คนคุณภาพ HRBP

คนคุณภาพ HRBP ที่ปรึกษาผู้ประกอบการ Re & Up Skill
วิทยากรพัฒนา HR, OD, 5S, ISO9001, Kaizen
กฎหมายแรงงาน, นักสร้างแรงบันดาลใจ www.chindaphasuk.com

03/10/2025
ฟรี ออนไลน์ ช่องทาง ZOOM รายการอบรม "การพัฒนาคนเพื่อการพัฒนางานให้ได้ประสิทธิผล"วัน พฤ. ที่ 9 ต.ต.2568 เวลา 14.00-16.00น...
21/09/2025

ฟรี ออนไลน์ ช่องทาง ZOOM รายการอบรม
"การพัฒนาคนเพื่อการพัฒนางานให้ได้ประสิทธิผล"
วัน พฤ. ที่ 9 ต.ต.2568 เวลา 14.00-16.00น.

#ภูมิปัญญานำพาความรวยสุข

บางปู แสนสดชื่น
04/08/2025

บางปู แสนสดชื่น

04/08/2025

💽 [ ยอมถอยเพื่อไปให้ไกลกว่าเดิม
บทเรียนจากการยอมสละตำแหน่ง CEO
ของ Marc Randolph ผู้ร่วมก่อตั้ง Netflix ]
ในโลกธุรกิจ คำว่า “ถอย” มักถูกมองว่าเป็นความพ่ายแพ้ แต่สำหรับ มาร์ค แรนโดล์ฟ (Marc Randolph) ผู้ร่วมก่อตั้ง Netflix การถอยหนึ่งก้าวจากตำแหน่งซีอีโอกลับเป็นการตัดสินใจที่พาองค์กรทะยานไกลกว่าที่เขาเคยฝันไว้ซะอีก
ในรายการ พอดแคสต์ The Diary of a CEO แรนโดล์ฟเล่าว่า การยอมวางอีโก้ลงและก้าวลงจากตำแหน่งซีอีโอ เพื่อให้ รีด เฮสติงส์ (Reed Hastings) เข้ามาบริหารแทนในปี 1999 อาจเป็น “การตัดสินใจที่ฉลาดที่สุดตลอดช่วงเวลาที่อยู่ที่ Netflix” เลยก็ได้
🍷 [ ค่ำคืนแห่งการทบทวนตัวเอง ]
ประมาณปีครึ่งหลังจาก Netflix เปิดตัว เฮสติงส์มาหาแรนโดล์ฟพร้อมโน้ตบุ๊กในมือ เปิดสไลด์ที่แสดง “จุดแข็งและจุดอ่อน” ของแรนโดล์ฟในฐานะซีอีโอในเวลานั้นและเล่าอย่างเป็นเหตุเป็นผล
“เราปิดคอมพิวเตอร์ จากนั้นเขาก็อธิบายความกังวลของเขา ว่าเขาเห็นความผิดพลาดเล็ก ๆ ในการตัดสินใจของผม และตั้งคำถามกับบางการจ้างงานที่ผมทำ” แรนโดล์ฟเล่า
แน่นอนว่ามันย่อมช็อกและรู้สึกเสียใจเป็นธรรมดา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฐานะของผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทที่มาจากไอเดียของเขา มุมหนึ่งการก้าวลงเหมือนการยอมแพ้ความฝัน แต่เฮสติงส์ก็แสดงความกังวลในเรื่องต่างๆ มองเห็นความผิดพลาดเล็ก ๆ ในการตัดสินใจ และตั้งคำถามกับบางการจ้างงาน จึงเสนอว่าให้ตัวเองรับตำแหน่ง CEO และเขาก้าวลงเป็น COO แทน
คืนนั้นแรนโดล์ฟกลับไปบ้าน นั่งที่ชานบ้านกับภรรยา และเปิดไวน์หนึ่งขวด เขาเริ่มคิดถึงการสนทนานั้นอย่างจริงจัง
