Premier Group of Companies

โทร เส้นทาง เว็บไซต์ ติดต่อ ธุรกิจของเรา

Premier Group of Companies ข้อมูลติดต่อ แผนที่และเส้นทาง แบบฟอร์มติดต่อ เวลาทำการ บริการ คะแนนรีวิว รูปภาพ วิดีโอ และข่าวสารจาก Premier Group of Companies, ศูนย์ธุรกิจ, ONE Premier Corporate Park, Soi Premier 2 Srinakarin Road, Nongbon, Prawet, Bangkok

กลุ่มบริษัทพรีเมียร์ เราดำเนินธุรกิจบนความเชื่อที่ว่า ธุรกิจที่ดีนั้นจะต้องประสบความสำเร็จ บนความยั่งยืนร่วมกันของสังคม องค์กรและพนักงาน เพราะสามสิ่งนี้ล้วนมีความสัมพันธ์ และเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน การดำเนินธุรกิจของเราจึงต้องดีต่อองค์กร ซึ่งหมายรวมถึงลูกค้า ผู้ถือหุ้นและคู่ค้า และต้องดีต่อพนักงาน รวมทั้งสังคมของเรา

ด้วยความห่วงใยในความปลอดภัยของทุกคน จากสถานการณ์ฝนตกและน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการเดินทางและการเข้าร่วมงาน ป...
06/10/2026

ด้วยความห่วงใยในความปลอดภัยของทุกคน จากสถานการณ์ฝนตกและน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการเดินทางและการเข้าร่วมงาน
ปันกัน ปันกัน สังคมแห่งการแบ่งปัน ขอแจ้งยกเลิกการจัดงาน “ถนนปันกัน ครั้งที่ 12 ตอน โรงเรียนแห่งการแบ่งปัน" ที่มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 10–11 ตุลาคม 2569 ณ The Nine Center พระราม 9 ไปก่อนค่ะ

ปันกันขอขอบคุณอาสาสมัคร ร้านอาสา ภาคี และทุกคนที่ให้ความสนใจ รวมถึงร่วมสนับสนุนงานมาโดยตลอดนะคะ 🫶🏻

ขอให้ทุกคนเดินทางอย่างปลอดภัย และดูแลตัวเองและคนรอบข้างในช่วงสถานการณ์นี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในโอกาสต่อไปค่ะ 💙

📢 แจ้งยกเลิกการจัดงาน “ถนนปันกัน ครั้งที่ 12” ประจำปี 2569🧡

เนื่องจากสถานการณ์ ฝนตกและน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเดินทางและความปลอดภัยของทุกคน 💌

ปันกันจึงขอ ยกเลิกการจัดงาน “ถนนปันกัน ครั้งที่ 12 ตอน โรงเรียนแห่งการแบ่งปัน” ในวันที่ 10–11 ตุลาคม 2569 ณ The Nine Center พระราม 9 ไปก่อนนะคะ

ขอขอบคุณอาสาสมัคร ร้านอาสา ภาคี รวมถึงทุกคนที่ให้ความสนใจและสนับสนุนงานมาโดยตลอดค่ะ 🫶🏻

งานครั้งนี้เราอาจยังไม่ได้พบกัน แต่หวังว่าเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย เราจะได้กลับมาร่วมแบ่งปันและพบกันอีกครั้งในเร็ว ๆ นี้นะคะ 🧡

#ถนนปันกัน #ร้านปันกัน #ปันกัน

ด้วยความเชื่อว่าธุรกิจสามารถเติบโตควบคู่ไปกับการฟื้นฟู ดูแลธรรมชาติและสร้างความมั่นคงให้กับชุมชนได้ มีวนา MiVana Organic...
05/10/2026

ด้วยความเชื่อว่าธุรกิจสามารถเติบโตควบคู่ไปกับการฟื้นฟู ดูแลธรรมชาติและสร้างความมั่นคงให้กับชุมชนได้ มีวนา MiVana Organic Forest Coffee ที่มุ่งอนุรักษ์และฟื้นฟูผืนป่าต้นน้ำจังหวัดเชียงราย ผ่านการส่งเสริมการปลูกกาแฟออร์แกนิกใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ ทำงานร่วมกับเกษตรกรและชุมชน และสร้างระบบการค้าที่เป็นธรรม เพื่อให้ “คน” และ “ป่า” อยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน
จากการทำงานที่เชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำ มีวนาไม่ได้มองคุณค่าของธรรมชาติเพียงมิติของการผลิตกาแฟ แต่ยังตั้งคำถามว่า “นอกจากเมล็ดกาแฟแล้ว ยังมีส่วนใดของผลกาแฟที่มีศักยภาพในการนำมาต่อยอดได้อีก?” คำถามนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการศึกษา "เนื้อผลเชอร์รีกาแฟ" หรือ "Coffee Cherry" ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของผลเชอร์รีกาแฟที่ยังไม่ได้นำมาสร้างคุณค่าเพิ่มได้
จากงานวิจัยในการศึกษาพบว่า Coffee Cherry มีสารประกอบจากธรรมชาติที่ได้รับความสนใจด้านโภชนาการและสุขภาพ อาทิ Polyphenols , Chlorogenic Acids และ Natural Caffeine จึงนำวัตถุดิบออร์แกนิกดังกล่าวมาศึกษาอย่างจริงจัง ผ่านองค์ความรู้และงานวิจัย ก่อนต่อยอดด้วยนวัตกรรมคั้นสดไม่ใช้กระบวนการทางเคมี เพื่อรักษาคุณค่าของสารประกอบตามธรรมชาติ และพัฒนาเป็นเครื่องดื่มรูปแบบช็อตที่พร้อมดื่มและพกพาสะดวก
จากแนวคิดดังกล่าว บริษัท มีวนา จำกัด ในกลุ่มบริษัทพรีเมียร์ เปิดตัว “MiVana SHOT DRINK” เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ “ไม่ใช่กาแฟ” ซึ่งต่อยอดจาก Organic Coffee Cherry จากผืนป่าต้นน้ำจังหวัดเชียงราย สู่ผลิตภัณฑ์ใหม่ในตลาด Preventive Care
การพัฒนาครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่เป็นการนำแนวคิด การใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า มาสู่การพัฒนาธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการมองเห็นคุณค่าของวัตถุดิบตั้งแต่ต้นทาง และนำองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมมาต่อยอด เพื่อสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับทรัพยากรธรรมชาติ และส่งต่อคุณค่านั้นไปถึงผู้บริโภค
ขณะเดียวกันยังเชื่อมโยงกับ MiVana Process ที่ทำงานร่วมกับเกษตรกรและชุมชนตั้งแต่การส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ การดูแลระบบนิเวศ การค้าที่เป็นธรรม ไปจนถึงการสร้างกองทุนพัฒนาชุมชน ทำให้การสร้างความยั่งยืนไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในขั้นตอนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ แต่เกิดขึ้นตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่ เกษตรกร ผืนป่า ชุมชน ไปจนถึงผู้บริโภคค่ะ
นี่คืออีกหนึ่งตัวอย่างของการสร้างคุณค่าใหม่จากสิ่งที่มีอยู่ เมื่อทรัพยากรจากธรรมชาติไม่ได้มีคุณค่าเพียงอย่างเดียว แต่สามารถนำองค์ความรู้และนวัตกรรมมาต่อยอด สร้างคุณค่าใหม่ให้กับผู้บริโภค สังคม และธุรกิจ ไปพร้อมกัน
MiVana SHOT DRINK มี 2 รสชาติ ในขนาด 40 มิลลิลิตรสำหรับสูตรออริจินัล(Original) และในขนาด 41 มิลลิลิตร สำหรับสูตรหวานน้อย (Sweet Less) ราคา 59 บาท

