รอบนี้ไม่ใช่แค่ “สร้างตึกใหม่แล้วรอผู้เช่า”
แต่เป็นเกมของ
✅ อาคารที่ตอบโจทย์ ESG
✅ ทำเลที่เป็นฮับใหม่
✅ และโมเดลเช่าที่ยืดหยุ่นเพื่อปิดดีลเร็ว

คำถาม: คลื่นย้ายรอบนี้ คุณคิดว่าตัวเร่งหลักคืออะไร?
A) ESG (ต้องย้ายเพราะ compliance)
B) Flexible (ต้องย้ายเพราะลด Capex)
พิมพ์ A หรือ B 👇

ตอนนี้ตลาดที่ดิน “ยังมีเงินซื้อ”… แต่เงินฉลาดขึ้น และเลือกมากขึ้นกว่าเดิมภาพรวม Capital Markets ในไทยยังเดินต่อ — แต่บรร...
27/02/2026

ตอนนี้ตลาดที่ดิน “ยังมีเงินซื้อ”… แต่เงินฉลาดขึ้น และเลือกมากขึ้นกว่าเดิม

ภาพรวม Capital Markets ในไทยยังเดินต่อ — แต่บรรยากาศเปลี่ยนจาก “ไล่ซื้อ” เป็น “คัดซื้อ” ชัดเจน

1) คนรวย/นักลงทุนรายใหญ่ (HNWIs) แอคทีฟขึ้น… แต่มีวินัยดีลมากขึ้น
เห็นการเข้าซื้อที่ดินและอสังหาเพิ่มขึ้น โดยโฟกัสหนักที่
✅ ความคุ้มค่า (value)
✅ ราคาที่มีเหตุผล
✅ ดีลที่ “ปิดแล้วไม่เจ็บ” มากกว่าความหวือหวา

2) ต่างชาติยังมา — แต่จะมาหา “ธีมที่ชัด”
นักลงทุนต่างชาติยังสำรวจสินทรัพย์ที่สอดคล้องกับเมกะเทรนด์ของไทย เช่น

⚡ Data Centers

🏭 Industrial & Logistics

🏨 Hotels

และสิ่งที่ต่างชาติให้ความสำคัญมากคือ “โครงสร้างถือครอง”
โดยเฉพาะดีลที่เชื่อมกับ BOI promotion ซึ่งยังเป็นตัวแปรหลักในการทำให้ดีลเดินได้จริง

3) Developer ระวังตัวมากขึ้น — Ticket size เล็กลง
ถ้าเป็นยุคก่อนโควิด คอนโดเคยเล็งที่ดิน 3–6 ไร่ เป็นมาตรฐาน
แต่ตอนนี้ตลาดเริ่มสนใจที่ดิน “เล็กลงมาก”
โดยเพดานที่คนยังมองกันเยอะอยู่ที่ ไม่เกิน 3 ไร่
(แปลว่า ซื้อแบบคุมความเสี่ยง ทำโครงการแบบเลือกเกม)

4) Leasehold เริ่มเด่นขึ้น เพราะ “ใช้เงินน้อยกว่า แต่ไปได้ไกลกว่า”
โครงสร้าง เช่าระยะยาว (leasehold) ถูกใช้มากขึ้น เพราะ
✅ เงินก้อนแรกต่ำกว่า freehold
✅ ทำให้พัฒนาโลเคชันพิเศษได้ แม้ freehold จะไม่คุ้ม
✅ เหมาะกับสินทรัพย์ที่สร้างรายได้ประจำ (recurring income)

และกระแสนี้ยิ่งชัดขึ้นจากดีลใหญ่ในปี 2025
เช่นดีลเช่าที่ดินระยะยาวในโซน อโศก–พร้อมพงษ์ ที่เป็นข่าวกว้าง

สรุปสำหรับนักลงทุน:
ยุคนี้ไม่ใช่ “ใครกล้าซื้อเยอะชนะ”
แต่เป็น “ใครเลือกล็อตถูก + โครงสร้างถือครองถูก + ปิดดีลแบบมีวินัยชนะ”

คำถาม: ถ้าคุณต้องเลือกวันนี้ คุณจะลงทุนแบบไหน?
A) Freehold (แพงกว่า แต่ถือยาว)
B) Leasehold (เงินน้อยกว่า แต่เล่นโลเคชันได้)
พิมพ์ A หรือ B 👇

