SME COACH ผู้ช่วยSMEs

SME COACH ผู้ช่วยSMEs ช่วยให้ SMEs เติบโตแบบ Smart อยู่รอดแบบยั่งยืน และ ไม่หยุดการพัฒนา

 #ริเน็นคือทางรอดSME   #สร้างริเน็นในกิจการ“ริเน็น” (Rinen): หัวใจของการสร้างธุรกิจที่อยู่เหนือกาลเวลาในโลกธุรกิจที่หมุน...
07/04/2026

#ริเน็นคือทางรอดSME #สร้างริเน็นในกิจการ
“ริเน็น” (Rinen): หัวใจของการสร้างธุรกิจที่อยู่เหนือกาลเวลา
ในโลกธุรกิจที่หมุนไวและเต็มไปด้วยการแข่งขัน หลายคนอาจตั้งคำถามว่า "ทำอย่างไรให้ธุรกิจของเราอยู่รอดได้เป็นร้อยปี?" คำตอบนั้นไม่ได้อยู่ในตัวเลขกำไรเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ในสิ่งที่มีค่ามากกว่านั้นนั่นคือ “ริเน็น” (Rinen)

สรุปเนื้อหาจากหนังสือ "ริเน็น (Revised Edition): สร้างธุรกิจ 100 ปี ด้วยหลักคิดแบบญี่ปุ่น" โดย ดร.กฤตินี พงษ์ธนเลิศ (เกตุวดี Marumura อาจารย์สอนการตลาด ที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) ซึ่งเป็นแนวคิดเดียวกับที่คุณธนา คุณารักษ์วงศ์ เจ้าของกิจการ Kanvela/ Startup ไทยสู่ธุรกิจรางวัลระดับโลก ผู้นำ Soft Power ไทยไปสู่สายตาคนทั่วโลก ด้วยแบรนด์ KanVela Thai Specialty Craft Chocolate ได้นำมาถ่ายทอดผ่านประสบการณ์จริงในการบรรยายหลักสูตร วบส. รุ่น 14 (หลักสูตรวิทยาการการจัดการสำหรับนักบริหารระดับสูง NIDA) ที่ผ่านมา

ริเน็น คืออะไร?
Rinen (理念) คือ "ปรัชญาการบริหาร" หรือ "จิตวิญญาณของธุรกิจ" มันไม่ใช่แค่สโลแกนสวยหรูที่ติดไว้ข้างฝาผนัง แต่เป็น "เข็มทิศ" ที่บอกว่าธุรกิจเราเกิดมาเพื่ออะไร? เราจะทำประโยชน์อะไรให้กับสังคม? และเราจะยังคงคุณค่านั้นไว้ได้อย่างไรแม้เวลาจะผ่านไปนานเท่าใดก็ตาม

3 เสาหลักสู่ธุรกิจยั่งยืนแบบญี่ปุ่น
* ความสุขของพนักงานคือจุดเริ่มต้น: ธุรกิจร้อยปีเชื่อว่า หากพนักงานไม่มีความสุข พวกเขาจะไม่มีวันส่งต่อบริการหรือสินค้าที่ดีให้ลูกค้าได้ ริเน็นเริ่มต้นที่การดูแล "คน" ให้มีหัวใจที่อยากจะมอบสิ่งดีๆ ออกไป

* การมองความต้องการของลูกค้าให้ลึกถึง "หัวใจ": ไม่ใช่แค่การขายของตามเทรนด์ แต่เป็นการเข้าไปแก้ปัญหาและสร้างความหมายให้กับชีวิตผู้คน ธุรกิจที่มีริเน็นจะถามตัวเองเสมอว่า "ถ้าไม่มีบริษัทเรา ลูกค้าจะสูญเสียอะไรไป?"

* การเติบโตไปพร้อมกับสังคม: ธุรกิจไม่ได้เป็นเกาะที่แยกตัวออกมา แต่คือส่วนหนึ่งของชุมชน การสร้างกำไรต้องมาพร้อมกับการทำให้คนรอบข้างและสังคมดีขึ้นอย่างยั่งยืน

จากแนวคิดสู่การลงมือทำ: แรงบันดาลใจสำหรับคนทำธุรกิจ
สำหรับผู้บริหาร SME หรือผู้ประกอบการรุ่นใหม่ การนำ "ริเน็น" มาใช้อาจดูเป็นเรื่องอุดมคติ แต่จริงๆ แล้วมันคือ กลยุทธ์ที่แข็งแกร่งที่สุด ดังตัวอย่างจากคราฟต์ช็อกโกแลตอย่าง Kanvela ที่ไม่ได้มองแค่รสชาติ แต่คือการใส่ "เจตจำนง" ลงไปในทุกขั้นตอน
> "กำไร คือ 'รางวัล' จากการทำสิ่งที่ดีงาม ไม่ใช่ 'เป้าหมาย' สูงสุดเพียงอย่างเดียว"
>
ทำไมเราต้องมีริเน็นตั้งแต่วันนี้?
* เป็นภูมิคุ้มกันในยามวิกฤต: เมื่อโลกเปลี่ยน ริเน็นจะบอกเราว่า "อะไรที่ต้องรักษาไว้" และ "อะไรที่ต้องเปลี่ยนแปลง"
* สร้างเสน่ห์และความต่าง: ในวันที่สินค้าเลียนแบบกันได้ง่าย "หัวใจและเรื่องราว" คือสิ่งที่คู่แข่งเลียนแบบไม่ได้
* ดึงดูดคนที่ใช่: ริเน็นที่ชัดเจนจะดึงดูดพนักงานและคู่ค้าที่มีอุดมการณ์เดียวกันมาร่วมเดินทางไปกับเรา

บทส่งท้าย: เริ่มต้นค้นหา "ริเน็น" ของคุณ
ไม่ว่าคุณจะเป็นนักศึกษาที่กำลังจะเริ่มโปรเจกต์แรก หรือผู้บริหารที่นำทัพองค์กรใหญ่ ลองหยุดพักจากตัวเลขใน Excel แล้วถามตัวเองดูว่า "คุณค่าที่แท้จริงที่เราส่งมอบคืออะไร?"
ธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ไม่ใช่ธุรกิจที่ทำกำไรได้เร็วที่สุด แต่คือธุรกิจที่ผู้คน "อยากให้อยู่คู่กับโลกใบนี้ไปนานๆ"
มาร่วมกันสร้างธุรกิจที่มี "หัวใจ" เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนไปด้วยกันครับ

