Brand Brain สร้างตัวตนจาก​โลกออนไลน์​ Online

22/04/2021

💥วิธีเริ่มต้นทำธุรกิจออนไลน์: ปัจจัยที่ควรนำมาพิจารณา???

การเริ่มทำธุรกิจออนไลน์ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่บางคนได้บอกไว้ คำว่า “ออนไลน์” เป็นแค่สถานที่ในการทำธุรกิจ แต่แนวคิดสำคัญที่คุณควรนำมาพิจารณาคือเรื่องของ “ธุรกิจ” หากคุณต้องการมีธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ คุณควรพิจารณาสิ่งเหล่านี้เป็นอันดับแรก:

1. ตั้งเป้าหมาย คุณต้องมีความเข้าใจว่าคุณทำธุรกิจเพื่ออะไร และคุณต้องการอะไร หากคุณไม่มีเป้าหมายในการทำธุรกิจ คุณก็ไม่มีทางที่จะประสบความสำเร็จและไม่มีแรงกระตุ้นในการเอาชนะอุปสรรค

2. จัดการความเสี่ยง กำหนดงบประมาณที่คุณจะใช้ในการเริ่มทำธุรกิจและใช้งบประมาณที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด คุณควรเริ่มทำธุรกิจด้วยเงินของตัวเอง และไม่ควรยืมเงินมาทำธุรกิจ

3. เตรียมพร้อมเผชิญกับปัญหา เตรียมพร้อมด้านจิตใจในการเผชิญกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้น คิดถึงปัญหาไว้ล่วงหน้าเสมอ (เช่น อัตราการแปลงสกุลเงินมีการเปลี่ยนแปลง, ไม่มีซัพพลายเออร์, ความต้องการสินค้าลดน้อยลง, การตรวจสอบภาษี เป็นต้น)

4. เริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ ก่อน เส้นทางการทำธุรกิจออนไลน์เปรียบได้กับการว่ายน้ำระยะทางไกล บริษัท Amazon ไม่ได้กลายเป็นบริษัทซื้อขายที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกาภายในชั่วพริบตา การเริ่มต้นธุรกิจจากจุดเริ่มต้นจะช่วยให้คุณได้เรียนรู้โครงสร้างและกระบวนการทำงานของธุรกิจ

5. มุ่งมั่นพัฒนา ยิ่งคุณมีความรู้มากเท่าใดก็จะยิ่งเป็นผลดีต่อธุรกิจของคุณมากเท่านั้น ลองศึกษาเทรนด์ธุรกิจในปัจจุบัน, ศึกษาหาข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ, และเข้าร่วมการอบรมเพื่อหาความรู้เพิ่มเติม

6. มุ่งมั่นทำงานเพื่ออนาคต พยายามทำให้ลูกค้าของคุณมาใช้บริการธุรกิจของคุณจากคำแนะนำของคนอื่น ๆ แต่เหตุการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อผลิตภัณฑ์และบริการของคุณมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่องเท่านั้น หากคุณต้องการให้ธุรกิจ “ประสบความสำเร็จ” ตั้งแต่เริ่ม คุณก็ไม่ควรทำธุรกิจออนไลน์

7. อย่าหมดหวัง คุณอาจจะพบว่าตัวเองเริ่มไม่สนใจทำธุรกิจ หรือธุรกิจอาจไม่เติบโตตามที่คาดไว้ หรือคุณอาจคิดว่าการเป็นลูกจ้างทำให้คุณรู้สึกสบายใจมากกว่าการทำธุรกิจที่มีความเสี่ยง คุณต้องระลึกถึงความจริงเหล่านี้ไว้และเปลี่ยนความคิดของคุณ รวมทั้งคิดถึงอุปสรรคเหล่านี้ไว้ล่วงหน้า

💥วิธีเริ่มต้นทำธุรกิจออนไลน์ใน 7 ขั้นตอน???
เรามาดูกันทีละขั้นตอนว่าคุณจะเริ่มต้นทำธุรกิจออนไลน์ได้อย่างไร หากคุณยังจำคำแนะนำให้ย่อหน้าก่อน ๆ ได้ เราก็มาเริ่มลงมือกันเลย แต่คุณต้องปฏิบัติตามแต่ละขั้นตอนอย่างมีความรับผิดชอบและมีเป้าหมาย