ตอนก่อตั้งบริษัท เขากับ เฮสติงส์เป็นเหมือน “ซ้ายสมอง–ขวาสมอง” แรนโดล์ฟ เชี่ยวชาญเรื่องคน สร้างบรรยากาศทีมได้ดี แต่ไม่ถนัดการสนทนายาก ๆ ขณะที่ เฮสติงส์มีประสบการณ์บริหารระดับสูง เคยเป็นซีอีโอของ Pure Software และนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์
ในที่สุดแรนโดล์ฟยอมรับเฮสติงส์พูดถูก “ผมเริ่มตระหนักว่า… อาจมีอยู่สองความฝันต่างกัน การสร้างบริษัทใหญ่และประสบความสำเร็จอาจเป็นคนละความฝันกับการที่ผมต้องนั่งเก้าอี้ซีอีโอ” เขากล่าว
การตัดสินใจครั้งนั้นเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ
ช่วงเวลาที่ทำงานร่วมกันหลังจากเฮสติงส์ขึ้นเป็น CEO คือ “ยุคเรอเนซองส์ของ Netflix” ที่ปูทางสู่ความสำเร็จ ที่ทำให้ Netflix เข้าตลาดหุ้นในปี 2002 และหลังจากนั้นอีกหนึ่งปีแรนโดล์ฟก็ตัดสินใจออกจากบริษัท โดยในตอนนั้นเขาถือหุ้นมูลค่า 12.6 ล้านดอลลาร์ (ปัจจุบัน Netflix มีมูลค่ากว่า 497,000 ล้านดอลลาร์)
💔 [ ไม่ใช่แรนโดล์ฟคนเดียวที่ต้อง “เสียบางอย่างเพื่อรักษาสิ่งสำคัญกว่า” ]
ในเดือนตุลาคม 2002 รีด ฮอฟฟ์แมน (Reid Hoffman) ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่ง Executive Vice President ขอ ง PayPal โหวตเห็นชอบให้ขายบริษัทให้กับ eBay ด้วยมูลค่าราวๆ 1,500 ล้านดอลลาร์
แม้การตัดสินใจจะดูเหมือนการยอมปล่อยลูกรัก แต่ฮอฟฟ์แมนและทีมมองว่าเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้ระบบชำระเงินออนไลน์เล็ก ๆ แห่งนี้เติบโตก้าวกระโดด
เดวิด แซคส์ (David Sacks) COO ของ Paypal ในตอนนั้นเล่าว่าตอนนั้นประมาณ 2/3 ของธุรกรรมทั้งหมดของ PayPal เกิดขึ้นบนแพลตฟอร์ม eBay แม้ PayPal จะชนะในสมรภูมิ แต่ตำแหน่งที่พวกเขายืนอยู่ยังเปราะบางมาก ถ้าไม่ขายก็อาจจะโตไม่ได้
eBay ทำให้ PayPal อยู่ในสถานการณ์ลำบาก ผลิตภัณฑ์ของ PayPal เคยเติบโตแบบก้าวกระโดดตั้งแต่เปิดตัวบนแพลตฟอร์ม eBay และต่อมา eBay ก็เริ่มพัฒนาบริการแข่งกับพวกเขา ทีม PayPal ต้องสู้สุดชีวิต เพราะอย่างที่แซคส์ บอกคือ “eBay เป็นเจ้าของจุดชำระเงิน”
หรือแม้แต่ ริชาร์ด แบรนสัน (Richard Branson) ผู้ก่อตั้ง Virgin Group เคยร้องไห้ในวันที่ต้องขาย Virgin Records ค่ายเพลงแรกของเขาในปี 1992 ด้วยมูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อหาเงินมาประคองสายการบิน Virgin Atlantic ท่ามกลางศึกทางกฎหมายกับ British Airways