ผมเชื่อว่า"ริเน็น"จะเป็นพื้นฐานแนวคิดที่จะช่วยทำให้ผู้ประกอบการSME ไม่ว่าจะขนาดใด ความแข็งแรงมั่นคงระดับใด ฝ่าฟันผ่านพ้นวิกฤติระลอกแล้วระลอกเล่าไปได้ จนกระทั่งไปสู่องค์กร100ปี ได้เช่นกัน
#ริเน็น #สร้างธุรกิจร้อยปี #เกตุวดีMarumura #วบส14
ู่รอด ู้ช่วยSMEs #งานแห่งชีวิตของSME #จุดประกายธุรกิจ #ส่องทางธุรกิจสู่เป้าหมาย

ก้าวแรกสู่วิสาหกิจเพื่อสังคม:Social Enterprise ในก้าวต่อไปThe Uncommon กิจการที่สร้างจากความรักและพร้อมส่งต่อความสุขต่อไ...
27/02/2026

ก้าวแรกสู่วิสาหกิจเพื่อสังคม:Social Enterprise ในก้าวต่อไป
The Uncommon กิจการที่สร้างจากความรักและพร้อมส่งต่อความสุขต่อไป อย่างไม่จำกัด https://www.facebook.com/share/p/1HiBhSyQbn/

ท่านมี   หรือไม่ปีนี้ดูว่าน่าจะเป็นปีม้าไฟ ไม่ใช่ปีม้าทองขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน ควบม้าคะนอง ฝ่าอุปสรรค ด้วยกำลังวังชา และ...
19/01/2026

ท่านมี หรือไม่
ปีนี้ดูว่าน่าจะเป็นปีม้าไฟ ไม่ใช่ปีม้าทอง
ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน ควบม้าคะนอง ฝ่าอุปสรรค ด้วยกำลังวังชา และความเริงร่า
เราจะผ่านทุกสิ่ง...จากต้นปี2569 จนถึงค่ำคืน31ธันวาคม2569 ไปด้วยกัน

   ่าปีม้าไฟ  ู่รอดเริ่มต้นปีใหม่ของทุกปี ผมเห็นว่าการตั้ง New Year’s Resolutions เป็นเรื่องที่ทุกคนควรทำ แม้ว่าบางท่านอ...
04/01/2026


่าปีม้าไฟ ู่รอด
เริ่มต้นปีใหม่ของทุกปี ผมเห็นว่าการตั้ง New Year’s Resolutions เป็นเรื่องที่ทุกคนควรทำ แม้ว่าบางท่านอาจจะไปต่อได้อีกไม่กี่วันกี่เดือนก็ตาม แต่การตั้งปณิธานหรือเป้าหมายที่ตั้งใจทำเพื่อพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นในปีใหม่ ถือเป็นคำมั่นสัญญา เป็นสัญญาใจกับตัวเองว่าจะเริ่มต้นทำสิ่งดีๆ เลิกทำสิ่งไม่ดี หรือพัฒนาทักษะต่างๆเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพื่อให้ชีวิตมีความหมายและก้าวไปข้างหน้า เอาฤกษ์เอาชัยกันด้วยการ
เริ่มตั้งแต่วันที่1 มกราคมของทุกปี

แน่นอนครับบางท่านอาจทำบางปณิธานได้เพียงไม่กี่วัน ก็ไปต่อไม่ได้ ผมเคยได้ยินว่ากิจการฟิตเนสจะแน่นมากช่วงเดือนมกราคม และสมาชิกจะบางตาลงเรื่อยๆในเดือนถัดๆไป นั่นก็คือปณิธานว่าจะออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ไปไม่รอดตั้งแต่เดือนแรกๆของปี แต่กลับกันหากท่านใดมุ่งมั่นตั้งใจจนปณิธานนั้นกลายเป็นพฤติกรรม ก็จะสร้างประโยชน์ให้แก่ตัวเองเป็นอย่างยิ่ง

นี่เรากล่าวถึงเฉพาะผลประโยชน์ที่เกิดเฉพาะตัวบุคคล หากเรามองมาที่กิจการ SMEs ผมเห็นว่าการมีปณิธานอย่างมุ่งมั่นตั้งใจ เป็นมากกว่าประโยชน์ของผู้ประกอบการSMEs แต่เป็นความจำเป็น เป็นความอยู่รอดของท่าน ในท่ามกลางปีม้าไฟ ที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลกระทบต่อSMEs อย่างพลิกชีวิต

จากคำแนะนำของผู้รู้ต่างๆ ทุกท่านเห็นด้วยอย่างยิ่งว่า SMEs คือกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจไทย และในปี2569 SMEs จะเผชิญกับภาวะ "Sandwich" คือจะถูกบีบด้วยต้นทุนที่สูงขึ้นและเทคโนโลยี่ที่เปลี่ยนเร็วมาก
ดังนั้นผมขอรวบรวมข้อเสนอแนะให้ผู้ประกอบการควรต้องตั้งปณิธานอย่างแข็งแกร่งและมุ่งมั่นที่ต้องดำเนินการเชิงกลยุทธ์4ประการเพื่อพัฒนาตนเองและทีมงานให้เป็น"Lean & Smart SME" โดยกูรูท่านต่างๆได้แนะนำดังนี้

1.ปรับ Mindset จาก "เจ้าของ" เป็น"Chief Learning Officer" ในปี2569 ตัวเจ้าของกิจการเองต้องเป็นบุคคลที่เรียนรู้เร็วที่สุด(Fast Learner)
▪︎ คำแนะนำ:เลิกทำทุกอย่างด้วยตัวเอง(Micro -management)เปลี่ยนมาสร้างระบบที่ทีมงานกล้าตัดสินใจ
▪︎Action:ใช้เวลา20%ของสัปดาห์ในการศึกษาเทคโนโลยีใหม่ๆเช่น Generative AI เพื่อนำมาลดขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อน

2.ลงทุนใน"Digltal Literacy"แบบใช้งานได้จริง
ไม่ใช่แค่ซื้อซอฟต์แวร์ราคาแพง แต่คือการทำให้ทีมงานใช้เครื่องมือพื้นฐานได้อย่างชาญฉลาด
▪︎กลยุทธ์"Small Wins":เริ่มจากพัฒนากระบวนการเล็กๆ เช่น การใช้ AI ช่วยเขียนคำบรรยายสินค้า,การใช้ Data ง่ายๆจาก POS มาวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า หรือการทำบัญชีบนระบบ Cloud
▪︎Action: จัดทำ"Internal Sharing Session"สัปดาห์ละ1ครั้งให้พนักงานที่เจอเครื่องมือใหม่ๆมาเล่าให้เพื่อนฟัง เพื่อสร้างวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้

