Thai Digital Map บริการด้านแผนที่

TDM บริจาคอุปกรณ์การศึกษาให้แก่ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ กำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแ...
25/02/2026

TDM บริจาคอุปกรณ์การศึกษาให้แก่ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ กำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน
บริษัท ไทย ดิจิทัล แมพ จำกัด Thai Digital Map จัดกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) โดยบริจาคอุปกรณ์การศึกษาให้แก่ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ กำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขต กำแพงแสน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม
ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ที่ดีและทันสมัยของนักศึกษา
TDM เล็งเห็นถึงความสำคัญของการให้โอกาสและสนับสนุนการศึกษา ซึ่งเป็นรากฐานในการพัฒนาอนาคตของชาติ และมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างการศึกษาที่ดีและทันสมัยยิ่งขึ้นให้กับน้องๆ นักเรียนนักศึกษาในครั้งนี้
---------------------------------------------------
#วิศวกรรมอุตสาหการ #คณะวิศวกรรมศาสตร์กำแพงแสน #มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วิทยาเขตกำแพงแสน

20/02/2026
18/02/2026
11/02/2026
09/02/2026

เป้าหมายที่ 6: การจัดการน้ำและสุขาภิบาล : การจัดการน้ำท่วมและประเมินความเสียหาย ด้วยข้อมูลดาวเทียม Sentinel-1

สรุปสถานการณ์น้ำท่วม ระหว่างวันที่ 24 พฤศจิกายน ถึง 8 ธันวาคม 2560 ระบุ พื้นที่ได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง ขณะที่ทุกภาคส่วนยังคงระดมกำลังเข้าช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยต่อเนื่อง สรุปความเสียหายจากห้วงระยะเวลาที่เกิดเหตุวันที่ 24 พ.ย. ถึง 8 ธ.ค. 60 มีพื้นที่ประสบภัย รวม 163 ตำบล 1,487 หมู่บ้าน 56 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ จำนวน 517,027 คน 169,760 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 8 ราย บ้านเรือนพังเสียหายทั้งหลัง รวม 6 หลัง เสียหายบางส่วน 307 หลัง วัด 71 แห่ง สถานศึกษา 603 แห่ง ส่วนราชการ 9 แห่ง ถนนเสียหาย 694 สาย สะพาน/คอสะพาน 54 แห่ง ท่อระบายน้ำ 18 แห่ง ฝาย 73 แห่ง ผนังกั้นน้ำ 1 แห่ง และประปา 14 แห่ง ส่วนความเสียหายด้านการเกษตร ประมง และปศุสัตว์ ซึ่งได้รับความเสียหายเป็นวงกว้างอยู่ระหว่างการสำรวจ

ลองใช้ข้อมูล จากดาวเทียม Sentinel-1 ซึ่งเป็นข้อมูลภาพ Radar บันทึกก่อน( 1-24 พ.ค.2560)และหลังน้ำท่วม(24 พ.ย.- 8 ธ.ค 2560) เพื่อให้ได้ภาพบริเวณที่มีน้ำท่วมเกิดใหม่ และได้ใช้ข้อมูลจากดาวเทียม MODIS Land Cover Type product เป็นข้อมูลที่แสดงพื้นที่เกษตรกรรม และใช้ข้อมูล JRC Global Human Settlement Population Layer เป็นข้อมูลบริเวณชุมชน เพื่อประเมินความเสียหายโดยประมวลผลโดยใช้ GEE (Google Earth Engine) ดังแสดงในภาพ

โดยผลลัพธ์ที่ได้จะทำให้ทราบถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่การเกษตรกรรมตลอดจนจำนวนประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อจะได้เตรียมการช่วยเหลือและเยียวยาอย่างมีประสิทธิภาพ

Step-by-Step: Recommended Practice: Flood Mapping and Damage Assessment -> https://un-spider.org/advisory-support/recommended-practices/recommended-practice-google-earth-engine-flood-mapping/step-by-step

