Artistsm Artistsm แหล่งข้อมูลเรื่องกฏหมายศิลปะ ลิ

ARTISTSM พื้นที่ความรู้เกี่ยวกับศิลปะในยุคปัจจุบันที่เชื่อมโยงประเด็นเรื่องกฎหมายลิขสิทธิ์ กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา และกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับศิลปะ ผ่านมุมมองของนักสะสม ศิลปิน และนักกฎหมาย

รวมถึงเป็นแหล่งความรู้ของรูปแบบตลาดศิลปะสมัยใหม่เช่น NFT ทั้งด้านการลงทุน การซื้อขาย และมุมมองทางประเด็นกฎหมายต่างๆที่สำคัญที่ศิลปินหรือผู้ที่สนใจด้านศิลปะและการลงทุนในศิลปะควรรู้

ARTISTSM ยังเป็นศูนย์รวม

ของศิลปินที่มีความสนใจในตลาดศิลปะสมัยใหม่อย่าง NFT ในฐานะผู้ผลิตและผู้สะสม ARTISTSM จะเป็นตัวกลางให้ความช่วยเหลือและให้ความรู้ เพื่อศิลปินที่สนใจในโลก NFT จะสามารถเติบโตไปพร้อมๆกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในปัจจุบัน

Street Photography : Freedom of Expression or The Right to Privacyสตรีทโฟโต้ : อิสระในการแสดงออก หรือ สิทธิส่วนบุคคลคำถา...
22/06/2022

Street Photography : Freedom of Expression or The Right to Privacy
สตรีทโฟโต้ : อิสระในการแสดงออก หรือ สิทธิส่วนบุคคล

คำถามของการถ่ายภาพสตรีทที่มีภาพหน้าบุคคลติดมาด้วยจะผิดกฎหมายมั้ย จะนำมาใช้เป็นงานศิลปะได้มั้ยนั้น ก็ยังคงเป็นประเด็นที่มีคนสงสัย และอาจจะกังวลอยู่เมื่อสร้างผลงานศิลปะภาพถ่ายแนวสตรีท เมื่องานสตรีท เหล่านี้มีเส้นบางๆที่ขีดกั้นระหว่างงานศิลปะและสิทธิส่วนบุคคลอยู่ เราได้พูดถึงกฎหมาย PDPA ไปในโพสก่อนหน้านี้แล้ว แต่ประเด็นเหล่านี้ในความจริงก็ยังคงเป็นที่สับสนและถกเถียงอยู่

หากหลายท่านเข้าไปแกลลอรี่ภาพถ่าย หรือ Art Museum ทั้งหลายงานภาพถ่ายรูปแบบหนึ่งที่ถูกจัดแสดงโชว์ โดยนักถ่ายภาพชื่อดังทั้งหลายอาจจะหนีไม่พ้นที่จะต้องมีภาพถ่ายแนวสตรีทผสมอยู่ในการจัดแสดงงาน ยกตัวอย่างเช่น งานของ Saul Leite งานของ Matt Weber หรือจะเป็น งานภาพถ่ายของ Bruce Davidson หรือจะเป็นงานของศิลปินสตรีทที่เป็นผู้ทำให้ประเด็นในเรื่องของ สิทธิส่วนบุคคลและงานศิลปะถูกยกขึ้นมาพูดจริงๆจังๆ นั้นก็คืออาร์น สเวนสัน (Arne Svenson) ในซีรีย์งาน The Neighbors ที่ถูกจัด ขึ้นที่ จูลี ซัล แกเลอรี งานเซทนี้คือการตระเวนถ่ายถาพผู้คนในอิริยาบต่างๆผ่านหน้าต่างเข้าไปในบ้านของผู้คน ซึ่งงานเซทนี้นั้นถูกฟ้องร้องจากบุคคลที่อยู่ในภาพถ่าย ในประเด็นของการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลแต่ผลของคดีนี้ อาร์น สเวนสัน เป็นผู้ชนะคดีไป คำถามที่เกิดขึ้นต่อมาคือมันจะเป็นการไม่ยุติธรรมต่อผู้ที่ถูกถ่ายแต่ไม่ได้อนุญาตให้ถ่ายหรือไม่ และคำว่าสิทธิส่วนบุคคลนั้นเส้นขอบเขตของมันอยู่ตรงไหน

แต่กระนั้นในปัจจุบันในหลายๆประเทศรวมถึงประเทศไทยก็ได้มีการออกกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือในประเทศไทยนั้นก็คือที่เรียกกันว่า PDPA ส่วนการปรับใช้กฎหมายเหล่านี้ก็ขึ้นอยู่บทกฎหมายและรายละเอียดในแต่ละประเทศซึ่งมีความแตกต่างกันไป ในส่วนกฎหมาย PDPA ของประเทศไทย และ ภาพถ่าย Street Photography นั้นได้มีความเห็นของ อาจารย์ ฐิติรัตน์ ทิพย์สัมฤทธิ์กุล (อ.หญิง) คณะทำงานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการร่าง PDPA ที่ให้สัมภาษณ์ไว้เมื่อ ตุลาคม 2021 ว่า
“เรื่อง Street Photographer เป็นส่วนของการถ่ายรูปคนที่ไม่รู้จักกัน ซึ่งมีทั้งการนำไปใช้แบบเป็นงานอดิเรกกับใช้ทางพาณิชย์ ซึ่งถ้าเป็นการใช้เพื่อผลประโยชน์ทางพาณิชย์ แปลว่าถ้าคุณได้ประโยชน์คุณต้องมีความรับผิดชอบกับสิ่งที่คุณทำ ดังนั้นต้องอธิบายให้ได้ว่าที่ถ่ายไปเป็นพื้นที่สาธารณะแค่ไหน เจาะหน้าตัวบุคคลหรือไม่ซึ่งจะเป็นอีกประเด็นนึง แต่โดยทั่วไปแล้วในวงการ Street Photographer เองก็มีหลักการ มีจริยธรรม (Ethics) อยู่ในการทำงาน ถ้าถ่ายเล่นไม่ได้ทำให้ใครเสียหายก็ถือเป็นสิ่งที่รับได้ เข้าข่ายมารยาททางสังคมอีกเช่นกัน ทุกวันนี้เมืองไทยยังไม่มีข้อห้ามเรื่องการถ่ายรูปในที่สาธารณะถ้าไม่ใช่การถ่ายที่ล่วงล้ำมากเกินไป แต่ถ้ามีการเอาไปใช้ เอาไป Abuse หรือ Harass มากขึ้น ในอนาคตก็อาจมีกฎหมายหรือฉันทามติร่วมกันของสังคมว่าให้เลิกทำ เช่น ในประเทศญี่ปุ่นคุณไม่สามารถไปถ่ายรูปใครตามใจชอบได้ ญี่ปุ่นบังคับให้กล้องมือถือหรือกล้องถ่ายรูปตัวใหญ่ ๆ ต้องมีเสียงชัตเตอร์และไม่สามารถที่จะปิดเสียงชัตเตอร์ได้ เพราะเขามีกฎเกณฑ์ว่าไม่อยากให้การถ่ายรูปในที่สาธารณะเป็นเรื่องปกติเนื่องจากบ้านเมืองเขามีปัญหาเรื่องคนถูก Abuse หรือถูก Harass จากเรื่องพวกนี้ ซึ่งในเรื่องนี้ก็อยากให้มองเป็นเรื่องของมารยาทหรือบรรทัดฐาน (Norm) ของสังคมด้วย ในขณะที่กฎหมาย PDPA จะเป็นการจัดการในส่วนของการเอาข้อมูลส่วนบุคคลของคนอื่นไปใช้ประโยชน์เป็นหลัก”