3.การบริหาร"ทุนมนุษย์"ในยุคแรงงานขาดแคลน
SMEs มักสู้ค่าแรงไม่ไหว ดังนั้นต้องสู้ด้วย"Flexibility"และ"Purpose"
-Hybrid Working:หากลักษณะงานเอื้ออำนวย การให้พนักงานทำงานแบบยืดหยุ่น คือสวัสดิการที่ดึงดูดคนรุ่นใหม่ได้ดีที่สุดโดยไม่มีต้นทุนเป็นตัวเงิน

-Multi-Skill Training:พัฒนาให้พนักงาน1คน มีทักษะรอบด้าน(T-Shaped Skills)เพื่อให้องค์กรคล่องตัว
▪︎Action:ใช้สิทธิประโยชน์จากมาตรการภาครัฐ เช่นการนำค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมพนักงานไปลดหย่อนภาษีได้200% มาช่วยลดต้นทุนในการพัฒนาคน

4.สร้างเครือข่ายความร่วมมือ(Collaboration over Competition)
SME ตัวเล็กจะอยู่รอดได้ต้องรวมกลุ่มกัน
▪︎คำแนะนำ:เข้าร่วม Cluster อุตสาหกรรมหรือเครือข่ายของ สสว. และสภาSMEsไทย เพื่อเข้าถึงทรัพยากรที่รัฐสนับสนุน
▪︎Action:จับคู่กับ SMEsรายอื่นเพื่อแชร์ทรัพยากร เช่น การทำคลังสินค้าพัฒนาร่วมกัน หรือการจัดคอร์สอบรมพนักงานร่วมกันเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย

Check-List สำหรับ SMEsไทย ในปี2569
หัวข้อการพัฒนา / สิ่งที่ต้องทำทันที(Quick Win)/ ผลลัพธ์ที่ได้

-การตลาด / ฝึกทีมงานใช้AIช่วยวิเคราะห์Contentและยิงโฆษณา /ประหยัดเวลาทำงาน50%
-การปฏิบัติงาน/ เปลี่ยนเอกสารกระดาษเป็นDigital100%/ลดต้นทุนแฝง
-บุคลากร/กำหนดเส้นทางการเติบโต(Career Path)/พนักงานเก่งๆไม่ลาออก
-การเงิน /ใช้ระบบบัญชีอัตโนมัติเพื่อดูCash FlowแบบReal time/ตัดสินใจทางธุรกิจรวดเร็ว

ข้อคิดสำคัญ:"ในยุคเศรษฐกิจใหม่ ขนาดของธุรกิจไม่สำคัญเท่าความเร็วในการปรับตัว"
SMEsที่จะรอดในปี2569 ไม่ใช่รายใหญ่ที่สุด แต่เป็นรายที่"เรียนรู้และปรับตัว"ได้ไวที่สุด

ข้อคิดของเหล่ากูรูที่แนะนำไว้ จะเป็นประโยชน์ยิ่งแก่ผู้ประกอบการSMEs หากท่านกำหนดเป็น New Year's Resolution และปฏิบัติจนเป็นพฤติกรรม ผมมั่นใจได้ว่าจะพากิจการของท่านฝ่าปีม้าไฟ...และอยู่รอดได้ต่อไป
้ตรงใจSME #งานแห่งชีวิตของSME ู้ช่วยSMEs #จุดประกายธุรกิจ #ส่องทางธุรกิจสู่เป้าหมาย

18/10/2025

แบงค์ลดคน/เกษียณ45/SMEsรอวันตาย/GDPดิ่ง/แรงงานขาด/รัฐรอ?

  #ส่งต่อFamilyBusiness     จากการเข้าร่วมThe 3nd Annual Conference ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(SET) เมื่อวันที่26 กั...
28/09/2025


#ส่งต่อFamilyBusiness
จากการเข้าร่วมThe 3nd Annual Conference ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(SET) เมื่อวันที่26 กันยายน 2568 ในหัวข้อ Transforming Family Business
ผมได้ทราบข้อมูลว่าในระดับโลก 80-90% ของบริษัททั่วโลกเป็นธุรกิจครอบครัว ส่วนในประเทศไทย 80%ของกิจการธุรกิจเป็นธุรกิจครอบครัว
57%ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯเป็นธุรกิจครอบครัว คิดเป็นมูลค่ากิจการ40.4%ของมูลค่าตลาด มีการจ้างงานคิดเป็น53%ของการจ้างงานทั้งประเทศ

จึงเห็นได้ว่าธุรกิจครอบครัวแท้จริงแล้วหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจของทั้งโลกและประเทศไทย
ผมขอยกตัวอย่างกิจการระดับโลกที่ถูกหยิบยกมาเป็นกรณีตัวอย่างทั้งด้านบวกและด้านลบในเวทีเสวนา ที่เราอาจไม่ทราบมาก่อนว่าเป็นธุรกิจครอบครัว และหากได้ติดตามข่าวสารก็จะทราบทั้งเรื่องราวร้าวฉาน หรือปรองดองกันอย่างดีของกลุ่มผู้ถือหุ้นในกิจการชื่อก้องโลกเหล่านี้ อาทิGiorgioArmani ,Gucci,Hermes
หรือ Walmart ซึ่งเป็นบริษัทครอบครัวที่ใหญ่ที่สุดในโลก

จากเอกสารข้อมูลของ ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ท่านกล่าวไว้ว่า การบริหารจัดการของบริษัทครอบครัวในประเทศไทยแบ่งได้เป็น4รูปแบบคือ
1.ครอบครัวบริหารเอง :สมาชิกในครอบครัวดูแลทุกเรื่อง
2.จ้างมืออาชีพบริหาร :แต่ครอบครัวยังถือหุ้นและควบคุมหลัก
3.บริหารแบบแยกหน้าที่ :ครอบครัวกำหนดนโยบาย ให้มืออาชีพจัดการธุรกิจเต็มตัว
4.แบ่งหุ้น&ร่วมลงทุน :ผู้บริหารหรือครอบครัวอื่นเข้ามาร่วมถือหุ้น

ท่านอาจารย์ ยังได้กล่าวไว้ว่า โดยทั่วไปในโลกของธุรกิจครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นประเทศใดมักจะมีคำกล่าวว่า "ธุรกิจครอบครัวอยู่รอดได้ไม่เกิน3ชั่วคน"
โดยอัตราการอยู่รอดของรุ่นที่1 คือ 100%
รุ่นที่2 จะเหลือ 30%
รุ่นที่3 จะเหลือเพียง 12%
และสุดท้ายคือรุ่นที่4 เหลือ 3% คือแทบจะ0แล้วครับ

จากคำสาปหรือเรื่องจริงดังกล่าว กล่าวได้ว่า3ชั่วอายุคน
รุ่นที่1เริ่มสร้างกิจการ
รุ่นที่2ตักตวงผลประโยชน์
รุ่นที่3ไม่เหลืออะไรและเริ่มสร้างใหม่

แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงยังคงเป็นนิรันดร์และหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผมยังเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงจากรุ่นสู่รุ่นจะนำมาสู่สิ่งที่ดีขึ้นเสมอ
หากทั้งในฐานะเจ้าของกิจการ หรือในฐานะมืออาชีพที่เข้ามาช่วยบริหารกิจการให้ยั่งยืนมากขึ้น
ต่างก็มีภารกิจสร้างกิจการในมือ ในความรับผิดชอบของตนเอง ให้เจริญเติบโต มีการเปลี่ยนแปลงไปสู่ความมั่นคง โดยใช้บทเรียนและประสบการณ์จากธุรกิจครอบครัวของไทย และทั่วโลกมาวางแผน ให้การส่งมอบจากรุ่นสู่รุ่น รอดพ้นจากคำสาปดังกล่าว

และในฐานะผู้บริหารมืออาชีพอย่างผม ผมมั่นใจว่าจะสามารถร่วมมือกับเจ้าของกิจการทั้งรุ่นที่1และรุ่นที่2 ส่งต่อให้รุ่นต่อๆไปอย่างมั่นคง แม้ว่าเราคงไม่ได้อยู่จนเห็นด้วยตัวเอง แต่เรามั่นใจจากแผนการที่ตระเตรียมและวิสัยทัศน์ของคน2รุ่น...ในวันนี้ว่าการส่งมอบจะราบรื่นและอย่างน้อยที่สุดเราก็หวังร่วมกันว่ากิจการนั้นๆจะอยู่ถึงรุ่น3,4,5,....ต่อๆไป

แล้วกิจการของครอบครัวท่านละครับ จะพ้นคำสาปหรือไม่
ู่รอด #ภูฟ้าเอ็นเตอร์ไพรส์ ้ตรงใจSME #งานแห่งชีวิตของSME ู้ช่วยSMEs #จุดประกายธุรกิจ #ส่องทางธุรกิจสู่เป้าหมาย
ขอขอบคุณ SME D Bank ที่กรุณาเชิญเข้าร่วมงาน

 #แฟนกาแฟ  #ทางรอดร้านกาแฟไทย #ร้านกาแฟฝ่าพายุเศรษฐกิจ  #สู้ต่อไปร้านกาแฟไทยมูลค่าตลาดกาแฟรวมทุกประเภทในบ้านเรา มากกว่า1...
27/05/2025

#แฟนกาแฟ #ทางรอดร้านกาแฟไทย
#ร้านกาแฟฝ่าพายุเศรษฐกิจ #สู้ต่อไปร้านกาแฟไทย
มูลค่าตลาดกาแฟรวมทุกประเภทในบ้านเรา มากกว่า100,000ล้านบาท เติบโตมาอย่างต่อเนื่องแม้ช่วงสถานการณ์โควิด

ผมเชื่อว่าจากนี้ไปในภาวะเศรฐกิจที่ย่ำแย่ ธุรกิจกาแฟอาจเป็นธุรกิจประเภทหนึ่งที่ยังคงเติบโตได้ในแบบที่ มีบางคนตายและมีบางคนโต อยู่ที่ว่าใครเป็นผู้เล่นในตลาดไหน...ใครปรับตัวทันตามพฤติกรรมผู้บริโภคได้ดีกว่าใคร เพราะผมเชื่อว่ากาแฟ เป็นสินค้าที่บริโภคแล้วยากที่จะหยุดดื่ม แต่แฟนๆกาแฟก็ปรับพฤติกรรมไปตามสภาวะเศรษฐกิจและฐานะทางการเงิน และที่สำคัญคือ รสนิยมของแต่ละคน

จากข้อมูลพฤติกรรมแฟนกาแฟ ระบุว่า
คนไทยดื่มกาแฟเฉลี่ยวันละ1แก้วต่อคน
แฟนกาแฟ มีทั้งวัยทำงาน คนรุ่นใหม่ และกลุ่มสูงวัย
มีความต้องการดื่มทั้ง กาแฟสด, เมล็ดกาแฟคั่วบด(ดริป),กาแฟพิเศษ(Specialty coffee) มากขึ้น คือมีความต้องการดื่มกาแฟคุณภาพและรสชาติดีขึ้น แสดงถึงรสนิยมการดื่มที่ซับซ้อนขึ้น
แฟนกาแฟให้ความสำคัญกับคุณภาพและรสชาติเป็นอันดับแรก รวมถึงบรรยากาศร้านที่สวยงามและมีเมนูซิกเนเจอร์ที่ดึงดูด

ในวันที่ฟ้าฝนไม่เป็นใจ ผมได้มีโอกาสมานั่งดื่มกาแฟ มองฟ้าหม่นๆมองฝนโปรยเม็ด ที่ร้านกาแฟ %Arabica ชั้น55 อาคารเอ็มไพร์ ทาวเวอร์ ทราบว่าเป็นคาเฟ่ที่สูงที่สุดในไทย
%Arabica เป็นร้านกาแฟที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในการสร้างแบรนด์และขยายสาขาไปทั่วโลก โดยมีกลยุทธ์ที่น่าศึกษาหลายประการ อาทิ
1) ใช้กาแฟที่มีคุณภาพเหนือกว่า ด้วยการคัดสรรเมล็ดกาแฟคุณภาพสูงที่ดีที่สุดจากทั่วทุกมุมโลก เขาได้เปรียบตรงที่ นาย Kenneth Shoji ผู้ก่อตั้งเป็นเจ้าของไร่และค้าเมล็ดกาแฟดิบคุณภาพสูงด้วยตัวเอง ประเด็นนี้ผมมั่นใจว่าในบ้านเราก็มีเจ้าของร้านกาแฟบปลูกกาแฟและค้าเมล็ดกาแฟอยู่ด้วยไม่น้อย

การปลูกและการคั่วเมล็ดกาแฟเอง ทำให้สามารถสร้างรสชาติกาแฟที่เป็นเอกลักษณ์มีบุคลิคของกาแฟเฉพาะตัว และรักษามาตรฐานรสชาติให้เหมือนกันทุกสาขา นอกจากนี้ %Arabicaยังใช้เครื่องชงกาแฟ Espresso Slayer ซึ่งเป็นเครื่องชงกาแฟที่ดีที่สุดในโลก เป็นงาน Tailor-made ที่ออกแบบมาเพื่อ %Arabica โดยเฉพาะ เพื่อให้แฟนกาแฟมั่นใจในคุณภาพกาแฟทุกหยด
อันนี้ต้องใช้เงินลงทุนมากกว่าร้านกาแฟทั่วๆไปเลยครับ