05/02/2026

ยกระดับมาตรฐาน "ข้อมูลฝุ่นไทย" : ผสานดาวเทียมและ AI
สู่ความแม่นยำระดับตารางกิโลเมตร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนแอปฯ เช็คฝุ่น

🌬️ฝุ่นหนักมาก ! ข้อความแจ้งเตือนจากหน่วยงานต่างๆ เริ่มมีเข้ามา โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล ที่เริ่มมีค่าปริมาณฝุ่น PM 2.5 เกินมาตรฐานมากในระดับสีแดงในหลายพื้นที่และมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน

💭ปัจจุบันแม้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีมาตรการเร่งด่วนออกมารับมือ แต่ก็ต้องใช้เวลาและยังไม่อาจสามารถแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศที่เกิดจากหลายสาเหตุให้หมดไปได้ในเร็ววัน ปัญหา PM 2.5 จึงยังเกิดขึ้นเป็นประจำในช่วงธันวาคม จนถึงพฤษภาคมของแต่ละปี และยังเป็นภัยร้ายใกล้ตัวที่ทุกคนต้องตระหนักและปกป้องดูแลตนเอง

🕵️‍♀️แต่ด้วยฝุ่น PM 2.5 มีขนาดเล็กเกินกว่าที่จะมองเห็นด้วยตาเปล่า และยากที่เราจะแยกออกว่าเป็นหมอกหรือฝุ่นพิษ การแจ้งเตือนถึงปริมาณฝุ่นพิษในพื้นที่ต่างๆ จึงเป็นเรื่องสำคัญ ทั้งนี้ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา การรายงานคุณภาพอากาศรวมถึงปริมาณฝุ่น PM 2.5 ผ่านทางแอปพลิเคชันต่างๆ ทั้งแอปที่พัฒนาในประเทศไทยและแอปในระดับโลกที่เป็นที่นิยม ต่างได้รับความสนใจและถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการเข้าถึงข้อมูลของประชาชนเพื่อให้สามารถหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงเหล่านี้ได้อย่างทันท่วงที
และ “เช็คฝุ่น” ก็เป็นอีกหนี่งแอปพลิเคชันที่ได้รับความสนใจอย่างมากในช่วงที่เกิดสถานการณ์ฝุ่น PM 2. 5 ในปีที่ผ่านมา

📱โดยแอปพลิเคชันนี้เป็นผลพลอยได้จากงานวิจัยและการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศในการตรวจวัดเพื่อแก้ไขปัญหามลพิษในสิ่งแวดล้อม ที่ GISTDA หรือสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) พัฒนาขึ้น และบูรณาการข้อมูลร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต่อยอดเป็นแอปพลิเคชันเปิดตัวให้บริการตั้งแต่ปลายปี 2564 เพื่อให้ประชาชน เข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง สามารถหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงภัย PM 2.5 ได้ทันต่อเหตุการณ์

✅ด้วยจุดเด่นของแอปพลิเคชันเช็คฝุ่น คือ “ สามารถบอกค่าฝุ่นได้ละเอียดถึงระดับตารางกิโลเมตร และลงลึกถึงจุดที่เรากำลังยืนอยู่จริง ๆ” ทำให้ปัจจุบันมียอดผู้ดาวน์โหลดทั้งในระบบ iOS และ Android กว่า 617,000 ครั้ง โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 สูง มีปริมาณผู้ใช้งาน “เช็คฝุ่น” กว่า 171,000 รายต่อวัน และมีจำนวนการเรียกใช้ APIs มากกว่า 3.4 ล้านครั้งต่อวัน

▶ “บุษบา อ่วมเกษม” นักภูมิสารสนเทศชำนาญการพิเศษ และ “ณัฐดนัย พันธ์สิน” นักภูมิสารสนเทศ จาก GISTDA บอกว่า แอปพลิเคชันเช็คฝุ่น เป็นนวัตกรรมที่ใช้งานได้จริง ช่วยให้ชีวิตเราดีขึ้นด้วยเทคโนโลยีอวกาศ พัฒนาขึ้นเพื่อให้ทุกคนสามารถเช็คสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ได้แบบ Near Real Time และครอบคลุมทั่วประเทศไทย