ตอนนี้ Industrial & Logistics ไทย “ไม่ได้โตเพราะกระแส”… แต่มันโตเพราะ ‘โครงสร้างการย้ายฐานการผลิต’ ที่เกิดขึ้นจริงแล้วปี...
26/02/2026

ตอนนี้ Industrial & Logistics ไทย “ไม่ได้โตเพราะกระแส”… แต่มันโตเพราะ ‘โครงสร้างการย้ายฐานการผลิต’ ที่เกิดขึ้นจริงแล้ว

ปี 2025 ภาคการผลิตไทยทำผลงานแข็งแรง จาก 2 แรงหนุนหลัก:
✅ ส่งออกโต
✅ เงินลงทุนต่างชาติ (FDI) ไหลเข้า

ผลลัพธ์คือไทยยิ่งถูกมองเป็น “ฐานหลัก” ของกลยุทธ์ China+1 — บริษัทต้องการกระจายความเสี่ยง ไม่ฝากซัพพลายเชนไว้ที่ประเทศเดียว

สัญญาณที่ชัดมากในตลาดนิคมอุตสาหกรรม
ช่วง ปี 2021 ถึงครึ่งแรกปี 2025 การเช่าพื้นที่สุทธิ (net absorption) ในเขตนิคมอุตสาหกรรม ทะลุ 24,000 ไร่
ทำให้อัตราพื้นที่ว่างทั่วประเทศ ลดลงเหลือ 14.6%
แปลตรง ๆ: “ของดีเริ่มเต็มเร็วขึ้น” และการหาพื้นที่ที่เหมาะจริงกำลังยากขึ้นเรื่อย ๆ

ใครคือผู้เล่นหลักที่ดันดีมานด์?
แรงขับสำคัญมาจาก ผู้ผลิตจีน ที่ตั้งโรงงานในไทยมากขึ้น
เพื่อปรับสมดุลซัพพลายเชน โดยเน้นอุตสาหกรรมอย่าง:

🚗 ยานยนต์

🔩 ชิ้นส่วนโลหะ/ผลิตภัณฑ์โลหะ

🔌 เครื่องใช้ไฟฟ้า/อุปกรณ์ไฟฟ้า

จุดที่ยัง “ร้อน” ต่อในปี 2026
ดีมานด์คาดว่ายังแน่นใน
📍 EEC และ
📍 โซนตะวันออกของกรุงเทพฯ (แนวเชื่อมต่อโครงข่ายการผลิต-โลจิสติกส์)

สรุปสำหรับนักลงทุน/เจ้าของที่ดิน:
รอบนี้ไม่ใช่แค่ “ตลาดดี”
แต่มันคือ “เม็ดเงินย้ายฐาน” ที่กำลังเลือกประเทศไทยจริง ๆ
และคนที่ได้เปรียบคือคนที่ มีทำเล + โครงสร้างพื้นฐานพร้อมรองรับผู้เช่าโรงงาน

คำถาม: ถ้าต้องเลือกทำเลเพื่อเก็บ Upside 2–3 ปีข้างหน้า คุณเลือกไหน?
A) EEC (คลัสเตอร์อุตสาหกรรมชัด)
B) ตะวันออกกทม. (ใกล้ตลาด/แรงงาน/โลจิสติกส์)
พิมพ์ A หรือ B 👇

ตอนนี้โรงแรมไทย “ไม่ได้ฟื้นแบบสวย ๆ อย่างเดียว”… แต่มันกำลังเข้าสู่รอบ “ลงทุนแบบคัดของ”แม้การแข่งขันจากประเทศเพื่อนบ้านจ...
25/02/2026

ตอนนี้โรงแรมไทย “ไม่ได้ฟื้นแบบสวย ๆ อย่างเดียว”… แต่มันกำลังเข้าสู่รอบ “ลงทุนแบบคัดของ”

แม้การแข่งขันจากประเทศเพื่อนบ้านจะหนักขึ้น และตลาดนักท่องเที่ยวจีนแผ่นดินใหญ่ยังกลับมาช้ากว่าที่หลายคนหวัง — แต่ภาพรวม Hospitality ไทยยัง “ยืนได้” และเริ่ม “เลือกผู้ชนะ” ชัดขึ้น