1. ค้นหาทักษะของคุณ
คุณต้องมีความสามารถบางอย่างที่ทำให้ลูกค้ายอมจ่ายเงินเพื่อซื้อสินค้าหรือบริการของคุณ เช่นความสามารถในการวาดรูป, ออกแบบเว็บไซต์, เขียนบทความ, หรือมีไอเดียในการจัดส่งสินค้าที่ไม่เหมือนใคร หากคุณไม่รู้ว่าตัวเองถนัดอะไร ลองปฏิบัติดังนี้:

• เขียนทักษะที่คุณถนัดลงบนกระดาษ;
• เขียนทักษะที่คุณทำแล้วรู้สึกมีความสุข คุณควรเริ่มทำธุรกิจออนไลน์จากสิ่งที่คุณทำแล้วรู้สึกมีความสุข

ตั้งเป้าหมายตามทักษะที่มี เช่น หากคุณชอบวาดภาพและมีฝีมือดี คุณอาจเป็นนักวาดภาพประกอบได้ และอาจตั้งเป้าหมายไว้ว่าคุณจะต้องได้เซ็นสัญญากับสำนักพิมพ์ใหญ่ ๆ เพื่อวาดภาพประกอบหนังสื

2. วิเคราะห์ตลาดและเลือกว่าจะทำธุรกิจใด
หลังจากที่คุณได้รู้ทักษะของตัวเองแล้ว ตอนนี้คุณต้องมาดูว่าทักษะของคุณเป็นที่ต้องการในตลาดหรือไม่และคู่แข่งของคุณคือใคร โดยคุณสามารถตรวจสอบได้โดยการใช้ Google Trends tool

ขั้นตอนถัดไปคือการค้นหาคู่แข่งทางธุรกิจ คุณสามารถใช้เครื่องมือค้นหาโดยพิมพ์คำที่คุณคิดว่าลูกค้าจะใช้ค้นหาธุรกิจของคุณ ดูผลการค้นหาจริง ๆ (ไม่ใช่ผลการค้นหาที่มาจากการลงโฆษนา) หากคุณพบธุรกิจรายใหญ่หรือแบรนด์ที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับแรก คุณควรเลือกทำธุรกิจประเภทอื่น ๆ ที่ไม่ซ้ำใคร เพราะในระยะแรกของการทำธุรกิจคุณคงแข่งขันกับแบรนด์เหล่านั้นไม่ได้

Similarweb และ Serpstat จะช่วยให้คุณรู้จักคู่แข่งทางธุรกิจของคุณได้มากขึ้น โดยคุณสามารถรู้ยอดการเข้าชมเว็บไซต์และวิธีการโปรโมทที่แบรนด์เหล่านั้นใช้ ทำให้คุณวางแผนธุรกิจได้ตรงประเด็นมากยิ่งขึ้น

บริการของ Google Analytics service จะช่วยให้คุณได้ข้อมูลของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เช่น อายุ, เพศ, งานอดิเรก, รายได้, และคุณสมบัติอื่น ๆ

3. วางตำแหน่งทางการตลาดและทำให้สินค้าและบริการของคุณมีความโดดเด่นกว่าคู่แข่ง (USP)
เมื่อคุณได้รายชื่อของคู่แข่งทางธุรกิจมาแล้ว คุณต้องศึกษาว่าธุรกิจเหล่านั้นมีบริการอะไรบ้าง จากนั้นคุณควรให้บริการที่ไม่เหมือนคู่แข่งเพื่อดึงดูดลูกค้า ซึ่งคุณสามารถทำได้เองหรือจ้างนักการตลาดก็ได้ ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้:

1. เข้าเว็บไซต์หรือร้านของคู่แข่ง
2. ทำการสั่งซื้อ (ไม่ต้องซื้อจริง) เพื่อประเมินขั้นตอนการทำงานและราคา
3. จดข้อดีและข้อเสียของคู่แข่ง
4. ให้บริการและขายสินค้าที่ทำให้จุดอ่อนของคู่แข่งกลายมาเป็นจุดแข็งของคุณ

จากนั้นคุณควรสื่อสารถึงลูกค้าอย่างชัดเจนว่าข้อดีของคุณคืออะไร คุณมีอะไรที่แตกต่างจากธุรกิจอื่น ๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือพื้นฐานในการโฆษนาและโปรโมทธุรกิจของคุณที่เรียกว่า USP

เคล็ดลับในการทำ USP:
• สังเกตคู่แข่งอย่างสม่ำเสมอ
• บริการหรือสินค้าควรมีความชัดเจน
• หลีกเลี่ยงเงื่อนไขที่ไม่มีความชัดเจน
• ให้คำมั่นกับสิ่งที่คุณมั่นใจว่าจะทำได้
• กระตุ้นอารมณ์ความรู้สึกของลูกค้า (โดยเฉพาะลูกค้าเพศหญิง)
• อย่าลอกไอเดียของคู่แข่ง

4. วางแผนธุรกิจ
การวางแผนธุรกิจเป็นพื้นฐานในการพัฒนาธุรกิจ เช่น การวางแผนด้านงบประมาณเพื่อประเมินรายรับและรายจ่าย โดยบริการเหล่านี้สามารถช่วยคุณสร้างแผนธุรกิจได้

1. LivePlan เป็นบริการออนไลน์สำหรับการพัฒนาแผนธุรกิจและการคาดการณ์ธุรกิจ ซึ่งช่วยให้คุณสามารถสร้างแผนธุรกิจได้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน
2. Venngage เป็นบริการบนเว็บไซต์ที่ช่วยให้คุณคำนวณงบประมาณ รวมถึงมีแผนธุรกิจสำเร็จรูปสำหรับผู้เริ่มต้นทำธุรกิจ ซึ่งเหมาะสำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง

5. ออกแบบและสร้างแบรนด์ให้กับสินค้าของคุณ
ออกแบบบริษัทและผลิตภัณฑ์ของคุณให้เป็นที่น่าจดจำและโดดเด่นกว่าคู่แข่ง แบรนด์ประกอบด้วย USP, โลโก้, สโลแกน, และชื่อแบรนด์ คุณสามารถใช้ Logaster เพื่อออกแบบโลโก้และสโลแกนของคุณได้แบบออนไลน์ เนื่องจากมีตัวเลือกให้เลือกมากมาย รวมทั้งมีโลโก้สำเร็จรูปให้ดาวน์โหลดหลากหลายขนาด ตั้งแต่ขนาดนามบัตรจนถึงแบนเนอร์

6. เริ่มเปิดตัวธุรกิจ
ตอนนี้คุณสามารถเข้าสู่ตลาดได้แล้ว ตอนแรกจะไม่มีใครรู้จักธุรกิจของคุณ ดังนั้นคุณควรใช้งบประมาณที่คุณได้ใส่ไว้ในแผนธุรกิจมาลงโฆษนา สร้างเครือข่ายสังคมออนไลน์ของบริษัทของคุณ ใช้เครื่องมือโฆษนาเพื่อให้คุณสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายและเพื่อให้คุณได้รับออเดอร์แรกอย่างรวดเร็ว หากคุณมีเว็บไซต์ของตัวเอง ให้ใช้การโฆษนาตามกลุ่มเป้าหมาย จากนั้นให้ทำ SEO เพื่อให้เว็บไซต์ของคุณติดอันดับการค้นหา

7. วิเคราะห์ผลลัพธ์และแก้ไขข้อผิดพลาด
ในกระบวนการนี้คุณต้องมีการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบริการเหล่านี้สามารถช่วยคุณได้:
• Seeneco เป็นแพลตฟอร์มสำหรับการทำบัญชี, การทำรายงาน, และการวางแผนและการจัดการด้านการเงิน;
• OWOX BI เป็นบริการที่ช่วยประเมินประสิทธิภาพของการโปรโมทธุรกิจ และมีการประเมินตัวชี้วัดความสำเร็จของธุรกิจของคุณโดยอัตโนมัติ