⚙ ฟีเจอร์หลัก ๆ ของแอปพลิเคชันนี้ คือ สามารถดูข้อมูลปริมาณฝุ่น PM 2.5 ณ ตำแหน่งปัจจุบันของผู้ใช้งานแบบรายชั่วโมงได้ตลอด 24 ชั่วโมง และคาดการณ์ล่วงหน้าได้ 3 ชั่วโมง ซึ่งช่วยให้วางแผนชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น เช่น จะออกไปข้างนอกหรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง ก็สามารถเช็คดูได้ว่าปลอดภัยหรือไม่

🛜ทั้งนี้ หัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนแอปเช็คฝุ่น ก็คือ การผสานเทคโนโลยีดาวเทียมเข้ากับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ทำให้สามารถติดตาม วิเคราะห์และคาดการณ์แนวโน้มของปริมาณฝุ่น PM 2.5 ในประเทศไทยได้อย่างครอบคลุม แม่นยำและลงลึกถึงในระดับตารางกิโลเมตร

🧲 โดย "เช็คฝุ่น" เป็นระบบติดตามฝุ่นละออง PM2.5 จากดาวเทียม ข้อมูลบนแอปพลิเคชันมีการใช้ Machine learning ในการวิเคราะห์ค่าฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่ทั่วประเทศไทย ซึ่งเป็นการบูรณาการข้อมูลจากดาวเทียม เช่น Himawari ข้อมูลสภาพอากาศ รวมถึงข้อมูลแหล่งกำเนิดฝุ่น เช่น จุดความร้อน ร่วมกับการปรับเทียบข้อมูล PM 2.5 กับสถานีตรวจวัดที่ได้มาตรฐาน ทำให้สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ถึง 3 ชั่วโมง และมานำเสนอในรูปแบบข้อมูลในรายชั่วโมงและเฉลี่ย 24 ชั่วโมง โดยมีตัวเลขและค่าสีในระดับต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าใจสถานการณ์ได้ง่ายยิ่งขึ้น

🟩 " แอปพลิเคชันของเราได้รับการออกแบบตามหลัก Friendly Design ที่ไม่เพียงมุ่งเน้นความสวยงาม แต่ยังให้ความสำคัญกับการเข้าถึงและการใช้งานของผู้ใช้ทุกคนอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นเพศ วัย หรือสภาพร่างกาย ซึ่งในปีนี้ แอปสามารถรองรับการใช้งานของผู้พิการทางสายตา โดยออกแบบในรูปแบบที่เข้าใจง่าย ไม่จำเป็นต้องอาศัยการมองเห็น เช่น การแสดงข้อมูลค่าฝุ่น PM2.5 และคำแนะนำในการดูแลสุขภาพในแต่ละพื้นที่ นอกจากนี้ ระบบยังรองรับการทำงานร่วมกับ Screen Reader เพื่ออ่านออกเสียงข้อมูลสำคัญ พร้อมทั้งมีการจัดลำดับหน้าจอและปุ่มคำสั่งอย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถรับรู้และใช้งานได้อย่างถูกต้องและสะดวก”

การันตีความสะดวกและง่ายต่อการใช้งาน ด้วยรางวัล Mobile App Accessibility Awareness, Friendly Design award 2024 และ TAB Digital Inclusive Award 2025 และยังคว้ารางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2568 ด้านการบริการภาครัฐระดับดี ประเภทนวัตกรรมการบริการอีกด้วย

ปัจจุบันมีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนนำข้อมูลภูมิสารสนเทศเพื่อการจัดการมลพิษทางอากาศอย่างข้อมูลฝุ่นไปต่อยอดใช้งานแล้วกว่า 200 หน่วยงาน