ประเด็นสำคัญของภาพถ่ายสตรีท ที่จะไม่มีปัญหาใดใดคือ ภาพที่ถ่ายในที่สาธารณะ “There is No Right to Privacy in Public” และ แม้จะช่างภาพจะมีอิสระในการถ่ายภาพแต่ประเด็นที่สองที่ควรตระหนักคือ ขอบเขตของคำว่าเสรีที่ภาพถ่ายเหล่านั้นจะต้องไม่ไปละเมิดละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น ขัดต่อนโยบาย หรือ ขัดต่อกฎหมายของประเทศนั้นๆ หรือเป็นการทำลายความมั่นคงของชาติ แต่เมื่อพูดถึงในส่วนของนิยามคำว่า ‘ความมั่นคงของชาติ’ ของแต่ละประเทศก็ไม่เหมือนกัน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องละเอียดออ่อนที่จำกัดความที่เป็นคำนิยามที่ชัดแจ้งและชัดเจน แต่การที่รัฐใดใดใช้คำว่า ‘ความมั่นคงของชาติ’ มาเป็นข้ออ้างในการลิดรอนเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน ผ่านรูปแบบต่างๆก็คงไม่ใช่เหตุผลที่สมควรและยุติธรรมเช่นเดียวกัน ซึ่งนอกเหนือจากหลักกฎหมายเหล่านี้ ภาพสตรีทก็อาจจะเป็นปัญหาหากมีเรื่องการใช้เชิงพาณิชย์เข้ามาเกี่ยวข้อง รวมถึงหลักจรรณยาบรรณ ช่างภาพที่แต่ละท่านก็คงมีไม่เหมือนกัน เพราะหาย้อนไปถึงอาร์น สเวนสัน (Arne Svenson) ในซีรีย์งาน The Neighbors อาร์น สเวนสัน เคยให้สัมภาษณ์ถึงงานและประเด็นของความเป็นส่วนตัวของบุคคลในภาพถ่ายไว้ว่า
‘For my subjects, there is no question of privacy," วึ่งแปลได้ว่า สำหรับงานของผมมันไม่มีคำถามของความเป็นส่วนบุคคล

ต้องยอมรับว่างานภาพถ่ายที่มีนางแบบอยู่ในงานยังต้องมีการเซ็นเอกสาร Consent การยินยอมนำงานไปเผยแพร่ อย่างเช่น Model Release คงไม่เป็นเรื่องแปลกหากงานภาพถ่ายไหนที่มีรูปภาพบุคคลใดใดที่ระบุได้ว่าเป็นใครอยู่ในภาพนั้นและบุคคลในภาพนั้นๆจะมามีสิทธิมีเสียงในภาพถ่ายนั้น ก็คงจะต้องเป็นดุลพินิจของช่างภาพและศิลปินเองว่าหากบุคคลในภาพไม่ยินยอมที่จะให้นำงานนั้นไปเผยแพร่ ทางศิลปินหรือช่างภาพจะรับมืออย่างไร

In Art We Trust,
Artistsm

References:
https://doi.org/10.5281/zenodo.3732166
https://streetphotographymagazine.com/a-matter-of.../...
https://artrepreneur.com/.../is-street-photography-legal/
https://photofocus.com/.../taking-street-photography.../
https://bigdata.go.th/movements/pdpa-and-you/

Image Reference:
https://arnesvenson.com/the-neighbors.html

PDPA และ การสร้างสรรค์งานถ่ายภาพ วันนี้วันที่ 1 มิถุนายน เป็นวันแรกที่กฎหมาย คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือที่รู...
01/06/2022

PDPA และ การสร้างสรรค์งานถ่ายภาพ

วันนี้วันที่ 1 มิถุนายน เป็นวันแรกที่กฎหมาย คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่า PDPA เริ่มบังคับใช้ กระแสของความกังวลในการถ่ายภาพในรูปแบบต่างๆว่าจะผิดกฎหมายหรือไม่ ประเด็นหลายประเด็นเริ่มนำมาเป็นที่ถกเถียง วันนี้เราจะมาอธิบายให้ทราบโดยง่ายว่างานศิลปะภาพถ่ายแบบใดใดที่จะผิด พรบ PDPA และแบบใดที่ไม่มีปัญหาใดใด

PDPA ไม่ได้ระบุว่าการถ่ายภาพ หรือ โพสต์ภาพติดคนอื่นไปนั้นจะต้องขอความยินยอมเสมอ การใช้งานภาพถ่ายบางประเภทก็ไม่ผิด PDPA ด้วย โดย PDPA ได้มีรูปแบบการตีความการใช้บนพื้นฐาน ของ ฐานทางกฎหมาย (Law basis) โดยที่แต่ละฐานจะมีเงื่อนไข และสถานการณ์รวมถึงการตีความในรูปแบบที่ต่างกันไปด้วย แต่หากจะเจาะจงลงไปที่ภาพถ่ายที่พวกเราคุ้นชินหรือใช้กันเป็นประจำโดยเฉพาะ ตามตารางธาตุ แสดงผลบังคับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล : PDPA จัดทำโดย อาจารย์ ฐิติรัตน์ ทิพย์สัมฤทธิ์กุล (อ.หญิง) คณะทำงานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการร่าง PDPA อาจจะกล่าวได้เพิ่มเติมอีกว่า ภาพถ่ายเหล่านั้นจะแบ่งตามจุดประสงค์ ลักษณะการใช้งานโดยจะแบ่งได้โดยกว้างเป็น 6 ประเภท คือ เพื่อประโยชน์ส่วนตัว-ภายในครอบครัว, งานสื่อมวลชน-งานศิลปกรรม, ฐานอำนาจรัฐ, ฐานสัญญา, ฐานความยินยอม, ฐานประโยชน์โดยชอบ(Legitimate Interest)

1. เพื่อประโยชน์ส่วนตัว-ภายในครอบครัว : ภาพถ่ายที่ถ่ายส่วนตัวที่พวกเรานำลงโซเชียลมีเดียต่างๆ หรือ ภาพ Street Photgraphy โดยทั่วไป ภาพถ่ายเหล่านี้ไม่ได้อยู่ใต้บังคับของ PDPA แต่อาจจะเกิดปัญหาขึ้นมาภายหลังได้ หากนำภาพไปใช้เชิงพาณิชย์ในภายหลัง รวมถึงภาพที่ถ่ายเหล่านั้น สร้างความเดือดร้อน หรือ เสื่อมชื่อเสียงให้กับบุคคลที่อยู่ในภาพถ่าย

2. งานสื่อมวลชน-งานศิลปกรรม : ภาพข่าวหรือภาพที่ใช้การจัดแสดงนิทรรศการภาพถ่าย ภาพถ่ายเหล่านี้ไม่ได้อยู่ใต้บังคับของ PDPA แต่ภาพถ่ายเหล่านี้จำเป็นที่ต้องตามจิรยธรรมแห่งการประกอบวิชาชีพ และจำเป็นที่จะต้องดูแลความปลอดภัยของข้อมูลของภาพผู้ที่อยู่ในงาน

3. ฐานอำนาจรัฐ : เจ้าหน้าที่ตำรวจถ่ายภาพเป็นหลักฐานในการสืบสวนต่างๆ หรือ ภาพถ่ายที่มีความสำคัญในชั้นศาล มีความสำคัญต่อรูปคดี เพียงแต่ภาพเหล่านี้ใช้ได้แค่ตามขอบเขตของอำนาจตามกฎหมายและห้ามเปิดเผยให้บุคคลอื่นใดใด

4. ฐานสัญญา : การรับจ้างถ่ายภาพต่างๆ เช่นภาพถ่ายแบรนด์แฟชั่น ภาพถ่ายงานรับปริญญา ซึ่งภาพถ่ายเหล่านี้จำเป็นที่จะต้องทำตามขอบเขตความจำเป็นของสัญญา หากสัญญาระบุไว้ว่าภาพถ่ายใช้ได้แค่ไหน จะสามารถใช้ได้แค่นั้น ยกตัวอย่างการใช้ภาพถ่ายในการโปรโมทที่ แพลทฟอร์มไหน ภาพๆนั้นใช้อะไรได้บ้าง

5. ฐานความยินยอม : การนำภาพถ่ายจากงานจ้างไปโฆษณา หรือ ไปทำการประชาสัมพันธ์ เชิงพาณิชย์ต่างๆ โดยการกระทำต่างๆต้องมีการขอความยินยอมที่ชัดเจนว่าไปทำอะไร เพื่ออะไร มีการชี้ชัดที่ชัดเจน แต่ข้อความยินยอมเหล่านี้มันเพิกถอนได้ ยกตัวอย่างเช่นจำเป็นต้องมีเรื่อง ของ Model release นางแบบควรจะต้องได้รับทราบว่าภาพถ่ายที่เราถ่ายไปจะนำไปใช้อะไรบ้าง

