22/06/2022
Street Photography : Freedom of Expression or The Right to Privacy
สตรีทโฟโต้ : อิสระในการแสดงออก หรือ สิทธิส่วนบุคคล
คำถามของการถ่ายภาพสตรีทที่มีภาพหน้าบุคคลติดมาด้วยจะผิดกฎหมายมั้ย จะนำมาใช้เป็นงานศิลปะได้มั้ยนั้น ก็ยังคงเป็นประเด็นที่มีคนสงสัย และอาจจะกังวลอยู่เมื่อสร้างผลงานศิลปะภาพถ่ายแนวสตรีท เมื่องานสตรีท เหล่านี้มีเส้นบางๆที่ขีดกั้นระหว่างงานศิลปะและสิทธิส่วนบุคคลอยู่ เราได้พูดถึงกฎหมาย PDPA ไปในโพสก่อนหน้านี้แล้ว แต่ประเด็นเหล่านี้ในความจริงก็ยังคงเป็นที่สับสนและถกเถียงอยู่
หากหลายท่านเข้าไปแกลลอรี่ภาพถ่าย หรือ Art Museum ทั้งหลายงานภาพถ่ายรูปแบบหนึ่งที่ถูกจัดแสดงโชว์ โดยนักถ่ายภาพชื่อดังทั้งหลายอาจจะหนีไม่พ้นที่จะต้องมีภาพถ่ายแนวสตรีทผสมอยู่ในการจัดแสดงงาน ยกตัวอย่างเช่น งานของ Saul Leite งานของ Matt Weber หรือจะเป็น งานภาพถ่ายของ Bruce Davidson หรือจะเป็นงานของศิลปินสตรีทที่เป็นผู้ทำให้ประเด็นในเรื่องของ สิทธิส่วนบุคคลและงานศิลปะถูกยกขึ้นมาพูดจริงๆจังๆ นั้นก็คืออาร์น สเวนสัน (Arne Svenson) ในซีรีย์งาน The Neighbors ที่ถูกจัด ขึ้นที่ จูลี ซัล แกเลอรี งานเซทนี้คือการตระเวนถ่ายถาพผู้คนในอิริยาบต่างๆผ่านหน้าต่างเข้าไปในบ้านของผู้คน ซึ่งงานเซทนี้นั้นถูกฟ้องร้องจากบุคคลที่อยู่ในภาพถ่าย ในประเด็นของการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลแต่ผลของคดีนี้ อาร์น สเวนสัน เป็นผู้ชนะคดีไป คำถามที่เกิดขึ้นต่อมาคือมันจะเป็นการไม่ยุติธรรมต่อผู้ที่ถูกถ่ายแต่ไม่ได้อนุญาตให้ถ่ายหรือไม่ และคำว่าสิทธิส่วนบุคคลนั้นเส้นขอบเขตของมันอยู่ตรงไหน
แต่กระนั้นในปัจจุบันในหลายๆประเทศรวมถึงประเทศไทยก็ได้มีการออกกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือในประเทศไทยนั้นก็คือที่เรียกกันว่า PDPA ส่วนการปรับใช้กฎหมายเหล่านี้ก็ขึ้นอยู่บทกฎหมายและรายละเอียดในแต่ละประเทศซึ่งมีความแตกต่างกันไป ในส่วนกฎหมาย PDPA ของประเทศไทย และ ภาพถ่าย Street Photography นั้นได้มีความเห็นของ อาจารย์ ฐิติรัตน์ ทิพย์สัมฤทธิ์กุล (อ.หญิง) คณะทำงานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการร่าง PDPA ที่ให้สัมภาษณ์ไว้เมื่อ ตุลาคม 2021 ว่า
“เรื่อง Street Photographer เป็นส่วนของการถ่ายรูปคนที่ไม่รู้จักกัน ซึ่งมีทั้งการนำไปใช้แบบเป็นงานอดิเรกกับใช้ทางพาณิชย์ ซึ่งถ้าเป็นการใช้เพื่อผลประโยชน์ทางพาณิชย์ แปลว่าถ้าคุณได้ประโยชน์คุณต้องมีความรับผิดชอบกับสิ่งที่คุณทำ ดังนั้นต้องอธิบายให้ได้ว่าที่ถ่ายไปเป็นพื้นที่สาธารณะแค่ไหน เจาะหน้าตัวบุคคลหรือไม่ซึ่งจะเป็นอีกประเด็นนึง แต่โดยทั่วไปแล้วในวงการ Street Photographer เองก็มีหลักการ มีจริยธรรม (Ethics) อยู่ในการทำงาน ถ้าถ่ายเล่นไม่ได้ทำให้ใครเสียหายก็ถือเป็นสิ่งที่รับได้ เข้าข่ายมารยาททางสังคมอีกเช่นกัน ทุกวันนี้เมืองไทยยังไม่มีข้อห้ามเรื่องการถ่ายรูปในที่สาธารณะถ้าไม่ใช่การถ่ายที่ล่วงล้ำมากเกินไป แต่ถ้ามีการเอาไปใช้ เอาไป