The Eclectic Scrapbook : วิน - วิน สารพัดเรื่อง

The Eclectic Scrapbook : วิน - วิน สารพัดเรื่อง เป็นหนึ่งช่องทางในการสร้างวินัยใน?

[1] ดอลลาร์ยังครองสถานะเงินสำรองโลกคนชอบบอกว่าดอลลาร์จะร่วงเพราะหนี้เยอะ ขาดดุลเยอะ ใช้ sanction บ่อย แต่จริงๆ ดอลลาร์ก็...
24/06/2026

[1] ดอลลาร์ยังครองสถานะเงินสำรองโลก

คนชอบบอกว่าดอลลาร์จะร่วงเพราะหนี้เยอะ ขาดดุลเยอะ ใช้ sanction บ่อย แต่จริงๆ ดอลลาร์ก็ยังแข็งอยู่ ตกแค่ ~10% ตอน Trump เข้ารับตำแหน่ง แล้วก็ทรงตัว

6 ตัวชี้วัดสถานะเงินสำรอง (เงินกู้ข้ามพรมแดน, FX, ทุนสำรอง ฯลฯ) ส่วนใหญ่นิ่ง

เรื่องทองคำในทุนสำรองพุ่งจาก 11% เป็น 29% — มันพุ่งเพราะราคาทองขึ้น ไม่ใช่แบงก์ชาติซื้อทองเพิ่ม

จีนยังเป็นเงินสำรองโลกไม่ได้ "ไร้สาระสิ้นดี" เพราะต้องคุมเงินทุนเข้าออกอย่างเข้มงวด ซึ่งขัดกับการเป็นเงินสำรองโดยตรง (ปี 2025 เงินไหลออกจีนถึง $800bn–$1tn)

[2] เงินต่างชาติยังไหลเข้าสหรัฐเพียบ

สหรัฐเป็นลูกหนี้สุทธิรายใหญ่สุดของโลก แต่ก็ยังดูดเงินต่างชาติได้ดี
ที่คนพูดว่า "ต่างชาติถือพันธบัตรสหรัฐสัดส่วนลดลง" จริง แต่นั่นเพราะหนี้สหรัฐโตเร็วกว่า — ยอดถือจริงยังเพิ่มขึ้นทั้งพันธบัตร หุ้นกู้ และหุ้น

[3] เทรด "Sell America" หมดแรง

มี.ค. 2025 เกิด "Sell America" พูดกันแม่มทุกปีว่าอเมริกาจะล่ม (หุ้นลง ดอลลาร์ลง บอนด์ยีลด์ขึ้นพร้อมกัน) จากคำสั่ง Trump
แต่ไม่ลุกลาม — หลังจากนั้นดอลลาร์ลงแค่ 1% หุ้นสหรัฐกลับ outperform โลก
ระยะยาวหุ้นสหรัฐชนะ Rest of World ขาดลอย คนเริ่มลงทุนปี 2012 ได้สหรัฐ 12.5%/ปี เทียบโลก 2.9%

[4] บริษัทสหรัฐกำไรดีกว่าชาวบ้าน แต่เริ่มเห็นฟองสบู่ AI

หุ้นนอกสหรัฐ P/E ถูกกว่าก็จริง แต่เป็น "กับดักไฟล่อแมลง" — สหรัฐ ROA/ROE สูงกว่าแทบทุกเซกเตอร์
AI ขับเคลื่อน 65–80% ของผลตอบแทน/กำไร/capex ของ S&P 500 ตั้งแต่ ChatGPT เปิดตัว → เริ่มน่าห่วง คน FOMO

[5] ไข่ AI อยู่ในตะกร้าใบเดียว (ความกระจุกตัว)

10 หุ้นใหญ่สุดคิดเป็น ~40% ของ S&P 500 (จาก 17% ปี 2015) แต่เทียบโลกแล้วยังถือว่ากระจุกตัวน้อย (มีแค่ญี่ปุ่น/อินเดียน้อยกว่า)
ความเสี่ยง ASIC (Google TPU, AWS Trainium) เริ่มแย่งส่วนแบ่งจาก NVIDIA — NVIDIA ลดจาก 85% (2023) เหลือ ~75% (2026)
Anthropic ประกาศใช้ AWS Trainium 10 ปี = endorsement ASIC ที่แรงที่สุด