6. ฐานประโยชน์โดยชอบ(Legitimate Interest) : การถ่ายภาพอีเวนท์ต่างๆ หรือกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อให้คนเข้าร่วม เช่น ภาพถ่ายในคอนเสิร์ตเปิด ภาพถ่ายในงานอีเวนท์เปิดตัวน้ำหอม และอื่นๆ

จริงๆแล้ว PDPA ไม่ได้กระทบกับการใช้ชีวิตของช่างภาพ ศิลปิน รวมถึงการถ่ายภาพโดยทั่วไปของทุกๆคน การใช้ชีวิต ถ่ายรูป โพสรูปยังคงทำได้ตามปกติ เพียงแต่อาจจะต้องระวังไม่ให้รูปที่ถ่ายไม่ไปละเมิด หรือทำให้คนในรูปเสื่อมเสีย รวมถึงหากต้องการนำภาพใดใดไปใช้เชิงพาณิชย์หากมีรูปหน้าบุคคลที่ระบุได้ว่าเป็นใคร ก็จำเป็นที่จะต้องมีการแจ้งและขออนุญาตอย่างเหมาะสมชัดเจน

เพื่อการคลายข้อสงสัยมากขึ้นทางเราได้นำข้อมูลเพิ่มเติมของทาง เฟซบุ๊ก PDPC Thailand สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) แนบไว้ข้างล่างนี้ด้วย
โดยโพสถัดไปเราจะมาพูดคุยถึงประเด็น สตรีทโฟโต้ : อิสระในการแสดงออก หรือ สิทธิ ส่วนบุคคล
หากหลังจากนี้หากใครมีข้อความสงสัยอย่างไรเกี่ยวกับ PDPA ก็สามารถเข้ามาพูดคุย สอบถามกันได้ โดยทอ้งคำถามไว้ที่คอมเมนท์ด้านล่างได้เลยนะคะ

In Art We Trust,
Artistsm

Reference:
https://web.facebook.com/photo.php?fbid=154435633763869&set=pb.100075923001714.-2207520000..&type=3
https://bigdata.go.th/movements/pdpa-and-you/

มาพูดคุยปรึกษาปัญหากฏหมายที่เกี่ยวข้องกับ NFT ART ใน NFT ART LEGAL CLINIC SESSION กับ ARTISTSM ได้ที่ งาน "Crypto Moon P...
30/04/2022

มาพูดคุยปรึกษาปัญหากฏหมายที่เกี่ยวข้องกับ NFT ART
ใน NFT ART LEGAL CLINIC SESSION กับ ARTISTSM

ได้ที่ งาน "Crypto Moon Party" บูธและกิจกรรมแน่นๆ
แล้วเจอกันวันเสาร์และอาทิตย์นี้
📅 30 เม.ย. - 1 พ.ค. 65
📍ชั้น 2 โซน MUNx2 ซีคอนสแควร์


#คาเฟ่สำหรับชาวคริปโต

Here we are ‼️

งาน "Crypto Moon Party" บูธและกิจกรรมแน่นๆ
แล้วเจอกันวันเสาร์และอาทิตย์นี้

📅 30 เม.ย. - 1 พ.ค. 65
📍ชั้น 2 โซน MUNx2 ซีคอนสแควร์


#คาเฟ่สำหรับชาวคริปโต

ARTISTSM  X  HOP Hub Of PhotographyNFT Photography : Opportunities and Potential Risks NFT photography :โอกาสทางธุรกิจแล...
07/02/2022

ARTISTSM X HOP Hub Of Photography
NFT Photography : Opportunities and Potential Risks
NFT photography :โอกาสทางธุรกิจและประเด็นความเสี่ยงที่ควรรู้

เวิคชอปจาก ARTISTSM ร่วมกับ HOP สำหรับผู้ที่สนใจ หรือ สงสัยถึงประเด็นกฎหมายและข้อควรระวัง ที่เกี่ยวข้องกับ NFT และ Photography รวมถึงผู้ที่อยู่ในวงการ NFT หรือ สนใจที่จะเข้าสู่วงการ NFT แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มเข้าสู่วงการ NFT หรือจะโปรโมทงานขายงานตัวเองอย่างไร โดยที่เวิคชอปครั้งนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายใดใดทั้งสิ้น

ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปกรอกใบสมัครได้ที่ลิงค์ที่แนบมานี้
https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfiUReL3ex-m_b1hIDM5UTPbg1awtaNNpzcbxU10twepsTekg/viewform

Workshop by ARTISTSM
วันเสาร์ที่ 19 ก.พ. 2565 เวลา 13.00 - 17.00 น.
ห้อง MUN SANDBOX
ชั้น 3 โซน MUNx2 ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์

ตลอด 4 ชั่วโมงของการเวิร์กช็อป ผู้เข้าร่วมทุกท่านจะได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และพูดคุยกันถึงการตลาดเบื้องต้นในวงการภาพถ่าย NFT ตั้งแต่ระดับพื้นฐาน ทำความรู้จักแหล่งซื้อ-ขายผลงาน รวมถึงลักษณะพิเศษสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเลือกช่องทางขายตามสไตล์ผลงานของตนเอง รวมถึงวิเคราะห์เทรนด์ของตลาดภาพถ่าย NFT ทั้งในปัจจุบันและในอนาคต
รวมถึง ให้คำปรึกษาด้านการจัดการศิลปะ และคำปรึกษาด้านกฎหมายลิขสิทธิ์ กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาในโลกศิลปะ รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับศิลปะในแขนงต่างๆ จัดกิจกรรมเวิร์กช็อปภายใต้หัวข้อ “NFT Photography : Opportunities and Potential Risks” (NFT photography :โอกาสทางธุรกิจและประเด็นความเสี่ยงที่ควรรู้)
เพื่อแบ่งปันเคล็ดลับน่ารู้เกี่ยวกับการขายงาน NFT ในรูปแบบต่าง ๆ รวมทั้งข้อควรระวังในการทำสัญญาและจ่ายภาษีตลอดการทำงาน

เก็บความสงสัยหรือใครมีประเด็นอะไรที่อยากมาถามแลกเปลี่ยนความเห็น มาเจอกันได้ที่ ห้อง MUN SANDBOX ชั้น 3 โซน MUNx2 ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ วันเสาร์ที่ 19 ก.พ. 2565 เวลา 13.00 - 17.00 น. นะคะ


In Art We Trust,
Artistsm

❌❌FULLY BOOKED❌❌
NFT Photography : Opportunities and Potential Risks
ภาพถ่าย NFT : โอกาสทางธุรกิจและประเด็นความเสี่ยงที่ควรรู้
Workshop by ARTISTSM
วันเสาร์ที่ 19 ก.พ. 2565 รับจำนวนจำกัด 30 คน
สมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ : https://forms.gle/aLKvngCFnWR3oc4U6
*ไม่มีค่าใช้จ่าย
กิจกรรมเวิร์กช็อปประจำเดือนกุมภาพันธ์ สำหรับศิลปินช่างภาพและผู้ที่สนใจในวงการศิลปะ NFT โดยเฉพาะ ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ HOP - Hub Of Photography ร่วมกับ “ARTISTSM” หน่วยงานให้คำปรึกษาด้านการจัดการศิลปะ และคำปรึกษาด้านกฎหมายลิขสิทธิ์ กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาในโลกศิลปะ รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับศิลปะในแขนงต่างๆ จัดกิจกรรมเวิร์กช็อปภายใต้หัวข้อ “NFT Photography : Opportunities and Potential Risks” เพื่อแบ่งปันเคล็ดลับน่ารู้เกี่ยวกับการขายงาน NFT ในรูปแบบต่าง ๆ รวมทั้งข้อควรระวังในการทำสัญญาและจ่ายภาษีตลอดการทำงาน
ตลอด 4 ชั่วโมงของการเวิร์กช็อป ผู้เข้าร่วมทุกท่านจะได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และพูดคุยกันถึงการตลาดเบื้องต้นในวงการภาพถ่าย NFT ตั้งแต่ระดับพื้นฐาน ทำความรู้จักแหล่งซื้อ-ขายผลงาน รวมถึงลักษณะพิเศษสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเลือกช่องทางขายตามสไตล์ผลงานของตนเอง รวมถึงวิเคราะห์เทรนด์ของตลาดภาพถ่าย NFT ทั้งในปัจจุบันและในอนาคต
โดยทุกท่านที่สนใจ สามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2565 (รับจำนวน 30 คน) โดยสามารถกรอกใบสมัครได้ที่ : https://forms.gle/aLKvngCFnWR3oc4U6 และทางทีมงานจะยืนยันสิทธิ์ผู้ที่ได้เข้าร่วมเวิร์กช็อปทางอีเมลภายใน 2 วันหลังท่านส่งแบบฟอร์ม
*กิจกรรมนี้มีค่ามัดจำ 1,000 บาท ซึ่งจะคืนให้ทันทีเมื่อเข้าร่วมงานตั้งแต่ต้นจนจบ หากผู้สมัครไม่สามารถเข้าร่วมงานได้จะไม่มีการคืนเงินค่ามัดจำในทุกกรณี

