26/06/2022
“จากล้านแรกสู่หมื่นล้าน”
25 ข้อกับหลักการปั้นธุรกิจจาก 0 ถึงหมื่นล้าน
ของพี่หมู วรวุฒิ อุ่นใจ เจ้าของอาณาจักร Office Mate
1
‘พี่หมู’ วรวุฒิ อุ่นใจ
เจ้าของ Office mate และ B2S
อาณาจักรเครื่องเขียนและอุปกรณ์สำนักงานอันดับหนึ่งของไทย เริ่มต้นธุรกิจจากห้องแถวเล็กๆ จนปัจจุบัน marketshare อันดับหนึ่ง ด้วยยอดขายกว่าหมื่นล้านบาทต่อปี
2
‘พี่หมู’ แบ่งเกณฑ์การเติบโตในธุรกิจของเขาเป็น 3 ช่วง
ช่วง 0-200 ล้านแรก คือ ช่วงตั้งต้น
200-1,000 ล้านบาท คือ ช่วงขยายตัว (scale)
1,000 ล้านบาทขึ้นไป คือ ช่วงเติบโตอย่างยั่งยืน (sustainability)
3
“ช่วงตั้งต้น (0-200 ล้านบาท)”
‘พี่หมู’ บอกสิ่งที่เราควรทำตั้งแต่ต้น
คือเรียนรู้ ทำ และปรับไปให้สินค้าเรา ‘ขายดี’ ให้ไวที่สุด
4
‘พี่หมู’ บอกว่า การขายดี สำหรับบางธุรกิจ
ถือเป็นเส้นชัยปลายทาง คือว่าถ้าขายดีก็คือจบแล้ว
แต่จริงๆแล้ว สำหรับ‘พี่หมู’ การขายดีเป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น เพราะถ้าขายไม่ดีมันก็ไปต่อไม่ได้
5
เปิดร้านก๋วยเตี๋ยว ก็ทำยังไงให้ขายได้มากชามและไวที่สุด
เปิดร้านกาแฟ ทำยังไงให้ขายดี ยอดแก้วต่อวันมากที่สุด
ของ ‘พี่หมู’ เปิดร้านเครื่องเขียนและอุปกรณ์สำนักงาน
งานแรกที่ต้องทำคือทำให้ขายดีที่สุดให้ไวที่สุด
เพื่อให้มี cashflow และเกิด dynamic ของธุรกิจ
6
กลยุทธ์แรกของ officemate ในยุคแรก
คือเน้นขายราคาถูกกว่าคู่แข่ง
เพื่อยั่วใจฝ่ายจัดซื้อของบริษัทต่างๆ
รวมถึงลูกค้าทั่วไปให้มาซื้อก่อน
7
แต่สิ่งที่ office mate จะไม่ทำอย่างเด็ดขาด
คือการจ่ายเงินใต้โต๊ะ ค่าน้ำร้อนน้ำชาให้ฝ่ายจัดซื้อ
รวมถึงยึดหลักบัญชีเล่มเดียว จ่ายภาษีเต็มอย่างถูกต้องตั้งแต่แรก
8
ในขณะที่คู่แข่งเจ้าอื่นมีการจ่ายใต้โต๊ะ
และจ่ายภาษีแบบไม่ชัดเจน
ซึ่งทำให้เกิดข้อได้เปรียบหลายอย่างโดยเฉพาะตลาด b2b ‘พี่หมู’ เลยใช้กลยุทธ์ด้านราคาเข้าสู้
“ขายถูกเพื่อทำให้ขายดี”
สุดท้ายก็ขายดีจริงๆ
ยอดขายเติบโตขึ้นจนขึ้นหลัก 200 ล้านต่อปี