ตัวเลขที่สะท้อนโมเมนตัม:

ปี 2026 คาดนักท่องเที่ยวต่างชาติแตะ 35.5 ล้านคน โต +8% จาก 32.9 ล้านคนในปี 2025

จีนกลับมาช้า… แต่ตลาดอย่าง อินเดีย และ รัสเซีย โตเด่นในปี 2025

ด้านการลงทุนโรงแรม: เงินยังไหล—แต่ไหลแบบมีเป้า
ปี 2025 มูลค่าดีลลงทุนโรงแรมรวม 2.64 หมื่นล้านบาท
เกือบ 2 เท่า ของค่าเฉลี่ย 10 ปี (2016–2025)
และมากกว่า 75% ของมูลค่าดีลกระจุกอยู่ที่ โรงแรมในกรุงเทพฯ

ที่สำคัญคือ “ดีลส่วนใหญ่ไม่ใช่ซื้อแล้วเก็บ”
แต่เป็นแนว Value-add = ซื้อเพื่อ รีโพซิชัน/รีแบรนด์/อัปเกรด ให้ทำเงินได้มากขึ้น

และปี 2026 ดีลคาดว่าจะ “กลับสู่ภาวะปกติ” ราว 1.3 หมื่นล้านบาท
แปลว่าเกมกำลังเปลี่ยนจาก “ซื้อขายคึกคัก” → เป็น “ซื้อขายแบบเลือกจังหวะ”

สรุปสำหรับนักลงทุน:
รอบนี้ไม่ใช่แข่งกันว่า “ใครเชื่อว่าโรงแรมฟื้น”
แต่แข่งกันว่า “ใครมองออกว่าโรงแรมไหนรีโพซิชันแล้วคุ้ม และทำได้จริง”

คำถาม: ถ้าจะลงทุนโรงแรมในรอบนี้ คุณเลือกแนวไหน?
A) Bangkok (ดีมานด์แน่น/สภาพคล่องสูง/ดีลเยอะ)
B) เมืองท่องเที่ยว (Upside สูง แต่เลือกโลเคชันต้องแม่น)
พิมพ์ A หรือ B 👇

“Demand isn’t the problem. Supply is.”ตอนนี้ Data Center ในไทย “ไม่ได้ขาด Demand”… แต่กำลัง “ขาดของที่สำคัญกว่า”สิ่งที่เ...
24/02/2026

“Demand isn’t the problem. Supply is.”
ตอนนี้ Data Center ในไทย “ไม่ได้ขาด Demand”… แต่กำลัง “ขาดของที่สำคัญกว่า”

สิ่งที่เริ่มหายากจริง ๆ คือ
✅ ที่ดินที่ “ทำได้จริง”
✅ ไฟฟ้าที่ “พอและเสถียร”
✅ Fiber ที่ “ต่อได้ทัน”
✅ เงื่อนไข Cooling + EIA/สิ่งแวดล้อมที่ “ผ่านได้”

ปี 2025 BOI อนุมัติลงทุนกลุ่ม Digital Industry เกิน 7.46 แสนล้านบาท
และตลาด Data Center ถูกคาดว่าจะโต 40–60% ใน 3 ปี
มีแผนเพิ่มกำลังผลิต ราว 360MW ทั้งปี 2026 และ 2027

พื้นที่ที่ “ร้อนแรง” คือ
📍 EEC (คลัสเตอร์อุตสาหกรรม + โครงสร้างพื้นฐาน)
📍 BMR (ศูนย์กลาง Connectivity + ผู้เล่น Colocation ใหม่)

สรุปสำหรับนักลงทุน:
เกมนี้ไม่ได้แข่งกันที่ “ใครอยากลงทุน”
แต่แข่งกันที่ “ใครล็อก Site ที่ผ่านเงื่อนไขได้ก่อน”

คำถาม: ถ้าต้องเลือกลงทุนตอนนี้ คุณเลือกอะไร?
A) ล็อก “ที่ดิน” ก่อน ✅
B) ล็อก “ไฟฟ้า/Utility” ก่อน ✅
พิมพ์ A หรือ B 👇

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Merccorp โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Merccorp:

ทางลัด

ได้รับการสนับสนุน

แชร์