CEO Delta T ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก CEO Delta T, ที่ปรึกษาทางธุรกิจ, รามอินทรา, Bangkok.
(1)

เพราะในโลกธุรกิจต้องไม่มีความกลัว CEO Dalta T
พวกเรามีความมั่นใจว่า “คุณเองก็สามารถที่จะสร้างธุรกิจในแบบที่เป็นตัวของคุณโดย ไม่จำเป็นต้องมองหาทุนเป็นอย่างแรก” แต่มองหาความชอบหรือความใช่ของตนเองเป็นอย่างแรกต่างหาก
พร้อมคู่ไปกับการเปลี่ยน Mindset ดึงประสิทธิภาพการใช้ปัญญาจากศาสตร์ บริหารธุรกิจ และ สาขาที่คุณเรียนเองหรือสิ่งที่คุณสนใจ ต่อให้จะแตกต่างกับการบริหารธุรกิจอย่างมากมายก็สามารถที่จะประยุก

ต์ใช้เข้ากันได้ ด้วยจินตนาการบนพื้นฐานความเป็นจริง
โดยอาศัยความรู้ในเรื่อง การสร้างระบบธุรกิจ การตลาด การเงิน การลงทุน บวกการเข้าใจ Mindset ที่ดี รวมถึงทางเรายังมีความเชื่ออีกว่าบางคนต้องการแรงบันดาลใจเพื่อให้มีความฝันต่อไป เพจเราจึงได้ออกแบบมาเพื่อให้ความรู้ทางธุรกิจแล้วและยังให้เรื่องราวสำหรับบางท่านที่ต้องการแรงบันดาลใจที่ดีในการพลักดันตัวเองด้วยเช่นกัน
เพราะคนเราเปรียบเหมือนต้นไม้ที่ต่างกันการเติบโตและวัตถุดิบในการดูเเลบ่อยครั้งการดูแลก็มักไม่เหมือนกัน มันจึงไม่ใช่เรื่องที่แปลกที่คนเราจะรับบางสิ่งบางอย่างหรือมีความอดทนได้ไม่เท่ากัน ท้ายที่สุดนี้เราเชื่อว่าหลังจากผ่านจุดเริ่มต้นไปแล้วเราจะได้เติบโตและเดินทางไปถึงวันที่เราประสบความสำเร็จไปด้วยกัน

เชื่อหรือไม่ว่า อดีต ceo ของ Starbucks อย่าง Howard Schultz เคยยากจนถึงขั้นขาย ”เลือดตัวเอง” เพื่อประทังชีวิตในวัยเด็กเข...
17/04/2023

เชื่อหรือไม่ว่า อดีต ceo ของ Starbucks อย่าง Howard Schultz เคยยากจนถึงขั้นขาย ”เลือดตัวเอง” เพื่อประทังชีวิต
ในวัยเด็กเขานั้นเกิดในครอบครัวที่เรียกได้ว่า “ยากจน” มากๆ ครอบครัวนึง เมื่อเขาอายุได้ 7ขวบ พ่อของเขาที่ทำงานเป็นคนขับรถบรรทุกได้เกิดอุบัติเหตุจนขาหัก และถูกไล่ออกจากงานในที่สุด แน่นอนว่าพ่อของเขายากจนเกินกว่าที่จะมีประกันและเงินเก็บ ทำให้ครอบครัวของเขานั้นอยู่ในจุดที่เรียกว่า “มืด 8ด้าน” และไม่เห็นเส้นทางของแสงสว่าง
เเต่ถึงแม้ชีวิตของเขาจะดูไม่เห็นเส้นทาง Howard Schultz ก็ยังคงฝันถึงการมีชีวิตที่ดีขึ้นอยู่เสมอ จนกระทั่งเขาได้เป็นนักกีฬาฟุตบอลของโรงเรียนและได้ขอทุนนักกีฬาเพื่อเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย ในระหว่างเรียนเขาก็ได้ทำงานเล็กๆน้อยๆเพื่อหาเงินประทังชีวิต จนหลายต่อหลายครั้งเขาได้ขาย “เลือด” ของเขาเพื่อหาเงินในการใช้ชีวิต
จนกระทั่งเขาเรียนจบในระดับปริญญาเขามีความต้องการที่จะทำงานในร้านกาแฟที่ชื่อว่า “Starbucks” ซึ่งในขณะนั้นเป็นเพียงแค่ร้านขายเมล็ดกาแฟเท่านั้น เขาใช้เวลาหลายปีในการทำให้เขาได้รับการจ้างเป็นพนักงานในที่สุด ในระหว่างที่เขาทำงานเขาได้เสนอแนวคิดมากมายให้กับเจ้าของร้านแต่แน่นอนว่า “ถูกปฏิเสธทั้งหมด”
เขาจึงตัดสินใจออกจาก Starbucks แล้วออกไปสร้างร้านกาแฟของตัวเองชื่อว่า “IL GIORNALE” ขึ้น และได้เสนอโปรเจคให้กับคนมากถึง 240 คนแต่ กลับถูกปฏิเสธมากถึง 217 คน ซึ่งเขาต้องแบกรับความผิดหวังไว้อย่างหนักที่ต้องเจอการปฏิเสธไอเดียของเขามากขนาดนี้
แต่ถ้าเขายอมแพ้ทุกอย่างจะจบลง จะไม่มีร้านกาแฟระดับโลกอย่าง Starbucks ให้เราเห็นในวันนี้อย่างแน่นอน เพราะหลังจากนั้น ร้าน Starbuck เดิมถูกยึดและปล่อยขายโดยธนาคารและแน่นอนว่า Howard Schultz ได้ทำการซื้อมันไว้และเป็น ceo ของ Starbucks เป็นต้นมา
หลังจากนั้นไอเดียของเขาได้ถูกนำมาพัฒนาและขยายกิจการอย่างต่อเนื่องจนในปัจจุบันมีมากกว่า 30,000 สาขา ทั่วโลกและมีมูลค่าธุรกิจกว่า 100,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 3,300,000 ล้านบาท) จนกลายเป็นมหาเศรษฐีระดับโลกในปัจจุบัน
สิ่งที่ถอดบทเรียนจากคุณ Howard Schultz นั่นก็คือ “การมีฝันที่มากกว่าคนอื่น”