งานเริ่มเอียงไปทาง inference มากกว่า training

ราคาโทเคน & โมเดลเปิด:

frontier lab ขึ้นราคาโทเคนกันยกแผง บางเคสขึ้น 100x → องค์กรเริ่มหนีไปใช้โมเดลเปิดราคาถูก (โดยเฉพาะจีน: Qwen, DeepSeek, Kimi ถูกกว่า 10–50x)

ประเด็นน่าสนใจ: บางองค์กรเทรนโมเดลเล็กบนข้อมูลตัวเองแล้วชนะ frontier model ได้ (เช่นโมเดลจีน 35bn พารามิเตอร์ชนะ Opus 4.6)

[6] productivity สหรัฐนำ G10

productivity สหรัฐพุ่งหลัง GPT เปิดตัวปลายปี 2022 โดยเฉพาะภาค IT/data processing โตเป็นเลขสองหลัก

[7] สหรัฐนำ AI แต่จุดอ่อนคือไต้หวัน + จีนไล่ทัน

ดัชนี AI 4 สำนัก สหรัฐนำหมด จีนตามมาติดๆ
จีนไล่ทันเร็ว: GPU self-sufficiency จาก 10% (2021) → 40% วันนี้ → คาด ~80% ปี 2030; Huawei อ้างทะลุข้อจำกัด EUV ได้

ไต้หวันคือจุดเปราะบางสุด — พึ่งนำเข้าพลังงาน 90%, อาหาร 60%, มี LNG สำรองแค่ 10–11 วัน, จีนล้อมด้วยเรือรบ; 8 ใน 10 บริษัทใหญ่สุดโลกพึ่ง TSMC
สหรัฐตั้งเป้า onshore ชิป 40% ภายในปี 2028 แต่สุดท้ายก็ยังพึ่งไต้หวันหนักอยู่ดี (เต็มที่ทำได้ 30–35%)

[8] ลงทุนใน Security & Resilience (หลังสงครามอิหร่าน)

สหรัฐหันมาเน้น "ความมั่นคง+ความยืดหยุ่น" แทนประสิทธิภาพล้วน — กลาโหม, แร่หายาก, ไซเบอร์, การผลิตขั้นสูง
ธีม SRI outperform S&P 500 ตั้งแต่ ม.ค. 2025 (กลุ่ม defense เด่นสุด, healthcare แย่สุด)

สงครามอิหร่านทำกระสุน/ขีปนาวุธร่อยหรอ → รัฐบาลงัด Defense Production Act บังคับให้ผลิตเพิ่ม (Tomahawk กว่าจะกลับเท่าเดิมต้องรอถึงปลายปี 2030–2031)

โทนของ post-mortem สงครามอิหร่านค่อนข้างเป็นลบต่อ Trump ทั้งหมด

[9] หลักนิติธรรมไม่แน่นอนมากขึ้น ⚠️ (ประเด็นที่ผู้เขียนห่วงสุด)

หลายนโยบาย Trump ยังอยู่ในกรอบกฎหมาย (ยกเลิก EO เก่า, จัดการหน่วยงาน, เนรเทศ ฯลฯ)
ศาลสูงเข้าข้าง Trump 21 จาก 25 เคสใน emergency docket
แต่ผลสำรวจผู้เชี่ยวชาญกฎหมาย (UCLA/Bright Line) มองว่าหลักนิติธรรมเสื่อมชัดเจน: 9 ใน 10 บอก DoJ ถูกใช้เล่นงานศัตรู, 8 ใน 10 บอกเจ้าหน้าที่รัฐไม่ทำตามคำสั่งศาล

DoJ ทิ้งคดีอาญาเป็นประวัติการณ์ — โดยเฉพาะคดี white collar, organized crime, fraud (เพิ่มขึ้น 59–129%) แต่เพิ่มคดีคนเข้าเมือง