2)การสร้างแบรนด์ที่เรียบง่ายแต่โดดเด่น(Branding&Design) ร้านมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยการตกแต่งที่เรียบง่าย มินิมอล โปร่งโล่ง เน้นสีขาว กระจกใส และไม้สีอ่อน สะท้อน Core Value ของแบรนด์คือ "ความเรียบง่ายและประณีต" การใช้กระจกใสด้านหน้ายังช่วยดึงดูดผู้คนที่เดินผ่านไปมาให้หยุดและมองเข้าไปข้างใน

โลโก้% ที่มาจากกิ่งกาแฟที่มีเมล็ด และสโลแกน"See the World Through Coffee"สื่อสารถึงการเดินทางของ Kenneth Shoji ที่ได้เห็นโลกผ่านกาแฟ และยังหมายถึงการเชื่อมโยงผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกเข้าไว้ด้วยกันผ่านกาแฟ
ผมเห็นภาพเลยครับเมื่อจิบกาแฟที่ร้าน%Arabica

การมี Brand Elements ที่สอดคล้องกันในทุกองค์ประกอบของแบรนด์ ตั้งแต่เมนูกาแฟที่ธรรมดาไม่หวือหวา บรรจุภัณฑ์ที่เรียบง่าย ตลอดจนเฟอร์นิเจอร์และวัสดุที่ใช้ในร้าน ล้วนคุมธีมความเรียบง่ายและประณีต ทำให้เกิด Brand Experience ที่เป็นเอกลักษณ์

3)การเลือกทำเลที่ตั้งอย่างมีกลยุทธ์(Location Strategy)
ร้านกาแฟ % Arabica เลือกทำเลที่ตั้งสาขาแรกในเมืองโตเกียว ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเมืองแห่งการสร้างแบรนด์ญี่ปุ่น มีสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นมรดกโลกและร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์มากมาย มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาเยือน เมื่อมีลูกค้าจากทั่วโลกประทับใจ ก็จะช่วยให้แบรนด์เป็นที่รู้จักและขยายสาขาไปยังต่างประเทศได้ง่ายขึ้น

เลือกเปิดสาขาในสถานที่สำคัญ มีชื่อเสียง เป็นแหล่งรวมผู้คน เช่น ICONSIAM ,CentralWorld,EmQuartier,อาคารเอ็มไพร์ ทาวเวอร์ เป็นต้น

4) มีการขยายสาขาอย่างรอบคอบ (Expantion Strategy) %Arabica เน้นการควบคุมคุณภาพและความเป็นเอกลักษณ์ของกาแฟไว้ได้ทุกสาขา แม้จะขยายไปหลายประเทศทั่วโลก

ผู้ก่อตั้งต้องการเชื่อมโยงวัฒนธรรมผ่านกาแฟ เชื่อมความสัมพันธ์ผู้คนจากที่ต่างๆโดยใช้กาแฟเป็นสื่อกลาง เพื่อเผยแพร่ความรู้ สร้างความเข้าใจและส่งต่อวัฒนธรรมการดื่ม

5) มีความใส่ใจในรายละเอียดและการสร้างประสบการณ์(Customer Experience ) %Arabica ให้ความสำคัญกับ Barista ที่ต้องมีทั้งฝีมือและประสบการณ์ในการชงกาแฟ เพื่อให้ได้กาแฟที่มีคุณภาพตามมาตรฐานของแบรนด์

การเลือกใช้หลอดจากชานอ้อยที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ แสดงถึงความใส่ใจสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดที่สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์

กลยุทธหลักของ %Arabica คือการผสานความเรียบง่าย ความประณีต คุณภาพที่ยอดเยี่ยม และการสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้กับลูกค้า ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักและประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วในตลาดกาแฟ Specialty Coffee ทั่วโลก

เมื่อผมได้เข้ามาลิ้มลองทั้ง รูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส ของ % Arabica ของ 2สาขาในไทยคือสาขาแรกที่ใหญ่มาก ที่ ICONSIAM และสาขาขนาดเล็ก แต่เป็นคาเฟ่ที่สูงที่สุดในไทย ชั้น55 แห่งนี้ และการศึกษาจากแหล่งข้อมูลปฐมภูมิต่างๆข้างต้น
ผมเห็นว่า ตลาดร้านกาแฟในบ้านเรายังคงมีศักยภาพการเติบโต แม้จากนี้ไปจะต้องสู้เหนื่อยมากขึ้นกับภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ ประกอบกับมีการแข่งขันที่ดุเดือด ผู้ประกอบการที่จะประสบความสำเร็จได้ จะต้องเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงเร็วมาก และปรับตัวให้สอดคล้องเท่าทันกับเทรนด์ใหม่ๆ พร้อมกับสร้างจุดขาย ความประทับใจ ให้ประสบการณ์ที่ดีกับแฟนกาแฟ เพื่อดึงดูดให้แฟนกาแฟติดใจ...มาแล้วมาอีก ทั้งติดในรสชาติกาแฟและประทับใจในประสบการณ์ที่มานั่งที่ร้านกาแฟของท่าน...ขอให้ท่านทำได้สำเร็จ และเป็นแบรนด์กาแฟไทยที่ครองใจแฟนกาแฟแม้จะไม่ใช่ทั่วโลก แต่เพียงแค่ในไทยขนาดมูลค่าตลาดก็ใหญ่ไม่ใช่เล่นครับ...สู้ต่อไปร้านกาแฟไทย
้ตรงใจSME #งานแห่งชีวิตของSME ู้ช่วยSMEs #จุดประกาธุรกิจ #ส่องทางธุรกิจสู่เป้าหมาย ู่รอด

 #หน้าที่ผู้บริหารมืออาชีพ  #งานแห่งชีวิตของSME  ิบโตมั่นคง  #วิถีภูฟ้าผู้บริหารมืออาชีพ ต้องมีบทบาทเป็นฟันเฟือง เป็นชิ้...
17/05/2025

#หน้าที่ผู้บริหารมืออาชีพ #งานแห่งชีวิตของSME ิบโตมั่นคง #วิถีภูฟ้า
ผู้บริหารมืออาชีพ ต้องมีบทบาทเป็นฟันเฟือง เป็นชิ้นส่วน เป็นน้อต...อีกตัวหนึ่ง ที่จะร่วมขับเคลื่อนองค์กรให้เจริญเติบโต อย่างมั่นคง
ด้วยการใช้ความเป็นมืออาชีพมาร่วมกับความเป็นกิจการครอบครัว(Family Business) ที่ผู้ก่อตั้งได้ก่อร่างสร้างตัวกันมาจนประสบความสำเร็จอย่างน่าชื่นชมในระดับตำนาน และสร้างหัวใจของการให้บริการตาม"วิถีภูฟ้า" ที่มีคุณค่า