📍วางจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์เพื่อสุขภาพ Premier Healthy Society : Lazada , Shopee , TikTok Shop และ เว็บไซต์ MiVana , ร้าน MiVana Coffee Flagship Store ศรีนครินทร์ และ มีวนาคอฟฟี่ บ้านสาทร
รวมทั้งซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ ได้แก่ Tops , Villa Market , Foodland และ UFM Fuji Super ที่จะวางจำหน่ายตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน เป็นต้นไป



#กลุ่มบริษัทพรีเมียร์
#เพื่อความสำเร็จร่วมกันอย่างยั่งยืน

02/10/2026

หลายคนเคยตั้งคำถามว่า ปลาทาโรคือปลาอะไร วันนี้มีคำตอบให้แล้วค่ะ
กว่าจะมาเป็น “ปลาสวรรค์ทาโร” ที่ให้ผู้บริโภคอิ่มอร่อย เบื้องหลังมีอะไรมากมายที่เราอยากให้คุณรู้ ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบ , การทำงานร่วมกับคู่ค้า และการควบคุมคุณภาพในทุกขั้นตอนการผลิต สู่ความไว้วางใจจากผู้บริโภคที่มีให้เรา
บริษัท พี.เอม.ฟูด จำกัด ให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับคู่ค้า ดูแลคุณภาพของวัตถุดิบตั้งแต่ต้นทาง ตั้งแต่สายพันธุ์ปลาที่เป็นวัตถุดิบหลัก การแปรรูปและควบคุมคุณภาพร่วมกันกับโรงงานผลิตซูริมิที่เป็นต้นทาง ไปจนถึงการส่งต่อมายังโรงงานผลิต ทุกขั้นตอนเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ มีมาตรฐานและการตรวจสอบคุณภาพเป็นส่วนสำคัญ และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดเส้นทางการผลิต
ให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าปลาสวรรค์ทาโรเป็นขนมที่ใส่ใจในการผลิตทุกขั้นตอน เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับสินค้าที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง

🍒เนื้อผลเชอร์รีกาแฟ หรือ Coffee Cherry มีศักยภาพมากกว่าการเป็นส่วนหนึ่งของผลกาแฟที่ถูกแยกออกจากเมล็ด และกลายเป็นวัตถุดิบ...
28/09/2026

🍒เนื้อผลเชอร์รีกาแฟ หรือ Coffee Cherry มีศักยภาพมากกว่าการเป็นส่วนหนึ่งของผลกาแฟที่ถูกแยกออกจากเมล็ด และกลายเป็นวัตถุดิบที่สามารถนำมาต่อยอด ในตลาดสุขภาพได้
💚 มีวนา MiVana Organic Forest Coffee ต่อยอด Coffee Cherry สร้างมูลค่าใหม่ให้ธุรกิจกาแฟ เชื่อมสุขภาพ เกษตรกร และการรักษาป่าต้นน้ำ สู่ Mivana Shot Drink เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ที่ไม่ใช่กาแฟ นิยามใหม่ของการดูแลสุขภาพ ซึ่งไม่ได้มองสุขภาพเป็นเรื่องของผู้บริโภคเพียงฝ่ายเดียว แต่ขยายไปถึงคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและการรักษาป่าต้นน้ำด้วย