👉ธุรกิจออนไลน์ 5 ประเภทที่เป็นที่นิยม
ไอเดียเหล่านี้จะช่วยให้คุณเลือกประเภทธุรกิจที่เหมาะกับความสามารถและความสนใจของคุณได้

1. งานแฮนด์เมดที่ขายบนเว็บไซต์, เครือข่ายสังคมออนไลน์และแพลตฟอร์มเฉพาะ (เช่น Etsy)
2. การศึกษาออนไลน์ คุณสามารถสร้างคอร์สหรือการสอนออนไลน์, เขียนคู่มือและตำราเรียนเพื่อขายให้กับผู้ที่เข้ามาสมัครสมาชิกได้
3. คุณสามารถพัฒนาเกม, สร้างคอนเทนท์ที่เกี่ยวความบันเทิงหรือคอนเทนท์ด้านอื่น ๆ โดยรายได้หลักจะมาจากค่าโฆษนาที่คุณขายได้บนเว็บไซต์ของคุณหรือบนสื่อสังคมออนไลน์
4. การขายของเป็นช่องทางการทำธุรกิจออนไลน์ที่เป็นที่นิยมมากที่สุด ยกตัวอย่างเช่น การซื้อของจากรายใหญ่มาขายต่อ, การทำดรอปชิป, และการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ
5. ทำธุรกิจอื่น ๆ ที่ไม่เหมือนใคร การมีไอเดียที่แตกต่างจากคนอื่นจะทำให้ธุรกิจของคุณมีกลุ่มเป้าหมายหลัก ยกตัวอย่างเช่น การให้บริการจัดส่งของใช้ในห้องน้ำ เช่น แชมพู สบู่แบบเร่งด่วนให้กับนักท่องเที่ยวที่เพิ่งเดินทางเข้ามาในเมือง

คำแนะนำในการโปรโมทธุรกิจออนไลน์
ตอนนี้คุณก็ได้เรียนรู้แล้วว่าจะเริ่มต้นทำธุรกิจออนไลน์ได้อย่างไร แต่คุณจะทำอย่างไรให้ธุรกิจประสบความสำเร็จล่ะ? วิธีหนึ่งที่เราแนะนำก็คือการโฆษนาตามกลุ่มเป้าหมายบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ ลองใช้บริการเหล่านี้ดูนะครับ:

• Automizy เป็นแพลตฟอร์มในการจัดการอีเมล์ในการทำการตลาด เช่น การส่งอีเมล์ไปยังลูกค้าใหม่หรือลูกค้าประจำเพื่อช่วยกระตุ้นยอดขาย (รวมถึงช่วยให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำ) และช่วยให้ลูกค้ามีความผูกพันกับแบรนด์
• Optimizely เป็นบริการในการทำ A/B Testing เพื่อช่วยให้คุณสามารถเลือกดีไซน์, การโฆษณาและโซลูชั่นอื่น ๆ เพื่อโปรโมทธุรกิจของคุณได้อย่างเหมาะสม
• SocialRank ช่วยให้คุณค้นหาคนที่มีโอกาสเป็นลูกค้าของคุณบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ได้

😃สรุป😀
การเริ่มต้นทำธุรกิจออนไลน์ต้องเริ่มจากการที่คุณมีทักษะที่มีความสามารถด้านใดด้านหนึ่งหรือมีไอเดียเป็นของตัวเอง อีกทั้งต้องมี "แพชชัน" ในงานที่คุณทำอยู่ อย่าลืมวางแผนและคำนวณเหตุการณ์ต่าง ๆ ไว้ล่วงหน้า สร้างและพัฒนาแบรนด์ของคุณเองขึ้นมา โปรโมทบริษัทของคุณไปพร้อม ๆ กับการวิเคราะห์กลุ่มลูกค้าของคุณอย่างต่อเนื่องเพื่อให้คุณมีผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ ออกมาอยู่เสมอ เนื่องจากการบริการและธุรกิจที่มีความทันสมัยจะช่วยให้กระบวนการทางธุรกิจง่ายดายยิ่งขึ้น