เขาเชื่อว่าความฝันของเขาที่หลายคนบอกว่าเป็นไปไม่ได้ เขาจะทำมันให้ได้ และนั้นแหละคือสิ่งที่เขาเชื่อเสมอมา จนทำให้ชีวิตของเด็กที่พ่อตกงานตั้งแต่ 7 ขวบ ในห้องเช่าเล็กๆ กลายมาเป็นมหาเศรษฐีเจ้าของธุรกิจระดับโลกในวันนี้

#เรื่องราวธุรกิจ #แรงบันดาลใจ #พัฒนาตัวเอง #อยากประสบความสำเร็จ

“คำสอนจังหวะและเวลาทางธุรกิจจากวันสงกรานต์”พวกคุณเป็นอีกคนหรือเปล่า ที่คอยสังเกตว่าในทุกช่วงเทศกาลสงกรานต์นั้นที่มีการสา...
16/04/2023

“คำสอนจังหวะและเวลาทางธุรกิจจากวันสงกรานต์”

พวกคุณเป็นอีกคนหรือเปล่า ที่คอยสังเกตว่าในทุกช่วงเทศกาลสงกรานต์นั้นที่มีการสาดน้ำ ไม่ว่าจะใส่รถ หรือ เเม้กระทั้งประแป้งคนที่ไม่รู้จัก กลับพบว่าคนส่วนใหญ่มักจะไม่โกรธและอีกส่วนใหญ่ก็จะรู้สึกสนุกพร้อมกับหัวเราะไปกับการกระทำของเรา
นั่นก็เป็นเพราะว่ามันคือเทศกาลนั่นเองครับเป็นระยะเวลา โอกาส ที่พอดีและเหมาะสม ในการที่จะลงมือทำสิ่งที่เเตกต่างออกไปจาก “วิถีชีวิตประจำวันทั่วไป” จึงทำให้เกิดกลายเป็นความเข้าใจและการลงมือทำได้ ถึงแม้จะขัดจากชีวิตประจำวันแต่ก็เป็นที่ยอมรับได้ของคนส่วนใหญ่ในสังคม และกลับกันทำให้คนบางกลุ่มในสังคมนั้นมีความสุขอีก
เปรียบได้เหมือนกับการทำธุรกิจหรือเริ่มต้นเป็นเจ้าของกิจการ ครับ บ่อยครั้งเลยบางธุรกิจนั้นก็ควรทำในเวลาที่โอกาสและสถานการณ์นั้นเหมาะสมพร้อมจริงๆ และจึงลงมือทำ ผมยกตัวอย่างง่ายๆ คือ หากเมื่อ 4ปีก่อน ผมลงทุนขายแมสการแพทย์ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ การที่ผมสต๊อกของเยอะๆ กลับไม่มีใครบ่น หรือ ด่า เลยแม้แต่น้อย แต่กลับกัน หากเมื่อ 2 ปีที่แล้วในช่วงที่ ไวรัส corona ระบาดทั่วโลก หากคุณคือผู้ประกอบการจำหน่าย แมสการแพทย์ แล้วคุณสต๊อกของไว้เยอะมากๆ คุณจะกลายเป็น “จำเลยสังคม” ทันที อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในช่วงที่ demand ในตลาดสูง และมีผลต่อชีวิตของคนอื่นๆ
จะเห็นได้ว่า “เวลาที่เหมาะสมกับกิจการนั้นๆ” นี่แหละครับคือ key สำคัญของการทำธุรกิจ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าไม่ใช่ทุกธุรกิจจะเริ่มได้ทันทีเลยที่คิด เเละในเวลานี้ ที่คุณกำลังอ่านผมก็เชื่อว่าทุกท่านฟังมาถึงตรงนี้ก็คงสงสัยว่าถ้าอย่างนั้นเราควรทำอะไรต่อ และ ต้องทำยังไงให้ไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้? ก่อนอื่นทุกคนต้องไม่ลืมครับว่าการที่พวกคุณจะประสบความสำเร็จได้นั้น ในทุกธุรกิจเลย คุณจำเป็นที่จะต้องมีสิ่งที่เรียกว่า ”ความรู้” เพราะสิ่งนี้บ่อยครั้งไม่จำเป็นต้องใช้ต้นทุนเลยครับ (ว่าง่ายๆก็คือ ต่อให้คุณจะยังไม่สามารถเริ่มทำได้วันนี้ แต่ความรู้คุณสามารถเรียนรู้ได้ในทุกวันนั่นเองครับ)
เพราะอย่าลืมนะครับว่า “การที่คุณได้ลงมือทำในสิ่งที่คุณไม่ได้รู้จักดีนั้นก็นำมาซึ่งภัยแก่ตัวได้เช่นกัน”
แล้วความรู้จะหาจากไหนละ? ทางเราแนะนำง่ายๆ เช่น การถามจากผู้มีประสบการณ์หรือการใช้มือถือที่คุณกำลังอ่านผมอยู่ตอนนี้หาข้อมูลให้ดีจากแหล่งที่เชื่อถือได้หรือ หากวันนี้คุณอยากทำร้านลูกชิ้นทอด อาจจะทดลองทำแค่บริการส่งอย่างเดียวยังไม่จำเป็นต้องเปิดร้าน เพื่อเก็บข้อมูลการศึกษาและความพอใจของลูกค้าก่อนเปิดร้านจริงๆ ก็ได้
ท้ายที่สุด บ่อยครั้งการที่ตัวคุณไม่สามารถทำในวันนี้หรือเวลานี้ได้เลยไม่ได้หมายความว่าคุณจะเก็บสะสมความรู้เพื่อไปทำในอนาคตหน้าไม่ได้ หรือไม่ได้แปลว่าคุณไม่เก่งเท่าคนอื่นๆ แต่เพียงแค่ “จังหวะและเวลา” ของคุณและธุรกิจของคุณมันยังไม่เหมาะสมก็เท่านั้นเอง เมื่อสองสิ่งนั้นมาถึง และคุณมีความพร้อมมากพอ ธุรกิจของคุณจะเกิดขึ้นและดำเนินไปได้ตามศักยภาพของคุณแน่นอนครับ
เขียนและเรียบเรียงโดย CEO-Delta T
สำหรับคนที่ต้องการอ่านหนังสือเปลี่ยนตัวเองดีๆซักเล่มเเต่ไม่รู้ว่าจะอ่านเล่มไหนดี หรือต้องการคำปรึกษาพัฒนาตนเองด้านธุรกิจทักมาที่เพจได้เลยนะครับ