มีวนาต่อยอด Coffee Cherry สร้างมูลค่าใหม่ให้ธุรกิจกาแฟ
เชื่อมสุขภาพ เกษตรกร และการรักษาป่าต้นน้ำ สู่ Mivana Shot Drink
ทุกครั้งที่พูดถึงการดูแลสุขภาพ เราอาจนึกถึงอาหารที่เลือกรับประทาน สารอาหารที่ร่างกายต้องการ หรือผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเติมเต็มไลฟ์สไตล์ของคนทำงาน แต่สำหรับ “มีวนา” แบรนด์กาแฟของคนไทย มีจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้อยู่ไกลออกไปถึงป่าต้นน้ำ จ.เชียงราย เพราะสุขภาพของคนหนึ่งคนสามารถเชื่อมโยงกับสุขภาพของผืนป่า คุณภาพชีวิตของเกษตรกร และวิธีที่เราใช้ทรัพยากรจากธรรมชาติได้เช่นกัน
บริษัท มีวนา จำกัด ดำเนินธุรกิจกาแฟอินทรีย์รักษาป่า โดยทำงานร่วมกับผู้คนตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่พื้นที่ต้นน้ำ เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ ไปจนถึงการผลิตและแปรรูป แนวทางสำคัญคือการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกกาแฟอาราบิก้าในระบบวิถีออร์แกนิก 100 % ใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ ซึ่งช่วยให้พื้นที่ทำกินสามารถอยู่ร่วมกับระบบนิเวศของป่าได้ ขณะเดียวกันยังใช้การค้าที่เป็นธรรม หรือ Fair Trade และค่าออร์แกนิกพรีเมี่ยม เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ที่เหมาะสมและสร้างความมั่นคงให้กับเศรษฐกิจชุมชน
ภาพของธุรกิจกาแฟจึงไม่ได้มีเพียงต้นกาแฟและเมล็ดกาแฟ หากแต่มีทั้งผืนป่า เกษตรกร คนที่ดูแลพื้นที่ และทรัพยากรที่อยู่ในกระบวนการผลิตเข้ามาเกี่ยวข้องทั้งหมด เมื่อมองให้ครบทั้งระบบ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่จะผลิตกาแฟให้ได้อย่างไร แต่รวมถึงจะใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ได้มากที่สุดอย่างไร
คำถามนี้พาไปสู่สิ่งที่อยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด นั่นคือ “Coffee Cherry” หรือเนื้อผลเชอร์รีกาแฟ

กาแฟที่เราคุ้นเคยเริ่มต้นจากผลไม้ตระกูลเบอร์รี ก่อนจะนำเมล็ดออกมาเข้าสู่กระบวนการผลิตเป็นกาแฟ ขณะที่เนื้อผลเชอร์รีซึ่งแยกออกจากเมล็ดกลับยังไม่ได้รับการต่อยอดอย่างเต็มศักยภาพ มีวนาจึงมองเห็นโอกาสในการนำส่วนนี้กลับมาสร้างคุณค่า แทนที่จะปล่อยให้ทรัพยากรที่เกิดขึ้นจากต้นกาแฟถูกใช้ประโยชน์เพียงบางส่วน
การมอง Coffee Cherry ในมุมใหม่ทำให้เรื่องของ “ความคุ้มค่าของทรัพยากร” เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น เพราะผลกาแฟหนึ่งผลสามารถสร้างคุณค่าได้มากกว่าการเป็นแหล่งของเมล็ดกาแฟเพียงอย่างเดียว เนื้อผลที่เคยถูกมองข้ามยังสามารถผ่านกระบวนการแปรรูปและนำไปพัฒนาเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ได้หลายประเภท ทั้งเครื่องดื่ม อาหารเสริม วัตถุดิบอาหาร เครื่องสำอาง ตลอดจนผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยง
สำหรับมีวนา การค้นหาคุณค่าของ Coffee Cherry ยังมาจากความสนใจด้านสารอาหารที่อยู่ในเนื้อผลดังกล่าว โดยข้อมูลจากงานวิจัยที่นำมาใช้ประกอบการพัฒนาผลิตภัณฑ์ระบุว่า Coffee Cherry มี Polyphenols หรือโพลีฟีนอล ซึ่งพบมากในผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ และมีความเข้มข้นในผลเชอร์รีกาแฟ โดยสารดังกล่าวมีคุณสมบัติช่วยต้านอนุมูลอิสระและลดการอักเสบ
อีกสารที่ได้รับความสนใจคือ Chlorogenic Acid ซึ่งมีคุณสมบัติเกี่ยวข้องกับการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด การเผาผลาญไขมันและกลูโคส รวมถึงการลดความเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs ขณะที่ Coffee Cherry ยังมี Natural Caffeine ในระดับอ่อนๆ ซึ่งมีส่วนช่วยเพิ่มความตื่นตัว ลดความเหนื่อยล้า และเสริมประสิทธิภาพการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง
คุณค่าของสารอาหารเหล่านี้ทำให้ Coffee Cherry มีศักยภาพมากกว่าการเป็นส่วนหนึ่งของผลกาแฟที่ถูกแยกออกจากเมล็ด และกลายเป็นวัตถุดิบที่สามารถนำมาต่อยอดในตลาดสุขภาพได้ โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภควัยทำงานที่ต้องรับมือกับชีวิตประจำวันที่เร่งรีบ การพักผ่อนไม่เพียงพอ และมองหาทางเลือกในการดูแลร่างกายจากภายใน
แต่การนำ Coffee Cherry มาใช้ประโยชน์ไม่ได้ตอบโจทย์เฉพาะเรื่องสุขภาพเท่านั้น หากยังทำให้เห็นอีกมิติของการทำธุรกิจที่พยายามใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด สิ่งที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิตจึงสามารถถูกนำมาพัฒนาเป็นคุณค่าใหม่ ขณะที่รายได้จากการทำธุรกิจก็สามารถเชื่อมกลับไปยังเกษตรกรและชุมชนที่เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่ได้
เมื่อสุขภาพของผู้บริโภคมาเชื่อมกับการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า มีวนาจึงนำ Coffee Cherry มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้ชื่อ “Mivana Shot Drink” เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพรูปแบบใหม่ที่นำเนื้อผลเชอร์รีกาแฟออร์แกนิกมาต่อยอด สู่ผลิตภัณฑ์อาหารใหม่ (Novel Food)
Mivana Shot Drink ถือเป็นการนำสิ่งที่มีอยู่ในกระบวนการผลิตกาแฟมาสร้างประโยชน์ในรูปแบบที่ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยวางแนวคิดไว้ที่ “ครั้งแรกในเมืองไทย กับนิยามใหม่ในการดูแลสุขภาพ ที่เริ่มต้นจากป่าต้นน้ำ” ซึ่งเชื่อมเรื่องสุขภาพเข้ากับต้นทางของวัตถุดิบและผู้คนที่อยู่เบื้องหลังผลิตภัณฑ์
ผลิตภัณฑ์มี 2 รสชาติ ได้แก่ สูตร Original และสูตรหวานน้อย จำหน่ายในราคา 59 บาท โดยมีช่องทางจำหน่ายผ่าน Premier Healthy Society, www.mivana.co.th, Mivana Flagship Store ถนนศรีนครินทร์ และมีวนาบ้านสาทร ขณะที่ห้างสรรพสินค้าและซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ จะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่เดือนตุลาคม 2569 เป็นต้นไป
การเปิดตัว Mivana Shot Drink จึงไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มสินค้าอีกหนึ่งรายการให้กับธุรกิจกาแฟ แต่เป็นการนำโจทย์เรื่องทรัพยากรมาเชื่อมกับโอกาสใหม่ทางธุรกิจ เมื่อเนื้อผลเชอร์รีกาแฟมีคุณค่าทั้งในมุมของสารอาหารและการนำไปพัฒนาต่อยอด สิ่งที่เคยถูกมองข้ามจึงสามารถกลับเข้ามาอยู่ในระบบการสร้างมูลค่าได้อีกครั้ง
มุมมองเช่นนี้ทำให้คำว่า “กาแฟอินทรีย์รักษาป่า” มีความหมายกว้างกว่าการปลูกกาแฟโดยไม่ทำลายป่า เพราะสิ่งที่มีวนาพยายามสร้างคือระบบที่คนในห่วงโซ่ได้รับประโยชน์ร่วมกัน เกษตรกรมีอาชีพและรายได้ ป่าต้นน้ำได้รับการอนุรักษ์และฟื้นฟู ขณะที่ทรัพยากรจากผลผลิตสามารถถูกนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า
เมื่อย้อนกลับไปที่คำถามเรื่องสุขภาพ จุดเริ่มต้นจึงไม่ได้อยู่แค่สิ่งที่ผู้บริโภคหยิบขึ้นมาดื่ม แต่เริ่มตั้งแต่แหล่งที่มาของวัตถุดิบ วิธีการปลูกกาแฟ คนที่อยู่เบื้องหลังผลผลิต และการใช้ทุกส่วนของทรัพยากรให้เกิดประโยชน์ด้วยเช่นเดียวกัน
นี่คือเหตุผลที่มีวนานำเสนอ Mivana Shot Drink ภายใต้นิยามใหม่ของการดูแลสุขภาพ ซึ่งไม่ได้มองสุขภาพเป็นเรื่องของผู้บริโภคเพียงฝ่ายเดียว แต่ขยายไปถึงคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและการรักษาป่าต้นน้ำด้วย
เมื่อคนมีสุขภาพที่ดีขึ้น เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่มั่นคง และผืนป่ายังคงได้รับการดูแล ทั้ง 3 เรื่องจึงไม่จำเป็นต้องแยกออกจากกัน หากสามารถออกแบบห่วงโซ่ธุรกิจให้ทุกส่วนเกื้อหนุนกันได้ การดูแลสุขภาพก็อาจเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ต้นน้ำ และสิ่งที่อยู่ปลายทางอย่างเครื่องดื่ม 1 ช็อตก็สามารถบอกเล่าเรื่องราวของคน ป่า และทรัพยากรที่อยู่เบื้องหลังได้มากกว่าที่คิด