🔍 ทีมพัฒนาเช็คฝุ่น บอกอีกว่า GISTDA มีแผนที่จะเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ ในอนาคตอันใกล้ เพื่อยกระดับการให้บริการข้อมูลคุณภาพอากาศให้ครอบคลุมและเข้าถึงกลุ่มคนได้หลากหลายขึ้น โดยเฉพาะการเพิ่มข้อมูล "ก๊าซมลพิษ" อื่นๆ ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่น ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ คาร์บอนมอนอกไซด์ โอโซน และไนโตรเจนไดออกไซด์ การเพิ่มข้อมูลก๊าซเหล่านี้จะช่วยให้การประเมิน ดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) มีความแม่นยำและเป็นไปตามมาตรฐานสากลมากยิ่งขึ้น และยังมีแผนที่จะขยายขอบเขตการติดตามฝุ่นให้ครอบคลุมไปยังประเทศเพื่อนบ้านที่มีผลกระทบต่อประเทศไทย เพื่อให้สามารถเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ “หมอกควันข้ามแดน” ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

...อย่างไรก็ดีเรื่องของฝุ่น PM 2. 5 หรือมลพิษทางอากาศ ไม่ใช่แค่การเฝ้าระวัง หรือแจ้งเตือน เท่านั้น แต่เป้าหมายสำคัญคือ การร่วมกันแก้ไขให้ปัญหานี้ให้ลดลงหรือหมดไป ซึ่งจำเป็นต้องรู้ถึงสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดฝุ่นในแต่ละพื้นที่ในแต่ละช่วงเวลา...

🛩️ซึ่งในปี 2567 ประเทศไทยโดย GISTDA และทีมนักวิทยาศาสตร์ไทยจากหลากหลายหน่วยงาน ได้ร่วมมือกับองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ ( NASA) ในการดำเนินโครงการ “Airborne and Satellite Investigation of Asian Air Quality” หรือ “ASIA-AQ” ซึ่งมีการนำเครื่องบินมาบินสำรวจและเก็บข้อมูลคุณภาพอากาศในประเทศไทย เพื่อทำความเข้าใจกับปัญหาคุณภาพอากาศในแต่ละพื้นที่ และสร้างแบบจำลองคุณภาพอากาศ เพื่อให้เกิดการวางกลยุทธ์ในการป้องกันและบรรเทาผลกระทบที่เหมาะสม

🔸และล่าสุดในปี 2569 นี้ GISTDA ยังต่อยอดความร่วมมือกับประเทศเกาหลีใต้ ในโครงการ GEMS-AQ ซึ่งจะใช้บอลลูนตรวจสภาพอากาศ หรือ HeliKite ในการเก็บข้อมูลสภาพอากาศหรือมลพิษในแนวดิ่ง ในเขตพื้นที่เมืองอย่างกรุงเทพ ฯ ที่ระดับความสูงประมาณ 1 กิโลเมตร เพื่อเติมเต็มข้อมูลในส่วนที่เทคโนโลยีอื่น ๆ ยังเข้าไม่ถึง ซึ่งจะช่วยในการเปรียบเทียบข้อมูล เพิ่มความแม่นยำในการตรวจวัดและวิเคราะห์ที่มาของฝุ่นในพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศไทย

💡แพลตฟอร์มข้อมูลฝุ่น PM2.5 พัฒนาขึ้นเพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลคุณภาพอากาศ เปิดให้ประชาชน นักวิชาการ สื่อมวลชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าถึงข้อมูลเชิงพื้นที่ผ่านระบบ API เพื่อนำไปใช้ในการวิจัย การสื่อสารข้อมูล การรายงานข่าว และการติดตามประสิทธิภาพมาตรการจัดการมลพิษทางอากาศ

⏩️ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 0-2141-4565 (ฝ่ายบริการข้อมูล)

❗️ผู้พัฒนาย้ำว่า “เช็คฝุ่น” ไม่ได้เป็นแค่แอปดูค่าฝุ่น แต่เป็นตัวช่วยเชื่อมเทคโนโลยีกับชีวิตประจำวัน ให้ทุกคนเข้าถึงข้อมูลคุณภาพอากาศได้ง่าย ใช้งานสะดวก เหมาะกับทุกเพศทุกวัย เพื่อให้เราทุกคนได้รู้เท่าทันฝุ่น และดูแลสุขภาพไปด้วยกัน ดังสโลแกนที่ว่า "รู้ไว เข้าใจง่าย ใช้ได้จริง "