การได้รับความสนับสนุนร่วมมือกันเพื่อต่อยอดธุรกิจ โดยผู้ทรงคุณวุฒิ และมืออาชีพจากภายนอก ก็เพื่อเป้าหมายการเติบโตอย่างยั่งยืนในระดับ Unicorn(กิจการ30,000 ล้านบาท) ,มั่นคงอย่างองค์กร100ปี เป็นเรื่องที่มีความฝันความหวังร่วมกัน ที่เป็นจริงได้

หน้าที่ของมืออาชีพ ต้องสนับสนุนครอบครัวเจ้าของผู้ก่อตั้ง/ผู้ถือหุ้นใหญ่ ด้วยการรับฟังคำแนะนำที่ดี การชี้แนะทางเลือกของการตัดสินใจร่วมกัน ด้วยการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพด้วยกันทุกฝ่าย

หน้าที่สำคัญของมืออาชีพต้องมีกลยุทธการทำงานแบบมืออาชีพ พร้อมกับสร้างผลลัพธ์ให้บริษัทอย่างชัดเจน เป็นประโยชน์สำคัญแก่กิจการ
เมื่อผู้ก่อตั้งใจกว้างมากพอที่จะเปิดรับคำแนะนำจากผู้ทรงคุณวุฒิที่ล้วนแต่ไม่มีข้อสงสัยในความสามารถและประสบการณ์ มืออาชีพก็ต้องรับฟัง ปรับปรุง แก้ไขปัญหาร่วมกับ Mentor ระดับเทพเหล่านั้น ฟังFeedback จากท่านๆแล้วปรับปรุงแก้ไขกลยุทธองค์กรอย่างเหมาะสม

สิ่งที่เป็นหัวใจของการทำงานแบบมืออาชีพที่ถอยไม่ได้เลยคือ ความซื่อสัตย์สุจริต และจริยธรรมในการทำงานให้บริษัท

เสมือนการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลภูฟ้าอินเตอร์เนชั่นแนล ที่เป็นจิ๊กซอสำคัญ ที่จะต่อยอดให้กิจการให้บริการอย่างครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำและกลางน้ำ...

ทีมงานทุกคน ล้วนเป็นฟันเฟือง เป็นชิ้นส่วน เป็นน้อต...ที่ร่วมกัน ก่อร่างสร้างอาคาร ให้สำเร็จ ให้มั่นคง เพื่อให้การต่อภาพจิ๊กซอสำคัญเพื่อดำรงความเป็น"วิถีภูฟ้า" ของท่านผู้ก่อตั้งและครอบครัว
เพื่อร่วมสร้างตำนานเป็นSuccess Story เรื่องราวความสำเร็จของ ของความเป็น Family Business ที่ปรับตัวเป็น องค์กรมืออาชีพระดับ Unicorn ด้วยการมีมูลค่ากิจการราว 30,000 ล้านบาทและองค์กร100ปี เพื่อส่งมอบต่อให้ Generation รุ่นต่อๆไปโดยมีการพัฒนา มีการให้บริการที่สุดยอดและมีระบบการควบคุมภายในที่น่าเชื่อถือ อย่างไม่รู้จบ
้ตรงใจSME #งานแห่งชีวิตของSME ู้ช่วยSMEs #จุดประกายธุรกิจ #ส่องทางธุรกิจสู่เป้าหมาย ู่รอด

 #เกิดเป็นSMEไทยทำไงจะอยู่ได้    ้ตรงใจSME  #งานแห่งชีวิตของSME #ปรัชญาชีวิตจากมังกรหยกจอมยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่  #วิถีธุรกิจจ...
10/05/2025

#เกิดเป็นSMEไทยทำไงจะอยู่ได้ ้ตรงใจSME #งานแห่งชีวิตของSME
#ปรัชญาชีวิตจากมังกรหยกจอมยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่ #วิถีธุรกิจจากมังกรหยกจอมยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่ #วิถีก๊วยเจ๋ง
ในยามยากลำบากของผู้ประกอบการSMEไทย จากศึกรอบด้านทั้งศึกในบ้านศึกนอกบ้าน ลำพังจะประทังชีวิตให้รอดก็แสนสาหัส แต่ชีวิตยังต้องเดินหน้า...คงต้องหาสิ่งจรรโลงใจ ข้อคิดการมองชีวิต เพื่อนำมาปรับใช้เป็นแนวทางของแต่ละท่านเพื่อความอยู่รอด และกลับมาแข็งแรงได้อีกเมื่อวันที่ฟ้าเปิด...และมองเห็นโอกาสการทำมาหากินที่สดใสขึ้น อย่าลืมว่าโอกาสมีอยู่เสมอในทุกวิกฤติ

การจากการได้ชมภาพยนต์"มังกรหยก จอมยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่" ที่กำกับและเขียนบทโดย ฉีเคอะ นำแสดงโดย เซียวจ้าน,จวงต๋าเฟย และจางเหวินซิน เป็นงานสร้างในการครบรอบชาตกาลของ"กิมย้ง"ผู้เขียนวรรณกรรมยิ่งใหญ่นี้ ภาพยนต์ได้ดัดแปลงบางส่วนของนวนิยายเรื่องมังกรหยก โดยอิงเนื้อหาจากบทที่34-40 ของผลงานต้นฉบับ และเข้าฉายวันแรกของวันตรุษจีน ปี2525 ในประเทศจีน

ผมได้มีโอกาสชมภาพยนต์ "มังกรหยก จอมยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่"จากการจัดรอบพิเศษของFC ผู้รักพระเอก,นักร้องชื่อดัง เซียวจ้าน สมาชิกวงไอดอลชายX NINE

หากจะนับว่าผมเคยท่องยุทธภพรุ่นนักอ่านหนังสือกำลังภายใน ก็หาใช่ไม่ แต่หลังจากชมภาพยนต์เวอร์ชั่นดัดแปลงจากวรรณกรรมอมตะนี้ ก็อดหลงรักชื่นชมชาวยุทธภพไม่ได้ ด้วยคุณสมบัติที่น่าชื่นชมและตอบโจทย์การทำงานของทุกคน ทั้งผู้เป็นลูกจ้างพนักงาน ผู้บริหาร และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าของกิจการ
ไม่ว่าโลกจะรวน บ้านเมืองจะถูกกระทบ เศรษฐกิจจะวิกฤติในระดับใด เราๆท่านๆในฐานะฟันเฟืองหนึ่งในองค์กร ก็ต้องมีหลักยึด มีรากฐานทางความคิดที่ดีงาม ถูกต้องทั้งการดำเนินชีวิตส่วนตัว และในบทบาทหน้าที่ตามอาชีพการงาน หากมีบทบาทด้านบริหาร ก็ต้องมีการบริหารจัดการที่ดี มีธรรมาภิบาล เพื่อนำพากิจการให้ฝ่าพายุคลื่นลม ไปได้อย่างสง่างาม