NFT Photography : Opportunities and Potential Risks
Workshop by ARTISTSM
วันเสาร์ที่ 19 ก.พ. 2565 เวลา 13.00 - 17.00 น.
ห้อง MUN SANDBOX
ชั้น 3 โซน MUNx2 ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์

เมื่อ Winnie the Pooh กลายเป็นสาธารณะสมบัติ       ข่าวดีต้อนรับต้นปีสำหรับศิลปิน ดีไซน์เนอร์ หรือ ครีเอเตอร์ทั้งหลาย เมื...
06/01/2022

เมื่อ Winnie the Pooh กลายเป็นสาธารณะสมบัติ

ข่าวดีต้อนรับต้นปีสำหรับศิลปิน ดีไซน์เนอร์ หรือ ครีเอเตอร์ทั้งหลาย เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2022 คาแรกเตอร์การ์ตูนหมีเหลือง ที่ชอบถือโถน้ำผึ้ง Winnie the Pooh ที่สร้างสรรค์โดย A. A. Milne ในปี 1926 ได้กลายเป็น Public Domain หรือ สาธารณะสมบัติเป็นที่เรียบร้อย ดังนั้นหลังจากนี้ไม่ว่าใครๆก็สามารถนำคาแรกเตอร์หมีพูห์ เวอร์ชั่นต้นฉบับของ A. A. Milne ในปี 1926 ไปใช้เชิงพาณิชย์ หรือ นำไปสร้างสรรค์เป็นงานศิลปะอื่นๆต่อได้ฟรี โดยไม่ต้องขออนุญาต และ ไม่มีค่าใช้จ่ายใดใด แต่สำหรับหมีพูห์เวอร์ชั่นหมีสีเหลืองใส่เสื้อสีแดง ที่สร้างสรรค์โดยดิสนีย์ที่พวกเราคุ้นตายังคงมีลิขสิทธิ์คุ้มครองอยู่ แล้วPublic Domain หรือ สาธารณะสมบัติ คืออะไร ทำไมการ์ตูนคาแรกเตอร์เหล่านี้ เพิ่งจะมาเป็น Public Domain ทั้งๆที่ผู้สร้างสรรค์เสียชีวิตไปนานมากๆแล้ว

อย่างที่เราได้ทราบกันดีว่า ลิขสิทธิ คือสิทธิที่มีไว้เพื่อปกป้องสิทธิประโยชน์ให้กับผู้เป็นเจ้าของงานลิขสิทธิ์นั้นๆ แต่ก็ไม่ใช่ทุกงานสร้างสรรค์ที่จะถูกคุ้มครองด้วยกฎหมายลิขสิทธิ มีงานบางประเภทที่เราสามารถนำมาใช้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องลิขสิทธิ งานที่เรานำมาใช้ได้นั้นแบ่งเป็น สองประเภทหลักๆ นั้นก็คือ การอนุญาตแบบเปิด open license และ สมบัติสาธารณะ public domain ในโพสนี้เราจะมาเจาะลึกกันที่ สมบัติสาธารณะ public domain

หากอธิบายเบื้องต้น การอนุญาตแบบเปิดหรือ open license/free license คือ งานที่สามารถเข้าถึง นำมาพัฒนา นำมาใช้ต่อ หรือ นำมาเป็นแรงบันดาลใจ เป็นงานสร้างสรรค์ที่มี สัญญาอนุาต จากเจ้าของผลงานโดยมีข้อกำหนดเงื่อนไขให้ผู้อื่นใช้งานได้โดยมีเสรี มักมีผลทั่วโลก ไม่มีค่าลิขสิทธิ์ ไม่ผูกขาด (non-exclusive) และมีผลตลอดไป โดยที่งานสร้างสรรค์ต้นฉบับนั้นไม่ต้องยกเลิกการคุ้มครองโดยลิขสิทธิ์ที่ได้มาโดยอัตโนมัติสำหรับงานนั้นทำให้ยังคงเป็นเจ้าของงานนั้นในขณะที่อนุญาตให้บุคคลอื่น ใช้ แบ่งปัน และเรียบเรียงใหม่ โดยไม่ต้องขออนุญาตจากเจ้าของงาน

แล้วสมบัติสาธารณะ หรือบางครั้งเรียกกันว่าว่า สาธารณสมบัติ คืออะไร?

สิ่งที่อยู่ภายใต้สมบัติสาธารณะนั้นไม่ถูกคุ้มครองโดยกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งได้แก่ ลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า หรือ กฎหมายสิทธิบัตร ไม่มีใครสามารถเรียกร้องสิทธิกับสิ่งเหล่านั้นได้และสิ่งเหล่านั้นก็สามารถถูกใช้โดยใครก็ได้โดยไม่ต้องขออนุญาตจากเจ้าของก่อน

สิ่งที่ไม่ได้รับความคุ้มครองลิขสิทธิ์หรือสิ่งที่เป็น Public Domain อาจแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ คือ
1. สิ่งที่ไม่เป็นงานลิขสิทธิ์
2. งานที่เจ้าของลิขสิทธิ์สละลิขสิทธิ์
3. งานที่สิ้นอายุการคุ้มครองลิขสิทธิ์แล้ว

ลิขสิทธิเป็นสิทธิที่มีวันอายุ หมายความว่างานใดใดที่ได้รับการคุ้มครองจากลิขสิทธ เมื่อลิขสิทธิ หมดอายุก็จะตกเป็นของสาธารณะ ไม่ว่าใครก็ตามสามารถนำงานเหล่านั้นไปใช้ต่อ ไปพัฒนา หรือ นำไปสร้างสรรค์อะไรก็ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าลิขสิทธิแล้วนั้นเอง งานเหล่านั้นที่เป็น public domain จึงถือได้ว่าเป็นงานที่ไม่ได้ถูกคุ้มครองด้วยกฎหมายลิขสิทธิ์

แล้วหลักของการงานที่สิ้นอายุการคุ้มครองลิขสิทธิ์แล้วนั้นมีอะไรบ้าง อย่างที่กล่าวให้ทราบไปในเบื้องต้นว่า กฎหมายลิขสิทธิเป็นกฎหมายภายในประเทศ หมายความว่า หลักการณ์ของกฎหมายลิขสิทธิจะขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศ เป็นงานศิลปะภายใต้ประเทศไหนก็ใช้กฎเกณฑ์ของประเทศนั้นปรับใช้ โดยพื้นฐานลิขสิทธิ์ของงานสร้างสรรค์จะหมดอายุหลักผุ้สร้างสรรค์เสียชีวิตเป็นระยะเวลาจำนวนนึง ยกตัวอย่างเข่น