#อว #เทคโนโลยีอวกาศ #เทคโนโลยี #อวกาศ #เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ #เช็คฝุ่น #อากาศ

04/02/2026

สำเร็จ !!! ดาวเทียม KNACKSAT-2 ฝีมือเด็กไทย เข้าสู่วงโคจรเรียบร้อยแล้ว

ดาวเทียม แนคแซท 2 หรือ KNACKSAT-2 เป็นโครงการดาวเทียมคิวบ์แซท (CubeSat) ขนาด 3U (30 x 10 x 10 ซม.) ออกแบบและพัฒนาโดยเด็กไทย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) และใช้วัสดุภายในประเทศกว่า 98% มีรูปแบบเป็น Ride Sharing Platform Satellite หรือการแชร์พื้นที่ใช้สอยบนดาวเทียมร่วมกัน มีพื้นที่ในการบรรจุเพย์โหลดเพื่อปฏิบัติภารกิจ ทั้งหมด 7 ระบบ โดยแต่ละเพย์โหลดเป็นโครงการความร่วมมือพัฒนาระหว่าง มจพ. กับหน่วยงานอีก 7 หน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ ได้แก่ 1) บพข. 2) บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด 3) ร.ร.เตรียมวิศวกรรมไทย-เยอรมัน มจพ. 4) Rail Systems Cluster มจพ. 5) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) 6) UiTM ประเทศมาเลเซีย และ 7) UPHSD ประเทศฟิลิปปินส์

ดาวเทียมแนคแซท 2 มีเป้าหมายในการใช้ IoT Satellite ในการเติมเต็ม IoT Network ในพื้นที่ที่มีข้อจำกัดในการติดตั้งอุปกรณ์ส่งสัญญาณ Network Cellular ตามปกติ เช่น ในทะเล บนภูเขา และพื้นที่ทางการเกษตร ที่มีปริมาณผู้คนอยู่น้อย แต่มีความจำเป็นต้องใช้ระบบ IoT Solution ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการทำงานด้านความปลอดภัย และความมั่นคงของประเทศ ของหน่วยงานทหาร การตรวจสอบข้อมูลในด้านทรัพยากร การเฝ้าระวังไฟป่า ของหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงการนำมาใช้ในธุรกิจการประมงและการขนส่งทางเรือ พาณิชย์นาวี การทำเกษตรกรรมในพื้นที่กว้างหรือห่างไกล ไม่สามารถติดตั้งอุปกรณ์ส่งสัญญานอินเตอร์เน็ตได้ จะช่วยให้ธุรกิจภาคดังกล่าวสามารถเข้าถึงข้อมูลที่มีประโยชน์ โดยผ่านระบบ Sensor ตรวจจับต่างๆ ในราคาที่เป็นของคนไทย ไม่ต้องจ่ายในราคาที่ซื้อจากต่างประเทศ นอกจากนี้ยังเป็นองค์ความรู้ที่แท้จริงในการพัฒนาบุคลากรที่จะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนขีดความสามารถในการแข่งขันด้านอวกาศของประเทศต่อไป

ดาวเทียมแนคแซท 2 ได้เดินทางกับจรวด HTV-X ขององค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA) ไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 และถูกปล่อยออกจากสถานีอวกาศนานาชาติเข้าสู่วงโคจรจริงสำเร็จแล้วในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569

---------------‐--------------------------------------------------------
ขอขอบคุณ (credit): หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.), KMUTNB Techo Park, KnackSat-2 TGPS
------------------------------------------------------------------------
โดย Progressive Thailand
------------------------------------------------------------------------
ช่องทางสำหรับการติดต่อ ลงโฆษณา สนับสนุนเพจ
• Facebook: Progressive Thailand,
• YouTube: ProgressiveTHA Media
• TikTok: ProgressiveTHA Media
--------------------‐--------------------------------------