ปรัชญาชีวิต แนวคิดที่จะนำพาชีวิตและกิจการผ่านพ้นวิกฤติ ตามรอยก๊วยเจ๋ง(พระเอกมังกรหยก)
ประการที่1.》》 ความซื่อสัตย์และคุณธรรม: ก๊วยเจ๋งยึดมั่นในความซื่อสัตย์และคุณธรรม เช่น การรักษาคำพูดและทำสิ่งที่ถูกต้อง แม้ว่าผลลัพธ์เฉพาะหน้าอาจไม่เป็นที่น่าพอใจเสมอไป

ประการที่2.》》ความเมตตาและการให้อภัย: หลายเหตุการณ์ที่ก๊วยเจ๋ง ได้แสดงความเมตตาต่อผู้อื่น แม้กระทั่งศัตรู แสดงให้เห็นถึงพลังของการปล่อยวางและความเอาใจเขามาใส่ใจเรา

ประการที่3.》》ความมุ่งมั่นและความอดทน: ก๊วยเจ๋งไม่ได้เป็นคนที่มีพรสวรรค์ด้านการต่อสู้ตั้งแต่แรก แต่ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ และความอดทนในการฝึกฝนวิทยายุทธ เขาก็สามารถพัฒนาตนเองจนกลายเป็นจอมยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่ สิ่งนี้เป็นแรงบันดาลใจให้เห็นถึงความสำคัญของความพยายามอย่างไม่ย่อท้อในการบรรลุเป้าหมาย

ประการที่4.》》ความรักและความผูกพัน: มังกรหยก แสดงให้เห็นความรักความผูกพันในรูปแบบต่างๆ ทั้งแบบคู่รัก มิตรภาพ ความรักชาติรักแผ่นดินเกิด ความผูกพันที่แน่นแฟ้นระหว่างตัวละครแสดงให้เห็นถึงคุณค่าของความสัมพันธ์ในชีวิตของคนเรา

ประการที่5.》》การเรียนรู้และการปรับตัว: ก๊วยเจ๋ง ต้องเผชิญกับสถานการณ์และการเปลี่ยนแปลงมากมายในชีวิต เขาเรียนรู้จากประสบการณ์ต่างๆและปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ๆอยู่เสมอ สิ่งนี้สอนให้เห็นถึงความสำคัญของการเปิดใจเรียนรู้ และพร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลง

ประการที่6.》》ความสมถะและความพอเพียง: แม้ว่าจะมีชื่อเสียงและอำนาจ ก๊วยเจ็งก็ยังคงใช้ชีวิตอย่างสมถะ ไม่ยึดติดกับวัตถุนิยม สะท้อนให้เห็นถึงความรู้จักพอและการให้คุณค่ากับสิ่งที่ไม่ใช่แค่ทรัพย์สินภายนอก

ประการที่7.》》การต่อสู้เพื่อความยุติธรรม: ก๊วยเจ็งและตัวละครอื่นๆมักจะต่อสู้เพื่อความยุติธรรมและปกป้องผู้ที่อ่อนแอกว่า เป็นแรงบันดาลใจให้เราตระหนักถึงการยืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้อง

ปรัชญาแนวคิดเหล่านี้ ได้สอดแทรกอยู่ในเรื่องราวและการกระทำของตัวละครอย่างแยบยล ไม่โจ่งแจ้ง ทำให้เราได้ซึมซับและนำไปคิดต่อเพื่อปรับใช้กับชีวิตของตนเองได้
หากจะถ่ายทอดผ่านภาษาเยี่ยงจอมยุทธ์ผู้เจนจบ อาจจะพอสรุปวิถีแบบท่านจอมยุทธ์ ได้ราวนี้
▪︎สัจจะดุจขุนเขา
▪︎เมตตาคือพลัง
▪︎หมั่นเพียรดุจสายน้ำ
▪︎รักใคร่ดุจสายใย
▪︎เรียนรู้ดุจวารี
▪︎สันโดษดุจไม้ใหญ่
▪︎คุณธรรมดุจคมดาบ

เหล่านี้คือคติธรรมที่ข้าฯได้เรียนรู้จากเรื่องราวแห่งมังกรหยก ท่านเพื่อนๆคนทำงาน ผู้บริหาร เถ้าแก่เจ้าของกิจการ อาจนำไปพิจารณาและประยุกต์ใช้ในวิถีแห่งตนได้ หากมีสิ่งใดชี้แนะเพิ่มเติม ขอโปรดกล่าวมาเถิด ข้าฯน้อยขอน้อมรับ

อันจอมยุทธ์นั้นต้องท่องไปในยุทธภพ มิได้มีเพียงเหตุผลเดียว แต่ประดุจสายน้ำร้อยสายที่ไหลรวมกัน ก่อเกิดเป็นกระแสอันเชี่ยวกราก การท่องยุทธภพจึงมิใช่เพียงการเดินทางทางกายภาพ แต่เป็นการเดินทางทางจิตวิญญาณ การแสวงหาความรู้ ประสบการณ์ ความหมาย และการเติบโตในทุกมิติของชีวิตนั่นเอง

ท่านSMEไทยทั้งหลาย เห็นด้วยกับข้าฯหรือไม่ หรือมีมุมมองใดอีก...ขอโปรดชี้แนะข้าฯน้อยด้วยเถิด
ู้ช่วยSMEs #จุดประกายธุรกิจ #ส่องทางธุรกิจสู่เป้าหมาย ู่รอด

 #เกิดเป็นSMEไทยทำไงจะอยู่ได้  ิดถูกอยู่ได้คิดผิดติดคุก    ้ตรงใจSME  #งานแห่งชีวิตของSMEนอกจากเรื่องสำคัญที่เป็นจุดชี้เ...
19/08/2024