#ธุรกิจ #คำคมธุรกิจ #การเงิน #การตลาด #ข้อคิด #บทเรียนชีวิต #พัฒนาตัวเอง #แรงบันดาลใจ #บทเรียนชีวิต #พัฒนาตัวเอง #สังคมธุรกิจจากศูนย์

ชีวิตจะง่ายขึ้นเยอะ ถ้าคุณเลิก“พยายามอธิบายตัวเองให้คนอื่นฟัง” และจงทำใน “สิ่งที่คุณควรจะทำ”Life is so much more simpler...
15/04/2023

ชีวิตจะง่ายขึ้นเยอะ ถ้าคุณเลิก

“พยายามอธิบายตัวเองให้คนอื่นฟัง”

และจงทำใน “สิ่งที่คุณควรจะทำ”
Life is so much more simpler when you stop explaining yourself to people and just Do what works for you.

-Elon Musk- หนึ่งในมหาเศรษฐีของโลก
สำหรับคนที่ต้องการอ่านหนังสือเปลี่ยนตัวเองดีๆซักเล่มเเต่ไม่รู้ว่าจะอ่านเล่มไหนดี หรือต้องการคำปรึกษาพัฒนาตนเองด้านธุรกิจทักมาที่เพจได้เลยนะครับ

#ธุรกิจ #คำคมธุรกิจ #การเงิน #การตลาด #ข้อคิด #บทเรียนชีวิต #พัฒนาตัวเอง #แรงบันดาลใจ #บทเรียนชีวิต #พัฒนาตัวเอง #สังคมธุรกิจจากศูนย์

อย่าให้ใครที่ “ไม่เคยทำอะไรสำเร็จ”มาบอกคุณว่า “คุณต้องทำสิ่งต่างๆ ยังไง”Don’t let someone who has done nothing tell you ...
13/04/2023

อย่าให้ใครที่ “ไม่เคยทำอะไรสำเร็จ”
มาบอกคุณว่า “คุณต้องทำสิ่งต่างๆ ยังไง”
Don’t let someone who has done nothing tell you how to do anything.
กล่าวโดย Robert Downey Jr. นักแสดงชื่อดัง เจ้าของบทบาท Tony Stark หรือ Iron man
สำหรับคนที่ต้องการอ่านหนังสือเปลี่ยนตัวเองดีๆซักเล่มเเต่ไม่รู้ว่าจะอ่านเล่มไหนดี หรือต้องการคำปรึกษาพัฒนาตนเองด้านธุรกิจทักมาที่เพจได้เลยนะครับ

#ธุรกิจ #คำคมธุรกิจ #การเงิน #การตลาด #ข้อคิด #บทเรียนชีวิต #พัฒนาตัวเอง #แรงบันดาลใจ #บทเรียนชีวิต #พัฒนาตัวเอง #สังคมธุรกิจจากศูนย์

คุณเป็นคนนึงหรือเปล่าที่ไม่สามารถแยกความแตกต่างระหว่าง “ความอยาก” และ “ความต้องการ” ออกจากกัน?เเต่คุณรู้มั้ยการขายที่ดีต...
12/04/2023

คุณเป็นคนนึงหรือเปล่าที่ไม่สามารถแยกความแตกต่างระหว่าง “ความอยาก” และ “ความต้องการ” ออกจากกัน?

