28/09/2026
🍒เนื้อผลเชอร์รีกาแฟ หรือ Coffee Cherry มีศักยภาพมากกว่าการเป็นส่วนหนึ่งของผลกาแฟที่ถูกแยกออกจากเมล็ด และกลายเป็นวัตถุดิบที่สามารถนำมาต่อยอด ในตลาดสุขภาพได้
💚 มีวนา MiVana Organic Forest Coffee ต่อยอด Coffee Cherry สร้างมูลค่าใหม่ให้ธุรกิจกาแฟ เชื่อมสุขภาพ เกษตรกร และการรักษาป่าต้นน้ำ สู่ Mivana Shot Drink เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ที่ไม่ใช่กาแฟ นิยามใหม่ของการดูแลสุขภาพ ซึ่งไม่ได้มองสุขภาพเป็นเรื่องของผู้บริโภคเพียงฝ่ายเดียว แต่ขยายไปถึงคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและการรักษาป่าต้นน้ำด้วย
มีวนาต่อยอด Coffee Cherry สร้างมูลค่าใหม่ให้ธุรกิจกาแฟ
เชื่อมสุขภาพ เกษตรกร และการรักษาป่าต้นน้ำ สู่ Mivana Shot Drink
ทุกครั้งที่พูดถึงการดูแลสุขภาพ เราอาจนึกถึงอาหารที่เลือกรับประทาน สารอาหารที่ร่างกายต้องการ หรือผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเติมเต็มไลฟ์สไตล์ของคนทำงาน แต่สำหรับ “มีวนา” แบรนด์กาแฟของคนไทย มีจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้อยู่ไกลออกไปถึงป่าต้นน้ำ จ.เชียงราย เพราะสุขภาพของคนหนึ่งคนสามารถเชื่อมโยงกับสุขภาพของผืนป่า คุณภาพชีวิตของเกษตรกร และวิธีที่เราใช้ทรัพยากรจากธรรมชาติได้เช่นกัน
บริษัท มีวนา จำกัด ดำเนินธุรกิจกาแฟอินทรีย์รักษาป่า โดยทำงานร่วมกับผู้คนตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่พื้นที่ต้นน้ำ เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ ไปจนถึงการผลิตและแปรรูป แนวทางสำคัญคือการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกกาแฟอาราบิก้าในระบบวิถีออร์แกนิก 100 % ใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ ซึ่งช่วยให้พื้นที่ทำกินสามารถอยู่ร่วมกับระบบนิเวศของป่าได้ ขณะเดียวกันยังใช้การค้าที่เป็นธรรม หรือ Fair Trade และค่าออร์แกนิกพรีเมี่ยม เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ที่เหมาะสมและสร้างความมั่นคงให้กับเศรษฐกิจชุมชน
ภาพของธุรกิจกาแฟจึงไม่ได้มีเพียงต้นกาแฟและเมล็ดกาแฟ หากแต่มีทั้งผืนป่า เกษตรกร คนที่ดูแลพื้นที่ และทรัพยากรที่อยู่ในกระบวนการผลิตเข้ามาเกี่ยวข้องทั้งหมด เมื่อมองให้ครบทั้งระบบ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่จะผลิตกาแฟให้ได้อย่างไร แต่รวมถึงจะใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ได้มากที่สุดอย่างไร
คำถามนี้พาไปสู่สิ่งที่อยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด นั่นคือ “Coffee Cherry” หรือเนื้อผลเชอร์รีกาแฟ
กาแฟที่เราคุ้นเคยเริ่มต้นจากผลไม้ตระกูลเบอร์รี ก่อนจะนำเมล็ดออกมาเข้าสู่กระบวนการผลิตเป็นกาแฟ ขณะที่เนื้อผลเชอร์รีซึ่งแยกออกจากเมล็ดกลับยังไม่ได้รับการต่อยอดอย่างเต็มศักยภาพ มีวนาจึงมองเห็นโอกาสในการนำส่วนนี้กลับมาสร้างคุณค่า แทนที่จะปล่อยให้ทรัพยากรที่เกิดขึ้นจากต้นกาแฟถูกใช้ประโยชน์เพียงบางส่วน
การมอง Coffee Cherry ในมุมใหม่ทำให้เรื่องของ “ความคุ้มค่าของทรัพยากร” เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น เพราะผลกาแฟหนึ่งผลสามารถสร้างคุณค่าได้มากกว่าการเป็นแหล่งของเมล็ดกาแฟเพียงอย่างเดียว เนื้อผลที่เคยถูกมองข้ามยังสามารถผ่านกระบวนการแปรรูปและนำไปพัฒนาเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ได้หลายประเภท ทั้งเครื่องดื่ม อาหารเสริม วัตถุดิบอาหาร เครื่องสำอาง ตลอดจนผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยง
สำหรับมีวนา การค้นหาคุณค่าของ Coffee Cherry ยังมาจากความสนใจด้านสารอาหารที่อยู่ในเนื้อผลดังกล่าว โดยข้อมูลจากงานวิจัยที่นำมาใช้ประกอบการพัฒนาผลิตภัณฑ์ระบุว่า Coffee Cherry มี Polyphenols หรือโพลีฟีนอล ซึ่งพบมากในผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ และมีความเข้มข้นในผลเชอร์รีกาแฟ โดยสารดังกล่าวมีคุณสมบัติช่วยต้านอนุมูลอิสระและลดการอักเสบ