💡ปัญญาคือแสงสว่างของโลกเมื่อปัญญาเป็นสิ่งที่เหนือกว่าความฉลาด คำถามที่แท้จริงในยุค AI ไม่ใช่เครื่องจักรจะฉลาดได้อีกแค่ไห...
25/09/2026

💡ปัญญาคือแสงสว่างของโลก
เมื่อปัญญาเป็นสิ่งที่เหนือกว่าความฉลาด คำถามที่แท้จริงในยุค AI ไม่ใช่เครื่องจักรจะฉลาดได้อีกแค่ไหน แต่คือมนุษย์เราจะมีปัญญาพอจะใช้ความฉลาดนั้นหรือไม่
จากการประชุม National Director Conference 2026 ภายใต้หัวข้อ “Leadership for a Sustainable and Resilient Future” ซึ่งจัดโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (Thai Institute of Directors – IOD) เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ณ โรงแรมสยาม เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ หนึ่งในประเด็นที่ชวนให้ผู้บริหารและกรรมการบริษัทกลับมาทบทวนบทบาทของมนุษย์ในยุค AI คือ “ปัญญาประดิษฐ์ภายใต้การกำกับของปัญญามนุษย์”
เนื้อหาจากเวทีดังกล่าวชวนมองเทคโนโลยี AI ในอีกมุมหนึ่งว่า ในวันที่เทคโนโลยีกำลังฉลาดขึ้นเรื่อย ๆ สิ่งที่มนุษย์ต้องพัฒนาให้มากขึ้น อาจไม่ใช่เพียงความสามารถในการใช้เทคโนโลยี แต่คือปัญญาที่จะรู้ว่าเราควรใช้มันอย่างไร เพื่ออะไร และเพื่อใคร
สิ่งที่กำหนดอนาคตไม่ใช่แค่ว่า AI จะเก่งหรือฉลาดได้แค่ไหน แต่คือมนุษย์จะใช้ความฉลาดนั้นอย่างไร และมีปัญญามากพอที่จะกำกับมันหรือไม่ เพราะ AI ตอบคำถามว่า HOW ส่วนมนุษย์ตอบคำถามว่า WHY รวมถึงหยิบยกเหตุการณ์จริงสองเรื่องมาปูพื้นเพื่อความเข้าใจมากขึ้น
🔹เรื่องแรก คือองค์กรเทคโนโลยีชั้นนำแห่งหนึ่งในสหรัฐฯ ที่นำ AI มาคัดเลือกผู้สมัครงาน ระบบทำงานได้รวดเร็วและแม่นยำเป็นปีก่อนที่ผู้บริหารจะพบความจริงอันน่าตกใจ AI เรียนรู้ที่จะตัดผู้สมัครสตรีออกจากกระบวนการโดยอัตโนมัติ ไม่มีใครสั่ง ไม่มีใครตั้งใจ เพียงเพราะข้อมูลในอดีตสะท้อนอคติที่ฝังลึกในองค์กรโดยไม่มีใครรู้ตัว