เเต่คุณรู้มั้ยการขายที่ดีต้องรู้ว่าลูกค้าอยากได้เพราะอารมณ์เป็นหลักไม่ใช่ความต้องการอย่างเดียว พวกคุณหลายคนเวลาต้องการจะซื้อสินค้าผมเชื่อเลยว่าสินค้าบางอย่าง เช่น ยาสีฟัน หรือ เเชมพู ยี่ห้อเจ้าประจำของคุณมันหมดหรือหากไม่มีขายในห้างนั้น คุณอาจจะเป็นคนหนึ่งที่เลือกไปอีกห้างหนึ่งหรือซุปเปอร์มาร์เก็ตอีกที่นึงเพื่อหาสินค้าที่ตรงใจของคุณ
นอกจากว่า ตัวคุณในเวลานั้นยังไงก็ไม่สามารถหาสินค้า ในดวงใจ หรือสินค้าที่ถูกวาดฝันในความคิดนั้นได้ในเวลานั้น
คุณจึงต้องอาศัยความต้องการในการซื้อ พร้อมคิดในใจว่าเอาไปใช้ก่อนก็ได้ ถ้าปล่อยไว้นานกว่านี้เดี๋ยวหัวหรือปากจะสกปรกมีกลิ่นเหม็นไม่คุ้มเอา
ฟังมาถึงตรงนี้เเล้ว บางคนอาจจะพูดในใจว่าก็เเค่ต้องการทำความสะอาดฟันหรือ ทำความสะอาดผมแค่นั้นแหละ ถ้างั้น คุณอาจเป็นคนหนึ่งที่สามารถใช้ผลึกเกลือหรือน้ำขี้เถ้า,มะกรูดในการเเปลงฟันหรือสระผมได้ เพราะมันก็ทำความสะอาดผมได้เหมือนกัน หรือ คุณอาจเป็นคนนึงเลยที่หยิบเเชมพูหรือของใช้อะไรก็ได้แต่ถ้าวันนี้คุณยังเลือกใช้แชมพูอยู่หรือเลือกยี่ห้ออยู่ยอมรับเถอะครับส่วนนึงนั้น การซื้อชมพูก็มาจากอารมณ์ของคุณ ที่เห็นโฆษณาหรือนึกถึงกลิ่นที่ดีของมัน เเม้กระทั้งติดใจอย่างดีที่เคยใช้ อีกมากมายไม่ว่าจะเป็นเรื่องกลิ่นหรือประโยชน์ที่ทำให้ผมนุ่มขึ้น ฟันขาวขึ้น
ทีนี้ปัญหาคือ แล้วอารมณ์อะไรล่ะที่ทำให้คุณต้องซื้อเเชมพูในส่วนนี้เราจะสังเกตได้ครับว่าทั้งชมพูหรือยาสีฟันในแต่ละยี่ห้อบ่อยครั้งอาจใช้การนำเสนอโฆษณาที่ว่า รุ่นนี้มีกลิ่นหอมสดชื่นส่งผลให้ดึงดูดเพศตรงข้ามได้เป็นอย่างดี และในโฆษณาก็จะมีการนำนักเเสดง เพศตรงข้ามในการเข้าหาผู้ที่ใช้สินค้าตัวนั้น ดังนั้นก็จะเป็นการเหมือนบอกเป็นนัยยะสำคัญว่าถ้าใช้ครีมสระผมตัวนี้แล้วจะช่วยให้เค้าหาเพศตรงข้ามง่ายขึ้น เพราะมีกลิ่นที่หอมดึงดูด
หรืออีกกรณีหนึ่งคือยาสีฟัน การโฆษณาที่อาจเน้น โฆษณาการออกฤทธิ์กำจัดแบคทีเรียต้นเหตุการเกิดกลิ่นปาก —> ส่งผลทำให้ ลูกค้ากลุ่มที่คิดมากนึกถึงสาเหตุต้นต่อการเกิดกลิ่นจึงใช้มันกำจัดเเบคทีเรียเพื่อเข้าสังคมปกติเเละเพื่อเเก้ปัญหาที่ต้นเหตุ แต่นั่นอาจไม่ได้ทำให้ปากมีกลิ่นหอมของตัวสินค้าอย่างโดดเด่นเพราะใช้ที่ต้นเหตุอย่างเดียวไม่มีกลิ่นหอมที่ช่วยเพิ่มในปลายเหตุ
ขณะที่คนอีกกลุ่มนึงอาจชอบยาสีฟันที่มีกลิ่นหอมแรงเพราะจำเป็นต้องสนทนากับคู่เดท โดยตั้งเป้าหมายว่าแม้แต่กลิ่นปากก็ต้องหอมสดชื่นจนคู่เดทอยากที่จะได้เป็นแฟนในวันนั้นเลย การโฆษณาลักษณะนี้ ล้วนก็จำเป็นต้องเล่นกับอารมณ์ความรู้สึก ดังนั้นนะครับถ้าวันนี้คุณเป็นคนหนึ่งที่อยากที่จะขายสินค้าดีก็จำเป็นต้องเข้าถึงอารมณ์ไม่ใช่แค่ความต้องการเพียงอย่างเดียวของลูกค้า
Reference: หนังสือ Motivation marketing
เขียนและเรียบเรียงโดย CEO-Delta T
สำหรับคนที่ต้องการอ่านหนังสือเปลี่ยนตัวเองดีๆซักเล่มเเต่ไม่รู้ว่าจะอ่านเล่มไหนดี หรือต้องการคำปรึกษาพัฒนาตนเองด้านธุรกิจทักมาที่เพจได้เลยนะครับ

#ธุรกิจ #คำคมธุรกิจ #การเงิน #การตลาด #ข้อคิด #บทเรียนชีวิต #พัฒนาตัวเอง #แรงบันดาลใจ #บทเรียนชีวิต #พัฒนาตัวเอง #สังคมธุรกิจจากศูนย์

เวลาของคุณมี “จำกัด” ดังนั้น “อย่าเสียมันไป” กับ การอยู่ใน “ชีวิตของคนอื่น”Your time is limited, so don’t wast it living...
11/04/2023

เวลาของคุณมี “จำกัด”
ดังนั้น “อย่าเสียมันไป”
กับ การอยู่ใน “ชีวิตของคนอื่น”
Your time is limited, so don’t wast it living in someone else’s life.

กล่าวโดย Steve Jobs ผู้คิดค้นและก่อตั้งบริษัท Apple
สำหรับคนที่ต้องการอ่านหนังสือเปลี่ยนตัวเองดีๆซักเล่มเเต่ไม่รู้ว่าจะอ่านเล่มไหนดี หรือต้องการคำปรึกษาพัฒนาตนเองด้านธุรกิจทักมาที่เพจได้เลยนะครับ

#ธุรกิจ #คำคมธุรกิจ #การเงิน #การตลาด #ข้อคิด #บทเรียนชีวิต #พัฒนาตัวเอง #แรงบันดาลใจ #บทเรียนชีวิต #พัฒนาตัวเอง #สังคมธุรกิจจากศูนย์

เคยสงสัยมั้ยครับ ทำไมเด็กหลังห้องถึงมักจะประสบความสำเร็จกว่าเด็กตั้งใจเรียน (กลุ่มที่เรียกว่า “อัจฉริยะ”)? ผมเชื่อว่า คุ...
09/04/2023

เคยสงสัยมั้ยครับ ทำไมเด็กหลังห้องถึงมักจะประสบความสำเร็จกว่าเด็กตั้งใจเรียน (กลุ่มที่เรียกว่า “อัจฉริยะ”)?