🔥🔥🔥หากคุณอ่านมาถึงตอนนี้ยังนึกไม่ออกว่า🔥🔥🔥
คุณจะเริ่มต้นธุรกิจอย่างไร???
ทำออนไลน์ยังไม่เป็น ???
ไม่มีความรู้ จะทำออนไลน์อย่างไร???
เราเเนะนำให้ท่านเข้าร่วมสัมนาฯ

ออนไลน์รูปแบบใหม่ Start Up เสาร์นี้ 25 เมษายน 2564 เวลา 13.00 น.
รีบลงทะเบียนเพื่อสำรองที่นั่ง จำนวนจำกัด 30 ท่านเท่านั้น
(สำหรับห้องประชุม เว้นระยะห่าง)

ฟังออนไลน์ ในไลฟ์สดได้เช่นกัน
รีบลงทะเบียน (จำกัดจำนวน) ออนไลน์
https://forms.gle/DDAparurN

ติดต่อสอบถามได้เพิ่มเติม
ADMIN : 085 328 6292
ID LINE : 085 328 6292

ข้อมูลอัพเดท​10 เมษายน​ 2564
10/04/2021

ข้อมูลอัพเดท​10 เมษายน​ 2564

09/04/2021

เพราะอะไรแบรนด์ถึงเลือกใช้
INFLUENCER MARKETING?
เผยหมดเปลือก

การแข่งขันทางการตลาดในปัจจุบันนั้นสูงมากและมาพร้อมเทคนิคต่างๆ มากมาย เนื่องจากสมัยนี้ใครๆ ก็เป็นเจ้าของธุรกิจได้ มีโซเชียลมีเดียเป็นช่องทางโปรโมทเป็นของตัวเองได้ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ทั้งเจ้าของแบรนด์รวมถึงนักการตลาดจะต้องหาวิธีต่างๆ ในการทำให้ธุรกิจของตัวเองเป็นที่รู้จักให้ได้มากที่สุดเพื่อชิงส่วนแบ่งทางการตลาดออกมา Influencer Marketing หรือการตลาดคนดังนั้นจึงเข้ามามีบทบาทในด้านการทำแบรนดิ้งรวมถึงการโปรโมทต่างๆ อย่างมากในทุกวันนี้

นอกจากที่ใครๆ ก็สามารถเป็นเจ้าของธุรกิจได้ ขณะเดียวกันใครๆ ก็สามารถเป็น Influencer ได้เช่นกัน เพราะคำๆ นี้คือคำจำกัดความของผู้ทรงอิทธิพลในด้านต่างๆ ซึ่งในที่นี้เราก็จะวัดจากการมีผู้ติดตามในช่องทางโซเชียลมีเดียของพวกเขาไมว่าจะเป็น Facebook, Instagram, Twitter, TikTok และ YouTube เป็นต้น

Influencer Marketing คืออะไร?

เป็นรูปแบบการตลาดอย่างหนึ่งที่จะต้องอาศัยบุคคลที่มีชื่อเสียงในการเป็นตัวการนำเสนอแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก ซึ่งในที่นี้ไม่ได้จำกัดแต่เฉพาะศิลปิน นักร้อง นักแสดงแต่รวมถึงคนทั่วๆ ไปที่มีผู้ติดตามเป็นจำนวนมากในช่องทางโซเชียลมีเดีย โดยที่เราจะรู้จักกันในชื่อ เน็ตไอดอล ยูทูเบอร์ เป็นต้น หรือแม้แต่แฟนเพจชื่อดัง ก็ล้วนแต่ถูกรวมเอาไว้ในพาร์ทนี้

ทั้งนี้จุดประสงค์หลักๆ ในการใช้ Influencer สำหรับแคมเปญการตลาดก็เพื่อโปรโมท สินค้า บริการ หรือโปรโมชั่นต่างๆ โดยใช้ฐานแฟนหรือผู้ติดตามในช่องทางโซเชียลมีเดียของพวกเขาเป็นเกณฑ์ในการกำหนดว่า Influencer คนนั้นอยู่ในระดับใด

ในคอร์สเรียน Influencer จะบอกทุกกลยุทธ์ในการทำตลาด
คอร์สเรียนจะให้อะไรคุณบ้าง?