แบรนสันเล่าว่าเขาวิ่งไปตามถนนพร้อมน้ำตาเมื่อเห็นป้ายที่เขียนว่า “Richard sells for a billion” แม้จะเจ็บปวดใจ แต่การตัดสินใจครั้งนั้นทำให้ Virgin Atlantic รอดพ้นวิกฤต และกลายเป็นหนึ่งในธุรกิจหลักของกลุ่ม Virgin จนถึงทุกวันนี้
ในหนังสือ 36 กลยุทธ์ธุรกิจการค้า ตำราพิชัยสงครามฉบับธุรกิจ บทสุดท้ายมีชื่อว่า “หนี คือยอดกลยุทธ์” โดยบอกว่า “ถอยหนีมิใช่ความพ่ายแพ้ แต่มันเป็นจุดหมุนเปลี่ยนเพื่อช่วงชิงชัยชนะ”
🏔️ [ การถอยไม่ใช่แพ้ แต่เป็นกลยุทธ์อย่างหนึ่ง ]
1. รู้จักจุดแข็งและจุดอ่อนของตัวเอง
ความสามารถไม่ได้อยู่ที่ “ทำได้ทุกอย่าง” แต่คือการรู้ว่าคุณถนัดอะไร และควรหาคนเก่งกว่ามาช่วยในเรื่องไหน การยอมรับข้อจำกัดจะทำให้ทีมแข็งแรงขึ้น
2. มองเป้าหมายใหญ่กว่าตำแหน่งของตัวเอง
แรนโดล์ฟรู้ว่าการเป็น CEO ไม่ใช่จุดหมายเดียว การได้เห็นบริษัทเติบโตต่างหากคือความฝันที่แท้จริง บางครั้งการก้าวลงไม่ใช่ความพ่ายแพ้ แต่คือการสร้างเงื่อนไขให้ฝันใหญ่เป็นจริง
3. ฟัง Feedback ด้วยใจเปิด
ไม่ใช่ทุกคนจะมีเพื่อนร่วมงานที่สไลด์มาบอกข้อบกพร่อง แต่การเปิดใจฟังความคิดเห็นของคนรอบข้าง แม้จะเจ็บปวด อาจทำให้เราเห็นมุมที่มองข้าม
4. รู้ว่าเมื่อไรควร “เสีย” เพื่อให้ได้สิ่งที่สำคัญกว่า
แบรนสันเสียค่ายเพลงเพื่อรักษาสายการบิน แรนโดล์ฟเสียเก้าอี้ซีอีโอเพื่อรักษาบริษัท Netflix ฮอฟฟ์แมนยอมเสีย Paypal เพื่อให้มันเติบโต ทุกคนเลือกสิ่งที่สำคัญกว่าในระยะยาว
อดัม แกรนต์ (Adam Grant) นักจิตวิทยาองค์กรจาก Wharton บอกว่า การรู้จักตัวเอง ทั้งข้อดีและข้อจำกัด ทำให้เราเป็นผู้นำหรือพนักงานที่มีคุณภาพมากขึ้น เพราะช่วยให้เชื่อมโยงกับคนอื่น และสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจได้ดีกว่า
ลองถามเพื่อน คนในครอบครัว หรือเพื่อนร่วมงานว่าพวกเขามองเห็นจุดแข็งของเราในช่วงเวลาไหนบ้าง หลายครั้งเราอาจค้นพบ “จุดแข็งที่เราไม่เคยรู้ตัว” ไม่ใช่แค่ข้อบกพร่องเท่านั้น
การถอยหนึ่งก้าว ไม่ได้หมายถึงการล้มเหลว หากเป็นการตัดสินใจบนพื้นฐานของการรู้จักตัวเอง เข้าใจบริบท และมองไปที่ภาพใหญ่ บางครั้งมันคือการถอยเพื่อสร้างชัยชนะที่ยั่งยืนกว่าในระยะยาว
เหมือนดั่งที่ เคิร์ต วอนเนกัต (Kurt Vonnegut) นักเขียนนวนิยายชาวอเมริกันที่โด่งดังจากนวนิยายแนวเสียดสีและตลกขบขันเคยพูดเอาไว้ว่า “การถอยหนึ่งก้าวหลังจากเดินทางผิด คือการก้าวไปในทิศทางที่ถูกต้อง”
[ #เก่งแบบเป็ด 🦆]