ผมเชื่อว่า คุณอาจเป็นคนนึงที่เคยเห็นข่าวหรือความสามารถที่เรียกได้ว่าเป็นอัจฉริยะ ไม่ว่าจะเป็นเด็กบางคนที่ พูดได้ 7 ภาษาตั้งแต่ 4 ขวบ หรือ เด็กอายุ 13 ที่จบมหาวิทยาลัยสาขาฟิสิกส์ได้ชิวๆ รวมไปถึงเด็ก 8 ขวบที่เเก้เเคลคูลัสได้สบายๆก็ตาม
แต่ทำไมเราถึงไม่ได้เห็นว่าเด็กกลุ่มนี้มักเติบโตมาเป็นคนที่ สร้างธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ให้กับโลก หรือเป็นเจ้าของธุรกิจอันดับต้นๆของโลก กลับเป็นเด็กหลังห้องเป็นส่วนใหญ่ที่มักเป็นเจ้าของกิจการหรือเป็นเด็กที่เก่งในระดับมาตรฐานของเด็กเก่งทั่วไป ที่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับโลกได้อย่างมหาศาล?
ทีนี้หลังจากที่หลายคนอ่านมาถึงตรงนี้บางคนอาจจะคาดเดาไปแล้วว่า นี่คือเรื่องปกติอยู่แล้วเพราะเขาศึกษาแค่ในหนังสือเรียน หรือบางคนก็อาจตีความว่าก็เพราะตัวเขาเป็นอัจฉริยะเกินไป เลยขาดการเข้าสังคม ขาดคอนเน็คชั่นส์หรือ Ego สูง EQ ต่ำไป
แต่พวกคุณเชื่อมั้ยว่า มีเเค่ 25% จาก 100% เท่านั้นครับที่พบปัญหาการเข้าสังคม หรือเรียกง่ายๆว่า พบปัญหาที่ไม่สามารถเข้าสังคมได้เพราะเป็นคนที่เก่งเกินไปหรือ Ego สูงไปเพราะส่วนที่เหลืออีก 75% พวกเขาเข้าสังคมได้เป็นอย่างดีและมีกลุ่มเพื่อนที่สนิทได้เป็นปกติ
ทีนี้ปัญหามาแล้วครับ ถ้าอย่างนั้นมันเกิดจากอะไรล่ะ?
นั่นก็เพราะว่าเด็กอัจฉริยะกลุ่มนี้ มีส่วนได้ความอัจฉริยะนี้มาจาก Genetic นั่นเองครับ และการที่เขาฝึกฝนหรือได้แสดงความเป็นอัจฉริยะผ่านการศึกษาหรือการเเข่งขันนั้น ก็เหมือนการไปเน้นจุดเดิม หรือสิ่งที่เขามีอยู่แล้วซ้ำๆ พยายามศึกษาเเต่สิ่งที่รู้อยู่เเล้วซ้ำๆ นั่นแหละครับคือเรื่องที่น่าเสียดาย เช่น พวกคุณลองนึกภาพดูครับเหมือนวันนี้ พวกคุณ บวกเลขกันเป็นอยู่แล้วแต่พวกคุณก็ยังคงบวกกันอยู่ซ้ำๆหรือแข่งขันบวกเลขกันอยู่ซ้ำๆ
คำถามคือแล้วมันจะมีประโยชน์อะไรขึ้นมาละครับ? และยิ่งการสนับสนุนในเรื่องซ้ำๆจากครอบครัวนั่นจึงทำให้เขาอยู่ในกรอบเดิมๆครับ และเด็กส่วนนี้กลุ่มใหญ่ก็จะได้รับ ค่านิยมทางสถาบันการศึกษา พ่อเเม่ คุณครู ความคิดที่ต้องเข้ามหาวิทยาลัยดีๆเท่านั้น หรือค่านิยมทางอาชีพ แพทย์ วิศวะ เภสัช นั่นจึงทำให้พวกเขา เติบโตตามแนวทางสังคมปกติที่พวกเขาถนัดเท่านั้น และด้วยคำชื่นชมที่มากมายจากสังคมนั่นจึงทำให้พวกเขามักกลัวที่จะล้มเหลวกับการทำสิ่งใหม่ๆที่ถนัด และกลายเป็นเครดิตในด้านลบ
ตัดภาพมาที่เด็กหลังห้องที่อาจจะเป็นคนที่เรียนไม่เก่งรวมถึงหลายหลายคนคุณครูก็ไม่ชอบขี้หน้าเขาด้วยซ้ำ เพราะเนื่องจากเด็กกลุ่มนี้มักมีความคิดเป็นของตัวเองไม่ได้คล้อยตามคำสอนของคุณครู แต่กลับกันเด็กกลุ่มนี้ตั้งกฎและทฤษฎีคำถามมากมาย ขึ้นมาเป็นของตนเองเพื่อค้นคว้า ทำให้เด็กกลุ่มนี้จึงไม่ได้อินกับความรู้ในห้องเรียน จึงมักถูกมองเป็นเด็กที่ไม่ตั้งใจเรียน หรือ ไม่ได้เป็นเด็กคนโปรดของคุณครู เลยไม่ได้ถูกเอาใจใส่หรือเป็นคนโปรดเพราะถ้ายิ่งสอนตามเเนวทางที่คุณครูตั้งไว้ก็จะยิ่งเหนื่อย เลยมองว่าเด็กกลุ่มนี้มักจะสร้างความลำบากปัญหาให้
และด้วยการที่พวกเขาเป็นแบบนี้เอง เด็กกลุ่มนี้จึงมักจะเป็นผู้ที่สร้างโมเดลธุรกิจใหม่ๆหรือสร้างสิ่งที่เปลี่ยนแปลงโลก ปฏิวัติเปลี่ยนแปลงแนวคิดความทันสมัยเทคโนโลยีและทำให้เรามีเทคโนโลยีใหม่ๆในทุกวันนี้ เพราะไม่ว่าใครๆก็เปลี่ยนแปลงและจำกัดขอบความคิดเค้าไม่ได้
อีก case ศึกษาที่สำคัญก็คือ กลุ่มของเด็กหลังห้องมันเป็น “risk taker” หรือผู้ชอบแบกรับความเสี่ยง หากฟังเผินๆอาจจะดูเป็นเรื่องที่ไม่ดี แต่ในโลกของความเป็นจริงนั้น ความมั่นคงไม่มีอยู่จริง มีเพียงแค่ใครจะรับความเสี่ยงน้อย หรือ ใครจะรับความเสี่ยงมากก็เท่านั้น โดยกลุ่มของเด็กหลังห้องมักกล้าได้กล้าเสีย เวลาที่มีโอกาสต่างๆเข้ามาในชีวิตก็มักจะรับไว้แล้วทำมันอย่างเต็มที่โดยไม่สนใจคำพูดของใครอื่น ในขณะที่เด็กหน้าห้องมักจะไม่ทำอะไรที่คิดคำนวนแล้วว่ามันเสี่ยงที่จะเสียอะไรบางอย่างไป เช่นบางคนไม่ยอมไปต่างประเทศระหว่างเรียนเพราะกลัวจะเรียนไม่ทันเพื่อนและจบไม่ทัน 4 ปี (มาตรฐาน) ในขณะที่บางคนยอมเสี่ยงที่จะจบไม่ทันเพื่อนเพื่อได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ เครือข่ายใหม่ๆมากมายที่คนในกลุ่มก่อนหน้าไม่สามารถได้รับ
นี่คือสาเหตุที่ทำไมคนที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่ในโลกนี้มักเป็นกลุ่มคนที่ไม่ใช่กลุ่มของเด็กหน้าห้องในวัยเด็กของพวกเขา เพราะพวกเขาเชื่อเสมอว่า “only risk taker is the money maker” ยังไงละครับ จำไว้นะครับว่า “ความเสี่ยงเกิดขึ้นได้ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่จงบริหารจัดการความเสี่ยงเหล่านั้นให้ดีที่สุดก็พอ” เพราะสุดท้ายแล้ว ถ้าคุณไม่ต้องการความเสี่ยง คุณจะไม่สามารถทำอะไรได้เลยบนโลกใบนี้นั่นเอง
พวกคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้ก็เช่นกันครับถ้าวันนี้คุณเป็นคนหนึ่งที่คิดเรื่องใหม่ได้คุณจะนำมันมาใช้หรือจะกลัวค่านิยมของสังคมและเลือกที่จะปล่อยให้มันจบไปพร้อมกับชีวิตในวันข้างหน้า?
หมายเหตุ: เด็กหน้าห้อง และ เด็กหลังห้องคือการอุปมา อุปไมย ตามความรู้สึกของสังคมไทยที่ เด็กที่ได้รับการยอมรับจากอาจารย์ หรือเก่งในสายตาอาจารย์คือ “เด็กหน้าห้อง” ส่วนกลุ่มที่มีความคิดแตกต่างออกไป แต่ไม่ถูกใจอาจารย์ มักจะถูกมองเป็น “เด็กหลังห้อง”