1.ประเภทของ Influencer มีอะไรบ้าง เรียกว่าอะไร
2.จำแนกหมวดหมู่ของกลุ่มเป้าหมายทางธุรกิจจากคอนเทนต์ ต่อยอดสร้างไอเดีย
3.ทำไมถึงต้องใช้ Influencer ในการตลาด
4.อยากทำ Influencer Marketing ควรเริ่มจากตรงไหน
5.การวางแผนงบประมาณ

หลักสูตรนี้เหมาะกับใครบ้าง?
นักการตลาด นักการตลาดออนไลน์ Digital Marketing ผู้บริหาร ผู้ประกอบการ บุคคลทั่วไปที่สนใจร่วมงานกับ Influencer หรือบุคคลทั่วไปที่สนใจเรียนรู้เพิ่มเติม

คอร์สเรียนออนไลน์ ผ่านแอพพิชั่น ZOOM

ด่วน!!! สำหรับ 25 ท่านเเรกฟรี (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
วันอาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2564 เวลา 19.00 - 20.00 น.
สำรองที่นั่งก่อนเต็ม!!!
https://forms.gle/VW7ZgkC2LkPn5HMS9

คุณอาจไม่เเน่ใจว่าหลักสูตรนี้เหมาะกับคุณหรือเปล่า?
เราให้คำปรึกษาฟรี!!!
ลงทะเบียนเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ ตามLink
https://forms.gle/micogxfGdSqcZkKG6

Influencer Marketing คืออะไร❓❓❓😎😎😎Influencer Marketing คือการตลาดออนไลน์ที่ใช้ Influencer ในการโฆษณาสินค้า เป็นการตลาดที...
03/03/2021

Influencer Marketing คืออะไร❓❓❓

😎😎😎Influencer Marketing คือการตลาดออนไลน์ที่ใช้ Influencer ในการโฆษณาสินค้า เป็นการตลาดที่เริ่มแพร่หลายตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ. 2014 ซึ่งเริ่มจากการใช้ Influencer ในกลุ่ม Celebrity หรือ Mass Publisher ที่เป็นดารา นักแสดง ในการโฆษณาหรือรีวิวสินค้า

ต่อมากลุ่ม Blogger💻 และ YouTuber📱 ต่างๆ ได้มีการพัฒนาคอนเทนต์ให้คนสนใจติดตามมากขึ้น จึงเริ่มมีอิทธิพลมากขึ้น เจ้าของแบรนด์ต่างๆ ก็หันมาใช้ Influencer กลุ่มนี้เพราะเข้าถึงผู้บริโภคและตรงเป้าหมายมากกว่ากลุ่มที่เป็นดารานักแสดง เนื่องจากพูดถึงสินค้าในเชิงผู้บริโภคคนหนึ่งนั่นเอง

แต่เมื่อ Influencer ที่มีผู้ติดตามมากเริ่มรับงานโฆษณาสินค้าหรือรีวิวสินค้ามากขึ้น ทำให้ผู้บริโภคเริ่มรู้สึกว่า Influencer กลุ่มนี้ไม่ได้ใช้สินค้าจริง ทิศทางการทำการตลาดจึงเปลี่ยนไปอยู่ที่กลุ่ม Micro Influencer และ Nono Influencer มากขึ้น เพราะมีความน่าเชื่อถือมากกว่า ดูแล้วเป็นการรีวิวจากการใช้จริง จึงได้รับความยอมรับจากผู้บริโภคมากขึ้น

ติดตามสาระดีๆจาก ฺBrand Brain naaaaa

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Brand Brainผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แนะนำ

แชร์