[10] รัฐบาลตัดงบวิทยาศาสตร์ + กีดกันผู้เชี่ยวชาญ ⚠️

ตัดทุน NIH (โรคมะเร็ง เบาหวาน หัวใจ) และ NSF (เทคโนโลยี STEM) ลงเยอะ; ~6,000 ทุน NIH ถูกยกเลิก
เม.ย. 2026 ปลดทั้งบอร์ด National Science Board ก่อนปล่อยรายงานที่บอกว่าจีนไล่ทัน
กฎ OMB ใหม่ให้ "นักการเมือง" review ทุนวิจัยได้ + ล้มระบบ peer review + ยกเลิกทุนกลางคันได้ทุกเมื่อ

ประเด็นที่ห่วงต่อนักลงทุนสุด: ถ้าตัดสายป่านนักวิทยาศาสตร์ เครื่องยนต์นวัตกรรมสหรัฐทั้งระบบจะช้าลง (นักวิทย์สมัครงานนอกประเทศเพิ่ม 32%, บางคนย้ายไปจีน, EU ทุ่ม €500m ดึงตัว)
RFK Jr. กับวาระต้านวัคซีน — ปลดบอร์ด ACIP ทั้ง 17 คน, บล็อกงานวิจัยที่ยืนยันวัคซีนปลอดภัย; เคสหัดพุ่ง

[11] อิสระด้านพลังงาน — สหรัฐเดินเดี่ยว

สหรัฐพึ่งพลังงานตัวเองเกือบ 100% → หันหลังให้ low-emission ต่างจากภูมิภาคอื่น (ยกเว้นตะวันออกกลาง)
decarbonization สหรัฐช้ากว่าชาวบ้าน
แม้เป็นผู้ส่งออกพลังงานสุทธิ แต่ราคาคอมโมดิตี้ตั้งราคาแบบโลก → หลังสงครามอิหร่านราคายังพุ่ง (jet fuel +84%)
ข้อดี: ความเข้มข้นการใช้น้ำมันต่อ GDP/กำไรลดฮวบตั้งแต่ปี 1990

"ทองคำ $5,000: จุดเริ่มต้นของ Super Cycle หรือกับดัก Climax Top?"หากตีฟิโบ Extension 4.236 เป้าหมายถัดไปในกรณี Bullish ส...
28/01/2026

"ทองคำ $5,000: จุดเริ่มต้นของ Super Cycle หรือกับดัก Climax Top?"

หากตีฟิโบ Extension 4.236 เป้าหมายถัดไปในกรณี Bullish สุดขีดจะอยู่ที่ ~$6,200 (แบบ bull)

แต่พอมันใกล้แล้ว เรามาดูแบบเชิง Scenario Analysis

1970s (Oil Crisis) ~3.3 ปี +740% หากอิงเคสนี้ เป้าหมายทางทฤษฎี $16,000+

2000s (GFC) ~12 ปี +660% หากอิงเคสนี้ เป้าหมายทางทฤษฎี $14,000+

ปัจจุบัน (2024-2026) ~2 ปี +150% ปัจจุบันอยู่ที่ ~$5,000

อย่างไรก็ดี มันขึ้นมาแบบ Vertical Slope เพราะงั้นคงต้องระวังหน่อย อย่าไป FOMO

ส่วนตัวมองว่า หาก DXY Index เด้งขึ้น ทองคำคงหยุดร้อนแรงไปก่อน

04/01/2026

Memo: Summary of Investment Outlook 2026

1. J.P. Morgan Asset Management: "ถือหุ้น AI ตอนนี้ รอรวย หรือ รอดอย?"

ภาพรวม: เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวแบบกระจายตัว ยุโรปและจีนมีแรงหนุนจากการลดดอกเบี้ยและมาตรการรัฐ

มุมมอง AI: ยังเป็นเครื่องยนต์หลักแต่ต้องระวังความคาดหวังที่สูงเกินจริง (Over-optimism) แนะนำกระจายไปทั้ง Ecosystem (ต้นน้ำ-ปลายน้ำ)