9
“ช่วงขยายตัว (scale) 200-1,000 ล้านบาท”
หลังจากตั้งต้นได้แล้ว ถัดไปคือสเกลขยายยอดขาย
จุดต่างสำคัญของจุดตั้งต้นกับช่วงขยายตัว
คือ พอเราตั้งต้นได้ถึง 200 ล้าน (สำหรับธุรกิจของพี่หมู)
เราจะมีสตางค์พอที่จะจ้าง Function Manager ครบทุกตำแหน่ง เช่น CMO, CFO, COO เป็นต้น
10
คีย์สำคัญสำหรับช่วงนี้คือการสร้างทีมและสร้างระบบเพื่อสเกลธุรกิจ ระบบสำคัญคือ Quality Control & Monitoring เพื่อควบคุมทุกอย่างให้เป็นไปตาม KPI หรือ OKR ที่ควรจะเป็น
11
ณ เฟสนี้พี่หมูจะไม่ได้ใช้กลยุทธ์ราคาที่ถูกสุดแล้ว
ใช้กลยุทธ์สร้างคุณค่า ในเชิง value added แทน
ราคากลางๆ ไม่ได้ถูกกว่าเจ้าอื่น แต่ก็ไม่ได้แพงไปจนเว่อร์เกิน
12
สิ่งที่ทำให้ office mate สร้างความแตกต่างเหนือคู่แข่งเจ้าอื่น คือ ความหลากหลายของสินค้า ที่มีตัวเลือกมากที่สุดและสต๊อคหนาที่สุด นำเสนอผ่าน catalog ที่ปีๆหนึ่งออกที 4-5 แสนเล่มเพื่อแจกฝ่ายจัดซื้อ
13
สิ่งที่ท้าทายตามมาคือเรื่อง inventory management
ที่จะจัดการสต๊อค ตัดสต๊อค คำนวณการสั่งสต๊อคอย่างไรให้พอเหมาะ และพอดีเวลา
สิ่งที่พี่หมูลงทุนอย่างเข้มข้น คือเรื่องของไอที
ที่มีพนักงาน in-house เฉพาะแผนกไอทีหลักร้อยคน!
14
สร้างระบบบริหารจัดการของตัวเอง เขียนโค๊ดเองเลย
ทำให้ระบบการจัดการสต๊อคได้ยอดเยึ่ยม
สามารถคำนวณ lead time ได้อย่างแม่นยำ
และมี AI ในการ predict trend ของการสั่งซื้อ
เพื่อให้สั่งซื้อได้ในจำนวนที่เหมาะสม
15
ปกติอัตราส่วนยอดขายต่อมูลค่าสต๊อคเดิมอยู่ที่
1:4 เช่น ถ้าต้องการมียอดขาย 10 ล้าน ต้องสต๊อคของตุนไว้เผื่อที่ 40 ล้าน เพราะ sku เยอะมาก แต่พอใช้ระบบเข้ามาจัดการ กลายเป็น 1 : 0.9 คือยอดขาย 10 ล้าน สต๊อคมีแค่ 0.9 ล้านก็พอ เพราะระบบสามารถคำนวณ ตัดของ สั่งของได้ทัน
16
พอใช้เงินในการสต๊อคน้อยลง สูญเงินกับสต๊อคที่พลาดน้อยลง ทำให้มีเงินเหลือมากขึ้น ยิ่งระบบได้ ทีมได้
ทำให้สเกลได้อย่างเต็มกำลัง office mate ยอดขายเติบโตพุ่งทะยาน เป็นพันล้านอย่างรวดเร็ว!