🔹เรื่องที่สอง คือบริษัทกฎหมายที่ปล่อยให้ AI อ้างอิงคำพิพากษาที่ไม่เคยมีอยู่จริง โดยไม่มีใครตรวจสอบ จนศาลลงโทษและองค์กรเสียชื่อเสียงไปทั้งหมด
บทเรียนจากทั้งสองเรื่องนี้ไม่ได้บอกว่า AI คืออันตราย แต่บอกความจริงที่สำคัญไปกว่านั้น คือ AI ไม่มีศีลธรรม ไม่มีเจตนา ไม่มีมโนธรรม และไม่มีความรับผิดชอบ มันเพียงเรียนรู้จากสิ่งที่มนุษย์ป้อนให้ เมื่อ AI ทำผิด ผู้ที่ต้องรับผิดชอบคือมนุษย์ผู้ออกแบบ ผู้อนุมัติ และผู้กำกับดูแลมันนั่นเอง
เมื่อมนุษย์เสพติดเทคโนโลยี
วิทยากรได้ชวนเราตั้งคำถามว่า เมื่อมนุษย์ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับ AI และเทคโนโลยี เรากำลังสูญเสียทักษะพื้นฐานที่สุดของการเป็นมนุษย์หรือไม่ ปรากฏการณ์นี้มีชื่อเรียกในทางจิตวิทยาอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น การเมินเฉยคนตรงหน้าเพื่อจ้องหน้าจอ (Phubbing) การถอนตัวออกจากสังคม (Social Withdrawal) การผูกพันกับโลกเสมือนจนแทนที่ความสัมพันธ์จริง (Parasocial Interaction) ไปจนถึงขั้นรุนแรงที่สุดคือการแยกตัวออกจากสังคมโดยสิ้นเชิง (Hikikomori) สิ่งที่หลายคนเริ่มแสวงหาจึงไม่ใช่ AI ที่ฉลาดกว่าเดิม แต่คือการล้างพิษจากโลกดิจิทัล (Digital Detox) การถอยออกจากหน้าจอ เพื่อกลับมาเรียนรู้การอยู่ร่วมกับมนุษย์อีกครั้ง
"ความฉลาด ไม่ใช่ปัญญา"
ท่ามกลางเนื้อหาทั้งหมด แก่นความคิดที่ตราตรึงที่สุดของปาฐกถาครั้งนี้ คือ การแยกคำสองคำที่คนไทยมักใช้ปนกันจนแทบแยกไม่ออกนั้นคือ "ความฉลาด" กับ "ปัญญา"
💡ความฉลาด คือความสามารถในการคำนวณ วิเคราะห์ จดจำ และประมวลผลข้อมูล สิ่งนี้ AI ทำได้อย่างยอดเยี่ยม
🧠แต่ปัญญา คือความสามารถในการเห็นความจริงแบบ Multiple Perspectives เห็นเหตุและผล เห็นผลกระทบที่มีต่อผู้อื่น และรู้ว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ ปัญญาต้องมาพร้อมกับสติ รู้ตัวว่ากำลังทำอะไร เพื่ออะไร และกำลังถูกความโลภ ความโกรธ หรือความหลงครอบงำอยู่หรือไม่
AI จึงอาจมีความฉลาด แต่ยังไม่มีปัญญา มันตอบได้ว่า "ทำอย่างไร" แต่ยังตอบไม่ได้ว่า "ควรทำหรือไม่" จากตรงนี้ วิทยากรวางกรอบทางความคิดไว้สามระดับ ที่กรรมการบริษัททุกคนสามารถนำไปใช้ทบทวนองค์กรของตนได้ทันที

1. ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) — ปัญญาเชิงคำนวณ ใช้ตอบคำถามว่า "ทำได้หรือไม่"
2. ปัญญามนุษย์ (Human Intelligence) — ปัญญาแห่งการตัดสินใจและความคิดสร้างสรรค์ ใช้ตอบคำถามว่า "ทำอย่างไรจึงจะดีที่สุด"
3. ปัญญาที่ตื่นรู้ (Awakened Intelligence) — ปัญญาที่เห็นความจริงและรับผิดชอบต่อผล ใช้ตอบคำถามว่า "ควรทำหรือไม่ และจะเกิดประโยชน์ต่อใครบ้าง"
ท่านเตือนว่าจุดอันตรายที่สุด คือการหยุดอยู่แค่ระดับที่สอง เพราะมนุษย์ที่ฉลาดก็อาจใช้ความฉลาดนั้นเอาเปรียบผู้อื่นได้ไม่ต่างจากเครื่องจักรที่ไร้ปัญญา ปลายทางที่แท้จริงจึงต้องไปให้ถึงระดับที่สาม

✨ 4 มิติของปัญญามนุษย์ ที่ AI ไม่มีวันมี
การแบ่ง "ปัญญามนุษย์" ออกเป็นสี่มิติ ที่ไม่มีอัลกอริทึมใดครอบครองได้
1.ปัญญาแห่งจริยธรรม (Ethical Wisdom)
AI บอกได้ว่าแนวทางใดสร้างกำไรมากที่สุด แต่บอกไม่ได้ว่าแนวทางนั้นเป็นธรรมที่สุดหรือไม่ คำถามของกรรมการบริษัทจึงไม่ใช่แค่ "โครงการนี้สร้างผลตอบแทนเท่าไร" แต่ต้องเป็น "โครงการนี้สร้างผลกระทบต่อผู้คนอย่างไร"