หลักเกณฑ์การกลายเป็นสาธารณสมบัติในประเทศออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร หรือ สหรัฐอเมริกา นั้นลิขสิทธิ์จะหมดอายุเมื่อเจ้าของผลงานเสียชีวิตไปแล้วเป็นเวลา 70 ปี แต่หลักเกณฑ์การบวกออกไปอีก 50, 70 หรือ 80 ปีนักจากผู้สร้างสรรค์ผลงานเสียชีวิตนั้นก็เป็นเพียงเงื่อนไขส่วนหนึ่ง ยังมีประเด็นยิบย่อยของการที่ลิขสิทธิ์จะหมดอายุแล้วแต่ประเทศๆนั้น

ในส่วนของหลักเกณฑ์ของประเทศไทยนั้น ตามรายละเอียด พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ลิขสิทธิ์จะหมดอายุเมื่อเจ้าของผลงานเสียชีวิตไปแล้วเป็นเวลา 50 ปี ในส่วนของกรณีที่เจ้าของลิขสิทธิ์เป็นนิติบุคคล จะเริ่มนับอายุตั้งแต่ผลงานถูกสร้างขึ้นมานับไปอีก 50 ปี หรือเริ่มนับเมื่อมีการโฆษณาเป็นครั้งแรก แล้วแต่ว่าอย่างไหนจะเกิดทีหลัง แต่การโฆษณาครั้งแรกนั้นจะต้องเกิดขึ้นภายใน 50 ปี นับตั้งแต่มีการสร้างสรรค์ผลงานนั้นขึ้นมา ถ้าพ้น 50 ปีไปแล้วโดยที่ยังไม่ได้มีการโฆษณา ถือว่าลิขสิทธิ์หมดอายุเช่นกัน โดยที่การโฆษณาในภายหลังจะไม่มีผลต่อการนับต่ออายุลิขสิทธิ์อีก การโฆษณานี้จะต้องเป็นการโฆษณาโดยความยินยอมของเจ้าของลิขสิทธิ์ด้วย จึงจะนับเป็นการโฆษณาครั้งแรกที่ให้เริ่มนับอายุลิขสิทธิ์ได้ แต่ก็จะมี ข้อยกเว้นในงานบางประเภทที่จะมีอายุการคุ้มครองลิขสิทธิ์ต่างออกไป เช่น ศิลปประยุกต์ (Applied Art) ที่มีอายุคุ้มครอง 25 ปี งานบางชนิดที่สร้างสรรค์โดยบุคคลธรรมดาที่ไม่ใช่นิติบุคคล ก็จะมีข้อยกเว้นให้เริ่มนับอายุเช่นเดียวกับกรณีนิติบุคคล คือ เริ่มนับตั้งแต่ได้มีการสร้างงานขึ้น หรือตั้งแต่โฆษณาครั้งแรก (แทนที่จะนับตั้งแต่ผู้สร้างสรรค์เสียชีวิต)เช่น ภาพถ่าย โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ สิ่งบันทึกเสียงหรืองานแพร่เสียงแพร่ภาพ งานที่ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยการจ้างหรือตามคำสั่ง รวมถึง ศิลปประยุกต์ งานที่ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยผู้สร้างสรรค์ใช้นามแฝงหรือไม่ปรากฏชื่อผู้สร้างสรรค์ และ ไม่รู้ตัวผู้สร้างสรรค์ ก็ให้เริ่มนับอายุลิขสิทธิ์ในลักษณะเดียวกับนิติบุคคล

เมื่อศิลปะมีไว้เพื่อพัฒนา เหล่าครีเอเตอร์ หรือ ศิลปินทั้งงหลายที่อยากหยิบยืมนำงานที่มีอยู่แล้วมาพัฒนาต่อ มาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างผลงานชิ้นต่อๆไป อาจจะต้องระวังและศึกษาให้ดีว่างานชิ้นไหนเราใช้ได้ งานชิ้นไหนใช้ไม่ได้ก็ไม่ควรใช้ สำหรับคาแรกเตอร์อื่นๆที่เป็นเพื่อนๆของ หมีพูห์ก็คงต้องรอกันต่อไปอีกหน่อย ถึงจะนำคาแรกเตอร์เหล่านั้นมาใช้ได้อย่างเสรี อย่างเช่น ทิกเกอร์ ที่ปรากฎตัวเป็นครั้งแรกในปี 1928 ก็จะกลายเป็น Public Domain ในอีกสองปีข้างหน้านี้ อย่าลืมว่าต้องเป็นเวอร์ชั่นต้นฉบับนะ เพราะเวอร์ชั่นดิสนีย์ ยังคงมีลิขสิทธิ์คุ้มครองอยู่

In Art We Trust,
Artistsm

References:

https://finance.yahoo.com/news/column-winnie-pooh-born-1926-212347828.html
https://www.jstor.org/stable/1191227
https://heinonline.org/HOL/LandingPage?handle=hein.journals/emlj39&div=42&id=&page=
https://journals.sagepub.com/doi/abs/10.1177/1354066104047847
https://www.dlo.co.th/legal-articles/1825
http://www.ipthailand.go.th/th/dip-law-2/item/พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์-พ-ศ-2537-ภาษาไทย.html

Image by E. H. Shepard - Illustration to cover of Winnie-the-Pooh (1926) written by A. A. Milne., Illustration by artist E. H. Shepard. Publisher : Dutton Books for Young Readers (October 31, 1988)

สรุปเทรนด์ Art & Tech ที่น่าสนใจของปี 2021'2021' ถือเป็นอีกหนึ่งปีที่มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้น ผู้คนทั่วโลกยังคงต้องรับม...
31/12/2021

สรุปเทรนด์ Art & Tech ที่น่าสนใจของปี 2021

'2021' ถือเป็นอีกหนึ่งปีที่มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้น ผู้คนทั่วโลกยังคงต้องรับมือกับการระบาดเชื้อไวรัสโคโรน่าอย่างที่ไม่มีท่าทีที่จะหยุดลง แต่อย่างไรก็ตามพวกเราก็ต้องใช้ชีวิตกนต่อไปปรับตัว เปลี่ยนรูปแบบกิจวัตรหลายๆอย่าง โลกของศิลปะก็เช่นกัน ปีนี้เป็นอีกปีที่อุตสาหกรรมศิลปะได้มีการปรับตัวอย่างรวดเร็วและเห็นได้ชัดว่าเป็นการปรับตัวทีไปพร้อมกับเทคโนโลยีต่างๆที่ได้ถูกพัฒนา สิ่งเหล่าจึงกลายเป็นเทรนระดับโลกและถูกพุดถึงเป็นอย่างมาก โลกแห่งเทคโนโลยีก้าวกระโดด จนพวกเราหลายๆคนต่างตกใจ และ อึ้งไปพร้อมๆกัน วันนี้พวกเรา Artistsm เลยอยากยกเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับศิลปะและเทคโนโลยีที่น่าสนใจของปี 2021 มาพูดคุยกันอีกครั้งก่อนก้าวขึ้นสู่ปีใหม่ 2022

1. Facebook เปลี่ยนชื่อบริษัทจาก Facebook เป็น META

เป็นที่ปฎิเสธไม่ได้ว่าการเปลี่ยนแปลงของ Facebook ได้กลายเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลก แม้จะดูเป็นข่าวที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีเพียงเท่านั้นแต่จริงๆแล้วไม่ใช่เลย เมื่อเฟสบุ๊คประกาศการเข้าสู่โลก Metaverse และการเอ่ยถึงความน่าจะเป็นอย่างมากในการนำ NFT เข้ามาเป็นส่วนร่วมในโลก Metaverse โลกอนาคตของครีเอเตอร์ NFT ทั้งหลาย อาจไม่ได้มีแค่การสร้างงานศิลปะแล้วขายอยู่บน Marketplace เท่านั้น แต่งานเหล่านั้นอาจจะถูกนำมาซื้อขายบนโลก Metaverse อีกด้วย ในเมื่อ งานดีไซน์ต่างๆ งานออกแบบ หรืองานศิลป์ต่างๆ กลายเป็นส่วนสำคัญบนโลกเสมือนจริงด้วย จึงเป็นที่น่าติดตามเป็นอย่างมากว่าในอีกไม่กี่ปีหลังจากนี้ Metaverse และ โลกเสมือนจริง (Virtual World) จะออกมาในรูปแบบไหนได้บ้าง สิ่งทีมาร์คได้กล่าวไว้ใน presentation นำเสนอ META จะเป็นไปได้จริงขนาดไหน และจะใช้เวลาเท่าไหรกัน