17
“ช่วงเติบโตอย่างยั่งยืน (1,000 ล้านขึ้นไป)”
พี่หมูบอกว่าการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน
ต้องใช้ financial tool มาช่วยแล้ว ถึงจะยั่งยืนได้
การ listed เข้าตลาดก็เป็นทางเลือกหนึ่ง
แต่สิ่งที่ไม่แนะนำคือกงสี เพราะไม่แน่ว่าลูกหลานจะเหมาะกับการบริหารกิจการต่อไหม
18
อีกจุดหนึ่งที่มีผลทำให้พี่หมูโตมาก
คือการทำบัญชีเล่มเดียว เสียภาษีเต็ม
ทำให้ต้นทุนสูงกว่าคู่แข่งโดยสภาพ
ทำให้พี่หมูต้องคุม cost อย่างซีเรึยส
Lean efficiency ในทุกภาคส่วน
ซึ่งเป็นจุดสำคัญหนึ่งในการเติบโตของ office mate
19
สไตล์ในการบริหารบริษัทของพี่หมู
เนื่องจากพี่หมูไม่เคยทำงานบริษัท เป็นลูกจ้างใครเลย
ไม่มีประสบการณ์ส่วนนี้ พี่หมูเลยยึดหลักการในตำรา MBA เป็นหลัก แต่เวลาทำจริงก็พลิกแพลงได้จากหลักการนั้น
20
คือไม่ยึดหลักการ ใช้สัญชาติญาณอย่างเดียวก็ไม่มีหลักยึด แต่ถ้าใช้หลัก ใช้ทฤษฎีอย่างเดียว พลิกแพลงไม่เป็นก็ไปไม่รอด ดังนั้น ต้องบาลานซ์ให้ดีระหว่างหลักการในหนังสือ กับการพลิกแพลงตอนปฏิบัติจริง
21
ยิ่งเวลา crisis อันนี้เป็นจุดชี้วัดเลย
เวลาลูกค้าบ่นว่าหรืออะไรก็ตาม
ซึ่งถือเป็นปัญหาในการบริการหรือการขาย
ซึ่งพี่หมูมองว่าคือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการโฆษณาเลย
หลักที่เขาใช้คือ turn complaint to compliment
เปลี่ยนคำด่ายังไงให้กลายเป็นคำชมหรือขอบคุณไปได้
22
ส่วนเวลามี crisis ใหญ่ๆ พี่หมูจะชอบมาก
เพราะทุกครั้งที่มี crisis ใหญ่ บริษัทพี่หมูจะเติบโตก้าวกระโดดเสมอ
คีย์สำคัญในการเติบโตนี้คือ บริษัทจะต้องมี innovation คือนวัตกรรมที่ก้าวล้ำคู่แข่ง เพราะเมื่อมีวิกฤติใหญ่ ทุกคนกระทบเหมือนกัน พอคู่แข่งเพลี่ยงพล้ำ เราก็ big leap ก้าวนำครั้งใหญ่ทันที
23
สิ่งที่โดดเด่นอีกจุดของพี่หมู
คือการก้าวทันตามเทรนด์และอ่านเทรนด์ขาด
รวมถึงเตรียมธุรกิจเพื่อให้ไปดักเทรนด์เสมอ
พี่หมูพัฒนาเว็บอีคอมเมิร์ซของออฟฟิศเมทตั้งแต่ปี 1999
ซึ่งตอนนั้นอินเตอร์เนตยังต่อไม่ค่อยติด ไปรษณีย์ไทยยังส่งของอยู่เจ้าเดียวด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายพอเทรนด์มันมา พี่หมูก็โกย เพราะเตรียมพร้อมไว้นานแล้ว
24
อย่างทีมไอดีของพี่หมูตอนนี้ คือนั่งทำงานสำหรับสิ่งที่ต้องใช้ใน 2 ปีข้างหน้า ไม่ใช่ใช้วันนี้
เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ มันถูกพัฒนาตั้งแต่เมื่อ 2 ปีก่อนแล้วเช่นกัน
25
ในมุมมองของผมสิ่งที่ผมชอบในพี่หมูมากๆ มี 5 อย่าง
คือ Customer centric, trend, technology, managerial, think big ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าจะครบในคนเดียวกัน สุดยอดมาก ได้ทั้งความรู้และแรงบันดาลใจมากๆ ครับ ขอบคุณมากครับ
Source & Credit: ติดตามเรื่องราวดีๆ ต่อที่ ครูชัย M.I.B. Marketing In Black
=====
วันนี้คุณเข้าใจธุรกิจแล้วหรือยัง????
#พยัตคัด_ปันกัน
=====
ไม่พลาดเรื่อง “ธรรมดาที่ไม่ธรรมดา” จาก Phayat zelected
กด Like และกด See First ไว้ได้ครับ