2.ปัญญาแห่งความเห็นอกเห็นใจ (Empathetic Wisdom)
AI วิเคราะห์ได้ว่าพนักงานคนใดมีแนวโน้มลาออก แต่นั่งรับฟังความทุกข์ของเขาไม่ได้ AI ช่วยแพทย์วินิจฉัยโรคได้แม่นยำ แต่จับมือผู้ป่วยในวันที่เขาหวาดกลัวไม่ได้

3.ปัญญาแห่งบริบท (Contextual Wisdom)
โลกแห่งความจริงไม่มีคำตอบขาวหรือดำเสมอไป การตัดสินใจที่ถูกต้องมักไม่ได้อยู่ในตำรา แต่อยู่ในความเข้าใจผู้คน วัฒนธรรม และจังหวะเวลา ผู้นำที่ดีจึงใช้ AI เป็นที่ปรึกษา ไม่ใช่ผู้ตัดสินแทนตนเอง

4.ปัญญาแห่งความรับผิดชอบ (Accountable Wisdom)
เมื่อ AI ตัดสินใจผิด คำตอบว่าใครรับผิดชอบไม่เคยเปลี่ยน คือมนุษย์เสมอ องค์กรที่มีธรรมาภิบาลจะไม่มีวันซ่อนตัวอยู่หลังคำว่า "ระบบเป็นผู้ตัดสิน"
พละ 4 แผนที่นำทางของผู้นำยุค AI
ในช่วงที่ลึกซึ้งที่สุดของปาฐกถา พระอนิลหยิบหลักธรรมโบราณอย่าง พละ 4 มาแปลงเป็นเข็มทิศร่วมสมัยสำหรับกรรมการบริษัท
▪︎ ปฏิสังขานพละ พลังแห่งการไตร่ตรอง (The Power of Computing & Authentic Intelligence) AI เสนอคำตอบได้หลายร้อยทาง แต่ผู้นำต้องเป็นผู้ตั้งคำถามที่ถูกต้อง การใช้ AI โดยปราศจากพลังนี้ ท่านเปรียบไว้อย่างแหลมคมว่า เหมือนขับรถสปอร์ตความเร็วสูงโดยคนขับตาบอด
▪︎ ภาวนาพละ พลังแห่งการพัฒนาตน (The Power of Cultivation & Inner Ecology) องค์กรลงทุนกับ Machine Learning มหาศาล แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ Human Learning และที่สำคัญยิ่งกว่านั้น คือ Human Unlearning และ Human Relearning การกำกับองค์กรเริ่มต้นจากการกำกับตนเองเสมอ
▪︎ อนวัชชพละ พลังแห่งความสุจริตไร้ที่ติ (The Power of Blamelessness & Ethical Governance) AI ไม่มีศีลธรรม ศีลธรรมจึงต้องมาจากมนุษย์ หน้าที่ของกรรมการบริษัทวันนี้ไม่ใช่แค่ตรวจสอบงบการเงิน แต่คือการกำกับให้การใช้ AI โปร่งใส ตรวจสอบได้ และไม่มีโทษต่อทุกภาคส่วน
▪︎ สังคาหกพละ พลังแห่งการเกื้อกูล (The Power of Integration & Compassion) เป้าหมายที่แท้จริงไม่ใช่การแทนที่มนุษย์ด้วยเครื่องจักร แต่คือการยกระดับศักยภาพของมนุษย์ด้วยปัญญา ใช้ AI เพื่อลดงานที่ซ้ำซ้อน แล้วคืนเวลานั้นให้กับการคิด การสร้างสรรค์ และการดูแลกันและกัน
🔹 คำถามสุดท้าย พระอาจารย์อนิลปิดท้ายด้วยหลักคิดง่าย ๆ สามข้อฝากไว้กับผู้เข้าร่วมงาน
1.จงใช้ AI เป็นผู้ช่วยในการคิด แต่อย่าให้มันตัดสินแทนมโนธรรมของเรา
2.จงสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ให้ความสำคัญกับจริยธรรมไม่แพ้นวัตกรรม เพราะเทคโนโลยีซื้อหาได้ แต่ความไว้วางใจต้องสร้างขึ้นด้วยความซื่อสัตย์เท่านั้น
3.อย่าปล่อยให้ AI ทำให้มนุษย์มีคุณค่าน้อยลง แต่จงใช้มันเพื่อทำให้มนุษย์มีคุณค่ามากขึ้น

ท่านหยิบยกประโยคของ Marshall McLuhan ที่ว่า
"We shape our tools, and thereafter our tools shape us" เราสร้างเครื่องมือ แล้วเครื่องมือก็ย้อนกลับมาหล่อหลอมเรา
✨ก่อนจบท่านได้เติมเต็มด้วยมุมมองจากพระพุทธศาสนาที่ว่า ผู้ที่จะกำหนดทิศทางของเครื่องมือ คือผู้ที่ฝึกฝนจิตใจของตนเองแล้ว หากจิตใจเต็มไปด้วยความโลภ AI ก็จะขยายความโลภ หากจิตใจเต็มไปด้วยความโกรธ AI ก็จะขยายความโกรธ แต่หากจิตใจได้รับการฝึกฝนให้มีสติ มีเมตตา และมีปัญญา AI ก็จะกลายเป็นพลังแห่งความเมตตาและการสร้างสรรค์
และนี่คือประโยคที่สรุปแก่นของปาฐกถาไว้ได้อย่างชัดเจน คือ เทคโนโลยีมีพลัง แต่ปัญญาต่างหากที่ให้ทิศทาง เมื่อทั้ง สองมารวมกัน เราจึงสร้างโลกที่ดีกว่าได้ อนาคตของโลกจึงอาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเราจะสร้าง AI ที่ฉลาดได้มากเพียงใด แต่อยู่ที่ว่าเราจะใช้ความฉลาดนั้นด้วย ปัญญา ความเมตตา และความรับผิดชอบ ได้มากแค่ไหน เพราะท้ายที่สุดแล้ว ปัญญาไม่ใช่แสงจากหน้าจอ แต่คือแสงสว่างที่ช่วยให้มนุษย์รู้จักใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาศักยภาพของความเป็นมนุษย์
บทความนี้เรียบเรียงจากงานปาฐกถา ในหัวข้อ “ปัญญาประดิษฐ์ภายใต้การกำกับของปัญญามนุษย์” โดยพระพรหมศากยวงศ์วิสุทธิ์ (อนิลมาน ธมฺมสากิโย) จัดโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย

🧡 ปันกัน ปันกัน สังคมแห่งการแบ่งปัน กำลังตามหาอาสามาร่วมสร้างถนนแห่งการแบ่งปันไปด้วยกันค่ะชวนทุกคนมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ...
17/09/2026

🧡 ปันกัน ปันกัน สังคมแห่งการแบ่งปัน กำลังตามหาอาสามาร่วมสร้างถนนแห่งการแบ่งปันไปด้วยกันค่ะ
ชวนทุกคนมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานถนนปันกัน ครั้งที่ 12 ตอน “โรงเรียนแห่งการแบ่งปัน” กับร้านปันกัน โดยมูลนิธิยุวพัฒน์ พื้นที่แห่งการแบ่งปันที่เปลี่ยนสิ่งของที่ส่งต่อให้เป็นทุนการศึกษา เพื่อสร้างโอกาสให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้และเติบโตค่ะ

ไม่ว่าคุณจะถนัดสายไหนก็เป็นอาสาได้ค่ะ

🍔 สายเสิร์ฟ | 👕 สายส่งต่อ | 🧶 สายคราฟต์

หรืออยากลองทำสิ่งใหม่ ๆ มาร่วมเติมเต็มงานถนนปันกันในแบบของคุณ และเป็นส่วนหนึ่งของการส่งต่อโอกาสทางการศึกษาไปด้วยกันนะคะ

📍 ศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 ลานกิจกรรม Nine Square
🗓️ 10–11 ตุลาคม 2569
⏰ 10.00–18.00 น.

📝 เปิดรับสมัครอาสาแล้ววันนี้ ถึง 20 กันยายน 2569

👉 สมัครร้านอาสา พร้อมอ่านรายละเอียดและเงื่อนไขการเข้าร่วมได้ที่ https://forms.gle/F5LMXDprMiFgWqFS8

สอบถามเพิ่มเติม ฝ่ายกิจกรรมปันกัน โทร. 02 301 1029
มาร่วมแบ่งปันสิ่งที่เรามี ส่งต่อโอกาสให้เด็ก ๆ และสร้างสังคมแห่งการแบ่งปันไปด้วยกันค่ะ 🧡

#ปันกัน #ถนนปันกันครั้งที่12 #โรงเรียนแห่งการแบ่งปัน #อาสาปันกัน #แบ่งปันเพื่อการศึกษา

15/09/2026

เราไม่ได้กำลังสร้างแค่ “เด็กที่เป็นคนดี”
แต่กำลังสร้าง “คนรุ่นใหม่” ที่จะเปลี่ยนอนาคต
สถาบันพัฒนาโรงเรียนคุณธรรมโดยมูลนิธิยุวพัฒน์ ที่ทำงานร่วมกับโรงเรียน - คุณครู เพื่อสร้างกระบวนการปลูกฝังคุณธรรมจากภายใน ให้เด็ก ๆ ได้ คิด เรียนรู้ และลงมือทำจริง โดยมีผู้บริหาร ครู ผู้ปกครอง และชุมชน ร่วมกันสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้คุณธรรมกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันค่ะ
การจะปลูกฝังให้เด็ก ๆ เป็นคนดี จะไม่ใช่แค่สอนว่า “อะไรคือความดี” แต่ชวนให้เด็กค้นพบและเลือกทำความดีด้วยตัวของพวกเขาเอง
🎬แอดมินชวนติดตาม VDO “บนเส้นทางสร้างคนดีสู่สังคมที่ยั่งยืน” เพราะการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน…เริ่มต้นจากการสร้างคนดีค่ะ

#กลุ่มบริษัทพรีเมียร์
#สถาบันพัฒนาโรงเรียนคุณธรรม
#มูลนิธิยุวพัฒน์

🧡 ถนนปันกันครั้งที่12 โดย ปันกัน สังคมแห่งการแบ่งปัน กำลังตามหาอาสาค่ะเพราะการแบ่งปัน…ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเรื่องใหญ่ แค...
11/09/2026

🧡 ถนนปันกันครั้งที่12 โดย ปันกัน สังคมแห่งการแบ่งปัน กำลังตามหาอาสาค่ะ
เพราะการแบ่งปัน…ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเรื่องใหญ่ แค่ลงมือทำในสิ่งที่เราถนัด ก็สามารถส่งต่อโอกาสดี ๆ ให้กับคนอื่นได้ค่ะ วันนี้เลยอยากชวนทุกคนมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน“ถนนปันกัน ครั้งที่ 12 ตอน โรงเรียนแห่งการแบ่งปัน”

✨ถนัดแบบไหนก็เป็นอาสาได้ค่ะ
🍔 สายเสิร์ฟ — สนุกกับการช่วยดูแลและส่งต่อความอร่อย
👕 สายส่งต่อ — ชอบคัดสรรและส่งต่อของดีให้เกิดประโยชน์
🧶 สายคราฟต์ — ชอบงานสร้างสรรค์ งานฝีมือ และการลงมือทำ

ไม่ว่าคุณจะถนัดอะไร ชอบทำอะไร หรืออยากลองทำอะไรใหม่ ๆ
มาร่วมสร้าง “ถนนปันกัน” ในแบบของคุณ และมาช่วยกันส่งต่อโอกาสทางการศึกษาไปด้วยกันนะคะ 🧡

📍 ถนนปันกัน ครั้งที่ 12
ศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 | ลานกิจกรรม Nine Square
🗓️ 10–11 ตุลาคม 2569
⏰ 10.00–18.00 น.