2. เทศกาลศิลปะระดับโลกนำ NFT เข้ามาเป็นส่วนสำคัญของงาน อีกทั้งยังนำ AI เข้ามาเป็นส่วนร่วมในการสร้างงานศิลปะ

เมื่อวันที่ 30พฤษจิกายน - 5ธันวาคม 2021 ที่ผ่านมา ได้มีเทศกาลศิลปะสำคัญระดับโลกที่จัดขึ้นเป็นประจำในทุกๆปี ที่ ไมอามี่ ฟลอริด้าา สหรัฐอเมริก นั้นก็คือ Miami’s International Art Week เทศกาลศิลปะที่เต็มไปด้วยงาน อาร์ทแฟร์ มากมายเช่น Art Basel Miami Beach, Scope Miami Beach, Art Miami, and etc. เทศกาลศิลปะนี้ถือว่าเป็นการรวมตัวครั้งยิ่งใหญ่ของปี สำหรับศิลปินระดับ A ลิสท์ นักสะสมงานศิลปะ ดีลเลอร์แกลลอรี่ รวมถึงเหล่าอาร์ทมิวเซียมทั้งหลาย ในปีนี้สิ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งคงหนีไม่พ้นการนำงาน NFT เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งใน เทศกาล Miami’s International Art Week ในหลายๆส่วนของเทศกาลได้นำ NFT Arts และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องเป็นตัวชูโรงและสร้างความน่าสนใจให้ผู้คนเป็นวงกว้างมากขึ้น

หนึ่งในกิจกรรม NFT Art ที่ดึงดูดให้ผู้คนสนใจคงหนีไม่พ้น Tezos NFT Exhibition ที่จัดในส่วนของ Art Basel Miami Beach 2021ศิลปินชาวเยอรมัน Mario Klingemann, aka Quasimondo ได้ร่วมมือกับ บลอกเชน Tezos ในการสร้างงานนิทรรศการที่มีชื่อว่า “Humans + Machines: NFTs and the Ever-Evolving World of Art,”บนพื้นที่ 2,500 ตารางฟุต โดยให้ผู้เข้าร่วมงานได้เป็นส่วนหนึ่งของงานนิทรรศการนี้ โดยทางศิลปินใช้ AI และ อัลกอริทึม ในการสร้างผลงาน Self-Portrait ของผู้เข้าร่วมงาน และ Mint งานขึ้นไปบนพื้นที่จัดแสดงโชว์นิทรรศการ และ งาน Self-Portrait นั้นก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการและกลาย Takeaway NFT art ให้กับผู้เข้าร่วมชมงาน ซึ่งหมายถึงว่า ผู้เข้าร่วมงานจะได้ NFT ของตัวเองที่ Collab กับ Klingemann ที่ Mint แล้วเรียบร้อยอยู่บนTezos blockchain กลับบ้านไปกัน เป็นการแสดงออกอย่างชัดเจนของวงการศิลปะระดับนานาชาติ เมื่อArt Fair ระดับโลกได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก กับ NFT art ครีเอเตอร์ และ ศิลปินทั้งหลายคงไม่ต้องกังวล เพียงแต่ต้องเตรียมตัว เตรียมใจ พัฒนาฝีมือ ให้พร้อมเข้าร่วมตลาดศิลปะใหม่ๆที่กำลังเกิดขึ้นนับจากนี้และต่อไปในอนาคตด้วย

3. การเก็บภาษี NFT

เป็นเรื่องที่อยู่ในกระแสพักใหญ่เลยสำหรับการเก็บภาษีคริปโต หรือ ที่เรียกว่าการเสียภาษีจากสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถูกระบุไว้ว่า หากมีการขายแล้วมีกำไร ถือเป็นเงินได้ตามมาตรา40(4)(ฌ)ซึ่งผู้จ่ายเงินได้(ผู้ซื้อ) มีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ในอัตรา 15% ประเด็นการเก็บภาษี NFT หรือ คริปโตเคอเรนซีเหล่านี้ไม่ได้มีแค่ในประเทสไทยเท่านั้น เพราะในช่วงปี 2021 ที่ผ่านหน่วยงานในประเทศเกาหลีใต้อย่าง South Korea’s Financial Services Commission (FSC)เองก็ได้มีการออกประกาศว่าจะเริ่มเก็บภาษี NFT ในปี 2022 ซึ่งทำให้เป็นกระแสอยู่พักใหญ่ แต่สุดท้ายก็ได้มีการเลื่อนแผนการเก็บภาษีนี้ออกไปก่อน เมื่อมองกลับมาที่ประเทศไทย ณ ปัจจุบันก็ยังคงไม่แน่นอนเช่นกัน และในทางปฏิบัติจริงนั้น การคำนวณหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% ยังเป็นไปได้ยากเพราะไม่สามารถรู้ได้เลยว่าต้นทุนตอนซื้อที่แท้จริงเท่าไร และปัจจุบันตัวเวปไซด์และเทคโนโลยีนั้นก็ยังไม่ถึงขั้นจะสามารถคำนวนเงินทุนและกำไรที่แท้จริงได้ ดังนั้นในปัจจุบันภาษีที่ผู้เล่นคริปโตหรือ NFTมักจะเป็นภาษีรายได้ส่วนบุคคลเสียมากกว่าที่ว่าเป็นการยื่นรายได้รวมประจำปี ดังนั้นแล้วพวกเราคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าในอนาคตจะมีวิธีไหน หรือ จะมีการเปลี่ยนกฎกติกาต่อไปอย่างไรบ้างในอนาคต หากใครที่สนใจอยากศึกษาเพิ่มเติมเรื่องภาษี ลองศึกษาได้ที่ https://web.facebook.com/artistsmbkk/photos/a.110756951332529/122851553456402/

4. Marketplace ใหม่ๆมากมายของ NFT Art รวมถึง Marketplace ที่ไม่ได้ใช้ Blockchain Etherium ด้วย

เมื่อพูดถึง Marketplace NFT ที่หลายคนคุ้นเคยคงหนีไม่พ้น Opensea, Foundation, Rarible หรือ Superrare แต่จริงๆแล้ว Marketplace NFT นั้นมีมากมายหลายแพลทฟอร์มให้เหล่าครีเอเตอร์ และ คอลเลคเตอร์ได้เลือกใช้บริการกัน แต่ข่าว NFT Marketplace ที่น่าสนใจคงหนีไม่พ้นแพลทฟอร์ม Marketplaceใหม่ๆที่โฟกัสงานศิลปะโดยเฉพาะมากขึ้น รวมถึงเหล่า Marketplace ที่ใช้บลอกเชนอื่นๆ คริปโตเคอเรนซีอื่นๆซื้อขายนอกเหนือจาก Etherium อย่างเช่น ‘Hic et Nunc’ (H=N, Here and Now) ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อมีนาคม2021 เป็นอีกหนึ่ง Marketplace ที่โฟกัสเฉพาะ NFT Art อีกทั้งยังเป็น Eco Friendly ที่อยู่ Tezos Blockchain อีกด้วย หรือจะเป็น SOLSEA ที่เปิดตัวไปเมื่อกันยายนที่ผ่านมา ‘SOLSEA’ เป็น Marketplace ที่สร้างขึ้นบน Blockchain Solana (SOL) และถือได้ว่าเป็นคู่แข่งกับ Blockchain Ethereum อีกด้วย และ Marketplace ที่เพิ่งตัวล่าสุดไปเมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่าน ‘Quantum’ ที่โฟกัสไปที่ศิลปะภาพถ่ายโดยเฉพาะ ก็เป็นMarketplaceใหม่ที่น่าสนใจ น่าศึกษาเป็นอย่างยิ่ง นอกเหนือจากจาก Marketplaceต่างประเทศ ในประเทศไทยช่วงปีที่ผ่านก็มียักษ์ใหญ่หลายเจ้าที่เข้ามาให้ความสำคัญกับ NFT Art และพร้อมใจกันเปิด Marketplace มากมายอย่างเช่น NFT1นำทีมโดย NINO (Nino Chankwang) โปรดิวเซอร์ชื่อดังของเมืองไทย หรือ จะเป็น Coral ของ KBTG บริษัทในเครือธนาคารกสิกรไทย สำหรับใครที่อยากรู้จัก Marketplace มากกว่านี้อาจจะลองไปหาอ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://web.facebook.com/artistsmbkk/photos/a.111977437877147/129668689441355