#เกิดเป็นSMEไทยทำไงจะอยู่ได้ ิดถูกอยู่ได้คิดผิดติดคุก ้ตรงใจSME #งานแห่งชีวิตของSME
นอกจากเรื่องสำคัญที่เป็นจุดชี้เป็นชี้ตายของผู้ประกอบการSME คือ การจัดการเรื่องสินค้า/บริการ เรื่องจะขายอย่างไร เรื่องจะจัดการเรื่องเงินอย่างไร ผมก็เห็นว่าเรื่องคนนี่แหละเป็นเรื่องที่ต้องบริหารจัดการให้ดีไปพร้อมกัน ซึ่งก็คือเรื่อง HRM(Human Resource Management)เพื่อให้พนักงานของท่านทำงานให้ท่านอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยให้SMEอย่างเราๆเติบโต อยู่รอดต่อไปได้ ยังไม่ต้องพูดถึงการพัฒนาคนที่ทำงานให้ท่าน คือ HRD (Human Resource Development)ที่เป็นเรื่องที่ต้องลงแรงลงเงินในการพัฒนาศักยภาพเพิ่มประสิทธิภาพของพนักงานกันอีกมากมาย

วันนี้ผมจะขอกล่าวถึงสิ่งที่เกี่ยวกับคนที่เราต้องดูแลให้ถูกต้อง ทั้งถูกกฏหมายและการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
ก่อนอื่นSMEทุกท่านต้องรับทราบก่อนว่า ท่านในฐานะนายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่1คนขึ้นไป ต้องยื่นขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนให้ลูกจ้าง ที่สำนักงานประกันสังคมที่สำนักงานท่านตั้งอยู่ ภายใน30วันนับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเข้าทำงาน โดยที่ลูกจ้างต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 15ปี
หลังจากนั้นท่านในฐานะนายจ้างต้องทำหน้าที่ส่งเงินสมทบประกันสังคมทุกเดือน ส่วนที่จะส่งอย่างไรเท่าไรทั้งส่วนของท่านและส่วนที่หักจากเงินเดือนของพนักงาน ก็เป็นหน้าที่ที่ท่านต้องรู้และดำเนินการให้ถูกต้อง...นี่เป็น เรื่องที่คาดหวังให้SME กับพนักงานที่เป็นลูกจ้างอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขและช่วยกันทำมาหากินอย่างน้อยก็ในระยะเวลาที่อยู่ด้วยกัน

ท่านผู้ประกอบการSMEจะหวังให้ใครมาช่วยทำโดยท่านไม่รู้ข้อกฏหมายเลยก็มีความเสี่ยงสูง ที่ท่านจะเสียหายจากการโดนค่าปรับ หรือแม้แต่จะเสี่ยงถึงความอาญา ถูกติดคุกติดตะราง

ผมจึงขอแนะนำว่าท่านSME ตัวเล็กๆไม่มีใครทำหน้าที่ฝ่ายบุคคล(HR)ให้ ท่านจึงต้องมีความรู้พื้นฐานนี้เป็นสำคัญ อย่าให้กิจการขนาดย่อมของท่านขายดิบขายดี เติบโต ร่ำรวยแต่มีความเสี่ยง

ระหว่างที่ท่านกับพนักงานยังคงอยู่ร่วมงานกันอย่างมีความสุข ช่วยกันทำมาหากินด้วยดีก็คงไม่มีปัญหาใด หากแต่วันหนึ่งต้องสิ้นสุดทางเพื่อนแยกย้ายกัน หน้าที่พนักงานหมดแล้วแต่หน้าที่ท่านยังไม่หมด
ท่านต้องแจ้งการสิ้นสุดการเป็นผู้ประกันตนของพนักงานที่เป็นลูกจ้าง ภายในวันที่15ของเดือนถัดไปตามช่องทางที่สำนักงานประกันสังคมกำหนดและต้องแจ้งให้เป็นความจริงด้วย เพราะหากท่านแจ้งข้อเท็จจริงเป็นเท็จ เช่นการแจ้งลาออกไม่ตรงกับความเป็นจริงอาจมีความผิดจำคุกไม่เกิน6เดือน หรือปรับไม่เกิน20,000บาทหรือทั้งจำคุกและเสียค่าปรับ ตัวอย่างเช่นพนักงานถูกเลิกจ้าง(ต้องด้วยเหตุผลที่เป็นธรรม เพราะหากไม่เป็นธรรม ท่านจะเจอข้อกล่าวหาเลิกจ้างไม่เป็นธรรม..ไว้ค่อยมาดูรายละเอียดให้ท่านปวดหัวเพิ่มกันวันหลัง) แต่ท่านแจ้งว่าพนักงานลาออก เป็นต้น แม้แต่การแจ้งเข้าแจ้งออกล่าช้าให้พนักงาน ท่านในฐานะนายจ้างก็มีโทษเทียบปรับทางกฏหมายหนักหนาเท่าๆกับการแจ้งเท็จเช่นกัน

การที่ท่านเจอข้อหาแจ้งเท็จนั้นเนื่องจากท่านทำให้พนักงานที่เป็นอดีตลูกจ้างของท่านเสียสิทธิในการได้รับเงินทดแทนจากสำนักงานประกันสังคม ตัวอย่างเช่น หากพนักงานถูกเลิกจ้างจะได้รับเงินทดแทน50%ของค่าจ้างโดยคำนวนจากฐานค่าจ้างจริงแต่สูงสุดไม่เกิน15,000บาทเป็นระยะเวลาไม่เกิน180วันใน1ปีปฏิทิน หากแต่เป็นการลาออกพนักงานผู้นั้นจะได้รับเพียง30%
เห็นมั้ยครับว่ามันกระทบต่ออดีตลูกจ้างของท่าน จึงควรทำให้ถูกต้องไม่ต้องมาเจรจาไกล่เกลี่ยกันที่ศาลแรงงานหรือซ้ำร้ายกว่านั้นคืออย่าให้เป็นคดีความต่อกัน จะดีที่สุด

ที่น่ากล้วคือท่านไม่รู้แต่คิดว่ารู้คิดว่าทำถูกจนเสียหายทั้งเงินค่าปรับ เสียชื่อเสียงหรืออาจจะฝันร้ายถึงขั้นติดคุกติดตะราง

ดังนั้นSMEเรา ทำเองเหนื่อยเองขอให้รวยเองอย่างราบรื่น อย่าทำอย่างไม่รู้แต่คิดว่ารู้ นอกจากจะเหนื่อยกายเหนื่อยใจ แล้วยังจะต้องขึ้นโรงขึ้นศาลเสียเงินหรือจะต้องติดคุกติดตะรางอีกด้วย...รู้งี้ก็สายเกินไปแล้วครับท่านผู้ประกอบการSMEไทย
ู้ช่วยSMEs #จุดประกายธุรกิจ #ส่องทางธุรกิจสู่เป้าหมาย ู่รอด

ที่อยู่

บริษัท
Bangkok
10120

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ SME COACH ผู้ช่วยSMEsผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง SME COACH ผู้ช่วยSMEs:

แนะนำ

แชร์