กลยุทธ์: กระจายภูมิภาคไป ยุโรป จีน และญี่ปุ่น เพื่อลดความกระจุกตัวในสหรัฐฯ

2. Goldman Sachs: "โลกการลงทุนที่ซับซ้อนขึ้น แต่เปิดโอกาสมากขึ้น"

ภาพรวม: เป็นปีที่ต้องลงทุนเชิงกลยุทธ์ (Active) และมีความอดทนสูง

ปัจจัยบวก: วัฏจักรดอกเบี้ยขาลงเป็นปัจจัยบวกใหญ่สุด ส่งผลดีต่อหุ้นขนาดเล็ก (Small Caps) และ REITs

กลยุทธ์: เน้นหุ้นที่มี Gross Margin สูง งบดุลแข็งแรง และกระจายพอร์ตไปยังตลาดเกิดใหม่ (EM) และยุโรปมากขึ้น

3. Allianz Global Investors: "หุ้น AI ยังต้องมี แต่นอกสหรัฐฯ อาจดีกว่า"

ภาพรวม: เศรษฐกิจอยู่ในช่วง "หาทางเดินใหม่" (Navigate new pathways) ภายใต้แรงกดดันเงินเฟ้อที่ต่างกันในแต่ละภูมิภาค

มุมมอง AI: เป็น Mega Trend ที่ทิ้งไม่ได้ แต่ราคาหุ้นในสหรัฐฯ เริ่มแพงเกินไป

กลยุทธ์: ให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐาน AI (Data Center, พลังงาน) และหุ้นยุโรป อินเดีย จีน ที่ตลาดยังให้ราคาไม่เต็ม

4. BNP Paribas Asset Management: "หุ้นยังเป็นแกนหลัก และสหรัฐฯ ยังถือได้"

ภาพรวม: โครงสร้างการลงทุนเปลี่ยนไปสู่ "The Shifting Investment Landscape" โดยนโยบายรัฐมีบทบาทมากขึ้น

มุมมอง AI: เป็นเครื่องยนต์เพิ่มประสิทธิภาพ (Productivity Engine) ในระยะยาว

กลยุทธ์: ชอบเทคโนโลยีจีนมากกว่าไต้หวัน/เกาหลี เพราะมีความหลากหลายและเน้นการใช้งานจริง (Service/Application)

5. Amundi Asset Management: "โลกลงทุนยังหมุนต่อไป ภายใต้ความปั่นป่วนที่ควบคุมได้"

ภาพรวม: เศรษฐกิจเติบโตแบบยืดหยุ่น (Resilient growth) ท่ามกลางความระเบียบที่วุ่นวาย (Controlled disorder)

มุมมองภูมิภาค: ตลาดเกิดใหม่ (EM) โดยเฉพาะอินเดียและจีนจะเติบโตเด่นกว่าประเทศพัฒนาแล้ว

กลยุทธ์: เน้นการกระจายความเสี่ยงข้ามสินทรัพย์และภูมิภาค ไม่ควรลงทุนแบบ Single-asset

6. Bank of New York (BNY): "ปัจจัยพื้นฐานอาจทำให้ปี 2026 ดีกว่า 2025"

ภาพรวม: มองผ่าน 6 คำถามสำคัญ โดยเชื่อว่าเศรษฐกิจโลกจะรักษาสมดุลได้จากการลงทุนเทคโนโลยี

มุมมองค่าเงิน: ดอลลาร์สหรัฐฯ (USD) มีโอกาสอ่อนค่าต่อเนื่องจากการแบ่งขั้วของโลก

กลยุทธ์: เน้นผู้ชนะ AI ระยะยาวในกลุ่ม Financials, Healthcare และ Utilities ที่นำ AI ไปลดต้นทุนได้จริง

7. Franklin Templeton: "โลกลงทุนไม่ได้แค่มองทิศ แต่ต้องเลือกข้างที่ถูก"

ภาพรวม: ปีแห่งการขยายตัว (Broadening), เส้นอัตราผลตอบแทนชันขึ้น (Steepening) และดอลลาร์อ่อนค่า (Weakening)

มุมมอง AI: ไม่ใช่ฟองสบู่ แต่ผู้ชนะต้องเป็น "Leaner - Faster - AI-powered" เท่านั้น

กลยุทธ์: เพิ่มน้ำหนักหุ้นขนาดกลาง-เล็ก และตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่สกุลเงินท้องถิ่น

