29/01/2024
เราลองมาทำความเข้าใจกับ ขั้นตอนการทำงาน ด้วยระบบBIM ในโครงการ ว่ามีขั้นตอนอย่างไรบ้างกันครับ
-Design Model / Design Review
ในขั้นนี้ ก็จะเหมือนกับขั้นตอนการออกแบบโดยทั่วไปเลยครับ ทางผู้ออกแบบขึ้นโมเดล Revit และ จัดให้มีการทำ Design Review การใช้โมเดล ในการทำงาน จะทำให้เกิด 3D visualize ได้ดีขึ้น (LOD 100-200) เมื่อแบบลงตัวก็ไปต่อที่ขั้นตอนต่อไป.
-Construction Model
For-Con Drawing
ในขั้นต่อมา อย่างที่ทราบกันอยู่แล้ว ว่า เมื่อเราทำโมเดลใน Revit ทำให้การจะทำแบบออกจากโมเดลนั้น เป็นเรื่องสะดวกเพราะไม่จำเป็นต้องทำงานข้ามโปรแกรม ลดปัญหาในเรื่อง การขัดแย้งกันใน 2D และ 3D (LOD 200-300)
Clash Detection
ในการทำงานด้วย BIM เราสามารถ combine งานสถาปัตยกรรม และโครงสร้าง เข้ากับงานระบบ เพื่อ นำมาใช้สำหรับ Clash Detection เพื่อตรวจสอบว่า ในพื้นที่อาคาร ที่เราได้ออกแบบไว้นั้น มีส่วนไหน ที่ขัดแย้ง หรือ เกิดการชนกัน เช่น ท่อชนกับแนวคาน หรือ แนวท่อระบายอากาศชนกับแนวท่อดับเพลิง เป็นต้น ขั้นตอนการทำ Clash Detection ช่วยให้เราเจอปัญหาในโมเดล และแก้ไขได้ทันท่วงที ลดปัญหา การเจอปัญหาที่หน้างาน ซึ่งจะยุ่งยากกว่าในการแก้ไข เพราะหน้างานสร้างไปแล้ว
Timeliner
ในการก่อสร้าง เราสามารถสร้าง Timeline งานก่อสร้างได้จากโมเดลที่เราได้ขึ้นไว้ ด้วย Timeliner ซึ่งจะช่วยให้เราเห็น Sequence การก่อสร้าง ตั้งแต่การจัดเตรียมพื้นที่หน้างาน การนำเข้าเครื่องจักรและวัสดุ ไปจนถึงความคืบหน้าในงานก่อสร้าง ในช่วงเวลาต่างๆ จนแล้วเสร็จ
Quantity Take-off
แบบที่จะใช้ในการก่อสร้างนั้น ส่วนใหญ่จะต้องมี BOQ หรือ BOM ควบคู่ไปด้วย เพื่อความโปร่งใส และ ความเข้าใจไม่ว่าจะเป็นผู้รับเหมา ผู้ออกแบบ หรือ เจ้าของโครงการเองก็ตาม การที่เราออกแบบ จาก Revit หรือ BIM จะทำให้เรามีข้อมูลในส่วนต่างๆ ของอาคาร ค่อนข้างพร้อม ที่จะถอด ปริมาณ ออกมาทำ BOQ,BOM เพื่อไปใช้งานต่อได้
-Shop Model
หลังจากที่ Clash Detection ได้รับการแก้ไขเรียบร้อย จนไม่มีจุดที่ขัดแย้งกันระหว่างหมวดงานแล้ว ขั้นตอนต่อมาจึงมาทำแบบ Shop Drawing สำหรับงานก่อสร้างหน้างาน ซึ่งในขั้นตอนนี้ จะเป็นการทำงานที่จะต้อง submit แบบ แก้ไข ไปมาจนงานก่อสร้างแล้วเสร็จ (LOD 350-400)
-As Built Model
เมื่องานก่อสร้างแล้วเสร็จ เราจะได้โมเดล 3D ที่ตรงกับหน้างานจริง หรือหากมีส่วนที่ต้องแก้ไข ก็จะทำการแก้ไขและส่งอนุมัติให้เรียบร้อย (Submission Package) ซึ่งเราจะสามารถทำ FM Data Collection จากโมเดลที่เราได้ทำไว้ตั้งแต่ขั้นตอน Design เพื่อนำไปใช้งานต่อ ในการบริหารทรัพยากรอาคาร (Facility Management) (LOD 500)
_______________________________________________________________________
BIM Process in Construction Process
หากสังเกตุ ในขั้นตอน Construction Process จะเริ่มต้นตั้งแต่ หลังจากโมเดล For Construction จะได้รับการอนุมัติ
การทำงาน จะเริ่มต้นโดยการขึ้น Shop Model เพื่อนำมาใช้ในการทำ Clash Detection (เนื่องจาก เมื่อก่อสร้างจริง อาจจะมีการเปลี่ยนแปลง ในเรื่องขององค์ประกอบต่างๆในอาคาร เช่น Requirement ของงานระบบเปลี่ยน จึงส่งผลให้ขนาดท่อมีขนาดใหญ่ขึ้น การทำ Clash Detection ในขั้นตอนการก่อสร้าง จึงมีความสำคัญ เพราะความละเอียดของโมเดล และ LOD ที่เพิ่มขึ้น)
Clash Detection/Coordination Meeting
เมื่อทำ Clash Detection ประเด็นที่เกิดขึ้น จะถูกรวบรวม นำเสนอในรูปแบบ Clash Report และประชุมหาทางแก้ไขใน Coordination Meeting เมื่อได้ข้อสรุป จึงรวบรวมข้อมูล นำเสนอต่อผู้ออกแบบ แล้วกลับมาแก้ไขโมเดลให้เรียบร้อย หากประเด็นที่เกิดขึ้น ได้รับการแก้ไขเรียบร้อย ก็จะนำ Shop Model ที่ได้ ไปทำ Shop Drawing ต่อในขั้นตอนถัดไป
เมื่อได้ Shop Drawing แล้ว จึงนำส่งไปให้หน้างาน ใช้ในการก่อสร้าง ตามลำดับ เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ Shop Model ที่ได้รับการแก้ไขจนตรงกับหน้างาน ก็จะถูกนำไปใช้เป็น As-Built Model เพื่อใช้ในการทำ As-Built Drawing และ Facility Management ต่อไป เมื่ออาคารเปิดใช้งาน
_______________________________________________________________________
สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถส่งคำถาม หรือคำแนะนำมาได้ที่ link ด้านล่างนี้ได้เลยครับ
https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSeGSCKQRdfLNCrrpXD2McNSQk3HGimTrkKz9qTkIq530WZ0Ig/viewform?usp=pp_url
_______________________________________________________________________
OPEN BIM
บริการให้คำปรึกษา BIM เพืองานออกแบบสถาปัตยกรรม และงานก่อสร้าง
ตั้งแต่ Design Phase – Facility Management
สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม
คุณ พิชญ์ +66 81 628 1299