**ซึ่งในที่นี้ เราไม่ได้หมายถึง คนที่อยู่หลังห้องทุกคนคือคนไม่เก่ง หรือคนที่นั่งหน้าห้องทุกคนคือคนเก่ง นะครับ**

อ่านและเรียนรู้ได้จากหนังสือ : originals
เขียนและเรียบเรียงโดย CEO-Delta T
สำหรับคนที่ต้องการอ่านหนังสือเปลี่ยนตัวเองดีๆซักเล่มเเต่ไม่รู้ว่าจะอ่านเล่มไหนดี หรือต้องการคำปรึกษาพัฒนาตนเองด้านธุรกิจทักมาที่เพจได้เลยนะครับ

#ธุรกิจ #คำคมธุรกิจ #การเงิน #การตลาด #ข้อคิด #บทเรียนชีวิต #พัฒนาตัวเอง #แรงบันดาลใจ #บทเรียนชีวิต #พัฒนาตัวเอง #สังคมธุรกิจจากศูนย์

ถ้าคุณยืนบนถนนแล้วก้มมองลงมาคุณจะเห็นแค่ “พื้นดิน”แต่ถ้าวันนี้คุณอยู่บนตึกสูงแล้วมองลงมาคุณจะเห็นตึกที่งดงามมากมายอยู่ใน...
08/04/2023

ถ้าคุณยืนบนถนนแล้วก้มมองลงมา

คุณจะเห็นแค่ “พื้นดิน”

แต่ถ้าวันนี้คุณอยู่บนตึกสูงแล้วมองลงมา

คุณจะเห็นตึกที่งดงามมากมายอยู่ในสายตาของคุณ
นี่คือสาเหตุที่ทำไมหลายคนถึงสามารถอธิบายความสวยงามของชีวิตได้ ในขณะเดียวกันก็มีคนอีกมากมายที่ไม่สามารถแม้แต่จะเข้าใจ
เขียนและเรียบเรียงโดย CEO-Delta T
สำหรับคนที่ต้องการอ่านหนังสือเปลี่ยนตัวเองดีๆซักเล่มเเต่ไม่รู้ว่าจะอ่านเล่มไหนดี หรือต้องการคำปรึกษาพัฒนาตนเองด้านธุรกิจทักมาที่เพจได้เลยนะครับ

