11/08/2026
สะเทือนวงการวิทยาศาสตร์! เมื่อโมเดล AI ตรวจพบงานวิจัยมะเร็งต้องสงสัยกว่า 250,000 ฉบับ ที่อาจมาจากธุรกิจรับจ้างปั๊มงานวิจัย
ทุกวันนี้ งานวิจัยทางการแพทย์ถูกตีพิมพ์ออกมามหาศาล อย่างไรก็ตาม ในกองงานวิจัยเหล่านั้น อาจมีบางส่วนที่ไม่ได้มาจากการทดลองจริง แต่ออกมาจากธุรกิจที่รับผลิตงานวิจัยสำเร็จรูปเป็นจำนวนมาก ซึ่งมักมีการขายตำแหน่งผู้เขียน นำข้อความเดิมกลับมาใช้ซ้ำ หรือสร้างข้อมูลและภาพการทดลองขึ้นมาเอง
หากงานวิจัยเหล่านี้หลุดเข้าไปอยู่ในฐานข้อมูลวิชาการและถูกนำไปอ้างอิงต่อ อาจส่งผลต่อการพัฒนายา การทดลองทางคลินิก และการดูแลผู้ป่วยได้ ทีมวิจัยนานาชาติที่นำโดยศาสตราจารย์ Adrian Barnett จาก Queensland University of Technology หรือ QUT ประเทศออสเตรเลีย จึงพัฒนาเครื่องมือ AI ขึ้นมา เพื่อช่วยคัดกรองงานวิจัยต้องสงสัย
เครื่องมือนี้พัฒนาขึ้นจากโมเดลภาษา BERT โดยนำบทความที่ถูกถอนออกจากระบบเพราะพบว่ามีการปลอมแปลงข้อมูล มาใช้ฝึกให้ระบบเรียนรู้รูปแบบการใช้คำและโครงสร้างประโยคเฉพาะตัวที่มักปรากฏในงานวิจัยเหล่านั้น จากนั้น AI จะสแกนหาความผิดปกติทางภาษาในบทความอื่น ๆ เช่น สำนวนที่ดูแปลกประหลาด ข้อความที่คล้ายถูกนำกลับมาใช้ซ้ำ หรือการเรียงประโยคที่ผิดธรรมชาติ
เมื่อทดสอบกับชุดงานวิจัยตัวอย่างที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว โมเดลสามารถจำแนกงานต้องสงสัยได้ถูกต้องถึง 91% และเมื่อนำระบบไปวิเคราะห์งานวิจัยด้านมะเร็งที่ตีพิมพ์ระหว่างปี 2542–2567 จำนวนกว่า 2.6 ล้านฉบับ ก็พบงานวิจัยมากถึง 250,000 ฉบับที่มีรูปแบบการเขียนคล้ายกับงานวิจัยปลอมที่เคยถูกเพิกถอน อย่างไรก็ตาม ทีมวิจัยเน้นย้ำว่าผลลัพธ์จาก AI เป็นเพียงสัญญาณเตือนเบื้องต้น ไม่ใช่หลักฐานยืนยันว่าบทความนั้นปลอม และทุกกรณีต้องได้รับการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญที่เป็นมนุษย์อีกครั้ง
ปัจจุบัน วารสารวิชาการ 3 แห่งเริ่มทดลองนำระบบนี้มาใช้ในกระบวนการพิจารณาบทความก่อนส่งให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินแล้ว โดยในอนาคต ทีมวิจัยมีแผนขยายการใช้งานไปยังสาขาวิชาอื่น ๆ และพัฒนาความแม่นยำของโมเดลจากข้อมูลใหม่ที่ได้รับการยืนยันมากขึ้น ถือเป็นก้าวสำคัญในการปกป้องฐานข้อมูลความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อให้มั่นใจว่างานวิจัยที่จะนำไปพัฒนาต่อยอดทางการแพทย์นั้นเป็นของจริงและมีความปลอดภัยต่อชีวิตของผู้ป่วยมากที่สุด
#ปัญญาประดิษฐ์ #งานวิจัย