8. Invesco: "เมื่อโลกการลงทุนต้องทนให้ได้ และปรับสมดุลให้ทน"

ภาพรวม: เน้นการปรับสมดุลพอร์ต (Rebalancing) เพื่อลดความกระจุกตัวในหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ

มุมมองสินทรัพย์: หุ้นกลุ่ม Value, Cyclical และ Small-Mid Cap จะกลับมาน่าสนใจในช่วงต้นของการฟื้นตัว

กลยุทธ์: เพิ่มน้ำหนักสินทรัพย์นอกสหรัฐฯ (Non-US Assets) เพื่อรองรับดอลลาร์ที่อ่อนค่า

9. BlackRock: "ปีที่อยู่เฉย ๆ ไม่ได้แปลว่าปลอดภัย"

ภาพรวม: การไม่ปรับพอร์ตคือความเสี่ยง (Pushing Limits) เพราะดัชนีปัจจุบันกระจุกตัวในหุ้นใหญ่สูงมาก

มุมมอง Mega Forces: AI จะช่วยให้สหรัฐฯ เติบโตเหนือค่าเฉลี่ย (S-Curve ใหม่) หากการลงทุนมหาศาลคืนทุนได้จริง

กลยุทธ์: ยังคง Overweight หุ้นสหรัฐฯ ในธีม AI แต่ต้องเลือกรายตัว (Active) และสนใจตลาดเอกชน (Private Markets)

10. T. Rowe Price: "ในโลกที่เปลี่ยนเร็ว ลงทุนตอนนี้ใจต้องนิ่ง"

ภาพรวม: เป็นปีของ Minds, Machines และ Market Shifts ที่ต้องอาศัยวินัยในการคัดเลือกหุ้น (Selectivity)

มุมมองตราสารหนี้: ยังเป็นเกมที่ไม่ง่ายเพราะเงินเฟ้อและหนี้สาธารณะสหรัฐฯ ยังกดดัน

กลยุทธ์: ใช้สินทรัพย์จริง (Real Assets) เช่น พลังงานและทองคำ เป็นกันชนป้องกันความเสี่ยงเงินเฟ้อ

สรุปการจัดพอร์ตปี 2026 (Consensus Asset Allocation)
จากการกลั่นกรองมุมมองของทุกสถาบัน สามารถสรุปแนวทางการจัดพอร์ตที่แนะนำร่วมกันได้ดังนี้:

หุ้นสหรัฐฯ (US Equities): ยังเป็นแกนหลักแต่ให้ ลดความกระจุกตัว (De-concentration) จากหุ้น Tech ขนาดใหญ่ (Mega Caps) และขยายไปยัง หุ้นขนาดกลางและเล็ก (Small & Mid Caps) รวมถึงกลุ่ม Value/Cyclical ที่ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาลง

หุ้นนอกสหรัฐฯ (Non-US Equities): แนะนำเพิ่มน้ำหนักใน ยุโรป จีน และอินเดีย เนื่องจากระดับราคา (Valuation) ยังไม่แพงเท่าสหรัฐฯ และมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเฉพาะตัว

ธีม AI: เปลี่ยนจากการเก็งกำไรในผู้ผลิตชิป ไปสู่ "AI Adopters" หรือบริษัทในกลุ่ม Financials, Healthcare และ Utilities ที่นำ AI มาสร้างกำไรและลดต้นทุนได้จริง

ตราสารหนี้ (Fixed Income): เน้น ตราสารหนี้คุณภาพสูง (Investment Grade) และตราสารหนี้ในตลาดเกิดใหม่สกุลเงินท้องถิ่น เพื่อรับอานิสงส์จากดอลลาร์อ่อนค่า

สินทรัพย์ทางเลือกและสินทรัพย์จริง (Alternatives & Real Assets): แนะนำถือ ทองคำ, โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) และ สินค้าโภคภัณฑ์ เพื่อเป็นกันชนความเสี่ยงเงินเฟ้อที่อาจกลับมาและบริหารความผันผวน

ที่อยู่

Ladprao
Bangkok
10310

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ The Eclectic Scrapbook : วิน - วิน สารพัดเรื่องผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แนะนำ

แชร์