14/07/2025

🧠 [ กำจัดขยะความคิด
พิชิตวันใหม่ด้วยเทคนิค
’Brain Dump’ ]
เคยไหมครับที่ตื่นขึ้นมาแล้วต้องถอนหายใจยาวๆ เพราะวันข้างหน้าที่กำลังจะต้องเผชิญเป็นวันที่ดู ‘ยุ่งวุ่นวาย’ ซะเหลือเกิน?
เชื่อว่าหลายคนกำลังพยักหน้างึกๆ เห็นด้วย บางคนอาจจะแย่หน่อยที่รู้สึกแบบนี้แทบทุกวันเลยด้วยซ้ำ บอกเลยว่ามันเป็นการเริ่มต้นวันที่ห่วยแตกไม่น้อยทีเดียว
แต่มีเทคนิคสร้างความโปรดักทีฟหนึ่งที่เรียกว่า ‘Brain Dump’ ที่อาจจะพอช่วยได้ครับ
มันเป็นเทคนิคปรับเข็มทิศของวันที่กำลังจะเกิดขึ้น เคลียร์ความคิดขยะที่กองอยู่ในหัวให้ออกไป ก่อนจะเริ่มวันใหม่ๆ ด้วยแรงบันดาลใจจากงานที่กองอยู่ตรงหน้าได้ด้วย
✏[ Brain Dump คืออะไร? ]
‘Brain Dump’ คือการปลดปล่อย “โดยไร้การวิเคราะห์หรือตัดสิน” ความคิด/ความรู้สึกทุกอย่างที่อยู่ในหัวเวลานั้นให้ออกมาข้างนอกครับ (ตามชื่อเลย Brain = สมอง, Dump = ทิ้งให้หมด) ไม่ว่าจะเป็นการเขียนในสมุดบันทึก แพลนเนอร์ หรือในรูปแบบดิจิทัลพิมพ์ใส่โทรศัพท์หรือแล็ปท็อปก็ได้
สิ่งที่สำคัญก็คือการทำ “โดยไร้การวิเคราะห์หรือตัดสิน” นั่นแหละ
เขียน/พิมพ์ออกมาเลยว่าตอนนี้กำลังคิดอะไร วันนี้ต้องทำอะไรบ้าง ไม่ต้องจัดหมวดหมู่ ไม่ต้องจัดความสำคัญ (เดี๋ยวค่อยมาว่ากัน)
ใน ‘Brain Dump’ ของแต่ละวันอาจจะมีตั้งแต่ ‘ต้องเอาหมาไปหาหมอ’ ‘หัวหน้าเรียกคุยโปรเจ็กต์’ ไปจนถึง ‘เตรียมของสำหรับวันเกิดลูก’ บางทีอาจจะมีเรื่องที่จะเกิดขึ้นในอนาคตก็ได้ ตราบใดที่ความคิดนั้นมันเกิดขึ้นก็เขียนไปเลย (บางทีเขียนไปเรื่อยๆ อาจจะมีงานทั้งอาทิตย์งอกมาทั้งหมดเลยก็ได้)
เป้าหมายของการทำ Brain Dump คือการเขียนออกมาให้มากที่สุดแล้วน้ำหนักของความคิดหรือสิ่งที่กำลังกวนใจคุณอยู่จะค่อยๆ เบาลง สิ่งที่เคยอยู่แค่ในหัวถูกปลดปล่อยออกแล้วลงไปอยู่ในกระดาษ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่ต้องทำส่วนตัว งานบริษัท หรือความรับผิดชอบอื่นๆ ที่ต้องจัดการ
พอเขียนมันลงไปในกระดาษเรียบร้อย ขั้นตอนต่อไปคือจัดเรียงความสำคัญ