อีกสารที่ได้รับความสนใจคือ Chlorogenic Acid ซึ่งมีคุณสมบัติเกี่ยวข้องกับการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด การเผาผลาญไขมันและกลูโคส รวมถึงการลดความเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs ขณะที่ Coffee Cherry ยังมี Natural Caffeine ในระดับอ่อนๆ ซึ่งมีส่วนช่วยเพิ่มความตื่นตัว ลดความเหนื่อยล้า และเสริมประสิทธิภาพการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง
คุณค่าของสารอาหารเหล่านี้ทำให้ Coffee Cherry มีศักยภาพมากกว่าการเป็นส่วนหนึ่งของผลกาแฟที่ถูกแยกออกจากเมล็ด และกลายเป็นวัตถุดิบที่สามารถนำมาต่อยอดในตลาดสุขภาพได้ โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภควัยทำงานที่ต้องรับมือกับชีวิตประจำวันที่เร่งรีบ การพักผ่อนไม่เพียงพอ และมองหาทางเลือกในการดูแลร่างกายจากภายใน
แต่การนำ Coffee Cherry มาใช้ประโยชน์ไม่ได้ตอบโจทย์เฉพาะเรื่องสุขภาพเท่านั้น หากยังทำให้เห็นอีกมิติของการทำธุรกิจที่พยายามใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด สิ่งที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิตจึงสามารถถูกนำมาพัฒนาเป็นคุณค่าใหม่ ขณะที่รายได้จากการทำธุรกิจก็สามารถเชื่อมกลับไปยังเกษตรกรและชุมชนที่เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่ได้
เมื่อสุขภาพของผู้บริโภคมาเชื่อมกับการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า มีวนาจึงนำ Coffee Cherry มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้ชื่อ “Mivana Shot Drink” เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพรูปแบบใหม่ที่นำเนื้อผลเชอร์รีกาแฟออร์แกนิกมาต่อยอด สู่ผลิตภัณฑ์อาหารใหม่ (Novel Food)
Mivana Shot Drink ถือเป็นการนำสิ่งที่มีอยู่ในกระบวนการผลิตกาแฟมาสร้างประโยชน์ในรูปแบบที่ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยวางแนวคิดไว้ที่ “ครั้งแรกในเมืองไทย กับนิยามใหม่ในการดูแลสุขภาพ ที่เริ่มต้นจากป่าต้นน้ำ” ซึ่งเชื่อมเรื่องสุขภาพเข้ากับต้นทางของวัตถุดิบและผู้คนที่อยู่เบื้องหลังผลิตภัณฑ์
ผลิตภัณฑ์มี 2 รสชาติ ได้แก่ สูตร Original และสูตรหวานน้อย จำหน่ายในราคา 59 บาท โดยมีช่องทางจำหน่ายผ่าน Premier Healthy Society, www.mivana.co.th, Mivana Flagship Store ถนนศรีนครินทร์ และมีวนาบ้านสาทร ขณะที่ห้างสรรพสินค้าและซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ จะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่เดือนตุลาคม 2569 เป็นต้นไป
การเปิดตัว Mivana Shot Drink จึงไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มสินค้าอีกหนึ่งรายการให้กับธุรกิจกาแฟ แต่เป็นการนำโจทย์เรื่องทรัพยากรมาเชื่อมกับโอกาสใหม่ทางธุรกิจ เมื่อเนื้อผลเชอร์รีกาแฟมีคุณค่าทั้งในมุมของสารอาหารและการนำไปพัฒนาต่อยอด สิ่งที่เคยถูกมองข้ามจึงสามารถกลับเข้ามาอยู่ในระบบการสร้างมูลค่าได้อีกครั้ง
มุมมองเช่นนี้ทำให้คำว่า “กาแฟอินทรีย์รักษาป่า” มีความหมายกว้างกว่าการปลูกกาแฟโดยไม่ทำลายป่า เพราะสิ่งที่มีวนาพยายามสร้างคือระบบที่คนในห่วงโซ่ได้รับประโยชน์ร่วมกัน เกษตรกรมีอาชีพและรายได้ ป่าต้นน้ำได้รับการอนุรักษ์และฟื้นฟู ขณะที่ทรัพยากรจากผลผลิตสามารถถูกนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า
เมื่อย้อนกลับไปที่คำถามเรื่องสุขภาพ จุดเริ่มต้นจึงไม่ได้อยู่แค่สิ่งที่ผู้บริโภคหยิบขึ้นมาดื่ม แต่เริ่มตั้งแต่แหล่งที่มาของวัตถุดิบ วิธีการปลูกกาแฟ คนที่อยู่เบื้องหลังผลผลิต และการใช้ทุกส่วนของทรัพยากรให้เกิดประโยชน์ด้วยเช่นเดียวกัน
นี่คือเหตุผลที่มีวนานำเสนอ Mivana Shot Drink ภายใต้นิยามใหม่ของการดูแลสุขภาพ ซึ่งไม่ได้มองสุขภาพเป็นเรื่องของผู้บริโภคเพียงฝ่ายเดียว แต่ขยายไปถึงคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและการรักษาป่าต้นน้ำด้วย
เมื่อคนมีสุขภาพที่ดีขึ้น เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่มั่นคง และผืนป่ายังคงได้รับการดูแล ทั้ง 3 เรื่องจึงไม่จำเป็นต้องแยกออกจากกัน หากสามารถออกแบบห่วงโซ่ธุรกิจให้ทุกส่วนเกื้อหนุนกันได้ การดูแลสุขภาพก็อาจเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ต้นน้ำ และสิ่งที่อยู่ปลายทางอย่างเครื่องดื่ม 1 ช็อตก็สามารถบอกเล่าเรื่องราวของคน ป่า และทรัพยากรที่อยู่เบื้องหลังได้มากกว่าที่คิด