สุดท้ายนี้แล้วเรื่องราวที่นำมาบอกเล่าวันนี้ก็เป็นส่วนเล็กน้อยของเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในปีนี้ เรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในปีนี้ก็เปรียบเหมือนบันไดของการพัฒนาในอุตสาหกรรมต่างๆไปอีกขั้น ในปีหน้า 2022 ก็คงมีเรื่องราวอีกมากมายให้พวกเราคอยติดตาม และตื่นเต้นอยู่ตลอดเวลา พวกเรา Artistsm สัญญาว่าจะเป็นสะพานพาทุกคนรับรู้ข่าวสาร ความรู้ ที่เกี่ยวกับศิลปะและ NFT อย่างต่อเนื่องต่อไปในอนาคต

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทุกท่านที่คอยติดตามเพจและเป็นกำลังใจให้กับพวกเรา ARTISTSM แล้วเจอกันใหม่ปีหน้า 2022 สวัสดีปีใหม่ค่ะ

In Art We Trust,
Artistsm

ขอขอบคุณ D1839 ที่มาร่วมพูดคุยถึงประเด็นต่างๆในวงการศิลปะและวงการภาพถ่าย ผ่านมุมมองของกฎหมายและรูปแบบการจัดการต่างๆ อย่า...
31/12/2021

ขอขอบคุณ D1839 ที่มาร่วมพูดคุยถึงประเด็นต่างๆในวงการศิลปะและวงการภาพถ่าย ผ่านมุมมองของกฎหมายและรูปแบบการจัดการต่างๆ
อย่างที่ได้กล่าวไปในบทสัมภาษณ์ Artistsmจะคอยเป็นส่วนหนึ่งที่ผลักดันให้วงการศิลปะไทยก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง และ เป็นสะพานให้กับศิลปิน หรือ คนที่สนใจในวงการศิลปะ ไปสู่พื้นที่ทางศิลปะต่างๆอย่างไม่รู้จบ

นอกจากการให้ความรู้ทางเพจเฟสบุ๊ค เรายังคงให้บริการด้าน IP, Copyright และ Trademark ทั้งด้านการให้คำปรึกษาและการจดทะเบียน รวมถึง NFT ART ในมุมของกฎหมายและการจัดการต่างๆ อีกทั้งการให้คำปรึกษาทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับศิลปะอื่นๆ
สามารถมาติดต่อมาได้โดยตรงผ่าน Direct Message ของเพจ facebook นี้ หรือ อีเมลมาที่ [email protected]
FOR ART'S SAKE!

In Art We Trust,
Artistsm

ปีนี้เราได้เห็นถึงการกำเนิดของเพจ Artistsm ที่ว่าด้วยเรื่องของ NFT และการช่วยเหลือให้คำปรึกษาด้านกฎหมายต่อคนในวงการศิลปะที่ไม่ใช่แค่ช่างภาพเท่านั้น D1839 เลยชวน เอด้า - สุหรรษา จารุรัตนา หนึ่งในผู้ก่อตั้งมาพูดคุยกับเราถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในวงการศิลปะในไทยผ่านเลนส์ความรู้ด้านกฎหมายของเธอ รวมถึงแนวโน้มของศิลปินไทยที่สนใจในงาน NFT รวมถึงการดูสิทธิ์ในงานของตัวเองนั้นเป็นอย่างไรบ้าง
สามารถอ่านบทความได้ที่ลิงค์นี้เลย https://www.d1839.com/article/artistm

เปิดตลาด NFT Marketplace ที่ศิลปินควรทำความรู้จัก NFT และ marketplace เป็นสิ่งคู่กันที่ขาดกันไม่ได้ หากเปรียบเทียบให้ดูง...
09/11/2021

เปิดตลาด NFT Marketplace ที่ศิลปินควรทำความรู้จัก

NFT และ marketplace เป็นสิ่งคู่กันที่ขาดกันไม่ได้ หากเปรียบเทียบให้ดูง่ายขึ้นก็คงเปรียบเหมือนว่าNFT คือสินค้าที่วางขายในห้าง ของแต่ละอย่างที่ขายในแต่ละห้างก็จะมีสไตล์มีรูปแบบเฉพาะตัวแตกต่างกันไป ซึ่งลักษณะของที่ขายก็จะไปในทิศทางภาพลักษณะแบบเดียวกับตัวห้าง รวมไปถึงลักษณะลูกค้าที่เข้ามาเลือกซื้อ ดังนั้นแล้ว Marketplace จึงมีความสำคัญเป็นอย่างมากไม่ใช่แค่สำหรับ Collector หรือ Trader แต่สำคัญเป็นพิเศษสำหรับครีเอเตอร์หรือศิลปินทั้งหลาย หากเราเลือกตลาดที่เหมาะกับงานของเรา รวมทั้งตลาดที่มีลูกค้าที่สนใจในงานของเรา การซื้อขายก็จะเกิดได้ง่ายขึ้นอีกทั้ง งานเราก็จะเป็นที่สนใจของตลาดได้ดีขึ้น

ดังที่ทุกคนทราบกันดีว่า ในปัจจุบัน NFT และการซื้อขายNFT บน Marketplace ส่วนใหญ่นั้นมักเกิดขึ้นบน บลอกเชน Ethereum ใช้เหรียญ ETH ในการทำธุรกรรม ในปัจจุบันก็มีบาง Marketplace ที่เกิดขึ้นบนแพลทฟอร์มที่ต่างบลอกเชนกันออกไป Marketplace ที่หลายๆท่านในไทยอาจจะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีอย่างเช่น Opensea และ Foundation แต่ความจริงแล้วนั้น marketplace มีหลากหลายมากมาย วันนี้พวกเราจะมาแนะนำแนะนำmarketplaceต่างๆ เพื่อที่จะได้เป็นประโยชน์แก่ศิลปิน ครีเอตอร์ ที่สนใจอยากจะเปิดตลาดใหม่ๆให้กับตัวเองในอนาคต

'OpenSea' - eBay แห่ง nft อาจจะกล่าวได้ว่า ผู้ที่อยู่ในวงการ หรือ คนที่สนใจที่จะก้าวเข้าสู้วงการ nft แทบไม่มีใครไม่รู้จัก OpenSea เป็นmarketplace แห่งแรกที่มีการซื้อขาย ดิจิตัล ไอเทม ต่างๆรวมถึง งานศิลปะNFT ในเวลาถัดมา รวมถึงมีความหลากหลายของรูปแบบสิ้นค้าที่ซื้อขายอยู่ใน Marketplace รวมถึงค่า gas fee ที่แทบจะถือว่าถูกที่สุดใน เหล่า marketplace บนบลอกเชน Ethereum

'Rarible' - Marketplace ที่มีขนาดใหญ่เช่นเดียวกันกับ Opensea หากเปรียบเทียบอาจจะพูดได้ว่า มีความคล้ายคลึงกันในรูปแบบของตัว platform ความแตกต่างอยู่ที่ rarible นั้นถูกสร้างมาขึ้นที่หลังเป็นระยะเกือบ 2 ปี รวมถึง Rarible เองนั้นก็มี Token เป็นของตัวเองที่มีชื่อว่า RARI ในฝั่งตลาด Art Marketที่ Ratible ได้สร้างความแข็งแกร่งและเป็นผู้นำของ NFT Art เมื่องาน digital art และ NFT art ที่เป็นที่ต้องการของนักสะสมมากมาย ถูกครีเอท และซื้อขายบนแพลทฟอร์มนี้อย่างเช่น BoredApeYachtClub, Cryptoadz หรือ The Doge Pound