💪 [ ใช้งานร่วมกับ Eisenhower Matrix ]
เทคนิคอีกอันที่เอามาใช้ร่วมกันได้คือ ’Eisenhower Matrix’ โดยแบ่งออกเป็น 4 ช่อง
เร่งด่วนและสำคัญ/ไม่เร่งด่วนแต่สำคัญ/เร่งด่วนแต่ไม่สำคัญ/ไม่เร่งด่วนและไม่สำคัญ
[เราสามารถใช้แกน X เป็นความเร่งด่วน และ แกน Y เป็นความสำคัญ ก็ได้ครับ]
[เร่งด่วนและสำคัญ] : ตรงนี้ให้ทำเลย เป็นงานที่ไม่ทำแล้วจะเกิดผลเสียที่ตามมาอย่างแน่นอน เป็นงานที่ต้องจัดการแล้วทำให้ความเครียดหายไปได้
[ไม่เร่งด่วนแต่สำคัญ] : งานนี้ยังไม่เร่งด่วนมาก แต่สำคัญ ถ้าไม่ทำมีผลเสียต่อเป้าหมายในระยะยาว งานในกลุ่มนี้คือต้องจัดตารางการทำงาน เขียนลงปฏิทินให้แน่นอน
[เร่งด่วนแต่ไม่สำคัญ] : งานในส่วนนี้คืองานที่คุณสามารถปล่อยให้คนอื่นทำได้ มันเร่งด่วน แต่ไม่สำคัญมาก ไม่ได้กระทบกับเป้าหมายระยะยาว แต่ต้องทำเลย เราอาจจะไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับมันมาก หรือเราไม่ได้เชี่ยวชาญทางด้านนี้ (ยกตัวอย่าง สนามหญ้ารก เราเรียกช่างตัดหญ้ามาจัดการ หรือ รวบรวมข้อมูลสำหรับทำรายงาน ส่งต่อให้น้องในทีมที่เชี่ยวชาญเรื่องการเก็บข้อมูลทำให้ได้ไหม?)
[ไม่เร่งด่วนและไม่สำคัญ] : งานส่วนนี้ลบทิ้งได้เลยครับ
แล้วหลังจากนั้นก็หยิบงาน/ความคิดต่างๆ ที่เราเขียนในตอนแรกมาจัดเรียงในช่องตารางตรงนี้
สิ่งที่ทำให้ Brain Dump มีประสิทธิภาพมากๆ และแนะนำให้เริ่มทำเป็นอย่างแรกๆ ของแต่ละวันก็เพราะว่ามันจะช่วยปล่อยความกังวล ความรับผิดชอบ และงานต่างๆ ออกมาจากหัวเราก่อน เพื่อให้เห็นว่ามันเยอะมากแค่ไหน มีอะไรบ้างที่สามารถทำได้ โดยไม่ต้องไปเวิ่นเว้อกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง
เทคนิคนี้ถูกใช้กันอย่างแพร่หลายและหลายต่อหลายคนที่ลองทำก็บอกว่ามันช่วยได้เยอะมากๆ ลดความเครียดลงได้อย่างมากในแต่ละวัน จัดเรียงสิ่งที่สำคัญและปล่อยขยะทางความคิดที่เกิดขึ้นในหัวทิ้งไป
ใครที่เช้านี้ตื่นมาแล้วเครียดงานกองท่วมหัว แค่คิดถึงสิ่งที่จะต้องทำก็เหนื่อยแล้ว อยากให้ลองใช้เทคนิค Brain Dump กันดูครับ
[ #เก่งแบบเป็ด 🦆]