22/01/2026

💦 เทคโนโลยีอวกาศกู้วิกฤติ! ช่วยเกษตรกรที่ประสบ “อุทกภัย” ลดขั้นตอน ไม่ต้องรอนาน

📢 ข้อควรรู้
🛰 เทคโนโลยีอวกาศสามารถใช้เป็นเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์เชิงประจักษ์ในการลดขั้นตอนการสำรวจความเสียหายจากน้ำท่วมในพื้นที่เกษตรได้
🛰 ดาวเทียมสามารถใช้ติดตามพื้นที่น้ำท่วมและระยะเวลาท่วมขังวิเคราะห์ร่วมกับแปลงเพาะปลูกของเกษตรกร ทำให้กระบวนการช่วยเหลือเกษตรกรเป็นไปอย่างรวดเร็วและโปร่งใส

🛰 การวิเคราะห์พื้นที่น้ำท่วมขัง ด้วยข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม
💦ใช้ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมติดตามพื้นที่น้ำท่วมขังในแปลงเกษตรกรรมได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งพื้นที่และระยะเวลาท่วมขัง

🛰 การตัดสินใจ ด้วยหลักฐานเชิงประจักษ์
💦 กรณีท่วมขัง “ไม่เกิน 5 วัน” จำเป็นต้องมีการตรวจสอบภาคสนาม
⚠️ กรณีท่วมขัง “เกิน 5 วัน” เข้าเกณฑ์ที่ได้รับความเสียหายอย่างชัดเจนและสามารถเยียวยาได้ทันที

🛰 การเยียวยาและฟื้นฟูที่รวดเร็ว
💦 จ่ายเงินเยียวยาทันที โดยไม่ต้องตรวจสอบภาคสนาม
💦 เกษตรกรฟื้นตัวและกลับมาเพาะปลูกได้เร็วขึ้น

🛰 สรุปข้อดีของเทคโนโลยีดาวเทียม
✅ แม่นยำ
👉🏻 หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจน
👉🏻 สามารถระบุตำแหน่งและระยะเวลาที่น้ำท่วมขังได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ
✅ รวดเร็ว
👉🏻 ลดขั้นตอนการลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหาย
👉🏻 กระบวนการช่วยเหลือ ฟื้นฟู ทำได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

#อว #กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #เทคโนโลยีอวกาศ #อุทกภัย

 . .21
14/01/2026

.
.21

สวัสดีปีใหม่ ๒๕๖๙ | Happy New Year 2026 ✨เทศกาลแห่งความสุขนี้ TDM ขอส่งความปรารถนาดี ให้ท่านจงประสบความสำเร็จในทุกๆ ด้าน...
01/01/2026

สวัสดีปีใหม่ ๒๕๖๙ | Happy New Year 2026 ✨
เทศกาลแห่งความสุขนี้ TDM ขอส่งความปรารถนาดี ให้ท่านจงประสบความสำเร็จในทุกๆ ด้าน คิดสิ่งใด ขอให้สมปรารถนาทุกประการ

ขอขอบคุณสำหรับความไว้วางใจที่ท่านมีให้เราเสมอมาในปีที่ผ่านมา
เราสัญญาว่าจะมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมและบริการ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของท่านต่อไป
ขอให้เป็นการเริ่มต้นปีที่ยอดเยี่ยมสำหรับทุกท่านครับ!

บริษัท ไทย ดิจิทัล แมพ จำกัด และบริษัทในเครือ

---------------------------------------------------------
ข้อมูลติดต่อ
Line :
Web : https://tdm.in.th
Email : [email protected]
Facebook : Thai Digital Map
☎️Tel : 0845060650, 020224994 ต่อ 2

ที่อยู่

63/4 ถนนสุขุมวิท 68 แขวงบางนาเหนือ เขตบางนา
Bangkok
10260

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 17:30
อังคาร 08:30 - 17:30
พุธ 08:30 - 17:30
พฤหัสบดี 08:30 - 17:30
ศุกร์ 08:30 - 17:30

เบอร์โทรศัพท์

+6620224994

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Thai Digital Mapผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แนะนำ

แชร์