📝 เปิดรับสมัครอาสาแล้ววันนี้ – 20 กันยายน 2569

👉 สมัครร้านอาสา พร้อมอ่านรายละเอียดและเงื่อนไขการเข้าร่วม
สมัครร้านอาสา https://forms.gle/F5LMXDprMiFgWqFS8?utm_source=chatgpt.com
สอบถามเพิ่มเติม ฝ่ายกิจกรรมปันกัน โทร. 02 301 1029

09/09/2026

🍒 รู้จัก Coffee Cherry ดีแค่ไหน?
แอดมินชวนทุกคนมา “เปิดโลก Coffee Cherry” ไปด้วยกันค่ะ

เพราะ “ผลเชอร์รีกาแฟออร์แกนิก” ที่เราอาจคุ้นตา
อาจมีคุณค่าและเรื่องราวซ่อนอยู่มากกว่าที่คิด…

✨ พบกับ นิยามใหม่ของนวัตกรรมการดูแลสุขภาพ
ที่ต่อยอดจากผลเชอร์รีกาแฟออร์แกนิกของมีวนา

Coffee Cherry คืออะไร?
ทำไม “ผลกาแฟ” ถึงน่าสนใจ?
และมีวนานำคุณค่าจากผลเชอร์รีกาแฟมาต่อยอดได้อย่างไร?

มาค้นพบคำตอบ พร้อมสัมผัสเรื่องราวของ Coffee Cherry
และจิบกาแฟออร์แกนิกไทยดี ๆ ไปด้วยกัน ☕🍒🌿

📍 Thailand Coffee Fest 2026
Impact, Hall 8, Booth E06
📅 10–13 กันยายน 2569
แล้วมาพบกับเรื่องราวของ
“ผลเชอร์รีกาแฟ” ที่มากกว่าที่คุณเคยรู้จัก
กาแฟมีวนา… เติบโตใต้เงาป่า อุดมคุณค่าเกษตรอินทรีย์

MiVana Coffee… Grow Sustainably

⚖️ 6 กันยายน วันต่อต้านคอร์รัปชันร่วมส่งต่อพลังภายใต้แนวคิด “โกงได้..แก้ได้” เปลี่ยนความสิ้นหวัง เป็นพลังของคนทั้งประเทศ...
06/09/2026

⚖️ 6 กันยายน วันต่อต้านคอร์รัปชัน
ร่วมส่งต่อพลังภายใต้แนวคิด “โกงได้..แก้ได้” เปลี่ยนความสิ้นหวัง เป็นพลังของคนทั้งประเทศกันค่ะ
ท่ามกลางปัญหาคอร์รัปชันที่ซับซ้อนขึ้น สิ่งสำคัญไม่ใช่การยอมรับว่า “โกง…แก้ไม่ได้”
แต่คือการเชื่อว่า ทุกคนมีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขได้
เพราะการเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดจากคนเพียงคนเดียวแต่เกิดจากพลังของคนตัวเล็ก ๆ จำนวนมากที่ไม่ยอมให้การทุจริตกลายเป็นเรื่องปกติ
📺 ร่วมชม LIVE และร่วมแสดงพลังไปพร้อมกัน
📅 วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน 2569
⏰ เวลา 10:00–11:15 น.
📺 LIVE ทาง page: องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน และ กรุงเทพมหานคร
🌐 www.anticorruption.in.th
ร่วมเปลี่ยนความสิ้นหวัง เป็นพลังของคนทั้งประเทศค่ะ

#วันต่อต้านคอร์รัปชัน #โกงได้แก้ได้ #เลือกโกงหรือเลือกแก้

6 กันยายน วันต่อต้านคอร์รัปชัน
โกงได้..แก้ได้" เปลี่ยนความสิ้นหวัง เป็นพลังของคนทั้งประเทศ

ท่ามกลางปัญหาคอร์รัปชันที่มีแนวโน้มสูงขึ้น และรูปแบบการทุจริตที่มีการวางแผนล้ำลึกมากขึ้น ช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา

คนไทยจำนวนไม่น้อยเริ่มเชื่อว่า "การโกง…แก้ไม่ได้" ความเชื่อนี้ทำให้สังคมค่อยๆ ชาชิน ยอมรับ และปล่อยให้การทุจริตสร้างความเสียหายต่อประเทศและคนรุ่นต่อไป นี่คือที่มาของการส่งสารหลักงานวันต่อต้านคอร์รัปชัน 6 ก.ย. นี้ ว่า "โกงได้..แก้ได้" เปลี่ยนความสิ้นหวัง เป็นพลังของคนทั้งประเทศ อย่ายอมให้คอร์รัปชันชนะและอย่าคิดว่าตัวเองเล็กเกินไปที่จะเปลี่ยนแปลงอะไร เพราะพลังของคนตัวเล็กจำนวนมาก คือพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุด สำหรับจุดเปลี่ยนประเทศไทย
คอร์รัปชันไม่ใช่ชะตากรรมของประเทศ แต่เป็นปัญหาที่ทุกคนร่วมกันป้องกันและแก้ไขได้"
พร้อมฟังเรื่องจริงจากคนตัวเล็กที่เปิดโปงจนกลายเป็นคดีใหญ่

📅 วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน 2569 เวลา 10:00-11:15 น.
📺 LIVE ทางเฟซบุ๊กเพจ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน และ กรุงเทพมหานคร
🌐 www.anticorruption.in.th
เปลี่ยนความสิ้นหวัง เป็นพลังของคนทั้งประเทศ
กดแชร์โพสต์นี้ เพื่อแสดงพลัง
#วันต่อต้านคอร์รัปชัน #โกงได้แก้ได้ #เลือกโกงหรือเลือกแก้

ที่อยู่

ONE Premier Corporate Park, Soi Premier 2 Srinakarin Road, Nongbon, Prawet
Bangkok
10250

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 17:00
อังคาร 08:00 - 17:00
พุธ 08:00 - 17:00
พฤหัสบดี 08:00 - 17:00
ศุกร์ 08:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+6623011000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Premier Group of Companies โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Premier Group of Companies:

ทางลัด

ได้รับการสนับสนุน

แชร์

หมวดหมู่