#ธุรกิจ #คำคมธุรกิจ #การเงิน #การตลาด #ข้อคิด #บทเรียนชีวิต #พัฒนาตัวเอง #แรงบันดาลใจ #บทเรียนชีวิต #พัฒนาตัวเอง #สังคมธุรกิจจากศูนย์

เมื่อคุณอยู่กลางถนนที่เต็มไปด้วย “สุนัขจรจัด”สิ่งที่ควรทำไม่ใช่ “วิ่งหนี” หรือ “เห่าตอบ”แต่สิ่งที่ควรทำคือ “ให้อาหารพวกม...
06/04/2023

เมื่อคุณอยู่กลางถนนที่เต็มไปด้วย “สุนัขจรจัด”
สิ่งที่ควรทำไม่ใช่ “วิ่งหนี” หรือ “เห่าตอบ”
แต่สิ่งที่ควรทำคือ “ให้อาหารพวกมัน” แล้ววันนึงสุนัขจรจัดเหล่านั้นที่เคยเห่าคุณจะ “ขาดคุณไม่ได้”
ใครต้องการเปลี่ยนด้วยหนังสือดีๆซักเล่มเเต่ไม่รู้จะอ่านเล่มไหนหรือเริ่มยังไงให้ถูกปัญหาทักมาที่เพจได้เลยครับ

#ธุรกิจ #คำคมธุรกิจ #กางเงิน #การตลาด #ข้อคิด #บทเรียนชีวิต #พัฒนาตัวเอง #แรงบันดาลใจ #สังคมธุรกิจจากศูนย์ #บทเรียนชีวิต #พัฒนาตัวเอง #แรงบันดาลใจ

จงอย่าเชื่อใครก็ตามที่บอกว่า “คุณไม่เหมาะกับสิ่งที่คุณต้องการ”Never believe anyone who tells you that “you don’t deserve...
05/04/2023

จงอย่าเชื่อใครก็ตามที่บอกว่า “คุณไม่เหมาะกับสิ่งที่คุณต้องการ”
Never believe anyone who tells you that “you don’t deserve what you want”.
กล่าวโดย Taylor Swift นักร้องที่มีชื่อเสียง
สำหรับคนที่ต้องการอ่านหนังสือเปลี่ยนตัวเองดีๆซักเล่มเเต่ไม่รู้ว่าจะอ่านเล่มไหนดี หรือต้องการคำปรึกษาพัฒนาตนเองด้านธุรกิจทักมาที่เพจได้เลยนะครับ

#ธุรกิจ #คำคมธุรกิจ #การเงิน #การตลาด #ข้อคิด #บทเรียนชีวิต #พัฒนาตัวเอง #แรงบันดาลใจ #บทเรียนชีวิต #พัฒนาตัวเอง

จงพยายามและ “ผิดพลาด”แต่จงอย่าผิดพลาดที่จะ “ไม่พยายาม”Try and fail, but never fail to tryJared Leto (นักแสดงชื่อดัง) กล่...
03/04/2023

จงพยายามและ “ผิดพลาด”

แต่จงอย่าผิดพลาดที่จะ “ไม่พยายาม”
Try and fail, but never fail to try
Jared Leto (นักแสดงชื่อดัง) กล่าว
เขียนและเรียบเรียงโดย CEO-Delta T
สำหรับคนที่ต้องการอ่านหนังสือเปลี่ยนตัวเองดีๆซักเล่มเเต่ไม่รู้ว่าจะอ่านเล่มไหนดี หรือต้องการคำปรึกษาพัฒนาตนเองด้านธุรกิจทักมาที่เพจได้เลยนะครับ

#ธุรกิจ #คำคมธุรกิจ #การเงิน #การตลาด #ข้อคิด #บทเรียนชีวิต #พัฒนาตัวเอง #แรงบันดาลใจ #บทเรียนชีวิต #พัฒนาตัวเอง

แอดมินพร้อมด้วยทีมงาน CEO Delta Tขอแสดงความนับถือ ไปยังร้าน “โอชิเน ขอนแก่น”ที่ท่านนั้นมีจุดยืนอย่างเข้มแข็งและตั้งมั...
02/04/2023

แอดมินพร้อมด้วยทีมงาน CEO Delta T
ขอแสดงความนับถือ ไปยังร้าน “โอชิเน ขอนแก่น”
ที่ท่านนั้นมีจุดยืนอย่างเข้มแข็งและตั้งมั่นในกิจการของท่าน เเละมีหัวใจพร้อมที่จะปกป้องพนักงานอันเป็นเหมือนกับพี่น้องครอบครัวในทีมของท่านได้เป็นอย่างดี
ที่สำคัญยังใช้คุณธรรมอันเป็นพื้นฐานความเป็นมนุษย์ในการตัดสินและปรับ ค่าปรับตามความเป็นจริง ไม่ได้ใช้อารมณ์เข้าเกี่ยวข้อง เชื่อว่าโพสต์นี้จะเป็นกลิ่นหอมและ ความงดงามในจิตใจที่ท่านได้แสดงออกมาผ่านจุดยืนที่ท่านได้แสดงผ่านโลกออนไลน์นี้
ทางทีมพวกเรา CEO Delta T ขอเป็นกำลังใจให้ครับ