'SuperRare' - แพลทฟอร์มที่มีความเอ็กซ์คลูซีฟเป็นอย่างสูง SuperRare เป็น Platform NFT ที่มุ่งเน้น ไปยังศิลปะโดยตรง เหมาะสำหรับศิลปินและนักสะสมงานศิลปะเป็นอย่างมาก ความเอ็กคลูซีฟของ SuperRare ยังรวมไปถึงการสมัครเป็น ศิลปิน ที่จะขายงานในแพลทฟอร์ม การเข้าสู่ SuperRare จำเป็นที่จะต้อง ยื่นผลงาน ยื่นใบสมัครให้กับทางทีม SuperRare เมื่อได้รับอนุมัติจึงจะสามารถขายงานในแพลทฟอร์มได้ เมื่อไม่นานไม่นี้ Christine Auction house ก็ได้มีโปรเจคในการประมูลขายงาน NFT ผ่าน Superrare อย่าง Christie’s X Beeple

'Foundation' - ก็เป็นเอ็กคลูซีฟแพลทฟอร์ม ที่โฟกัสไปยัง NFT Artwork การเข้าเป็นครีเอเตอร์ ของ foundation นั้นจำเป็นที่จะต้องได้รับ Invite จากศิลปินที่เป็นครีเอเตอร์อยู่ใน Foundation อยู่ในนั้นแล้วจึงจะเข้าไปได้ สำหรับประเทศไทย Foundation มีความนิยมเป็นอย่างมาก รองจาก Opemseea เลยทีเดียว

'KnownOrigin' - อีกหนึ่งเอ็กคลูซีฟแพลทฟอร์ม ที่น่าสนใจ สำหรับเหล่านักสะสม แต่สำหรับครีเอเตอร์ หรือศิลปินทั้งหลายอาจจะยังต้องรอกันอีกนิดเพราะตอนนี้ แพลทฟอร์มไม่ได้เปิดรับครีเอเตอร์ใหม่ๆแล้ว

นอกเหนือจาก Platform ขนาดใหญ่ที่กล่าวมาข้างต้น ณ ปัจจุบันก็มี แพลทฟอร์มหลากหลายขนาดย่อยลงมามากขึ้น แม้จะไม่ได้เป็น Comminuty ที่ใหญ่แต่ก็มีเอกลักษณ์ และ เป็นทางเลือกที่น่าสนใจให้กับครีเอเตอร์หลายๆท่าน ยกตัวอย่างเช่น

'Ephimera' - เอกคลูซีฟแพลทฟอร์มที่ เพิ่งเปิดตัวมาเมื่อเดือน พฤษจิกายน 2020 ศิลปิน ครีเอเตอร์ที่อยากเข้าร่วมจำเป็นที่จะต้องกรอกรายละเอียดยื่นเพื่อเข้าไปเป็นครีเอเตอร์ ซึ่ง Ephimera โฟกัสไปที่ตลาด ภาพถ่ายและวิดิโอถาพเคลื่อนไหวโดยเฉพาะ

'Illust Space' - แพลทฟอร์มที่น่าสนใจเป็นอย่างมากสำหรับคนที่อยากก้าวเข้าสู่ โลกMetaverse เพราะ เป็นมาร์เกตเพลสที่ให้ความสำคัญกับ AR (Reality Art) เป็นอย่างที่สุด
Cargo อีกหนึ่งแพลทฟอร์มที่มีการซื้อขาย NFT ทุกรูปแบบไม่ได้มีงาน NFT Art เท่านั้น โดยที่แพลทฟอร์ม Cargo นั้นก็มีการออกToken เป็นของตัวเองโดยใช้ชื่อว่า Cargo Gems

'Mintable' - เป็นแพลทฟอร์มที่น่าสนใจมากๆสำหรับครีเอเตอร์ท่านใด ที่ประสบปัญญาค่าแก๊สแพง ไม่ได้มีโอกาส mint งานสักที Mintable มีเซอวิสที่เป็นไฮไลท์คือความสามารถในการ mint งาน NFT โดยไม่ต้องจ่ายค่า gas อีกทั้ง Mintable ก็มี token เป็นของตัวเองเหมือนอย่าง Rarible และ Cargo เรียนว่า MINT โดยที่ครีเอเตอร์และคอลเลคเตอร์ทั้งหลาย สามารถได้รับ MINT token เมื่อทำธุรกรรมบน แพลทฟอร์ม Mintable

'Valuables by Cent' - แพลทฟอร์มที่เน้นการเทรด “Tweet” นั้นหมายความว่า เหล่า Tweeter สามารถนำข้อความใน ทวิตเตอร์มา mint เป็นNFTได้

'Marketplace' - ที่กล่าวมาข้างต้นทั้งหมดนั้นเป็น Marketplace ที่อยู่บนบลอกเชน Ethereum เป็นหลัก เมื่อจะเข้าทำธุรกรรมซื้อขายใดใด ก็ต้องใช้เหรียญ(token) ของ Ethereum แต่ ณ ปัจจุบัน ก็เริ่มมี Marketplace NFT Art อื่นๆที่น่าสนใจและที่อยู่บนแพลทฟอร์ม Blockchain อื่นๆ อีกมากมายเช่น

'Screensaver' - ที่อยู่บนบลอกเชน Polygon ที่การซื้อขายหรือการธุรกรรมจะใช้ เหรียญ MATIC ในการซื้อขาย รวมถึงการแสดงตัวว่าเป็นแพลทฟอร์มที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมใช้พลังงานน้อยลงเมื่อ Mint งานหรือทำธุกรรมใดใด

'Hic et nunc' - Marketplace บนบลอกเชน tez เมื่อซื้อขายจึงต้องใช้ Token Tezos ในการทำธุรกรรม เป็นอีกหนึ่งแพลทฟอร์มที่ให้ความเชื่อมั่นเรื่องของการทำลายสิ่งแวดล้อมที่น้อยกว่าแพลทฟอร์มอื่นๆ เมื่อ Mint งานขึ้นขาย

ไม่ได้มีเพียงแค่แพลทฟอร์มที่อยู่บลอกเชน และใช้ Token currecnyอื่นๆ นอกเหนือจาก Ethereum ในการซื้อขายเท่านั้น ก็ยังคงมีบางแพลทฟอร์ม ที่ยังคงสามารถใช้รูปแบบเงิน Fiat หรือ ค่าเงินที่เราใช้อยู่ทุกวันนี้ (ค่าเงินทั่วไปอย่าง ดอลลาร์ ปอน์ด บาท) ในการซื้อขาย ก็เป็นเรื่องที่ดีสำหรับใครหลายคนที่อยากจะเข้าวงการ NFT แต่การเทรดคริปโตเคอเรนซียังเป็นเรื่องยาก ก็อาจจะลองใช้แพลทฟอร์มเหล่านี้ก่อนก็ได้เช่นกัน ยกตัวอย่างแพลทฟอร์มเช่น

MakersPlace
Dapper labs
Nifty Gateway
Coral (Marketplace สัญชาติไทยที่เพิ่งเปิดตัวไปได้ไม่นาน)

นอกจาก แพลทฟอร์มที่กล่าวมาข้างต้นก็มีแพลทฟอร์ม NFT Marketplace อีกมากมายที่กำลังจะเปิดตัวอย่าง Mint Gold Dust หรือแพลทฟอร์ม NFT1 ของไทยที่ใกล้จะเปิดตัว โลกของ NFT เป็นสิ่งที่ใกล้ตัวขึ้นเรื่อยๆ ตลาดจะค่อยๆกว้างขึ้น ดังที่ได้กล่าวไปในข้างต้น ยิ่งเรารู้จักตลาด รู้ว่างานเราเหมาะกับแพลทฟอร์มไหน ก็จะเป็นตัวช่วยให้ครีเอเตอร์ขายได้มากขึ้นนั้นเอง

In Art We Trust,
Artistsm

References :
https://blog.gilded.finance/best-nft-marketplace/-
https://opensea.io
https://rarible.com
https://superrare.com
https://foundation.app
https://www.illust.space
https://www.mintgolddust.com
https://niftygateway.com
https://ephimera.com
https://makersplace.com
https://v.cent.co
https://cargo.build
https://mintable.app
https://www.dapperlabs.com
https://www.screensaver.world
https://www.hicetnunc.xyz

ที่อยู่

Bangkok
10900

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Artistsmผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Artistsm:

แนะนำ

แชร์