14/07/2025

ทิม คุก (Tim Cook) จะเป็นซีอีโอของ Apple ต่อไปอย่างน้อยอีก 5 ปี

ไม่นานมานี้ เจฟฟ์ วิลเลียมส์ (Jeff Williams) ซีโอโอของ Apple ได้ประกาศเกษียณอายุอย่างเป็นทางการ โดยจะลงจากตำแหน่งซีโอโอในปลายเดือนกรกฎาคมนี้ และจะดูแลสินค้ากลุ่มสุขภาพต่อไปจนถึงสิ้นปีนี้ ทำให้วิลเลียมส์ หนึ่งในตัวเต็งที่จะเป็นซีอีโอต้องหลุดออกไป อย่างไรก็ตาม มาร์ก เกอร์แมนแห่งบลูมเบิร์ก ระบุว่าตอนนี้ ยังไม่มีสัญญาณว่า ทิม คุก จะลงจากตำแหน่งซีอีโอแต่อย่างใด ปัจจุบัน Apple เจอปัญหาเรื่องการพัฒนา AI ที่ล่าช้า แต่บอร์ดบริหารของบริษัทยังคงเสนอชื่อ ทิม คุกให้เป็นซีอีโอต่อไป

ในแง่ของความล่าช้าด้าน AI นั้น คณะกรรมการมองว่าคุก เป็นคนเดียวที่จะสามารถพา Apple ฝ่าฟันอุปสรรคเหล่านี้ไปได้ เกอร์แมนรายงานเพิ่มเติมว่า เอ็กดี้ คิว (Eddy Cue) หัวหน้าฝ่ายบริการ ได้เตือนภายในว่า Apple มีความเสี่ยงที่จะเป็น BlackBerry หรือ Nokia รายต่อไป หากบริษัทไม่มีการปรับตัวอย่างเร็วพอ

สื่อต่างประเทศรายงานว่า บุคคลที่มีแนวโน้มจะได้รับตำแหน่งซีอีโอต่อจากทิม คุกมากที่สุด เห็นจะเป็น จอห์น เทอร์นัส (John Ternus) ซึ่งเกอร์แมนบอกว่า เทอร์นัสยังมีประสบการณ์ทางการเงิน และการบริหารที่น้อยอยู่

14/07/2025

สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 1 สมุทรปราการ
🗓📣เปิดรับสมัครฝึกอบรมฟรี
หลักสูตร Chat GPT
📍คุณสมบัติผู้สมัครฝึกอบรม
1. สัญชาติไทย
2. อายุตั้งแต่ 18 ปี ขึ้นไป
3. มีร่างกายแข็งแรง ต้องอยู่ฝึกอบรมได้ตลอดระยะเวลาการฝึกอบรม
ฝึกอบรมระหว่างวันที่ 3-6 ก.ค 68 (พฤ,ศ,ส,อา)
ฝึกอบรมที่ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 1 สมุทรปราการ เลขที่ 1039 ม.15 ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ
ติดต่อสอบถาม กลุ่มงานพัฒนาฝีมือแรงงาน 023153799
📱แสกน QR Code

"พัฒนาคนเพื่อพัฒนางานสร้างเชี่ยวชาญนำสู่ความเจริญยุคนี้เผชิญเอไอเพลิดเพลินมิใช่บังเอิญถ้าเราพบกัน"www.chindaphasuk.com #...
13/07/2025

"พัฒนาคนเพื่อพัฒนางาน
สร้างเชี่ยวชาญนำสู่ความเจริญ
ยุคนี้เผชิญเอไอเพลิดเพลิน
มิใช่บังเอิญถ้าเราพบกัน"
www.chindaphasuk.com
#คนคุณภาพดี

 #คิดถึงคนคุณภาพดีคิดถึงจินดา
01/07/2025

#คิดถึงคนคุณภาพดีคิดถึงจินดา

💪🧑‍💻คำกล่าวที่ว่า "จงรักงานที่ทำ" กับ "จงเลือกทำงานที่รัก" สามารถนำมาเบลนด์รวมกันแล้วสร้างความสุขในการทำงานได้ ไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่โชคดีได้ทำงานที่รัก หรือรักงานที่ทำอยู่ก็ตาม ด้วยหลักอิคิไก (Ikigai) ซึ่งเป็นปรัชญาในการทำงานของคนญี่ปุ่น
อิคิไก (Ikigai) หมายถึง คุณค่าของการมีชีวิตอยู่อย่างแท้จริง ซึ่งเป็นปรัชญาของเซน ที่ให้เรามีความสุขกับสิ่งที่หมุนอยู่รอบตัวเราให้ได้ หรือเปลี่ยนความทุกข์ หรือความกังวลใจรอบๆ ตัวให้มาเป็นความสุขด้วยหลักพื้นฐาน 4 ข้อ นี้ ⌨️👥
1. อะไรคือสิ่งที่เรารัก (What you love) 🖱️
คือการเลือกทำงานที่เรารัก เช่น รักในการสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆ ที่ไม่ซ้ำใคร จึงเลือกทำงานด้าน Creative หรือชอบตัวเลข จึงเลือกทำงานด้านบัญชี จากนั้นก็เลือกองค์กรที่เราชื่นชอบอยากเข้าไปร่วมงานด้วยและสมัครเข้าไปทำ เราก็จะได้ทำในสิ่งที่เรารัก และทำมันออกมาได้ดีจนเกิดเป็นแรงผลักดัน หรือ Passion ที่จะทำให้เราตื่นนอนตอนเช้าและพร้อมที่จะเริ่มงานอย่างมีความสุข
แต่ถ้าใครที่ไม่สามารถเลือกทำงานที่ตัวเองรักได้ แต่ก็ยังสามารถรักงานที่ตัวเองทำและสร้างแรงผลักดันได้เช่นกัน เพราะถึงจะไม่ใช่งานที่เรารัก แต่เราก็ทำมันออกมาได้ดี ลองเปลี่ยนให้เป็นสิ่งที่เรารักเพื่อสร้างความสุขในการทำงานมากยิ่งขึ้น 📈