วานนี้ มีลูกค้ากลุ่มหนึ่ง มาทานอาหารที่ร้านของเรา เวลาประมาณ 20.00-22.00 น. โดยได้ทานโปรโมชั่น 550++ .. โดยได้ทานอาหารกลุ่มชาบูเหลือในปริมาณมาก
📌 ซึ่งหากทานเหลือ กติกาที่เราแจ้งทุกครั้งก่อนเริ่ม คือ มีค่าปรับ 150 บาท/ขีด โดยสามารถห่อกลับได้(เราห่อกลับให้เหมือนใหม่ เพื่อที่ท่านจะได้นำไปเก็บไว้รับประทานได้) โดยมีการติดประกาศกติกาที่บอร์ดประชาสัมพันธ์ทางเข้าร้านด้วย .. ซึ่งกติกาค่าปรับดังกล่าว เป็นกติกามาตรฐานของร้านอาหารบุฟเฟต์ทุกร้านทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยอาจต่างกันในรายละเอียด

🥹 ลูกค้ากลุ่มดังกล่าว ทานเหลือปริมาณ 870 กรัม ซึ่งทางร้านได้ลดหย่อนให้โดยปรับเพียง 800 กรัม หรือ 8 ขีดถ้วน ทางพนักงานของเราได้เสนอทางเลือกว่า จะจ่ายค่าปรับ หรือ จะรับประทานต่อจนหมด ลูกค้าซึ่งยังอยู่ที่โต๊ะได้แจ้งว่าให้ปรับเงินได้เลย จึงได้ทำการเช็คบิล(ตามในรูป)

แต่หลังจากนั้น ปรากฎมีลูกค้าหญิงรายหนึ่งซึ่งกลับไปก่อน เกิดความไม่พอใจ(บอกว่า ตนเป็นคนจ่ายเงิน) ได้ต่อว่าพนักงานทางโทรศัพท์ แล้วกลับเข้ามาต่อว่าพนักงานและร้านของเราด้วยคำที่หยาบคาย รุนแรง อาธิเช่น
- ไม่มีการศึกษา
- เป็นแค่ลูกน้องรับจ้างกินเงินเดือน มีสิทธิ์อะไรมาปรับ
- อาหารเกรดตลาดนัด ทำไมคนมากินกันเยอะ ทำไมไม่เจ๊งไป
(ด่าประโยคเดิมซ้ำ วนๆ และมีคำหยาบอื่นอีก)

หลังจากต่อว่าพนักงานของเรา ก็ได้รับประทานอาหารดังกล่าว(ซึ่งเราแพ็คไว้ให้แล้ว)ต่อที่โต๊ะจนหมด ทางร้านก็ได้ดำเนินการยกเลิกบิล(ตามรูป) และออกบิลใหม่โดยไม่คิดค่าปรับ

ทางผู้บริหาร บริษัทโอชิเน ขอนแก่น จำกัด ขอเรียนให้ลูกค้ากลุ่มดังกล่าวได้ทราบว่า พฤติกรรมที่ท่านได้ปฎิบัติต่อพนักงานของเรา เป็นพฤติกรรมที่ผิดวิสัยของสุภาพชนอันมีอารยธรรมพึงจะกระทำ กล่าวคือ การดูถูกดูแคลนเหยียดหยาม(บูลลี่)ต่อ เพศ ชนชั้น การศึกษา ระดับฐานะ อายุ อาชีพ ต่อบุคคลหรือบริษัท เป็นความผิดต่อกฎหมาย และเป็นเรื่องน่ารังเกียจในสังคมที่พัฒนาแล้ว ซึ่งทางเรามีคลิปเหตุการณ์ รูปถ่าย คลิปจากกล้องวงจรปิด ประจักษ์พยานทั้งพนักงานและลูกค้ารายอื่นที่อยู่ในเหตุการณ์เป็นเครื่องยืนยัน

อนึ่ง พนักงานที่ท่านต่อว่านั้นมีภูมิลำเนา จ.ขอนแก่น จบการศึกษาระดับปริญญาตรีสถาบันใน จ.ขอนแก่น ทำงานกับโอชิเน ขอนแก่น มาตั้งแต่เปิดร้าน (ประมาณ 5 ปี) เป็นพนักงานมีความรู้ความสามารถ ซื่อสัตย์ มีประสบการณ์ ได้รับเงินเดือนในระดับสูง สวัสดิการครบถ้วน รวมถึงโบนัสเกรด A ทุกปี .. จึงไม่ใช่เพียงพนักงานรับเงินเดือน ตามที่ท่านกล่าว

ทั้งนี้ "โอชิเน" ทุกสาขานำเข้าวัตถุดิบแท้ๆจากญี่ปุ่น มีใบรับรองจากองค์กรเจโทร(JETRO : Japan external trade organization) และ นอร์เวย์(Norwegian food safety authority) ซึ่งติดแสดงไว้ที่ร้าน รวมถึง "โปรโมชั่นโอโทโร่สับ" ที่ที่นิยมในปัจจุบัน ก็เป็นการซัพพอร์ทจากเจโทร เพราะ ยอดสั่งซื้อวัตถุดิบที่สูงของสาขาเราเช่นกัน .. จึงไม่ใช่เกรดตลาดนัดอย่างที่ท่านกล่าว

สุดท้ายนี้.. ทางโอชิเน ขอนแก่น ขอสงวนการให้บริการลูกค้ารายดังกล่าวในครั้งถัดไป และขอประณามพฤติกรรมอันน่ารังเกียจของท่านที่ได้กระทำต่อพนักงานของเราในครั้งนี้ ทั้งนี้หากมีการกระทำดังกล่าวเกิดขึ้นอีก ทางเราอาจพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

ด้วยความเคารพอย่างสูง
ผู้บริหาร โอชิเน ขอนแก่น

ที่อยู่

รามอินทรา
Bangkok

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ CEO Delta Tผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง CEO Delta T:

แนะนำ

แชร์