Abuse หรือ Harass มากขึ้น ในอนาคตก็อาจมีกฎหมายหรือฉันทามติร่วมกันของสังคมว่าให้เลิกทำ เช่น ในประเทศญี่ปุ่นคุณไม่สามารถไปถ่ายรูปใครตามใจชอบได้ ญี่ปุ่นบังคับให้กล้องมือถือหรือกล้องถ่ายรูปตัวใหญ่ ๆ ต้องมีเสียงชัตเตอร์และไม่สามารถที่จะปิดเสียงชัตเตอร์ได้ เพราะเขามีกฎเกณฑ์ว่าไม่อยากให้การถ่ายรูปในที่สาธารณะเป็นเรื่องปกติเนื่องจากบ้านเมืองเขามีปัญหาเรื่องคนถูก Abuse หรือถูก Harass จากเรื่องพวกนี้ ซึ่งในเรื่องนี้ก็อยากให้มองเป็นเรื่องของมารยาทหรือบรรทัดฐาน (Norm) ของสังคมด้วย ในขณะที่กฎหมาย PDPA จะเป็นการจัดการในส่วนของการเอาข้อมูลส่วนบุคคลของคนอื่นไปใช้ประโยชน์เป็นหลัก”
ประเด็นสำคัญของภาพถ่ายสตรีท ที่จะไม่มีปัญหาใดใดคือ ภาพที่ถ่ายในที่สาธารณะ “There is No Right to Privacy in Public” และ แม้จะช่างภาพจะมีอิสระในการถ่ายภาพแต่ประเด็นที่สองที่ควรตระหนักคือ ขอบเขตของคำว่าเสรีที่ภาพถ่ายเหล่านั้นจะต้องไม่ไปละเมิดละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น ขัดต่อนโยบาย หรือ ขัดต่อกฎหมายของประเทศนั้นๆ หรือเป็นการทำลายความมั่นคงของชาติ แต่เมื่อพูดถึงในส่วนของนิยามคำว่า ‘ความมั่นคงของชาติ’ ของแต่ละประเทศก็ไม่เหมือนกัน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องละเอียดออ่อนที่จำกัดความที่เป็นคำนิยามที่ชัดแจ้งและชัดเจน แต่การที่รัฐใดใดใช้คำว่า ‘ความมั่นคงของชาติ’ มาเป็นข้ออ้างในการลิดรอนเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน ผ่านรูปแบบต่างๆก็คงไม่ใช่เหตุผลที่สมควรและยุติธรรมเช่นเดียวกัน ซึ่งนอกเหนือจากหลักกฎหมายเหล่านี้ ภาพสตรีทก็อาจจะเป็นปัญหาหากมีเรื่องการใช้เชิงพาณิชย์เข้ามาเกี่ยวข้อง รวมถึงหลักจรรณยาบรรณ ช่างภาพที่แต่ละท่านก็คงมีไม่เหมือนกัน เพราะหาย้อนไปถึงอาร์น สเวนสัน (Arne Svenson) ในซีรีย์งาน The Neighbors อาร์น สเวนสัน เคยให้สัมภาษณ์ถึงงานและประเด็นของความเป็นส่วนตัวของบุคคลในภาพถ่ายไว้ว่า
‘For my subjects, there is no question of privacy," วึ่งแปลได้ว่า สำหรับงานของผมมันไม่มีคำถามของความเป็นส่วนบุคคล
ต้องยอมรับว่างานภาพถ่ายที่มีนางแบบอยู่ในงานยังต้องมีการเซ็นเอกสาร Consent การยินยอมนำงานไปเผยแพร่ อย่างเช่น Model Release คงไม่เป็นเรื่องแปลกหากงานภาพถ่ายไหนที่มีรูปภาพบุคคลใดใดที่ระบุได้ว่าเป็นใครอยู่ในภาพนั้นและบุคคลในภาพนั้นๆจะมามีสิทธิมีเสียงในภาพถ่ายนั้น ก็คงจะต้องเป็นดุลพินิจของช่างภาพและศิลปินเองว่าหากบุคคลในภาพไม่ยินยอมที่จะให้นำงานนั้นไปเผยแพร่ ทางศิลปินหรือช่างภาพจะรับมืออย่างไร
In Art We Trust,
Artistsm
References:
https://doi.org/10.5281/zenodo.3732166
https://streetphotographymagazine.com/a-matter-of.../...
https://artrepreneur.com/.../is-street-photography-legal/
https://photofocus.com/.../taking-street-photography.../
https://bigdata.go.th/movements/pdpa-and-you/
Image Reference:
https://arnesvenson.com/the-neighbors.html