2. อะไรคือสิ่งที่เราทำได้ดี (What you are good at) 🖱️
แต่ละคนจะมีทักษะหนึ่งที่สำคัญที่เราใช้ความรู้ความสามารถในการทำงาน คือ Hard Skill ซึ่งเกิดจากการฝีกฝนจนชำนาญ จนกลายเป็นความเชี่ยวชาญหรือทักษะเฉพาะตัว ที่เราใช้พรีเซ้นท์ตัวเองเมื่อสัมภาษณ์เข้าทำงานหรือใส่ลงใน Resume และไม่จำเป็นว่า Hard Skill จะต้องตรงกับสาขาที่เราเรียนมา แต่อาจเป็นความชำนาญหรือทักษะที่เกิดจากการฝึกฝนจนทำออกมาได้ดี ยิ่งไปกว่านั้นหาก Hard Skill ของเราเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานในเวลานั้น เช่น งาน Content Creator ที่สามารถครีเอทคลิปวิดีโอได้ตั้งแต่ต้นจนจบ ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานในเวลานี้ เป็นต้น หรือหากเราไม่มีทักษะที่ตลาดแรงงานกำลังต้องการ เราก็สามารถเรียนรู้เพิ่มเติมได้ด้วยตัวเอง หรือเรียนคอร์สเสริมเพื่อพัฒนาทักษะความรู้ เราอาจค้นพบสิ่งที่เราทำได้ดีอีกสิ่งหนึ่งก็เป็นได้ 📇

3. สิ่งที่ทำให้เกิดรายได้ (What you can be paid for) 🖱️
คือ งานที่สามารถสร้างรายได้ให้เราเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้ ไม่ว่าจะเป็นงานประจำหรืองานพิเศษ ตามทักษะที่เราเรียนมาหรือจากความชอบ ยิ่งถ้าเป็นงานที่ตลาดแรงงานกำลังต้องการ ก็จะยิ่งสร้างรายได้ให้เราเป็นกอบเป็นกำ เช่น การเป็นอินฟลูเอนเซอร์ งานด้าน AI เป็นต้น👩‍💼

4. สิ่งที่สังคมต้องการ (What the world needs) 🖱️
งานที่เราทำเป็นประโยชน์ต่อสังคมหรือโลกหรือไม่ เช่น บางคนอาจทำงานในแผนก CSR (กิจกรรมเพื่อสังคมหรือแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม) หรือบางคนทำงานในองค์กรด้านสิ่งแวดล้อม หรือมนุษยชน แต่แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะทำงานในบริษัททั่วไป เราก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสังคมและโลกได้ เช่น การปฏิบัติตัวแบบ Zero Waste ในที่ทำงาน หรืออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ช่วยลดโลกร้อน เป็นต้น 🗄️
❤️ ปรัชญาอิคิไกเข้ามาช่วยให้เราทำงานอย่างมีความสุข ซึ่งแนะนำให้ลองนำมาปรับใช้ โดยเฉพาะการทำงานในปัจจุบันที่มีความเครียดมาก จะช่วยลดอาการ Burnout ได้มากๆ แค่หาความสุขจากสิ่งรอบๆ ตัว เริ่มจากเรื่องเล็กๆ ก็ได้นะ
ขอบคุณข้อมูลจาก https://th.hrnote.asia/expert-content/210730-ikigai/



#หลักปรัชญาญี่ปุ่น #อิคิไก #ความสุขในการทำงาน ​

ที่อยู่

ประชาอุทิศ (ทุ่งครุ)
Bangkok
10140

เบอร์โทรศัพท์

+66962942829

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ คนคุณภาพ HRBPผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง คนคุณภาพ HRBP:

แนะนำ

แชร์